คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [1-Short Redvelvet] Fool { Seulgi x Irene } [1-Short Redvelvet] Fool { Seulgi x Irene } | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




슬기 X 주현


-  Fool  -







Writer  Talk  :
สวัสดีค่ารีดเดอร์  เอาวันชอตซึลรีนมาฝากค่าาา
ไม่ถูกใจยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ  เป็นมือใหม่ไรท์เตอร์ฟิคเรดเวลเวท55555





* เกิดจากจินตนาการอันล้ำลึกของไรท์เตอร์เท่านั้น ไม่มีเจตนาทำให้ผู้ถูกกล่าวถึงทุกคนในฟิคเสียหาย *




Thanks  For  Theme

themy butter








พูดคุย  ติชมได้ที่  @pixppd  หรือ  #ฟิคหมีซื่อบื้อ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาไม่ว่าบังเอิญหรือตั้งใจ  :)





t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 พ.ย. 59 / 11:31







                        คังซึลกิรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อข้างซ้ายของเขาเต้นแรงจนจะทะลุออกมานอกอกเสียแล้วตราบใดที่เขายังคงนั่งจ้องใบหน้าของพี่สาวร่วมวงอย่างเบจูฮยอนยามที่เธอกำลังหลับไหล 



                        รีมฝีปากบางที่ถูกแต้มด้วยลิปปาล์มเผยอออกเล็กน้อยเพื่อให้เสียงกรนได้เล็ดลอดผ่านแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอดูสวยน้อยลงแต่อย่างใด





                        "คร่อก...  ฟี้"



                        แต่พอฟังนานๆเข้าเขาก็ชักจะรำคาญแฮะ





                        ซึลกิเปลี่ยนตำแหน่งจุดโฟกัสสายตาจากใบหน้าขาวๆของจูฮยอนมาเป็นเสื้อเชิ้ตสีครีมตัวเก่งของเจ้าตัวที่เปื้อนเศษอาหารเต็มเสื้อแทน



                        เรื่องของเรื่องคือพวกเธอพึ่งกลับมาจากงานเลี้ยงประจำปีของบริษัทซึ่งจัดขึ้นแบบปิด  เนื่องจากว่าเยริเป็นเมมเบอร์คนเดียวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตอนนี้ประกอบกับตัวเธอเองไม่อยากดื่ม  เธอกับเยริเลยเป็นเมมเบอร์เพียงสองคนเท่านั้นที่ไม่แตะแอลกอฮอล์  ส่วนคนที่แตะน่ะหรอ...




                        "คางงงงซึลลลกิ~"


                        เสียงยานๆของซนซึงวานหรือเวนดี้กังออกมาจากข้างนอก  เรียกสติของซึลกิที่เตลิดไปไหนต่อไหนหลังจากมือเรียวถูกสมองสั่งการให้ยื่นเข้าไปปลดกระดุมเม็ดบนสุดบนชุดของจูฮยอนออกจนสำเร็จ  หายใจเข้าเฮือกใหญ่เรียกสติกลับมาได้ครบถ้วนจึงเดินออกไปดูอาการของเมมเบอร์อีกสองคน




                        ภาพที่เห็นคือซนซึงวานกำลังนอนคว่ำเอาขาก่ายโซฟา  ส่วนเมมเบอร์อีกคนที่พึ่งลองดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งแรกอย่างปาร์คซูยองหรือจอยนั้นกำลังเกาะแกะอยู่กับน้องเล็กของวง


                        เยริส่งสีหน้าขอความช่วยเหลือมายังเขา




                        "โชคดีนะเต่า"



                        ได้แต่ส่งกำลังใจให้  เพราะเธอต้องมาจัดการกับเพื่อนคู่หูเก้าสี่ไลน์ที่ตอนนี้ทำท่าว่าจะอาเจียนออกมาอยู่ร่อมร่อ



                        ซึลกิค่อยๆพยุงเพื่อนสนิทขึ้นนั่ง  เป็นเวลาเดียวกันกับที่เมเนเจอร์อ้ปป้ากลับมาพร้อมกับวัตถุดิบทำซุปแก้แฮงค์สำหรับวันพรุ่งนี้  เขาจึงอาสาที่จะแบกซึงวานเข้าไปในห้องและช่วยแกะมือปลาหมึกของซูยองออกจากเยริอีกด้วย



                        เขาเดินกลับเข้ามาในห้อง  ความว่างเปล่าของเตียงที่ควรมีร่างบางของพี่สาวทำให้ซึลกิใจหาย ยิ่งหล่อนกำลังไม่มีสติอยู่ด้วยยิ่งทำให้ซึลกิร้อนรน




                        วิ่งตรงไปที่ห้องน้ำเผื่อว่าจูฮยอนจะนั่งกอดชักโครกอาเจียนอยู่ก็ไม่พบ  เปลี่ยนจุดหมายมาที่ระเบียงก็ไม่พบเช่นกัน



                        วินาทีนั้นซึลกิรู้สึกเหมือนว่าหัวใจได้ถูกถอดออกไปจากร่างเรียบร้อยแล้ว




                        "ซึลกิอยู่หนายยยย"


                        เสียงยืดยานของจูฮยอนพอให้ซึลกิชื้นใจได้อยู่บ้าง  เดินตามหาต้นตอของเสียงไปเรื่อยๆจนถึงซอกตู้เสื้อผ้า(ซึ่งซึลกิเองก็สงสัยว่าพี่เขาเข้าไปทำไม)




                        "ซึลกิต๋าาาา"

 

                        แววตาหยาดเยิ้มจ้องมองใบหน้าของน้องสาวร่วมวงราวกับจะกลืนกินเขาผ่านทางสายตา



                        ซึลกิพยายามพาร่างที่เหมือนจะล้มได้ทุกครั้งที่ก้าวเดินมาวางแหมะไว้ที่ขอบเตียงก่อนที่จูฮยอนจะคลานขึ้นไปได้เองและสลบคาหมอน



                        ขนาดสลบยังน่ารักเลย...




                        ซึลกิสูดหายใจเฮือกใหญ่ก่อนลงมือปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีครีมของพี่สาวเพื่อที่จะเช็ดตัว  เพราะเมาหนักขนาดนี้  จูฮยอนคงไม่มีแรงที่จะลุกมาอาบน้ำหรอก  ไหนจะคราบอาเจียนเต็มเสื้อของเธออีก



                        เอาล่ะ...  แค่ถอดเสื้อเองซึลกิ  แกต้องทำให้ได้



                        ให้กำลังใจตัวเองไปพร้อมกับควบคุมมือที่กำลังสั่นยิ่งกว่าแผ่นดินไหวแปดริกเตอร์




                        สามนาทีนั้นเทียบเท่ากับสามชั่วโมงสำหรับคังซึลกิในการปลดเปลื้องอาภรณ์ครึ่งบนของจูฮยอนจนเหลือเพียงแค่บราเซียสีครีม  หยิบเอาเจ้าเสื้อที่ส่งกลิ่นเหม็นชวนอ้วกไปกองไว้ในห้องน้ำแล้วกลับมาที่เตียงนอนอีกครั้งพร้อมกับกะละมังบรรจุน้ำและผ้าขนหนู




                        หลังจากเช็ดตัวจูฮยอนเสร็จแล้วก็ถึงเวลาชำระร่างกายของตนเองบ้าง  ซึลกิปล่อยให้สายน้ำเย็นๆ(เพราะเครื่องทำน้ำอุ่นเสีย)ไหลผ่านใบหน้าได้สักพักจึงเอื้อมมือกดสบู่เหลว



                        อ่าว... สบู่เหลวหมด...




                        หันซ้ายหันขวามองหาขวดสบู่เหลวสำรองที่ซื้อไว้ก็ไม่เจอ  ตัดสินใจคว้าเอาผ้าเช็ดตัวขึ้นปกคลุมกายก่อนเดินออกไปหาข้างนอก




                        โล่งอกที่คนเป็นพี่ยังคงนอนแผ่ร่างกายอยู่บนเตียง  ซึลกิเลยเดินออกไปที่ห้องของเมเนเจอร์  เอ่ยปากขอยืมสบู่เหลวเสร็จก็กลับมาที่ห้องพร้อมกับขวดสบู่ที่ว่า



                        หลังจากชำระร่างกายตัวเองเสร็จแล้ว  คังซึลกิก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับผ้าโพกหัว  เดินเลยเตียงนอนไปหยิบไดร์เป่าผมขึ้นมาเป่าให้ผมแห้งก่อนล้มตัวลงนอนที่พื้นที่ว่างๆข้างๆพี่สาว




                        แต่หลังยังไม่ทันถึงเตียง  ซึลกิก็ถูกแรงบางอย่างกระชากตัวเขาลงจนติดเตียงพร้อมกับร่างบางที่คิดว่าเจ้าตัวน่าจะหลับไปแล้วพลิกตัวขึ้นมาคร่อมตัวเขา  ดวงตาหยาดเยิ้มนั่นทำให้ซึลกิรู้เลยว่าตอนนี้พี่สาวไม่มีสติหลงเหลืออยู่แล้ว



                        "พะ... พี่จูฮยอน"



                        ซึลกิเปล่งคำพูดผ่านรีมฝีปากแหกผากอย่างยากลำบากเมื่อคนด้านบนค่อยๆปลดกระดุมชุดนอนที่เขาเป็นคนติดให้ออกทีละเม็ด  ซึลกิรีบตะครุบกระดุมเม็ดสุดท้ายได้ทันท่วงทีก่อนที่มันจะหลุดออกจากกัน




                        "ซึลกิง่า...  พี่ร้อน"



                        จูฮยอนยู่ใบหน้าอย่างน่ารัก  เธอยิ้มกว้างจนตาปิดก่อนทิ้งน้ำหนักตัวเองลงที่หน้าขาของซึลกิแล้วทำท่าพัดให้ตัวเอง




                        ซึลกิยันตัวลุกขึ้น  พยายามดันร่างที่กำลังนั่งตักของตัวเองลงแต่จูฮยอนกลับเอื้อมมือจับไหล่ของเขาไว้ กลายเป็นฉากสิบแปดบวกไปในพริบตา



                        "พี่ร้อนอ่ะซึลกิ..."


                        น้ำเสียงยานๆของจูฮยอนเรียกให้หัวใจของเขาสูบฉีดเลือดขึ้นมาเลี้ยงที่ใบหน้าอย่างรวดเร็วจนบัดนี้ใบหน้าหมีของตัวเองกลายเป็นลูกมะเขือเทศสุกพร้อมเด็ดเรียบร้อยแล้ว



                        ซึลกิหลบสายตายั่วยวนของคนพี่ไปจดจ้องอยู่ที่ตุ๊กตาหมีที่ตั้งอยู่มุมห้อง  ในใจก็ท่องคาถาใจเย็นวนไปมารอจังหวะที่พี่เขาเผลอ  จับตัวโยนลงเตียงแล้วเอาผ้าห่มคลุมไม่ให้ลุกขึ้นมาได้อีก


                        แต่ความคิดก็เป็นได้แค่ความคิด  เมื่อซึลกิเผลอสบสายตาเข้ากับสายตาคู่นั้น  กำแพงที่กั้นอยู่ในสมองและหัวใจก็อ่อนยวบยาบลงจนแทบจะเป็นเจลลี่ได้อยู่แล้ว


                        ให้ตายสิ! คังซึลกิจะทนไม่ไหวแล้วนะ!!




                        แต่จู่ๆจูฮยอนก็โน้มตัวลงมาที่ไหล่ของเขา  เสียงกรนเบาๆข้างหูบอกได้เลยว่าแมวยั่วสวาทที่เกือบจะขย้ำคังซึลกิให้เป็นผุยผงมื่อกี้ได้หลุดออกจากร่างพี่สาวไปแล้ว



                        ซึลกิค่อยๆวางร่างของจูฮยอนลงบนเตียง  นั่งสงบสติอารมณ์และหัวใจที่กำลังเต้นรัวให้เข้าที่ก่อนล้มตัวลงนอนข้างๆ



                        หวังว่าคืนนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ











                        เช้าวันต่อมา  คังซึลกิลืมตาขึ้นอย่างยากลำบากเพราะจู่ๆเมเนเจอร์อปป้าก็วิ่งเข้ามาบอกในห้องว่าท่านประธานบริษัทเรียกประชุมอย่างด่วน  เขาเลยจำเป็นต้องฝืนลากสังขารของตัวเองไปชำระร่างกายให้สะอาดก่อนผัดเปลี่ยนจากชุดนอนเป็นเสื้อยืดกางเกงวอร์มสบายๆ



                        เมมเบอร์รออยู่ข้างนอกในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มกันทุกคนรวมถึงพี่สาวคนสวยที่ยืนส่งยิ้มต้อนรับวันใหม่ให้เขา


                        ไม่อยากจะคิดถึงสภาพเมื่อคืนเลยให้ตายเถอะ...




                        ซึลกิพยายามเก็บอาการเห่อร้อนบนใบหน้าไว้ใต้กลุ่มผมของตน  เดินห่อไหล่มาซบที่หัวไหล่ของซึงวาน



                        เมมเบอร์เรดเวลเวทและเมเนเจอร์อปป้าเดินทางไปยังบริษัทด้วยความง่วงเต็มประดาเนื่องจากจริงๆแล้ววันนี้ไม่มีตารางงาน  พวกเธอจึงตั้งใจที่จะนอนตื่นสายๆแต่กลับต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้า  แล้วยิ่งมีเมมเบอร์บางคนที่ฟัดแอลกอฮอล์มาเมื่อคืนอีก



                        จูฮยอนที่นั่งหน้าสุดกับเมเนเจอร์อปป้าและซูยองหลับไปแล้ว  เยริเริ่มสะลืมสะลือจึงเผลอหลับไปอีกคน เหลือเพียงซึงวานผู้เด็ดเดี่ยวแม้เปลือกตาแทบจะปิดอยู่ร่อมร่อกับคังซึลกิ



                        สายตาคมจับจ้องไปที่ศีรษะเล็กของจูฮยอนที่จะตกเบาะแหล่ไม่ตกเบาะแหล่  ใจจริงอยากจะเข้าไปดันหัวพี่สาวให้ตั้งตรงอย่างเดิม  เกรงว่าตื่นมาแล้วเธอจะปวดคอเพราะเธอไม่ได้สวมหมอนหนุนคอไว้



                        เป็นอย่างที่คิด...  เมื่อลงจากรถมาแล้ว  สิ่งแรกที่จูฮยอนพูดก็คือ



                        "อ่าห์ ปวดคอจัง"



                        และสิ่งต่อมาที่จูฮยอนกระทำก็คือเดินเข้ามาควงแขนของซึลกิและพิงศีรษะลงที่หัวไหล่ของเขาต่างหมอน

                        นั่นเพียงพอที่จะทำให้หัวใจดวงน้อยของคังซึลกิเต้นแรงจนเจ้าตัวรู้สึกได้




                        เมมเบอร์เรดเวลเวทและทีมดูแลเข้าร่วมการประชุมกับประธานบริษัทจนเวลาล่วงเลยไปเกือบหนึ่งชั่วโมง  ทุกคนจึงสามารถหลุดพ้นจากสถานที่ที่ตลบอบอวลไปด้วยความเครียดได้  แต่ก่อนออกจากห้องนั้น  จูฮยอนก็ถูกท่านประธานเรียกตัวเข้าพบเป็นการส่วนตัว



                        เมื่อออกจากห้องประชุมแล้ว  เมมเบอร์เรดเวลเวทจำเป็นที่จะต้องเข้าซ้อมต่อ  ทำให้พวกเธอไม่มีเวลาว่างที่จะบรรเทาความเครียดที่ได้รับจากประธานบริษัทเลยแม้แต่น้อย  ส่งผลให้ตลอดการซ้อมนั้น  เบจูฮยอนจึงไม่มีรอยยิ้มเลยสักนิด  อาจเป็นเพราะเธอเป็นพี่ใหญ่สุดและเป็นลีดเดอร์  ภาระหนักส่วนใหญ่จึงตกอยู่ที่เธอเพียงผู้เดียว  ไหนจะเรื่องที่เธอคุยกับท่านประธานอีก



                        มันจะหนักหนาสาหัสเพียงใดนะ...




                        ดวงตาเหน็ดเหนื่อยคู่นั้นเลื่อนสบสายตากับเขาอย่างบังเอิญ  จูฮยอนพยายามคลี่ยิ้มให้ซึลกิและเมมเบอร์ที่มองมายังเธอด้วยความเป็นห่วง


                        แต่กลับเป็นคังซึลกิที่รู้ดีว่าภายใต้รอยยิ้มนั้นซ่อนความเครียดไว้มากแค่ไหน




                        เย็นวันนั้น  ซึงวาน  มักเน่ไลน์และเมเนเจอร์อปป้าออกไปเที่ยวข้างนอกเนื่องจากมีงานเทศกาลซูยองและเยริเป็นคนออกปากชวนจูฮยอนแล้วแต่เธอปฏิเสธ  ทั้งคู่เลยนอยด์เพราะไม่มีพี่ในวงไปด้วย  โครงการนี้เกือบถูกพับเก็บไปเสียแล้วถ้าไม่ได้ซึงวานเอ่ยไว้ว่า



                        เดี๋ยวฉันไปกับเด็กๆเอง  ซึลกิก็อยู่ดูแลพี่จูฮยอนนะ'



                        ไม่กี่นาทีต่อมาซูยองก็ส่งรูปเซลฟี่ของเธอกับทีมเที่ยวชั่วคราวตอนที่กำลังขึ้นรถมาอวดแล้วส่งข้อความมาว่าจะเที่ยวเผื่อด้วย



                        ซึลกิเผลอหลุดหัวเราะออกมาตอนที่ซูมรูปภาพไปที่หน้าเยริ  แคปเจอร์เก็บรูปหลุดเอาไว้แบล็คเมลล์ตอนยัยเต่าแกล้งเขาดีกว่า



                        เสียงหัวเราะของเขาปลุกคนที่นอนอยูาบนเตียงอย่างไม่ได้ตั้งใจ  จูฮยอนส่งเสียงครางฮื่อก่อนพลิกตัวไปอีกข้าง  ซึลกิเลยค่อยๆลุกขึ้น  ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่ของพี่สาวแล้วย่องเบาๆออกมาด้านนอก




                        ซึลกิทิ้งตัวลงที่โซฟา  หยิบรีโมททีวีขึ้นเปิดรายการเพลงแต่ลดเสียงลงจนเกือบสุด  เกรงว่าจะรบกวนบุคคลที่หลับใหลอยู่ในห้อง




                        เหล่าไอดอลมากหน้าหลายตาในจอโทรทัศน์ไม่ได้มีผลต่อความสนใจจากคังซึลกิ  ณ  ขณะนั้นเลยแม้แต่น้อย  สมองของเขายังคงคิดถึงพี่สาวร่วมวง  ที่ดูอ่อนเพลียผิดปกติทั้งๆที่เมื่อวานก่อนยังกระโดดขึ้นเก้าอี้ร้องเพลงเสียงดังพร้อมกับกระดกแก้วโซจูอย่างไม่อายใคร  จูฮยอนดูเครียดมากราวกับว่าเรื่องที่ท่านประธานพูดกับเธอเป็นการส่วนตัวนั้นเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย




                        เสียงลูกบิดประตูเรียกความสนใจจากซึลกิได้อย่างง่ายดายยิ่งกว่ารุ่นพี่ชิมชางมินและคิมยุนโฮในโทรทัศน์ หันไปก็พบร่างของเบจูฮยอนยืนเกาะขอบประตูห้องนอน  ในมือมีผ้าห่มผืนใหญ่ที่ซึลกิเป็นคนห่มให้
จูฮยอนเดินหอบผ้าห่มออกมานั่งลงที่ว่างข้างซึลกิแล้วกอบเอาขึ้นมาคลุมกาย




                        "พี่เหงาอ่ะ  ตื่นมาเธอก็หายไปไหนไม่รู้"



                        น้ำเสียงเล็กเอ่ยอย่างออดอ้อน  ซุกใบหน้าของตนลงที่ต้นแขนของอีกคนที่บัดนี้ตัวแข็งไปเสียแล้ว



                        ไม่ใช่เพราะอากาศหนาวหรืออะไรทั้งนั้น  คังซึลกินั่งหลังตรงเกร็งอวัยวะทุกส่วนรวมถึงใบหน้าด้วย




                        ภาพเมื่อวานลอยเข้ามาในหัว  เบจูฮยอนผู้บอบบางทั้งร่างกายและจิตใจสวมบทเป็นแมวสาวยั่วยวนที่เกือบจะกลืนกินคังซึลกิผ่านทางสายตานั้นยังคงติดอยู่ในหัว



                        "ซึลกิอา  กอดพี่หน่อยสิ  พี่หนาว"



                        ร่างเล็กพยายามมุดตัวเองเข้ามาในอ้อมแขนของซึลกิจนสำเร็จ  เงยหน้ามองใบหน้าหมีของน้องสาวร่วมห้องแล้วส่งยิ้มให้พร้อมกับซุกใบหน้าลงที่อกของเขา



                        ณ  ตอนนั้นคังซึลกิได้แข็งเป็นรูปปั้นหมีไปเรียบร้อยแล้ว




                        รายการเพลงในจอโทรทัศน์จบไปแล้วต่อด้วยข่าวประจำวัน  ซึลกิเลยเอื้อมมือไปหยิบรีโมทแล้วกดปิดลงเพื่อให้ตัดเสียงรบกวนคนเป็นพี่ที่ผล็อยหลับคาอกเขาไปแล้ว



                        ซึลกิคิดสงสัยว่าเบจูฮยอนหลับลงได้อย่างไรในเมื่อเสียงหัวใจของเขานั้นเต้นแรงถึงขนาดอยู่เงียบๆก็ได้ยิน  พี่เขาไม่คิดสงสัยถึงสาเหตุของอาการใจเต้นแรงของน้องสาวเลยหรือไงนะ




                        "หัวใจเธอเต้นแรงจังเลยนะซึลกิ"


                        "คะ?"


                        "ใจเต้นแรงเพราะได้อยู่กับพี่หรอ"




                        ใบหน้าหมีกลายเป็นลูกมะเขือเทศสุก  ความเห่อร้อนบนใบหน้าทำให้ซึลกิรู้สึกอยากจะวิ่งหนีออกไปกรี๊ดข้างนอกแล้วเอาหน้าจุ่มลงถังน้ำแข็ง


                        แต่เขาก็ยังคงความเกร็งและเก็กไว้บนใบหน้า  แสร้งทำหน้าขรึมตอบกลับไป




                        "ประมาณนั้นมั้งคะ"


                        "เธอชอบพี่มั้ย"



                        คำถามจากพี่สาวแล่นเข้ามาตามประสาทหู  ซึลกิรู้สึกประหลาดใจเหลือเกินที่ได้ยินคำถามนี้ เขาไม่รู้ว่าควรตอบกลับไปอย่างไรดีหากคำตอบนั้นจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ของพวกเธอ



                        คังซึลกิแอบชอบเบจูฮยอนมาตั้งแต่เป็นเทรนนี่แล้ว  วินาทีที่รู้ว่าจะได้ฟอร์มวงกับจูฮยอน  ซึลกิแทบจะปิดซอยเลี้ยงฉลองเสียยกใหญ่แต่ก็ถูกซนซึงวานปรามไว้ก่อน



                        พฤติกรรมต่างๆของจูฮยอนทำให้ซึลกิหลงรักเธอจนโงหัวแทบไม่ขึ้น  จูฮยอนเป็นคนน่ารักที่ชอบเทคแคร์คนอื่น  เปิ่นๆบ้าๆบอๆแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้คนธรรมดาอย่างคังซึลกิตกหลุมรักจูฮยอนได้แล้ว



                        ความเงียบโรยตัวอยู่รอบๆเมื่อไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้น  ซึลกิยังคงเงียบ  ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ




                        "ตอบพี่มาสิ  เธอชอบพี่มั้ย"



                        ซึลกิกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบากเมื่อจูฮยอนยันตัวเองขึ้นนั่ง  จ้องเขม็งไปที่ดวงตาตี่ที่พยายามจะหลบหลีกสายตาของพี่สาว




                        "ซึลกิอา  แค่เธอบอกพี่ว่าเธอชอบพี่มั้ย  แค่นั้นเอง--"


                        "ชอบค่ะ"




                        และสุดท้าย  เสียงหัวใจก็เปล่งแทนสมอง  คำตอบของซึลกิทำให้ทั้งตัวเขาเองและจูฮยอนนิ่งไปทั้งคู่ ซึลกิอ้าปากพะงาบๆคลำหาเส้นเสียงของตัวเองเพื่อแก้ตัว




                        "คือ..  ฉะ..  ฉัน"


                        "พี่รู้  รู้มานานแล้ว"



                        จูฮยอนหลุบสายตาลง  เม้มรีมฝีปากบางเข้าหากันอย่างใช้ความคิด  ซึลกิรู้สึกเหมือนฟางเส้นความสัมพันธ์ของเขาและพี่สาวกำลังค่อยถูกดึงอย่างช้าๆ...  จนแทบจะขาดออกจากกันเพียงเพราะคำพูดที่ไม่ได้ผ่านการไตร่ตรองของสมองอย่างถี่ถ้วน




                        "พี่เองก็ชอบเธอ  ชอบแบบที่เธอชอบพี่เนี่ยแหละ"



                        แต่คำตอบของเบจูฮยอนกลับทำให้ฟางเส้นนั้นกลับมายึดติดกันแนบแน่นภายในพริบตาอย่างงงๆ





                        "พี่รู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันผิดธรรมชาติ  เราสองคนต่างเป็นผู้หญิง  และอีกอย่างคือเราเป็นไอดอล"


                        "......"


                        "ท่านประธานเตือนพี่เรื่องนี้  ท่านดูออกว่าพี่คิดกับเธออย่างไร  พี่คิดว่าอาจเป็นเพราะเมื่อวานที่เราไปงานเลี้ยงบริษัท  พี่ห้ามตัวเองไม่ให้มองเธอไม่ได้เลย  และท่านประธานก็เตือนพี่เรื่องพฤติกรรมของเราสองคนด้วย"


                        "......"


                        "พี่รู้สึกดีมากที่เธอก็คิดแบบเดียวกับพี่  แต่มันเป็นไม่ได้  เราให้แฟนคลับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้  มันจะส่งผลต่ออาชีพของเรา  ความฝันของเราสองคนและเมมเบอร์คนอื่นๆ"


                        "....."


                        "เราจะทำยังไงดีซึลกิ...  พี่กลัว"



                        น้ำตาหยดใสไหลลงจากดวงตาคู่สวย  จูฮยอนเลื่อนมือเย็นเฉียบไปกอบกุมมือของน้องสาวร่วมวง




                        ซึลกิค่อยๆรวบร่างของจูฮยอนเข้ามาในอ้อมกอดแม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่พี่สาวพูดสักเท่าไหร่ ใบหน้าสวยที่เปรอะไปด้วยน้ำตาเป็นสิ่งที่คังซึลกิไม่อยากจะเห็นมากที่สุดไม่ว่ามันจะมีต้นเหตุมาจากอะไรก็ตาม



                        ยิ่งถ้าต้นเหตุเป็นเขา...  เขาก็ยิ่งไม่อยากมองเห็นมัน




                        "ความรักมันห้ามกันไม่ได้หรอกค่ะ  ฉันเข้าใจเพราะฉันเองก็สัมผัสมันมานาน  มันเป็นสิ่งสวยงามที่ไม่ควรถูกรังเกียจ"


                        "....."


                        "มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพียงเพราะเราเป็นผู้หญิงและเราก็เป็นไอดอล  เราอยู่ในประเทศที่ยังต่อต้านเพศที่สามเพียงเท่านั้น"


                        "พี่กลัว..."



                        ร่างเล็กสะอื้น  ซึลกิกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นพลางลูบหลังพี่สาวเพื่อปลอบประโลม



                        "ฉันก็กลัว...  ฉันกลัวตั้งแต่วันที่ฉันรู้ตัวว่าฉันรักพี่  ฉันกลัวว่าฉันจะถลำลึกลงไปทุกครั้งที่ฉันอยู่ใกล้พี่"

 

                        “.....”

 

                        “ฉันไม่เคยคิดมาก่อน..  ไม่สิ..  ฉันไม่เคยมีความคิดที่ว่าพี่จะชอบฉันกลับ  ฉันคิดเพียงแต่จะคอยอยู่ข้างๆพี่ไปจนกว่าจะมีคนทำให้เราต้องแยกออกจากกัน”


 

                        จูฮยอนปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง  มือเล็กขยำชายเสื้อของเขาจนยับยู่ยี่ไปหมด


 

                        ซึลกิค่อยๆใช้มือของตนประคองใบหน้าสวยขึ้น  แตะนิ้วเบาๆลงที่ใบหน้าของพี่สาวเพื่อปาดน้ำตาทิ้ง  แววตาใสเป็นประกายที่เขาแอบมองมันอยู่ประจำกำลังสอดประสานกับสายตาของเขาอย่างลงตัว


 

                        “ฉันรักพี่นะคะ...  พี่จูฮยอน”


 

                        พูดจบ  คังซึลกิก็โน้มใบหน้าของตัวเองลงทาบทับรีมฝีปากลงบนตำแหน่งเดียวกันของพี่สาว  กดเน้นย้ำลงไปทีหนึ่ง  ซึมซับความนุ่มนิ่มของรีมฝีปากบางก่อนผละออกมา


 

                        “ฉันเชื่อว่าความรักเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสวยงามมาตลอด  จนถึงตอนนี้ฉันก็เชื่อมัน”


 

                        “ให้ฉันได้ดูแลพี่นะคะพี่จูฮยอน  ไม่ว่าจะในฐานะไหนฉันก็อยากจะดูแลพี่  ฉันมั่นใจว่าฉันทำให้พี่มีความสุขได้แน่นอน”


 

                        แววตาหนักแน่นถูกส่งผ่านดวงตาคู่สวยของซึลกิไปยังพี่สาวตัวเล็ก  น้ำตาหยดใสไหลออกมาจากดวงตาของเธออีกครั้งก่อนมันจะถูกปาดออกไปโดยนิ้วมือของซึลกิ



 

                        “แล้วถ้าคนอื่นรู้...”

 

                        “ความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคนค่ะ”



 

                        ซึลกิรวบร่างเล็กตรงหน้าเข้ามากอดอีกครั้ง  จูฮยอนวาดแขนเข้าโอบตอบ  ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านอ้อมกอดอบอุ่นที่แม้แต่ผ้าห่มผืนหนาก็สู้ไม่ได้  มันเลยถูกจูฮยอนดึงออกไปเพื่อให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น



 

                        “พี่ชอบอ้อมกอดของเธอจังเลยซึลกิ”

 

                        “ฉันชอบรีมฝีปากของพี่มากกว่าค่ะ”



 

                        คนถูกพูดถึงออกอาการเขินอย่างรุนแรง  มือเล็กตีรัวๆไปที่ต้นแขนของเด็กหน้าหมีจนซึลกิต้องรีบห้าม  เกรงว่าต้นแขนของเขาจะบวมช้ำไปเพราะแรงตีของพี่สาวเนี่ยแหละ

 



                        “งั้นที่พี่เครียดมาตั้งแต่เช้าก็เรื่องนี้หรอคะ”

 

                        “ใช่”

 



                        ซึลกิคลี่ยิ้ม  เอื้อมมือไปบีบจมูกจูฮยอนอย่างหมั่นเขี้ยว

 



                        “ตอนนี้ก็หายเครียดได้ละนะ”

 

                        “อื้อ  กอดเธอช่วยพี่ได้เยอะเลย”



 

                        อ้อมกอดถูกกระชับจนแน่นขึ้นเรื่อยๆ  จูฮยอนเงยหน้าขึ้นจูบที่ปลายคางของคนเด็กกว่าก่อนมุดใบหน้าลงที่เหนืออกของซึลกิเพื่อซ่อนความเขินอาย



 

                        “พี่รักเธอจังเลยซึลกิ”

 

                        “ฉันก็รักพี่ค่ะพี่จูฮยอน”



 

                        รีมฝีปากถูกดึงดูดเข้าหากันอย่างเป็นธรรมชาติ  ซึลกิกดจูบไปรอบๆรีมฝีปากของจูฮยอนอย่างโหยหา สอดมือนุ่มเข้าประคองศีรษะคนพี่ไว้ไม่ให้เธอเมื่อย  ผละจูบออกจากกันก่อนประกบเข้าอีกครั้งเมื่อจูฮยอนยกมือขึ้นดันไหล่คนน้องออกแล้วเปลี่ยนเป็นโอบรอบคอเพื่อให้เธอจูบได้สะดวกขึ้น



 

                        ต่อจากนี้หากว่าโชคชะตาไม่ยินดีในความรักของพวกเธอทั้งสองคนจริงๆ  หากว่าบนฟ้าจะกลั่นแกล้งเธอเพียงเพราะความรักที่เกิดขึ้นมันไม่ถูกตามธรรมชาติ  คังซึลกิก็จะไม่คิดเสียใจเลยที่ครั้งหนึ่งพื้นที่หัวใจของเขาทั้งหมดถูกจับจองโดยผู้หญิงที่ชื่อว่าเบจูฮยอน



 

                        เขาจะดูแลเธอให้ดีที่สุด...  ไม่แพ้ไปกว่าผู้ชายเลยคอยดู...








____________________________________________________________________________________________

Writer  Talk  :

หากมีข้อติอะไรยังไงเม้นบอกได้นะคะ


Next  :  วันชอตซ่อมเรือดุ๊บแชง

             ดุ๊บแชงโปร์เจกต์

             ทไวซ์เฟิร์สแดซังโปรเจกต์

             Blackpink  x  Twice





คอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ได้ที่กล่องคอมเม้นด้านล่างและ  #ฟิคหมีซื่อบื้อ










ผลงานทั้งหมด ของ pixppd

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 13:44

    ชอบๆมากค่ะอ่านเเล้วอินมาก

    #7
    0
  2. วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 00:41
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ ^___^
    #6
    0
  3. #5 beambiim (@pitchayaporn_p) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 13:35
    ซึ้งอ่ะไรท์ สงสารทั้งเจ้าหมีและพิจ๋าเลย แต่ยังไงก้อรู้ใจกันละเน๊าะ ขอบคุณสำหรับฟิคเรื่องนี้ค่ะ
    #5
    0
  4. วันที่ 4 มกราคม 2560 / 19:15
    รอค่ะะ.
    #4
    0
  5. วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 01:10
    หนุกๆ ชอบๆ น่ารักมากอ่าาา >///<
    #3
    0
  6. วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 18:40
    สนุกมากเลยคะ ซึลกิน่ารักกกกกมากกกก
    #2
    0
  7. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 11:28
    Blackpink x twice
    ขอจีซูxโมโมะ ลิซ่าxมินะ -////-
    #1
    0