คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [One-short Twice] Your Name { Dahyun x Chaeyoung } [One-short Twice] Your Name { Dahyun x Chaeyoung } | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
다현  X  채영


-  Your  Name  -






Writer  Talk  :
สวัสดีค่ารีดเดอร์  กลับมาอีกครั้งในวันชอตซ่อมเรือหลังจากวีแอปมิแชงทำเรือเราแคลนไปเล็กน้อย
แต่โมเม้นต์มิแชงน่ารักจริงๆค่ะ  ช็อตที่ตะหนูจับมือตะนิ่มมาเป่าให้หายเย็น  ทำเอาไรท์กระโดดขึ้นเรือไปสักพักเลย
เรื่องนี้เกิดจากที่ไรท์ไปดูหนังเรื่อง  Your  Name  มา  ไรท์รู้สึกอินมากกกกเลยจับมาเขียน
ไม่ได้ก็อป100%นะคะ  ไรท์เอาแนวเรื่องมาแต่งเฉยๆ





* เกิดจากจินตนาการอันล้ำลึกของไรท์เตอร์เท่านั้น ไม่มีเจตนาทำให้ผู้ถูกกล่าวถึงทุกคนในฟิคเสียหาย *



Thanks  For  Theme

themy butter






พูดคุย  ติชมได้ที่  @pixppd  หรือ  #ดุ๊บแชงยัวเนม

ขอบคุณที่แวะเข้ามาไม่ว่าบังเอิญหรือตั้งใจ  :)


t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 9 ก.พ. 60 / 23:19


                        




                        เพดานห้องสีครีม...  หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นต์หลอดใหญ่...  ภาพวาดสเก็ตวิวกรุงโซล...  โปสเตอร์ฮอลรยูสตาร์ที่กำลังโด่งดังขณะนี้...  



 

                        นี่คือสิ่งที่  'คิมดาฮยอน'  ตื่นขึ้นมาพบในทุกเช้าวันอาทิตย์  ซึ่งมันไม่ใช่สภาพแวดล้อมในห้องที่เขาอาศัยอยู่ทุกวันเลยแม้แต่น้อย  ทุกครั้งที่เขาลืมตาตื่นขึ้นในวันธรรมดาและวันเสาร์  เขาจะพบเจอกับกองเสื้อผ้าที่กองอยู่ที่ปลายเท้า  ผนังห้องเต็มไปด้วยโปสเตอร์นักดนตรีและโพสต์อิทจดบันทึกงานที่เขาต้องทำเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง



 

                        และยิ่งไปกว่านั้น  ทุกเช้าวันอาทิตย์  เขาจะต้องมาอยู่ในร่างของใครไม่รู้ที่เขาไม่เคยพบเจอเลยสักครั้งในชีวิต!!!



 

                        เหตุการณ์แปลกประหลาดเหนือธรรมชาตินี้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อหลายเดือนก่อนที่จู่ๆดาฮยอนก็สะดุ้งตื่นขึ้นเพราะอาการปวดปัสสาวะกลางดึก  เขาหลับตาคลำหาสวิตซ์ไฟทั่วห้องร่วมนาทีกว่าจะพบ  ความยุ่มย่ามของชุดนอนตัวยาวทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัว 


 

                        แต่เดี๋ยว...  เขาจำได้ว่าเขาใส่เสื้อกล้ามกับบ๊อกเซอร์นอนนี่นา



 

                        เดินลากเท้าเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการทำธุระปัสสาวะให้เสร็จสรรพแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อระยะทางจากประตูห้องน้ำไปยังชักโครกนั้นไกลกว่าที่คิด  และทันทีที่ดาฮยอนเดินผ่านกระจกใสบานใหญ่  เขาก็พบกับคำตอบของระยะทางที่ว่าและชุดนอนตัวโคร่งบนร่างกาย



 

                        ภาพในกระจกที่สะท้อนกลับมานั้นแทนที่จะเป็นดาฮยอนในชุดเสื้อกล้ามบ๊อกเซอร์ขาดๆ  กลับกลายเป็นหญิงสาวตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มกำลังยืนช็อคอยู่หน้ากระจกในชุดนอนตัวโคร่งสีชมพูบ๊องแบ๊ว



 

                        ดาฮยอนแหกปากจนสุดเสียงจนบุคคลข้างนอกวิ่งเข้ามาในห้องกันจ้าละหวั่น  ทุกคนอยู่ในชุดฟอร์มและเรียกตัวเขาในตอนนั้นว่าคุณหนู  ชายสูงอายุเข้ามาพาดาฮยอนในร่างหญิงสาวตัวเล็กลงไปข้างล่างและเรียกคนอีกสองสามคนมาดูอาการของเขา  สักพัก  ชายวัยกลางคนและหญิงสาววัยไล่เลี่ยกันก็เดินลงมาจากชั้นบน



 

                        ชายสูงอายุคนนั้นเอ่ยเล่าอาการของเขาให้ชายหญิงคู่นั้นและเธอก็เข้ามาสวมกอดเขา  พร่ำพูดประโยคซ้ำไปซ้ำมา



 

                        'แชง...  แม่ขอโทษ...  เป็นเพราะแม่เอง...'


 

                        แชง...  แชงคือใครวะ



 

 

                        ในตอนเช้า  ดาฮยอนถึงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดผ่านชายสูงอายุคนนั้น


 

                        'คุณท่านไปลบหลู่ศาลเจ้าไว้  ตั้งแต่วันนั้นมา  คุณหนูก็ฝันร้ายทุกคืน  บางวันคุณหนูละเมอเดินลงมาข้างล่างด้วย'



 

                        เอาล่ะ...  เขาพอจะเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว  แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร  และปัญหาที่มีต่อจากนี้คือเขาต้องอยู่ในร่างของเธอไปจนกว่าเธอจะเข้านอนในคืนถัดไป



 

                        วันแรกที่เขาต้องใช้ชีวิตในคราบลูกคุณหนูนั้นเกิดปัญหาขึ้นมากมาย  เขาต้องจดจำชื่อตัวเองเสียใหม่ว่าเขาคือผู้หญิงที่ชื่อว่า  'ซนแชยอง'  และต้องประพฤติตนเป็นเด็กหญิงเจ้าสำอางค์ที่ดูจะเป็นระเบียบทุกระเบียดนิ้วในร่างกายซึ่งแตกต่างจากชีวิตประจำวันของเขาเป็นอย่างมาก 



 

                        เธอต้องเรียนพิเศษแต่เขาต้องทำงาน  เธอกินสเต็กเกือบทุกมื้อแต่เขากินรามยอนกึ่งสำเร็จรูปเกือบทุกมื้อ



 

                        เขาผ่านวันอาทิตย์ที่แสนโหดร้ายมาได้อย่างยากลำบาก  และในวันรุ่งขึ้น  เขาก็ตื่นขึ้นมาในร่างเดิมของเขา  ร่างที่เป็นเต้าหู้ขาวขาสั้นตัวสั้นเช่นเดิม 



 

                        แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือกองเสื้อผ้าที่ปลายเตียงหายไป กระจกที่เคยขุ่นมัวในห้องน้ำกลับใสวิ้ง  แถมหยากไย่ตรงมุมห้องก็หายไปอีกด้วย



 

                        เมื่อเขาไปโรงเรียน  ดาฮยอนก็พบเจอกับ  'ยูจองยอน'  รุ่นพี่คนสนิทที่คอยช่วยเหลือเขาเสมอไม่ว่าจะการเรียนและเงิน  จองยอนเป็นลูกสาวนักธุรกิจชื่อดังมีเงินเก็บเป็นแสนล้าน  แต่เขาก็หนีชีวิตสบายๆมาลำบากโดยการรับจ้างแจกใบปลิว  ทำงานพาร์ทไทม์เป็นเพื่อนเขาแทน



 

                        สิ่งแรกที่จองยอนเอ่ยถามเมื่อเจอหน้าเขาก็คือ  'ผีออกยังวะ'


 

                        งงไปสิครับ...  ผีออกอะไร



 

 

                        'เมื่อวานแกเอาแต่นั่งพับผ้าอยู่ในห้อง  ปัดกวาดเช็ดถูซะจนพื้นขึ้นเงา  แถมยังเรียกฉันว่าคุณอีกนะ  โอ้ย  พูดละขนลุก'


 

                        โอเค...  เข้าใจในสิ่งที่พี่จองยอนต้องการจะสื่อออกมาได้แล้วแหละ



 

 

                        ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาตินี้ดำเนินมาจนเกือบเจ็ดเดือนแล้ว  แต่ดาฮยอนก็ไม่สามารถที่จะหาคำตอบได้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะอะไร  การใช้ชีวิตแบบลูกคุณหนูที่เขาเคยใฝ่ฝันนั้นเป็นเพียงการกลั่นแกล้งของสวรรค์ที่คิดจะเล่นกับความฝันของเขาหรือเปล่า



 

                        คิมดาฮยอนใฝ่ฝันว่าเขาจะรวยและมีเงินเก็บมหาศาล  เนื่องจากเขาอาศัยอยู่ตัวคนเดียว  บิดา  มารดาและพี่สาวจากไปตั้งแต่เด็กๆทำให้เขามีความฝันเด่นกว่าใครๆ



 

                        เขาเสียสละเวลาที่ควรเอาไปอ่านหนังสือหรือเรียนพิเศษมาทำงานพาร์ทไทม์  เสียสละเวลาเที่ยวเล่นกับเพื่อนสนิทและพี่ๆมารับจ้างทำความสะอาดเพื่อเก็บหอมรอมริบเป็นค่าเทอมส่งตัวเองเรียน


 

                        แต่ถ้าเทียบกับชีวิตของ  'ซนแชยอง'  แล้ว  มันต่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับเหวด้วยซ้ำไป



 

 

                        เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เรียกสติที่เตลิดไปไกลของคิมดาฮยอนให้กลับเข้าที่หลังจากที่เขาตั้งใจจะอ่านหนังสือทบทวนความรู้แต่จู่ๆสมองก็คิดถึงเรื่องราวเหตุการณ์ประหลาด  เหลือบตามองนาฬิกาตั้งโต๊ะบอกเวลาสี่ทุ่มครึ่ง...



 

                        นั่นแปลว่าถ้าเขาหลับไปแล้วและตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น  เขาจะต้องไปอยู่ในร่างของซนแชยองอย่างไม่ต้องสงสัย

 


 

                        ดาฮยอนทิ้งหนังสือเรียนไว้บนโต๊ะ  ลุกขึ้นไปหยิบโพสต์อิทขึ้นมาเขียนสิ่งที่ซนแชยองต้องทำในวันรุ่งขึ้นหากสลับร่างกันแล้วแปะไว้หน้าตู้เย็น  เดินเลยโต๊ะไปหยิบไดอารี่ที่ใช้เขียนสื่อสารระหว่างกันและกันมานั่งอ่านบนเตียง



 

                        การเขียนไดอารี่เป็นหนึ่งในหนทางที่จะใช้สื่อสารกับแชยองได้  เขาและเธอมีเบอร์โทรติดต่อจากการแลกกันในไดอารี่แต่ก็ไม่เคยมีเวลาว่างมาพบกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้เลย  จึงทำได้แค่พูดคุยกันผ่านตัวอักษรเท่านั้นซึ่งแน่นอนว่าทั้งคู่ต่างมีแชทส่วนตัว  แต่นานๆทีก็จะส่งข้อความไปเพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่ชอบใช้โทรศัพท์สักเท่าไหร่ 


 


                        ตัวหนังสือของซนแชยองเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก  ซึ่งแตกต่างกับลายมือไก่เขี่ยของเขาอย่างลิบลับ



 

                        ดาฮยอนอ่านลายมือเป็นระเบียบนั้นซ้ำๆ  ท่องจดจำสิ่งที่เขาต้องทำในวันรุ่งขึ้น  สายตาเลื่อนผ่านกลุ่มตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ถูกเน้นด้วยปากกาสีแดงว่าห้ามจับหน้าอกฉันเด็ดขาดก็เผลอหลุดหัวเราะ



 

                        เขาวางไดอารี่ลงที่หัวเตียง  จัดการคลี่ผ้าห่มออกแล้วแทรกกายขาวเข้าไปข้างใต้  ไม่ลืมหยิบโทรศัพท์ขึ้นเช็คโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คของตน  ระบบแจ้งเตือนจากแอฟลิเคชั่นกาเกาเด้งขึ้นมาที่หน้าจอ 



 

                        แค่ชื่อของบุคคลที่ส่งข้อความมา  คิมดาฮยอนก็เริ่มรู้สึกว่าหัวใจดวงน้อยของตกเริ่มเต้นเร็วขึ้นซะแล้ว





 

ดาฮยอนอา  หลับยังเนี่ย?

:  รุ่นพี่ซานะ




 

 

                        รอยยิ้มกว้างแผ่บนใบหน้าขาวอมชมพูในทันที  เขาพยายามหุบรอยยิ้มปวดแก้มนั้นลงแล้วพิมพ์ข้อความตอบแชทกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยอัตราการเต็นของหัวใจที่เพิ่มขึ้น





 

 

ยังค่ะ  รุ่นพี่นอนดึกจังเลยนะคะ

คิมดาฮยอน  :

 

เธอแหละ  เป็นเด็กเป็นเล็กนอนดึกงี้ไม่ดีนะ

สติ๊กเกอร์แมวดุ

:  รุ่นพี่ซานะ

 

ถ้านอนดึกแล้วได้คุยกับรุ่นพี่ฉันนอนเที่ยงคืนก็ได้ค่ะ

สติ๊กเกอร์เต้าหู้เขิน

คิมดาฮยอน  :




 

 

                        ดาฮยอนรู้สึกว่าแก้มของเขาใกล้จะระเบิดเต็มทีแล้ว  ยกมือขึ้นจับแก้มกลมที่กลายเป็นลูกมะเขือเรียบร้อยแล้วระหว่างรอข้อความตอบกลับจากรุ่นพี่



 

                        บทสนทนาเรียบๆแต่ก็ทำให้หัวใจของคิมดาฮยอนทำงานหนักไม่น้อยจบลงที่การส่งสติ๊กเกอร์บอกฝันดี  ดาฮยอนวางโทรศัพท์ลงที่หัวเตียงโดยไม่ลืมตั้งปลุกให้ซนแชยองด้วย 



 

                        สมองคิดถึงภาพรุ่นพี่ซานะที่ดาฮยอนรู้จักเธอผ่านจองยอนอีกที  เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารัก  นิสัยดีแถมยังเรียบร้อยเอามากๆ  เธอช่วยเหลือเขาในทุกๆเรื่องไม่ว่าจะเรื่องการเรียนหรืองานพิเศษ  ทำให้ซานะเป็นรุ่นพี่อีกคนที่ดาฮยอนสนิทด้วยนอกจากจองยอน



 

                        และด้วยความน่ารักของซานะเนี่ยแหละ...  ทำให้ดาฮยอนรู้สึกว่าตัวเองใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้  รู้สึกโหวงเหวงเมื่อไม่ได้เจอหรือคุย  รู้สึกดีใจที่ได้เจอกันแม้เพียงแค่เดินผ่าน



 

                        พูดง่ายๆก็คือตกหลุมรักนั่นแหละ...



 

                        ดาฮยอนสลัดความคิดทั้งหลายออกจากหัว  เกรงว่าถ้าเขายังคิดถึงรุ่นพี่ซานะอยู่แบบนี้  เขาคงไม่ได้นอนแน่ๆ


 

                        เอาล่ะ...  เข้านอนแล้วเตรียมใจตื่นขึ้นมาในร่างของซนแชยองดีกว่า



 

 

                        เช้าวันต่อมา  เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ทำให้ดาฮยอนต้องตื่นขึ้นอย่างกะทันหัน  สองมือขยี้ตาตี่ของตนจนรู้สึกดีขึ้นแล้วจึงเบิกกว้าง



 

                        กองเสื้อผ้าตรงนั้น...  โปสเตอร์นักดนตรีตรงผนัง...

 

                        เอ๊ะ...  นี่มันห้องเขานี่นา



 

                        และเมื่อดาฮยอนชันตัวลุกขึ้น  กวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณ  สภาพห้องรกๆที่โพสต์อิทจดงานหลายแผ่นหล่นลงมาที่พื้นเพราะกาวไม่ดีนั้นก็ทำให้ดาฮยอนมั่นใจได้ว่าที่ที่เขาอยู่    ตอนนี้เป็นห้องนอนของเขาอย่างแน่นอน


 

                        แปลกประหลาด...  ปกติทุกวันอาทิตย์เขาจะต้องไปอยู่ในร่างของซนแชยองนี่นา



 

                        ดาฮยอนเอื้อมหยิบโทรศัพท์ที่อยู่บนหัวเตียงเพื่อปิดโทรศัพท์  รอยแตกของฟิล์มเคลือบจอนั่นก็ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่ามันเป็นทรัพย์สมบัติของตัวเขาเอง 



 

                        แต่ด้วยความง่วงที่ยังคงเหลืออยู่และภารกิจใหญ่หลวงที่เขาต้องปฏิบัติในวันนี้ทำให้เขาละความสนใจเรื่องแชยองไป  พยายามฝืนพาร่างกายเข้าไปชำระให้สะอาดแล้วเปลี่ยนชุดเป็นชุดฟอร์มทำงาน



 

                        วันนี้บอสใหญ่ของร้านอาหารที่ดาฮยอนทำงานอยู่บินกลับจากโตเกียวเพื่อมาตรวจดูงานประจำเดือนประกอบกับที่รุ่นพี่มินะ  พี่สาวอีกคนที่ทำงานขอสลับกะอย่างกะทันหันทำให้ดาฮยอนจำเป็นที่จะต้องเข้ากะทั้งภาคเช้าและภาคดึก  เขาจึงต้องลาจากงานร้านสะดวกซื้อและงานทำความสะอาดที่เขาทำเป็นประจำทุกวันอาทิตย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



 

                        ดาฮยอนรีบโดยสารรถประจำทางมาที่ร้านอาหารตั้งแต่เช้า  พบเจอกับรุ่นพี่ซานะที่แอบปลื้มมาตลอดก็โค้งตัวลงทักทายยามเช้าด้วยรอยยิ้มกว้าง



 

                        การทำงานในวันนี้ดำเนินไปตามปกติ  ประโยคเดิมๆที่เขาเจอทั้งวันนี้ก็หนีไม่พ้น  'วันอาทิตย์ที่แล้วแกดูเรียบร้อยกว่านี้นะ'  หรือไม่ก็  'อาทิตย์ก่อนแกยังรับปากว่าจะทำอันนี้อยู่เลย'



                        ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่รู้เรื่อง... 



 

                        หลังเลิกงาน  ดาฮยอนก็มานั่งกินกาแฟกระป๋องอยู่ที่ป้ายรถประจำทางระหว่างรอรถโดยสาร  ยกมือขึ้นทุบไหล่เบาๆเพื่อคลายอาการเมื่อยหลังจากทำงานมาทั้งวัน  ในช่วงเวลานั้น  เขาถึงฉุกคิดเรื่องของซนแชยองมาได้


 

                        แปลก...  ทำไมตื่นขึ้นมาแล้วเขายังคงอยู่ในร่างของเขากันนะ

 

                        ป่านนี้แชยองจะเป็นอย่างไรบ้าง...



 

                        ดาฮยอนสะบัดหัวไล่ความคิดประหลาด  ดีซะอีกที่เขาจะได้ไม่ต้องไปนั่งเรียนมารยาทกุลสตรีกับอาจารย์ที่เนี้ยบแม้กระทั่งขนตาคนนั้น

 

                        จะว่าไปก็เหงาแปลกๆ



 

 

                        “อ้าวดาฮยอน  ยังไม่กลับบ้านอีกหรอ”

 

 

                        เสียงเล็กอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นพี่ซานะดังขึ้นข้างๆ  หันไปก็พบกับเจ้าตัวที่ยืนยิ้มแฉ่งพร้อมกับถุงขนมในมือยื่นตรงมาให้เขา  ดาฮยอนลุกขึ้นโค้งให้ก่อนชวนให้นั่งลง

 

 


                        “รุ่นพี่กลับรถโดยสารสายนี้หรอคะ”

 

                        “ก็ใช่ไง  เธอมาส่งพี่ทุกวันอาทิตย์เลย  เธอจำไม่ได้หรอ”



 

                        ดาฮยอนชะงักไปนิดหนึ่ง  นึกได้ว่าเป็นครั้งแรกในรอบหกเดือนกว่าๆที่เขาได้กลับมาอยู่ในร่างของตัวเองในวันอาทิตย์ก็รีบปั้นหน้ายิ้มแก้เขินไปให้ซานะ  ทำทีว่ารถโดยสารมาแล้วจึงผายมือให้รุ่นพี่ขึ้นไปนั่งก่อน



 

                        ระหว่างการเดินทาง  ดาฮยอนนั่งจิกเข่าแน่น  พยักหน้าตามรุ่นพี่คนสวยบ้างเป็นบางคราที่พี่เขาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังจนถึงป้ายรถ  รุ่นพี่คนสวยเอ่ยลาเขาและให้ถุงขนมที่ถือมาในตอนแรกเป็นของฝากกลับบ้านและพูดว่า



 

                        'วันนี้เธอเงียบผิดปกตินะ  ปกติเธอต้องชวนพี่คุยตลอดทางเลยนี่นา'



 

                        ดาฮยอนเดินลากเท้าเข้ามาในห้องอย่างเหน็ดเหนื่อย  เหลือบมองถุงขนมในมือแล้ววางมันลงที่โต๊ะ  ความคิดหลายๆอย่างตีกันปะปนอยู่ในหัวสมองจนเขาไม่อยากจะทำอะไรในเวลานี้



 

                        สิ่งที่เขาอยากทำเป็นอย่างแรกไม่ใช่การทิ้งตัวลงนอนที่เตียงโดยไม่คิดที่จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า  แต่กลับเป็นการกระโดดลงบนเตียงแล้วคว้าเอาไดอารี่ของเขาและแชยองบนหัวเตียงมาเปิดอ่านแทน



 

                        ดวงตาเรียวเล็กไล่อ่านตามตัวหนังสือน่ารักบนแผ่นกระดาษ  คำบางคำที่เขานั่งอ่านซ้ำเป็นครั้งที่สิบแล้วแต่กลับมาอ่านเป็นครั้งที่สิบเอ็ดก็ทำให้เกิดรอยยิ้มเล็กๆขึ้นบนใบหน้าขาวของตนเสมอไป



 

                        ความวูบหวิวแปลกๆก่อตัวขึ้นในอกอีกครั้ง  ดาฮยอนวางไดอารี่ลงที่ตัก  ตัดสินใจหยิบเอาโทรศัพท์ของตนขึ้นส่งข้อความไปหาบุคคลเจ้าของตัวหนังสือน่ารักนั่น




 

แชยองอา 

:   คิมดาฮยอน




 

                        ดาฮยอนปิดโทรศัพท์ลง  เอนตัวลงแนบกับหมอนหนุนพลางหลับตา  สมองคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดตลอดช่วงเวลาที่เขาและซนแชยองสลับร่างกัน



 

                        สิบนาทีผ่านไปแล้ว...  ยี่สิบนาทีผ่านไป...  หนึ่งชั่วโมงผ่านไป...  ก็ไร้วี่แววในการตอบกลับของเจ้าของเครื่อง



 

                        เขาเริ่มกระวนกระวายเมื่อนาฬิกาแขวนฝาผนังบอกเวลาห้าทุ่มตรง  เป็นเวลาห้าชั่วโมงแล้วที่ดาฮยอนส่งข้อความนั้นแต่ก็ไร้การตอบกลับ  ซนแชยองไม่แม้แต่จะอ่านมันด้วยซ้ำไป



 

                        สุดท้าย  เขาก็ผล็อยหลับไปด้วยความง่วง



 

                        ดาฮยอนตื่นขึ้นมาในเช้าวันจันทร์ในร่างเดิมดั่งเช่นทุกครั้ง  แต่ครั้งนี้เขากลับกระตือรือร้นมากกว่าปกติในการเช็คโทรศัพท์แทบจะตลอดเวลาจนจองยอนต้องเอ่ยปากเตือนเพราะเขาแอบใช้โทรศัพท์ระหว่างที่กำลังทำงานพาร์ทไทม์ร้านสะดวกซื้อในช่วงค่ำ



 

                        เวลาดำเนินมาเรื่อยๆจนถึงคืนวันเสาร์  ซนแชยองก็ยังไม่ตอบแชทสักที  ดาฮยอนเองก็ไม่กล้าที่จะทักเพิ่ม  เกรงว่าแม่บ้านหรืออาจารย์จอมเนี้ยบจะมาเห็นข้อความแล้วแชยองจะโดนทำโทษเอา 



 

                        ที่รู้ก็เพราะครั้งหนึ่งระหว่างที่เขาในร่างของแชยองกำลังเรียนมารยาทบนโต๊ะอาหารอยู่นั้น  จู่ๆโทรศัพท์ของแชยองก็ดังขึ้นเนื่องจากเพื่อนสนิทของเธอโทรมาแต่เขาดันลืมปิดเสียง  ผลก็คือเขาในร่างของแชยองโดนริบโทรศัพท์นานสี่ชั่วโมงแล้วต้องทนเรียนกับอาจารย์จอมเนี้ยบในคลาสมารยาทต่ออีกสองชั่วโมง



 

                        คืนนี้ดาฮยอนดูตั้งใจที่จะนอนหลับเป็นพิเศษ  เขาเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม  ตั้งหน้าตั้งตารอเช้าวันพรุ่งนี้อย่างใจจดใจจ่อราวกับเป็นคนละคน



 

                        คิมดาฮยอนผู้ไม่สนใจโลก  วันๆเอาแต่เรียนแล้วก็ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง  หลงรักรุ่นพี่มินาโตะซากิ  ซานะจนหัวปักหัวปำกลับกลายเป็นไอ้บื้อนั่งจ้องแต่โทรศัพท์แถมยังซื้อเทียนหอมมาจุดไว้ก่อนนอนเสียด้วย



 

                        หวังว่าตื่นขึ้นมาแล้วเขาจะพบเจอกับภาพวาดวิวกรุงโซลแทนที่จะเป็นเหล่าโพสต์อิทเต็มผนังพวกนี้นะ...



 

                        แต่โชคชะตากลับเมินเสียงร้องขอ...  วันต่อมา  ดาฮยอนก็ตื่นขึ้นในร่างเดิม  หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความก็พบกับความว่างเปล่า  และในตอนนั้นเอง  ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวฉับพลัน


 

                        เกิดอะไรขึ้นกับแชยองหรือเปล่านะ...



 

                        ร่างเล็กดีดตัวขึ้นจากเตียง  อาบน้ำชำระร่างกายแล้วรีบออกเดินทางไปทำงานประจำ  ในใจก็มัวแต่คิดถึงแต่เรื่องของซนแชยองซะจนเขาเกือบทำจานหลุดมือขณะล้างอยู่หลังครัวกับซานะ  รุ่นพี่คนสวยเผยยิ้มบางก่อนเอ่ย



 

                        'ช่วงนี้เธอแปลกๆไปนะดาฮยอนอา'



 

                        ดาฮยอนได้แต่ส่งรอยยิ้มเจื่อนๆกลับไป  มือเล็กตากจานไว้บนตะแกรงก่อนรีบสลัดผ้ากันเปื้อนออกเมื่อสัญญานการเลิกงานดังขึ้น 

 



                        ดาฮยอนรีบกลับบ้านจนไม่มีเวลาบอกลารุ่นพี่ซานะ  เขารีบวิ่งมายังป้ายรถโดยสารจนทันรถประจำทางคันก่อนหน้าที่เขาโดยสารประจำเท่ากับว่าเขากลับบ้านเร็วกว่าเดิมเกือบๆครึ่งชั่วโมง



 

                        จนถึงตอนนั้นดาฮยอนก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงอยากกลับบ้านขนาดนั้น  ตลอดทางไม่มีเลยที่ดาฮยอนจะนั่งนิ่งเฉย  เอาแต่ปลดล็อคหน้าจอแล้วกดปิดไปเสียงั้นเมื่อเห็นว่าไม่มีแจ้งเตือนใดๆ



 

                        ความกังวลในจิตใจเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆจนดาฮยอนคิดว่าถ้าเขาไม่สามารถติดต่อซนแชยองได้แบบนี้เขาอาจต้องเป็นบ้าตายไปเสียก่อน



 

                        เขาลองส่งข้อความไปหาเธออีกครั้ง  รอจนเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วแชยองก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเปิดอ่าน  ตัดใจวางโทรศัพท์ลงแล้วเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายให้สะอาด  และระหว่างนั้น  คิมดาฮยอนก็เกิดไอเดียบรรเจิดขึ้นมาขณะที่เขากำลังแหกปากใส่ฝักบัว



 

                        'ทำไมเขาถึงไม่ลองไปตามหาเธอที่โซลดูล่ะ  ยังไงช่วงนี้ก็ปิดเทอมนี่นา'



 

                        คิดได้ดังนั้นดาฮยอนก็รีบออกมาจากห้องน้ำ  กางปฏิทินกาวันเปิดเทอมที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆเอาไว้  เขาจะต้องตามหาเธอให้พบก่อนวันเปิดเทอมให้ได้



 

                        เช้าวันต่อมา  คิมดาฮยอนตื่นตั้งแต่เช้า  ร่างเล็กแบกกระเป๋าเดินทางขนาดย่อมเนื่องจากเป็นโปรแกรมกระชั้นชิดทำให้ไม่มีเวลาในการเตรียมของอะไรมาก  เขาเลยมุ่งหน้าไปที่ร้านขายหนังสือเพื่อซื้อคู่มือเที่ยวโซลเสียก่อน



 

                        หลังจากนั้น  ดาฮยอนก็นั่งรถไฟจากบ้านเกิดของเขาเข้าโซลด้วยจิตใจแน่วแน่  ปฏิญานกับตัวเองไว้ว่าถ้าเขาไม่เจอซนแชยอง  เขาจะไม่กลับบ้านเด็กขาด



 

                        ข้อความจากรุ่นพี่ซานะ  รุ่นพี่มินะและรุ่นพี่จองยอนหลั่งไหล่เข้ามาอย่างไม่ขาดสาย  ส่วนมากก็ให้เขาดูแลตัวเอง  เดินทางอย่างปลอดภัย  และซื้อของมาฝากด้วยก็เท่านั้น(จากจองยอน)



 

                        จะว่าไปแล้ว  ความรู้สึกของเขาที่มีให้รุ่นพี่ซานะนั้นแทนที่จะเพิ่มขึ้นเพราะได้เจอกันบ่อยขึ้นแต่กลับลดลงจนกลายเป็นความรู้สึกธรรมดาที่พี่น้องมีต่อกัน



 

                        ซนแชยองมีอิทธิพลกับเขามากถึงขนาดนี้เลยหรือนี่?



 

                        ใช้เวลาไปเกือบครึ่งวัน  ดาฮยอนก็เดินทางมาถึงเมืองหลวงของเกาหลีใต้  และทันทีที่ดาฮยอนก้าวขาสั้นๆของตนลงมาเหยียบแผ่นดินโซล  เขาก็ถูกผู้โดยสารที่ส่วนสูงมากกว่าเดินชนเขาเด้งไปทางนั้นทาง  ทางนี้ทางจนทรงตัวแทบไม่อยู่

 



                        แค่คิดว่าจะต้องอาศัยในเมืองที่มีคนพลุกพล่านขนาดนี้...  คิมดาฮยอนขออยู่บ้านนอกเหมือนเดิมยังดีกว่าอีก

 



                        เป้าหมายแรกที่ดาฮยอนตามหาก็คือสวนสาธารณะกงดู  สถานที่ที่เขาในร่างซนแชยองเคยไปกับครอบครัวของเธอด้วยความมโนที่ว่าบ้านกับสวนสาธารณะน่าจะอยู่ใกล้กัน  แต่โซลนั้นกว้างขวางกว่าที่ดาฮยอนคิดไว้มาก  เพราะไม่ว่าเขาจะถามโชเฟอร์แท็กซี่คันไหน  เขาก็บอกว่าไม่รู้จักกันทั้งนั้น



 

                        เขาเลยลองเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นร้านอาหารแถวๆบ้านที่พอจะจำลักษณะได้  แต่แน่นอนว่าโชเฟอร์รถแท็กซี่ก็ไม่รู้จักอีกเช่นกัน

 



                        ในหัวมีแต่ภาพความทรงจำรอบๆบ้านเพียงเท่านั้นที่ดาฮยอนจำได้แม่นกว่าอะไร  ช่วงเวลาที่เขาในร่างของซนแชยองใช้ไปส่วนใหญ่ก็อยู่ในอาณาเขตของบ้านทั้งนั้น  มีครั้งหนึ่งเขาเคยขอคุณแม่ของเธอเพื่อไปวิ่งเล่นข้างนอก  แต่กลับถูกปฏิเสธแถมคุณแม่ของแชยองยังสั่งให้คนใช้มาติดตามเขาทุกฝีก้าวด้วย

 



                        คิดแล้วก็สงสารชีวิตคุณหนูของซนแชยอง  เธอจะต้องทุกข์จากการขาดอิสรภาพมากมายแค่ไหนกันนะ



 

                        เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนพลบค่ำ  ดาฮยอนก็ยังไม่สามารถจับต้นชนปลายได้ว่าเขาควรจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี  และเมื่อถึงเวลาอาหารเย็น  กระเพาะของเขาก็เริ่มส่งเสียง  ดาฮยอนเลยตัดสินใจแวะกินอาหารที่ร้านริมถนน



 

                        สายตาเหลือบเห็นโปสเตอร์หนังการ์ตูนอนิเมะจากญี่ปุ่นปลิวตกอยู่ข้างๆ  ด้วยความที่เป็นคนชอบอ่านการ์ตูนอยู่แล้ว  ดาฮยอนจึงหยิบมันขึ้นมาอ่านระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ



 

                        'Your  Name  ...  น่าดูแฮะ'



 

                        และยิ่งได้อ่านเรื่องย่อของหนัง  ดาฮยอนก็ยิ่งอยากดูเข้าไปอีก

 

                        เพราะเรื่องราวในหนังนั้นตรงกับเรื่องราวของเขาและซนแชยองไม่มีผิดเพี้ยน

 



 

                        หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ  ดาฮยอนก็ล้มเลิกความตั้งใจทั้งหมด  มุ่งหน้าไปที่ห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุด  เดินตามหาโรงหนังอีกยี่สิบนาทีก็พบ



 

                        เนื่องจากงบไม่พอ  ดาฮยอนเลยมีเพียงตั๋วหนังหนึ่งใบและกระเป๋าเดินทางติดตัวไป  ไม่มีป๊อบคอร์นหรือโคล่าอะไรทั้งสิ้น



 

                        ที่นั่งของเขาค่อนข้างห่างไกลจอ  และเพียงพริบตาเดียว  ที่นั่งก็ถูกจับจองโดยคู่รักหลากลหายคู่จนเต็มไปหมด  ยกเว้นที่นั่งข้างซ้ายที่เหลืออยู่เพียงที่เดียวในแถว


 

                        จะเป็นใครนะ



 

                        หนึ่งนาทีก่อนหนังฉาย  บุคคลเจ้าของที่นั่งว่างนั้นก็เข้ามาพร้อมกับป๊อบคอร์นกล่องเบ้อเร่อที่กลิ่นโชยมาแต่ไกล  ดาฮยอนลอบกลืนน้ำลายเบาๆ



 

                        และในวินาทีที่บุคคลคนนั้นหันใบหน้ามาสบตากับเขาก่อนที่ไฟในโรงหนังจะดับลง  ดาฮยอนก็รู้สึกเหมือนว่าโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะหนึ่ง



 

                        ดวงตากลมโต...  รีมฝีปากอวบอิ่ม...  ลักยิ้มที่แก้มอันเป็นเอกลักษณ์...



 

                        ประกอบกันเป็นเครื่องหน้าของผู้หญิงที่ชื่อซนแชยอง  คนที่เขาลงทุนนั่งรถไฟมาจากบ้านเพื่อมาตามหาเธอ



 

                        แชยองดูนิ่งไปในทันที  เธอค่อยๆนั่งลงที่เก้าอี้  ใบหน้าสวยยังคงแสดงอาการตกใจอยู่อย่างนั้น

 

                        ไม่ต่างกับเขาที่กรามค้างไปเสียแล้ว



 

                        ดาฮยอนมีเรื่องที่อยากจะพูดกับคนตัวเล็กข้างๆมากมายเหลือเกิน  แต่เพราะอยู่ในสถานที่ที่ไม่ควรใช้เสียง  เขาเลยจำเป็นต้องโฟกัสความสนใจไปที่หน้าจอเพียงอย่างเดียว  ในหัวก็คิดแต่ประโยคสนทนาที่เขาจะใช้ถามเธอเมื่อดูหนังเสร็จ



 

                        แรงสะกิดเล็กน้อยที่ต้นแขนทำให้เขาหันไปมอง  แชยองยื่นกล่องป๊อบคอร์นมาให้เขาพร้อมกับขยับปากว่า  'ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก  ช่วยฉันกินหน่อยสิ'



 

                        ดาฮยอนยิ้มกว้าง  หยิบป๊อบคอร์นจากกล่องเข้าปากอย่างเปี่ยมสุข



 

                        แต่ด้วยความที่จริงๆแล้วดาฮยอนไม่ค่อยชอบจดจ่ออยู่กับอะไรนานๆ  ทำให้เขาเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางทั้งวัน  รู้สึกตัวอีกทีคนส่วนมากก็ออกจากโรงหนังไปแล้ว  และซนแชยองก็หายไป



 

                        ไม่นะ  เขาจะไม่ยอมให้ซนแชยองหายไปจากเขาอีกแล้ว



 

                        ดาฮยอนรีบวิ่งออกมาจากโรงหนัง  วิ่งออกตามหาร่างเล็กที่ไม่น่าจะเดินไปไหนได้ไกล  เขาขยำกล่องป๊อบคอร์นในมือจนยับยู่ยี่เมื่อกลุ่มคนแน่นหนาหน้าโรงหนังสลายตัวลงแล้วแต่แชยองไม่ได้อยู่ตรงนั้น



 

                        เขาทรุดตัวลงที่พื้น  น้ำตาหยดใสไหลออกมาจากดวงตาคู่ตี่  มองกระเป๋าเดินทางที่อุตส่าห์แบกมา  นี่เขาจะต้องกลับไปแบบมือเปล่าจริงๆหรอ



 

                        แต่จู่ๆ  แก้วโคล่าขนาดพอดีมือก็ถูกยื่นมาตรงหน้า  เงยหน้าก็พบกับแชยองที่ยืนยิ้มกว้าง  รอยบุ๋มบนแก้มของเธอยิ่งทำให้ดาฮยอนมั่นใจเข้าไปอีกว่าผู้หญิงที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเขานั้นคือซนแชยองจริงๆ



 

                        “กินน้ำหน่อยนะคะ  ฉันเห็นคุณกินแต่ป๊อบคอร์นเลยกลัวว่าคุณจะคอแห้ง”

 

                        น้ำเสียงน่ารักนั่น...  เขาคิดถึงมันเหลือเกิน



 

                        ดาฮยอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง(อันน้อยนิด)  ซนแชยองสูงพอๆกับเขาเลย  แต่ดูเหมือนว่าเธอจะตัวเล็กกว่าเขานิดหน่อย  ดาฮยอนรับแก้วน้ำมาดูดแก้กระหายเสียอึกใหญ่



 

                        “คุณใช่คุณดาฮยอนหรือเปล่าคะ?”



 

                        แชยองเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจสักเท่าไหร่



 

                        “อื้ม  ใช่แล้ว”



 

                        ดาฮยอนฉีกยิ้มกว้าง  คว้าร่างตรงหน้าเข้ามากอด  ฝ่ายคนตัวเล็กกว่าเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืน



 

                        “ฉันคิดถึงเธอมาก  ฉันคิดว่าเธอเป็นอะไรไปแล้วเสียอีก”

 

                        “ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก  คุณแม่ของฉันไปทำพิธีกรรมมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน  เราทั้งสองคนเลยไม่สลับร่างกันอีก”



 

                        ดาฮยอนผละอ้อมกอดออกมาสังเกตคนตรงหน้าอย่างชัดๆ  แชยองดูสดใสขึ้นมาก  ชุดวันนี้ที่เธอสวมก็เป็นชุดกระโปรงสีครีมน่ารักๆ  ไหนจะรีมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกแต้มด้วยลิปปาล์มบางๆนั่นอีก



 

                        “ฉันชอบเธอ  ซนแชยอง”



 

                        ดาฮยอนเอ่ยอย่างหนักแน่น



 

                        “ฉันแทบจะเป็นบ้าตาย  เธอหายไปก็ไม่บอกฉัน  ทิ้งให้ฉันนั่งอ่านแต่ไดอารี่ของเราอยู่คนเดียว  ข้อความเธอก็ไม่ตอบฉันอีก”



 

                        แชยองหัวเราะคิกๆเมื่อรู้ถึงสาเหตุที่คนตัวขาวข้างหน้าดูจริงจัง  คิ้วขมวดมุ่นนั่งทำให้เธอจะยื่นมือเข้าไปจิ้มให้มันคลายออกจากกัน



 

                        “ฉันเองก็พึ่งรู้ว่าคุณแม่ไปทำพิธีแก้มาค่ะ  คุณแม่บอกว่าความทรงจำของฉันเกี่ยวกับคุณจะค่อยๆหายไป  คุณเองก็เช่นกัน”

 

                        “ฉันเองก็คิดถึงคุณค่ะคุณดาฮยอน”



 

                        แชยองซ่อนใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อของตนไว้ใต้กลุ่มผมก่อนจะเดินเข้าไปซบลงที่อกของดาฮยอน



 

                        “ฉันเองก็เป็นห่วงคุณ  ฉันอยากติดต่อคุณมาก  แต่ทันทีที่ฉันได้ซิมโทรศัพท์ใหม่  คุณแม่ก็เผาซิมเก่าทิ้ง  ฉันเลยไม่ทันได้เมมเบอร์คุณไว้เลย”

 

                        “ไม่เป็นไรหรอก  แค่เธอไม่เป็นอะไรฉันก็ดีใจแล้ว”



 

                        ดาฮยอนยกมือขึ้นโอบเอวแชยองไว้หลวมๆ  ซึมซับความรู้สึกของกันและกันผ่านอ้อมกอด  เขารู้ดีว่าเวลาที่สวรรค์มอบให้ใกล้หมดลงแล้ว  เขาจะต้องเดินทางกลับบ้านส่วนแชยองเองก็ต้องกลับบ้านของเธอ  นั่นหมายความว่าต่อจากนี้ไป  ชีวิตของพวกเราก็จะไม่มีอะไรมาเกี่ยวข้องกันอีก



 

                        แต่ใครจะยอมให้เป็นอย่างนั้นกัน



 

                        ก่อนกลับ  ดาฮยอนได้แลกเบอร์โทรและข้อมูลติดต่อของเขาและเธอไว้  เขาเดินไปส่งเธอที่ข้างล่างห่างไกลจากจุดรับส่งที่มีคนรับใช้ของบ้านเธอมารอรับเรียบร้อยแล้ว  ทั้งสองสวมกอดกันทีหนึ่ง  มอบความอบอุ่นให้แก่กันก่อนที่ดาฮยอนจะเป็นคนผละออกมา



 

                        “แชยองอา  ถ้าเรากลับมาเจอกันอีกครั้งเราจะจำกันได้ไหมนะ”

 

                        “ไม่รู้สิคะ  แต่ถ้าถึงตอนนั้นจริงๆ  ขอให้ไม่ฉันก็คุณที่จำกันและกันได้”



 

                        ดาฮยอนก้มลงประทับจูบลงบนหน้าผากของคนตัวเล็ก  นิ่งค้างไว้เนิ่นนานจนไม่อยากให้เวลาเดินต่อไปอีก



 

                        ซนแชยองขึ้นรถไปแล้ว  ดาฮยอนยืนมองรถหรูคันสวยที่แล่นออกจากซองจอดรถจนหายลับไปจากขอบสายตา 











 

                        หวังว่าสักวันเราจะกลับมาพบกันอีกครั้งนะ...  ซนแชยอง









_________________________________________________________________________________________________

Writer  Talk  :


คอมเม้นเป็นกำลังใจไรท์เตอร์ได้ที่กล่องคอมเม้นด้านล่างและ  #ดุุ๊บแชงยัวเนม


Next  :  ทไวซ์เฟิร์สแดซังโปรเจ็กต์

             ดุ๊บแชงโปรเจ็กต์

                


ผลงานทั้งหมด ของ pixppd

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 09:07
    ขิงมาก บอกเลยยยยย
    #7
    0
  2. #6 Ce'ces Rizle (@aster-1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 16:31
    น่ารักจัง ขอให้เจอกันเร็วๆ นะ แชยองอ่า ดุ๊บบูด้วย -_-+
    #6
    0
  3. วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 18:13
    แอร๊ยยยยยยยยยย จะได้เจอกันอิกไหมมมนะ
    #5
    0
  4. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 13:45
    บอกเลยว่าอยากจะไปดูเรื่องนี้ตั้งนานแล้วค่ะแต่ยังไม่มีเวลาได้ดูสักที 
    พอเห็นฟิคเรื่องนี้นี่ก็รีบไปเปิดเว็บดูทันทีเพราะอยากอ่านแล้วอิน5555555 (มีความลงทุนอ่อน)
    แล้วก็คุ้มค่าจริงๆค่ะ ฮืออออ เพราะระหว่างที่ดูเราก็คิดว่าบทรุ่นพี่ที่ตะดุ๊บแอบชอบนี่เหมาะกับพี่ซานมาก
    แล้วพอมาอ่านฟิคก็พี่ซานจริงๆแฮะ 555555  ยัยน้องโผล่มานิดเดียวแต่ก็ทำเขินมาก
    ชอบที่ตะดุ๊บอยากจะตื่นขึ้นมาแล้วอยู่ในห้องนอนยัยน้องมากโง้ยยลุ้นทุกวัน แต่ก็ไม่สลับสักทีเนอะ
    ตอนจบก็เขินมากหวานมากตอนดุ๊บจูบหน้าผากยัยน้องนี่แบบ อร๊ากกกกกเขินค่ะเขินฮือออดีต่อใจจริงๆ 
    #4
    0
  5. #3 Naughty-Kitten (@Naughty-Kitten) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 12:27
    โอ้ย น่ารักมากๆเลยค่ะ อยากได้น้องแชงเป็นของตัวเองเลย ชีวิตตะดุ๊บน่าสงสารมาก ชอบวิธีบรรยายมากๆ
    #3
    0
  6. #2 With☆MINA (@lovesoshi8802) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 08:13
    โอ๊ยยยเค้าเจอกันแค่แป๊ปเดียว แต่เราชอบอยากซึมซับความละมุนนี้ไปกับเค้า >\\\<
    #2
    0
  7. #1 DeityBaby (@DeityBaby) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 05:58
    แทบักมากก!!! สลับร่างแค่วันอาทิตย์เจ็ดเดือนเอง เจอกีนยิ่งน่ารักไปอีก
    #1
    0