เสน่หาหวนรัก - REUP (ทำมือ)

ตอนที่ 36 : บทที่ 21 ชีวิตที่ไม่ใช่ของตัวเอง (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    25 ต.ค. 61

     นับแต่เหตุการณ์เมื่อวาน ธนเศรษฐ์ดูเหมือนจะเพิ่มระยะห่างระหว่างเขากับเธอมากขึ้น เมื่อเช้าที่เข้าไปในห้องทำงาน ร่างสูงเดินผ่านเธอไปโดยไม่ได้ปรายตามองหรือทักทายเช่นทุกวัน ทั้งเขายังไม่ได้สั่งงานที่เอาแต่ใจเหมือนอย่างเคย หรืออะไรที่ดูไม่เหมาะสมอย่างการเรียกให้เข้าไปรับประทานอาหารเป็นเพื่อนในห้อง กลับเป็นชนกานต์เองเสียที่หน้าเหวอเพราะเผลอเข้าไปในห้องนั้นในช่วงกลางวันและถูกตอกกลับมาจนหน้าชา

     ‘คุณไปทานข้างนอกเถอะ ต่อจากนี้คงไม่ต้องเข้ามาทานที่นี่แล้ว’ แม้คนถือข้าวกล่องที่ยืนอยู่หน้าห้องจะหน้าชา แต่ชนกานต์คิดว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดและเขาคงจะคิดได้แล้วว่าอะไรที่คู่ควรกับตัวเอง…

     เหลืออีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้นที่เธอจะจากไปเริ่มงานใหม่

     เพื่อปล่อยให้คนที่รักมีความสุขกับคู่หมั้นของเขา

     หญิงสาวเชื่อว่าธนเศรษฐ์จะต้องอธิบายให้หม่อมหลวงวรัมพรเข้าใจได้อย่างแน่นอนว่ามันไม่มีอะไรระหว่างเธอและเขา ซึ่งอีกหน่อยคู่หมั้นสาวก็จะยิ่งวางใจเมื่อเธอได้จะหายไป รวมถึงหม่อมหลวงวรทย์พี่ชายของหล่อนด้วย

     แม้ว่าธนเศรษฐ์ขู่ไว้ว่าเขาจะตามไปก่อกวนจนไม่มีบริษัทไหนกล้ารับเข้าทำงาน แต่ชนกานต์ก็ต้องลองเสี่ยง เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะหนีไปจากที่นี่

     ในช่วงบ่าย ธนเศรษฐ์ออกไปพบกับผู้ร่วมลงทุนในการเข้าซื้อบริษัทที่ผลิตน้ำดื่มพร้อมกับอรรณพ จึงเหลือแต่เพียงวจีรัตน์และเธอที่ยังคงทำงานอยู่ในห้อง หากแต่หนึ่งชั่วโมงต่อมาก็มีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งแต่งตัวสุภาพเดินเข้า     มาบอกว่ามีผู้บริหารท่านหนึ่งต้องการพบเธอ และดูเหมือนวจีรัตน์จะรู้จักกับผู้หญิงคนนี้ เพราะหล่อนพยายามถามว่ามีเรื่องอะไร ทว่าผู้หญิงคนนั้นกลับพูดปัดแทนที่จะตอบทั้งยังเร่งให้เธอตามไปถึงที่หมาย ซึ่งก็คือห้องทำงานหนึ่งที่ห่างจากห้องของนายใหญ่ไม่มากนัก

     ตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องชนกานต์รู้สึกว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล ซึ่งเธอก็เข้าใจทุกอย่างทันทีเมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยของหญิงวัยกลางคนที่แต่งตัวดีมีภูมิฐานนั่งอยู่บนรถเข็น แม้จะผ่านไปหลายปีแต่หญิงสาวจำได้ดีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร

     “นั่งลงก่อนสิ”

     คนที่เปรียบเสมือนนายหญิงใหญ่แห่งอัศวเศวตรกุลบอกหญิงสาวไม่ต่างจากสั่ง

     ชนกานต์ทำตามอย่างว่าง่ายเพราะตอนนี้สมองของเธอหนักอึ้งจนแทบคิดอะไรไม่ออก ผู้เป็นใหญ่ในห้องจึงสั่งให้พนักงานหญิงที่เป็นผู้ช่วยออกไปรอข้างนอก จากนั้นหล่อนก็ปรายตามองเธอด้วยสายตาที่ไม่ไยดีนัก ทั้งสีหน้าก็ตึงเครียดพลอยให้เธอต้องกลัวจนตัวเกร็ง

     “เลิกกับสามีนานหรือยัง” สุวรรณวดีเอ่ยปากถามคนที่ตอนนี้นั่งหน้าซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม เธอก้มมองต่ำไม่กล้าสู้สายตาหล่อน “ต้องให้ฉันระบุด้วยไหมว่าชื่ออะไร เผื่อเธอจะ ‘ผ่าน’ มาแล้วหลายคน”

     คนถูกส่อเสียดทำเพียงก้มหน้าแล้วปล่อยให้คนอายุมากกว่าซึ่งเปรียบเสมือนผู้มีพระคุณกับเธอและธนเศรษฐ์พูดเหน็บแนมต่อ

     “กรุณน่ะ คงจำได้ใช่ไหม เลิกกับเขานานรึยัง”

     ชนกานต์พยักหน้า หญิงสาวคิดว่าเรื่องนี้คงปิดหล่อนไม่สำเร็จ เพราะเมื่อหลายปีก่อนที่กรุณไปสวิตเซอร์แลนด์ แทบทุกคนในวงสังคมย่อมน่าจะรู้กันดี ที่สำคัญการปรากฏตัวให้แม่ของธนเศรษฐ์เห็นก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเธอแยกทางกับรุ่นพี่หนุ่มไปแล้ว

     “ยังไง เธอเลิกกับเขาเพราะเรื่องเงินสินะ พอเห็นว่าเขาถังแตกเธอก็ทิ้งเขาไป ใช่รึเปล่า?

     คนถูกถามเม้มปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้นออกมาจากดวงตา ชนกานต์ไม่สามารถอธิบายให้หล่อนเข้าใจได้ว่ามันไม่ใช่ หรือหากคิดจะดื้อดึงพูดไปก็เท่านั้นเพราะเธอไม่มีสิทธิ์แก้ตัว ถึงอย่างไรเมื่อเจ็ดปีก่อนเธอก็ได้ถูกทุกคนพิพากษาแล้วว่าต้องการเงินมากขนาดไหน

     “บุญคุณที่ฉันช่วยครั้งก่อนมันน้อยไปสินะ ถึงต้องกลับมาเกาะแข้งเกาะขาลูกชายฉันอีก น่าสมเพชจริง ๆ”

     บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเต็มไปด้วยความอึมครึม ทั้งที่แสงจากข้างนอกสาดผ่านกระจกจนสว่างไปทั่วห้อง แต่ชนกานต์กลับสัมผัสได้เพียงความดำมืดที่แม้จะทำใจตั้งแต่เข้ามาทำงานที่ชั้นนี้ว่าจะต้องได้เจอสุวรรณวดีสักวัน

     “ผู้หญิงอย่างเธอนี่มันไม่มีสัจจะจริง ๆ จะไปหาบ่อเงินบ่อทองใหม่มันคงไม่ง่ายสินะ ถึงได้กลับมาหาบ่อเก่าอย่างเจ้านาย” หญิงสูงวัยมองเหยียดคนที่เธอคิดว่าเสแสร้งและพยายามทำตัวน่าสงสาร “นี่ฉันต้องทำยังไง เธอถึงจะออกไปจากชีวิตลูกชายฉันได้ เธอเคยรู้สึกละอายบ้างไหม รู้สึกผิดบ้างรึเปล่า เธอรู้ไหมที่สภาพของฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอคนเดียว!”

     ท้ายประโยคของหล่อนทำให้ชนกานต์ช้อนตาขึ้นมองสภาพของคนที่บอกว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้อยู่บนรถเข็น

     “หลังจากที่เจ้านายรู้ว่าเธอแต่งงานกับกรุณ ขาขับรถกลับมาเขาก็มัวแต่ใจลอยจนขับรถประมาท เสียหลักเข้าข้างทางจนทำให้ทุกวันนี้ฉันยังขยับขาไม่ได้ แต่ขนาดฉันเป็นแบบนี้ เขาก็ยังเอาแต่คิดถึงเธอ! กว่าเขาจะทำใจ กลับมาเป็นผู้เป็นคนได้ หัวอกคนเป็นแม่อย่างฉันต้องเจ็บปวดแค่ไหน เธอรู้บ้างไหม!"

     น้ำตาของคนถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุไหลพรากไม่หยุด เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ เธอไม่เคยคิดว่าการที่จะรักผู้ชายคนหนึ่งที่เขาแสดงออกว่ารักเธอเช่นกัน จะทำให้แม่ของเขาต้องเดินไม่ได้ ต้องทุกข์และเสียใจมาก

     “เธอจำที่ฉันเคยบอกได้ใช่ไหมว่าฉันมีลูกสองคน แต่คนโตตายไปก็เพราะเคยช่วยเจ้านายไว้”

     “…”

     “ตอนนี้ฉันเหลือเพียงลูกชายคนเดียว ลูกที่เปรียบเสมือนความหวังของฉัน ถึงฉันจะไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเธอเป็นคนยังไงกันแน่ แต่ก็หวังว่าน่าจะมีจิตสำนึกมากพอที่จะไม่ทำลายชีวิตที่เหลือของฉันหรือของเจ้านาย…เพราะถ้าเธอทำต่อไปฉันอาจจะไม่เหลืออะไรที่จะรั้งเจ้านายไว้ได้เลย แม้กระทั่งชีวิต”

     ชนกานต์เช็ดน้ำตาพร้อมกับบอกสิ่งที่ตัดสินใจเด็ดขาด

     “หนูจะลาออกภายในสัปดาห์นี้ค่ะ”

     “พรุ่งนี้” สุวรรณวดีเอ่ยด้วยเสียงทรงอำนาจ “เธอจะต้องยื่นใบลาออกพรุ่งนี้”

     แม้ใบหน้าของชนกานต์จะซีดและดูน่าสงสารที่เหมือนเจอเหตุการณ์ที่ไร้ทางออกเต็มที แต่สุวรรณวดีก็ยังยืนยันคำเดิม “เรื่องงานฉันจะให้คนฝากเธอเข้าที่อื่นให้”

     “ไม่เป็นไรค่ะ แค่ขอให้คุณธนเศรษฐ์อย่ามาก้าวก่ายการเริ่มงานใหม่ของดิฉันก็พอ”

     แม้จะเร็วจนไม่ทันตั้งตัว แต่ชนกานต์ก็เลือกที่จะไปโดยไม่ขอความเห็นใจ

     สุวรรณวดีรับปาก เธอเข้าใจดีว่าธนเศรษฐ์คงจะไม่ยอมปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปง่าย ๆ ซึ่งเธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางลูกชายเช่นกัน

 

     ร่างสูงของประธานใหญ่เดินเข้ามา มุมแรกที่เขามองเห็นคือโต๊ะหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังวจีรัตน์ สิ่งที่สะดุดตาอย่างแรกตรงนั้นคือพื้นที่โต๊ะดูว่างเปล่า ไม่มีเอกสารที่เจ้าของมักวางทิ้งไว้ ราวกับว่าจู่ ๆ คนที่ประจำตรงนั้นเป็นเดือนได้ย้ายออกไปแล้ว ธนเศรษฐ์จึงไม่อาจละเลยคนที่ควรจะนั่งอยู่ตรงนั้นและเขาควรได้เห็นเธอเช่นทุกวัน

     “ชนกานต์ไปไหน” เจ้านายใหญ่ถามเสียงเรียบพลางมองไปที่วจีรัตน์เพื่อเค้นเอาคำตอบ ซึ่งคนถูกถามก็ได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ที่จริงแล้วหล่อนดีใจไม่น้อยที่ชนกานต์ตัดสินใจทำแบบนี้ ทว่าการที่มอบหมายให้เธอตอบคำถามธนเศรษฐ์ดูเหมือนว่าจะไม่ง่ายเช่นที่รับปากหล่อนไว้

     “คือ ชนกานต์ฝากจดหมายนี้ยื่นให้คุณนายค่ะ” ผู้ช่วยเลขาฯ สาวยื่นซองที่เจ้าหล่อนฝากมาให้ธนเศรษฐ์

     มือหนาของผู้ทรงอำนาจรีบเปิดขึ้นมาอ่านอย่างรวดเร็ว ทั้งอรรณพและวจีรัตน์มองท่าทีของเจ้านายใหญ่ด้วยอารมณ์ระทึกว่าหลังจากอ่านจดหมายแล้วท่านจะแสดงอาการออกมาอย่างไร

     ธนเศรษฐ์กวาดตาไม่กี่วินาทีชายหนุ่มก็ขยำกระดาษนั้นด้วยมือเพียงข้างเดียวพร้อมทั้งปาทิ้งลงถังขยะข้างโต๊ะอย่างแรงจนผู้ช่วยเลขาฯ ที่ถูกขยะเฉียดผ่านรู้สึกสะดุ้ง แม้จะรู้ว่าชนกานต์เป็นคนสำคัญแต่ไม่คิดว่าเจ้านายจะโมโหเพียงเพราะใบลาออกของหล่อน

     “ทำไมชนกานต์ไม่มายื่นด้วยตัวเอง” ท่านประธานถาม น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความน่ากลัวจนพนักงานใต้บังคับบัญชาคิดอยากจะลาออกพร้อมกับคนที่ชิ่งหนีไปแล้ว

     “เออ...เธอบอกว่าวันนี้มีสัมภาษณ์งานค่ะ ไม่สามารถมายื่นด้วยตัวเองได้” จริง ๆ แล้ว เธอถามหล่อนแล้วว่าทำไมไม่ลาครึ่งวัน แต่หล่อนก็ดึงดันขอหยุดไปเลยอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งยังขอใช้สิทธิ์ลาออกฉุกเฉินโดยฝากเธอช่วยยื่นให้ธนเศรษฐ์เซ็นอนุมัติแล้วให้ฝ่ายบุคคลอีกที

     “ไปสัมภาษณ์งานแสดงว่ายังไม่ได้งาน แต่คิดจะลาออก”

     วจีรัตน์อึกอักไม่รู้จะตอบยังไง ท่านประธานร้อนตัวแทนราวกับว่าหล่อนเป็นเมียและไม่ว่าหล่อนจะลาออกหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของหล่อนไม่ใช่หรือ อีกทั้งงานประจำที่ทำอยู่ทุกวันนี้แทบจะไม่มีอะไรเลย ส่วนมากจะเป็นงานที่ท่านประธานสั่งเองเสียด้วยซ้ำ งานบางอย่างก็สมควรจะให้แม่บ้านทำ อย่างเช่น จัดแฟ้ม ปัดกวาดเช็ดถูในห้อง ซึ่งจริง ๆ แล้วสิทธิ์นี้ไม่ใช่ว่าใคร ๆ ก็ทำได้ ต้องเป็นแม่บ้านที่ไว้ใจและระดับหัวหน้าเท่านั้น

     “แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรที่จะรับเรื่องนี้พิจารณาแทนผม ไม่ทราบหรือไงว่ากฎของบริษัทคือต้องยื่นใบลาออกก่อนสามสิบวัน”

     วจีรัตน์เริ่มกลัวจนตัวสั่น โดยเฉพาะเมื่อท่านประธานเอ่ยขู่ว่าจะลงโทษอย่างเลือดเย็น

     “อยากย้ายกลับไปอยู่ฝ่ายเดิมรึเปล่า ผมจะได้ให้อรรณพจัดการให้ เผื่อจะพิจารณาความผิดได้ว่าอะไรคือการก้าวก่ายเกินขอบเขตงาน”

     วจีรัตน์เริ่มน้ำตาคลอ อรรณพที่สงสารจึงช่วยพูดกับเจ้านายใหญ่ “คุณแอลเพิ่งจะมาทำงานก่อนชนกานต์ไม่กี่เดือน และนี่ก็เป็นความผิดครั้งแรก ผมว่า...”

     ธนเศรษฐ์ปรายตามองเลขาฯ หนุ่มด้วยสายตาเย็นชาซึ่งเริ่มแข็งกร้าวอย่างไร้เมตตา “หรือว่าคุณอยากจะไปอยู่ด้วยอีกคน”

     อรรณพจึงเงียบไม่ต่อปากต่อคำกับเจ้านายใหญ่ เขาถอนหายใจแรงแล้วเดินเข้าห้องทำงานตามท่านประธานไปเพื่อรายงานตารางของวันนี้เฉกเช่นทุกวัน

     ขณะที่วจีรัตน์รีบเช็ดน้ำตาซึ่งเริ่มไหลลงมา ก่อนจะรีบทำงานเพื่อแสดงความพยายามและความตั้งใจเพราะไม่อยากจะถูกย้ายตำแหน่งจริง ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น