iKON ϟ quack boys ㄨ「#จานบินใบว่าน」 « #BJIN ♡ »

ตอนที่ 1 : p r o l o g u e ♡

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    31 มี.ค. 59

T
B
                






               ถ้าบนโลกใบนี้มีคนเพอร์เฟคอยู่เพียง 1 % ในโลก ผมคิดอยู่เสมอว่าในหนึ่งเปอร์เซ็นนั้นต้องมี นายบัณฑัต ไชยวัฒนตระกูล ที่มีรายชื่ออยู่ในหุ้นของห้างชื่อดังที่มีสาขาอยู่หลายแห่งในประเทศไทยเป็นแน่แท้ และที่มากไปกว่าความรวยตั้งแต่บรรพบุรุษใช้เงินเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด คงจะเป็นหน้าตาที่ไม่จำเป็นต้องศัลยกรรมแม้แต่น้อยรวมถึงสติปัญญาอันชาญฉลาดที่มีไอคิวสูงถึง 130 ก็ถือว่ามีไหวพริบกว่าคนทั่วไป  


              แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่เป็นอยู่แบบนี้ก็ไม่ได้มีความสุขสักเท่าไหร่หรอกนะ เพราะชีวิตของนักธุรกิจก็คือธุรกิจที่สร้างกำไรมหาศาล
      

             'ก๊อก ก๊อก ก๊อก' เสียงเตาะประตูห้องดังขึ้นก่อนที่นาฬิกาปลุกเจ้าตัวจะปลุกซะอีก


             "ตื่นได้แล้วอาตี๋ใหญ่ ลื้อจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน" เสียงของคนแก่ที่คุ้นเคยดังอยู่หน้าประตู


             "อาม่า บินไม่ได้มีเรียนซักหน่อยไม่งั้นไม่กลับมานอนบ้านหรอกเนี่ย" พูดออกไปทั้งๆที่ยังไม่ลืมตาถ้าอาม่ารู้ว่าเมื่อคืนนอนกี่โมงอาม่าจะไม่มาปลุกเวลานี้แน่


             "ส่งอั้วไปรำไทเก๊กที่สวนสาธารณะหน่อยซีอาตี๋ ทุกวันนี้อั้วก็เหงาจะตายอยู่ละ ป๊าลื้อสนใจอั้วที่ไหนกัน" อาม่าพูดเสียงอู้อี้อยู่หน้าประตูห้องแค่นี้ก็รู้แล้วว่าอาม่ากำลังน้อยใจหลานคนโตของบ้านนี้อยู่

   
              "โอเคม่า ไปก็ไปงั้นบินขออาบน้ำก่อนนะ ม่าลงไปรอบินข้างล่างก่อนแล้วกัน" 



               สุดท้ายก็ต้องลากสังขารลุกออกจากเตียงตั้งแต่เช้าตรู่ไปส่งอาม่าออกกำลังกายอยู่ดี แต่ก็เป็นปกติ
ของอาม่าเวลาหลานกล้บมาก็ชอบมาอ้อนแบบนี้ทุกที


              "เอสเคเจกรุ๊ป ขยายสาขาเพื่อตีตลาดเอเชียตะวันออก จ่อทุ่มพันล้านขยายตึก คุณอภิวัฒน์ ไพโรจน์อนันต์ประธานบริษัทคนปัจจุบันได้วางแผนลงทุนขยายตึกภายใน 2 ปีด้วยงบ 1,000 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบตีตลาด 7,000 ล้านบาท ขยายสาขาไปยังประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีอีกด้วย" เสียงรายงานข่าวเกี่ยวกับธุรกิจที่ผมมักจะได้ยินทุกครั้งที่กลับมาบ้านพร้อมมองไปที่คนที่กำลังจ้องจอสี่เหลี่ยมขนาดห้าสิบสองนิ้วที่ติดอยู่กลางบ้านอย่างไม่ละสายตา


              "ป๊า อาม่าอยู่ไหน" พอทอดสายตาไปตามที่นั่งในบ้านไร้วี่แว่วอาม่าที่ผมบอกให้นั่งรอผม


              "อาบน้ำนานจนอั้วคิดว่าที่ประเทศไทยแห้งแล้งก็เพราะลื้อนี่แหละแล้วใครจะไปรอลื้อ ดูแดดนั่นสิ 
ขืนรออาม่าได้เป็นลมก่อนรำไทเก๊กพอดี อั้วให้ม๊าลื้อเดินไปส่งแล้ว" ป๊าบ่นยาวทันทีที่ผมอ้าปากถาม


               "..." ผมไม่ได้ตอบกลับอะไรเพียงเดินไปยังโซฟา แล้วนั่งข้างป๊าเพื่อกินครัวซองที่ไว้กินกับแกล้มกาแฟของป๊าเท่านั้น

               "จานบิน ป๊าว่า..." ไม่ทันได้พูดจบประโยคผมก็พูดขัดซะก่อน


              "ก่อนอื่นป๊าเรียกแค่บินก็พอมั้ย โตแล้วนะป๊า อายเค้า" ผมมองไปยังแม่บ้านที่อยู่บริเวณนี้ สายตาทุกคู่มองมาที่ผมอย่างพร้อมใจกันทันทีที่ป๊าเรียกผมว่าจานบินอย่างเต็มเสียง

              "ก็อั้วเรียกมาเป็นสิบกว่าปีแถมอั้วเป็นคนตั้งชื่อนี้ให้ลื้อ ลื้อข้องใจอะไรจานบิน ลื้อเก็บคำว่าอาตี๋ใหญ่ไปใช้กับอาม่ากับม๊าลื้อเถอะ" นี่แหละครับความคนจริงของป๊าถ้าผมได้เชื้อดุอย่างเสือมาจากใครก็คงจะเป็นป๊านั่นแหละครับ

                "ม๊าก็เมียป๊าป่ะเนี่ย โอเค ป๊าจะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะบินจะไม่ข้องใจอะไรต่อไปกับป๊าแล้ว" ไม่ขัดขืนอะไรต่อไปเพราะกลัวโดนหักค่าขนมนี่แหละ


                จานบินเป็นชื่อที่ผมไม่เคยบอกใครเลยตั้งแต่อนุบาลยันมหาลัยทุกคนรับรู้ว่าผมชื่อบินพยางค์เดียวมาโดยตลอด ยกเว้นไอ้คุณเพื่อนสนิทที่คบกันมาเกือบทั้งชีวิตนั่นแหละครับที่จะรู้ชื่อนี้


                  ทำไมต้องจานบิน 


                  เรื่องมันมีอยู่ว่าตอนที่ป๊ารู้ว่าม๊าท้องคืนนั้นป๊าก็ฝันว่าม๊าถูกมนุษย์ต่างดาวจับไปครับแล้วพอกลับลงมาก็อุ้มเด็กตัวเขียวมาด้วย นั่นเป็นที่มาของชื่อจานบินของผมเอง ป๊าคิดว่าป๊าเป็นโทมินจุนหรือไงนะ .__. / ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยมาตลอด 19 ปี


                   "อั้วว่าตระกูลเราควรดองกับตระกูลไพโรจน์อนันต์นะ ไปดูตัวลูกสาวเขาซะ แกถูกใจคนไหนก็หมั้นกับคนนั้นแหละ บ้านนั้นมีแค่ลูกสาวไม่มีลูกชายซะด้วยถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเลย" บ้านนั้นไม่มีลูกชายมันก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะทำธุรกิจร่วมกันแต่ทำไมต้องเป็นจานบินคนนี้ด้วยหล่ะ


                    "ห๊ะ ป๊าจะดองทำไมอะ ? ธุรกิจเราก็กำลังไปได้สวยเลยไม่ใช่หรอ"


                    "ก็ดองกันไว้ก่อนไม่ดีหรือไง ป๊าลองคำนวณกำไรรวมถึงหุ้นต่างๆสินค้าที่เราสามารถติดต่อให้เค้าช่วยได้ ถ้าบ้านเรารวมกันตอนนั้นธุรกิจเราสามารถขยายสาขาและเพิ่มแบรนด์ต่างๆแล้วยังดึงลูกค้าได้มากขึ้นอีกนะ กำไรทั้งนั้นนะจานบิน" ป๊าพูดอีกก็ถูกอีก แต่นี่ใคร...จานบินลูกป๊านะเว้ยจะจับคลุมถุงชนไม่ได้

                     "ป๊า แต่ว่า..."

                    "ไม่รู้แหละ ยังไงลื้อก็ต้องแต่งกับบ้านนั้นไม่มีข้อแม้อะไรทั้งนั้นแหละ"

                    "ป๊ามีลูกชายตั้ง 2 คนแล้วทำไมต้องเป็นผมด้วย ให้ชานชานมันหมั้นไปเถอะ"

                     ชานชานคือใคร

                     น้องชายคนเล็กสุดของบ้านนี้ อายุ 18 กำลังเรียนอยู่ปี 1 คณะวิศวกรรมโยธาซึ่งตอนที่ป๊ารู้ว่ามันแอดเข้าคณะนี้ ป๊าไล่มันออกไปนอนกับเจ้ามาโนช(หมาพันธุ์บลูด็อกสุดที่รักของผมเอง)ตั้งหลายคืนเลยทีเดียวเชียว แต่ตอนนี้ป๊าก็รับได้แล้วด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าชานเรียนจบ เวลามีวางแผนสร้างตึกก็สามารถปรึกษาเจ้าลูกคนเล็กที่จบวิศวะได้

                     "ไม่ได้ ชานชานไม่ได้เรียนด้านธุรกิจโดยตรงแบบลื้อ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเราก็ไม่สามารถโน้มน้าวให้บ้านนั้นเขาดองกับเราได้ ต้องเป็นลื้อเท่านั้นจานบิน" ป๊าจ้องหน้าผมอย่างมีความหวังว่าผมจะตอบตกลง


                     เกิดมาเป็นจานบินเสือร้ายทั้งทีจะมาตกม้าตายเพราะลูกไม้แบบนี้ไม่ได้


                     "ป๊าผมชอบผู้ชาย" สุดท้ายก็งัดไม้เด็ดที่ไม่คิดว่าตัวเองจะพูดออกมาเหมือนกัน

                      "จานบิน !" ป๊าตะโกนเสียงแข็งพร้อมทำหน้าเหวอไม่เพียงแต่ป๊าเท่านั้นแม้กระทั่งแม่บ้านที่อยู่ในบ้านก็ทำหน้าแบบเดียวกันทันทีที่ได้ยินประโยคก่อนหน้านี้

                      "ถ้าป๊าไม่เชื่อนะไปถามไอ้จูเน่กับคิมบับได้เลย ถึงผมแต่งไปผมก็จะไม่มีหลานให้ป๊าอุ้ม"

                      "ขะ..ขอยาดมให้อั้วหน่อย" ป๊ากวักมือเรียกป้าแม่บ้านที่อยู่แถวนั้นอย่างอ่อนแรง

     
ป๊าบินขอโทษ ผมจะหมั้นกับคนที่ไม่ได้รู้สึกรักจริงๆไม่ได้ ถึงแม้ผมจะมีฉายาว่าเสือผู้หญิงก็เถอะ

เครียด พามาโนชไปเดินเล่นเที่ยวดีกว่า




             วันนี้เป็นวันซวยอะไรของผมเนี่ย ต้องขับรถเข้าออกคอนโดเป็น 3-4 รอบเพราะลืมนั่นลืมนี่ทั้งไฟล์งาน สายชาร์จอะไรก็ตามแต่ที่ไว้เตรียมการเสนอรายงานคลาสตอนบ่ายลืมไปหมด ขนาดอยู่ปี 2 Pre-clinic เองนะเนี่ยไม่อยากจะคิดถึงตอนขึ้นชั้น clinic 


 12.43 PM 
               
               'ชิบหาย' เสียงสบถดังขึ้นในใจทันทีเมื่อเหลือบมองนาฬิกาตรงข้อมือ


               เท้าเล็กก็เหยียบคันเร่งให้รถวิ่งเร็วขึ้นไปอีกเท่าหนึ่งของแรงที่กำลังเร่งอยู่ แต่จู่ๆมีสิ่งมีชีวิตวิ่งตัดหน้ารถผมแน่นอนว่าผมเหยียบเบรคไม่ทัน


               "ปั้ง !" เสียงรถผมชนกับอะไรบางอย่างเข้าอย่างจัง บนถนนแบบนี้ไม่หมาก็แมวแน่ๆ ผมรีบจอดรถแล้วลงรถไปดูบริเวณหน้ารถทันที


                "อิ๊งงง อิ๊งงง"              

                 เจ้าหมาน้อยนอนครางพร้อมน้ำตาคลอเบ้าของมันทำให้ผมแทบจะร้องไห้ตามมัน ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรมากอาจจะกระดูกร้าวตรงไหนซักที่ในตัวมัน ผมจึงค่อยๆเดินเข้าไปเพื่อจะอุ้มมันไปไว้ที่คณะสัตวแพทย์เพื่อรักษาเบื้องต้นก่อนเพราะผมก็รีบเหมือนกัน


                "มาโนชชชชชชชชชช !" เสียงของใครบางคนตะโกนลั่นจนทำให้ผมหันไปมองตามต้นเสียงนั้น เป็นผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งใส่หมวกแก๊ปสีดำกลับหลังกับกางเกงขาสั้นสีแดงของเขาพร้อมเสื้อยืดสีขาว ขาเรียวยาวนั้นกำลังวิ่งตรงมาทางผม

              "สุนัขของคุณใช่มั้ยครับ ขอโทษจริงๆนะครับ" แววตาที่เหมือนจะร้องไห้ของอีกคนเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นหน้าผม เขามองด้วยสายตาที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

               "นายต้องรับผิดชอบ" เขาอุ้มมาโนชของเขาจากอ้อมกอดผมพร้อมพูดด้วยเสียงที่โมโหสุดๆ

              "ครับ เราต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เรากำลังจะพาไปรักษาเบื้องต้นที่คณะฯ"

             "จะบ้าหรอ ตอนนี้นายต้องพามาโนชไปรักษาที่คลินิกสิต้องคลินิกระดับท็อปที่มีอาจารย์หมอรักษาด้วย" เขาพูดด้วยน้ำเสียงสุดเหวี่ยงกับประโยคที่เพิ่งออกจากปากเขา ทำให้ผมแอบด่าในใจเลยว่าผู้ชายอะไรไม่รู้โครตขี้วีนเลย ตุ๊ดป่ะเนี่ย

             "เราไม่มีเงินขนาดนั้นหรอกนะ และตอนนี้เราต้องไปเตรียมสไลด์เสนองานอาจารย์ด้วย"

             "พูดแบบนี้ก็ไม่รับผิดชอบอ่ะดิ ถ้ามาโนชตายขึ้นมาจะทำยังไง"

             "ก็มัวแต่ยืนเถียงกับเราอยู่อย่างนี้ เจ้ามาโนชกับเราก็จะตายเหมือนกันนั่นแหละ งั้นเอางี้นายไปส่งเราที่คณะก่อนแล้วนายก็เอารถของเราขับไปที่คลินิกระดับท็อปอะไรของนาย แล้วเราจะทยอยจ่ายเงินค่ารักษาของมันทั้งหมดเอง"

             "โอเค ตามนั้น นายพูดแล้วนะ อะ เอาเบอร์โทรมา" เขายื่นโทรศัพท์ขนาดใหญ่พร้อมเคสมิกกี้เม้าส์มาตรงหน้าผมพร้อมหน้าจอที่พร้อมให้กดเบอร์โทรศัพท์

             "อือ รีบขึ้นรถก่อนเถอะเราสายแล้ว" ผมคว้าโทรศัพท์มาแล้วเดินขึ้นประตูฝั่งข้างคนขับทันทีที่พูดจบ

             "นี่ก็สั่งจัง สรุปใครเป็นผู้เสียหายเนี่ย" ถึงเจ้าตัวจะบ่นแต่ก็ยังทำตามหน้าที่โดยการเข้าเกียร์และค่อยๆเหยียบเพื่อให้รถแล่นบนถนน

             "ขี้เหวี่ยงขนาดนี้เวลาอยู่บ้านไม่มีใครบอกบ้างหรือไงว่ามันน่ารำคาญ" 

             "ห๊ะ นายว่าอะไรนะ"

             "ขี้เหวี่ยงไม่พอแล้วยังจะหูไม่ดีอีก ถ้าพาเจ้ามาโนชรักษาเสร็จก็อย่าลืมแวะไปคลินิกระดับท็อปตรวจหูด้วยล่ะ"

            "เกิดมายังไม่เคยมีใครว่าเราแรงเท่านายเลยนะ ยกเว้นพ่อกับเพื่อนเราอ่ะ แล้วนายเนี่ยตัวกระเปี๊ยกเท่าลูกหมา เรียนอยู่ปีอะไรแล้ว"

           "ปี 2 คณะทันตะฯ ชื่อใบว่าน" พอผมพูดเสร็จ ผมก็บันทึกเบอร์ให้ไอ้คนที่ขับรถอยู่แล้ววางโทรศัพท์มันไว้ตรงหน้ารถ

           "แสดงว่าอายุเท่ากัน ผู้ชายอะไรชื่อใบว่านสาวชะมัด"

           "สาวเหี้ยไร มีแฟนเป็นผู้หญิงเว้ย" ผมกำลังโกหกเพราะโมโหคำว่าสาวของมันที่บอกผมอยู่ สาวบ้าอะไรเล่าถึงแม้จะไม่มีแฟนแต่ก็กำลังแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งอยู่เว้ย

           "หึ มีการโมโหด้วย หน้าแบบนี้ ตัวเท่านี้มีแฟนเป็นผู้หญิงกับเขาด้วยหรอ"

           "อะไรของนายไม่เชื่อก็แล้วแต่เถอะ แล้วนายชื่ออะไร"

           "บิน"

           "ไม่น่าใช่อะ ชื่อนายมันต้องมีหลายพยางค์" อยู่ดีๆพ่อแม่จะมาตั้งชื่อว่าบินอย่างนี้ไม่แปลกไปหน่อยหรือไง อย่างฟายนี่ก็แมลงวันไม่อีกคงไม่เวิร์คอยู่แล้ว

          "ชื่อบินไงจะอะไรอีก คณะทันตะฯ ใช่มั้ย ใกล้ถึงแล้ว"

          "ชื่อจานบินแน่ๆเลย แต่ถ้าชื่อนี้จริงนะไปบอกพ่อแม่นายได้เลยว่าเปลี่ยนเถอะ ดุอย่างกับเสือแล้วมาชื่อจานบินนี่ไม่แบ๊วไปหน่อยหรือไง" ผมลองคิดเล่นๆดู ชื่อบินที่มีหลายพยางค์ในหัวก็มีแค่จานบินนั่นแหละเลยพูดออกไปแบบนั้น

          "..." คนข้างๆไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเพียงแต่ทำหน้านิ่งๆเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

          "ไปละนะ จะมารับเราหรือว่าจะให้ไปหาที่คลินิก" พอผมคว้าของพะรุงพะรังใส่กระเป๋าสะพายเสร็จก็ลงรถมาทันทีเพราะเหลืออีกไม่กี่นาทีก็จะบ่ายโมงแล้ว 

          "ตามมาเอารถเองแล้วกันเว้ย" ไม่ทันได้ผิดประตูเอง ไอ้บินอะไรนั่นก็เอื้อมมือมาปิดประตูรถฝั่งผมที่ผมดึงค้างไว้อยู่แล้วขับรถชิ่งหนีไปเลย

          "ไอ้จานบิน ไอ้บ้าเอ๊ย !" ประตูเกือบหนีบมือ ผมด่าไล่ตามหลังรถถึงมันจะขับไปไกลแล้วก็เถอะ ถึงไม่ชื่อจานบินก็จะเรียกไอ้จานบินนี่แหละเว้ย

          ระหว่างที่ผมขึ้นบันไดก็มีเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ผมซะก่อน

'ติ๊ง !'

 SMS
'หมาจานบิน'
ล้อเล่นเดี๋ยวมารับก็ได้ แต่มีข้อแม้...

         อะไรของมันอีกละเนี่ย ?


แล้วใครจะไปรู้ว่าชนหมาครั้งเดียวแล้วชีวิตจะพลิกขนาดนี้

#จานบินใบว่าน

                



ฝากส่งฟีดแบ็คกันด้วยนะคะ
คอมเม้นท์ & เฟบ
แต้งยูโซมัสค่า
มาทักทายกันได้ที่ @qallent
              

            



     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

163 ความคิดเห็น

  1. #153 iaaooa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 23:22
    มีความวุ่นวายมาก55555555
    #153
    0
  2. #143 wwhatever (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 17:01
    น่ารักกก ชอบชื่อจานบิน5555 มุ้งมิ้งใสๆอะชอบ5555
    #143
    0
  3. #96 powder (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 17:47
    แงงงฟิคน่ารักมากเยยชอบชื่ออ่ะมิ้งดี
    #96
    0
  4. #58 ทาสรักฮันบิน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 18:58
    เป็นเซ้นส์การรู้ชื่อที่แรงมาก 5555555 ชอบๆ
    #58
    0
  5. #36 พาสสะเทล พีอาร์. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 03:12
    ชื่อกูจำง่ายแค่สองพยางค์ จานบินไงจะใครล่ะ55
    #36
    0
  6. #33 mistergalaxy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 00:35
    โอยยยยยยยยยชอบจัยอ่ะ แงงง เราโคดชอบ มาอัพถี่ๆเลยน้าไรท์ ฮือออออ ฟิคที่ตามหาเลยอ่ะ ใบว่าน น่าแร๊กกก
    #33
    0
  7. #17 hbortuan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 19:49
    จานบินโครตซ่าอะ เค้าว่าคนที่กัดบ่อยๆกันมักจะรักกันนะระวังไว้ให้ดีคุณหมอใบว่านคุณชายจานบิน555555555555
    #17
    0
  8. #11 mayoona (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 04:01
    กรี้ด ไมมันน่ารักงี้อะ ทำไมเถียงกันน่ารักคะฮือ55555555555 ขำจานบิน ขำ ขำแรงมาก ฮือลูกขา5555555
    #11
    0
  9. #10 LetFly_Sky (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 00:35
    ฮื่ออออ น่ารักก โอ้ย อ่านไปเขินไป แค่ชื่อจานบินยังเขินเลยค่ะ T _______ T
    #10
    0
  10. #9 ออกัสจังง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 19:51
    กรี้ดดดดดดดด ว่าแล้วทำไมคำมันคุ้นๆ พอเห็น 2 หัวบินจินอันสุดท้ายรู้เลยฟิคของใคร เฟบรอค่ะ 55
    #9
    0
  11. #8 pinkypiez_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 16:42
    ตลกทั้งชื่อคนชื่อหมาเลยค่ะ ที่มาของชื่อจานบินแหวกแนวไปอีกอะชอบมาก รอเลยค่า
    #8
    0
  12. #6 kimmild (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 16:28
    โอ้ยรู้สึกชอบ เฟบรอ555555555555
    #6
    0
  13. #4 t.lion (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 15:35
    มีความเก๋ไก๋ในชื่อ55555555555
    #4
    0
  14. #3 kaohomq (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 13:51
    จานบินกับใบว่านน่ารักมากกกกกกกกกกกกก นั่งอ่านไปยิ้มไป โถ่มัวแต่เถียงกันเดี๋ยวมาโนชก็เดี้ยงหรอก น่ารักอ่ะ จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #3
    0