คัดลอกลิงก์เเล้ว

[TWICE] Every Rainy Day #MiChaeng

โดย Yawarakai

"อยากให้เป็นอย่างนี้นานๆ อยากมีคุณอยู่ข้างในวันที่ฟ้าหม่น ถึงฝนจะโปรยเท่าไหร่ แค่ขอมีคุณเคียงกาย" อยากให้เป็นอย่างนี้ทุกวัน - Summer Stop

ยอดวิวรวม

715

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


715

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


20
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ธ.ค. 60 / 08:06 น.
นิยาย [TWICE] Every Rainy Day #MiChaeng [TWICE] Every Rainy Day #MiChaeng | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


[TWICE] Every Rainy Day #MiChaeng




เรื่องอาจจะสั้นไปหน่อย

อ่านแล้วถ้างงๆ ก็ขอโทษด้วยนะคะ


แค่ชอบเพลง อยากให้เป็นอย่างนี้ทุกวัน - Summer stop เฉยๆค่ะ  เลยลองแต่งดู

ลองฟังเพลงด้วยก็ได้นะคะ  อารมณ์มันจะหม่นๆแต่อุ่นๆ

ขอบคุณที่อ่านนะคะ ><

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ธ.ค. 60 / 08:06



Every Rainy Day  #MiChaeng

 

ฉันชอบวันที่ฝนตก

แต่ฉันเกลียดหยดน้ำสกปรกที่หล่นมาจากท้องฟ้า

เกลียดกลิ่นดินเหม็นชื้นที่ลอยมากระทบจมูก

เกลียดความเฉอะแฉะบนพื้นถนน

รวมไปถึงการจราจรที่ติดขัด 

และผู้คนที่กระจุกรวมกันอยู่ใต้ที่ร่มอันน้อยนิดที่ใดสักที่หนึ่งด้วย

แต่ถึงอย่างนั้น  

.

.

.

ฉันก็ยังชอบวันที่ฝนตกมากที่สุดอยู่ดี

 

 

อีกครั้งที่การพยากรณ์อากาศจากเสียงตามสายในหมู่บ้านทำให้ฉันใจชื้น ฉันอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรเล็กๆที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองพอสมควร  เสียงของโฆษกประจำหมู่บ้านดังขึ้นทุกๆ 6 นาฬิกา  เธอมาเพื่อรายงานสภาพอากาศ  การจราจรโดยรวม  ข่าวสารสำคัญนิดหน่อย และมักจะจบด้วยสาระน่ารู้เล็กๆที่เธอหามาฝากสมาชิกหมู่บ้าน  วันนี้เธอบอกว่าฝนจะตก  ฉันเลยรีบเตรียมตัวเองให้พร้อมกับสภาพอากาศที่กำลังจะได้เจอ  ทั้งที่ฉันเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าฝนจะตกจริงๆหรือเปล่า วันนี้ฝนอาจจะตกหรือไม่ตกก็ได้ไม่มีใครล่วงรู้  แต่ถ้าฝนตกจริง ฉันถือว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ  


.

.

.

.

.

 

 

ฝนตกแล้ว...

 

 

ฉันเดินเท้าไปรอขึ้นรถเมล์ที่หน้าหมู่บ้าน เพียงไม่กี่อึดใจ รถเมล์สายที่ฉันต้องการก็มาถึง การรอคอยของวันธรรมดา  ไม่ยาวนานและทรมานเท่าวันที่ฝนตก  แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังคงอมยิ้มและรู้สึกชื้นอยู่ในใจ 

การเดินทางนั้นใช้เวลาไม่มาก เพียงครึ่งชั่วโมง ฉันก็พาตัวเองมายังอีกสถานที่หนึ่ง  ในละแวกนี้มีผู้คนพลุกพล่านกว่าย่านที่ฉันอยู่อาศัย คนมากมายเดินผ่านไปมา  หลายคนก็เริ่มวิ่งเพราะเมฆครึ้มที่ก่อตัวอยู่เหนือศีรษะเป็นสัญญาณเตือนพวกเขาว่าฝนกำลังจะตก  คงมีแต่ฉันที่ยืนนิ่งอยู่กับที่  รอคอยการมาของ 'เธอคนนั้น' คนที่ฉันจะได้เจอแค่วันที่ฝนตก


.

.

.

.

.

 

 

เธอมาแล้ว...

 

 

เธอมาพร้อมกับหยดฝนที่เริ่มโปรยปราย มือเล็กๆของเธอรีบเปิดกระเป๋าลากใบใหญ่ที่นำมาด้วยก่อนจะหยิบร่มนับสิบคันออกมา แล้วยื่นเสนอมันให้กับทุกคนที่เดินผ่านหน้าเธอไป

"ซื้อร่มไหมคะ... ซื้อร่มไหมคะ... ซื้อร่มไหมคะ..." คนแล้วคนเล่า  ครั้งแล้วครั้งเล่า เธอได้รับการตอบรับจากคนเหล่านั้นบ้าง  ร่มของเธอถูกจำหน่ายออกไปบ้าง  แต่มันก็ยังคงเหลืออยู่มาก  ฉันขยับออกจากจุดเดิมที่ยืนอยู่เพื่อตรงไปหาเธอ  ฉันนำร่มที่พกมาด้วยยื่นให้กับชายไร้บ้านคนหนึ่งเพื่อให้เธอเห็นว่าฉันในตอนนี้ไม่มีร่มในมือแล้วและฉันจะขอซื้อร่มจากเธอ 

"ซื้อร่มไหมคะ...อ่าว คุณมินะ" เธอยื่นร่มให้ฉันโดยไม่ได้สังเกตในทีแรก แต่เมื่อเห็นฉันเต็มตาเธอจึงเอ่ยชื่อฉันด้วย  ฉันคือ 'เมียวอิ มินะ'

"สวัสดีแชยอง  ฉันขอซื้อร่มเธอหน่อย  ขอเหมาหมดเลยนะ"

ฉันรับร่มคันที่เธอยื่นให้มากางเพื่อบังฝน แล้วเก็บร่มที่ยังเหลืออยู่ในมือเธอเข้ากระเป๋าลากตามเดิม

"ด้วยความยินดีค่ะ" แชยองไม่ได้ขัดขืนการกระทำของฉัน  อีกทั้งยังอาสามาถือร่มให้ขณะที่ฉันกำลังง่วนอยู่กับการเก็บร่มเหล่านั้น...

ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ฉันทำแบบนี้   ในทุกๆวันที่ฝนตก  เธอจะมาขายร่มอยู่ตรงนี้เสมอ  เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่มักปรากฏตัวพร้อมกับกระเป๋าลากสีดำใบใหญ่  เธอสะดุดตาฉันตั้งแต่แรกเจอ  ในวันนั้นฉันซื้อร่มของเธอ และต่อจากนั้นฉันก็จดจำรอยยิ้มสดใสของเธอได้เป็นอย่างดี  

รอยยิ้มของเธอคล้ายยาเสพติด  

มันพาฉันกลับมาที่นี่ทุกวัน  

แม้วันนั้นฝนจะไม่ตกก็ตาม


 

.

.

.

.

.


 

"คุณลืมร่มอีกแล้วหรอคะ" แชยองถามฉันในครั้งที่สี่ที่ฉันไปอุดหนุนเธอ

        "อืม  เมื่อเช้าฉันรีบน่ะ" 

"อย่าลืมบ่อยสิคะ  ฉันว่ามันสิ้นเปลืองเกินไป คุณมาซื้อติดกันสามวันจนฉันจำได้แล้ว"  เธอพูดไปด้วยในขณะที่มือกำลังควานหาเงินทอนในกระเป๋า

"คุณไม่มีแบงค์เล็กกว่านี้หรอคะ  มากขนาดนี้ฉันมีเงินทอนไม่พอหรอก" เธอยื่นแบงค์กลับมาเพื่อขอแลกเปลี่ยน ในบริเวณรอบๆเธอนั้นไม่มีร้านค้าไหนขายของอยู่แล้ว  พ่อค้าแม่ค้าคนอื่นต่างก็หลบฝนกันให้จ้าละหวั่น  เหลือเพียงแต่เธอที่ยืนหยัดขายร่มอยู่กลางสายฝน  คงยากที่จะไปขอแลกเงินกับใคร

"งั้นเธอไม่ต้องทอนก็ได้  เก็บไว้เถอะ"  ฉันว่าแล้วดันมือเธอกลับไปเบา

"ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าอย่างนั้น วันหลังคุณค่อยมาจ่ายก็ได้" เธอยื่นธนบัตรกลับมาให้ฉันด้วยความดื้อดึง 

เรายืนตกลงกันเรื่องเงินทอนจนฝนเม็ดเล็กๆที่เริ่มโปรยปรายในตอนแรกนั้นเริ่มหนาและตกหนักขึ้น

"ถ้าขายหมดเธอจะกลับบ้านไหม" ฉันคำนวนจำนวนร่มที่ยังเหลืออยู่และถามเธอออกไป

"ค่ะ  ฉันจะขายจนกว่าฝนจะหยุดแต่ถ้าร่มหมดก่อนฉันก็จะรีบกลับ"

"ฉันขอซื้อร่มเธอทั้งหมดแล้วกัน"  ฉันว่าแล้วควักเงินเพิ่มให้กับเธอ  เธอนิ่งไปราวกับกำลังทำความเข้าใจ

"คุณจะเอาร่มพวกนี้ไปทำอะไรเยอะแยะคะ"  เธอถามโดยไม่อาจซ่อนความระคนบนใบหน้าได้ คิ้วของเธอขมวดขึ้นข้างหนึ่ง มันน่ารักมาก และยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอน่าเอ็นดู

"ฉันมีทางระบายร่มพวกนี้แล้วกันน่า  เธอรีบกลับบ้านเถอะ ยืนตากลมฝนบ่อยๆเดี๋ยวป่วยนะ"  ฉันรีบรับร่มของเธอมาทั้งหมดและผลักดันให้เธอกลับบ้านเร็วๆ

"ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ"  เธอค้อมหัวขอบคุณแม้ใบหน้าจะยังไม่คลายความสงสัยลงก็ตาม

"เธอชื่ออะไรหรอ  ฉันชื่อมินะนะ" ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ถามชื่อฉัน  แต่ฉันกลับอยากให้เธอรู้จักเสียเหลือเกิน

"ฉันชื่อแชยองค่ะ  ขอบคุณคุณมินะมากนะคะ"  เธอยิ้มให้ฉันอีกครั้งและเดินจากไปท่ามกลางสายฝนที่ขณะนี้ได้ตกลงมาเต็มความแรงแล้ว  ราวกับว่าก่อนหน้านั้นมันชะลอความเร็วให้ฉันได้ทำความรู้จักกับเธอก่อน  

ฉันยืนอมยิ้มอยู่ที่เดิมเฝ้ามองแผ่นหลังของเธอที่ไกลออกไปด้วยใจชื้น รอยยิ้มครั้งล่าสุดที่เธอให้กันนั้นยังคงตราตรึงเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ชั่ววินาทีที่ผ่านมา  รอยยิ้มของเธอในวันแรกที่ฉันนึกถึงอยู่เสมอนั้นยังคงมีไออุ่นๆลอยฉุยอย่างละไมละมุนอยู่ในภาพความทรงจำคล้ายกับขนมอบที่ถูกนำออกมาจากเตาไม่นานแม้ว่าจริงๆจะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตาม

 

.

.

.

.

.


 

"สวัสดีค่ะคุณมินะ" เธอเอ่ยทักฉันทันทีที่เห็นฉันเดินตรงเข้ามา

"สวัสดี  ขอซื้อร่มหน่อยสิ" เธอขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่าวันนี้ฉันไม่มีร่มติดตัวมาด้วย

"อีกแล้วหรอคะ คุณเป็นอัลไซเมอร์หรอ  ทำไมลืมได้ทุกวันเลย"  รูปประโยคเหมือนเธอจะตำหนิ แต่เธอกลับยิ้มไปด้วยขณะพูด  นั่นทำให้ฉันโล่งใจว่าเธอไม่ได้กำลังต่อว่าฉันจริงๆ

"อื้อ  สงสัยจะเป็นจริงๆเข้าสักวันแหละ"  คำตอบยียวนของฉันทำให้เธอส่ายศีรษะแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

"จริงๆเลยนะคุณมินะเนี่ย  นี่ครั้งที่ 10 แล้วมั้งคะที่คุณลืมร่มน่ะ" 

"ไม่ใช่สักหน่อย นี่ครั้งที่ 12 ต่างหาก" ฉันหัวเราะกลบเกลื่อน

"รีบรับร่มไปเถอะค่ะ  ฝนตกเริ่มหนักแล้วนะคะ  ยืนยิ้มอยู่ได้" 

"ฉันขอซื้อทั้งหมดได้ไหม"  ฉันขอเหมาร่มของเธออีกครั้ง  แต่ครั้งนี้ฉันไม่ได้อยากให้เธอรีบกลับบ้าน

"ไม่ได้หรอกค่ะ  คุณจะทำแบบนี้พร่ำเพื่อไม่ได้  ฉันไม่อยากให้คุณซื้อร่มทั้งหมดเพราะสงสารฉันนะคะ ซื้อเท่าที่จำเป็นต้องใช้ก็พอ"  แชยองรัวคำพูดออกมา เธอดูไม่สบอารมณ์นิดหน่อย แต่ฉันก็เข้าใจความรู้สึกของเธอดี

"แชยองอา  ฉันไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นสักหน่อย  ฉันมีเหตุผลที่ซื้อร่มเธอเยอะๆนะ  ขายให้ฉันเถอะ แล้วฉันจะอธิบายให้เธอฟังเอง"  ฉันคว้าร่มในมือของเธอมาทั้งหมดและยัดมันลงกระเป๋าลาก

"แต่ว่า..."  แชยองยั้งมือฉันไว้ไม่ให้รีบร้อนเก็บของเหล่านั้น

"เถอะน่า...ไปหาโกโก้อุ่นๆดื่มกัน  ฉันขอเลี้ยงนะ"  ฉันไม่รอให้แชยองได้พูดต่อ  ฉันรู้ว่าเธอคงสับสนและไม่เข้าใจ  แต่ฉันจะใช้โอกาสนี้แหละพูดคุยกับเธอ

วันนี้ฉันตั้งใจจะชวนเธอไปหาอะไรอุ่นๆดื่มระหว่างรอฝนหยุดตกอยู่แล้ว และสถานการณ์ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นใจให้ฉันได้ทำแบบนั้นพอดีโดยไม่ต้องร้องขอออกไปซึ่งหน้า  ซึ่งฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะกล้าพอที่จะเอ่ยปากชวนเธอไปตรงๆไหม  อยากจะขอบคุณโอกาสที่ประจวบเหมาะนี้เสียเหลือเกิน

 

.

.

.

.

.



"คุณซื้อร่มไปทำไมตั้งเยอะแยะคะ"  แชยองเอ่ยถามทันทีที่เราทั้งสองคนเข้ามานั่งในร้านกาแฟเล็กๆแถวนั้น

"ซื้อไปให้คนอื่นน่ะ"  ตอนนี้ฉันรู้สึกประหม่านิดหน่อย  เพราะหัวใจของฉันมันดันเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ฉันไม่สามารถมองหน้าเธอตรงๆได้เลยสักนิด เพราะทุกๆครั้งที่ได้มองหน้าของเธอ  ฉันก็จะรู้สึกว่าเธอน่ารักเกินไป และจากนั้นฉันก็จะเขินจนหน้าขึ้นสี  ฉันซ่อนความเขินอายเหล่านั้นด้วยการเสมองออกไปนอกหน้าต่าง  มองดูหยดฝนที่ฉันเกลียดหนักหนา  แล้วนึกรู้สึกขอบคุณพวกมันอยู่ในใจ

 


บทสนทนาของเราสองคนขาดตอนไปครู่หนึ่งเพราะพนักงานนำเครื่องดื่มที่สั่งไว้มาเสิร์ฟ  เธอสั่งนมร้อน  ส่วนฉันสั่งโกโก้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมองหน้าเธอจริงๆนะ  แต่ทุกครั้งที่เงยหน้าขึ้นมาจากการจิบโกโก้ในถ้วย  สายตาของฉันมันก็มองไปที่แชยองโดยอัตโนมัติ ภาพตรงหน้าที่เห็นไม่ต่างจากการนั่งดูเด็กน้อยคนหนึ่ง  เธอจิบนมร้อนเบาๆและเมื่อเธอลดแก้วลง ฉันก็เห็นคราบนมติดอยู่ที่ขอบปากของเธอบางๆ ฉันเผลอมองริมฝีปากคู่นั้นแล้วเลียริมฝีปากของตัวเองโดยไม่รู้ตัว  กว่าจะรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปก็ตอนที่คนตรงหน้ายกชายเสื้อแขนยาวขึ้นมาซับปากตัวเองและมองกลับมาที่ฉันอย่างระวัง ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่  เมื่อพบว่าการกระทำของฉันเมื่อสักครู่อยู่ในสายตาของเธอและมันอาจจะทำให้เธอเข้าใจฉันไปในทางไม่ดี

"เอ่อ  คือถ้าฝนไม่ตกเธอทำอะไรหรอ"  ฉันทำลายบรรยากาศด้วยการเริ่มถามคำถามเธอ

"อยู่บ้านน่ะ...ฉันปลูกดอกไม้ไว้ในเรือนปลูกหลังบ้าน  ฉันจะใช้เวลาในวันที่อากาศดีดีดูแลพวกเขา"

"พวกเขาหรอ...เธอเรียกดอกไม้น่ารักดีจัง  และนั่นเป็นเหตุผลที่ฉันไม่เคยเจอเธอในวันที่ฝนไม่ตกสินะ"   ฉันยกโกโก้ขึ้นมาจิบอีกครั้งเพื่อซ่อนรอยยิ้มหลังจากได้ยินเธอเรียกดอกไม้ว่าพวกเขา  ฉันว่านั่นมันน่ารักมากเลยนะ

"ฉันเรียกตามคุณแม่น่ะค่ะ  อืมมม  แล้วคุณล่ะคะ  ซื้อร่มไปให้ใครตั้งเยอะแยะ" 

"ก็...ให้คนรู้จักบ้าง  คนที่ไม่มีร่มบ้าง  เจอใครต้องการใช้ก็ให้ไปเรื่อยแหละ"  ในตอนนี้ฉันรู้ตัวว่าหน้าฉันคงแดงมาก  เพราะเธอจ้องหน้าฉันอย่างจริงจัง  ฉันรู้ว่ามันเป็นมารยาทในการคุยกัน แต่การที่เธอให้เกียรติคู่สนทนาอย่างฉันโดยการมองตาแบบนี้มันไม่ค่อยดีต่อใจของฉันเท่าไหร่  เพราะนั่นกลับทำให้ฉันต้องหลบตาสายในทุกๆครั้งที่เผลอสบตากันก่อนจะห้ามความหยาดเยิ้มในสายตาของฉันเอาไว้ไม่อยู่

"ใจดีจังเลยนะคะ  แต่ฉันก็ยังไม่เห็นว่ามีความจำเป็นอะไรที่คุณต้องซื้อให้คนอื่นมากมายขนาดนั้น...แต่ช่างเถอะค่ะ  ที่คุณทำก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน  วันนั้นฉันเห็นคุณแจกร่มให้กับคนไร้บ้านด้วย  พวกเขาดูดีใจมากเลยนะคะ  ถ้ามีโอกาสฉันก็อยากทำแบบคุณดูบ้างเหมือนกัน  คุณเป็นคนดีจังเลยค่ะ  ฉันซาบซึ้งจริงๆที่ในสังคมนี้ยังมีคนอย่างคุณอยู่"  เธอพูดออกมายืดยาว  ฉันน่ะ...จับใจความได้นะว่าเธอพูดว่าอะไร  แต่ฉันไม่สามารถเรียบเรียงถ้อยคำที่เธอพูดให้ออกมาเป็นประโยคที่สมบูรณ์ได้  ตอนนี้ข้างในสมองของฉันรู้สึกบางเบาราวกับถูกแทนที่ด้วยมวลเมฆ ก็ถูกคนน่ารักชมกันขนาดนั้น  ไม่ลอยไปถึงดาวอังคารก็นับว่าดีมากแค่ไหนแล้ว  ฉันรู้สึกอยากขอบคุณแรงน้อมถ่วงของโลกอย่างจริงจังก็วันนี้แหละ  

และในชั่วขณะนั้นฉันคงเผลอเหม่อมองใบหน้าและท่าทางของเธอด้วยความคิดที่ฟุ้งซ่านมากมาย แต่ในขณะเดียวกันฉันกลับพบว่าไม่เพียงรอยยิ้มของเธอที่น่าหลงใหล แต่ความเป็นธรรมชาติและท่าทางไร้เดียงสาเหล่านั้นที่เธอแสดงออกมาก็ตราตรึงใจฉันได้ไม่แพ้กัน

"คุณมินะคะ...คุณมินะ"  ฉันได้สติกลับคืนมาหลังจากได้ยินเสียงเรียกของเธอ

"ฝนหยุดแล้ว ฉันคงต้องขอตัวกลับไปดูแลดอกไม้ก่อน  ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่ซื้อร่มฉันตั้งเยอะแยะแล้วยังเลี้ยงเครื่องดื่มอร่อยๆด้วย" เธอค้อมหัวเพื่อขอบคุณ

"ยังไม่อยากให้กลับเลยแฮะ..."  ฉันเผลอพูดออกมาเบาๆ  แต่เหมือนเธอจะได้ยินมัน  และเธอก็หัวเราะคิกออกมา

"อยากให้ฉันอยู่ต่อหรอคะ"  

"อื้มม"  ฉันซ่อนความเขินด้วยการยกโกโก้ขึ้นมาจิบอีกครั้งแม้ว่ามันจะหมดแก้วไปนานจนเหลือแต่คราบกรังที่ก้นแก้วแล้วก็ตาม

"แชยองคะ  จริงๆแล้ว...ฉันอยากจะเจอเธอในทุกๆวัน"  อยู่ๆฉันก็พูดออกไป...พูดสิ่งที่ฉันคิดในใจมาตลอด  วันนี้แปลกมากที่ฉันเผลอทำอะไรโดยไม่รู้ตัวซ้ำๆ ทั้งๆที่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะบอกกับเธอแท้ๆ  แต่ทุกความรู้สึกตอนนี้มันยากจะควบคุมจริงๆ 

เธอนิ่งไปหลังจากฉันพูดประโยคนั้นจบ  ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มเจื่อนๆแทน  นั่นทำให้ฉันรู้สึกไม่มั่นใจและคิดว่าที่ทำไปมันไม่ถูกต้อง

"เอ่อ  ไม่มีอะไรหรอก  อย่าใส่ใจเลย ฉันแค่..." ฉันรีบพูดทำลายความเงียบที่กำลังก่อตัวขึ้น  ฉันคงทำใจไม่ได้ถ้าจะต้องมาเจอกับเธอแล้วเธอรู้สึกแปลกไป ฉันคิดไม่ออกว่าถ้ารอยยิ้มของเธอหายไป  ฉันจะรู้สึกเสียใจมากขนาดไหน  แค่ให้ฉันได้พบกับเธอในแบบเดิมก็ดีมากๆแล้ว  ฉันกระวนกระวายกับประโยคต่อไปที่เธอจะพูดออกมามาก  ฉันได้แต่ร้องขอกับพระเจ้าในใจ  ขอให้เธอไม่คิดมากแล้วพาลเกลียดฉันจนบอกห้ามไม่ให้มาซื้อร่มกับเธออีกก็พอ  

"ฉันก็อยากเจอคุณในทุกๆวันค่ะ...ฉันดีใจนะคะที่เรารู้สึกเหมือนกัน  แต่ความจำเป็นบางอย่างทำให้ฉันออกมาเจอคุณได้แค่ในวันที่ฝนตก  ถ้าเราจะเจอกันในทุกๆวันที่ฝนตกจะได้ไหมคะ  คุณไม่ต้องมาซื้อร่มฉันก็ได้  คุณแค่ผ่านมาแล้วยิ้มให้ฉัน  แค่นั้นฉันก็รู้สึกว่ามากพอและมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ...ฉันยังไม่คู่ควรกับคุณจริงๆค่ะ  แต่ช่วยรอหน่อยได้ไหมคะ" เธอพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาตรงหน้าฉัน เธอยื่นมือเล็กๆของเธอออกมาให้ฉันจับเหมือนว่าเธอกำลังจะพาให้ฉันออกไปจากที่ตรงนี้  ฉันตอบรับคำขอของเธอโดยการยื่นมือของฉันไปสัมผัสมือเธอเบาๆ  และเดินตามเธอไปข้างๆโดยที่เธอไม่ได้พูดอะไร ส่วนฉันเองก็พูดอะไรไม่ออกเช่นกัน

 

.

.

.

.

.

 

วันนี้เป็นวันแรกในชีวิตที่ฉันรู้สึกว่าน้ำเฉอะแฉะที่อยู่บนพื้นถนนหลังฝนตกนั้นไม่ได้แย่อย่างที่คิด  กลิ่นไอดินหลังฝนตกก็ไม่ได้เหม็นอย่างที่มันเคยเป็น  น้ำฝนสกปรกที่ยังคั่งค้างบนใบไม้เหล่านั้นก็ดูเป็นมิตรกับฉันมากกว่าที่ฉันเคยรู้สึกเป็นศัตรูกับมัน  ฉันที่เกลียดวันที่ฝนตก แต่กลับต้องการให้ฝนตกในทุกๆวันไม่ใช่เพราะฉันรู้สึกดีอะไรกับฝนขึ้นมาหรอก  แต่เป็นเพราะว่าคนข้างๆที่กำลังจับมือฉันอยู่ต่างหาก

             

             ระหว่างคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ฉันก็ได้แต่ลอบมองด้านข้างของแชยอง  เธอเดินไปอมยิ้มไปไม่ต่างอะไรกับฉัน  

"คุณมินะคะ...ฉันชอบคุณนะคะ" แชยองหยุดเดินแล้วหันมายืนประจันหน้ากับฉันแทน

"ฉันก็ชอบเธอเหมือนกัน...ชอบตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอ"  เธอเขินจนหน้าขึ้นสี  ฉันเองก็เช่นกัน

 

เธอขยับเข้ามาใกล้ฉัน  ใกล้มากจนใบหน้าเธอซบเข้าที่ไหล่ของฉันพอดี  เธอทิ้งน้ำหนักที่ศีรษะลงมา  ฉันประคองศีรษะของเธอและลูบมันอย่างแผ่วเบา  ลมหายใจของเธอร้อนผ่าวราวกับคนมีไข้แต่มือของเธอกับเย็นเฉียบราวกับเพิ่งออกมาจากห้องปรับอากาศอุณหภูมิต่ำ  ฉันปล่อยมือข้างหนึ่งที่ยังคงกอบกุมมือของเธอเอาไว้ออก แล้วเปลี่ยนมาเป็นกระชับเธอให้เข้ามาอยู่ในวงแขนของฉันแทน  เราใกล้กันมากจนฉันได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจเธอ  และหัวใจของฉันเองก็เต้นรัวเร็วไม่น้อยไปกว่ากัน  ฉันกระชับเธอให้แน่นขึ้นอีกครั้ง  ฉันอยากจะเก็บความรู้สึกอบอุ่นนี้เอาไว้  ฉันอยากจะรักษาร่างเล็กในอ้อมกอดนี้ตลอดไป  

เธอทำให้ฉันมองเห็นข้อดีของวันที่ฝนตก  

และข้อดีเพียงข้อเดียวนั้นก็คือการได้มาพบเธอ  

 

.

.

.

.

.



"ซื้อร่มไหมคะ...อ่าว คุณมินะ" เธอยื่นร่มให้ฉันโดยไม่ได้สังเกตในทีแรก แต่เมื่อเห็นฉันเต็มตาเธอจึงเอ่ยชื่อฉันด้วย 

"สวัสดีแชยอง  ฉันขอซื้อร่มเธอหน่อย  ขอเหมาหมดเลยนะ" ฉันรับร่มคันที่เธอยื่นให้มากาง แล้วยิ้มให้เธออย่างเปิดเผย

"ด้วยความยินดีค่ะ" แชยองไม่ได้ขัดขืนการกระทำของฉัน  อีกทั้งยังอาสามาถือร่มให้ขณะที่ฉันง่วนอยู่กับการเก็บร่มเข้ากระเป๋าของเธอ

"วันนี้ไปแจกร่มให้คนไร้บ้านแถวสวนสาธารณะกันนะ...ดีไหม" ฉันจับมือเธอแล้วเดินนำเธอไป

"ดีค่ะ...แต่ว่าฉันจะคิดค่าร่มคุณแค่ครึ่งหนึ่ง  อีกครึ่งหนึ่งฉันจ่ายเอง" แชยองพูดแล้วกระชับมือที่จับมือฉันไว้แน่นขึ้น

            “ว่าแต่...ใครอนุญาตให้ถือวิสาสะมาจับมือคะ”  แชยองชูมือของฉันที่กำลังกุมมือเธอเอาไว้ขึ้นมา

            “อ่าว  ไม่ได้หรอกเหรอ ก็นึกว่าใจเราตรงกันไปซะทุกเรื่องซะอีก... ไม่อยากจับมือกันจริงๆหรอคะ  งั้นปล่อยก็ได้นะ”  ฉันแกล้งหยอกเธอ  แต่ใจจริงฉันจะไม่ยอมปล่อยมือของเธอไปเด็ดขาด

            “ถ้าคิดจะจับมือกันแล้วก็ห้ามปล่อยนะคะ...ถ้าคุณคิดว่าทำไม่ได้  ปล่อยมือออกตอนนี้ยังทันนะคะ” แชยองมองหน้าฉันอย่างคาดหวัง  ฉันรู้ว่าเธอยังเด็ก ทัศนคติเรื่องความรักของเธอก็ยังดูเด็ก  แต่ถึงอย่างนั้นฉันว่ามันก็น่ารักดี  และไม่ว่าอย่างไร...ฉันจะดูแลเด็กคนนี้ตลอดไป  ไม่ปล่อยมือเธอไปอย่างแน่นอน 

            ฉันไม่ได้ตอบคำถามของเธอ  แต่ฉันกระชับมือเธอให้แน่นขึ้นและดึงเธอมาให้อยู่ใต้รัศมีร่มคันเดียวกัน  ก่อนจะพาเธอเดินไปยังสวนสาธารณะที่มีคนไร้บ้านนั่งหลบฝนใต้ร่มไม้ในนั้น  เราสองคนยื่นร่มให้กับพวกเขา  พวกเขาดูดีใจมากที่ได้รับน้ำใจแบบนี้  และที่สำคัญแชยองก็ดูมีความสุขมากเช่นกัน

 

สุดท้ายนี้ฉันอยากจะขอขอบคุณฝน

ขอบคุณที่ช่วยพาให้เรามาเจอกันแม้ฉันจะเปียกปอน เฉอะแฉะแค่ไหนก็ตาม

และต่อจากนี้ไม่ว่าฝนจะตกหรือไม่

ฉันก็อยากจะขอให้เป็นอย่างนี้ทุกวัน

.

.

.

แค่อยากให้เป็นอย่างนี้ทุกวัน

 



......





Talk

ย่อหน้าสุดท้ายตอนจบ  แอบอยากให้ เพลง อยากให้เป็นอย่างนี้ทุกวัน ของ Summer Stop ดังขึ้นมา  ท่อนที่ร้องว่า  

"อยากขอ ให้ทุกลมหายใจมีคุณอยู่

ให้คุณรู้ ใครที่ทำให้ผมได้รู้สึก ไม่อยากห่างไปไหน
เพียงขอ จับมือกันอยู่ตรงนี้ ได้ไหม
พรุ่งนี้จะเปลี่ยนแปลงเท่าไร ขอเพียงแค่คุณที่เข้าใจ

อยากให้เป็นอย่างนี้ทุกวัน
ถึงโลกจะหมุนเท่าไรก็ตาม
ถึงฝนจะโปรยเท่าไร ให้คุณรู้
ไม่ว่าจะยากเท่าไร หรือแม้จะนานเพียงใด

อยากให้เป็นอย่างนี้ทุกวัน"

 ฮ่าๆๆๆๆ  แต่ทำไม่เป็นอ่ะ  เปิดเพลงฟังแล้วกลับไปอ่านย่อหน้าสุดท้ายตามอีกรอบก็ได้นะคะ  

เผื่อได้อรรถรสเพิ่มมากขึ้น  

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่อ่านมากๆค่ะ



 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ Yawarakai

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 18:59
    ชอบอ่ะ ดูบรรยากาศเข้ากับเพลง
    เรื่องน่ารักมากกกก แบบจับมือแล้วห้ามปล่อย เขิลลลล
    #5
    0
  2. #4 Tiijang
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 22:49
    ถ้าคิดจะจับมือกันแล้วก้อห้ามปล่อยนะคะ ประโยคนี้แบบมโนว่าตัวเองฟังน้องแชงพูดอยู่ ฮรือออ ละมุนละไมมั่กๆค่ะ
    #4
    0
  3. วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 17:56
    เขินนนน กรี๊ดดด ชอบมั๊กค่าาาา จับมือแล้วอย่าปล่อยนะ กรี๊ดดด
    แต่งมาบ่อยๆน้าาา
    #3
    0
  4. #2 Rom
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 15:29
    อ่านฟิคนี้เหมือนได้จิบกาแฟอุ่นๆตอนฝนตก น่ารักอบอุ่นละมุนมาก
    #2
    0
  5. #1 U.U
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 09:03
    มีความละมุนมากค่ะ ชอบๆๆ เข้ากับหน้าฝนพอดี อิ อิ่
    #1
    0