คัดลอกลิงก์เเล้ว

[1-Short Twice] Behind The Piano { Dahyun x Chaeyoung }

โดย pixppd

จะกอดเธอแน่นๆ และจะปล่อยให้เธอไป ฉันจะตะโกนบอกเธอสุดเสียงอีกสักครั้งนะ ที่รักของฉัน - My Love (Lee Seung Chul)

ยอดวิวรวม

747

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


747

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


25
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 ก.ค. 60 / 00:42 น.
นิยาย [1-Short Twice] Behind The Piano { Dahyun x Chaeyoung } [1-Short Twice] Behind The Piano { Dahyun x Chaeyoung } | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


다현 x 채영










Writer  Talk  :
สวัสดีรีดเดอร์ทุกคนค่า  หวนกลับมาลงฟิคในรอบหลายเดือน5555555
เปิดเทอมแล้วยุ่งมากค่ะ  การบ้านมีทุกวันเลย  เลยไม่มีโอกาสได้เข้ามาเขียนฟิคสักที
เลยเขียนแบบเก็บเล็กผสมน้อยวันละบรรทัดสองบรรทัดก็ได้มาเป็นวันชอตเรื่องนี้
จริงๆแล้วไรท์เป็นทูยอนชิปเปอร์  แต่ไม่รู้ทำไมชอบเขียนดุ๊บแชง  เผื่อบางคนสงสัย  ไรท์ก็สงสัยตัวเอง5555
ไรท์หารูปยากมากค่ะ  ขุดแท็ก  หารูปในแอคดุ๊บแชงไทยแลนด์  ส่องทวิตพี่ปฝสุดท้ายก็มาลงที่รูปนี้
ใช้ซ้ำกับเรื่อง  Lukcy Girl  คงไม่เป็นไรเนาะ  ^^
ฝากวันชอตเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจชาวเรือทุกคนด้วยนะคะ
  






* เกิดจากจินตนาการอันล้ำลึกของไรท์เตอร์เท่านั้น ไม่มีเจตนาทำให้ผู้ถูกกล่าวถึงทุกคนในเรื่องเสียหาย *





Thanks  For  Theme
themy butter










พูดคุย  ติชมได้ที่  @pixppd 

ขอบคุณที่แวะเข้ามาไม่ว่าบังเอิญหรือตั้งใจ  :)


t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ก.ค. 60 / 00:42






                        เม็ดฝนโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าตั้งแต่เช้าตรู่  พาให้บรรยากาศยามเช้าชุ่มฉ่ำไปด้วยละอองฝน  อากาศเย็นพัดผ่านเข้ามาในหน้าต่างบานเล็กบานหนึ่งเข้ากระทบกับร่างๆหนึ่งที่กำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง  ความเปลี่ยนแปลงของอากาศอย่างกระทันหันทำให้ร่างนั้นกระชับผ้าห่มขึ้นจนสุดคอ  ดวงตาเล็กหยีฝืนสู้ความง่วงเพ่งมองไปยังนาฬิกาแขวนผนัง  เข็มนาฬิกาชี้ที่เลขหกบ่งบอกว่ายังไม่ใช่เวลาที่ควรลุกออกจากเสียงสักเท่าไหร่  แต่สุดท้ายร่างเล็กก็ลุกออกจากเตียงพร้อมกับผ้าห่มผืนบางพันรอบตัว




                        โกโก้ร้อนๆถูกรินลงในถ้วยกระเบื้องสีขาว  ร่างเล็กประคองถ้วยกาแฟด้วยสองมือให้ไออุ่นจากถ้วยพอประทังความเย็นที่มือได้บ้าง  นั่งลงที่โซฟาตัวเล็กพร้อมกับหยิบเอาผ้าห่มผืนบางขึ้นห่อตัวอีกครั้งแล้วจึงยกโกโก้ขึ้นดื่มคลายหนาว




                        ความอุ่นวูบวาบในอกพอให้รู้สึกอบอุ่นได้บ้าง  คว้ารีโมทที่โต๊ะตัวเล็กขึ้นเปิดโทรทัศน์เมื่อนึกขึ้นได้ว่าการ์ตูนเรื่องโปรดของกำลังจะฉายในอีกไม่กี่นาทีนี้




                        โฆษณาเต้าหู้ฉายอยู่บนจอโทรทัศน์คั่นเวลาระหว่างที่การ์ตูนกำลังจะฉาย  มาสคอตเต้าหู้สีขาวกระโดดหยองแหยงไปมาอย่างน่ารัก  เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ว่าเมื่อนึกถึงเสียงของใครบางคนที่เคยเอ่ยเรียกชื่อของเธอว่าเต้าหู้



                        ชื่อจริงๆของเขาคือ คิมดาฮยอน  แต่เจ้าหล่อนมักจะเรียกเขาว่า คิมดูบู


                        ซึ่งดาฮยอนเองก็คิดว่าตัวเองเป็นก้อนเต้าหู้อย่างที่เธอเรียกเขาจริงๆ




                        มือบางหยิบแก้วโกโก้ขึ้นดื่มอีกครั้ง  ภาพตัวการ์ตูนตัวโปรดโลดแล่นอยู่ภายในจอ  ดาฮยอนยกยิ้ม  เผลอหัวเราะบ้างเป็นบางครา  จนโกโก้ภายในแก้วร่อยหรอลงจนหมด  เขาจึงนำมันไปล้างและเก็บเข้าในตู้อย่างเดิม




                        นาฬิกาบอกเวลาเจ็ดโมงตรง  ดาฮยอนตรงเข้าไปในห้องน้ำ  จัดการทำธุระส่วนตัวและผลัดเปลี่ยนจากชุดนอนเป็นเสื้อเชิ้ตสีชมพูกางเกงยีนส์พับข้อธรรมดา  เก็บเอากล้องคู่ใจใส่ลงในกระเป๋าแล้วสะพายบ่าเตรียมตัวออกไปทำงาน




                        คิมดาฮยอนทำงานเป็นช่างภาพ  เขารักในการถ่ายรูปมาตั้งแต่ยังเด็ก  การถ่ายรูปก็เหมือนกันการบันทึกความทรงจำที่ไม่ได้เป็นตัวหนังสือ  คิมดาฮยอนเป็นคนขี้ลืมและเป็นคนขี้เกียจ  เขาเลยเลือกที่จะบันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่ายแทน 




                        วันนี้เขาได้รับงานถ่ายภาพงานแต่งงานที่ปูซาน  ตั๋วรถไฟบอกเวลาที่รถไฟจะเคลื่อนออกจากสถานีเก้าโมงเช้า  กว่าดาฮยอนจะเดินทางมาถึงก็แปดโมงครึ่งพอดี  เขามีเวลาที่จะเดินเล่นได้อีกหน่อย  มือเล็กเปิดกระเป๋ากล้องและหยิบมันออกมาบันทึกภาพชานชาลา  ป้ายสถานี  รวมไปถึงร้านค้าขายของที่ระลึก




                        ที่ตรงนั้นมีเด็กสาวสองคนนั่งอยู่ที่ม้านั่งหน้าร้านขายของที่ระลึก  เด็กหญิงคนตัวเล็กกว่าเอื้อมมือไปลูบหัวอีกคนที่กำลังร้องไห้เพราะลูกอมของเธอตกพื้น  ดาฮยอนมองภาพนั้นแล้วก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างไม่ถูก  ยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายทันที




                        การลูบหัวแสดงให้เห็นถึงความเอ็นดู  ดาฮยอนชอบการถูกลูบหัวมากๆ  มันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นเด็กน้อยกำลังถูกโอ๋  ถึงแม้ว่าเขาจะแก่ขนาดไหนก็เถอะ




                        มือเรียวเล็กที่เคยลูบหัวเขาตอนที่เขาไม่สบาย  สัมผัสอันบางเบาที่ปลายผมกระตุกความคิดของเขา  ความคิดถึงก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน




                        ดาฮยอนสะบัดหัวเบาๆก่อนเก็บกล้องลงกระเป๋า  อีกไม่นานรถไฟก็จะออกแล้ว  เขาจึงรีบเดินเข้าโบกี้  หาที่นั่งของตนเองอยู่สักพักจึงเจอ  ที่นั่งของเขาอยู่ริมหน้าต่าง  แต่ทันทีที่ก้นถึงเก้าอี้  ดาฮยอนก็หยิบผ้าปิดตาขึ้นมาสวมเตรียมหลับ




                        อยากชมธรรมชาติอยู่นะ  แต่ตั้ง3ชั่วโมงกว่าจะถึงปูซาน  นอนพักเอาแรงดีกว่า




                        สามชั่วโมงผ่านไป  คิมดาฮยอนยืนอยู่ที่หน้าสถานีรถไฟ  ศึกษาเส้นทางจากแผนที่ที่ได้จากเจ้าบ่าวแล้วจึงโบกแท็กซี่  ระหว่างที่กำลังโดยสาร  เขาก็เปิดดูการ์ดงานแต่งงานไปพลางๆพร้อมกับกระดกกาแฟกระป๋องในมือ




                        คนพวกนี้โชคดีจังนะที่เจอคนที่พร้อมจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต  ดาฮยอนคิดทุกครั้งที่เขารับงานถ่ายภาพงานแต่ง  ภาพของคนสองที่ในเฟรมที่กำลังยิ้มให้กัน  สวมแหวนแต่งงาน  กอด  หรือจูบ  ต่างเป็นความทรงจำที่อบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก  และเขาก็รู้สึกดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการบันทึกภาพความทรงจำอันล้ำคุณค่านั้น





                        ไม่นาน  แท็กซี่ก็พาเขามาถึงงานแต่งงาน  งานแต่งงานจัดที่ริมชายหาด  บรรยากาศตั้งแต่ที่เขาก้าวเข้าไปในงานช่างสดชื่น  สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอความสุขจากรอบๆบริเวณ


 

                        เขาเก็บภาพตั้งแต่ทางเข้า  รูปถ่ายพรีเวดดิ้งรูปใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ  แขกผู้มาร่วมงานจนถึงบุคคลสำคัญที่สุดในงานไม่ว่าจะเป็นเจ้าบ่าว  ครอบครัวของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว  เขาเข้าไปทักทายกับชายหนุ่มในชุดทักซิโด้ที่กำลังจัดปกเสื้อของตนเป็นรอบที่ร้อยสิบ  ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้นจนดาฮยอนอดที่จะตื่นเต้นตามไม่ได้เมื่อพิธีการใกล้เข้ามาแล้ว




                        หญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งมาหาเขา  หล่อนขอให้เขาถ่ายรูปเจ้าสาวให้หน่อย  เขาจึงเดินตามหญิงสาวเข้าไปในห้องแต่งตัวของเจ้าสาว  บรรดาเพื่อนเจ้าสาวอยู่กันเต็มห้องไปหมดราวกับเป็นงานเลี้ยงรุ่นขนาดย่อมเยา



                        “ตากล้องมาแล้วๆๆ” 



                        หญิงสาวตัวเล็กตะโกนเสียงดัง  เหล่าเพื่อนเจ้าสาวต่างพากันหาโลเคชั่นดีๆจนภายในห้องเกิดความวุ่นวายชั่วคราว  แต่ภายในความวุ่นวายนั้น  สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ยังยืนอยู่กับที่  และทันทีที่สองสายตาประสานกัน  วินาทีนั้นเหมือนกับว่าโลกกำลังจะหยุดหมุน  ลมหายใจติดห้วงไปชั่วขณะ



                        หญิงสาวตัวเล็กผู้มีขี้แมลงวันเหนือรีมฝีปากอันเป็นจุดเด่นบนใบหน้าที่ดาฮยอนเคยหลงใหล

 


                        ซนแชยอง



                        หล่อนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางหญิงสาวมากมาย  ใบหน้าของหล่อนฉายแววอึ้งผ่านทางสายตา  รีมฝีปากอวบอิ่มนิ่งค้างเติ่งราวกับอยู่ในภาวะตกใจ  ไม่ต่างจากเขาสักเท่าไหร่




                        “เอ่อ...  จะถ่ายแล้วนะคะ”




                        ดาฮยอนยกกล้องคู่ใจขึ้นอย่างช้าๆ  ปรับโฟกัสและสมดุลของภาพได้ที่แล้วก็ลั่นชัตเตอร์ไปหลายที  และเมื่อถ่ายเสร็จ  เหล่าเพื่อนเจ้าสาวก็พากันแตกวงไปเป็นบรรยากาศในตอนแรกก่อนที่เขาจะเข้ามา  แต่ซนแชยองก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม




                        “ขอบคุณคุณมากนะคะ” 



                        หญิงสาวตัวเล็กวิ่งเข้ามาขอบคุณเขา  ดาฮยอนโค้งทีหนึ่งก่อนขอตัวออกไปถ่ายภาพต่อพร้อมกับความรู้สึกหวิวๆในใจ



                        เหล่าแขกที่มาร่วมงานนั่งที่เก้าอี้จนเกือบเต็ม  เสียงเปียโนบรรเลงขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาวสะอาดตาเดินควงแขนผู้เป็นพ่อของเธอเดิมเข้ามาในบริเวณงาน  ดาฮยอนลั่นชัตเตอร์แทบจะทุกย่างก้าว  พยายามเก็บภาพความสุขตรงหน้าให้ได้มากที่สุด




                        และเมื่อเจ้าสาวเดินมาถึงแท่นด้านหน้าก็เข้าสู่พิธีการอย่างจริงจัง  จังหวะนั้นดาฮยอนปลีกตัวออกมาคุยโทรศัพท์  ให้ช่างภาพคนอื่นได้เก็บภาพบรรยากาศช่วงพิธีการอย่างเต็มที่เพราะเขาไม่ค่อยชอบบรรยากาศทางการสักเท่าไหร่ 



                        “คุณตากล้องคะ”




                        หญิงสาวตัวเล็กคนเดิมสะกิดเรียกเขาขณะที่เขากำลังจะเดินกลับไปยังบริเวณงานเพื่อที่จะถ่ายบรรยากาศรอบๆ




                        “คุณตากล้องร้องเพลงได้ใช่ไหมคะ?”


                        “คะ?  ฉันหรอคะ?”




                        เขาพูดพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ตัวเอง




                        “นักร้องที่จะมาร้องในงานจู่ๆเขาก็แคนเซิลค่ะ  แล้วเพื่อนฉันบอกว่าคุณร้องเพลงนี้ได้”  หญิงสาวยื่นโน้ตเพลงให้


                         “คุณรู้ได้ไงคะ”


                        “ซนแชยองบอกค่ะ”




                         ชื่อที่คุ้นเคยในบทสนทนาทำให้ดาฮยอนขมวดคิ้ว




                        “เอ่อ...  แล้วทำไมถึงต้องเป็นฉันล่ะคะ”


                        “แชยองบอกว่าคุณร้องเพลงนี้ได้ดีแถมยังเล่นเปียโนเพลงนี้ได้ด้วย  ช่วยฉันเถอะนะคะ  อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาที่ต้องร้องเพลงแล้ว”





                        หล่อนทำท่าเหมือนจะร้องไห้  ความสงสารที่เกิดขึ้นภายในจิตใจทำให้ดาฮยอนใจอ่อน  สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจวางกล้องสุดที่รักลงแล้วเดินออกไปข้างหน้าพร้อมกับโน้ตเพลง




                        “ในลำดับต่อไปจะเป็นการบรรเลงบทเพลงอันไพเราะที่เจ้าบ่าวอยากมอบให้กับเจ้าสาวครับ”





                        สิ้นเสียงพิธีกร  ดาฮยอนก็ก้าวขึ้นบนเวทีเล็ก  โค้งให้กับคู่บ่าวสาวและแขกทุกคนก่อนนั่งลงที่หลังเปียโน  เขากวาดสายตามองไปรอบๆ  หวังว่าซนแชยองคงกำลังมองเขาจากมุมไหนสักมุมหนึ่ง





                        แล้วหล่อนก็ยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ




                        ความทรงจำที่หลังเปียโนในวันนั้นย้อนกลับมาภายในเสี้ยววินาที










                        “เล่นเพลงอะไรอยู่คะ”  ซนแชยองถือแก้วชาอุ่นๆเข้ามาหาคิมดาฮยอนที่พึ่งบรรเลงเปียโนจบไป  เขารับแก้วชามาจิบเล็กน้อยก่อนวางลงบนหลังเปียโนและกระเถิบให้คนตัวเล็กกว่านั่งด้วย



                        My Love  ของอีซึงชุนน่ะ  เห็นว่าแชงชอบพี่เลยหัดเล่น”



                        คนตัวขาวฉีกยิ้ม  เขาถอดเสื้อกันหนาวที่กำลังสวมอยู่คลุมไหล่เล็กของอีกคนเมื่อเห็นว่าเธอตัวสั่นเล็กน้อย



                        “พี่ดาฮยอนเล่นให้แชงฟังอีกรอบสิคะ”


                        “ได้สิ”




                        มือเรียววางลงที่คีย์บอร์ดก่อนจะลงมือบรรเลงเพลงอีกครั้ง  โน้ตแต่ละตัวที่บรรเลงออกมาประกอบเป็นบทเพลง  My Love  เพลงที่ซนแชยองโปรดปรานที่สุด  ท่วงทำนองที่ไพเราะอ่อนหวาน  เมื่อฟังร่วมกับน้ำเสียงของคิมดาฮยอนแล้วก็ทำให้เธอรู้สึกว่ากำลังนั่งฟังบทเพลงนี้อยู่ในงานแสดงของนักเปียโนระดับโลก  เป็นบทเพลงที่ทำให้แชยองรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกขัดเขินเมื่อได้ฟังจากคนรัก


                        และทันทีที่บทเพลงจบ  ซนแชยองก็โน้มใบหน้าของดาฮยอนลงมาประทับรีมฝีปากลงบนตำแหน่งเดียวกัน  ดาฮยอนมีท่าทีตกใจ  แต่ก็ยกมือขึ้นประคองศีรษะของคนตัวเล็กและเบี่ยงใบหน้าเพื่อให้จูบถนัดขึ้น



                        แต่จู่ๆแชยองก็ผละออกมา  ใบหน้าน่ารักฉายแววสับสน  หล่อนก้มหน้าลง



                        “แชง  เป็นอะไรหรือเปล่า”


                        “เราเลิกกันเถอะ”




                        ราวกับมีฟ้าผ่าลงมาที่กลางใจของคิมดาฮยอนทันทีที่โสตประสาทรับรู้ถึงประโยคล่าสุดที่ซนแชยองเอ่ยออกมา  ใบหน้าขาวช๊อคอึ้ง ดวงตาตี่เบิกกว้าง



                        “ทะ...  ทำไมอ่ะแชง”  เขาเอ่ยอย่างยากลำบาก


                        “แชงขอโทษ  แชงขอโทษจริงๆ”



                        พูดจบ  คนตัวเล็กก็ลุกขึ้น  สติที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดสั่งให้ดาฮยอนรั้งแขนเธอไว้  แชยองกำลังร้องไห้ 



                        “พี่ทำอะไรผิดไปหรอแชง  เราไม่เลิกกันได้มั้ย”


                        “แชงขอโทษ  แชงผิดเอง”



                        เธอแกะมือของเขาออก



                        “บางทีแบบนี้น่าจะดีสำหรับเราสองคนมากที่สุด”



                        น้ำตาหยดใสไหลร่วงลงมาจากดวงตาโตของคนตัวเล็ก  ก่อนจะหันหลังเดินออกไป  ในตอนนั้นคิมดาฮยอนคิดว่าอีกไม่นานหล่อนคงจะเดินกลับมา 






                        แต่เขากลับคิดผิด










                        사랑해 그말은 무엇보다 아픈말
                   ซารังเง คือมารึน มูออดโบดา อัพพึนมัล
                       คำว่า "รักเธอ" เป็นคำที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคำอื่นใดซะอีกนะ

                        숨죽여서 하는말 이젠 하기 힘든말
                   ซุมจูกยอซอ ฮานึนมัล อีเจน ฮากี ฮิมดึนมัล
                       เป็นถ้อยคำที่ทำให้ฉันร้องไห้เงียบๆ และในตอนนี้มันก็เป็นถ้อยคำที่ทำให้ฉันเจ็บปวด

                   Oh 햇살이 밝은 아침보다 밤의 달빛이 어울려요
                   Oh เฮดซารี บัลกึน อาชิมโบดา พัมเม ดัลบิดชี อออุลรยอโย
                       แสงจันทร์ที่ส่องสว่างในยามค่ำคืน ยังจะเหมาะสมกว่ายามเช้าที่ดวงอาทิตย์ทอแสงเสียอีก

                            이별의 입맞춤 잠시 접어둔채 이대로 이렇게
                   อีบยอเร กือ อิมมัดชุม ชัมชี จอบอดุนเช อีเดโร อีรอกเค
                       เพราะจูบอำลาน่ะ ไม่ช้ามันก็จะจางหายไป นั่นแหละคือความหมายของมัน





                        มือเรียวบรรเลงเพลงในความทรงจำ  รีมฝีปากบางเอ่ยร้องด้วยน้ำเสียงหวาน  หัวใจเต้นแรงจากการตื่นเต้นที่ไม่ได้ร้องเพลงนี้มาเสียนาน  ราวกับว่าวันเวลาย้อนกลับไปในวันนั้นอีกครั้ง





                            힘껏 안아줄께 그리고 말할께
                   ฮิมกอด อานาจุลเก นอล คือรีโก มัลฮัลเก
                       จะกอดเธอสุดแรง และจะพูดบอกกับเธอ

                   이렇게 너를 외치면서 My Love
                   นา อีรอกเค นอรึล เวดชีมยอนซอ My Love
                       ฉันจะตะโกนบอกเธอสุดเสียงเลย ที่รักของฉัน

                            보지 못할 마지막 눈물
                   นอน โบจี มดทัล เน มาจีมัก นุนมุล
                       ด้วยน้ำตาสั่งลาของฉัน ที่เธอจะไม่มีวันได้เห็น

 

                            힘껏 안아줄께 그리고 보낼께
                   ฮิมกอด อานาจุลเก นอล คือรีโก โบเนลเก
                       จะกอดเธอแน่นๆ และจะปล่อยให้เธอไป

                   또한번 너를 외치면서 My Love
                   นา โตฮันบอน นอรึล เวดชีมยอนซอ My Love
                       ฉันจะตะโกนบอกเธอสุดเสียงอีกสักครั้งนะ ที่รักของฉัน

                            듣지 못할 사랑한단 내말
                   นอน ดึดจี มดทัล ซารังฮันดัน เนมัล
                       เป็นคำรักที่เธอไม่อาจได้ยิน





                        ดาฮยอนเงยหน้าขึ้นจากคีย์บอร์ด  ซนแชยองยังคงยืนอยู่ตรงนั้น  สายตาประสานกันอย่างตั้งใจ  แล้วดาฮยอนก็บรรเลงต่อโดยที่ไม่ได้ก้มมองคีย์บอร์ด





                                      괜찮아 그말은 안쓰러운 거짓말
                    คเวนชานา คือมารึน อันซือรออุน คอจิดมัล
                        "ฉันไม่เป็นไร" เป็นคำโกหกที่น่าสมเพชนะ

                             애쓰면서 웃어도 우린 그저 눈물만
                    แอซือมยอนซอ อุดซอโด อูริน กือจอ นุนมุลมัน
                        ฉันพยายามฝืนยิ้ม แต่สุดท้ายเราก็ได้แต่ร้องไห้ออกมา

                    Oh 햇살이 밝은 아침보다 밤의 달빛이 어울려요
                    Oh เฮดซารี บัลกึน อาชิมโบดา พัมเม ดัลบิดชี อออุลรยอโย
                        แสงจันทร์ที่ส่องสว่างในยามค่ำคืน ยังจะเหมาะสมกว่ายามเช้าที่ดวงอาทิตย์ทอแสงเสียอีก

                             이별의 입맞춤 잠시 접어둔채 이대로 이렇게
                    อีบยอเร กือ อิมมัดชุม ชัมชี จอบอดุนเช อีเดโร อีรอกเค
                        เพราะจูบอำลาน่ะ ไม่ช้ามันก็จะจางหายไป นั่นแหละคือความหมายของมัน





                        น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากดวงตาคู่ตี่  หากแต่ดาฮยอนก็ยังคงร้องเพลงต่อไป





                             힘껏 안아줄께 그리고 말할께
                    ฮิมกอด อานาจุลเก นอล คือรีโก มัลฮัลเก
                        จะกอดเธอสุดแรง และจะพูดบอกกับเธอ

                    이렇게 너를 외치면서 My Love
                    นา อีรอกเค นอรึล เวดชีมยอนซอ My Love
                        ฉันจะตะโกนบอกเธอสุดเสียงเลย ที่รักของฉัน

                             보지 못할 마지막 눈물
                    นอน โบจี มดทัล เน มาจีมัก นุนมุล
                        ด้วยน้ำตาสั่งลาของฉัน ที่เธอจะไม่มีวันได้เห็น

 

                             힘껏 안아줄께 그리고 보낼께
                    ฮิมกอด อานาจุลเก นอล คือรีโก โบเนลเก
                        จะกอดเธอแน่นๆ และจะปล่อยให้เธอไป

                   또한번 너를 외치면서 My Love
                    นา โตฮันบอน นอรึล เวดชีมยอนซอ My Love
                        ฉันจะตะโกนบอกเธอสุดเสียงอีกสักครั้งนะ ที่รักของฉัน

                             듣지 못할 사랑한단 내말
                    นอน ดึดจี มดทัล ซารังฮันดัน เนมัล
                        เป็นคำรักที่เธอไม่อาจได้ยิน

 

                    My Love

 





                        เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว  ดาฮยอนรู้สึกหูอื้อไปหมด  เขามองเห็นซนแชยองกำลังยิ้มทั้งๆที่หล่อนกำลังร้องไห้  ดาฮยอนได้แต่ยิ้มตอบกลับไป




                        หากยังคงเป็นเหมือนเมื่อก่อน  เขาคงวิ่งเข้าไปกอดปลอบคนตัวเล็กอย่างไม่รอช้า




                        ดาฮยอนเดินลงมาจากเวทีด้วยหัวใจว่างเปล่า  หญิงสาวตัวเล็กคนนั้นวิ่งเข้ามาขอบคุณเขาพร้อมกับคืนกล้องให้  เธอกล่าวขอบคุณซ้ำไปซ้ำมาจนดาฮยอนต้องบอกให้เธอหยุดพูดอย่างเกรงใจ




                        ดาฮยอนกลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิมต่อ  ยกกล้องคู่ใจขึ้นบันทึกภาพบรรยากาศงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  แต่เขาก็ไม่คิดที่จะย่างกรายเข้าไปเฉียดใกล้กลุ่มของเพื่อนเจ้าสาวเลยแม้แต่น้อย




                        ภาพที่ซนแชยองยิ้มทั้งๆที่ร้องไห้อยู่ยังคงติดอยู่ในสมอง




                        เสร็จสิ้นพิธีแต่งงานก็เที่ยงวันพอดี  คิมดาฮยอนขอตัวออกมาเนื่องจากมีงานต่อ  เขาโดยสารรถแท็กซี่ตรงไปยังสถานที่จัดงานมหกรรมรวมตัวนักพูดชื่อดังทั้งประเทศ  อยู่ที่นั่นจนถึงบ่ายสามก็เดินทางมาที่งานถ่ายรูปจบการศึกษาของนักศึกษามหาวิทยาลัยปูซานจนพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน




                        การถ่ายรูปติดต่อกันโดยที่แทบไม่ได้พักทำให้ดาฮยอนรู้สึกอ่อนล้า  เขาพาร่างอันอ่อนปวกเปียกขึ้นรถแท็กซี่อีกครั้งโดยที่จุดหมายของเขาไม่ใช่งานถ่ายรูป  แต่เป็นชายหาดแฮอึนแด  ชายหาดที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามแห่งหนึ่งในปูซาน




                        และเป็นหนึ่งในสถานที่ในความทรงจำที่เขาเคยมีร่วมกับซนแชยองสมัยที่ทั้งสองมาเที่ยวด้วยกัน




                        ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขามาที่นี่  คิมดาฮยอนเดินเท้าเปล่าไปที่ชายหาด  เสียงคลื่นกระทบฝั่งทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย  เขายกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพดวงอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนชิดติดกับเส้นขอบทะเล 



                        ดาฮยอนเดินขนานกับแนวชายหาดไปเรื่อยๆ  ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเย็นและกลิ่นทะเลที่ทำให้เขาอยากจะทิ้งกล้องไว้ตรงนี้แล้ววิ่งลงไปเล่นน้ำ 









                        แต่เสียงๆหนึ่งที่ดังขึ้นจากข้างหลังก็ทำให้เขาหยุดเดินในทันที








                        “พี่...  ดาฮยอน”


                        “พี่ดาฮยอน...  ใช่มั้ย”






                        คิมดาฮยอนอยากใจแข็งแล้วเดินออกไปจากตรงนั้นเหมือนที่เธอทำในวันนั้น  แต่เขาก็พ่ายแพ้ให้กับความต้องการลึกๆของตัวเอง  ยอมหันหลังกลับมาหาเจ้าของเสียง



                        ซนแชยองกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา




                        “พี่สบายดีมั้ยคะ”


                        “อื้ม...  สบายดี”




                        ซนแชยองยังเป็นเหมือนเดิม  ดวงตากลมโตมีประกาย  ลักยิ้มข้างแก้มที่เขาเอ่ยชมมันว่าน่ารักอยู่บ่อยๆ  รีมฝีปากอวบอิ่มที่มักเอ่ยถ้อยคำน่ารักๆออกมาให้เขาเขินเล่น  แต่ถึงแม้จะผ่านมาหลายปีก็ไม่เห็นว่าหล่อนสูงขึ้นเลยเลยนิด




                        “มาทำอะไรที่นี่หรอ”


                        “ไม่รู้สิ  จู่ๆแชงก็อยากมา”


                        “อ่อ”




                        คิมดาฮยอนหัวโล่ง  เขาไม่รู้ว่าจะชวนคุยเธอยังไงต่อ  แต่แสงสีส้มของดวงอาทิตย์ที่แผ่คลุมผืนทราย  ร่างของซนแชยองและร่างของเขาก็พอจะทำให้เขาฉุกคิดอย่างหนึ่งขึ้นมาได้



                        “นั่งดูพระอาทิตย์ตกด้วยกันมั้ย”














------------------

















                        คิมดาฮยอนและซนแชยองนั่งกอดเข่าอยู่บนหาดทราย  มองดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆจมหายไปในเส้นขอบทะเลอย่างช้าๆ 




                        “พี่ยังอยู่ที่โซลอยู่มั้ย”


                        “อยู่สิ”




                        บทสนทนาสั้นๆเกิดขึ้นแล้วหายไปมีมาเป็นพักๆ  ดาฮยอนยกกล้องขึ้นมาถ่ายดวงอาทิตย์และทะเล




                        “พี่เริ่มถ่ายรูปเมื่อไหร่หรอ”


                        “หลังจากที่เลิกกับเธอได้ครึ่งปีอ่ะ”




                        ดาฮยอนเก็บกล้องลงในกระเป๋า  ทอดสายตามองไปที่คลื่นทะเล  คำถามหนึ่งเกิดขึ้นในจิตใจของเขา  แต่เขาก็ไม่แน่ใจหากเอ่ยถามแชยองแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรหรือเปล่ากับปัจจุบัน


                        แต่สุดท้ายเขาก็ถามมันออกไปจนได้




                        “เธอบอกเลิกพี่เพราะอะไรหรอ”




                        แชยองดูนิ่งไปพักใหญ่  หล่อนถอนหายใจออกมาก่อนเอ่ย




                        “จู่ๆฉันก็เบื่อ  มันคงเป็นธรรมดาแหละ  เราก็คบกันมานาน”


                        “อ้อ...”


                        “ตอนแรกฉันคิดว่ามันจะเกิดขึ้นชั่วคราว  แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่ฉันคิด  วันนั้นฉันเลยจูบพี่  เผื่อว่าฉันจะกลับมารู้สึกแบบเดิมได้อีกครั้ง  แต่ผลที่ได้คือความรู้สึกว่างเปล่า  ฉันเลย...”


                        “อื้ม  เข้าใจแล้ว”  





                        ความรู้สึกปวดหน่วงๆเกิดขึ้นในอก  แต่ก็เกิดขึ้นไม่นานนัก  อาจเป็นเพราะเรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว  หากเขาได้ยินมันในช่วงเวลาที่เลิกกันใหม่คงเฮิร์ทไปเป็นปี




                        “แต่ฉันคิดผิด”


                        “หื้ม”




                        ดาฮยอนหันมาหาคู่สนทนา




                        “หลังจากที่บอกเลิกพี่  ฉันก็กลับมาอยู่กับคุณป้าที่นี่  มีคนเข้ามาในชีวิตของฉันมากมาย  แต่พี่รู้ไหม  ฉันกลับคิดถึงพี่”


                        “ฉันคิดถึงเวลาที่เรานอนดูการ์ตูนที่พี่ชอบด้วยกัน  คิดถึงเวลาที่พี่งอแงให้ฉันลูบหัวให้  คิดถึงเวลาที่พี่เล่นเปียโนเพลงที่ฉันชอบให้ฟัง  คิดถึง...”





                        คนตัวเล็กหยุดพูดไปแค่นั้น  หล่อนกำลังสะอื้น  สักพักน้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาคู่กลมโต  ความเงียบเข้าปกคลุมรอบบริเวณเสียพักใหญ่  กินเวลาจนดวงอาทิตย์หายไปในเส้นขอบน้ำทะเลจนหมด  เหลือเพียงแสงจากโคมไฟใกล้ๆและดวงจันทร์ที่อยู่ห่างไกล




                        “อ่า...  เหมือนกัน”




                        ดาฮยอนเอ่ย




                        “พี่ไม่เคยเข้าใจในสิ่งที่เธอพูดในวันนั้น  แต่พี่ก็หวังอยู่ทุกวันว่าเธอจะกลับมา  มีคนเข้ามาในชีวิตของพี่มากมายเหมือนกัน  แต่พี่ก็เลือกที่จะรอเธอ”


                        “สรุปง่ายๆก็...  คิดถึงเหมือนกัน”




                        แชยองยังคงสะอึ้น  ดาฮยอนคว้าร่างตรงหน้าเข้ามากอด  ให้ใบหน้าของคนตัวเล็กซบลงที่ลาดไหล่ของตนแล้วปล่อยให้ความคิดถึงส่งผ่านอ้อมกอดอันอบอุ่นดังเคย  จนแชยองหยุดร้องไห้




                        “เรากลับมาคบกันมั้ย”




                        ดาฮยอนเอ่ยทั้งที่ยังคงกอดคนตัวเล็ก




                        “กลับมาอยู่กับพี่นะ”




                        แชยองผละออกจากอ้อมกอด  เธอจ้องมองดวงตาตี่ที่ฉายความหนักแน่นก่อนตอบ




                        “อื้ม  ตกลง”







                        ใบหน้าของทั้งคู่เคลื่อนเข้าหากันโดยอัตโนมัติ  ก่อนจะค่อยๆเบี่ยงอย่างช้าๆจนรีมฝีปากแนบชิด  กดจูบลงอย่างแผ่วเบาพร้อมกับซึมซับความหวานที่เคยลิ้มรสเมื่อแสนนาน 















                        จูบท่ามกลางแสงจันทร์ช่างโรแมนติกเสียจริง





_____________________________________________________________________________________________

ผลงานทั้งหมด ของ pixppd

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Kakkung
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 08:56
    ตกใจมากนึกว่าแชงเป็นเจ้าสาว

    ใจนี้หล่นวูบ ฮรือออ หรือเราเบลออ่านข้ามตรงไหน

    ขอบคุณที่แต่งดุ้บแชงน่ารักๆ ซึ้งๆให้อ่านนะคะ

    พี่ดุ้บคนละมุน
    #1
    0