นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

Criminal Girls x Kuroko no Basuke: Meeting of Seven Colors

หนึ่งเป็นนักเล่นบาสเกตบอลม.ปลายระดับตำนาน อีกหนึ่งเป็นเหล่าเด็กสาวที่คืนชีพมาจากนรก ที่สองชะตามาบรรจบกัน เป็นเพียงหนึ่งวันที่แสนธรรมดา

ยอดวิวรวม

89

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


89

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 ก.ค. 61 / 13:13 น.
นิยาย Criminal Girls x Kuroko no Basuke: Meeting of Seven Colors

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 
 
Criminal Girls: Invitation
 
 
Kuroko no Basuke
 
PBW:“ก่อนอื่นใดขอกล่าวขอโทษต่อวงการฟิคที่เขียนเรื่องแบบนี้ขึ้นมา กล่าวขอโทษคนอ่านทุกคนที่มาเสียสมองกับการอ่านเรื่องนี้ กล่าวขอโทษตัวละครทุกตัวที่เขียนขึ้นมาโดยไม่ไต่ถามความสมัครใจ
 
DX:“อะไรจะขนาดนั้น
 
PBW:“ลังเลอยู่นานมากว่าจะลงดีมั้ย จรรยาบรรณส่วนตัวบอกอย่าลงเลย มันเสียมารยาทต่อเรื่องต้น แต่แล้วความเสียดาย(มาก)ที่อุตส่าห์เขียนจบ(ไปตั้งเดือนกว่า)แล้วก็ชนะ ทำให้เอามาลงจนได้ เป็นเรื่องที่ไร้ซึ่งแก่นสาร เขียนอย่างไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี มีแต่ความพอใจส่วนตัวของคนเขียน ปราศจากการคำนึงถึงคนอ่านโดยสิ้นเชิง
 
...เอาล่ะ เมื่อรับรู้โดยทั่วกันแล้วจากนี้ไปก็ขอไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนแล้ว
 
อย่างที่เห็นจากไตเติ้ล สองเรื่องไม่มีความเชื่อมโยงอะไรกันเลย ภาพก็คนละแบบ เรื่องก็คนละแนว แล้วมาครอสกันได้ยังไง? เรื่องนี้แม้แต่คนเขียนก็ไม่อาจตอบได้ แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว
 
ถ้า x พบ y จะเป็นอย่างไร
 
เป็นฟิคที่แต่งบนฐานง่ายๆ คลาสสิกๆ ซิมเปิลทันจุนมากๆ  ระหว่างนักบาสชายกับเหล่าเด็กสาวผู้คืนชีพมาจากนรก ถ้าอยากเห็นหน้าตัวละครก็ลองค้นดู
 
PBW:“No Cross-Pairing โว้ย
 
DX:“เฮ้ย เป็นคนเขียนรักษาอาการหน่อย
 
PBW:“No Yaoi No Shounen Ai และไม่ยกลูกสาวให้ใครทั้งนั้นเฟ้ย ถึงจะเป็นสุภาพบุรุษแบบคุโรโกะก็ช่าง บ้านนี้ลูกสาวสวย หมาดุ แต่ลูกสาว(คนเดิม)โหดกว่า จำไว้
 
DX:“รักษาอาการโว้ย!”
 
Sensei:“นั่นมันนักเรียนของฉัน
 
PBW:“หวงแทนไง
 
เนื่องจากจำนวนผู้ที่พบฟิคนี้ประกอบด้วยคำคัดกรอง Kuroko 95%  Criminal Girls 0% เข้าทางไอดีคนเขียน(มีอะไรน่าสนใจ?)อีก 5%  จะไม่มีการ(และไม่มีความจำเป็นที่ต้อง)แนะนำฝั่งคุโรโกะมากกว่าแค่พอเป็นพิธี ขณะเดียวกันฝั่ง Criminal Girls อาจต้องใส่หนักหน่อย(ถูกใจยิ่งนัก) รวมทั้งเรื่องการใช้ตัวหนังสือสีเพื่อแยกแยะว่าใครเป็นใครด้วย
 
PBW:“ดีเลย จะได้อวดลูกสาวเต็มที่
 
DX:“รีบเรียกสติคืนมาได้แล้ว
 
PBW:“ฟิคนี้เขียนเพื่อตัวเองเต็มที่เลย ไม่ได้คิดถึงคนอ่านซักนิด...ยังสงสัยตัวเองอยู่ว่าเอามาลงทำไม? ถือว่าโปรโมตเกมให้เขาละกัน ยังไงก็ชอบเกมค่ายนี้เยอะ
 
ถ้าใครอยากเห็นรูปว่าใครเป็นใครเซิร์ชเอาเอง เข้ามาอ่านได้ต้องมีอินเทอร์เน็ตกันล่ะ
 
อนึ่ง เนื่องจากคนเขียนอ่านมังงะแปลอังกฤษ/ดูอนิเมะพากย์ญี่ปุ่นซับอังกฤษ/เล่นเกมด้วยสคริปต์ญี่ปุ่น คำศัพท์ต่างๆ ที่ใช้ในฉบับแปลไทยจะไม่มีในสมองเลย ผู้อ่านอาจจะมีอาการ ? งอกเหนือศีรษะได้ก็ขอ...ขอให้ไปศึกษาเอาเองเหอะ
 
PBW:“ยังไงซะถ้าไม่ใช่คนที่ทั้งอ่าน/ดู Kuroko no Basuke และเล่น Criminal Girls ซึ่งเป็นประชากรที่มีอยู่แค่หยิบมือแล้ว ก็รับอรรถรสได้แค่ 30% อยู่ดี
 
...
 
ลืมบอกไป ช่วงเวลาของฟิคนี้สำหรับฝั่ง Kuroko no Basuke คือพวกคุโรโกะอยู่ปีสามกันแล้ว
 
PBW:“เอ๊ะ ทำไมมันยาวจังฟะ? ใครที่อ่านรวดเดียวหนึ่งชั่วโมงไม่ได้ก็อย่าลำบากเลยละกันนะ

~

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ก.ค. 61 / 13:13


Meeting of Seven Colors
 
~
 
กำลังรอสายคุณอยู่เลย
 
#ผมรีบเท่าที่ทำได้แล้ว#
 
แล้วเรื่องนั้นเป็นยังไงบ้างครับ?
 
#ผมทำให้เขาสัญญาไม่ได้ ยอมแค่ไปเจอกับคุณเท่านั้น#
 
ฮะๆ  เขาเป็นคนอย่างนั้นล่ะครับ แค่ยอมมาพบด้วยก็ต้องขอบคุณแล้ว ถ้าอย่างนั้นนัดเป็นเมื่อไหร่ดีครับ?
 
#ผมว่างตลอด พวกคุณมากกว่าที่น่าจะยุ่งกับการซ้อม เลือกเวลาที่พวกคุณสะดวกได้เลยครับ#
 
ถ้าอย่างนั้นวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้เป็นยังไงครับ? วันนั้นอยู่ในช่วงพักผ่อนของชมรมก่อนออกค่ายฤดูร้อน เท่าที่ทราบพวกเขาเองก็เช่นเดียวกัน
 
#ผมไม่มีปัญหา ถ้าคุณมั่นใจก็ตกลงตามนั้น#
 
ถ้าอย่างนั้นหลังจากยืนยันกับพวกเขาแล้วผมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะครับ
 
#ครับ ขอบคุณมาก#
 
แล้วพบกันครับ
 
#แล้วพบกันครับ#
 
[...]
 
[.....]
 
สิ่งแรกที่มิโดริมะ ชินทาโร่ทำหลังจากตื่นเช้ามาทุกวันอย่างไม่มีพลาดก็คือเอื้อมมือข้างขวาไปที่ข้างหมอนเพื่อหยิบแว่นตาที่วางพับเก็บอย่างเรียบร้อยขึ้นมาสวม
 
หลังจากนั้นก็เป็นกิจวัตรยามเช้า ลุกจากฟูก เก็บกวาดห้อง ทำความสะอาดร่างกาย เปลี่ยนเครื่องแต่งกายและไปที่ห้องนั่งเล่น
 
วันนี้ของช่วงปิดเทอมฤดูร้อนที่ชมรมยังมีซ้อมช่วงเช้า ดังนั้นถึงแม้จะไม่มีการเรียนการสอนเขาก็ต้องไปที่โรงเรียน สำหรับมิโดริมะ ชินทาโร่ที่ดำเนินชีวิตตามแบบแผนอย่างแม่นยำทุกกระเบียดนิ้ว สิ่งที่เขาต้องทำในตอนเช้าไม่เปลี่ยนแปลง
 
หลังจากกล่าวอรุณสวัสดิ์กับคุณแม่มิโดริมะก็เข้าไปนั่งที่โต๊ะซึ่งมีอาหารเช้าวางเตรียมไว้ นั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมซึ่งสามารถมองเห็นโทรทัศน์ได้
 
มิโดริมะ ชินทาโร่รับประทานอาหารเช้า ข้าวหนึ่งชาม ซุปมิโสะ และเครื่องเคียงเช่นผักดองกับสาหร่าย บ้านเขาค่อนข้างเคร่งธรรมเนียม อาหารเช้าวันนี้เป็นสัญลักษณ์ได้อย่างดี พูดถึงเรื่องนั้น ที่เขาเลือกเข้าศึกษาที่โรงเรียนมัธยมปลายชูโทคุนอกจากชมรมบาสเกตบอลเข้มแข็งแล้วอีกเหตุผลหนึ่งก็คือข้อนี้เอง ต่างจากโรงเรียนอื่นบางโรงเรียน เช่นโรงเรียนหนึ่งที่เขาจำชื่อไม่ได้ที่ชมรมบาสฯออกตัวเชิญเยาวชนต่างชาติมาร่วมทีมด้วยตัวเอง
 
การดำเนินชีวิตที่เป็นระเบียบของเขาก็ได้มาจากความเป็นระบบระเบียบภายในบ้านนี้เอง และขณะนี้ก็กำลังจะถึงเวลาหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญอันดับต้นๆ ในตารางเวลาของเขา
 
ช่วงทำนายดวงชะตาของรายการโอฮาอาสะ
 
#มาถึงช่วงดวงประจำวันนี้ของท่านผู้ชมกันแล้วนะคะ!#
 
มิโดริมะหยุดการรับประทานอาหารเช้าชั่วขณะเพื่อตั้งใจฟัง สำหรับผู้ที่ทำทุกสิ่งภายใต้ความสามารถของมนุษย์อย่างเต็มที่อยู่เสมอ ประโยคที่ออกจากโทรทัศน์นี้จะเป็นตัวตัดสินว่าทั้งวันของเขาจะเป็นอย่างไรเลยก็ว่าได้
 
#ดวงประจำวันนี้ ราศีเมษ—#
 
...
 
หือ?
 
จอภาพกลายเป็นสีดำ
 
มิโดริมะ ชินทาโร่รีบมองไปที่รีโมทซึ่งวางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ยๆ หน้าโต๊ะวางโทรทัศน์ ไม่เหมือนกับครั้งก่อนโน้นที่แมวจรจัดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดและเหยียบปุ่มเปลี่ยนช่อง คราวนี้ไม่มีร่องรอยเช่นนั้นเลย
 
*ครืด!!*
 
เสียงขาเก้าอี้ครูดกับพื้นดังพร้อมกับที่มิโดริมะ ชินทาโร่ลุกพรวดขึ้นและพุ่งไปที่รีโมท
 
เพิ่งจะเริ่มราศีเมษเท่านั้น...! ยังพอมีเวลากว่าจะถึงราศีกรกฎ...!’
 
ด้วยความคิดเช่นนั้นเขาจึงหยิบรีโมทขึ้นมากดสวิตช์เปิด
 
ทว่าจอภาพยังคำเป็นสีดำ เขากดซ้ำอีกสองครั้งโดยไร้ผล
 
รีโมทเสียหรือ? ถ่านหมดหรือ? ถ้าอย่างนั้นคงไม่สามารถทำให้โทรทัศน์ดับไปได้ จากตัวโทรทัศน์เองก็ไม่มีกลิ่นหรือสัญญาณอื่นใดที่แสดงให้เห็นว่าเกิดความเสียหายขึ้น ในสถานการณ์เช่นนี้คำตอบคงมีเพียงหนึ่งเดียว
 
ไฟดับ
 
ไปพร้อมกับชีวิตอันปกติสุขในวันนี้ของเขา
 
ม่ายยยยยย!!~”
 
[...]
 
[.....]
 
ไฟดับเพียงระยะเวลาสั้นๆ  เพียงหนึ่งนาทีกว่าๆ  เวลาเท่านี้ควรต้องชมผู้รับผิดชอบในส่วนระบบไฟฟ้าเสียด้วยซ้ำ หากไม่เพราะว่าเวลาเพียงเท่านั้นก็ทำให้ช่วงทำนายดวงชะตาราศีกรกฏของโอฮาอาสะ(ของวันนี้)ผ่านเลยไปอย่างไม่มีวันกลับ มิโดริมะ ชินทาโร่ก็คงจะคิดชื่นชมเช่นนั้น
 
แต่เพราะเป็นเช่นนั้น ชีวิตของเขาจึงตกอยู่ในวิกฤตที่ไม่ค่อยจะมีให้เห็น ครั้งสุดท้ายก็เป็นช่วงที่อยู่มัธยมปลายปีหนึ่ง กรณีแมวจรจัดเปลี่ยนช่องดังที่กล่าวไป ในครั้งนั้นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเขาตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงหลายต่อหลายครั้งเพราะไม่สามารถหาลัคกี้ไอเทมมาไว้ในครอบครองได้ ยิ่งเป็นแรงเสริมความกลุ้มใจของเขาในครั้งนี้
 
ถ้าเช่นนั้นทางออกของเขาในตอนนี้อยู่ที่ใดกัน? มิโดริมะ ชินทาโร่ผู้ยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านในชุดลำลอง กระเป๋ากีฬาพร้อมชุดสำหรับเปลี่ยนเวลาซ้อมวางอยู่บนพื้นข้างตัว แต่ไม่กล้าก้าวออกไปสู่โลกภายนอกที่เปี่ยมด้วยอันตรายครุ่นคิด
 
ถ้าเป็นตัวเขาเมื่อสามปีก่อนความคิดที่จะขอให้ใครช่วยคงไม่มีทางผ่านเข้ามาในสมองแน่นอน แต่มิโดริมะ ชินทาโร่ในวันนี้เติบโตขึ้นจากตอนนั้น เขามีคนที่ติดต่อได้ในเวลาเช่นนี้ เพียงแค่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
 
...
 
เขากำลังโทรอยู่ รอเดี๋ยว
 
...
 
รับแล้ว
 
#โย่ ชินจัง! คิดถึงฉันขนาดทนรอไปเจอที่ชมรมไม่ไหวเลยเหรอ?~#
 
อย่าพูดเหลวไหลน่ะ ทาคาโอะ
 
ผู้ที่อยู่ปลายสายคือทาคาโอะ คาซึนาริ เพื่อนรวมชมรมบาสฯและรองกัปตันทีม แม้ตัวมิโดริมะ ชินทาโร่เองจะไม่มีวันยอมรับให้ได้ยิน ทาคาโอะคนนี้ก็เปรียบเสมือน คู่หู ของเขา เสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้เล่นบนสนาม และช่วยเหลือ(เป็นบ่าวรับใช้)นอกสนาม อย่างในเวลาเช่นนี้
 
อนึ่ง ชินจัง คือชื่อเล่นที่ทาคาโอะบังคับเรียกมิโดริมะโดยไม่ได้รับอนุญาต(ในทีแรก)
 
#ไม่ต้องเขินๆ แล้วว่าไง? คราวนี้เป็นอะไรล่ะ หาลัคกี้ไอเทมไม่ได้เหรอ?#
 
มาถึงส่วนที่ยากที่สุด มิโดริมะ ชินทาโร่คนนี้กำลังจะยอมรับว่าพลาดช่วงทำนายดวงชะตาของโอฮาอาสะที่หมั่นดูไม่มีขาดราวกับเป็นลัทธิอะไร
 
...ดูไม่ได้ เพราะว่าไฟดับน่ะสิ
 
#โฮะโฮ้ ชินจังคนนั้นก็เลยกลัวจนตัวสั่นไม่กล้าออกจากบ้านเอง ต้องการให้คนขับรถคนนี้ไปรับไปส่งอีกล่ะสินะ~#
 
ไม่ได้สั่นน่ะสิ
 
ส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาไม่อยากติดต่อกับทาคาโอะก็เพราะบทสนทนาเช่นนี้ที่เล่นทุกครั้ง แม้สองปีที่ผ่านมาจะทำให้เคยชินแล้ว แต่ถ้าเลือกได้เขาก็ไม่อยากจะได้ยินมันเสียทุกครั้งแบบนี้
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ติดต่อไปแล้วสิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คือรออยู่ที่หน้าบ้านตัวเอง
 
...
 
.....
 
ในที่สุดใบหน้าที่คุ้นเคยก็ใกล้เข้ามาพร้อมกับพาหนะที่เห็นเป็นประจำ จักรยานพ่วงท้ายด้วยกระบะไม้ แน่นอนว่าคนปั่นคือทาคาโอะ เขามีหน้าที่แค่ต้องนั่ง
 
จักรยานพ่วงท้ายมาหยุดที่หน้าบ้านของเขาพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มของคนปั่น
 
โย่! ท่านผู้โดยสารรอนานมั้ยครับ!”
 
ไม่ช้าไม่เร็วน่ะสิ
 
อนึ่ง การใส่ น่ะสิ(nodayo/nanodayo) ต่อท้ายเป็นนิสัยพูดติดปากของมิโดริมะที่รู้สึกราวกับต้องเน้นย้ำกับคนอื่นไปเสียทุกเรื่อง
 
มิโดริมะคนนั้นแบมือ
 
อะไรเหรอชินจัง?
 
อย่าชักช้า ลัคกี้ไอเทมน่ะสิ
 
ไม่มีอะ
 
ว่าไงนะ?
 
เนื่องจากดวงตามคำทำนายของโอฮาอาสะเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของมิโดริมะ ชินทาโร่ซึ่งเป็นทั้งกัปตันและเอซของชมรมจึงมีผลเกี่ยวพันถึงชะตากรรมของทีมด้วย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเสมือนกฎที่ทาคาโอะซึ่งเป็นรองกัปตันต้องช่วยดูผลทำนายด้วยอีกคนไปโดยปริยาย รวมไปถึงการหาลัคกี้ไอเทมประจำวันเมื่อกัปตันร้องขอ
 
ทว่าวันนี้ดูจะไม่ใช่อย่างนั้น
 
อย่าบอกนะว่าไม่ได้ดู?
 
เปล่าๆ ดูสิดู วันนี้ราศีกรกฎดวงดีเป็นที่สอง แต่ยากตรงลัคกี้ไอเทม
 
หมายความว่ายังไง?
 
ไม่รู้สิ ชินจังตีความ สิ่งของที่ใกล้ชิดกับเทพ ว่ายังไงล่ะ?
 
น่าแปลกใจ เป็นครั้งแรกที่ลัคกี้ไอเทมจากโอฮาอาสะมีเงื่อนไขกำกวมแบบนี้ ปกติจะบอกคุณลักษณะชัดเจน อย่างเช่นตุ๊กตากบ รูปปั้นทานุกิ หรือลูกโป่งสีแดง
 
ทาคาโอะ คงไม่ได้ล้อฉันเล่นหรอกนะ เขาทำเสียงต่ำขู่
 
ชินจังเห็นฉันเป็นคนอย่างนั้นเหรอ เจ็บปวดนะเนี่ย~”
 
เพราะนายเป็นคนอย่างนั้นน่ะสิ
 
ทาคาโอะรู้สึกบันเทิงกับความโชคร้ายของเขาเป็นเรื่องแต่ไหนแต่ไรแล้ว ที่สำคัญกว่าตอนนี้คือจะทำอย่างไรเรื่องลัคกี้ไอเทม นิยามของ สิ่งของที่ใกล้ชิดกับเทพ ครอบคลุมถึงสิ่งใดบ้าง มิโดริมะ ชินทาโร่ครุ่นคิดบนกระบะพ่วงท้ายจักรยาน
 
ไม่ใช่ว่าเขาปักใจเชื่อคำพูดของทาคาโอะร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นที่ตกลงกันในทีมแล้วว่าเรื่องดวงชะตาของกัปตันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และทาคาโอะแม้บุคลิกจะดูไม่เป็นโล้เป็นพายแต่ก็จริงจังเรื่องบาสเกตบอล ดังนั้นโดยตรรกะแล้วไม่น่าจะเป็นคำโกหก
 
เส้นทางไปโรงเรียนที่ผ่านเป็นประจำนั้นผ่านหน้าศาลเจ้าแห่งหนึ่ง เขาไม่เคยใส่ใจเพราะไม่มีธุระให้เข้าไป แต่วันนี้ไม่เหมือนทุกวัน
 
ทาคาโอะ หยุดก่อน
 
ทาคาโอะจอดจักรยาน เขาก้าวลงจากรถพ่วงไปยืนที่หน้าทางเข้าศาลเจ้า มองซุ้มประตูสีแดงที่อยู่ยอดบันได
 
เห~ ถ้าจะหาเทพก็ต้องหาที่นี่สินะ
 
เขาก้าวขึ้นบันไดไปโดยไม่ตอบทาคาโอะ
 
เป็นศาลเจ้าขนาดกลางค่อนไปทางเล็ก ต่างกับศาลเจ้าที่บ้านมิโดริมะไปเป็นประจำในโอกาสสำคัญซึ่งใหญ่กว่านับเท่าตัว วันนี้เป็นวันอาทิตย์จึงมีคนมาบ้างประปรายแม้จะเป็นช่วงเช้า
 
สายตาของมิโดริมะไปหยุดที่กล่องรับบริจาคหน้าตัวศาลซึ่งมีคนยืนอธิษฐานอยู่สองสามคน
 
สิ่งของใกล้ชิดกับกับเทพ...
 
หลังจากชำระกาย(มือซ้ายขวาและปาก)ด้วยน้ำจากอ่างตามธรรมเนียมแล้ว เขาก็เดินเข้าไปหากล่องรับบริจาค ทาคาโอะเดินตามหลัง
 
มาถึงหน้ากล่องรับบริจาค หลังจากก้มศีรษะแสดงความเคารพ เขาก็เริ่มพิจารณาตัวเลือก ข้างหลังไม่มีคนรอคิวจึงไม่ต้องรีบมาก
 
ยกกล่องรับบริจาคไปเลยทั้งกล่องไม่มีทางอยู่แล้ว กระดิ่งที่อยู่เหนือกล่องก็เช่นกัน
 
เอาไงชินจัง? ไหนๆ ก็มาแล้วขอพรกับท่านเทพให้วันนี้โชคดีเลยเป็นไง?
 
เจ้าบ้า ยังไม่ได้ทำทุกอย่างที่ทำได้ก็ไปขอความช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันน่าสมเพชน่ะสิ
 
ถ้าเป็นเมื่อก่อนทาคาโอะอาจโต้กลับมาว่า แล้วที่หวังพึ่งดวงชะตาล่ะ? แต่ทั้งคู่ผ่านจุดนั้นมานานแล้ว
 
หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งมิโดริมะก็นั่งยองลงและหยิบก้อนหินเล็กกว่ากำปั้นเล็กน้อยก้อนหนึ่งที่อยู่ใต้ตู้รับบริจาคขึ้นมา
 
...ชินจัง อย่าบอกนะว่านั่น...
 
สิ่งของที่ใกล้ชิดกับเทพ ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นอะไร ฉะนั้นขอให้ใกล้ชิดกับเทพ จะเป็นอะไรก็ได้น่ะสิ
 
ไม่มีเสียงตอบจากทาคาโอะ มีแต่เสียง ปุ...! ปุ...!’ ของคนกลั้นหัวเราะสุดชีวิตแต่ยังมีลมเล็ดลอดออกมา
 
หัวเราะอะไร?
 
ปุ...! ก...ก็แค่คิดว่าวันนี้ทั้งวันชินจังจะ...! จะเดินไปพลางทะนุถนอมก้อนหินไปพลางแล้วมัน...! ขึกๆๆ...!”
 
เจ้าบ้า
 
แต่หยิบ(ยืม เดี๋ยวเขาจะนำมาคืนพรุ่งนี้)สิ่งของจากศาลเจ้าออกไปแบบนี้ ถึงจะเป็นแค่ก้อนหินที่ดูไม่มีความสลักสำคัญอะไรก็ตาม อย่างน้อยก็ควรแสดงความเคารพต่อเทพประจำศาล ทั้งคู่จึงนำเหรียญที่มีโยนลงกล่องรับบริจาคและประนมมือกับโค้งคำนับตามธรรมเนียมปฏิบัติ
 
เสร็จธุระแล้ว มิโดริมะหันหลังจะเดินกลับออกไป แต่ต้องหยุดกะทันหันเมื่อเกือบชนกับร่างเล็กๆ ที่อยู่ข้างหน้า
 
เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก อายุไม่น่าจะเกินสิบเอ็ดสิบสองปี ผมสีม่วงเข้มถักเป็นเปียเส้นใหญ่สองข้าง แต่ละข้างผูกโบว์เส้นใหญ่สีม่วงอ่อน แต่สิ่งที่เด่นที่สุดคือชุดคนทรงศาลเจ้าที่สวมอยู่
 
ดวงตากลมโตของเด็กผู้หญิงมองขึ้นมาที่เขาราวกับจะสื่อสารบางอย่าง แต่เขาไม่รู้ว่าคืออะไร และการที่เขาไม่ถูกกับเด็กก็ทำให้ลังเลที่จะถาม
 
โหว~ มิโกะซังอายุน้อยจังเลย~” ทาคาโอะนั่งยองลงให้สายตาเท่ากับเด็กหญิง
 
ทำไมถึงมีมิโกะในวันที่ไม่มีงานอะไรเลยได้ มิโดริมะขยับแว่นพลางถามคำถามที่ไม่จำเป็น เพราะไม่รู้จะพูดอะไร
 
แล้วมีธุระอะไรกับพวกพี่ชายเหรอจ๊ะ?
 
เด็กหญิงไม่ตอบสนองต่อความร่าเริงของทาคาโอะ ใส่ใจเพียงแค่มองแวบเดียวแล้วก็กลับไปจ้องหน้ามิโดริมะต่อ รอยยิ้มของทาคาโอะยังอยู่แต่ดูกร่อยลงตามเวลาที่ว่างเว้น
 
มิโดริมะเองก็เริ่มอึดอัดกับสายตานั้นแล้ว
 
พี่ชายใส่แว่น...
 
ในที่สุดเด็กหญิงก็เปิดปาก น้ำเสียงแหลมเล็กตามวัยและแผ่วเบาเหมือนสายลมหวีดหวิวในฤดูหนาว แต่ฟังได้ยินชัดเจน ในใจทาคาโอะเทียบกับเสียงเล่าเรื่องผีในคืนทัศนศึกษา
 
มีเงาดำตามตัวน่ะ วันนี้ระวังด้วยน่ะ
 
เห?
 
ทาคาโอะกะพริบตาปริบๆ  ส่วนมิโดริมะยืนนิ่งเงียบ ระหว่างนั้นเด็กหญิงก็เดินผ่านทั้งคู่ไปที่อาคารที่พักผู้ดูแลศาลเจ้าโดยไม่หันกลับมาอีก
 
มิโดริมะขยับแว่น
 
เด็กประหลาดน่ะสิ
 
หา? อ—อา
 
มิโดริมะ ชินทาโร่ไม่ใช่คนหูเบาขนาดจะไขว้เขวกับคำพูดของเด็กผู้หญิงแปลกหน้าในชุดคนทรงง่ายๆ  โดยเฉพาะเมื่อวันนี้โอฮาอาสะบอกมาแล้วว่าราศีกรกฏเป็นที่สอง เขาพยายามกำจัดคำพูดนั้นออกไปจากสมองขณะเดินลงบันไดศาลเจ้า
 
...
 
การเดินทางไปโรงเรียนหลังจากนั้นไม่มีเหตุการณ์ตื่นเต้นเป็นพิเศษ เขาถือก้อนหินจากศาลเจ้าไว้ในมือ วางไว้ที่ม้านั่งในโรงพละตอนซ้อม บอกรุ่นน้องห้ามยุ่งวุ่นวายหรือเผลอนำไปทิ้ง และนำมาถือหลังเสร็จสิ้นการฝึก
 
ฮึบ~” ทาคาโอะในชุดลำลองชูแขนยืดเส้นหลังออกจากห้องอาบน้ำ ชินจัง ตอนบ่ายว่างแบบนี้ ไปข้างนอกกันดีกว่ามั้ย?
 
ตอนบ่ายฉันมีธุระน่ะสิ เขาตอบพลางรูดซิปกระเป๋ากีฬาและยกขึ้นสะพาย
 
ธุระอะไรเหรอ?
 
จะรู้ไปทำไม?
 
เผื่อเป็นข้ออ้างที่จะไม่ไปเที่ยวกับฉันไง
 
เจ้าบ้า อาคาชิเรียกไป บอกว่ามีเรื่องสำคัญน่ะสิ
 
กัปตันราคุซันน่ะนะ? เรื่องสำคัญอะไร?
 
ไม่รู้ อาคาชิไม่ได้อธิบายชัดเจนน่ะสิ
 
เมื่อวันจันทร์จู่ๆ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากอาคาชิถามว่าวันอาทิตย์คือวันนี้มีธุระอะไรหรือไม่ เมื่อเขาตอบไปว่าไม่ก็ถูกชวนให้ไปพบในช่วงบ่าย พอถามไปว่าไปทำอะไรก็ตอบมาแค่ว่า คุยกันนิดหน่อย  ถึงเขาจะค้านและขู่ว่าจะไม่ไปอย่างไรอาคาชิก็เพียงแต่หัวเราะอย่างมีนัย ก่อนจะทิ้งท้ายว่าจะส่งข้อความสถานที่นัดพบภายหลัง
 
แต่ก็ยังจะไปเหรอ? ซื่อสัตย์จริงน้า~”
 
อย่าเข้าใจผิด แค่ฉันไม่มีธุระอื่น แล้วอาคาชิก็ไม่เคยเรียกฉันออกไปพร่ำเพรื่อน่ะสิ
 
เข้าใจแล้วๆ  แล้วไปที่ไหนล่ะ? เดี๋ยวไปส่ง
 
นี่นาย...คงไม่ได้คิดอะไรแผลงๆ หรอกนะ?
 
ชินจังสงสัยฉันอีกแล้ว เจ็บปวดจริงๆ~”
 
ในใจมิโดริมะคิดว่ากิริยาทาคาโอะวันนี้น่าสงสัยกว่าทุกวัน
 
[...]
 
ในเวลาใกล้เคียงกันนั้น ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในโตเกียว หญิงสาวจำนวนมากยืนออกันชะเง้อมองเข้าไปในกลุ่มคนที่ท่าทางเป็นทีมงานอะไรบางอย่างด้วยใบหน้าตื่นเต้น
 
เด็กหนุ่มผมสีเหลืองทองร่างสูงคนหนึ่งซึ่งเป็นเป้าสายตาพูดขอบคุณชายผู้ถือกล้องถ่ายภาพก่อนจะหันไปยิ้มและขยิบตาให้กับหญิงสาวที่รายล้อม เรียกเสียงร้องยินดีจากกลุ่มเล็กๆ ในทิศทางนั้น
 
คิเสะคุง ตามที่ตกลงไว้ วันนี้ไม่มีคิวที่ไหนแล้วนะ ตอนบ่ายมีธุระใช่มั้ยล่ะ
 
ฮะ โมริซัง
 
ที่ไหนล่ะ ให้ฉันไปส่งมั้ย?
 
ไม่ต้องหรอกฮะ อยู่ใกล้ๆ นี้เอง
 
คิเสะ เรียวตะ นอกจากเป็นเอซของชมรมบาสเกตบอลโรงเรียนมัธยมปลายไคโจแล้วก็ยังทำงานพิเศษเป็นนายแบบอีกด้วย วันนี้มีนัดถ่ายแบบที่นี่เขาจึงมาอยู่ที่โตเกียว พอดีกับที่อาคาชินัดให้เขามาพบในวันนี้ เท่าที่รู้ อดีตสมาชิกของ รุ่นแห่งปาฏิหาริย์ คนอื่นๆ ก็จะมาด้วยเช่นกัน โอกาสหายากที่จะได้พบกับพวกคุโรโกะในวันหยุดเช่นนี้เขาไม่พลาดอยู่แล้ว
 
แต่ในตอนนี้เขาคงต้องยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะถาโถมเข้ามาหาเขาในรูปของหญิงสาวมากหน้าหลายตาที่เริ่มเตรียมกระดาษปากกากันแล้ว พอกองถ่ายไปเมื่อไรเขาคงไม่ต่างจากชิ้นเนื้อท่ามกลางฝูงหมาป่า
 
คิเสะคู้~!!”
 
เริ่มขึ้นแล้ว
 
อะฮะๆ...ใจเย็นๆ อย่าผลักกันฮะ
 
พอใกล้ถึงเวลานัดถ้าคนยังไม่ซาเขาก็จะอ้างธุระขอตัวไปเอง แต่อย่างต่ำๆ เขาคงต้องอยู่ในสภาพนี้ห้านาทีขึ้นไป
 
ห้างสรรพสินค้าในวันหยุดเช่นนี้ ประชากรคนหนุ่มสาวนั้นไม่ต้องพูดถึง แต่ละคนแต่งตัวมาเดินเที่ยวต่างสไตล์กันไป แต่สำหรับคิเสะที่คลุกคลีอยู่กับแฟชั่นไม่มีอะไรที่แปลกใหม่ บางคนมีเซนส์ดีกว่าบางคนก็ไม่มาก
 
จนกระทั่งสายตาเขาไปสะดุดอยู่กับเด็กสาวสองคน ไม่ใช่ในกลุ่มที่กำลังห้อมล้อมเขาอยู่ตอนนี้(ถ้าอยู่ในกลุ่มที่ยืนแทบจะหลอมรวมกันแบบนี้เขาคงแยกไม่ออก)แต่เดินอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
 
คนหนึ่งผมสีออกส้มทรงทวินเทลผูกโบว์สีดำจีบสีขาว อีกคนผมสีชมพูสว่างปล่อยยาว ทั้งสองคงสงสัยว่าคนออกันเรื่องอะไรจึงหันมามองทำให้สบตากับเขาเข้า อายุน่าจะเท่าๆ กับเขา หน้าตาทั้งคู่ถ้าให้จัดระดับก็อยู่ในขั้นน่ารักค่อนไปทางน่ารักมาก ประมาณสูสีกับโมโมอิ เขาตอบสนองด้วยการยิ้มให้โดยอัตโนมัติ
 
คนผมสีชมพูยิ้มตอบเขาอย่างเป็นมิตร ส่วนคนผมทวินเทลเมินเขาโดยสิ้นเชิง คิเสะประหลาดใจเล็กน้อยกับปฏิกิริยาโดยเฉพาะของคนหลัง ปฏิกิริยาเป็นลบตอบกลับรอยยิ้มของเขาทันทีโดยปราศจากเหตุผลแบบนี้พบได้ไม่บ่อย เพื่อเป็นการยืนยันเขาหันมายิ้มให้เด็กสาวที่อยู่ใกล้ๆ และได้ปฏิกิริยาเป็นเสียงกลั้นความปีติ นี่ถึงเป็นปฏิกิริยาปกติ(ประมาณ 30%)รองจากยิ้มตอบธรรมดาเหมือนเด็กสาวผมสีชมพูเมื่อกี้(ประมาณ 60%)
 
คิเสะแจกลายเซ็นต่อไป แต่ยังชำเลืองมองตามหลังเด็กสาวทั้งสองไป ที่ประหลาดใจเรื่องปฏิกิริยาก็ใช่อยู่ แต่ที่สะดุดตาเขาจริงๆ คือการแต่งกายของเด็กสาวผมทวินเทล การโคออร์ดิเนทของเครื่องแต่งกายแต่ละชิ้นนับว่าเป็นระดับสูงทีเดียว เขาซึ่งเคยได้พบดีไซเนอร์มืออาชีพมามากหน้าหลายตาพูดเองไม่ผิด ถึงส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าผู้ชายก็เถอะ
 
ถึงจะเหมาะกับเด็กผู้หญิงหุ่นปกติ แต่ปรับซักนิดก็น่าจะเข้ากับโมโมจจิได้แจ๋ว
 
โมโมอิคงจะมาในนัดวันนี้ด้วย(เพราะต้องลากอาโอมิเนะมา) ในฐานะที่เขาเป็นที่ปรึกษา(เป็นครั้งคราว)เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนผู้หญิงที่ใกล้ชิดระดับ ‘-จจิเพียงคนเดียวของเขากับผู้เล่นเงาที่เพื่อนผู้หญิงคนนั้นชอบ เขามีคำแนะนำใหม่เรื่องชุดที่จะใส่ไปเดทครั้งหน้าแล้ว
 
[...]
 
และในระยะเวลาใกล้ๆ กันนั้น ท่ามกลางผู้คนขวักไขว่บนถนนสายหนึ่งในโตเกียวมีศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีม่วงสูงเด่นเหนือคนอื่นๆ
 
มุราซากิบาระ อัทสีชิ นักบาสฯม.ปลายญี่ปุ่นที่สูงที่สุดถ่อมาจากอะกิตะเพื่อมางานจัดแสดงขนมหวานที่จัดในโตเกียวในช่วงสัปดาห์นี้ตามคำเชิญของอดีตกัปตันรุ่นแห่งปาฏิหาริย์กำลังเดินไปยังจุดที่อดีตกัปตันคนนั้นนัดให้ไปพบ
 
ระหว่างนั้นในหัวของยักษ์ใหญ่ก็เต็มไปด้วยจินตนาการของสวรรค์ที่กำลังจะไปพบ ทำให้ไม่รู้สึกตัวจนกระทั่งชนเข้ากับอะไรบางอย่าง
 
อ๊ะ!”
 
อะไรบางอย่างนั้นส่งเสียงร้องพร้อมกับเสียงเหมือนหกล้ม
 
สิ่งแรกที่ผ่านเข้ามาในสมองของมุราซากิบาระเมื่อก้มลงมองก็คือ สายไหมสีชมพู  ต้องใช้เวลาสองวินาทีเต็มกว่าที่สมองจะแก้ไขข้อมูลใหม่เป็นเส้นผมของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่กับพื้น
 
ยูโกะ!! เจ็บตรงไหนป่าว?!”
 
มีเด็กผู้หญิงผมสีม่วงเข้มอีกคนหนึ่ง ตัวค่อนข้างเล็กเหมือนกัน ผมสั้น แม้แต่ใบหน้าก็คล้ายกันมากจนน่าจะเป็นฝาแฝด คนที่สองนี้ก้มลงช่วยฉุดคนแรกให้ลุกขึ้นมา ก่อนจะหันมาทางมุราซากิบาระด้วยใบหน้าบึ้งตึง
 
นี่นายน่ะ เดินระวังหน่อยเซ่! ตัวใหญ่เบิ้มขนาดนั้นถ้าทำคนอื่นบาดเจ็บจะว่าไง!”
 
อา...ขอโทษ
 
มุราซากิบาระไม่แน่ใจนักว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ท่าทางตัวเองจะเป็นฝ่ายผิดจึงขอโทษไปก่อน
 
เด็กผู้หญิงคนที่ล้มพูดกับเด็กผู้หญิงคนที่ดุมุราซากิบาระ
 
แค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ ยูโกะไม่เป็นไรหรอกซาโกะ ขอโทษนะคะที่เดินชน
 
อืม...ไม่เป็นไร
 
คนหนึ่งดุ อีกคนหนึ่งขอโทษ มุราซากิบาระไม่มั่นใจว่าตัวเองอยู่ในจุดยืนไหนกันแน่จึงตอบไปตามน้ำ
 
เด็กผู้หญิงทั้งสองคนอ้อมหลบเขาและเดินต่อ มุราซากิบาระมองตามศีรษะสีม่วงและสีชมพูไป พลันท้องก็ร้อง
 
เขาอยากไปงานขนมนั้นเร็วๆ แล้ว
 
รีบไปหาอาคาจินแล้วรีบให้พาไปเร็วๆ ดีกว่า
 
...ว่าแต่สถานที่นัดพบมาทางนี้ใช่ไหม?
 
[...]
 
และในเวลาใกล้เคียงกันนั้น
 
เด็กสาวคนหนึ่งเดินอยู่บนถนนที่มีผู้คนขวักไขว่ในโตเกียว เส้นผมยาวสลวยสีชมพูดึงดูดสายตาทั้งหนุ่มสาวรอบข้าง ซึ่งจะมาสะดุดที่ใบหน้าอันสะสวย ตามด้วยเสน่ห์ใต้คางของผู้หญิงที่มีอยู่เปี่ยมล้น ไม่น่าแปลกใจหากผู้ชายเจ็ดในสิบคนสละเวลาชั่วครู่ที่เด็กสาวเดินผ่านหันมามอง
 
แต่ก็ได้เพียงแค่มอง แม้แต่ชายหนุ่มที่ท่าทางรอเหยื่ออย่างเด็กสาวคนนี้อยู่ก็ไม่กล้าเคลื่อนไหว เพราะข้างๆ เด็กสาวเป็นเด็กหนุ่มผิวคล้ำร่างสูง เจ้าของผมสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำกับแววตาเอาเรื่อง
 
เด็กหนุ่มคนนั้นกำลังเป็นฝ่ายถูกเด็กสาวดุอยู่
 
ไดจัง ฉันได้ยินจากรุ่นน้อง แอบไปซ้อมตอนกลางคืนใช่มั้ย? บอกแล้วไงว่าให้รออีกสองอาทิตย์ ถ้ากลายเป็นเจ็บเรื้อรังจะทำยังไง!”
 
ไปได้ยินมาจากไหน จำคนผิดมากกว่ามั้ง? เด็กหนุ่มตอบอย่างเฉยเมยไม่สะทกสะท้าน
 
คนตัวกลืนไปกับความมืดที่ออกมาซ้อมบาสฯตอนกลางคืน นอกจากไดจังจะมีใครอีก
 
ไม่ใช่เท็ทสึเร้อ
 
ถ้าเป็นเท็ทสึคุงก็ต้องไม่เห็นแต่แรกแล้วสิ
 
งั้นก็เลอบรอน เจมส์...
 
ไดจัง เสียงเขียว
 
รำคาญจริงๆ เล้ย... ก็คนมันเบื่อจะให้ทำไงเล่า ไม่ได้ใช้ขาซะหน่อย แค่ชู้ตเฉยๆ
 
เด็กหนุ่มคืออาโอมิเนะ ไดกิ เอซชมรมบาสเกตบอลโรงเรียนมัธยมปลายโทโอ เด็กสาวคือโมโมอิ ซัทสีกิ ผู้จัดการชมรม ทั้งคู่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เห็นได้จากความเป็นธรรมชาติของบทสนทนา
 
จากรอยยิ้มมุมปากและเสียงซุบซิบของหญิงสาวไกลและใกล้ที่มองตามสามารถคาดเดาได้ไม่ยากว่าพวกเขาเหล่านั้นมองความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นอย่างไร แต่หากโมโมอิได้กล่าวตอบ ก็จะยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าทั้งคู่เป็นแค่เพื่อน(คนที่ปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้)
 
แล้ว ทำไมฉันต้องออกมาด้วย?
 
ถึงอยู่บ้านก็คงจะเอาแต่นอนหรือไม่ก็แอบออกไปซ้อมอีกนั่นล่ะ อาคาชิคุงอุตส่าห์มาจากเกียวโตทั้งที เท็ทสึคุง มิโดริน คิจัง มุคคุงก็ไปกันหมด โผล่ไปให้เห็นหน้าหน่อยสิ
 
อาโอมิเนะเสมองไปด้านข้างพลางบ่นอุบอิบ
 
ก็ไหนบอกให้พัก...หืม?
 
อาโอมิเนะหยุดเดิน ก่อนจะหันหัวมุ่งไปที่ประตูร้านสะดวกซื้อ
 
ไดจัง? จะซื้ออะไรเหรอ?
 
นิดนึง
 
อาโอมิเนะเมินเสียงทักทายของพนักงาน ตรงไปที่ช่องนิตยสาร อ้อมหลบผู้หญิงที่ยืนอยู่ มองกวาดดูหน้าปกแต่ละเล่มอย่างรวดเร็วแล้วหยิบเล่มหนึ่งขึ้นมา หน้าปกเป็นภาพของหญิงสาวในชุดชั้นใน
 
โธ่~ ซื้อหนังสือแบบนั้นอีกแล้ว
 
หนังสือแบบนั้น อะไรเล่า ไมจังตะหากล่ะไมจัง!”
 
ผู้หญิงที่เลือกหนังสืออยู่ข้างๆ ได้ยินเสียงโต้ตอบของทั้งคู่และหันมามองอาโอมิเนะ
 
เป็นหญิงสาวผมสีเขียวหยักศกเล็กน้อย สบตากับอาโอมิเนะ แล้วเลื่อนไปที่หนังสือที่อาโอมิเนะถืออยู่ระดับอก ก่อนจะส่งเสียงสั้นๆ
 
เหอะ
 
ระหว่างที่อาโอมิเนะตะลึงอยู่หญิงสาวคนนั้นก็ถือนิตยสารของตัวเองสามเล่มเดินไปที่เคาน์เตอร์ คิดเงิน และออกจากร้านไปโดยไม่หันมามองอีกแม้แต่ครั้งเดียว
 
...
 
อาโอมิเนะพูดไม่ออก ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเป็นครั้งแรกที่มีผู้หญิงที่ไม่รู้จักหน้าค่าตามา เหอะ ใส่ทีเดียวแล้วก็จากไป แล้วยังการแสยะยิ้มมุมปากนั่นอีก ราวกับฝึกฝนมาครั้งแล้วครั้งเล่าให้มีประสิทธิภาพกวนประสาทได้สูงที่สุด
 
ไดจัง คนรู้จักเหรอ?
 
จะไปรู้จักได้ไงเล่า!”
 
ความตกตะลึงทำให้ผ่านเลยช่วงเวลาที่จะโกรธไป จนล่วงเข้าช่วงเสียความมั่นใจ
 
ถ้าเป็นผู้ชายก็ว่าไปอย่าง แต่โดนผู้หญิงมองอย่างนั้นทำให้ขณะหนึ่งอดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงคนอื่นในใจก็มองเขาด้วยสายตาอย่างเดียวกันรึเปล่า ถ้าใช่อนาคตความเป็นชายของเขาก็มืดมนทีเดียว
 
มาจากไหนวะ? ขออย่าให้เจออีกเลย...
 
แฟล็ก ได้เจออีกครั้ง ตั้งขึ้น 
 
[...]
 
อีกมุมหนึ่งของเมือง
 
คางามิคุง ไม่ต้องตามมาก็ได้นะครับ
 
ฉันว่าง
 
อดีตคู่หูแสงและเงาของชมรมบาสฯเซย์รินเดินออกจากมาจิบะ คนร่างเล็กกว่าถือแก้ววานิลลาเชคซึ่งเป็นหลักฐานของการอุดหนุนร้าน เป็นเหมือนธรรมเนียมปฏิบัติของทั้งคู่หลังการซ้อม ถึงวันนี้จะมีเพียงแค่ซ้อมเช้าก็ตาม
 
อุตส่าห์กลับมาที่ญี่ปุ่นทั้งที แทนที่จะมาดูพวกผมซ้อม ไปเที่ยวไม่ดีกว่าเหรอครับ?
 
อเล็กซ์มีแต่ไปปราสาทไปวัดนู่นนี่ไม่ก็น้ำพุร้อนนี่หว่า สงสัยจะถึงอายุที่ชอบลงบ่อแล้ว
 
นั่นน่ะ ถ้าพูดให้อเล็กซ์ซังได้ยินล่ะก็เป็นเรื่องแน่เลยครับ
 
เออน่ะ สรุปก็คือฉันไม่สนใจไปเที่ยวแบบนั้นเท่านั้นล่ะ
 
คุโรโกะ เท็ทสึยะ เด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนที่นับว่าร่างเล็กสำหรับผู้เล่นบาสเกตบอลระดับชาติ คางามิ ไทงะ เด็กหนุ่มผมสีแดงผู้มีบรรยากาศดุดันราวกับเสือและคิ้วสองแฉก
 
แต่พวกอาโอมิเนะคุงก็ไปด้วย คางามิคุงไม่ถูกกับอาโอมิเนะคุงไม่ใช่เหรอครับ
 
คิเสะด้วย มิโดริมะด้วย ที่จริงแล้วก็ทุกคนนั่นล่ะ คางามิตอบพลางพ่นลมนิดๆ
 
แล้วทำไม?
 
ก็อาจจะมีแข่งสตรีทบาสกันก็ได้ใช่มั้ยล่ะ เหมือนตอนวันเกิดนายปีที่แล้ว
 
...ถ้าเป็นคางามิคุงล่ะก็คงจะคิดอะไรแผลงๆ อย่างเช่นหนึ่งต่อห้าอะไรแบบนั้นอยู่สินะครับ
 
“! ไม่ได้คิดเฟ้ย!”
 
นั่นเป็นท่าทางของคนที่คิดครับ
 
แค่นิดหน่อย! แค่จินตนาการดูว่าจะเป็นไงแค่นั้นเอง!”
 
แค่ได้ไปเล่นที่อเมริกา อย่าได้ใจไปหน่อยเลยครับ
 
คุโรโกะ แก๊...!”
 
การส่งรับระหว่างคนหน้าตายกับคนอารมณ์ขึ้นง่าย สรุปก็คือเรื่องธรรมดาสามัญระหว่างคู่แสงเงานั่นเอง และเป็นสิ่งที่คางามิรู้สึกคิดถึงแม้จะไม่มีทางพูดออกมา
 
...ก็อาจจะเป็นไปได้
 
อะไร? หมายถึงฉันหนึ่งชนะห้าน่ะนะ?
 
อย่าพูดเหลวไหลสิครับ—
 
คุโรโกะ~!!”
 
—หมายถึงสตรีทบาสครับ ที่อาคาชิคุงเรียกพวกเราไปเพราะมีคนอยากจะสัมภาษณ์อดีตรุ่นแห่งปาฏิหาริย์ ฉะนั้นก็อาจเป็นไปได้ที่จะมีตัวอย่างสั้นๆ
 
สัมภาษณ์รุ่นแห่งปาฏิหาริย์? ตั้งสามปีแล้ว นึกว่าสัมภาษณ์จนพรุนไปหมดแล้วซะอีกนะ
 
หากรุ่นพี่อดีตพอยต์การ์ดอยู่ที่นี่คงเล่นคำ รุ่น กับ พรุน ไปแล้ว นับว่าเป็นโชคดีของทั้งคู่ที่รุ่นพี่คนนั้นไม่อยู่ที่นี่
 
ว่าแต่ดีใจด้วยนะคุโรโกะ
 
เสียงสูงกับรอยยิ้มแบบนั้น คุโรโกะรู้ว่าคางามิกำลังจะแซวอะไรเขาแน่นอน
 
คราวนี้ไม่โดนลืมแล้ว—อ่อก!”
 
คุโรโกะรออยู่แล้วที่จะตอบโต้ด้วยฝ่ามือทิ่มสีข้างซึ่งแม้จะไม่ได้ใช้มาหลายเดือนก็ยังได้ผลดี
 
คางามิหันไปจะโวยเพื่อนตามความเคยชิน ไม่ทันสังเกตคนที่เดินมาจากข้างหลังและจะผ่านไปทางขวามือ ทำให้ศอกขยับไปโดน
 
ว้าย!”
 
วะ—!”
 
คางามิชักแขนกลับพลางถอยไปทางคุโรโกะ มือที่สะบัดกลับมาปัดไปโดนแก้วที่คุโรโกะถืออยู่ ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างขณะที่ได้แต่มองภาพเป็นสโลว์โมชั่น ฝาหลุดจากปากแก้วเป็นมุมสามสิบองศาและของเหลวสีขาวกระฉอกออกมา
 
ลงบนเสื้อของผู้หญิงอีกคนที่เดินผ่านด้านซ้ายมือ
 
อ๊ะ!”
 
อ๊ะ
 
ของเหลวกลืนไปกับสีขาวของเสื้อคอลึก
 
ใบหน้าที่สวมแว่นก้มลงมองรอยเปียกที่ค่อยๆ ขยายขึ้นบนเสื้อตัวเอง แล้วเงยขึ้นมองพวกคุโรโกะด้วยอารมณ์โกรธ
 
นี่พวกแก! ระวังคนข้างหลังด้วยสิวะ!”
 
ชั่วพริบตาหนึ่งคุโรโกะนึกว่าคนข้างหน้าเป็นผู้ชาย ผมสั้นยุ่งหน่อยๆ สีน้ำตาลเข้มเป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง แต่ลักษณะสรีระส่วนหน้าอกตัดความคิดนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ถึงคำพูดถึงจะทั้งกระโชกโฮกฮากและปราศจากร่องรอยความเป็นผู้หญิงใดๆ แต่เสียงก็ยังเป็นของผู้หญิงแน่ๆ
 
คุโรโกะกำลังจะขอโทษตามมารยาทที่สมควร แต่หญิงสาวคนนั้นรีบเดินอ้อมเขาไปหาหญิงสาวอีกคนที่คางามิชนเมื่อครู่
 
โทโมเอะ เป็นไรมั้ย?
 
ไม่เป็นไร แค่ถูกแขนนิดหน่อย ไม่มีแผลเลยเนอะ~”
 
คางามิชะงักนิดหน่อย
 
เอ๋? ทำไมพูดแปลกๆ?
 
คางามิผู้อยู่อเมริกาตั้งแต่เด็ก กลับมาที่ญี่ปุ่นตอนอายุสิบหก และพออายุสิบเจ็ดก็กลับไปที่อเมริกาอีกแล้วจนถึงตอนนี้ แทบไม่มีเวลาให้ชินกับสำเนียงอื่นของภาษาญี่ปุ่น อย่างเช่นสำเนียงคันไซที่ผู้หญิงคนนี้พูดอยู่
 
พูดถึงผู้หญิงที่เขาชน เขาเพิ่งจะได้สังเกต เป็นหญิงสาวผมยาวตรงสีดำสนิท ผิวขาวเนียน ขนตายาวพองาม หน้าตาสะสวย...มาก คางามินึกคำหนึ่งที่ตงิดในใจได้ แบบนี้ที่เขาเรียกว่า ยามาโตะ นาเดชิโกะ หรือสตรีงามพิมพ์ญี่ปุ่นดั้งเดิม
 
แต่มีอยู่ส่วนหนึ่งที่หลุดจากพิมพ์ญี่ปุ่น คือขนาดหน้าอก คางามิรู้จักกับอเล็กซ์ผู้เป็นอาจารย์สอนบาสฯจนชินตามานานแล้ว แต่เมื่อมาที่ญี่ปุ่นก็รู้โดยประสบการณ์ว่าขนาดของอเล็กซ์นั้นไม่ใช่ปกติในญี่ปุ่น นอกจากตามนิตยสาร(ที่อาโอมิเนะเคยพยายามจะยัดเยียดให้ดู)กับตามโทรทัศน์แล้วคางามิก็ไม่เคยเห็นระดับอเล็กซ์ที่ญี่ปุ่นเลย...จนกระทั่งผู้หญิงคนนี้
 
เดี๋ยวก่อน...สัมผัสนุ่มนิ่มที่โดนเมื่อกี้...ร—หรือว่า...
 
คางามิเลือกไม่ถูกว่าจะหน้าซีดหรือหน้าแดง 
 

โดนตรงไหนเหรอ?
 
เอ๋~” ผู้หญิงคนนั้นชำเลืองมาทางคางามิ ริมฝีปากคลี่เป็นรอยยิ้มราวกับมีนัยบางอย่าง
 
ก็...
 
วางมือทาบบนทรวงอกโดยไม่พูดอะไร
 
ซึ่งไม่จำเป็น เพราะคางามิตัวแข็งเป็นรูปปั้น อ้าปากพะงาบๆ ไปแล้ว แก้มก็ร้อนเหมือนมีใครมาจุดไฟ ถ้าอาโอมิเนะอยู่ที่นี่คงจะพูดขึ้นลอยๆ ว่า เหอะ หนุ่มบริสุทธิ์เอ๊ย ซึ่งคางามิก็จะสวนกลับไปว่า แล้วนายต่างกันตรงไหน?!’
 
ผู้หญิงสวมแว่นพอได้เห็นคำตอบก็ท่าทีเปลี่ยนไป ใบหน้าที่ค่อยๆ หันมานั้นดวงตาลุกวาวราวกับมีใครจุดไฟในความหมายต่างกับแก้มคางามิ แม้แต่นักบาสฯที่กล่าวว่ามี สัญชาตญาณดิบ อย่างคางามิก็เผลอสะดุ้ง
 
คางามิคุง ขอโทษเร็วสิครับ
 
ค—คุโรโกะ! เดี๋ยวเหอะ! เวลาอย่างนี้อย่าใช้มิสไดเร็คชั่นหลบหลังฉันเซ่!”
 
ชีวิตผมตกอยู่ในอันตรายเพราะคางามิคุงนะครับ รับผิดชอบการกระทำของตัวเองด้วย
 
ถึงจะเถียงคุโรโกะต่อในใจ แต่คางามิก็ยอมรับสถานการณ์และรีบพูดขอโทษ
 
ข—ขอโทษ เมื่อกี้ไม่ได้ตั้งใจ...
 
ฟุฟุ ไม่เป็นไรค่ะ~” ไม่เป็นเดือดเป็นร้อน
 
ใช้เวลาครู่หนึ่ง แต่ไฟของหญิงสาวสวมแว่นก็ค่อยๆ มอดลง เหลือแค่สายตาไม่พอใจเล็กน้อย
 
ผมก็ขอโทษด้วยครับที่ทำเสื้อคุณเปื้อน
 
คุโรโกะใช้โอกาสนั้นก้มหัวขอโทษคู่กรณีตัวเองบ้าง
 
อา...ถ้าขอโทษก็ไม่เป็นไร
 
ทำไมกับตัวคนทำตัวเองถึงไม่โกรธเล่า!?’ คางามิตะลึงกับความแตกต่างในการปฏิบัติ
 
ถ้าไม่รังเกียจ... คุโรโกะในความเป็นสุภาพบุรุษจะส่งผ้าเช็ดหน้าให้
 
ไม่เป็นไร ฉันมีของตัวเอง หญิงสาวสวมแว่นหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำส่วนเกินที่ยังไหลจากชายเสื้อ
 
เป็นสีชมพูลายดอกไม้หวานแหวว คางามิตะลึงอีกรอบกับความขัดแย้งกับบุคลิกที่แสดงออกเมื่อครู่
 
ฟุฟุ รันซังพกผ้าเช็ดหน้าที่ฉันให้ไว้ด้วย ดีใจจังเน้อ~”
 
ก็...โทโมเอะให้มานี่
 
ลายน่ารักเข้ากับรันซังที่สุดเลยเน้อ~”
 
นึกแล้วว่าจงใจ...
 
คางามิเข้าใจความจริงและดีใจที่ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่เขาสามารถเชื่อได้อยู่
 
แล้วจะทำยังไงดี รันซังกลับไปเปลี่ยนเสื้อก่อนดีกว่ามั้ยเนอะ?
 
...ไม่ล่ะ เดี๋ยวก็แห้ง โชคดีที่เป็นสีเดียวกัน คงไม่เหลือรอย
 
หญิงสาวสวมแว่นตัวสูงทีเดียว สูงเท่าๆ กับคุโรโกะหรือมากกว่าหนึ่งหรือสองเซนฯ ทำให้จุดที่เครื่องดื่มหกนั้นแค่ระดับท้องลงไป ตั้งแต่อกขึ้นมาปลอดภัย พูดถึงแล้วผู้หญิงผมยาวอีกคนก็ตัวสูงเกือบเท่าคนแรก
 
คุโรโกะรู้สึกตงิดนิดๆ ที่เจอผู้หญิงตัวสูงเท่ากับ/สูงกว่าตัวเองถึงสองคนในเวลาเดียวกัน พาลให้รู้สึกว่ามีอยู่มากมายขนาดจะมาอยู่ในที่เดียวกันได้ ที่จริงแล้วแค่บังเอิญ
 
สองปีที่ผ่านมาความสูงของคุโรโกะเองเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ตรงกับที่อดีตโค้ชเซย์รินเคยประเมินไว้ตั้งแต่ปีหนึ่งว่าการเจริญเติบโตของร่างกายใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว ต่างกับคางามิที่ตอนนี้จวนเจียนจะสองเมตรถ้วน
 
สรุปแล้วไม่เป็นเรื่องใหญ่โต ขอโทษแล้วก็จบลงด้วยดี ต่างคนต่างก็ไปตามทางของตัวเอง คุโรโกะกับคางามิเดินต่อไปที่สถานี ขึ้นรถไฟ แล้วก็ลงเมื่อถึงสถานี...
 
นี่แก ตามพวกเรามาหมายความว่าไง?
 
ไม่ได้ตาม! ก็จะมานี่เหมือนกัน
 
เอ หรือว่าจะไปทางเดียวกันรึเปล่าเนอะ~”
 
พวกเรามีนัดแถวโดเก็นซากะน่ะครับ
 
วะ—!? จริงสิ มีนายอยู่ด้วยนี่ ลืมไปสนิทเลย
 
ตัวตนอันจืดจางของคุโรโกะทำพิษกับคนที่ไม่คุ้นเคยอีกแล้ว
 
ทางเดียวกันจริงๆ ด้วย ถ้างั้นเดินไปด้วยกันดีกว่าเนอะ ผู้หญิงเดินกันแค่สองคนในที่คนเยอะแยะแบบนี้อาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้เน้อ~”
 
ผมไม่ว่าหรอกครับ คางามิคุง คุโรโกะตอบก่อนจะหันไปถามเพื่อน
 
พูดแบบนี้ฉันก็มีแต่ต้องตกลงเท่านั้นไม่ใช่รึไง?
 
ทางด้านหญิงสาวสวมแว่นท่าทางไม่เต็มใจกับข้อเสนอนั้นนัก
 
อะไรกัน ต่อให้มีพวกเหลือบไรมาตอมโทโมเอะ ฉันคนเดียวก็พอเหลือแหล่แล้วน่า
 
ฟุฟุ อาจจะไม่ได้เข้ามาหาฉันก็ได้เนอะ รันซังก็เป็นสาวสวยไม่แพ้ใครเหมือนกันเน้อ~”
 
ห—หา? พูดแบบนั้นอีกแล้ว..
 
ไม่ลองถาม อาจารย์ ดูล่ะ  อาจารย์ ต้องบอกเหมือนกันแน่เลยเนอะ~”
 
เมื่อหญิงสาวที่ชื่อโทโมเอะกล่าวถึง อาจารย์  หญิงสาวที่ชื่อรันก็อึกอักด้วยอาการที่เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการเขินอาย
 
เรื่องผู้หญิงแบบนี้คางามิไม่ถนัดจึงเก็บความอึดอัดและเดินไปอย่างเงียบๆ  ส่วนคุโรโกะรู้มารยาทและไม่ถามเรื่องส่วนตัวผู้หญิง
 
ลืมแนะนำตัวเลย ฉันชื่อฮารุคาวะ โทโมเอะ ส่วนทางนี้คือรันโด คาโยโกะ
 
หญิงสาวที่ชื่อโทโมเอะเป็นฝ่ายชวนคุยอย่างมีอัธยาศัย
 
คุโรโกะ เท็ทสึยะครับ คางามิ ไทงะ
 
คางามิซัง ตัวสูงมากเลยเนอะ เล่นกีฬาอะไรรึเปล่า?
 
...บาสเกตบอล
 
ยังแค่ระดับม.ปลายน่ะครับ ปีสามแล้ว คุโรโกะเสริมให้
 
ฟุฟุ งั้นก็อายุน้อยกว่าปีนึงสิเนอะ ฉันกับรันซังเป็นนักศึกษาปีหนึ่งแล้วเนอะ~”
 
พอรู้ว่าอีกฝ่ายอายุมากกว่าและอยู่ชั้นสูงกว่า ความคิดในหัวคางามิก็เปลี่ยนไป เป็นเพราะตอนเข้าปีหนึ่งได้รับการปลูกฝังเรื่องความเคารพรุ่นพี่มาจากตัวอย่างที่ดี เป็นผู้หญิงซี่งไม่คุ้นเคย(ผู้หญิงที่รู้จักล้วนแต่ใช้เป็นตัวแทนประชากรไม่ได้)แล้วยังอายุมากกว่าอีก ความประหม่าเพิ่มเป็นสองเท่า
 
ฮารุคาวะซังเป็นคนคันไซสินะครับ แต่มาเรียนที่โตเกียว?
 
ใช่ เพราะว่าเพื่อนๆ ของฉันก็อยู่ที่นี่กันหมด รวมทั้ง เขาคนนั้น ด้วยเนอะ~”
 
ที่จริงพูดว่า คนที่ชอบ เลยก็มีความหมายเดียวกัน แต่พอพูดอ้อมๆ แบบนี้แล้วเหมือนกับดึงดูดให้รู้สึกสนใจ คุโรโกะเป็นคนรู้จักมารยาทจึงไม่ถามต่อโดยที่ยังไม่รู้อะไร
 
ขณะเดียวกันคางามิก็กลับมีเรื่องพูดขึ้นมา
 
เหมือนหมอนี่เลย หมอนี่ก็มีผู้หญิงจากต่างโรงเรียนมาหาไม่รู้กี่ครั้ง
 
คุโรโกะคุง เนื้อหอมขนาดนั้นเลยเนอะ~”
 
ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ คางามิคุง เสียมารยาทกับโมโมอิซังนะครับ
 
ฉันยังไม่ได้พูดชื่อเลยนา~” สีหน้าเย้าหยอกของคางามิทำให้คุโรโกะหงุดหงิดนิดๆ
 
“คนที่จริงกับคำบรรยาย นอกจากโมโมอิซังคางามิคุงก็ไม่รู้จักใครแล้วครับ
 
...อะ จริงด้วย ...! เดี๋ยวสิ งั้นนอกจากที่ฉันรู้จักอย่าบอกนะว่ายังมีอีก?! ระหว่างที่ฉันไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นกันแน่!?”
 
ไม่มีหรอกครับ
 
การเดินทางที่เหลือเป็นไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย
 
...
 
ขอบคุณเนอะที่มาส่ง แยกกันตรงนี้เนอะ~”
 
อ—อา...ครับ คางามิต่อหางเสียงเมื่อนึกได้ว่าอีกฝ่ายอายุมากกว่า
 
คางามิคุงเกร็งตลอดทางเลย ยังไม่ชินกับผู้หญิงสินะครับ
 
“! ช่างฉันเหอะน่า
 
นอกจากอาจารย์ อดีตโค้ช กับโมโมอิ ซัทสึกิแล้วผู้หญิงวัยใกล้เคียงรอบตัวคางามิก็มีแต่เพื่อนร่วมชั้น ดังนั้นกับผู้หญิงสองคนเมื่อครู่ที่ไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้นคางามิจึงไม่รู้จะวางตัวอย่างไร
 
คางามิคุงเป็นคนใจดีแต่หัวทึบนี่นะครับ ถึงได้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนหยาบกระด้างบ่อยๆ  ควรจะเรียนรู้การปฏิบัติกับผู้หญิงให้มากกว่านี้นะครับ
 
ถ—ถูกคุโรโกะเทศน์เรื่องผู้หญิงด้วย!? เดี๋ยวก่อน...รู้สึกเหมือนเมื่อก่อนก็เคยมีเรื่องอย่างนี้...?
 
นี่ ถ้าไม่มีอะไรแล้วพวกเราไปนะ
 
ครับ
 
พูดแล้วหญิงสาวทั้งสองก็หันซ้าย คุโรโกะก็พาคางามิหันซ้าย หญิงสาวทั้งสองก้าวเดินเข้าไปทางร้านกาแฟ คุโรโกะกับคางามิก็ก้าวเข้าไปทางร้านกาแฟ
 
เสียงที่คุ้นเคยเรียกทั้งคู่จากโต๊ะนอกร้าน
 
 โอ้~ โทโมเอ่~ รา~น อยู่นี่~” คางามิ!? แกมาได้ไง?!”
 
คางามิหยุดกึก หญิงสาวทั้งสองก็หยุดกึก ทั้งคู่หันมองหน้ากัน
 
เอ๋?
 
เห?
 
คนที่หายประหลาดใจก่อนคือโทโมเอะ
 
ที่แท้ก็มาที่เดียวกันนี่เองเนอะ~”
 
คนที่ประหลาดใจที่สุดคือคนที่รอทั้งสองกลุ่มอยู่ เด็กสาวร่างเล็กสองคนเหมือนเป็นฝาแฝดกันที่รอฝ่ายโทโมเอะอยู่ไม่เท่าไร ที่ตกใจจนตาโตคือฝ่ายอาโอมิเนะกับโมโมอิ โดยเฉพาะโมโมอิ
 
โดยเฉพาะโมโมอิเลย
 
ท—เท็ทสึคุงม—มากับผู้หญิง...ถ—แถมยังเป็นสาวสวยอีก...!!”
 
ตาของโมโมอิจับจ้องไปที่หนึ่งในรูปกายภาพของศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงซึ่งอยู่ใต้คางของคนผมยาว แล้วก้มลงมองของตัวเอง
 
โมโมอิไม่มีดวงตาสแกนสรีระแบบอดีตโค้ชของเซย์ริน แต่แค่เปรียบเทียบด้วยตาปกติก็รู้ได้ ถึงความพ่ายแพ้ ทั้งที่สองปีที่ผ่านมาก็เจริญเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ(รู้เพราะมีเพื่อนบ้าหน้าอกคนหนึ่งคอยคอมเม้นต์อยู่เรื่อยๆ) แต่ต้องเจอระดับนี้...ก็สู้ไม่ไหว
 
นัยหนึ่งก็เหมือนกรรมสนองที่เคยล้ออดีตโค้ชเซย์รินไว้หลายต่อหลายครั้ง ชดใช้เสียแต่ที่นี่จะได้ไม่ต้องลำบากนรก
 
ย—อย่าท้อถอยไป โมโมอิ ซัทสึกิ! จนถึงตอนนี้ตั้งใจทำอาหาร(?)ที่เปี่ยมด้วยความรักให้เท็ทสึคุงไปเท่าไหร่แล้ว?!(ถึงจะโดนไดจังบ้าขัดขวางทุกครั้งก็เถอะ!) ไม่มีอะไรต้องกลัว!’
 
ขณะที่โมโมอิกำลังให้กำลังใจตัวเองอยู่นี้ผู้หญิงคนดังกล่าวก็เดินไปที่โต๊ะที่เพื่อนรออยู่ คือโต๊ะข้างๆ  ตลอดเวลานี้สายตาของอาโอมิเนะจ้องมองจุดเดียวกับโมโมอิ
 
“G เหรอ...ไม่สิ อย่าบอกนะว่า H...ถ้างั้นก็ใหญ่กว่าไมจัง...
 
การพิจารณาอย่างจริงจังนี้ถูกขัดจังหวะด้วยเสื้อสีขาวที่เข้ามาบังสายตา อาโอมิเนะเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาวสวมแว่นที่ท่าทางไม่สบอารมณ์
 
นี่แก...มองโจ่งแจ้งเกินไปแล้ว
 
หา? เอ ยัยนี่ก็ไม่ธรรมดา เกี่ยวไรกะเธอด้วย?
 
การปกป้องเพื่อนจากพวกบ้ากามที่ไม่รู้จักคำว่าพอดีเป็นหน้าที่ของฉันไงล่ะ แล้วเมื่อกี้แกมองหน้าอกฉันด้วยสินะ!”
 
เสียงดังจริงๆ เลย...ไม่มองก็ได้ ความแตก อาโอมิเนะหลบตา
 
หญิงสาวสวมแว่นเขม่นอาโอมิเนะต่ออีกครู่สั้นๆ ก่อนจะเดินตามเพื่อนไปที่โต๊ะ ในเวลาเดียวกันคางามิก็เข้าไปนั่งเก้าอี้ฝั่งขวาของอาโอมิเนะ ซึ่งก็คือฝั่งซ้ายของโมโมอิสำหรับโต๊ะที่มีเก้าอี้สี่ตัว
 
แล้ว ไหงนายมาด้วยวะ คางามิ กลับมาจากอเมริกาเมื่อไหร่เหอะ
 
กลับมาสามวันแล้วเฟ้ย แล้วไม่ได้มีกฎห้ามฉันมานี่หว่า
 
คางามิคุงตามผมมาเองครับ
 
วะ—! เท็ทสึ...
 
คุโรโกะเสมือนปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับคางามิ ความเคยชินกับลักษณะพิเศษของคุโรโกะที่อาโอมิเนะมีติดตัวเสื่อมสภาพไปชั่วขณะเพราะมัวแต่สนใจหน้าอก ต่างกับโมโมอิที่โน้มตัวไปกอดคุโรโกะอย่างดี๊ด๊าทันที
 
โต๊ะที่อยู่ข้างๆ ก็นั่งทั้งสี่ที่นั่งจนเต็มเช่นกัน เด็กสาวร่างเล็กสองคนแรกนั่งอยู่ก่อนแล้ว อีกสองคนที่เพิ่งมาพร้อมกับคุโรโกะก็นั่งลงที่นั่งที่เหลือ
 
ซาโกะซัง ยูโกะซัง รอนานมั้ย?
 
ไม่นานหรอก เพิ่งมาถึงเอง ยูโกะตอบโทโมเอะที่เข้ามานั่งฝั่งขวา
 
สั่งอะไรรึยัง? รันนั่งลงซ้ายมือของซาโกะ
 
สั่งแล้ว รันกับโทโมเอะก็สั่งด้วยดิ
 
คิซารางิซังกับฮิเมคามิซังบอกว่าใกล้ถึงแล้วเนอะ~ โทโมเอะพูดหลังจากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
 
ไม่ทันขาดคำก็มีคนเดินเข้ามา แต่ร่างที่สูงใหญ่นั้นไม่ใช่เด็กสาวสองคนที่พวกเขารออยู่
 
“! สูงจริงๆ
 
น่าจะเกินสองเมตรแล้วล่ะเนอะ
 
ยูโกะ หมอนั่น คนนั้นใช่ปะ?
 
อื้ม คนที่ยูโกะเดินชน
 
มุราซากิบาระ อัทสีชิยืนอยู่หน้าร้านกาแฟ มองหาเด็กหนุ่มผมสีแดงที่เป็นคนนัดตัวเองให้มาถึงโตเกียว
 
มุราซากิบาระคุง ทางนี้ครับ
 
คุโรจิน?
 
มุราซากิบาระหันไปเจอผมหลากสีและก้าวออกไปทันที แต่ไม่ทันสังเกตรอบตัวทำให้เกือบชนเด็กผู้หญิงสองคนที่จะเดินผ่านด้านข้าง
 
ระวังหน่อยสิยะ เด็กสาวผมสีส้มทรงทวินเทลดุ
 
ขอทางหน่อยนะคะ เด็กสาวผมยาวสีชมพูพูดอย่างสุภาพกว่า
 
...ขอโทษ
 
เด็กสาวทั้งสองเดินต่อไปนั่งลงกับโต๊ะติดกับเพื่อน จังหวะที่เฉียดมาใกล้ สายตาของอาโอมิเนะก็ไม่พลาดเล็งเป้าหมายทันที
 
ฮืม...ไม่เท่าเมื่อกี้ แต่ก็...ดีอยู่นะ...D อยู่นะ...
 
เฮ้ย ไอ้หัวน้ำเงินน่ะ ควบคุมตัวเองไม่เป็นเลยรึไงวะ?!”
 
อาโอมิเนะหยุด ก่อนจะเลื่อนสายตาไปที่เจ้าของเสียงใบหน้าเรียบเฉย หญิงสาวสวมแว่นมองตาขวางกลับมา
 
มีตาไว้มองมันผิดตรงไหน
 
ถ้าแกมองเหมือนชาวบ้านก็ไม่ผิดหรอก
 
สีหน้าอาโอมิเนะดูเรียบเฉย แต่จ้องตาอีกฝ่ายไม่ยอมถอย ส่วนฝ่ายตรงข้ามทั้งสีหน้าและแววตาบ่งบอกว่าเก็บความโกรธไว้
 
คางามิที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอาโอมิเนะและมองเห็นทั้งหมดสัมผัสได้ด้วยสัญชาตญาณ
 
นี่มัน...! สัญชาตญาณดิบ!?’
 
ถึงจะอยู่นอกสนามแต่สัมผัสนั้นไม่ผิดแน่ เหมือนกับตัวเอง เหมือนกับอาโอมิเนะ ผู้หญิงสวมแว่นคนนั้นก็มีเหมือนกัน ด้วยบุคลิกแบบนั้นก็ไม่น่าแปลกใจนัก ไม่ต้องสงสัยว่าอาโอมิเนะก็สัมผัสได้เช่นเดียวกัน
 
พนักงานที่ถือเมนูออกมาให้พอดีรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย คนที่อยู่รอบๆ ก็ช่วย
 
รันซัง ใจเย็นก่อนดีกว่าเนอะ
 
รันซัง ยังไม่ถูกกับผู้ชายอยู่สินะ...
 
ก็นะ แค้นมาตั้งหลายปีนี่นา คงไม่เปลี่ยนง่ายๆ ยังงั้นหรอก
 
เฉพาะกับบางประเภทเท่านั้นล่ะ
 
ด้านอาโอมิเนะเองก็หันกลับมา คงสีหน้าเฉยเมยไว้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ระหว่างที่เกิดเรื่องทั้งหมดนี้ มุราซากิบาระที่เข้ามานั่งข้างอาโอมิเนะก็หันไปพูดกับคางามิ
 
แหงะ คางามิ
 
หมายความว่าไงฟะ?
 
ช่างเหอะ ขนมอะ? จากอเมริกา
 
ฉันต้องแบกขนมมาจากอเมริกาเพื่อมาฝากนายเนี่ยนะ!?”
 
ไม่มีเหรอ? แล้วกลับมาทำไม?
 
“~~~~!!” โกรธจนไม่เป็นคำพูด
 
คุโรโกะเป็นสุภาพบุรุษที่ดีพูดกับกลุ่มผู้หญิงแทนผู้ชายคนอื่นที่ไม่มีใครคิดจะทำ
 
ขอโทษด้วยนะครับ
 
ไม่เป็นไร ฝั่งเราเองก็ใจร้อนเหมือนกันเนอะ
 
โทโมเอะ คนรู้จักเหรอ?
 
มาทางเดียวกันก็เลยเดินมาด้วยกันน่ะ
 
แล้วรันยอมด้วยเหรอ?!”
 
คุโรโกะซังสุภาพออก รันซังเลยไม่ว่าอะไรเนอะ~”
 
อา ดีกว่าบางคนเยอะ
 
ปล่อยคุโรโกะคุยไป อาโอมิเนะไม่มีที่ไหนจะมองจึงหันกลับมาที่เพื่อนสมัยเด็กที่อยู่ตรงข้าม ตอนนั้นเองจึงสังเกตเห็นท่าทางแปลกไป หันหน้ามาทางเขาแต่มองเลยเขาไปเหมือนตกอยู่ในภวังค์
 
ซัทสึกิ? เป็นไร?
 
โมโมอิสะดุ้ง
 
เอ๋? อะ ป—เปล่า ไม่มีอะไรๆ!”
 
อาโอมิเนะรู้ว่า มีอะไร แน่ๆ  แต่ขี้เกียจเข้าไปยุ่งเกี่ยวจึงปล่อยไป
 
ใต้รอยยิ้มฝาดเฝื่อนของโมโมอินั้นมีความกลุ้มใจอยู่
 
อ๊า!~ อุตส่าห์คิดว่าเป็นโอกาสได้อยู่กับเท็ทสึคุงแล้วเชียว!~ แล้วจู่ๆ เด็กผู้หญิงน่ารักมาจากไหนตั้งเยอะแยะเนี่ย!~’
 
อาการช็อกจากความพ่ายแพ้(เทียบเองคนเดียว)เมื่อครู่ทำให้โมโมอิอยู่ในสภาวะเสียความมั่นใจและเกิดความระลึกขึ้นเป็นครั้งแรกว่าอาจมีคู่แข่งที่น่ากลัวปรากฏตัวขึ้นได้ทุกขณะ พฤติกรรมของอาโอมิเนะก็ยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีก
 
มิเนจิน อาคาจินล่ะ?
 
ไม่รู้เฟ้ย ถามซัทสึกิโน่น ยัยนั่นเป็นคนลากฉันมา
 
ซัจจิน
 
เห? อ—อา มุคคุง มีอะไรเหรอ?
 
อาคาจิน ยังไม่มาอีกเหรอ?
 
อาคาชิคุง? ยังไม่ถึงเวลานัดเลย เดี๋ยวก็คงมาล่ะเนอะ
 
หมอนั่นชอบปล่อยให้คนอื่นรอมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อาโอมิเนะเสริมอย่างเฉยเมย
 
มุราซากิบาระมองเพื่อนร่วมโต๊ะแต่ละคน แล้วถาม
 
มิเนจินกับคุโรจินก็อยากกินขนมเหมือนกันเหรอ?
 
หา?
 
หมายถึงอะไรเหรอครับ มุราซากิบาระคุง?
 
มุราซากิบาระหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดอยู่พักหนึ่งแล้วยื่นให้ดู สี่คนที่โต๊ะก็ยื่นหน้าเข้ามาอ่านใกล้ๆ
 
งานจัดแสดงขนม? โมโมอิทวนโฆษณาที่เห็น
 
ว่ามีขนมจากต่างประเทศด้วย
 
เห~” โมโมอิสังเกตส่วนอื่นของจอ อาคาชิคุง...เป็นคนส่งให้นี่เอง
 
อืม อาคาจินชวนให้ไปด้วยกันน่ะ
 
คุโรโกะละสายตาจากโทรศัพท์และหันไปพูดกับมุราซากิบาระ
 
พวกผมไม่ได้จะไปงานนี้หรอกครับ ที่มาเพราะอาคาชิคุงขอให้มา บอกว่ามีคนอยากจะสัมภาษณ์อดีตรุ่นแห่งปาฏิหาริย์น่ะครับ
 
เอ๋? ยังงั้นเหรอ?
 
โดนหลอกให้มาแล้วนะ มุราซากิบาระ อาโอมิเนะยิ้มเย้ยนิดๆ
 
ม—แหม อาคาชิคุงไม่โกหกหรอก คงจะพาไปจริงๆ นั่นล่ะ เนอะ มุคคุง?
 
...อืม
 
ตอนนั้นเองเสียงที่คุ้นหูก็เรียกมาแต่ไกล
 
โมโมจจิ! อาโอมิเนจจิ!~”
 
ผู้ที่ต่อท้ายชื่อคนอื่นอย่างนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคิเสะ เรียวตะ
 
โอ๊ะ! คางามิจจิ!? กลับม—
 
คิจัง!” โมโมอิลุกพรวดขึ้น
 
รู้ว่าพูดหลายครั้งแล้ว แต่ช่วยเลิกเรียกแบบนั้นได้มั้ยฮะเนี่ย...
 
โมโมอิอารมณ์ดีขึ้นด้วยสองสาเหตุ หนึ่งคือคิเสะเป็นคนเดียวนอกจากตัวเองที่ช่วยทำให้บรรยากาศสดใสขึ้นได้ท่ามกลางเพื่อนหน้าบูดทั้งหลาย(เท็ทสึคุงแค่เงียบเฉยๆ!”) อีกหนึ่งคือคิเสะเป็นพันธมิตรหนึ่งเดียวของเธอในภารกิจพิชิตใจคุโรโกะ เท็ทสึยะ
 
คิเสะคนนั้นชะงักเมื่อมองไปเห็นโต๊ะของกลุ่มเด็กผู้หญิง ก่อนจะเข้ามาใกล้เธอและย่อตัวลงกระซิบ
 
โมโมจจิ เห็นเด็กผู้หญิงคนผมสีส้มมั้ย น่ารักสุดๆ เลยใช่มั้ยฮะ
 
โฮๆๆ!!~ คิจังคนทรยศ!~”
 
เอ๋!? ทำไมล่ะฮะ?!”
 
คิเสะช็อก รีบแก้ความเข้าใจผิด
 
ไม่ใช่ยังงั้นฮะ ดูการแต่งตัวสิฮะ การแต่งตัวน่ะ
 
อะ อืม ดูแล้ว... ...จริงด้วย
 
นั่นน่ะ โมโมจจิปรับนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว ครั้งต่อไปชวนคุโรโกจจิไปเดทสิฮะ ให้คุโรโกจจิพูดว่าน่ารักให้ได้เลย รายละเอียดไว้คุยกันทีหลังนะฮะ
 
อื้ม! ขอบคุณมากนะคิจัง!
 
...โมโมจจิเกิดกลัวว่าใครจะมาแย่งคุโรโกจจิไปใช่มั้ยล่ะฮะ ที่จริงไม่ต้องเป็นห่วงเพราะคุโรโกจจิไม่ใช่คนยังงั้น แต่ถ้าทำให้โมโมจจิสบายใจได้ก็ให้เป็นหน้าที่ของฉันเองฮะ!
 
คิจัง! สุดยอด!
 
คิเสะกับโมโมอิยกนิ้วเข้าใจกันแค่สองคน อาโอมิเนะทำเป็นไม่เห็นพลางคิดว่า ท่าทางจะเป็นเรื่องน่ารำคาญอีกแล้ว
 
ว่าแล้วคิเสะก็เข้าไปนั่งที่โต๊ะเยื้องกับโต๊ะของเพื่อนและโต๊ะของกลุ่มเด็กสาวทั้งสองโต๊ะ หันหน้าไปทางกลุ่มเด็กสาวแล้วยิ้มโบกมือให้อย่างเป็นมิตร
 
ปฏิกิริยาตอบกลับเรียกได้ว่าผิดคาด
 
คนรู้จักพวกเธอเหรอ?
 
ม่ายอะ ยูโกะรู้จักเหรอ?
 
ไม่นะ น่าจะเป็นเพื่อนกลุ่มผู้ชายที่นั่งโต๊ะนั้น
 
ฉันจะไปรู้จักผู้ชายที่ดูท่าทางเสเพลแบบนั้นได้ไง?
 
คนบ้าอ๊ะเปล่า? อาจจะเหมือนลุงประหลาดที่เจอในนรก อย่าไปมองนะยูโกะ
 
ทุกคน อย่าไปว่าเขาอย่างนั้นเลย นะ?
 
คิเสะหน้าฟุบโต๊ะ หัวใจนามธรรมเป็นรูพรุนไปหมด
 
คิจัง!? ไม่มีประโยชน์เลย!?’ โมโมอิช็อกจนเผลอนึกเรื่องเสียมารยาท
 
นายน่ะ
 
คิเสะเงยหน้าขึ้นเมื่อถูกคนผมทรงทวินเทลพูดด้วย
 
ที่เป็นนายแบบใช่มั้ย เหมือนเคยเห็นหน้าปกนิตยสาร ที่มีถ่ายแบบที่ห้างฯเมื่อตอนเที่ยงใช่มั้ย?
 
ฮะ! ใช่ฮะ! ดีใจจังจำได้ด้วย!” คิเสะคืนชีพ
 
แหงสิยะ โดนใครที่ไหนก็ไม่รู้ยิ้มให้เหมือนรู้จักกันตั้งสองครั้ง เป็นใครก็ต้องจำได้ล่ะย่ะ
 
เอะ? การคืนชีพหยุดชะงัก
 
ที่ยิ้มแล้วโบกมือนั่น...อย่าบอกนะว่านั่นคือจะจีบแล้ว?
 
คือว่า...ไม่ถึงขนาดนั้น... แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคาดหวังปฏิกิริยาทำนองนั้นตามความเคยชิน
 
คิซารางิ...แบบว่า...ไม่ปราณีเลยอะ
 
ฮึ ฉันไม่ชอบพวกที่คิดจะจีบง่ายๆ แบบไม่ลงทุนอะไรเลย โดยเฉพาะพวกที่คิดว่ามีหน้าตาก็พอแล้ว
 
ถ้าเรื่องนั้นพวกเราก็น่าจะเหมือนกันทุกคนไม่ใช่เหรอ?
 
พวกเราไม่มีโอกาสได้มีช่วงนั้นเหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่นนี่นะ
 
หมายถึงจับกลุ่มฝันกลางวันถึงหนุ่มหล่อน่ะเหรอ? ถึงมีก็ไม่อยากทำหรอก
 
ยูโกะ ซาโกะ อลิซ...น่าจะยังมีอยู่นะ ยังอีกหลายปี
 
ฟุฟุ คิซารางิซังล่ะก็ อาจารย์ไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่เห็นต้องผลักไสขนาดนั้นเลยเนอะ~”
 
หา?! ไม่เกี่ยวกับหมอนั่นซะหน่อย!”
 
ระหว่างที่บทสนทนาของกลุ่มเด็กสาวเป็นเสียงอยู่ในแบ็คกราวด์ คิเสะก็กลับไปฟุบหน้าดังเดิม
 
โมริซัง...ผมควรทำยังไงดีฮะ... คิเสะคร่ำครวญหาผู้จัดการ ผู้หญิงพวกนี้ประหลาดเกินไปแล้ว...เสียมารยาทเกินไปแล้ว...ยังกับหลุดมาจากอีกโลกนึง...
 
ฝ่ายรุ่นแห่งปาฏิหาริย์ไม่มีใครคิดจะปลอบคิเสะ(เช่นเคย) อาโอมิเนะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เปิดนิตยสารที่ซื้อมาอ่านอย่างเกียจคร้าน มุราซากิบาระจิ้มเมนูให้พนักงานดูว่าอยากได้อะไร โมโมอิ คางามิ คุโรโกะ คิเสะ(คืนชีพมาชั่วคราว)สั่งตามปกติ
 
วานิลลาเชคครับ
 
เพิ่งกินไปไม่ใช่รึไง?!”
 
ได้หน่อยเดียวเองครับ ทำหกก่อน
 
พนักงานรับรายการเสร็จโต๊ะรุ่นปาฏิหาริย์ โต๊ะกลุ่มเด็กสาว แล้วก็กลับเข้าร้านไป
 
นี่ ชินเมื่อไหร่จะมา? จะบ่ายอยู่แล้วนะยะ
 
ต้องไปรับอลิซก่อน อีกเดี๋ยวก็คงจะมาล่ะ
 
แปดคนเหรอ...อาจารย์มิอุไม่ได้มาด้วย น่าเสียดายจังเนอะ~”
 
อืม อาจารย์มิอุมีงานพิเศษจนถึงหัวค่ำน่ะ
 
เป็นผู้ใหญ่เนี่ยงานยุ่งจังเลยเนอะ
 
จริงๆ แล้วมิอุก็อายุเท่าพวกเราน่ะนะ...
 
หมอนั่นก็ไม่ว่างอีกคนเพราะไปทำงานหมาลัยอะไรซักกะอย่าง 
 
หมอนั่นไม่ต้องมาก็ดีแล้ว ขืนมาก็จะมาหนวกหู อย่ากินเยอะนักสิ อีกล่ะ
 
อาจารย์ก็แค่เป็นห่วงพวกเราเท่านั้นล่ะเนอะ ฤดูใบไม้ร่วงทำให้เจริญอาหารนี่นะ
 
เด็กผู้หญิงชอบกินของหวานแปลกตรงไหน หมอนั่นไม่รู้อะไรบ้างเล้ย!~”
 
ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นี้สองคนสุดท้ายที่กลุ่มเด็กสาวรอคอยก็เดินเข้ามาทางเท้า เทียบกับคนก่อนหน้าที่มากับคนที่เพิ่งเจอกันบ้าง เกือบมีเรื่องทะเลาะบ้าง เกือบชนคนอื่นบ้าง เรียกว่ามาอย่างธรรมดา
 
ชิน! ช้าจริงๆ เลยย่ะ!”
 
รถประจำทางวิ่งตามเวลา จะให้เร็วได้ขนาดไหนกัน
 
เสียงตอบของผู้หญิงที่ชื่อชินสะกิดหูเข้า อาโอมิเนะลดนิตยสารที่ถืออยู่ลงและหันไปมอง แล้วก็เบิกตาขึ้นเล็กน้อยกับสิ่งที่เรียกว่า โชคชะตา
 
ยัยนั่นมัน...ตอนซื้อไมจัง...!’
 
มีโอกาสสักเพียงใดกัน
 
หืม?
 
สายตาทั้งคู่ประสานกันเข้า ก่อนที่ดวงตาสีเขียวจะเลื่อนลงมองนิตยสารที่อาโอมิเนะถืออยู่
 
เหอะ
 
อีกแล้ว!? หมายความว่าไงกันฟะ?!” อาโอมิเนะลุกขึ้นชี้หน้าหญิงสาวผมสีเขียว
 
หมายความว่าคนที่อ่านหนังสือแบบนั้นกลางวันแสกๆ บนทางสัญจรสาธารณะต้องเป็นพวกลามกแบบยืดอก มองอีกมุมนึงจะถือว่าเป็นคำชื่นชมก็ได้นะ
 
ได้ที่ไหนล่ะฟะ! แล้วก็ดูดีๆ ก่อน! นี่! มันหนังสือลามกตรงไหน?! ให้เด็กประถมดูยังได้เลย!”
 
กรุณาอย่าเอาของแบบนั้นมาชูต่อหน้าดิฉันได้ไหมคะ? ที่นี่มีเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าอยู่ด้วยนะคะ มีแต่คนวิตถารเท่านั้นล่ะค่ะที่จะเอาของแบบนั้นให้เด็กดูได้โดยไม่คิดอะไร หญิงสาวผมสีเขียวขมวดคิ้วพลางใช้ศัพท์สูงขึ้น
 
อาโอมิเนะก้มลงมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่หญิงสาวจูงมาด้วย ผมสีม่วงเข้มมัดเป็นเปียเส้นใหญ่สองข้าง สวมเสื้อแขนยาวทรงกะลาสีสีขาวฟ้าเข้มกับกระโปรงสีฟ้าเข้มอย่างเรียบๆ  ทุกส่วนตะโกนว่า เด็ก
 
หญิงสาวผมสีเขียวก้มหน้าลงพูดกับเด็กผู้หญิงคนนั้น
 
อลิซ ถ้ายังไม่โตอย่าดูหนังสือแบบนั้นนะ
 
อืม เข้าใจแล้วน่ะ
 
แล้วก็พยายามอย่าอยู่ใกล้เพื่อนผู้ชายที่ดูหนังสือแบบนั้นด้วย
 
อืม หันไปทางอาโอมิเนะด้วยดวงตากลมใส ลามกน่ะ
 
อาโอมิเนะฟุบลงกับโต๊ะ ที่โต๊ะใกล้ๆ กันคิเสะก็ยังฟุบอยู่ท่าเดิม เป็นภาพที่ประหลาดพิกล (อาโอมิเนจจิ...ท่าทางไม่ดีเลยนะฮะ... นายก็เหมือนกันล่ะเฟ้ย...)
 
เฮ้อ...ชิน พอได้แล้วมั้ง อลิซก็ด้วย
 
อะไรกันรัน ไม่คิดว่าเธอจะปราณีผู้ชายแบบนี้ได้ด้วย? ชินแสร้งทำเสียงสูงเหมือนประหลาดใจ
 
ฉันก็ไม่ได้แกล้งอย่างนั้น อลิซก็ด้วย อย่าเล่นตามชินมากนักเลย
 
ก็ได้น่ะ
 
อาโอมิเนะชะงักและเงยหน้าขึ้น ตาโตมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กอีกครั้ง
 
เด็กหญิงยิ้มเล็กๆ สมกับกิริยาและน้ำเสียงที่เหมือนเด็กพูดน้อย แต่อาโอมิเนะรู้สึกว่าเป็นรอยยิ้มที่มีเบื้องหลัง ราวกับมีเสียงขบขันอยู่ในที่ที่เขาไม่ได้ยิน
 
น่ากลัวโว้ย...ผู้หญิงนี่น่ากลัวจริงๆ...หรือเฉพาะยัยพวกนี้ก็ไม่รู้ แล้ว น่ะ(no/nano) มันคืออะไรวะ? มินิ-มิโดริมะรึไง!?’
 
*เอี๊ยด*
 
คนจากทั้งสามโต๊ะ(รวมทั้งคนที่ฟุบหน้าอยู่)หันไปมองต้นเสียงแหลมเหมือนรถเบรก และเห็นจักรยานพ่วงท้ายคันหนึ่งเข้ามาจอด ก่อนที่เด็กหนุ่มผมสีเขียวสวมแว่นซึ่งอาโอมิเนะเพิ่งนึกถึงจะลุกขึ้นบนกระบะพ่วงท้ายและก้าวลงมา
 
อุ๊วะ!” เด็กหนุ่มผมดำคนถีบจักรยานอุทาน รุ่นแห่งปาฏิหาริย์รวมกันครบ! ชินจังบอกมาซะทีเถอะน่าว่ามาทำอะไรกัน
 
ทาคาโอะ หนวกหู ไม่บอกก็เพราะไม่รู้น่ะสิ ...คิเสะ อาโอมิเนะ เล่นอะไรของพวกนาย
 
ไอ้คนมาสายอย่าเบ่งนักเลย
 
ฮึ่ม เพราะทาคาโอะไม่ปั่นให้เร็วกว่านี้น่ะสิ
 
ชินจังใจคอจะให้ฉันฝ่าไฟแดงเลยรึไง...
 
ไปได้แล้ว
 
คร้าบ โชเฟอร์ผู้ซื่อสัตย์หมดหน้าที่แล้วก็ไปคร้า~
 
ทาคาโอะปั่นจักรยานออกไป มิโดริมะก็ก้าวเข้าไปมาเขตร้านและนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามกับคิเสะ ทักทายคางามิ ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
 
‘! เด็กนี่...ที่ศาลเจ้า...!’
 
เด็กผู้หญิงก็จำเขาได้เช่นกัน
 

พี่ชายใส่แว่น...เงาดำยังตามอยู่เลยน่ะ...รีบกลับบ้านดีกว่าน่ะ
 
อีกแล้วเหรอ พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลยน่ะสิ
 
พี่ชายใส่แว่นจะโชคร้ายน่ะ
 
มิโดริมะขยับแว่น
 
ฮึ่ม ฉันไม่เชื่อคำพูดเลื่อนลอยของเด็กที่คิดว่าตัวเองเป็นหมอดูน่ะสิ
 
ในเวลานั้นผู้ที่รู้จักมิโดริมะทุกคนเหงื่อตกในใจ
 
อลิซไม่ใช่หมอดูน่ะ
 
คนไม่ใช่หมอดูเขาไม่เที่ยวทำนายดวงคนอื่นน่ะสิ
 
อลิซไม่ได้ทำนาย อลิซแค่พูดสิ่งที่เห็นน่ะ
 
นี่มันบทสนทนาแบบไหนกัน? คนที่รู้จักมิโดริมะเหงื่อตกรอบสองกับบทสนทนาที่เต็มไปด้วยคำต่อท้าย
 
นึกแล้ว...มินิ-มิโดริมะจริงๆ ด้วย!’ อาโอมิเนะตะโกนในใจ
 
อนึ่ง หากให้อดีตสมาชิกชมรมบาสเกตบอลเซย์รินบางคนเรียก คงจะได้ชื่ออย่าง ชินทาโร่หมายเลขสอง แทน อ้างจากการตั้งชื่อสุนัขตัวหนึ่ง แต่ตั้งชื่อแบบนี้ให้เด็กผู้หญิงน่าสงสารเกินไป ดังนั้นอดีตโค้ชคงจะค้าน
 
วันนี้ราศีกรกฎเป็นที่สอง ลัคกี้ไอเทม สิ่งของที่ใกล้ชิดกับเทพ ก็ได้มาแล้ว ไม่มีทางที่วันนี้ฉันจะ—
 
*แปะ*
 
เป็นแค่เสียงเล็กๆ แต่ทำให้บรรยากาศเงียบกริบได้
 
มิโดริมะเอื้อมมือขวาซึ่งไม่ได้ถือลัคกี้ไอเทมขึ้นไปแตะบนศีรษะของตัวเอง แล้วนำนิ้วที่เปื้อนของเหลวสีขาวลงมาดู ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นอย่างรวดเร็ว มองเห็นนกที่บินผ่านไป
 
...ปุ—! มิโดริมะ แก วันนี้ดวงดีจริงๆ  อะไรจะแม่นขนาดนั้น อาโอมิเนะเท้าคางยิ้มเย้ยเพื่อน
 
หุบปากซะ อาโอมิเนะ
 
มิโดริมะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ชะงัก แล้วเปลี่ยนไปเปิดกระเป๋ากีฬา แล้วชะงักอีกรอบ
 
คุโรโกะผู้ช่างสังเกตรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็หยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองให้
 
มิโดริมะคุง
 
อา...ขอบใจ มิโดริมะหยิบผ้าเช็ดหน้าจากคุโรโกะมาเช็ดหัว เดี๋ยวซักแล้วจะคืนให้วันหลัง
 
ไม่ต้องหรอกครับ มิโดริมะคุงเก็บไว้เลยก็ได้
 
ไม่ได้ ฉันจะคืนให้ทีหลังน่ะสิ
 
ก็ได้ครับ
 
มิโดริมะเก็บผ้าเช็ดหน้าของคุโรโกะเข้ากระเป๋ากีฬา ระหว่างนั้นเด็กผู้หญิงผมเปียก็เดินไปที่โต๊ะกับเพื่อนแล้ว
 
มากันครบแล้วนี่ จะไปกันเลยมั้ย?
 
เดี๋ยวสิยะ สั่งเครื่องดื่มไปแล้ว กินเสร็จก่อนค่อยไป
 
เฮ้อ เธอนี่ วันนี้คิดจะขึ้นซักกี่กิโลฯกัน? ชินถอนหายใจพลางนั่งลงตรงข้ามกับคิซารางิ
 
อย่าพูดเรื่องนั้นสิยะ! เสียอารมณ์หมด!”

ชินเลือกที่จะหยุดแค่นั้นและหยิบนิตยสารที่นำมาด้วยขึ้นมาอ่าน
 
คงจะเป็นนิตยสารที่เห็นซื้อพร้อมกับตัวเอง อาโอมิเนะคิดอย่างนั้นพลางลอบมองปก
 
นิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ อาโอมิเนะรู้เพราะในชีวิตตัวเองก็เคยอ่านอยู่บ้าง
 
ชั่วครู่หนึ่งอาโอมิเนะคิดคำเสียดแทงที่จะล้างแค้นหญิงสาวผมสีเขียว แต่แล้วก็ล้มเลิกไปเพราะแผลในใจยังแสบร้อนอยู่ และสังหรณ์ใจว่าถ้าพูดออกไปจะซ้ำรอยเดิม 

 
เครื่องดื่มที่สั่งไปค่อนข้างเยอะจึงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะมา ระหว่างนั้นบรรยากาศระหว่างกลุ่มนักบาสฯกับกลุ่มเด็กสาวก็ค่อนข้างอึดอัดเนื่องจากปฏิสัมพันธ์ที่ผ่านไปนั้นขาดตอน
 
โมโมอิซึ่งในชีวิตม.ต้นและม.ปลายไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองรู้เรื่องที่เพื่อนผู้หญิงคุยกัน อาโอมิเนะกับคิเสะที่แผลภายในยังปวดตุบๆ  คางามิที่ไม่คุ้นเคยกับผู้หญิงเลย มุราซากิบาระที่ไม่สนใจอะไรนอกจากของกิน คุโรโกะที่ทำตัวเป็นปกติมากที่สุดคืออยู่ก็เหมือนไม่อยู่ และมิโดริมะยังระแวงเด็กผู้หญิงผมเปีย(กับการจู่โจมทางอากาศ)
 
ในจำนวนสิบห้าคนนี้ ผู้ที่สามารถกอบกู้บรรยากาศที่ดีกลับมาได้มีเพียงแค่โทโมเอะผู้ยิ้มแย้มด้วยความเป็นมิตรคนเดียวเท่านั้น
 
พวกคางามิซังตัวสูงกันทุกคนเลย เล่นบาสเกตบอลเหมือนกันทุกคนเหรอคะ?~”
 
เอ๋? อ—อา ครับ คางามิตอบเพราะมีชื่อตัวเอง
 
คุณผู้หญิงกับคุโรโกะซังด้วยเหรอคะ?~”
 
อ—เอ๋? ฉ—ฉันเป็นผู้จัดการชมรมค่ะ
 
ผมก็เล่นครับ บาสเกตบอล
 
จริงดิ? ทั้งที่ตัวเล็กกว่าฉันอีกน่ะนะ? รันเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ
 
อาโอมิเนะหัวเราะออกมาและตบบ่าคุโรโกะ
 
เท็ทสึ! บอกแล้วให้กินเยอะๆ จะได้โต!”
 
วานิลลาเชคก็มีนมเป็นส่วนผสมนะครับ
 
แค่นั้นมันได้ที่ไหนเล่า
 
มีมือมาตบบ่าอีกฝั่งหนึ่ง เป็นคางามิที่กำลังกลั้นหัวเราะจนน้ำตาไหล
 
คุโรโกะ! ...ขึก...!”
 
ผมไม่ได้ตัวเล็กที่สุดในชมรมนะครับ
 
สูงกว่าเด็กปีหนึ่งคนเดียวเนี่ยนะ?
 
คิเสะมองการสนทนาแล้วก็เกิดนึกในใจขึ้นว่าเป็นครั้งแรกที่มีคนมาถามพวกเขา รุ่นแห่งปาฏิหาริย์ (เกือบ)ทุกคนพร้อมกันว่า เล่นบาสเกตบอลหรือไม่
 
ปกติแล้วหากพวกเขามาอยู่รวมกันเช่นนี้มีแต่เป็นในทัวร์นาเม้นต์ในลีกวงการบาสเกตบอล ไม่มีใครที่ไม่รู้จักทั้งชื่อและใบหน้าของพวกเขา แต่ต่อหน้าสาธารณชนทั่วไปเช่นนี้พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ถูกมองเห็นแล้วติดชื่อให้ทันทีว่า รุ่นแห่งปาฏิหาริย์คิเสะ เรียวตะ  ไม่มีเหตุผลให้ หู~ ให้ หา~’ หรือต้องหวั่นเกรง
 
คิเสะไม่รู้ว่าคนอื่นรู้สึกเหมือนกับเขาหรือไม่ แต่ความรู้สึกของการอยู่พร้อมหน้ากันโดยที่ความเป็นนักบาสเกตบอลเป็นแค่ส่วนยิบย่อยและไม่ใช่ตัวตนทั้งหมดนั้นทำให้รู้สึกสดชื่นเหมือนได้เปลี่ยนบรรยากาศทีเดียว แม้แต่งานวันเกิดของคุโรโกะคราวนั้นทุกคนในงานก็เป็นนักบาสที่เคยแข่งกันมาทั้งนั้น จนรู้สึกเหมือนเป็นงานรวมนักบาสฯม.ปลาย
 
แล้วทุกคนออกมาด้วยกันจะไปทำอะไรเหรอคะ?~”
 
ตรงนี้แต่ละคนตอบขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
 
ไม่รุ มาสัมภาษณ์ค่ะ ยังไม่บอกน่ะสิ มากินหนม มาสัมภาษณ์ครับ ตามหมอนี่มา มาเที่ยวด้วยกันฮะ!”
 
...ตกลงกันก่อนจะตอบก็ดีนะ ชินท้วงอย่างเยือกเย็น
 
หมายความว่ายังไงกัน โมโมอิ สัมภาษณ์คือเรื่องอะไรกัน ฉันไม่เห็นได้ยินมาก่อนเลยน่ะสิ
 
เอ๊ะ? อาคาชิคุงไม่ได้บอกเหรอ? มีคนอยากจะสัมภาษณ์อดีตสมาชิกรุ่นแห่งปาฏิหาริย์ก็เลยเรียกพวกเรามารวมกัน
 
ไม่รู้เรื่องเลยน่ะสิ! อาคาชิ มิน่าถึงไม่ยอมบอกว่าให้มาทำอะไร มิโดริมะพูดอย่างไม่สบอารมณ์แล้วลุกขึ้นยืน
 
มิโดริน? จะไปไหน?
 
กลับน่ะสิ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่าเรื่องเก่าๆ น่ะสิ ฝากบอกอาคาชิด้วย
 
ฉันก็จะไปเหมือนกา~ มุราซากิบาระพูดอย่างไร้ความกระตือรือร้น
 
มุคคุง!?”
 
อาคาจินบอกว่าจะพาไปงานขนม ถ้าอาคาจินไม่พาไปฉันไปคนเดียวก็ได้
 
เดี๋ยวก่อนสิทั้งสองคน! มิโดริน อาคาชิคุงอุตส่าห์มาจากเกียวโตเลยนะ! ต้องเป็นเรื่องสำคัญมากแน่ๆ เลย อยู่ฟังด้วยกันก่อนสิ นะ? อาคาชิคุงไม่เคยทำอะไรที่ไม่มีความหมายไม่ใช่เหรอ?
 
...นั่นสินะ ฉันก็ไม่คิดว่าอาคาชิจะเรียกพวกเราออกมาโดยไม่มีเหตุผลเหมือนกันน่ะสิ มิโดริมะคิดทบทวนใหม่
 
มุคคุง งานจัดตั้งสามวัน อยู่ด้วยกันก่อนนะ แล้วเดี๋ยวฉันจะให้ไดจังพากินให้ทั่วเลย! นะ?
 
เฮ้ย ซัทสึกิ! อย่าพูดเอาเองเซ่!”
 
อืม ก็ได้~”
 
หลบเลี่ยงหายนะไปได้ โมโมอิถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่จริงๆ แล้วในใจก็นึกสงสัยเหมือนกันว่าสัมภาษณ์อะไรที่สำคัญจนอาคาชิ เซย์จูโร่คนนั้นต้องยอมลงทุนขนาดนี้
 
จริงสิ ยังไม่แนะนำตัวกันเลย ฉันชื่อฮารุคาวะ โทโมเอะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเนอะ~” หญิงสาวผมสีดำกล่าวเป็นสำเนียงคันไซ
 
ฉันชื่อรันโด คาโยโกะ เมื่อก่อนเคยเกลียดผู้ชาย ตอนนี้ไม่แน่ หญิงสาวสวมแว่นตอบเสียงห้าว
 
คาตางิ ยูโกะค่ะ เด็กสาวผมสีชมพูวัยประมาณสิบสี่เอ่ยอย่างสุภาพ
 
คาตางิ ซาโกะ! เป็นฝาแฝดกะยูโกะ เด็กสาวผมสีม่วงที่ใบหน้าคล้ายกับคนก่อนมากตอบอย่างกระตือรือร้น
 
คิซารางิ เคียวกะ เด็กสาวผมสีส้มทรงทวินเทลเอ่ยเรียบๆ  นัยหนึ่งก็คล้ายอาโอมิเนะยามที่ไม่ได้ขี้เกียจแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ
 
ฮัทสึไร มาโคโตะ—
 
เป็นอัจฉริยะ
 
—เดี๋ยวปั๊ด! ...อะแฮ่ม ไม่มีอะไรอย่าไปสนใจเลยค่ะ เรียกดิฉันว่า ชิน ก็ได้ถ้าสะดวกปาก หญิงสาวผมสีเขียวหยักศกนิดๆ สลับภาษาไปมาอย่างรวดเร็ว
 
น่ากลัว ผู้หญิงพวกนี้น่ากลัวจริงๆ อาโอมิเนะนึกซ้ำอีกครั้งในใจ
 
ฮิเมคามิ อายาโนะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะทุกคน เด็กสาวผมยาวสีชมพูยิ้มหวานอย่างเป็นมิตรเหมือนคนแรก แต่ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์จริงใจอย่างแท้จริง ชนิดที่เห็นแล้วนึกทันทีว่า อา~ เด็กดี~’
 
อลิซชื่ออลิซน่ะ
 
คนสุดท้ายชวนสับสนที่สุด
 
อ่า...เป็นชื่อเล่น แต่เรียกอลิซนั่นล่ะดีแล้ว ไม่งั้นเดี๋ยวงง
 
ฝ่ายเด็กสาวแนะนำตัวเสร็จ ฝ่ายนักบาสฯก็แนะนำตัวบ้าง เสร็จเครื่องดื่มก็มาพอดี มิโดริมะปฏิเสธเมื่อพนักงานถามว่าจะรับอะไรไหม ชินกับอลิซสั่งเครื่องดื่มกันคนละอย่าง
 
คือว่า...
 
คิเสะยกมือขออนุญาตอย่างกล้าๆ กลัวๆ  ผิดฟอร์มนายแบบผู้เคยชินกับการพูดกับผู้หญิงอย่างมาก ไม่กล้าพูดต่อจนกระทั่งรู้สึกว่าได้รับอนุญาตแล้วจากสายตาของกลุ่มเด็กสาวที่มองมา
 
พวกคุณกำลังจะไปไหนกันเหรอฮะ? ...ถามได้ใช่มั้ยฮะ?
 
ทำไมต้องกลัวขนาดนั้น?
 
ต้องถามด้วยเหรอฮะ!?’
 
คิซารางิหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด แล้วยื่นให้คิเสะดู คิเสะทวนสิ่งที่เห็น
 
งานจัดแสดงขนม?
 
งานเดียวกับที่มุราซากิบาระคุงอยากไปสินะครับ
 
คิเสะกับคิซารางิสะดุ้ง สำหรับคิเสะเป็นแค่การตกใจเล็กน้อย สำหรับคิซารางิเป็นการตกใจระดับที่โทรศัพท์กระเด็นขึ้นจนต้องรีบคว้าไว้ก่อนจะตกพื้น
 
ย—อย่าทำให้ตกใจสิยะ!”
 
ขอโทษครับ แต่ผมพูดปกตินะครับ
 
ตอนแนะนำตัวก็ทำให้กลุ่มเด็กสาวตกใจกับเกือบทั้งโต๊ะแล้ว
 
เอ๋? พวกเธอก็จะไปเหมือนกันเหรอ?
 
เมื่อถูกมุราซากิบาระถาม คิซารางิก็เท้าสะเอวข้างหนึ่งแล้วกระหยิ่มยิ้มย่องขึ้นมา
 
ฮึฮื่อ~ แน่นอนอยู่แล้ว ลูกผู้หญิงจะพลาดได้ยังไง!~”
 
นี่ อย่าเหมารวมผู้หญิงทุกคนในญี่ปุ่นเป็นเหมือนตัวเองได้มั้ยยะ?
 
มิอุนอกจากไม่ว่างแล้วยังบอก ไม่สนใจ ด้วยนะ?
 
ไม่รู้ไม่ชี้ย่ะ วันนี้ฉันอารมณ์ดี ฉะนั้นฉันไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น!” ยังคงกระหยิ่มต่อไป
 
ยูโกะอยากเอากลับไปฝากอาจารย์ด้วย
 
โอ้ ความคิดดี สมแล้วที่เป็นยูโกะ!”
 
ฝาแฝดยูโกะซาโกะยิ้มและพยักหน้าให้กัน
 
ฮืม ถึงจะเป็นหมอนั่นก็คงต้องมีขนมแบบที่กินได้บ้างล่ะนะ
 
ฟุฟุ แต่ถ้าเป็นของจากพวกเราล่ะก็ถึงจะเป็นอะไรอาจารย์ก็คงจะทานทั้งนั้นล่ะเน้อ~”
 
จริงด้วยเนอะ
 
นี่ นายตัวใหญ่
 
ฉันเหรอ? มุราซากิบาระตอบเสียงเฉื่อยชา
 
นายก็จะไปงานขนมเหมือนกันใช่มั้ย นายชอบกินขนมแบบไหนล่ะ?
 
เพราะเป็นผู้ชายเหมือนกันคิซารางิจึงคิดว่าจะเป็นข้อมูลได้
 
ไมอุโบ
 
หา?
 
นั่นน่ะ รู้สึกจะเป็นขนมแท่งที่ขายตามร้านสะดวกซื้อสินะ
 
โอ้ๆ  เคยกินๆ  มีหลายรสด้วย อร่อยดี
 
ฮุฮุ ยูโกะชอบรสสตรอว์เบอร์รี่ล่ะ
 
ขนมห่อไม่เอาสิยะ! ขนมทำมือน่ะ!” คิซารางิหันกลับไปคาดคั้นกับมุราซากิบาระ
 
อื~ม ถ้างั้นก็ อะไรที่อร่อย มุราซากิทำท่าเหมือนนึกออก
 
หา? ไม่มีประโยชน์เล้ย
 
มุราซากิบาระไม่ค่อยเข้าใจเด็กสาวเสียงดังตรงหน้า แต่ไม่ถูกถามแล้วจึงไม่พูดอะไรต่อ
 
สุดท้ายกลุ่มเด็กสาวก็ต้องพึ่งกันเอง
 
เอ ขนมที่ป๋าชอบกินเหรอ...รู้สึกว่า...ป๋าจะเคยบอกว่าถ้าไม่หวานมากเกินไปก็กินได้หมด... อ๊ะ แต่ไม่ชอบพวกวุ้น แล้วก็ถ้าเป็นครีมเยอะๆ ล่ะก็จะเลี่ยน...
 
ส่วนอาจารย์มิอุชอบของคาวกับรสชาติเค็มมากกว่าน่ะ
 
เรื่องมากจริงๆ  ทั้งคู่เล้ย ยากนักก็ไปกินข้าวหน้าเนื้อซะสิยะ คิซารางิบ่นอย่างไม่จริงจัง
 
บทสนทนาของกลุ่มเด็กสาวกล่าวถึงบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในที่นั้นด้วย ดูผิวเผินไม่มีอะไรน่าใส่ใจ แต่คิเสะรู้สึกสะกิดใจกับบุคคลคนนั้น
 
คือว่า... อาจารย์ ที่พูดถึงนี้—
 
รันโดซัง? รันโดซังใช่มั้ย?
 
คำถามของคิเสะถูกขัดจังหวะโดยเสียงคนที่ไม่ได้อยู่ในสิบห้าคน ซึ่งดังขึ้นจากฝั่งทางเท้า รันซึ่งถูกเรียกชื่อหันไปมอง
 
“! ไอดะเองเหรอ? ฮิวงะไม่ได้เจอกันนานนะ
 
โอ้ เหมือนกัน รันโด ออกมากับเพื่อนเหรอ—คางามิ!?”
 
คุโรโกะคุงด้วย? ...เดี๋ยวสิ นี่มันรวมรุ่นแห่งปาฏิหาริย์เลยไม่ใช่เหรอ!?”
 
ชายหนุ่มสวมแว่นกับหญิงสาวผมสั้นออกสีน้ำตาลส้มรับคำทักทายก่อนจะหันไปเห็นกลุ่มนักบาสที่นั่งรวมกันอยู่
 
พวกเขาคืออดีตกัปตันและโค้ชของชมรมบาสเกตบอลเซย์ริน ฮิวงะ จุนเปและไอดะ ริโกะ ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง
 
กัปตัน โค้ช ไม่ได้พบกันนานนะครับ คุโรโกะทักทายอย่างสุภาพ
 
กัปตันกับโค้ช ออกมาเดทกันเหรอครับ~” คางามิได้ทีแซว
 
คางามิ! กลับมาจากอเมริกาปากกล้าขึ้นเยอะนะ!”
 
พวกนายรู้จักกันเหรอ?
 
รันมองสลับระหว่างคางามิกับฮิวงะ
 
รุ่นน้องโรงเรียนเก่าฉันกับริโกะเอง
 
รันโดซังกับพวกคางามิคุงตะหาก รู้จักกันได้ไง?
 
รุ่นน้องเธอเดินชนเพื่อนฉันระหว่างทางมานี่ ไม่เชิงฟ้องแต่รันพูดหน้าเรียบ
 
คางามิ! ทำแบบนั้นกับผู้หญิงได้ยังไง ไปวิ่งเลยสองรอบ!”
 
ผมไม่ได้ตั้งใจครับ! ...เดี๋ยว ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนซะหน่อย! ...ครับ!”
 
อ๊ะ ขอโทษ ลืมตัว
 
ริโกะหันไปทางเพื่อนของเพื่อนคนที่รุ่นน้องเดินชน แล้วก็ชะงักเมื่ออีกฝ่ายยิ้มให้
 
ตอนนั้นเองที่โมโมอิลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยใบหน้าจริงจัง
 
บีซัง!”
 
หา? ฉันเหรอ? รู้ชื่อก็เรียกชื่อสิยะ! แล้วตอนนี้ฉันซีแล้วย่ะ!!”
 
โมโมอิพุ่งเข้าไปหาริโกะ
 
จะบีหรือซีก็เหมือนกันนั่นล่ะค่ะ!” ว่าไงนะยัยหนูนี่!?!” ที่สำคัญกว่านั้น...!!”
 
โมโมอิเข้าไปจับไหล่ริโกะแล้วพูดเสียงกระซิบพลางส่งสายตาไปทางหญิงสาวผมดำที่นั่งอยู่
 
นั่นน่ะค่ะ นั่นน่ะ G ใช่มั้ยคะ!? ต้อง G แหงๆ เลย! สแกนสิคะ สแกน!
 
ตาฉันไม่ได้ไว้ใช้ยังงั้น! ...G จริงๆ นั่นล่ะ แถมยังจวนเจียนจะแตะเส้นชั้นต่อไปด้วย
 
เป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกันแท้ๆ  นี่มันโกงชัดๆ เลยนะคะ! เล่นนอกกฎกันชัดๆ เลยใช่มั้ยคะ!
 
ถึงจะพูดกับฉันไปก็เถอะนะ...ที่จริงแล้วเธอจะสนใจทำไม คุโรโกะคุงดูไม่ใช่คนสนใจเรื่องนั้นซะหน่อย
 
เรื่องนั้นฉันรู้แล้วล่ะค่ะ! แต่นี่มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง! ใช่มั้ยล่ะค่ะ!?
 
อย่าถามเหมือนฉันเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ได้มั้ย? สำหรับฉันเธอเองก็ไม่ต่างกันหรอกย่ะ
 
เอ๋~ ได้ยังไงกันคะ ต่างกันเยอะนะคะ
 
แล้วทีฉันเมื่อกี้ล่ะ!?
 
คือว่า มีอะไรรึเปล่าคะ?
 
เอ๋!? ป—เปล่า ไม่มีอะไรหรอก แค่...เป็น...คนรู้จักของรันโดซังสินะคะ? ริโกะเปลี่ยนเรื่อง แต่มองรอยยิ้มของอีกฝ่ายรู้สึกว่าความแตกนานแล้ว
 
ค่ะ ฮารุคาวะ โทโมเอะ เป็นเพื่อนของรันซังแต่อยู่คนละมหาลัยกันเนอะ~”
 
ฉันชื่อไอดะ ริโกะ เรียนบางวิชากับรันโดซังก็เลยรู้จักกันน่ะค่ะ ฮารุคาวะซังมาจากแถบคันไซเหรอคะ?
 
บ้านอยู่เกียวโตล่ะเนอะ แต่เรียนอยู่ที่นี่เน้อ~”
 
ฮิวงะไม่รู้ว่าริโกะกระซิบกระซาบอะไรกับผู้จัดการทีมโทโอ แต่สังหรณ์ว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย ระหว่างนั้นตัวเองก็สังเกตกลุ่มของคนรู้จัก
 
รันโด ...หมอนั่นไม่ได้มาด้วยเหรอ?
 
ป๋าเหรอ? ป๋าไม่ว่างว่ะ มีโปรเจค ทำไมถาม?
 
เปล่า ก็เห็นริโกะว่า—...
 
หา? ไอดะว่าไงนะ?
 
...เปล่าๆ ไม่มีไร
 
อะไรของนาย...
 
จุนเป ไปได้แล้ว
 
อา เสร็จแล้วเหรอ? ไปสิ...คุโรโกะ คางามิ เพื่อนของรุ่นพี่ก็คือรุ่นพี่ ห้ามเสียมารยาทนะเฟ้ย ไม่งั้นตามไปเล่นถึงอเมริกาแน่
 
...ครับ คางามิทำได้แค่ตอบรับ
 
ไปนะรันโด เจอกันที่มหาลัยนะ รันโดซัง
 
อา เจอกัน
 
อดีตกัปตันและโค้ชทีมเซย์รินไปตามทางของตัวเอง ทิ้งความประหลาดใจไว้กับรุ่นน้อง และคำถามอีกหนึ่งข้อกับนายแบบคนหนึ่ง
 
คือว่า...ถามอะไรหน่อยได้มั้ยฮะ? คิเสะยกมือขออนุญาตอีกรอบ
 
อา เมื่อกี้ว่าจะถามอะไรนี่ใช่มะ? ว่ามา
 
เมื่อกี้ที่พูดกัน...อาจารย์ เนี่ย หมายถึง...?
 
อาจารย์ของพวกยูโกะน่ะค่ะ
 
ทุกคนเลยเหรอฮะ?
 
อืม
 
เดี๋ยวก่อน มิโดริมะแทรก
 
เท่าที่ดูไม่ว่ายังไงพวกเธอบางคนก็อายุห่างมากเกินไป ตามองเด็กหญิงตัวเล็กสามคน ไม่มีทางอยู่ชั้นใกล้กันได้น่ะสิ
 
ป่าวๆ ไม่เกี่ยวกะโรงเรียน เป็นอาจารย์ของพวกซาโกะเฉยๆ
 
...หมายความว่าไง? คางามิเองก็เริ่มงง
 
นอกจากคางามิแล้วคุโรโกะกับโมโมอิก็หันมาสนใจคำพูดประหลาดนี้
 
เป็นอาจารย์สอนพิเศษ ชินตอบชัดถ้อยชัดคำ
 
ถ้ารู้จักกันก็แสดงว่าเป็นโรงเรียนกวดวิชาน่ะสิ มิโดริมะวิเคราะห์
 
เหมือนสถานพินิจมากกว่า...แต่ก็ประมาณนั้นล่ะ ตอนนี้ก็เหลือแค่ดิฉันที่ยังเรียนตัวต่อตัวกับครูฝึกอยู่
 
เห? ตอนต้นเหมือนได้ยินอะไรแปลกๆ? ฝั่งนักบาสทุกคน(แม้แต่อาโอมิเนะกับมุราซากิบาระ)คิดขึ้นพร้อมกัน
 
สำหรับคิเสะซึ่งค่อนข้างเชี่ยววิชาการสนทนาและยังจดจำรายละเอียดต่างๆ ได้ดียังมีคำถามเหลืออยู่
 
แต่เมื่อกี้...เหมือนจะมีเรียกว่า ป๋า นี่คงไม่ใช่คนเดียวกันใช่มั้ยฮะ?
 
ป๋าเหรอ? คนเดียวกันสิ
 
ป—เป็นเหรอฮะ คือว่า...เป็นคุณพ่อของคุณ...? หรือหัวหน้าแก๊ง อีกคำหนึ่งที่ตีความจากบุคลิกของอีกฝ่ายแต่คิเสะไม่กล้าพูดออกมา
 
สาเหตุที่คิเสะกลืนน้ำลายนิดๆ ก่อนถามนั้นเป็นเพราะเด็กผู้หญิงผมทวินเทลมีปฏิกิริยาที่เห็นได้ชัดเมื่อถูกเพื่อนหยอกเรื่องอยากให้ อาจารย์/ป๋า คนนี้มาด้วย ซึ่ง...ความนัยของมันทำให้เขารู้สึกเย็นวาบและกระอักกระอ่วนนิดหน่อย
 
จะบ้าเรอะ ป๋าอายุมากกว่าฉันปีเดียวเอง! ตอนนี้เข้ามหาลัยเดียวกันแล้ว ก็เลยเป็นรุ่นพี่ที่มหาลัยล่ะมั้ง? แต่เรียนคนละสาขา
 
คิเสะถอนหายใจอย่างโล่งอก
 
ถ้างั้นแล้วทำไมถึงเรียกยังงั้นล่ะฮะ?
 
ก็มันชินแล้ว
 
ชินที่ว่านี่คือเรียกยังงั้นมาตั้งแต่ยังเป็นอาจารย์อยู่?
 
ก็งั้นล่ะ
 
เป็นความสัมพันธ์ศิษย์-อาจารย์แบบไหนกันฮะเนี่ย?!’
 
ในเวลาเดียวกันนั้นคางามิกับอาโอมิเนะดื่มเครื่องดื่มของตัวเองไปก็วาดภาพของป๋า คนนี้ในหัว ของอาโอมิเนะเป็นผู้ชายตัวสูง หน้าโหด มีแผลเป็นที่หน้าเหมือนยากูซ่า ของคางามิเป็นผู้ชายตัวตันๆ หน้าแก่ราวสามสิบ หนังหน้าหยาบกร้านโลก ปากคาบบุหรี่ควันฉุย
 
ไอ้พวกนี้เสียมารยาท
 
ร—หรือว่ามีพวกคุณคนไหนช—ชอบเขาคนนี้อยู่ โมโมอิโพล่งขึ้น ทำให้คางามิกับอาโอมิเนะสำลักน้ำเมื่อเติมเข้าไปกับภาพเดิมที่นึกไว้ สมน้ำหน้า
 
โมโมอิที่ผ่านมาไม่เคยเป็นฝ่ายเปิดประเด็นคุยเรื่องรักกุ๊กกิ๊กก่อนเหมือนเพื่อนผู้หญิงคนอื่น แต่ในเวลานี้ความรู้สึกว่าระหว่างตัวเองกับคุโรโกะมีอันตรายเป็นแรงผลักดัน
 
คนที่มีปฏิกิริยาชัดเจนก่อนใครก็คือคิซารางิ ทั้งผงะแก้มแดงแล้วยังเม้มปากขมวดคิ้วเหมือนทั้งเขินทั้งเจ็บใจ เป็นไปตามที่คิเสะคาด
 
หึ ยังซึนเดเระอยู่อีก นี่ล่ะน้าเด็กๆ
 
ว่าไงนะยะ!? ล—แล้วฉันไม่ได้...ล—แล้วทีเธอล่ะยะ! ถึงกับอ้อนวอนขอให้เป็นอาจารย์สอนพิเศษเลยไม่ใช่เหรอยะ!”
 
หึ อย่าเอาฉันไปเทียบกับเด็กอย่างเธอสิ ระหว่างฉันกับครูฝึกน่ะเป็น...ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่
 
ม—ม—หมายความว่าไงกันยะ!?!”
 
? ??? “!!”
 
เด็กอายุน้อยสามคนมีสองคนทำหน้าไม่เข้าใจ อีกคนยกมือปิดปากหน้าแดง
 
อาโอมิเนะกับคางามิหน้าเหวอแก้มแดงไม่สมกับเป็นนักบาสตัวเบิ้ม แต่จริงๆ แล้วนอกจากคุโรโกะกับมุราซากิบาระกลุ่มนักบาสต่างก็แสดงปฏิกิริยาออกมาไม่มากก็น้อย
 
ฟุฟุ ชินซังล่ะก็ ขี้แกล้งเน้อ~”
 
ก็นะ ดันมีคนติดกับง่ายๆ บางทีเลยอดไม่ได้
 
ธ—เธอนี่มัน...!?” คิซารางิเมื่อเข้าใจความจริงก็หน้าแดงแปร๊ดด้วยทั้งความอายและความโกรธ
 
พอรู้ว่าเป็นเรื่องล้อเล่นคนที่หน้าแดงก็รู้สึกตัวต่างพยายามสงบอาการตัวเอง อาโอมิเนะท่าทางผิดหวังนิดๆ ที่ไม่มีเรื่องอย่างใน ภาพยนตร์ ที่เคยดู
 
พวกเราตกลงกันแล้วไงว่าจะไม่มีใครล้ำหน้าใคร
 
ฉันคิดว่าไม่มีพวกเราคนไหนผิดสัญญาหรอกนะ
 
ด้วยสองประโยคนั้นคนที่อยู่ระหว่างถอนหายใจก็ลมหายใจหยุดชะงักอีกครั้ง คราวนี้ถึงอยากเก็บความสงสัยอย่างไรก็ทำไม่ได้แล้ว คิเสะเป็นหน่วยกล้าถามอีกครั้ง
 
อ—เอ คิดไปเองรึเปล่าฮะเนี่ย แต่พูดอย่างนั้นเหมือนกับว่าทุกคนที่นี่...
 
ชอบอาจารย์ ใช่แล้วล่ะ เน้อ~” โทโมเอะยิ้มหวานเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย
 
ซาโกะชอบหมอนั่นเป็นที่สองหรอก ที่หนึ่งยังไงก็คือยูโกะ!”
 
แม้แต่คุโรโกะยังเผยอปาก คนอื่นไม่ต้องพูดถึง คางามิกับอาโอมิเนะปล่อยน้ำไหลจากแก้วและปากตัวเอง ภาพ ป๋า ที่วาดไว้ก่อนหน้านั้นสลายหายไปกับความเป็นไปไม่ได้ ต่างคนต่างพยายามจินตนาการผู้ชายที่หน้าตาดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เมื่อล้มเหลวก็หันไปทางคิเสะโดยอัตโนมัติ ก่อนจะถอนใจอย่างผิดหวัง
 
อาโอมิเนจจิ คางามิจจิ! ทำหน้ายังงั้นหมายความว่าไงกันฮะ?!” คิเสะอ่านใจคนไม่ได้แต่รู้สึกว่าถูกเสียมารยาทอย่างแรง
 
ไม่มีไรๆ  แค่คิดว่านายยังอีกไกลแค่นั้น อาโอมิเนะเสมองไปทางอื่น
 
ทำให้รู้สึกว่าถึงจะเป็นนายแบบก็ไม่ต่างจากคนทั่วไปขึ้นมาเลย คางามิพยักหน้ากับตัวเองอย่างเข้าใจ
 
ก่อนหน้านี้คางามิจจิคิดว่าฉันเป็นอะไรกันฮะ?!”
 
มิโดริมะทำหน้าเหมือนเห็นลูกชู้ตตัวเองพลาดเป้าอยู่ซักพัก พอรักษาสติได้ก็ยกนิ้วขึ้นขยับสันแว่นพลางพูดเสียงหงุดหงิด
 
บ้ากันชัดๆ  ผู้หญิงตั้งแปดคน—
 
ที่จริงเก้าคน
 
—ก—เก้าคน... ยังมีอีกเรอะ!?’ ชอบผู้ชายคนเดียวกัน แถมยังรู้จักกันเอง ยอมรับกันเองอีก มิโดริมะ ชินทาโร่คิดเสมอว่าเรื่องรักใคร่นั้นไร้เหตุผลจริงๆ  แต่วันนี้รู้สึกว่าได้เห็นเหนือขึ้นไปอีกหลายขั้น
 
ทำไมถึงชอบเขาเหรอครับ? คุโรโกะสงสัยเหมือนกันแต่เลือกเข้าทางเป็นกลางมากกว่าด้วยการถามต้นสายปลายเหตุ
 
กลุ่มเด็กสาวมองหน้ากัน ในวินาทีนั้นคุโรโกะซึ่งสังเกตคนเก่งรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าทั้งแปดคนสื่อสารและเข้าใจกันด้วยแค่สายตา
 
จะว่าไงดีล่ะ แต่ละคนก็คงไม่เหมือนกันล่ะนะ แต่ถ้าจะให้พูดก็คงเพราะป๋าเป็นอาจารย์ของพวกเราล่ะมั้ง?
 
ไม่มีใครเข้าใจคำพูดกำกวมนั้นจึงรอคำอธิบายเพิ่มเติม โดยโทโมเอะ
 
เมื่อก่อนพวกเรามีความทุกข์ที่เกาะกินจิตใจ ไม่ว่ายังไงก็สลัดออกไปไม่ได้ พวกเราบางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ บอกใครไม่ได้ ใครก็ช่วยไม่ได้
 
ถ้างั้นเขาที่ว่านี้ก็ช่วยพวกคุณทุกคนเลยเหรอฮะ? คิเสะตาโตด้วยความทึ่ง
 
...จะว่าครูฝึกทำคนเดียวก็ไม่ถูก ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งก็เพราะพวกเราได้มาเจอกันด้วยนั่นล่ะ
 
แต่คนที่ทำให้เป็นไปได้ก็คือป๋า
 
ช่าย ทีแรกคิซารางิกับชินทะเลาะกันตลอดเลย!”
 
จ้ะ ยัยคนโอ๋น้องจนไม่สนใจอย่างอื่น
 
ยูโกะตอนแรกก็ขี้เกียจ เอาแต่คิดจะพึ่งคนอื่นอย่างเดียว...
 
รันทีแรกเกลียดครูฝึกเข้าไส้เพราะเป็นผู้ชายแถมยังต่อยไปด้วยอีกนี่นะ
 
ชิน ทำไมรู้เรื่องนั้น—!? อา เอาเถอะ...
 
รันพยายามสรุปทั้งที่ยังคิดคำพูดออกมาไม่ได้
 
ก็นั่นล่ะนะ ถ้าจะถามว่าทำไมไม่มีปัญหาก็น่าจะเพราะว่า...
 
...เพราะว่าพวกเราชอบอาจารย์ที่เป็นอาจารย์ของพวกเราทุกคน นั่นล่ะเน้อ~”
 
อา เหมือนที่โทโมเอะว่า
 
กลุ่มนักบาสแต่ละคนตั้งใจฟังต่างก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอย่างไร ได้แต่รู้สึกทึ่งและประหลาดใจ แต่ก็เหมือนจะเข้าใจความหมายของผู้หญิงประหลาดกลุ่มนี้
 
เดี๋ยวสิ แล้วหมอนั่น... คางามิลังเลชั่วขณะว่าควรจะถามดีไหม แต่ในที่สุดก็พูดต่อจนจบ หมอนั่นรู้รึเปล่า?
 
ไม่แน่สินะ หัวทึบยังงั้น
 
พูดอะไรอย่างนั้น คิซารางิซัง อาจารย์รู้อยู่แล้วสิเน้อ~”
 
จากที่ไม่มีปฏิกิริยาตกใจทำให้รู้ว่าคิซารางิแค่พูดไปอย่างนั้น ที่จริงก็คิดอย่างเดียวกัน
 
ให้ตายเถอะ น่าอิจฉาจริงๆ เลยวุ้ย น่าจะเผื่อแผ่ผู้ชายคนอื่นบ้าง อาโอมิเนะบ่นพร้อมจับจ้องที่ส่วนนั้นของโทโมเอะ
 
เพราะมันมีคนอย่างแกนี่ไงล่ะวะ
 
เขม่นกันอีกรอบ
 
ถ้ารู้ตัวสิ่งที่ควรทำก็คือเลือกคนใดคนหนึ่งน่ะสิ ผู้ชายคนนั้นคิดอะไรอยู่กันแน่? มิโดริมะขยับแว่นพลางขมวดคิ้ว สำหรับเขาซึ่งเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เคร่งธรรมเนียม ต้องรู้สึกต่อต้านแน่นอนอยู่แล้ว
 
นั่นไงล่ะ ฉันบอกแล้วไงยะ สังคมใครๆ เขาก็คิดกันอย่างนั้น คิซารางิหันไปพูดกับเพื่อนด้วยสีหน้า ฉันบอกแล้ว
 
ในอนาคตก็อาจจะต้องเป็นอย่างนั้น แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา พวกเราอยากให้ยุติธรรมกับทุกคน
 
ยังไม่ถึงเวลา? หมายความว่าไง? คางามิถามต่อ
 
ก็อย่างที่เห็น พวกเราอายุไม่เท่ากัน ถ้าตัดสินตอนนี้ก็ไม่ยุติธรรมกับบางคน พวกเราเลยตัดสินใจว่าจะรอให้คนที่อายุน้อยที่สุดพร้อมก่อน
 
พร้อมกันนั้นก็มองไปที่คนที่อายุน้อยที่สุดจริงๆ  เด็กผู้หญิงผมเปียที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม
 
ย—อย่าบอกนะฮะว่า...
 
ใช่มั้ยล่ะ~ อายุอย่างอลิซพูดไปตอนนี้หมอนั่นได้เข้าคุกพอดี
 
...แต่ถึงรอจนอลิซอายุสิบแปด ครูฝึกก็เกือบสามสิบแล้ว สุดท้ายก็ไม่ได้ดีขึ้นมาเท่าไหร่ละนะ
 
อลิซ อยากให้อยู่ด้วยกันทุกคนมากกว่าน่ะ แต่งงานกันทุกคนเลยไม่ได้เหรอ?
 
เด็กหญิงอายุน้อยที่สุดพูดออกมาเป็นครั้งแรกก็ทำให้คางามิพ่นน้ำที่กินอยู่ออกมาโดนมิโดริมะ(คางามิเริ่มสงสัยกลายๆ ว่าอำนาจเบื้องสูงดลบันดาลให้ตัวเองสั่งเครื่องดื่มมาเพื่อให้มาทำอย่างนี้เท่านั้น)
 
มีที่ทำได้เยอะกว่าที่คิดนะ ซักห้าสิบกว่าประเทศหรือเท่าไหร่นี่ล่ะ ที่ญี่ปุ่นถ้าปัญหาอัตราการเกิดต่ำไม่เข้าขั้นวิกฤตแล้วมีปาฏิหาริย์ซ้ำอีกสองรอบคงเป็นไปไม่ได้ ที่ถูกต้องตามกฎหมายก็คงจะเป็นหมู่เกาะทางใต้บางหมู่เกาะ ประเทศแถวตะวันออกกลาง ถ้าเป็นรัสเซียก็รู้สึกว่าจดทะเบียนไม่ได้แต่ไม่มีใครมาจับ พูดเหมือนเป็นเรื่องแสนธรรมดา
 
ถ้าได้อยู่ด้วยกันทุกคนเรื่องจิ๊บจ๊อยก็ไม่ต้องสนใจหรอก เน้อ~ ยูโกะ~” ซาโกะเอนตัวไปทางยูโกะ
 
เน้อ~ ซาโกะ~” ยูโกะก็เอนตัวไปทางซาโกะ สำหรับกลุ่มหญิงสาว พฤติกรรมนี้ของคู่แฝดเป็นสิ่งที่เห็นจนชินตาแล้ว
 
กลุ่มนักบาสมองกลุ่มเด็กสาวเหมือนเห็นผี
 
ผู้หญิงพวกนี้ประหลาดจริงๆ ด้วย! หลุดมาจากโลกไหนกันแน่!?’ คิเสะตะโกนในใจ
 
ขโมย!! ช่วยด้วยค่า!!~”
 
เสียงร้องของผู้หญิงดึงสายตาทุกคนไปทางเดียวกัน
 
ชายสองคนวิ่งมาตามทางเท้า เข้ามาหาทางร้านกาแฟที่ทั้งสิบห้าคนนั่งอยู่ ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของเสียงร้องพยายามวิ่งตาม แต่สวมกระโปรงและรองเท้าส้นสูงอยู่ไม่มีทางตามทัน
 
ในความทรงจำของอดีตสมาชิกชมรมบาสเกตบอลโรงเรียนมัธยมต้นเทย์โค เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ครั้งนั้นพวกเขาหยุดนักวิ่งราวกระเป๋าคนหนึ่ง ครั้งนี้ก็ท่าทางจะเป็นอย่างนั้น
 
ให้ตายเถอะ ทำไมมีแต่เรื่องอย่างนี้น้า อาโอมิเนะบ่นอย่างรำคาญ ก่อนจะหันไปทางยักษ์ใหญ่ของกลุ่ม
 
มุราซากิบาระ—
 
แต่ใครอีกคนหนึ่งลุกออกไปก่อนแล้ว
 
หยุดเลยพวกแก!”
 
รันโด คาโยโกะออกไปยืนขวางทางเท้า เพราะนักวิ่งราววิ่งเข้ามาจากทางฝั่งโต๊ะของกลุ่มหญิงสาวจึงทำให้อยู่ห่างจากกลุ่มนักบาส
 
ถอยไปสิวะ อยากเจ็บตัวรึไง!?”
 
เหอะ พวกแกตะหาก อยู่เฉยๆ รอตำรวจเหอะ!”
 
อีนี่!”
 
ชายสวมหมวกแก๊ปวิ่งเข้ามาพร้อมกับเงื้อหมัดขวา แล้วต่อยไปที่หน้าของรันอย่างไม่ออมแรง
 
รันใช้มือซ้ายคว้าหมัดดันออกไปด้านข้าง มือขวาต่อยสวนไปที่กรามชายสวมหมวกแก๊ป ครั้งเดียวล้มลงไปนอนนิ่งกับพื้น
 
คางามิตาโต ทึ่งกับกำลัง ความแม่นยำ และความใจเย็นที่ทำให้จัดการได้ในพริบตา ที่เขาเห็นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกครั้งที่สองแน่ๆ
 
ชายอีกคนที่ถือกระเป๋าที่วิ่งราวมาชักมีดพกแล้วตวาดเสียงดัง
 
อยากตายมากใช่มั้ย!?”
 
พวกอาโอมิเนะหน้าถอดสี
 
เฮ้ยๆ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะเว้ย ตำรวจอยู่ไหนวะ?!”
 
แต่รันไม่สะทกสะท้าน
 
แกเคยตายเหรอ?
 
หา?
 
ถามว่าแกเคยตายแล้วไปลงนรกมารึไง? ถ้าไม่เคยก็อย่าดีแต่ปาก
 
คำพูดถากถางทำให้ชายคนที่สองตื่นตระหนกและโกรธมากกว่าเดิม
 
บอกให้ถอยไปไงวะ!!”
 
ในที่สุดชายคนนั้นก็จับมีดพุ่งเข้าใส่รันที่ขวางทาง
 
ในสองวินาทีสั้นๆ นั้นเกิดอะไรขึ้นหลายอย่าง โมโมอิยกมือปิดปากร้องเสียงดัง คิเสะ อาโอมิเนะ คางามิ มิโดริมะตาโตด้วยความหวาดกลัว กลุ่มเด็กสาวร้องเรียกชื่อรัน
 
รันตั้งท่ารับมือชายถือมีดที่กำลังจะเข้ามาถึงตัว และสุดท้ายคือดาบไม้ที่เข้ามาแทรกในสองก้าวสุดท้าย ฟาดข้อมือที่จับมีดจนมีดกระเด็นหล่นลงกับพื้น ด้ามของดาบไม้เล่มนั้นจับโดยมือขวาของโทโมเอะที่ผละออกไปจากโต๊ะโดยที่ไม่มีใครสังเกต
 
รันไม่เสียเวลารอ ซัดคางคนที่สองล้มลงไปเหมือนกับคนแรก พลันบรรยากาศคับขันก็สงบลง
 
ตำรวจมาถึงหลังจากนั้นไม่นาน ขอบคุณรันกับโทโมเอะที่ช่วยจับคนร้ายพร้อมทั้งตักเตือนที่สู้กับคนร้ายที่มีอาวุธ ผู้หญิงเจ้าของกระเป๋าขอบคุณ จบลงด้วยการที่ตำรวจพาคนร้ายทั้งสองคนกับผู้หญิงเจ้าทุกข์กลับไปที่โรงพัก
 
รันกับโทโมเอะกลับไปนั่งที่ตัวเอง ท่าทางไม่ได้สะทกสะท้านกับเหตุการณ์สักเท่าไร
 
สุดยอดเลยรัน! ต่อยเปรี้ยงเดียวจอดเลย!”
 
ก็นะ พวกนักเลงตัวใหญ่กว่านี้เยอะกว่านี้ยังเคยซัดมาแล้ว
 
โทโมเอะก็เร็วจริงๆ เลยนะ ฉันเพิ่งคิดออกยังไม่ทันบอกเลย
 
เพราะคิซารางิซังหยิบให้ได้เร็วด้วยเนอะ~”
 
ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะยะ ฉันรีบหยิบไม่ทันดูด้วยซ้ำ ถ้าหยิบผิดขึ้นมาจะเป็นยังไง
 
ว่าแต่ทันนึกด้วยนะว่าฉันพกดาบไม้มาด้วย
 
ทุกคน รู้จักกันมานานแล้วจริงๆ เนอะ
 
ทางฝั่งนักบาสต่างก็ทึ่งกับความสามารถที่ไม่คาดว่าจะมีได้จากหญิงสาวสองคน
 
อาโอมิเนะตกใจเป็นพิเศษที่หญิงสาวที่เขาสนใจแต่อวัยวะส่วนเดียวมาจนถึงเมื่อกี้มีความสามารถอย่างนั้น ทำให้เขาสังเกตผู้หญิงที่ไม่รู้จักที่ส่วนอื่นนอกจากส่วนนั้นเป็นครั้งแรก
 
ฮารุคาวะซัง เล่นเค็นโดเหรอครับ? คุโรโกะปรากฏตัวขึ้นถาม แต่ดูเหมือนโทโมเอะจะชินแล้ว
 
ไม่ใช่เค็นโดหรอก ที่บ้านฉันค่อนข้างอนุรักษ์ธรรมเนียมแบบเก่าล่ะเนอะ ยังรักษาประวัติตระกูลตั้งแต่สมัยก่อนไว้ ฉันก็เลยได้เรียนวิชาดาบของตระกูลด้วยล่ะเน้อ~”
 
ถ้างั้นก็ไม่เหมือนเค็นโดสมัยนี้สินะครับ
 
ร—หรือว่าเคยใช้ดาบจริงด้วยเหรอฮะ?
 
ฟุฟุ ถ้าจะว่าเคยก็เคยละเนอะ แต่ยังไม่เคยใช้กับคนเป็นๆ หรอกเน้อ~”
 
คำตอบที่กำกวมทำให้รอยยิ้มนั้นข้ามความน่ากลัวไปอีกขั้นหนึ่งสำหรับอาโอมิเนะ
 
ที่จริงแล้วสิ่งที่คุโรโกะสนใจจริงๆ ไม่ใช่คำถามนั้น แต่เป็นสิ่งที่เอ่ยออกมาเป็นคำพูดไม่ได้
 
ตอนที่คนร้ายคนที่สองทำท่าจะวิ่งเข้าใส่รัน ที่หางตาของคุโรโกะสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวจากฝั่งที่นั่งกลุ่มผู้หญิง โทโมเอะหันไปหาคิซารางิ แทบจะในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นคิซารางิก็หันไปหยิบกระเป๋าใบหนึ่งที่วางอยู่และโยนให้โทโมเอะอย่างรวดเร็ว ตอนนั้นโทโมเอะได้เริ่มวิ่งก้าวแรกออกจากที่นั่งตัวเองแล้ว มือซ้ายรับกระเป๋าที่โยนมา มือขวาจับด้ามดาบไม้ที่โผล่ออกมาแล้วสะบัดฟาดไปที่มือคนร้ายรวดเดียว ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาเพียงสองวินาที เร็วกว่าที่การสื่อสารด้วยคำพูดจะทันเวลา
 
บนสนามคุโรโกะมี ดวงตา ที่สามารถทำอย่างเดียวกันกับเพื่อนร่วมทีมโดยเฉพาะคางามิได้ และทีมเซย์รินสมัยที่รุ่นพี่ยังอยู่ก็เคยทำได้หลายครั้ง การเล่นประสานความเร็วสูงสุดด้วยการสื่อสารกันเพียงชั่วพริบตา
 
ดังนั้นคุโรโกะจึงรู้ว่าอะไรที่จำเป็นสำหรับการที่จะทำเช่นนั้นได้
 
ได้เวลาแล้วล่ะมั้ง? ไปกันยัง?
 
โอ้ ซาโกะกับยูโกะพร้อมแล้ว
 
ทางนี้ก็ไม่มีปัญหา ชินตอบแทนตัวเองกับอลิซ
 
งั้นก็เล็ทส์โก! สวรรค์รอเราอยู่!~”
 
สำหรับคนตะกละเท่านั้นล่ะย่ะ
 
จะไปกันแล้วเหรอฮะ?
 
ค่ะ คิซารางิซังรอไม่ไหวแล้ว
 
กลุ่มเด็กสาวพากันลุกขึ้น
 
ไปด้วย~”
 
มุราซากิบาระ บอกให้รอก่อนน่ะสิ
 
มิโดจิน ขี้เกียจรอแล้วอะ เมื่อไหร่อาคาจินจะมาซะที~”
 
โชคดีครับ
 
โอ้ พวกเราไปล่ะ ถ้าเจอกันอีกก็ทักกันได้นะ...แต่ไอ้หัวน้ำเงินนั่นไม่ต้อง
 
ชิ ใครจะไปทักยัยกอริลลายังงั้น
 
ดี
 
มิโดริมะคิดในใจว่าไปได้ก็ดีจะได้สงบขึ้น
 
พี่ชายใส่แว่น
 
“!! อย่าทำให้ตกใจสิ!”
 
เด็กผู้หญิงผมเปียเดินเข้ามาหาโดยที่ไม่ทันรู้ตัว
 
เงาดำยังตามพี่ชายใส่แว่นอยู่น่ะ ระวังตัวด้วยน่ะ
 
บอกแล้วไงว่าเชื่อไม่ได้น่ะสิ
 
อลิซพูดจริงๆ น่ะ
 
...เฮ้อ จะจำไว้ซักหน่อยก็ได้น่ะสิ
 
เด็กหญิงพยักหน้า แล้ววิ่งตามเพื่อนไป
 
แต่ละคนมองแผ่นหลังของผู้หญิงประหลาดทั้งแปดที่จู่ๆ ปรากฏขึ้นและไปราวกับพายุ
 
เป็นคนที่แปลกดีเนอะ เท็ทสึคุง
 
ครับ
 
โมโมอิพูดกับคุโรโกะ
 
แต่ว่าระหว่างพวกเขา...บรรยากาศดีเนอะ เหมือนกับ...เหมือนกับพวกเราสมัยอยู่เทย์โค...ก่อนที่จะเกิดเรื่องนั้น...
 
...ครับ ระหว่างพวกเขามีสายสัมพันธ์ที่ทั้งเข้มแข็งแล้วก็อบอุ่น
 
เป็นสายสัมพันธ์ที่ราวกับจะไม่มีวันขาดไม่ว่าจะไปในนรกหรือสวรรค์ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความร้อนระอุหรือความหนาวเหน็บ
 
...จนรู้สึกอิจฉานิดหน่อยเลยล่ะครับ
 
...เนอะ
 
แต่โมโมอิก็ไม่คิดว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้บกพร่องหรือผิดพลาด ถึงจะไม่เป็นเหมือนเมื่อก่อน แต่ระหว่างพวกเธอเจ็ดคนตอนนี้เธอก็พอใจแล้ว
 
...
 
.....
 
ช้าเกินไปแล้ว! อาคาชิเมื่อไหร่จะมาซะที!?”
 
หนึ่งชั่วโมงแล้วตั้งแต่เหลือแค่กลุ่มนักบาสที่ร้านกาแฟ แต่ผู้ที่เรียกรวมตัวพวกเขาก็ยังไม่ปรากฏตัว
 
รู้อยู่ว่าอาคาชิจจิชอบมาทีหลังพวกเรา แต่นี่มันผิดปกติแล้วนะฮะ คิเสะเกาท้ายทอย ได้มาเจอเพื่อนมันก็ดีอยู่ แต่นั่งเฉยๆ มันก็น่าเบื่อ
 
มิโดริมะไม่บ่นเหมือนคนอื่น แต่เอาโทรศัพท์ขึ้นมากดเลย ไม่นานกล้ามเนื้อใบหน้าก็เกร็งขึ้น พร้อมกันนั้นแสงก็สะท้อนเลนส์แว่นทำให้มองไม่เห็นแววตาอย่างพอดิบพอดี
 
มิโดริน? ส่งข้อความถึงอาคาชิคุงเหรอ? ตอบมาว่ายังไงบ้าง? โมโมอิเข้าไปถาม
 
...รถไฟขัดข้อง วันนี้มาไม่ทัน ขอเลื่อนไปวันพรุ่งนี้...น่ะสิ
 
หา! อย่าล้อเล่นนะเว้ยอาคาชิ!” อาโอมิเนะหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมารัวกดบ้าง ขณะเดียวกันคิเสะก็ถอนใจ
 
ฮ้า~ แล้วที่ฉันอุตส่าห์หาเวลาว่างมามันเพื่ออะไรกันฮะเนี่ย...จริงๆ แล้วพรุ่งนี้ก็ยังว่างล่ะ
 
มุราซากิบาระลุกขึ้นยืน
 
มุคคุง? จะไปงานขนมนั้นเหรอ?
 
อืม~ ซัจจินไปด้วยกันมั้ย?
 
วันนี้ยังดีกว่า...ว่าแต่มุคคุงมีที่พักรึเปล่า?
 
มีแล้ว~ อาคาจินจองไว้ให้
 
พักกับอาคาชิคุงสินะ ถ้างั้นพรุ่งนี้อาคาชิคุงคงพามาด้วย... พรุ่งนี้เจอกันนะมุคคุง!”
 
โอเค~”
 
โมโมอิโบกมือให้มุราซากิบาระที่เดินไปทางของตัวเอง
 
งั้นฉันก็กลับบ้างดีกว่านะฮะ โมโมจจิ อาโอมิเนจจิ พรุ่งนี้เจอกันนะฮะ
 
อืม คิจังก็เหมือนกัน แล้วก็...อย่าลืมนะ ที่คุยกัน
 
ไม่ลืมหรอกฮะ จะใช้ความรู้ที่ได้มาจากที่ทำงานช่วยเต็มที่เลยล่ะฮะ
 
ส่งซิกส่งสัญญาณกันเรียบร้อยคิเสะก็ไปบ้าง
 
คุโรโกะ เอาไง? คางามิถามเพื่อน
 
ถ้าวันนี้อาคาชิคุงมาไม่ได้ก็กลับก่อนครับ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่
 
ยังจะมาอีกสินะ นายนี่มันตรงเป็นเสาไฟฟ้าจริงๆ
 
ด้านคางามิผิดหวังนิดหน่อยที่ไม่มีสตรีทบาสฯเกิดขึ้น
 
ผมกับคางามิคุงจะกลับแล้วนะครับ พรุ่งนี้เจอกันใหม่ครับ คุโรโกะหันไปพูดกับพวกโมโมอิ
 
เอะ เท็ทสึคุง พ—พรุ่งนี้เจอกันนะ โมโมอิโบกมือลาคุโรโกะกับคางามิ แต่อาโอมิเนะยังมีเรื่องพูดอยู่
 
เฮ้ย คางามิ กลับไปง่ายๆ ยังงี้ไม่เสียเที่ยวเหรอวะ
 
เห็นรอยยิ้มท้าทายของอาโอมิเนะ คางามิก็ยิ้มรับคำท้า
 
นั่นน่ะสินะ
 
โมโมอิเห็นเข้าก็รีบแทรกทันที
 
ไม่ได้นะไดจัง! ขาเจ็บอยู่ห้ามโหมร่างกายเด็ดขาด!”
 
กะอีแค่ไอ้หมอนี่แค่ออกกำลังกายเบาๆ เท่านั้นล่ะน่า
 
อาโอมิเนะดูถูกคางามิเหมือนที่เคยเชิน คางามิก็เดือดขึ้นมาเหมือนที่เคยเป็น
 
อะไรก๊าน ขาเจ็บหรอกเหรอ ยังงี้จะออมมือให้ก็ได้ ใช้มือขวาข้างเดียวพอเป็นไง?
 
ชิ แค่ได้ไปเล่นอเมริกาอย่าได้ใจไปหน่อยเลย
 
เห็นมั้ยครับ คางามิคุง คุโรโกะได้ทีซ้ำสิ่งที่ตัวเองก็เคยพูด
 
“! จะหนึ่งต่อหนึ่งใช่มั้ยเล่า รีบๆ มาเลย!”
 
รีบๆ ชนะก็ดี จะได้กลับไปนอน อาโอมิเนะพูดพลางทำท่าบิดขี้เกียจ
 
ว่าแล้วอาโอมิเนะก็เดินตามคางามิกับคุโรโกะไป
 
ไดจัง!? อะ มิโดริน! ฉันกับไดจังจะกลับแล้วนะ มิโดรินล่ะ?
 
ฉันก็จะกลับเหมือนกัน เป็นการเสียเวลาที่เปล่าประโยชน์จริงๆ น่ะสิ
 
อย่างหนึ่งที่มิโดริมะ ชินทาโร่ไม่พูดออกมาก็คือเขายังรู้สึกติดใจกับคำเตือนของเด็กผู้หญิงผมเปีย เพราะถูกเตือนถึงสามครั้ง แม้จะเป็นเขาที่มั่นคงในความเชื่อของตัวเองก็อดติดใจไม่ได้
 
มิโดริมะแยกกับพวกโมโมอิ และเริ่มต้นเดินทางกลับบ้าน
 
ทว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น ขามามีทาคาโอะมาส่งจึงไม่ทันผิดสังเกต แต่ขากลับไม่เหมือนกัน
 
...
 
.....
 
ตะวันตกดิน ดวงจันทร์ลอยเด่นบนท้องฟ้า  ในตรอกแห่งหนึ่งกลางเมืองโตเกียวที่ได้แสงสว่างจากหลอดไฟข้างทาง ร่างหนึ่งจ้ำเดินราวกับหงุดหงิด
 
นี่มันที่ไหนแล้วกันแน่?!’
 
มิโดริมะ ชินทาโร่หงุดหงิดกับสถานการณ์นี้เป็นอย่างยิ่ง
 
เขาเริ่มมุ่งหน้ากลับบ้านตั้งแต่ห้าชั่วโมงก่อน แล้วเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ ต้องย้อนกลับไปมองการเดินทางของเขา
 
ทำไมต้องมาปิดซ่อมเอาวันนี้ด้วย!?’
 
ใช่แล้ว ถนนที่มิโดริมะใช้ประจำนั้นปิดซ่อม ในทีแรกเกิดความหงุดหงิดขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ต้องเปลี่ยนกิจวัตรที่เคยชิน แต่เพียงเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อยก็ไม่มีปัญหา เขาคิดอย่างนั้นและเลือกเส้นทางที่ไกลขึ้นอีกนิดแต่ยังนำไปสู่บ้านเขาได้
 
แล้วก็เจอถนนปิดซ่อมอีก แล้วก็เจอถนนปิดซ่อมอีก อุบัติเหตุจราจร ไฟไหม้ คนจี้คอตัวเองกลางถนน สารพัดเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องเปลี่ยนเส้นทางครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งเขาหลงลืมไปว่าเลือกเส้นทางใดไปบ้าง
 
ยิ่งกว่านั้นโทรศัพท์ของเขายังมาแบตหมดเอาพอดิบพอดี จะถามคนแถวนั้นไปก็ไม่ช่วยแก้ปัญหา เขาไม่ได้หลงทาง เพียงแต่หาเส้นทางที่ไปถึงบ้านโดยไม่ตัดขาดก่อนไม่ได้เท่านั้น
 
แน่นอนว่าโตเกียวไม่ใช่ป่าเขา สุดท้ายแล้วเขาต้องกลับถึงบ้านจนได้
 
เริ่มคุ้นขึ้นมาแล้ว ถ้าจำไม่ผิด...
 
มิโดริมะมองไปที่ร้านรวงที่อยู่ด้านขวามือ(ด้านซ้ายเป็นกำแพงของอะไรซักอย่าง) ตรอกที่เขาเดินอยู่นี้เป็นฝั่งด้านหลังของตึก แสงไฟจากร้านที่ยังเปิดอยู่สว่างคู่กับหลอดไฟข้างทาง
 
มิโดริมะเลื่อนสายตาลงมามองก้อนหินในมือซ้าย
 
ว่าแต่ลัคกี้ไอเทมก็มีอยู่ทำไมถึงยังเจอเรื่องแบบนี้อีก?
 
คำพูดของเด็กผู้หญิงผมเปียผุดขึ้นมา
 
มีเงาดำตามตัวน่ะ
 
เขาไม่อยากจะคิด แต่เป็นไปได้ไหมว่าที่เขากำลังเจอสารพัดเรื่องเลวร้ายนี้เกี่ยวกับคำพูดของเด็กผู้หญิงคนนั้น มีอะไรบางอย่างนอกเหนือจากดวงประจำวันจากโอฮาอาสะเล่นงานเขาอยู่ในขณะนี้?
 
...หืม?
 
ในตรอกที่ไม่มีใครเลยนอกจากเขานี้ มิโดริมะพบกับคนกลุ่มแรก เป็นชายสามคนกับเด็กสาวอีกหนึ่งคน เมื่อมองให้ดีแล้วฝ่ายผู้ชายดูเหมือนจะยืนกันไม่ให้เด็กสาวออกไปไหนได้
 
ยิ่งกว่านั้น ผมยาวสีชมพูนั้นเขาเพิ่งเห็นเมื่อตอนกลางวัน เป็นเด็กสาวคนหนึ่งในกลุ่มที่นั่งอยู่ร้านกาแฟที่เดียวกัน เขาจำชื่อไม่ได้ จำได้แต่ว่าท่าทางเป็นเด็กดีกว่าคนอื่น(ที่ประหลาดสิ้นดี)
 
น่า ไปด้วยกันหน่อย
 
ไม่ล่ะค่ะ ฉันรอเพื่อนอยู่
 
เพื่อนผู้หญิงอ๊ะเปล่า? งั้นก็ไปด้วยกันเลยดิ
 
ค่ำแล้วพวกเราจะกลับบ้านกันน่ะค่ะ พวกคุณเองก็กลับไปดีกว่านะคะ
 
โด่~ มืดค่ำแล้วแต่งตัวยังงี้ ก็จะไปเที่ยวแหละ ถ้างั้นไปด้วยกันดีกว่า มีที่ดีๆ...ที่หนุกๆ...ใช่ป้ะ?
 
สุดๆ  อะฮะๆ!”
 
มิโดริมะถอนใจ ไม่ว่ามุมไหนของเมืองก็มีพวกอย่างนี้ เป็นเรื่องน่ารำคาญที่ปกติเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย แต่ที่นี่มีเขาอยู่คนเดียว อยู่ต่อหน้าแล้วถ้าทำเป็นไม่เห็นไปก็มีแต่จะรบกวนจิตใจเขาภายหลัง
 
เขายกก้อนหินขึ้นเหนือหน้าผากด้วยมือซ้าย ยกมือขวามาเหมือนประคอง แล้วชู้ตออกไป
 
ก้อนหินลอยขึ้นตีวงสูง ก่อนจะหล่นลงถูกแขนชายคนหนึ่งที่ยันผนังกั้นทางหนีของเด็กสาวไว้ น้ำหนักของมันไม่ขนาดจะทำให้แขนหักหรือบาดเจ็บร้ายแรง แต่ก็ทำให้แขนสะบัดลงและเจ็บใช่เล่น
 
อ๊าก เจ็บว้อย! ใครวะ!?”
 
มิโดริมะเดินเข้าไปหาช้าๆ  เก็บมือซ้ายที่พันผ้าเข้ากระเป๋ากางเกง ถ้าเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยเขาต้องรักษามือข้างที่สำคัญที่สุดนี้ไว้
 
จะหาเรื่องใช่มั้ยวะ!?”
 
ถ้าใช่แล้วจะทำไม?
 
เสียงที่ตอบเป็นของผู้หญิง มิโดริมะยังไม่ทันจะอ้าปากก็มีคนเดินออกมาจากหลังร้านที่อยู่ติดกับกลุ่มผู้ชายและเด็กสาว
 
เหอ? ผู้หญิง?
 
อาจารย์มิอุ!”
 
เป็นหญิงสาวผมสั้นสีฟ้าสว่างเหมือนคุโรโกะ สวมเสื้อกับกางเกงออกข้างนอกธรรมดาไม่มีอะไรเด่น มิโดริมะมองจากด้านหลังทำให้ไม่เห็นสีหน้า แต่ฟังจากเสียงก็พอรู้ว่าอารมณ์แบบไหน
 
ดูหัวจรดเท้าแล้วท่าทางเป็นพวกไม่เอาถ่าน อย่าเอามือสกปรกมาแตะตัวเพื่อนฉัน
 
เหอ? แค่แตะตัวก็ท้องแล้วรึไงว้า~”
 
นอกจากไม่กลัวหรือโมโหแล้วชายคนที่อยู่ใกล้ยังท่าทางได้ใจ เอื้อมมือไปจะจับตัวผู้หญิงคนที่สอง
 
*เพียะ!*
 
โอ๊ย!”
 
มืออีกข้างที่ไม่โดนหินของมิโดริมะคราวนี้ถูกอะไรบางอย่างเข้าจนสะบัด เมื่อมองให้ดีมิโดริมะก็สังเกตเห็นวัตถุสีดำที่เมื่อครู่นี้ยังไม่มีในมือขวาของหญิงสาว
 
มันคือแส้ แส้แบบยาว แบบที่ตัวเอกในภาพยนตร์ผจญภัยซากโบราณเรื่องหนึ่งใช้
 
นังนี่ กล้า—โอ๊ย!!”
 
ชักจะมาก—โอ๊ย!!”
 
เสียงเหมือนเครื่องบดขยะของพวกแกฉันไม่อยากได้ยิน หุบๆ ไปได้แล้วปากน่ะ
 
หญิงสาวไม่ยอมให้แม้แต่พูดจบ สะบัดแส้ฟาดลำตัวของชายทั้งสามติดต่อกัน
 
ฮิเมคามิซัง มาทางนี้เร็ว
 
อะ ค่ะ!”
 
เด็กสาววิ่งเข้าไปหลบหลังหญิงสาวผมสีฟ้าซึ่งยังถือแส้ขู่
 
เอ้า ยืนโง่อะไรกันอยู่ ยังไม่รีบไปอีก
 
ชักจะโมโหจริงๆ แล้วนะเว้ย!”
 
อันธพาลกระจอกๆ สามสี่คนโมโหแล้วมันยังไง? ไอ้พวกที่ชั่วจนพวกแกทาบไม่ติดฝุ่นก็ผ่านมือฉันมาแล้วตั้งไม่รู้กี่สิบกี่ร้อย ต้องให้สาธิตมั้ย? ถ้าหุบปากเองไม่ได้งั้นฟาดให้อ้าปากไม่ขึ้นแทนเป็นไง?
 
แส้หนังในมือของหญิงสาวฟาดก้อนหินที่มิโดริมะชู้ตไว้จนกระเด็นขึ้นมาจากพื้นประกอบคำอธิบาย
 
ชายสามคนหน้าถอดสี ตะโกนอะไรสักอย่างไม่เป็นคำ ก่อนจะพากันวิ่งหนีมาทางที่มิโดริมะอยู่ นอกจากชำเลืองมองผ่านๆ แล้วก็วิ่งผ่านไปโดยไม่สนใจเขา
 
ให้ตายเถอะ ไอ้พวกนี้นี่มันเยอะจริงๆ  มิน่านรกถึงได้งานล้นมือ...ฮิเมคามิซัง ไม่โดนทำอะไรใช่มั้ย?
 
ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
 
ทีหลังก็ยืนใกล้ๆ ทางเข้าร้านไว้หน่อยล่ะ จะได้มีทางหนี
 
ระหว่างที่คุยกัน หญิงสาวผมสีฟ้าที่ท่าทางจะชื่อมิอุก็หันมาเห็นมิโดริมะเข้า พลันแส้ที่กำลังจะเก็บก็ชูหราออกมาอีก
 
พวกเดียวกับไอ้พวกเมื่อกี้เหรอ?
 
มิโดริมะสะดุ้ง ไม่นึกว่าจะกลายเป็นอย่างนั้นไปได้
 
ไม่ใช่ ฉันแค่เดินผ่านมาเท่านั้นน่ะสิ
 
หญิงสาวไม่ลดแส้ลง ยังรอดูท่าทีของเขาอยู่ เขาหวังว่าเด็กสาวผมสีชมพูจะช่วยนึกออกเร็วๆ ว่าเพิ่งเจอกันตอนกลางวัน
 
เสียงฝีเท้าเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง จากความถี่แล้วเป็นการวิ่งไม่เร็วแต่ก็ไม่ช้า พอรู้ว่าตัวคนรีบพอสมควร
 
เกิดอะไรขึ้น?
 
เสียงเป็นผู้ชาย และคนที่ชะลอความเร็วเปลี่ยนเป็นเดินเข้ามาก็เป็นชายหนุ่มอายุประมาณสิบเก้ายี่สิบปี ตัวสูงใกล้เคียงกับคุโรโกะ สูงมากหรือน้อยกว่ากันไม่เกินห้าซม.  แต่งกายในชุดออกข้างนอกธรรมดา เสื้อแจ็คเก็ตทับเสื้อเชิ้ตกางเกงขายาวกระเป๋าสะพายข้าง
 
นายเองเหรอ
 
ท่าทางจะเป็นคนรู้จักของหญิงสาว
 
อาจารย์? มาทำอะไรแถวนี้เหรอคะ?
 
วันนี้มีนัดสัมภาษณ์อะไรซักอย่างนี่ เพิ่งเสร็จเหรอ?
 
เปล่า คนที่นัดเกิดรถไฟขัดข้องเลยช้า เพิ่งไปรับแล้วก็กินข้าวเย็นมา สัมภาษณ์ต้องพรุ่งนี้
 
มิโดริมะสังเกตชายหนุ่มตรงหน้า เด็กสาวผมสีชมพูเรียกชายคนนี้ว่า อาจารย์  ดังนั้นก็น่าจะเป็นชายที่อยู่ระหว่างเด็กสาวกลุ่มนั้น
 
จากรูปลักษณ์ภายนอกมิโดริมะไม่รู้สึกว่ามีอะไรพิเศษ เป็นชายหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่ง ไม่ได้หน้าตาดีแบบคิเสะหรือหุ่นนักกีฬาเพรียวลมแบบอาโอมิเนะ ไม่ได้ล่องหนแบบคุโรโกะด้วย(ข้อนี้ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวอย่างไร แต่คิดเผื่อมาด้วยเพราะมีกรณีโมโมอิเท่านั้น) เป็นปริศนาโดยสิ้นเชิงว่าเหตุใดจึงมีผู้หญิงต่างวัยมาปลื้มได้ถึงแปดเก้าคน
 
ชายคนนั้นหันมาสบตากับมิโดริมะ แล้วก็ท่าทางประหลาดใจ
 
มิโดริมะ ชินทาโร่? ชู้ตติ้งการ์ดของรุ่นแห่งปาฏิหาริย์?
 
...ใช่ รู้จักฉันด้วยเหรอ?
 
...อา ก็...
 
ชายคนนั้นเหลียวหลังกลับไป ชายอีกสองคนปรากฏขึ้นจากเงา
 
มิโดริมะ ไม่ได้เจอกันนานนะ เด็กหนุ่มผมสีแดงยิ้มทักทาย
 
อาคาชิ!?”
 
อาคาชิ เซย์จูโร่ อดีตกัปตันรุ่นแห่งปาฏิหาริย์
 
ไม่นึกว่าจะมาเจออยู่ที่นี่ มาทำอะไรแถวนี้ล่ะ?
 
น่าจะเป็นคำพูดของทางนี้มากกว่าน่ะสิ นายตะหากมาทำอะไร?
 
กำลังจะไปโรงแรมที่จองไว้น่ะ ฉันให้รุ่นพี่สองคนนำทาง เส้นทางนี้ดูเหมือนจะเป็นทางลัดน่ะ
 
รุ่นพี่สองคนที่อาคาชิกล่าว จากจำนวนคนที่อยู่ที่นี่แล้ว คนหนึ่งคือชายหนุ่มที่รู้จักเขาไม่ผิดแน่ ส่วนอีกคน...
 
...มายุซึมิ จิฮิโระ
 
เห จำฉันได้ด้วยแฮะ รู้สึกเป็นเกียรติจริงๆ ชายหนุ่มผมสีเทาพูดเสียงประชดประชันนิดๆ
 
“! เรื่องนั้นช่างมันก่อน อาคาชิ เรื่องสัมภาษณ์หมายความว่ายังไงกัน?! ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยน่ะสิ!”
 
ได้ฟังจากพวกคุโรโกะแล้วสินะ คงจะเป็นตามที่ได้ยินนั่นล่ะ
 
ก็แล้วมันหมายความว่ายังไงกันเล่า?!”
 
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างอาคาชิยกมือ
 
อ่า ผมเองล่ะครับ คนที่อยากจะสัมภาษณ์รุ่นแห่งปาฏิหาริย์
 
มิโดริมะเลิกคิ้ว ไม่คิดว่าเรื่องจะออกมาเป็นแบบนี้
 
เอ๋? คนที่อาจารย์จะสัมภาษณ์คือพวกเขาเองเหรอคะ?
 
อา รู้จักเหรอ?
 
เมื่อตอนกลางวันบังเอิญแวะร้านกาแฟร้านเดียวกันน่ะค่ะ
 
ชายหนุ่มพยักหน้าให้เด็กสาว แล้วหันมาทางมิโดริมะอีกครั้ง
 
ทีแรกตั้งใจจะสัมภาษณ์ให้เสร็จวันนี้ แต่มีเหตุขัดข้องเลยต้องขอเลื่อนไปวันพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ก็ขอความกรุณาด้วยนะครับ
 
อ—อา...เดี๋ยวสิ ไม่ใช่แล้วน่ะสิ! ฉันยังไม่ได้ตกลงเลยว่าจะให้สัมภาษณ์ อาคาชิ พูดกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยน่ะสิ!”
 
มิโดริมะ ให้เขาสัมภาษณ์หน่อยเถอะนะ
 
อย่าพูดง่ายๆ ได้มั้ย! รู้รึเปล่าว่าวันนี้ฉันเจอเรื่องอะไรมาบ้าง! ทั้งที่น่าจะมีลัคกี้ไอเทมของโอฮาอาสะแล้วน่ะสิ!”
 
ลัคกี้ไอเทม?
 
มิโดริมะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ที่สุดก็ก้มลงหยิบก้อนหินธรรมดาขึ้นมาจากพื้น
 
หินก้อนนี้มาจากศาลเจ้า ลัคกี้ไอเทมของราศีกรกฏวันนี้ สิ่งของที่ใกล้ชิดกับเทพ
 
ชายหนุ่มที่มากับอาคาชิท่าทางสับสน
 
ลัคกี้ไอเทมของราศีกรกฏวันนี้เป็นที่ตะไบเล็บไม่ใช่เหรอครับ?
 
...ว่าไงนะ?
 
ก็จริงอยู่ที่เขาลืมที่ตะไบเล็บไว้ที่บ้านตอนที่เอาออกมาล้างเมื่อคืน แต่...
 
ความจริงตีแสกหน้ามิโดริมะ
 
ทา~คา~โอะ~!!!”

แม้แต่เรื่องที่ราศีกรกฏเป็นอันดับสองก็คงจะโกหกทั้งเพ ที่จริงเป็นอันดับท้ายๆ เลยมากกว่า
 
เพียงแค่นึกหน้ายิ้มแป้นเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิดของคู่หู มิโดริมะก็แทบจะแหวกอกใครสักคนได้
 
จนกระทั่งมีที่ตะไบเล็บยื่นมาตรงหน้า
 
ถ้าไม่มีกับตัวจะเอาไปก็ได้นะครับ
 
มิโดริมะมองที่ตะไบเล็บ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม แล้วรับมา
 
ขอบคุณครับ พูดสุภาพตามหลักอาวุโส
 
น่า มิโดริมะ วันนี้ฉันมาสายเองขอโทษด้วย พรุ่งนี้ช่วยให้ความร่วมมือกับเขาหน่อยเถอะนะ นี่ฉันให้
 
อาคาชิโน้มน้าวพลางยื่นบัตรใบหนึ่งให้
 
เป็นบัตรเงินสดร้านค้าปลีกที่มิโดริมะมักไปซื้อลัคกี้ไอเทมบ่อยๆ
 
ฉันได้มาแต่ไม่ได้ใช้ ให้นายก็แล้วกัน คงจะมีประโยชน์มากกว่า
 
...นี่มันคือการติดสินบนน่ะสิอาคาชิ
 
นายไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐซะหน่อย เป็นเพื่อนให้เพื่อนเท่านั้นเอง
 
มิโดริมะรับมาถือและมองดูเหมือนชั่งใจ แต่จริงๆ ในใจก็รู้ว่าไม่มีความคิดจะปฏิเสธเหลือแล้ว
 
เห คุณหนูบ้านรวยถึงขนาดยอมหลอกเพื่อนยอมติดสินบนเพื่อฉันคนเดียวเลยนะเนี่ย ควรจะดีใจดีมั้ยนะ
 
เพราะมายุซึมิซังไม่ยอมมาร่วมงานเลี้ยงอำลาพวกมิบุจิซังน่ะสิครับ คราวนี้มีโอกาสแล้วก็เลยอยากจะพาไปให้ได้
 
ก็เลยเข้าทางเพื่อนเรียนสาขาเดียวกับฉันเนี่ยนะ
 
ที่ถูกต้องเป็นทางเขาที่ติดต่อผมมาก่อน
 
อา เคยได้ยินว่ามายุซึมิเคยอยู่ชมรมบาสฯราคุซันที่มีอดีตกัปตันรุ่นแห่งปาฏิหาริย์อยู่พอดี
 
ขอบคุณจริงๆ ครับที่ติดต่อผมมา ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ตัวมายุซึมิซังอย่างนี้
 
เฮ้ๆ  พูดเหมือนฉันเป็นคนร้ายหลบหนีคดีไปได้
 
มิโดริมะรู้สึกว่าจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้วว่าเป็นมายังไงกันแน่
 
พวกเธอ วันนี้เป็นยังไงบ้าง?
 
ชายหนุ่มคนนั้นหันไปพูดกับเด็กสาวทั้งสองคน
 
สนุกมากเลยค่ะ มีขนมที่ไม่รู้จักเยอะเลย
 
คิซารางิกินจนจุใจเลยล่ะสิ
 
ก็นะคะ ฮิเมคามิหัวเราะแห้งๆ
 
มิอุล่ะ?
 
ฉันติดงานพิเศษไม่ได้ไป เพิ่งเลิกเนี่ย มิอุตอบพลางชี้ร้านที่เพิ่งออกมา
 
อ้าวเหรอ?
 
แต่ก็ ได้ของฝากมาอยู่เหมือนกัน ยังไม่ได้ลองชิม มิอุยกถุงกระดาษในมือซ้ายให้ดู
 
อ๊ะ มีของอาจารย์ด้วยนะคะ แต่อยู่กับชินซัง
 
อา พรุ่งนี้มีนัดติวหนังสือให้ชิน
 
จากโควนินก็เป็นสอบเอ็นฯเหรอ มุ่งมั่นกันจริงๆ เลยนะ
 
แต่ที่ชินจะเข้าเป็นคนละที่กับฉัน ไม่รู้ว่าจะช่วยได้แค่ไหน...ฉันบอกพ่อกับแม่ชินไปแล้วว่าจ้างครูสอนพิเศษที่เก่งกว่านี้จะดีกว่า แต่ก็...
 
*เพียะ*
 
มิโดริมะสะดุ้งแม้ไม่ใช่คนที่แก้มโดนแส้ฟาด แต่เทียบกับที่จิ๊กโก๋สามคนนั้นโดนนับว่าน้ำหนักต่างกันพอสมควร น่าจะไม่ต่างจากโดนหนังยางดีด
 
ลืมที่คุยกันแล้วรึไง อย่าแสดงความใจเสาะต่อหน้าเด็กผู้หญิงพวกนั้น มิอุดุแบบตักเตือน
 
...นั่นสินะ ฉันจะช่วยชินให้ได้เข้าวิทยาลัยที่อยากเข้าให้ได้
 
ดีขึ้นมาหน่อย สีหน้าดุเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม
 
เฮ้ๆ  บอกว่าต่อหน้าฉันอย่าอี๋อ๋อกันมากไงเล่า มายุซึมิแทรกเสียงเอือม
 
ดูยังไงถึงเห็นเป็นยังงั้น?
 
สายตาของคนธรรมดาเห็นเป็นยังงั้นล่ะ พ่อพระเอกไลท์โนเวล อย่าลืมที่ตกลงไว้ละกัน ฉันต้องโดนลากไปทำญาติดีกับคนที่แค่คุ้นหน้าค่าตากันเพราะนายแล้ว อย่าให้กลับไปงานพิเศษอีกทีแล้วได้ข่าวว่าไอ้คนทำแทนทำฉันโดนตัดเงินล่ะ
 
รู้แล้ว
 
ถ้างั้นพวกฉันไปล่ะ
 
มิอุขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ข้างๆ  ตัวเองสวมหมวกกันน็อคใบหนึ่งและส่งอีกใบหนึ่งให้ฮิเมคามิ
 
ลานะคะอาจารย์
 
อา แล้วเจอกัน
 
คนขับคนซ้อนพร้อมแล้วก็สตาร์ทเครื่องและขับออกไป
 
มิโดริมะ นี่ก็ค่ำแล้ว พรุ่งนี้เจอกัน
 
อา รู้แล้วน่ะสิ
 
อาคาชิกับมิโดริมะก็จะไปที่พักของใครของมันเช่นกัน
 
มิโดริมะก้มลงมองตะไบเล็บซึ่งเป็นลัคกี้ไอเทมที่แท้จริงของวันนี้ แล้วก็ถอนใจ
 
วันนี้เขาเจอแต่เรื่องชวนให้ปวดหัว ทั้งโดนนกอึใส่หัว มีโจรวิ่งราวผ่านมา แถมยังเจอกับกลุ่มผู้หญิงประหลาดอีก แต่ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด...
 
เด็กผมเปียนั่นมันยังไงกันแน่ ฮ่า...ไม่เคยเจอเด็กประหลาดอย่างนั้นมาก่อนเลยน่ะสิ
 
ผมเปีย? หมายถึงอลิซเหรอครับ?
 
วะ—!?”
 
มิโดริมะพูดกับตัวเอง นึกว่าอาคาชิกับอีกสองคนไปแล้ว แต่ชายหนุ่มคนนั้นยังอยู่ในระยะที่ได้ยิน
 
พอถูกถามก็นึกย้อนกลับไป เด็กผู้หญิงคนนั้นเรียกตัวเองด้วยชื่อนั้นจริงๆ
 
...ครับ
 
หรือว่า...อลิซพูดว่ายังไงเหรอครับ?
 
มิโดริมะรู้สึกสังหรณ์ใจเมื่อถูกถามแบบนั้น
 
บอกว่ามีเงาตามตัว ให้ระวังตัวไว้...มาตอนนี้แล้ว หรือว่าจะตรงกับโอฮาอาสะ?
 
ชายข้างหน้ามิโดริมะพยักหน้าเบาๆ อย่างมีความหมาย
 
มิโดริมะซัง ท่าทางคุณจะได้สัมผัสกับสิ่งที่คนทั่วไปไม่ค่อยได้สัมผัสเข้าแล้วล่ะครับ
 
เห?
 
...
 
...
 
มิโดริมะมองสีหน้าจริงจังของชายข้างหน้า แล้วก็รู้สึกเย็นวาบ
 
--
 
PBW:“โอ~เค~ พอแค่นี้ละกัน อวดลูกสาวจนพอใจละ
 
DX:“...มันอวดแหลกเลยจริงๆ
 
PBW:“คือ ฝั่งคุโรโกะไม่รู้จะโชว์อะไร คนเขียนกันจนหมดบ้านหมดเมืองแล้ว เลยเอาแค่ไม่ให้หลุดคาแร็คเตอร์พอ(แต่เน้นไปทางเล่นมุข) อนึ่ง ถ้าเปรียบสัญชาตญาณดิบของรันเป็นสัตว์อะไรซักอย่าง ก็คงจะเป็นหมีสีน้ำตาล
 
DX:“ว่าแต่...มันยาวมากเลยนะ?
 
PBW:“...อา แต่ตัดสินใจแล้วว่าจะเขียนเท่าที่อยากเขียน เพราะโอกาสที่จะได้เจอพวกรันอีกก็จะไม่มีแล้ว...ฮ่า เหงาจัง
 
DX:“...
 
PBW:“...เขียนตอนพิเศษของแต่ละคนเพิ่มอีกดีกว่า
 
DX:“ยังอีกเรอะ!?!”


ผลงานอื่นๆ ของ Pea-Brain Writer

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น