ผูกรักฝากหัวใจ (สนพ.เขียนฝัน) ปิดซีรี่ย์ผูกรัก

ตอนที่ 13 : บทที่ 12 -------100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 พ.ค. 60

                ที่ผ่านมาแม้ว่าจะเคยไปเยือนต่างประเทศบ้าง แต่ก็มีไม่มาก เพราะตั้งแต่ตอนเด็กๆ เธอจำได้ว่าพ่อกับแม่ไม่เคยพาเธอและพี่ชายไปเที่ยวกันตามประสาครอบครัวเลย พวกท่านเลี้ยงเธอและพี่ชายโดยไม่สนว่าลูกต้องการอะไร แม้จะมีเงินให้ใช้ไม่ขาด หากแต่ไม่เคยถามว่าอยากไปเที่ยวไหนตามประสาครอบครัวบ้าง จะมีก็แต่ช่วงแรกเท่านั้นที่แม่ใส่ใจเธอกับพี่ชาย ท่านดูแลเธอและนพรัตน์เป็นอย่างดี แต่ต่อมาหลังจากสิบกว่าปีให้หลังท่านกลับห่างเหินต่อเธอและพี่ไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อยิ่งพี่ชายเข้าไปทำงานที่บริษัทจนกลายเป็นเหมือนพวกเดียวกับพ่อ ความสัมพันธ์แม่ลูกก็ดูจะยิ่งห่างไกล ส่วนเธอที่แม้จะพอสนิทสนมกับแม่อยู่บ้าง แต่การหันมาทุ่มเทให้การทำงานอย่างเต็มที่ก็ได้ลดเวลาที่อยู่กับครอบครัวน้อยลง จนทำให้แม่ต้องออกไปสังสรรค์กับเพื่อนมากขึ้นและเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากเมื่อก่อนที่ดูเป็นคนเรียบร้อย ไม่ชอบแต่งหน้าสีจัดจ้าน หากแต่ตอนนี้ท่านได้เปลี่ยนไปแล้ว...

                การมาต่างประเทศแต่ละครั้งล้วนแต่มีเหตุจำเป็นให้เดินทางมา อย่างเช่นตอนมอปลายก็ไปที่สหรัฐอเมริกาในช่วงปิดเทอมเพื่อเรียนภาษา หรือไปทริปสั้นๆ ที่ออสเตรเลียเมื่อตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเพื่อหาประสบการณ์ หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีเวลาไปที่ไหนอีกเลย แม้อยากจะมาติดตามข่าวแฟชั่นชิดขอบรันเวย์ในประเทศแถบยุโรป หากก็ตัดสินใจไม่มา เพราะไม่มีใครว่างที่จะมากับเธอเท่าไรนัก ยิ่งเพื่อนสนิทอย่างอารยาแล้ว หญิงสาวยิ่งทุ่มเทกับการทำงานมากจึงไม่ค่อยมีเวลามาสนใจเรื่องเที่ยวหรือเดินทางออกมาต่างประเทศ เธอจึงตัดสินใจไม่ไปไหนดีกว่า เพราะการมาเที่ยวคนเดียวมันอาจจะแย่กว่าการไม่ได้ไปไหนมาไหนมากมายนัก

                นิชานันท์ยอมรับจริงๆ ว่าตัวเองเป็นโรคขี้เหงา กลัวการอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นในแต่ละวันเธอจึงต้องทุ่มเทกับการทำงานเพื่อเลี่ยงความคิดฟุ้งซ่านเรื่องพวกนี้ แต่ก่อนเธอพอจะมีอารยาคอยเป็นเพื่อนแก้เหงาคอยระบายและเล่าเรื่องทุกข์สุขให้ฟัง ทว่าพอหล่อนแต่งงานไป เธอจึงยอมรับว่าเหงามากขึ้นไม่น้อย แต่ถึงกระนั้นความรู้สึกยินดีกับเพื่อนที่มีชีวิตคู่ที่ดีก็ยังมีมากกว่าความเห็นแก่ตัวที่อยากให้เพื่อนมีเวลาอยู่ด้วย

 การที่ธนาวุฒิชวนมาอังกฤษครั้งนี้จึงเหมือนกับเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ไม่เคยมาได้เปิดหูเปิดตา พักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งในทีแรกเธอคิดว่าเลขาของเขาจะมาด้วย หญิงสาวจึงรีบตัดสินใจตกลงอย่างรวดเร็วโดยที่เขาชักชวนเพียงไม่กี่ประโยค...

บางทีสวรรค์คงจะรู้ว่าเธอรู้สึกอ้างว้างเพียงใดหลังเพื่อนสนิทต้องแยกออกไปแต่งงาน จึงได้ประทานลิงชิมแปนซีน้อย(ซะที่ไหน)มาอยู่เคียงข้างเธอจนลืมคำว่า เหงา ไป

การมาครั้งนี้ไม่ทำให้เธอผิดหวัง มันเหมือนความฝันที่อยากจะมายืนชิดขอบรันเวย์สักครั้งในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจได้อย่างไม่มีวันลืม

แฟชั่นโชว์ชุดแรกเป็นคอนเซ็ปต์ที่ดึงความเป็นลอนดอนผ่านสายฝนโปรยปรายซึ่งใช้เกล็ดกระดาษสะท้อนแสงแวววาวร่วงหล่นลงมาขณะที่นางแบบกำลังเดินอยู่ ส่วนโชว์ที่สองก็จัดในห้องอาหารแสนหรูหราและให้นางแบบเดินตามระหว่างโต๊ะอาหารแสนอร่อยที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบซึ่งเป็นการได้รับชมอย่างใกล้ชิด

                หลังจากชมแฟชั่นโชว์สองงานแสนอลังการติดต่อกัน หญิงสาวก็รู้สึกว่าตัวเองยังไม่เต็มอิ่มกับโชว์ที่ผ่านมาสักเท่าใดนัก เพราะเธออยากจะเห็นมันอีกหลายๆ โชว์เพื่อเพิ่มไอเดียในการออกแบบเสื้อผ้าใหม่ แต่ทว่างานก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว นิชานันท์เพียงได้แต่หวังว่าในงานครั้งหน้าผู้บริหารสุดใจดีที่อาสาเป็นสปอนเซอร์ในครั้งนี้จะเมตตาชวนเธอมาดูอีก

ในช่วงสามวันมานี้นิชานันท์ได้ทำหน้าที่เลขาที่ดีให้แก่ผู้บริหารหนุ่มสุดไฟแรง ยามเขาเข้าไปคุยกับเจ้าของแบรนด์หรือนักธุรกิจคู่ค้า หรือแนะนำตัวในสังคมก็ต้องมีผู้ช่วยจำเป็นคอยอยู่เคียงข้าง ซึ่งเธอก็ปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดีทั้งในด้านเก็บรายละเอียดของการรับชมเพื่อนำไอเดียไปปรับใช้หรือแม้กระทั่งเมื่อเขาปรึกษาว่าน่าสนใจหรือไม่ที่จะติดต่อขอเป็นผู้นำเข้าแบรนด์ ซึ่งน่าแปลกว่าแม้ทั้งคู่จะไม่เคยทำงานร่วมกัน แต่พอได้มีโอกาสแล้วกับเข้าขาได้เป็นอย่างดี แต่ที่น่าแปลกยิ่งกว่าก็คงจะไม่พ้นเมื่อตอนธนาวุฒิแนะนำเธอให้ผู้ร่วมสนทนาทั้งหลายฟังว่า She is my partner.

แม้ทีแรกฟังออกจะตงิดๆ ในความหมายเพราะแอบสะดุ้งคิดไปเองว่าคำนี้มันก็ใช้กับคู่สมรสหรือสามีภรรยาได้เหมือนกัน แต่หากมีสติฟังเขาพูดต่อก็จะรู้ว่าเขาไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น เพราะผู้บริหารหนุ่มอธิบายเพิ่มเติมว่าพวกเรามีโปรเจ็คที่ต้องทำร่วมกันซึ่งอีกฝ่ายก็เข้าใจทันที หญิงสาวจึงยิ้มตอบรับเป็นการสนับสนุนความน่าเชื่อถือแม้ว่ามันจะดูแหยมากก็ตาม

อิตาบ้านี่เก่งจริงเชียวเรื่องใช้คำพูดสองแง่สองง่ามเนี่ย!

ทว่าในงานธนาวุฒิก็ดูโดดเด่นและสง่างามมาก มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เดินเข้ามาทักทายเขาและพูดคุยเรื่องธุรกิจ รวมถึงพูดชื่นชมในการผลักดันการค้าปลีกอุตสาหกรรมเสื้อผ้าในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านซึ่งทาง B&N Group ลงทุนและมีส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายและให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

วันนี้ธนาวุฒิบอกให้เธอรีบตื่นมาแต่เช้าเพื่อออกมาเดินเล่นกัน เขาพาเธอมาเดินแถวบริเวณ London Bridge ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของลอนดอน และพาเธอเดินผ่านสะพานจนไปถึงตลาด Borough Market ที่เป็นตลาดซึ่งมีของจำนวนมากมายและหลากหลายขายอยู่ เธอซื้อเชอรี่ผลสีแดงคล้ำสวยที่ใส่ๆไว้ในแก้วพลาสติกมาทานอย่างอดใจไม่ไหว เพราะปกติเธอเป็นคนชอบมันอยู่แล้ว พร้อมกับน้ำบลูเบอรี่สีสวย ขณะที่เขานั้นซื้อฟิชแอนด์ชิปหรือที่เรียกง่ายๆ ก็คือมันฝรั่งและปลาทอด ซึ่งเป็นอาหารฮอตและฮิตของที่นี่

นิชานันท์นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ยาวซึ่งพอมีที่ว่างสำหรับนั่งสองคน

แล้วนี่พรุ่งนี้เราก็กลับกันแล้วใช่ไหมเธอถามเพราะถ้าจำไม่ผิดเขาบอกว่ามาที่นี่ประมาณสามวัน

ก็...ไม่รู้สิเห็นว่าเลขาผมยังจองตั๋วให้ไม่ได้เลย

อะไรนะ!?” คนมาด้วยที่ไม่รู้ว่าตัวเองไม่มีตั๋วขากลับเบิกตากว้าง นี่เธอใจง่ายเกินไปใช่ไหมถึงได้ติดสอยห้อยตามชายหนุ่มมาถึงขนาดไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่รับผิดชอบจองตั๋วขากลับให้!

ทำไมต้องทำท่าตกใจขนาดนั้น เดี๋ยวก็หาตั๋วได้ ไม่นานหรอกโอเค๊?” คนชวนมาไม่ได้มีท่าทีว่ารู้สึกผิดเลยสักนิด เขามีหน้ามาหยิบมันฝรั่งชิ้นหนึ่งยื่นให้โดยไม่ได้ดูใบหน้าที่บูดบึ้งของเธอกินไหมคุณ

ไม่เอาอ่ะ คุณกินเถอะ ฉันไม่ชอบของทอดคนรู้สึกเคว้งเล็กๆ เหมือนถูกทิ้งกลางทะเลปฏิเสธพร้อมกับหยิบเชอรี่ผลหนึ่งขึ้นมาเข้าปากช้าๆ ด้วยใบหน้าตูมๆ โดยไม่รู้ว่าตัวเองได้สร้างภาพที่สวยงามและเย้ายวนเข้าให้กับคนที่เชิญชวนเธอกินเมื่อครู่เข้าให้แล้ว

ปากบางๆ กัดผลเชอรี่เข้าปากแล้วเคี้ยวเบาๆ ก่อนจะใช้ลิ้นน้อยๆ ไล้เลียริมฝีปากตัวเองเร็วๆ เบาๆ แม้จะยังขุ่นเคืองหากแต่เธอก็ยังดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ ธนาวุฒิมองภาพนี้อย่างช้าๆ โดยจดจ่อไม่ละสายตาไปไหน

คุณ...มีอะไรติดที่หน้าฉันรึเปล่าคนที่ยั่วยวนโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่หันมาถามด้วยความสงสัยเมื่อเขาเอาแต่มองเธอตั้งแต่ก่อนกินเมื่อครู่

อ่อ ไม่มีนี่คนต้องมนต์สะกดส่ายหน้ามึนๆ หลังจากกลืนน้ำลายไปเฮือกใหญ่

ภาพในสมองของเขามีฉากจินตนาการอันล้ำลึกให้คิดไปไกลว่าถ้าหากเขาได้กินผลเชอรี่ลูกเดียวกันกับเธอและกัดในเวลาพร้อมกัน...ระหว่างผลเชอรี่และผิวริมฝีปากบางสีระเรื่อที่เคลือบด้วยลิปมันอ่อนๆ ที่อยู่ตรงหน้านั้นอะไรที่จะให้รสชาติหอมหวานกว่า

แล้ว...ทำไมต้องมองฉันแปลกๆ ด้วยล่ะ หรือว่า...คนถูกซักรีบเสตามองไปทางอื่นอย่างมีพิรุธ ทว่าก็ต้องหันมามองหน้าทันทีกับข้อสันนิษฐานที่เหมือนเข้าไปนั่งกลางใจเขาของนิชานันท์ คุณอยากกินเชอรี่ใช่ไหม?!” มือบางรีบหยิบ ลูกเชอรี่ขึ้นมาลูกหนึ่ง โดยนิ้วของเธอคีบที่ก้านของมัน

งั้นก็กินสิ ฉันใจดีให้กินด้วย เอาสิคะหญิงสาวยื่นผลเชอรี่ให้อย่างใจดี ทว่าชายหนุ่มก็ยังคงมองโดยไม่ยอมยื่นมือเข้ามารับ หากแต่มัวกระพริบตาปริบๆ ใส่

อ้าว พอให้แล้วก็ไม่กินอีก ฉันกินเองก็ได้

หมดเวลาความอดทนหญิงสาวก็ชักมือกลับ ทว่าข้อมือเล็กถูกมือหนารั้งไว้ แล้วจู่ๆ คนที่เมินเฉยต่อผลเชอรี่แดงก็ยื่นหน้าเข้ามารับผลจากมือเธอด้วยการดึงและกัดจนผลมันหลุดออกจากก้าน สร้างความตกใจให้ผู้ถือไม่น้อย ดวงตาสวยเบิกตากว้างด้วยความตกใจพร้อมกับมองคนต้นเหตุที่ทำให้เธอตะลึงอยู่เช่นนี้

อร่อยดีเหมือนกันเนอะ เขาเคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนทำให้หญิงสาวที่เตรียมตัวจะต่อว่าได้แต่อ้าปากค้าง...นี่คงเป็นเรื่องปกติของเขาสินะ

อะ อื้ม อะ อร่อยดีใบหน้านวลพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ผิวแก้มเนียนสวยด้วยสีน้ำผึ้งสว่างเป็นสีชมพูอ่อนระเรื่อชวนให้น่ามองอย่างเพลินตา

คนขี้(หึง)หวงแทบจะเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่ไม่ได้อยู่หลายครั้ง เมื่อดูเหมือนว่า ผู้หญิงของเขาจะเป็นที่ต้องตาของคนที่พบเห็น ชายหนุ่มสังเกตได้ว่าผู้ชายตาน้ำข้าวหลายคนมองมาคนที่นั่งข้างๆ เขาอยู่หลายที

ยิ่งได้คิดยิ่งได้มองคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ยิ่งหวงหนักมากขึ้น นิชานันท์เป็นคนตัวเล็ก มีโครงหน้าสวยเด่นชัดรับกับโหนกแก้มที่โดดเด่นชวนให้ดูมีมิติจึงไม่แปลกที่จะเป็นที่หมายปองของชาวต่างชาติในแถบตะวันตก ยิ่งเวลาเธอยิ้ม ดวงตากลมโตกับริมฝีปากสวยก็เข้ากันอย่างเหมาะเจาะ ผิวสีน้ำผึ้งที่สว่างสวยอย่างพอดีแล้ว ก็ยิ่งทำให้เสน่ห์ของนิชานันท์ดูล้นหลามจนหลายคนต้องสะดุดหยุดมองเธอไปทันที

นิชานันท์เองไม่ได้รู้สึกรู้สาใดๆ ว่าตัวเองกำลังเป็นที่หมายตาของชายหนุ่มหลายคน หญิงสาวมัวแต่ก้มหน้าก้มตากินโดยไม่สนรอบข้าง เธอพยายามทำตัวให้เป็นปกติเพื่อลืมกับการจู่โจมของคนที่นั่งข้างๆ เมื่อครู่ ซึ่งเลี่ยงได้ไม่นานชายหนุ่มต้นเหตุก็เรียกเธอให้หันไปสนใจพร้อมกับมันฝรั่งทอดที่จ่ออยู่แทบชิดกลีบปากบาง

ผมกินของคุณแล้ว คุณก็ทานของผมบ้างสิ

หญิงสาวมองเขาตาปริบๆ พร้อมกับถอยใบหน้าห่างเล็กน้อย ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันไม่ชอบของทอด

ที่บอกว่าไม่ชอบนี่ไม่ชอบจริงๆ หรือกลัวอ้วนกันแน่

ธนาวุฒิพูดถูกที่บอกว่าไม่ชอบเพราะเธอกลัวอ้วน ที่จริงแล้วเธอค่อนข้างชอบของทอดกรอบ ทว่าเธอห้ามตัวเองไม่ได้ ถ้าต้องทานให้น้อยลงสู้ตัดขาดมันไปเสียจะดีกว่า

มะ ไม่กินอ่ะ คุณกินเถอะ

อย่าปฏิเสธเลย ดูสายตาคุณสิ ผมรู้ว่าคุณอยากกิน กินๆ เถอะ นะๆคนใจดียังคงคะยั้นคะยอจนนิชานันท์ต้องอ้าปากงับไว้เพื่อตัดปัญหาไป ส่วนคนที่ตอบแทนคุณก็ยิ้มแก้มปริอย่างพึงพอใจจนเสนอป้อนเธอต่อ แต่หญิงสาวก็เอาแต่ปฏิเสธไม่รับของตอบแทนนั้นอีก

แม้จะไม่ได้มีโอกาสป้อนต่อ แต่ธนาวุฒิก็คอยหยอกล้อหาเรื่องคุยให้เธอยิ้มและหัวเราะ ซึ่งพอคนนอกมองดูแล้ว พวกเขาก็คล้ายกับคู่รักที่พากันมาเดต ณ ที่ตลาดแห่งนี้...

ปกติแล้วระหว่างคนทั้งสองพวกเขาแทบไม่ได้คุยอะไรกันในเรื่องสบายๆ เท่าไรนัก หากแต่ครั้งนี้เขาเล่าให้ฟังถึงครอบครัวของเขาและสิ่งที่เขาเคยประสบและฝันมาตั้งแต่เด็ก

การพูดคุยกับธนาวุฒิครั้งนี้เหมือนไม่มีเหตุผลและความรู้สึกใดมาขวางกั้น...ไม่มีคำว่าเพื่อนร่วมทำงาน...หรือแม้แต่คนที่เคยจีบเพื่อนของเธอ...

 “คุณเชื่อไหมว่าตอนเด็กๆ ผมฝันว่าอยากเป็นอะไรคนตัวสูงพูดขณะที่เธอและเขากำลังเดินตามทางเดินเท้าข้างถนนมาเรื่อยๆ

อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นไม่ค่อยร้อนเหมือนเมืองไทย แต่ก็ไม่ได้หนาวจนเกินไป ออกจะสบายเหมือนอยู่ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศมากกว่า หญิงสาวจึงสวมเพียงเสื้อยืดแล้วคลุมด้วยแจ็คเก็ตหนังตัวใหญ่หนึ่งตัว ส่วนชายหนุ่มที่เดินข้างๆ ก็อยู่ในเสื้อแขนยาวคอเต่า สีเบจที่ไม่หนามากเช่นกัน

อย่างคุณฉันว่าตอนเด็กต้องอยากเป็น... นายแบบหรือนักแสดงแน่เลยใช่ไหม?”

คนฟังเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ทำไมคุณถึงคิดว่าผมอยากเป็นพวกดารา หรือนายแบบล่ะ

ก็...คุณดูแต่งตัวพิถีพีถันกว่าผู้ชายทั่วไป อย่างกับพวกนายแบบหรือพระเอกเกาหลี บางทีที่คุณทำอย่างนี้อาจจะเป็นเพราะต้องการสานต่อความฝันตอนเด็กก็ได้

เขายิ้มขำ จนนิชานันท์ต้องขมวดคิ้ว ผมก็แต่งปกตินะ แค่ไม่ชอบแบบสีทึมๆ เรียบๆ แต่งยังไงก็ได้ให้ดูเข้ากัน ที่ออกมาดูดีเพราะว่าทั้งรูปร่าง หน้าตา รสนิยมของผมมันดีมากเองต่างหาก

คนตัวเล็กเบะปากอย่างหมั่นไส้กับความหลงตัวเองของเขาแล้วก็ต้องหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ มันก็คงอาจจะจริงอย่างที่เขาว่า หากมองอย่างไม่มีอคติแล้วเขาก็หน้าตาดีเหมือนระดับพระเอกคนหนึ่งอย่างน้อยก็สามารถไปแคสติ้งไปเล่นละครหรือภาพยนตร์ผ่านได้ง่ายๆ แน่

แล้วคุณล่ะ ตอนเด็กอยากเป็นอะไรคนรสนิยมดีถามย้อนกลับ หญิงสาวจึงยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะตอบกลับไป

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนเด็กฉันอยากเป็นอะไร พอใครถามฉัน ฉันก็ตอบว่าอยากเป็นครู อยากเป็นดารา เป็นทุกอาชีพที่ฉันเคยเห็น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบ แต่ที่แน่ๆ ฉันรู้ว่าตัวเองชอบเล่นตุ๊กตาบาร์บี้ นั่งเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอยู่เป็นวันเลย

คนฟังยิ้มขำ นั่นน่ะสิ คุณถึงได้มาเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าเองไง

แต่พ่อฉันก็ไม่ได้ชอบแล้วก็ภูมิใจกับฉันเลยนะคะคนเดินข้างๆ มองเธออย่างสนใจพ่อฉันไม่พอใจมากที่ฉันไม่ยอมไปทำงานบริษัท ฉันเลือกที่จะทำตามในสิ่งที่ตัวเองชอบ และท่านก็โกรธมาก แต่ก็พยายามให้พี่ชายมาพูดคะยั้นคะยอให้ฉันไปทำงานด้วย แต่ว่าฉันก็ยังยืนกรานที่จะไม่ไปทำงานด้วยอยู่ดี มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านเคยพูดตัดขาดฉันด้วยนะ บอกให้ฉันออกจากบ้านไป แล้วไม่ต้องกลับมาอีก แต่ฉันก็ยังคงทนอยู่ เพราะว่าแม่ขอร้องให้ฉันอยู่...

เสียงของเธอดูหม่นลงจนคนฟังสัมผัสได้ สายตาของเธอเริ่มมองต่ำ ...แต่ทุกอย่างก็...ผ่านพ้นไป ตอนนี้พ่อกับฉันก็ยังมองหน้ากันไม่ติด ท่านยังไม่หายโกรธ แต่ก็ถือว่าเรื่องทุกอย่างก็ไม่ได้เลวร้ายกว่านี้…”

คนที่เผลอจมกับอดีตถอนหายใจอย่างลืมตัว ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าบ่นในเรื่องไม่เหมาะสมเข้าแล้ว ขอโทษด้วยนะคะ ที่เผลอพูดเรื่องน่าเบื่อๆ ไร้สาระออกมา คุณบอกว่าข้างหน้ามีร้านอาหารอร่อยๆ ใช่ไหม งั้นเราก็รีบเดินกันดีกว่าค่ะ ฉันหิวแล้ว

คนตัวเล็กก้าวเร็วๆ นำคู่สนทนาไปไกล โดยไม่ได้รู้เลยว่าอีกฝ่ายมองตามหลังเธอด้วยความรู้สึกบางอย่าง... 

 

 หลังจากไปทานอาหารกลางวันกันต่อ ชายหนุ่มก็พาเธอไปเดินที่สวนสาธารณะ  Hyde Park ที่เปรียบเหมือนสวนลุมพินีที่ประเทศไทย มีผู้คนจำนวนไม่น้อยมาพักผ่อนที่นี่ ทั้งสองคนพากันมาเดินเล่นชมตามสวนพร้อมกับสนทนากันอย่างออกรสอย่างเพลิดเพลินโดยต่างลืมที่จะไม่ถามหรือขุดเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวของอีกฝ่าย เพราะธนาวุฒิก็ไม่อยากจะให้เธอนึกถึงเรื่องที่รู้สึกไม่ดีในยามที่น่าจะมีความสุข ส่วนนิชานันท์ก็คิดว่าไม่เหมาะเท่าไรที่จะพูดให้เขาฟังและบางทีเขาอาจจะไม่ชอบผู้ชายคงไม่ได้อยากรู้เรื่องราวอะไรของผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้สนใจด้วยเท่าไร

ดูเหมือนว่าคุณจะชอบที่นี่นะธนาวุฒิเห็นหญิงสาวดูกระตือรือร้นและสายตาพราวซึ่งมองรอบตัวอย่างตื่นเต้น

ชอบจนอยากจะย้ายมาอยู่เลยล่ะค่ะ มันเหมือนเราได้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมไปเลย ไม่มีปัญหารถติด ไม่ต้องมาแคร์สายตารอบข้างหรือแม้แต่เรื่องงาน

ครับ การอยู่อย่างนี้ก็เหมือนจะโอเคนะ แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีภาระและหน้าที่อีกมากที่ต้องกลับไปทำนิชานันท์มองด้วยความทึ่ง บางทีเขาก็พูดจาเป็นการเป็นงานได้เหมือนกันแฮะ ยิ่งตอนอยู่ในงานโชว์เมื่อวานเขาก็ดูโดดเด่นและมีภาพลักษณ์ที่ดีมากทั้งในแง่ของความสามารถ หรือแม้แต่บุคลิกหรือรูปร่างหน้าตา

ค่ะ เอาเป็นว่าฉันไม่ชวนคุณพูดเรื่องงานดีกว่า เครียดหมดเลย...เสียดายที่ฉันไม่ได้เอาชุดออกกำลังกายมาด้วย ที่นี่เหมาะกับการวิ่งมาก

ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมพามาใหม่ คราวหน้าแก้ตัวได้เลยเขาพูดอย่างใจป้ำ ตลอดทริปนี้ธนาวุฒิเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด รวมถึงการพาไปรับประทานในร้านอาหารหรูๆ ทั้งหลายด้วย โดยเขาอ้างว่าทั้งหมดมันเป็นหน้าที่ความผิดชอบของเขาที่เป็นคนพาเธอมา

ว่าแต่...คุณรู้ได้ยังไงคะ ว่าฉันเล่นอยู่ที่ยิมไหน ปกติแล้วฉันไม่เคยเห็นคุณเลย อย่าบอกนะเพิ่งมาเล่น ก็เลยเพิ่งมาเจอกันจู่ๆ นิชานันท์ก็นึกอยากถาม หลังจากที่ไปพบเขาที่ยิมซึ่งออกกำลังกายเป็นประจำบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยปริปากแม้ว่าจะสงสัยมากก็ตามที คงเพราะในช่วงที่อยู่เมืองไทยเธอมีอคติในเรื่องของอารยามากและทำทีเป็นไม่สนใจเขา ไม่ได้เปิดใจที่จะคุยกับเขาเช่นนี้ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

จู่ๆ ร่างสูงก็หยุดเดิน คนตัวเล็กจึงต้องหยุดเดินไปด้วย ใช่ พอดีว่าผมได้ยินว่าที่นั่นดี เลยเพิ่งไปสมัครแล้วผมก็ได้ยินจากหลินมาด้วยว่าคุณชอบไปเล่นที่ยิมนั้น

นิชานันท์เม้มปากแน่น เขาคงจะยังคุยกับอารยาในฐานะพี่น้อง ซึ่งตอนนี้คงอยู่ในระยะทำใจสินะ

อากาศแบบนี้ออกกำลังกายก็คงไม่ร้อน คงเย็นสบายดีเนอะเธอรีบปรับสีหน้าแล้วพยายามเปลี่ยนเรื่อง

บ่อยเหมือนกันนะที่ผมออกกำลังกายช่วงดึกแล้วพักจนลืมตัว พอเหงื่อออกก็ลืมอาบน้ำไปเลยคนที่อยู่ในมาดดูดีพูดอย่างหนักแน่น และไม่นึกอายเลยสักนิด

อี๋ เหม็นแย่น่ะสิคะ คุณไม่รู้สึกเหนียวตัวบ้างเลยเหรอคนรักสุขอนามัยแสดงท่าทีออกอย่างชัดเจน

ไม่นะ แล้วที่สำคัญไม่เห็นเคยมีใครว่าผมตัวเหม็นเลยสักคน บางทีผมอาจจะหอมมากเลยด้วยซ้ำ แต่คงหอมไม่เท่า...

ยังมีอะไรอีกคะ ที่จะห๊อมหอมเกินตัวคุณอีกเธอแกล้งพูดประชด

“…ตัวคุณไง

คนทะลึ่ง! อย่ามาพูดล้อเล่นแบบนี้สิร่างเล็กโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง เธอยกมือหมายจะทุบเขาทีหนึ่งแต่ก็ตัดสินใจไม่ทำแล้วก้าวเร็วๆ ห่างไปเพื่อหนีความอับอาย แต่หากหญิงสาวก็ยังแพ้คนขายาวที่เดินไล่ตามมาจนทันอยู่ดี

นี่คุณคิดว่าผมคิดทะลึ่งกับคุณเหรอ ผมพูดจริงๆ นะ มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องหันหน้าเข้ามาเปิดอกพูดกัน...

 “พูดอะไร แล้วที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่ได้พูดกันอยู่หรือไง เมื่อไรจะหยุดแกล้งกันสักที!” หญิงสาวใบหน้าแดงก่ำ เธอสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวออกไปอย่างเร็วเหมือนล่วงรู้แล้วว่าเขาจะพูดอะไรต่อ..บางสิ่งที่อาจล้อเล่นกับความรู้สึกเธอ

มาเป็นแฟนผมสิ...เสียงทุ้มยังคงเอ่ยขึ้นให้หญิงสาวได้ยิน ซึ่งก็ได้ผลเมื่อร่างเล็กชะงักแล้วไม่ได้ก้าวต่อไปข้างหน้าก่อนจะหันกลับมามองเขา นิด...เรามาคบกันเถอะ...


แจ้ง E-BOOK เรื่อง #ผูกรักฝากหัวใจ ออกแล้วนะคะ ทั้ง Meb, Hytext, Naiin จ้า

Link: พี่เมพ จิ้มๆๆที่รูปนี้เลย ใครมีเล่มหรือชอบเฉยๆ อย่าลืมเข้าไปให้กำลังใจด้วยนะ 555 #มีความขอ

V

V

V


 เรื่องนี้เป็น 1 ในสามของซีรี่ย์ 1 'ผูกรัก' นะคะ แยกอ่านก็ได้ อ่านทั้งหมดก็ฟิน (หนัก) อิอิ 

หาซื้อได้ที่ร้านนายอินทร์ ซีเอ็ด ร้านหนังสือทั่วไปหรือที่เว็บไซต์สำนักพิมพ์ เว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ ได้เลย

เห็น สนพ. มีโปรนะ เห็นๆ 3 เล่มเหลือแค่ 813 บาทเองงง

ส่วน E-BOOK ออกแต่ของแอพ สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ นะคะ ส่วน MEB, Hytext อาจจะต้องรออีกนิดดด


 อย่าเพิ่งเบื่อกันเด้ออจ้า ถ้าอัพตัวอย่างจบถึงตอนที่ 12 จะปล่อยตอนพิเศษ นอกบทออกมาให้อ่านกันนะคะ

PS.ฝาก แฟนเพจ FB ด้วยนะจ๊ะ >>>> ฟ้าน้ำค้าง

เอาไว้อัพเดตนิยายเรื่องต่อไป ตอนพิเศษเรื่องเก่าๆ และ NC กะโหลกกะลา 5555
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

472 ความคิดเห็น