นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS] We are married. #MINHOON #WINNER

โดย Zilent_

หากพูดถึงงานแต่งงาน ช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิตใครหนึ่งคน ... คุณคิดถึงอะไร ?

ยอดวิวรวม

153

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


153

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  31 ก.ค. 62 / 08:39 น.
นิยาย [OS] We are married. #MINHOON #WINNER

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 31 ก.ค. 62 / 08:39


[OS] We are married. #MINHOON #WINNER

 

หากพูดถึงงานแต่งงาน ช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิตใครหนึ่งคน

 

คุณคิดถึงอะไร ?

 

งานพิธีอันงดงาม ศักดิ์สิทธิ์ บริสุทธิ์ ท่ามกลางอาคารโบสถ์สีขาวเคล้าเสียงเปียโน ดอกกุหลาบหลากสีประดับตกแต่งไม่ให้พื้นที่ดูโล่งหรืออ้างว้างจนเกินไปส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วอาณาบริเวณ ที่นั่งรองรับแขกเหรื่อพร้อมร่วมงานแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวในชุดแต่งงานสีอ่อนดูบริสุทธิ์ผุดผ่องด้วยความชื่นมื่น วิดีโอพรีเวดดิ้งเปิดให้ชมระหว่างรอพิธีสำคัญ แหวนทองเกลี้ยงเป็นสัญลักษณ์ของรักนิรันดร์ซึ่งจะถูกนำมาสวมบนนิ้วนางข้างซ้ายของทั้งฝ่ายเจ้าบ่ายและฝ่ายเจ้าสาวเพื่อแทนใจดั่งคำสัญญาว่าคนสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

           

ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์

 

ไม่ว่าจะยากดีมีจน

 

หรือตราบชั่วฟ้าดินสลาย ...

 

แต่ภาพเหล่านั้นคงไม่มีวันเกิดขึ้นกับซงมินโฮ ภาพที่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเกิดขึ้นในช่วงวัยยี่สิบปลายๆ แต่กลับพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า มันจางหายไปราวกับฝันกลางวันค่อยๆ เลือนลางไปเมื่อลืมตาตื่น

 

"ซงมินโฮ ฉันบอกนายแล้วไงว่าให้ปลุกกันด้วย ! วันนี้ฉันต้องเข้าประชุมบอร์ดบริหารนะ !"

 

ชายหนุ่มวัยใกล้สามสิบปีส่งเสียงสูงทะลุหนึ่งร้อยยี่สิบเดซิเบลพลางถีบตัวเองให้ลุกจากที่นอนนิ่ม ชายผ้าห่มถูกเลิกขึ้นรวมถึงเตียงนอนหลังใหญ่ยกตัวดีดให้ใครอีกคนซึ่งนอนอยู่ข้างกันค่อยๆ งัวเงียตื่นตาม

 

ตาเรียวที่ยังคงปูดบวมเนื่องจากการพักผ่อนไม่เพียงพอถูกขยี้เบาๆ ด้วยสองมือจนเจ้าตัวตื่นเต็มตา เจ้าของกายผิวสีน้ำผึ้งสวยในชุดนอนเสื้อเชิ้ตแขนขายาวสีครีมรู้สึกหงุดหงิดจนต้องปรายตามองชายตัวสูงรูปร่างติดจะใหญ่กุลีกุจอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวทับผิวกายสีเดียวกัน รอยสักสีสดบริเวณท้ายทอยและสีข้างด้านขวานั้นไม่นานก็ถูกปกปิดจนมองไม่ออกเลยว่าเจ้าตัวนั้นมีรอยสัก

 

"มันก็ยังพอมีเวลานี่ ..."

 

มินโฮตอบไปส่งๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดูนาฬิกา ซ้ำยังทิ้งตัวเกลือกกลิ้งให้ร่างกายจมหายไปกับผืนผ้าห่มหนาพร้อมจะนอนหลับฝันหวานอีกครั้งทั้งๆ ที่เช้ามากๆ และตะวันก็เริ่มทอแสงเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่

 

เจ้าของกายสูงใหญ่จัดเนคไทเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนทิ้งตัวลงนั่งข้างร่างซึ่งถูกห่อเป็นมัมมี่อียิปต์ อีซึงฮุนเลื่อนมือเกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเหลือบทองที่แม้จะตัดจนสั้นเกือบเกรียน แต่เวลาที่เจ้าตัวดีนอน กลุ่มเส้นผมนั้นก็กลับฟูฟ่องจนนึกน่าขำ

 

"ขอโทษที่ดุนะ แต่ฉันกลัวไปไม่ทันประชุมจริงๆ"

 

ผู้ที่อายุน้อยกว่าเลื่อนผ้าห่มลงพลางกรอกสายตามองอีกคนอย่างไม่คิดอะไรมากมาย มินโฮนึกปลงกับชีวิตของตัวเองตั้งแต่อายุยี่สิบปีบริบูรณ์แล้ว เพราะคนตรงหน้าเขานั้นคือคนเดียวที่จะมาช่วยชีวิตครอบครัวของเขาเอาไว้

 

หากย้อนกลับไปราวๆ แปดปีก่อน ...

 

ในยุคที่โรงพยาบาลศัลยกรรมเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้คนมักจะเสริมความงามกันด้วยการผ่าตัดซึ่งเป็นวิธีการที่รวดเร็ว แม้จะไม่ปลอดภัยมากนักในช่วงนั้น แต่เพื่อแลกกับความสวยความงามเป็นรางวัลจึงทำให้ผลิตภัณฑ์จำพวกเวชสำอางจากธรรมชาติที่บ้านของมินโฮเป็นผู้ผลิตซบเซาลงอย่างมาก ยอดการสั่งซื้อลดน้อยลงจนเกือบถูกฟ้องล้มละลาย โชคดีที่บ้านของซึงฮุนซึ่งเปิดโรงพยาบาลยินดีเข้ามาช่วยเหลือโดยการนำเวชสำอางเหล่านั้นมาใช้กับคนไข้ในโรงพยาบาล

 

โดยมีข้อแม้ว่าลูกชายทั้งสองต้องแต่งงานกัน !

 

ผู้ใหญ่มักจะหัวโบราณโดยการคลุมถุงชน แต่กลับมองข้ามเรื่องเพศ ...

 

พอมองย้อนไปแล้ว เหมือนพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายขายวิญญาณของตัวเองให้กับปีศาจอย่างไรอย่างนั้น

 

ตลกสิ้นดี !

 

งานแต่งงานระหว่างมินโฮและซึงฮุนจัดขึ้นแบบเรียบง่าย ไร้แขกเหรื่อสิบนับร้อยมาร่วมงาน ไร้ดอกไม้สวยสดส่งกลิ่นหอม ไร้บาทหลวงมาประกอบพิธีอันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ ไร้สถานที่จัดงานสุดหรูหรา ไร้ชุดทักซิโด้สวยงาม มีเพียงสิ่งเดียวที่ยึดคนทั้งสองไว้คือ ...

 

แหวนทองเนื้อเกลี้ยงคนละหนึ่งวงเท่านั้น

 

ความฝันเรื่องงานแต่งงานในวัยเยาว์ของมินโฮพังลงไม่เป็นท่าทันที ทุกอย่างเหมือนหยุดไม่ให้ชีวิตของมินโฮเติบโตหรือเดินต่อไปข้างหน้า ราวกับถูกจำกัดตีกรอบอิสรภาพ ทุกอย่างต้องมาจมลงไปกับตาเพราะผู้ชายที่ชื่ออีซึงฮุน

 

มินโฮไม่รู้ว่าซึงฮุนจะคิดเหมือนกันกับเขาไหม ? แต่เขาคิดมาตลอด

 

"พี่ซึงฮุน ..."

 

"ว่าไงครับ ?"

 

"เราหย่ากันเถอะ" นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มินโฮยื่นข้อเสนอนี้ให้กับซึงฮุน ชายหนุ่มร่างสูงหยุดมือที่เกลี่ยเรือนผมสั้นแต่นุ่มนิ่มอย่างน่าประหลาด คู่ตาเล็กไม่ฉายแววสงสัยกับคำเสนอนั้น ตลอดเวลาร่วมเจ็ดปี คำขอหย่าออกจากปากของมินโฮมานับครั้งไม่ถ้วน ซึงฮุนไม่เคยให้คำตอบ และเวลาร่วมเจ็ดปีนั้นก็ไม่ได้ส่งผลให้ซึงฮุนคิดมาก เพราะเขาไม่สนใจกับอาถรรพ์เลขเจ็ดอะไรนั้นเลย "ถึงเราอยู่ด้วยกันไปก็ไม่มีความสุข เพราะเราไม่ได้รักกันตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่ มันหมดเวลาของการใช้ชีวิตคู่จอมปลอมแล้ว งานแต่งงานของเราเกิดจากความไม่เต็มใจกันทั้งสองฝ่ายไม่ใช่หรอ ? จากนี้ไปพี่จะเป็นอิสระ ผมจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามที่ใจต้องการ ไม่ต้องมาคอยอึดอัดสร้างภาพเสแสร้งกับผู้หลักผู้ใหญ่ว่าเราสองคนรักกัน ..."

 

"รอฉันกลับมาค่อยคุยเรื่องนี้กันนะ"

 

รอยจุมพิตถูกประทับลงหน้าผากสวยของคนตัวเล็กก่อนเจ้าของร่างสูงจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้อีกฝ่ายจมลงกับห้วงความเจ็บปวด น้ำตาร้อนรื้นขึ้นตามขอบตาก่อนจะรับน้ำหนักตัวเองไม่ไหวเริ่มไหลจนชุ่มไปตามเรือนผม ทุกครั้งที่ซึงฮุนทำแบบนี้มันเท่ากับเขามองข้ามความต้องการของมินโฮ ทุกครั้งที่ซึงฮุนบอกปัดส่งๆ มันก็เหมือนกับวนลูปอยู่กับสิ่งเดิมๆ นั้นคือการปฏิเสธคำขอหย่าทุกครั้ง

 

แต่ครั้งนี้ มินโฮจะไม่ทน ...

 

เจ้าของกายผิวสีน้ำผึ้งรีบตะกายตัวเองให้ลุกจากเตียงนิ่ม กระเป๋าเดินทางถูกคลุมด้วยซองพลาสติกอย่างดีถูกนำออกมาจากตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ สองมือพยายามหยิบจับเอาข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองลงกระเป๋าทรงเหลี่ยมให้ได้มากที่สุด ชุดนอนสีอ่อนถูกเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อยืดสีเหลืองสดและกางเกงยีนส์ตัวโคร่งราวกับย้อนไปในสมัยพ่อแม่ เจ้าตัวรีบเข็นกระเป๋าเดินทางใบนั้นออกจากบ้านโดยไม่คิดหันหลังกลับไปมองมันอีก

 

ลาก่อนชีวิตดุจดั่งนกน้อยในกรงทอง ร่วมเจ็ดปี ...

 


 

 

การประชุมบอร์ดผู้บริหารของโรงพยาบาลดำเนินการมาเนิ่นนานจนคาบเกี่ยวเวลาอาหารกลางวัน ซึงฮุนยกมือกุมท้องว่างเปล่าด้วยความหิว ตลอดเวลาช่วงเช้าเขาต้องใช้สมองในการถกกับผู้บริหารรวมถึงหมอท่านอื่นๆ นาฬิกาบนข้อมือขาวบอกเวลาเที่ยงครึ่งสมควรแล้วที่ท้องว่างเปล่าจะประท้วงหิว ซึงฮุนตรงเข้าร้านคิมบับร้านอร่อยใกล้กับโรงพยาบาลด้วยรอยยิ้ม มินโฮเป็นคนกินง่ายแต่อยู่ยาก ข้อนี้ซึงฮุนจำได้ขึ้นใจ วันแรกที่มินโฮย้ายมาอยู่ในบ้าน เจ้าตัวจ้อยเอาแต่สร้างกำแพงและอาณาเขตของตัวเอง แต่กลับกินรามยอนและกิมจิจนหมดตู้เย็น

 

กินแม้กระทั่งอาหารกระป๋องที่ซึงฮุนไม่ชอบเอาเสียเลย

 

จริงอยู่ที่การแต่งงานในครั้งนี้จะเกิดจากความไม่เต็มใจของทั้งซึงฮุนและมินโฮ แต่พอได้อยู่ใกล้ๆ ค่อยๆ เรียนรู้กันไปในแต่ละวันมันทำให้ซึงฮุนเห็นความน่ารักสดใสรวมถึงเด๋อด๋าในตัวของอีกคน ไม่แปลกใจเลยหากตลอดเวลาเจ็ดปีเมื่ออีกฝ่ายยื่นคำขาดขอหย่าทีไร ซึงฮุนจะเอาแต่หลีกเลี่ยงไม่ตอบโต้

 

เพราะเขาเองไม่อยากหย่า

 

ซึงฮุนอยากมีมินโฮแบบนี้ทุกวัน

 

ให้มินโฮเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวดีๆ ในชีวิตเขา

 

ประตูบ้านบานโตถูกผลักเข้าไปภายในตัวเรือนใหญ่ สิ่งเดียวเมื่อร่างกายสูงใหญ่ของซึงฮุนสัมผัสได้นั้นคือความเงียบงัน โดยปกติเมื่อเขาเดินเข้ามาในตัวบ้านจะได้ยินเสียงเพลงสากลที่มินโฮชอบฟังเป็นประจำทุกวัน แต่วันนี้กลับไม่มีแม้แต่ลมหายใจของมนุษย์ ไม่มีเสียงฝีเท้าของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดเจ็ดปี และไม่มีแม้กระทั่งข้าวของเครื่องใช้ของมินโฮซึ่งวางระเกะระกะจนบางครั้งก็รำคาญสายตาซึงฮุนเนื่องจากเขาเป็นคนมีระเบียบ

 

ถุงบรรจุอาหารมื้อเที่ยงที่ตั้งใจนำมาทานด้วยกันกับคนรักร่วงลงกับพื้น คิมบับแสนอร่อยเกลื่อนจนไม่น่าทาน สติที่เคยกระเจิดกระเจิงไปถูกรวบรวมกอบสู่ห้วงสมอง เมื่อซึงฮุนมีสติพอเขาก็ไม่รอช้าที่จะขยับเท้าออกวิ่งไปตามท้องถนนโดยไม่ลืมที่จะหยิบอะไรบางอย่างไปด้วย

 

ผู้คนนับร้อยนับพันเดินขวักไขว่กันตามริมฟุตบาทไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการตามหามินโฮเลยแม้แต่น้อย เขาไม่รู้ว่ามินโฮออกจากบ้านไปตอนไหน ? และไม่รู้ว่าป่านนี้จะไปถึงไหนแล้ว ? โทรศัพท์มือถือพยายามต่อสายไปหาคนที่ใจปรารถนาหากแต่ไร้การโต้ตอบ มีแต่เสียงสัญญาณอัตโนมัติให้ฝากข้อความไว้เท่านั้น

 

ซงมินโฮ ... นายอยู่ไหนกันนะ ?

 

คู่ขายาวยังคงวิ่งต่อไปแม้ไร้ทิศทางว่าเขาควรไปทางใด ซึงฮุนไม่รู้ว่าเขาควรตามหามินโฮที่ไหน สถานที่ที่เป็นความทรงจำระหว่างกันเขาก็ไปตามหาเสียจนทั่วไปหมดแล้ว

 

ทั่วทั้งโซล ไม่มีจุดไหนมุมไหนที่ซึงฮุนไม่ออกตามหา เขาวิ่งไปทั่วอย่างไร้จุดหมาย แต่ความหวังยังคงคอยบอกเขาให้สู้จนสุดตัว แม้จะเหนื่อยล้าจนเหงื่อไคลไหล แม้จะต้องตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายจนเสียงแห้ง หรือแม้ขาทั้งสองข้างจะหมดแรง แต่หัวใจของซึงฮุนก็ยังคงสั่งการให้เจ้าของกายสูงตามหาต่อไป

 

เพราะซึงฮุนรักมินโฮเข้าแล้วจริงๆ

 

และซึงฮุนก็เชื่อว่ามินโฮเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ... ไม่อย่างนั้นแล้วมินโฮจะทนอยู่กับคนอย่างเขาทำไมถึงเจ็ดปีโดยไม่มีเรื่องผู้หญิงอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง !

 

นายอยู่ที่ไหนกันนะ ซงมินโฮ !

 


 

 

            ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่มินโฮตัดสินใจออกจากบ้านของซึงฮุน

 

ตาคมเหม่อมองต้นกกเขียวขจีบนพื้นที่ชุ่มน้ำของสวนอนุรักษ์ธรรมชาติอ่าวซุนชอน สายลมเย็นพัดผ่านร่างกายจนรู้สึกผ่อนคลายแต่กลับไม่สบายใจเท่าที่ควรจะเป็น ขายาวเดินทอดน่องไปตามสะพานไม้ทอดยาวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา มินโฮยกกล้องตัวโตขึ้นมาถ่ายรูปพื้นที่สีเขียว ต้นกกเขียวขจีคือตัวช่วยให้รู้สึกดีสำหรับใครหลายคนแต่กับมินโฮช่างตรงกันข้าม เขาเหนื่อยล้ากับการตอบคำถามตัวเองว่า ...

 

ที่เขาเป็นอยู่มันดีแล้วจริงๆ หรอ ?

 

โทรศัพท์มือถือที่เขาตัดสินเปลี่ยนซิมการ์ดใช้เบอร์ใหม่และเก็บอีกซิมเอาไว้เป็นอย่างดีถูกยกขึ้น หน้าจอยังคงแสดงรูปถ่ายของเขาและซึงฮุน ยิ้มบนใบหน้าตี๋ฉีกกว้างจนดันให้โหนกแก้มกลมขึ้นรูปคล้ายลูกมะนาว หน่วยตาเล็กแทบปิดเข้าหากัน ตอนนั้นมินโฮไม่ได้คิดอะไร หากแต่ตอนนี้นั้นเขากลับจุดยิ้มตามแม้น้ำตาร้อนๆ จะไหลรินก็ตาม

 

เขาเคยคิดว่าซึงฮุนคือตัวปัญหาเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาให้แย่ลง แต่พอเอาเข้าจริงเมื่อไม่มีซึงฮุน โลกของเขากลับเงียบงัน ไร้เสียงหัวเราะ และน่าอึดอัดกว่าตอนที่มีซึงฮุนคอยก่อกวน ล้อเล่น และดูแลเขาเป็นอย่างดี

 

แม้จะเป็นการแต่งงานแค่ในนาม แต่ตอนนี้มินโฮรู้แล้วว่าจริงๆ แล้วนั้น ...

 

เขาขาดซึงฮุนไปไม่ได้

 

เขารักอีซึงฮุน ...

 

ตาเรียวเบิกโพลงเมื่ออยู่ดีๆ ร่างกายก็ได้รับแรงปะทะจากทางด้านหลังพร้อมๆ กับความรู้สึกอบอุ่นแผ่กระจายไปทั่วทั้งตัวอย่างประหลาด สองแขนที่โอบกอดรัดผ่านแขนทั้งสองข้างมาสอดประสานกันตรงหน้าท้อง ลมหายใจอุ่นเป่ารดใบหูสร้างความรู้สึกหวาบไหว กลิ่นกายหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของคนที่จมอยู่ในห้วงความคิดถึงมาโดยตลอดชัดเจนมากขึ้น มินโฮรู้สึกเหมือนถูกจับมัดมือมัดเท้าก่อนส่งเข้าช่องแช่แข็งเพียงสามวินาทีแล้วย้ายออกมาตั้งอยู่ข้างเตาผิงอันอบอุ่นทันทีเมื่อร่างกายกำลังชาไหว

 

"ฉันคิดถึงนาย"

 

เพียงประโยคสั้นๆ ประโยคเดียวก็ทำเอาหัวใจของมินโฮสั่นไหว ตลอดเวลาเจ็ดปีที่ผ่านมาซึงฮุนไม่เคยแสดงออกว่าพวกเขาใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ราวกับว่าเป็นเพียงแค่รูมเมทอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันเพียงเท่านั้น ไม่มีการแสดงออกมากไปกว่าจับมือเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ซึงฮุนเองคงให้เกียรติกับมินโฮเช่นกัน ที่แม้จะแต่งงานกันแล้ว ถึงจะเป็นแค่ในนาม แต่ก็ไม่เคยคิดหยาบคายหรือล่วงเกินมินโฮเลย

 

"พี่ซึงฮุน ..." น้ำเสียงแหบพร่า สั่นไหวเพราะต้องกลืนก้อนสะอื้นลงลำคอไปอย่างยากลำบากนั้นทำมินโฮพูดติดขัดไปเสียหมดจนนึกรำคาญตัวเอง น้ำตาร้อนไหลอาบแก้มเนียนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไหลเพราะดีใจมากๆ เมื่อคนที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าโหยหามาโดยตลอดอยู่ตรงนี้ ข้างๆ เขาแล้ว "หากันเจอได้ยังไง ?"

 

"ด้ายแดงที่ผูกนายกับฉันเข้าไว้ด้วยกันไง" อ้อมแขนค่อยๆ คลายออกก่อนเลื่อนขึ้นจับบ่าไหล่ของคนตัวเล็กกว่า ซึงฮุนออกแรงหมุนกายเจ้าตัวจ้อยเพียงนิดมินโฮก็หันมาตามแรงหมุน ความรู้สึกทุกอย่างหลั่งไหลออกมาราวกับสายน้ำเมื่อคู่ตาเรียวสบเข้ากับหน่วยตาเล็กของคนตัวสูง "ด้ายแดงคือสิ่งเดียวที่จะชักนำให้ฉันเจอกับนาย ต่อให้นายหนีไปไกลสุดขอบโลก ฉันก็จะตามด้ายแดงไป"

 

"แต่เราไม่ได้รักกัน ..." มินโฮพูดประโยคปฏิเสธอย่างยากลำบาก น้ำลายในปากรู้สึกเหนียวไปหมดจนยากจะกลืนมันลงไป การพูดอะไรที่ตรงข้ามกับความรู้สึกมันยากแบบนี้นี่เองสินะ "จะมีด้ายแดงมาผูกมัดเราไว้ได้ยังไง ?"

 

"งั้นมาทำให้ทุกอย่างชัดเจนกันดีไหม ? มาทำให้ด้ายแดงผูกเราสองคนเอาไว้ดีรึเปล่า ?"

 

มือหนาประคองมือซ้ายของอีกฝ่ายขึ้นก่อนจะพยายามรูดเอาแหวนทองซึ่งประดับอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายออก หากแต่ยังไม่ทันจะออกแรงดึงมันออก มินโฮก็รีบชักมือกลับด้วยอาการตกใจ

 

แค่นี้ก็รู้แล้วว่ามินโฮเองก็มีใจให้เขา

 

หากไม่มีความรู้สึกอย่างเดียวกัน คงยอมให้ซึงฮุนถอดแหวนวงนั้นออกอย่างง่ายดายแล้วแน่ๆ

 

"พี่จะทำอะไรน่ะ ?!"

 

คนตัวเล็กน่ะอ่านใจได้ง่ายจะตายไป ขอบตาแดงช้ำไม่อาจปกปิดแววตาสั่นไหวด้วยความกลัวไว้ได้ ซึงฮุนอดไม่ได้ที่จะเลื่อนนิ้วหัวแม่มือขึ้นลูบไล้แก้มเนียนที่มีคราบน้ำตาจางๆ ทุกการกระทำ มินโฮไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธเขาเลย

 

"ฉันรักนายนะ ซงมินโฮ"

 

"..."

 

"เจ็ดปีมันมากพอที่จะทำให้ฉันรักนายขึ้นมาจริงๆ จากตอนแรกที่ฉันคิดว่าจะเล่นตามน้ำไป ต่อให้ถูกคลุมถุงชนก็คงไม่มีปัญหาอะไรเพราะหากธุรกิจของบ้านนายดีขึ้นจริงๆ ตอนนั้นฉันก็พร้อมจะหย่า ..." มือหนาดึงมือของอีกฝ่ายมากุมไว้อีกครั้ง "แต่พอเอาเข้าจริง ความสดใสของนายมันค่อยๆ สร้างความประทับใจให้กับฉัน จนสุดท้ายมันก็ก่อเกิดเป็นความรักโดยที่ฉันไม่รู้ตัว มินโฮอา ... นายคงสงสัยทุกครั้งที่นายเอาแต่ขอหย่าแต่ฉันไม่เคยให้คำตอบนั้นเลยใช่ไหม เพราะฉันรักนายไง ฉันถึงไม่ยอมหย่า"

 

หัวใจเจ้ากรรมกระตุกก่อนจะเริ่มเต้นถี่ อุณหภูมิร่างกายอยู่ดีๆ ก็เริ่มสูงซ้ำขึ้นหน้า ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับมินโฮเลยนั้นสร้างสิ่งน่าประหลาดคิดหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ รอยยิ้มแย้มเปื้อนบนหน้าโดยอัตโนมัติ

 

"ผมเองก็เพิ่งรู้ตัวเหมือนกัน" ปากบางประดับด้วยจิลเงินอันเล็กหลุดพูดไปก่อนสมองจะสั่งการให้พูดจนอยากยกมือขึ้นตบปากตัวเอง แต่เมื่อมาคิดๆ ดู มันคงถึงเวลาของการยอมรับและซื่อสัตย์ต่อหัวใจของตัวเองจริงๆ เสียที "ผมเองก็รักพี่ซึงฮุนครับ ..."

 

"ในเมื่อใจเราตรงกันแล้ว มาทำทุกอย่างให้ถูกต้องกันนะครับ"

 

            แหวนทองเนื้อเกลี้ยงค่อยๆ บรรจงถูกรูดออกจากเรียวนิ้วนางข้างซ้าย แม้มินโฮจะยังไม่เข้าใจอะไรมากนักแต่ก็พร้อมทำตามความต้องการของอีกคน

 

แหวนวงนั้นถูกขว้างหายไปในดงต้นกกจนมินโฮเองนึกตกใจ ความถูกต้องของผู้ชายชื่ออีซึงฮุนคืออะไร ? เขาคงทำได้แค่รอดูต่อไป ... ใช่ไหม ?

 

กล่องกำมะหยี่ทรงเหลี่ยมและมุมมนดูนุ่มมือถูกหยิบฉวยออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านในที่เจ้าตัวสวมใส่อยู่ ฝาของมันถูกเปิดออกก่อนสิ่งของภายในจะสะท้อนกับแสงตะวัน สิ่งนั้นคล้ายกับของที่เพิ่งถูกโยนทิ้งไปไกลตัว เพียงแต่รอบวงภายในมีรอยสลักชื่อมินโฮเอาไว้ ...

 

ซึงฮุนคุกเข่าลงกับกับพื้นไม้สีน้ำตาลเข้มตอกตะปูลาดยาวไปสุดตาท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม สีเขียวขจีของต้นกกรอบข้างเป็นเหมือนฉากหลังอันโรแมนติก สายลมเอื่อยพัดพาเอากลิ่นไอความโรแมนติกโรยอยู่ท่ามกลางคนทั้งสองโดยไม่คิดหยุดหย่อน

 

"มินโฮยา ... แต่งงานกันนะ"

 

"พี่ซึงฮุน ..."

 

"ครั้งนี้จะไม่มีการคลุมถุงชนอีกแล้ว เพราะฉันมั่นใจว่าการแต่งงานครั้งนี้ จะเกิดขึ้นจากความรักของเรา ..."

 

"..."

 

"มินโฮครับ ... แต่งงานกับพี่ซึงฮุนนะครับ"

 

ทุกคนคงรู้คำตอบดีใช่ไหมครับ ... ว่าผมจะตอบพี่ซึงฮุนว่าอย่างไร

 


 

 

ทำไมพี่เรนท์รู้สึกเหมือนคุณอีเขาขอพี่เรนท์แต่งงานเลย

 

แอร๊ยยยยยย ... แต่งเองฟินเอง กินข้าวอร่อยคนเดียวเลย

 

คิคิ ...

 

เจอกันใหม่ฟิคเรื่องหน้าค่า

 

Enjoy นะคะ จุ๊บ จู๊บ ...

ผลงานอื่นๆ ของ Zilent_

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 maetamilk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:33

    งื้อออออออน่ารัก
    #1
    1
    • #1-1 Zilent_(จากตอนที่ 1)
      7 สิงหาคม 2562 / 10:56
      แต่งไปยังแอบอมยิ้มคนเดียวเลยค่ะ *^^*
      #1-1