นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[ONE-SHOT] 봄이 좋냐? | Tzuyu x Sana

โดย W52HZ

คนโสดมักไม่ชอบฤดูใบไม้ผลิ เพราะมีแต่คู่รัก แล้วพวกเธอทั้งสองล่ะ?

ยอดวิวรวม

1,446

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


1,446

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


27
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 ก.พ. 60 / 13:52 น.
นิยาย [ONE-SHOT] 봄이 좋냐? | Tzuyu x Sana

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้








Intro

 

 

 

 

“อากาศอบอุ่นขึ้นทั้งที ถ้าเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องแบบนี้ ฉันคงเสียดายอากาศดี ๆ แบบนี้แย่เลย ออกไปสูดอากาศ ถ่ายรูปเล่นดีกว่า”

 

ว่าแล้ว ร่างสูงก็จัดการแต่งตัว คว้ากุญแจห้อง กระเป๋าใบย่อม และกล้องตัวเก่ง  ก่อนจะเดินออกจากห้อง

 

 

 

 

 

“คิดงานไม่ออก นั่งทำที่ทำงานก็กดดัน บอสเอาแต่เร่ง คงต้องไปหาที่สงบ ๆ นั่งคิดงานสักหน่อยละ ร้านกาแฟ ใกล้ ๆ น่าจะโอเคแฮะ”

 

 

ร่างบางนั่งมองร้านกาแฟตรงข้ามบริษัทได้สักครู่ ก่อนจะหยิบ Macbook Air คู่ใจ พร้อมกระเป๋า เดินออกจากห้องทำงาน เพื่อไปหาที่สงบๆ
นั่งคิดงาน เผื่อจะได้ไอเดียดีๆ บ้าง


เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ก.พ. 60 / 13:52



Tzuyu’s Part

 

 

เจ้าของหอพักส่งยิ้มทักทายให้อย่างสุภาพ ขณะที่จื่อวีกำลังเดินสวนทางลงบันได เพื่อออกไปสูดอากาศข้างนอก

วันนี้อากาศดี มีแดดอ่อน ๆ  พอมีลมพัดนิดหน่อยให้คลายร้อน เธอจึงสามารถสวมเสื้อยืดแขนสั้นออกมาข้างนอกได้

ปกติแล้วช่วงก่อนหน้านี้อากาศค่อนข้างเย็น เพราะเป็นช่วงปลายหนาว กำลังจะเข้าฤดูใบไม้ผลิ แต่วันนี้อากาศอบอุ่น

กว่าทุกวันทำให้คนขี้หนาวอย่างจื่อวี เลือกเปลี่ยนบรรยากาศออกมาเดินเล่น หลังจากเอาแต่หมกตัวกลิ้งอยู่บนเตียง

ไม่ไปไหนตลอดหลายวัน และปกติแล้วเธอก็ไม่ชอบออกมาช่วงนี้ด้วยนั่นก็เพราะว่า ฤดูใบไม้ผลิเต็มไปด้วยคู่รักน่ะสิ

 

 

 

ขณะจะก้าวเท้าออกไป ก็ได้ยินเสียงวิ่งตึงตังลงมาจากข้างบน

 

 

“จื่อวียาาาา ไปไหนนนน ไปด้วยยยยยยยย หาอะไรกินกันนนน”

 

 

 

โมโมะวิ่งลงจากบันได อย่างเร่งรีบ คงกลัวว่าจะโดนทิ้งอีก เพราะคราวก่อนโมโมะมัวแต่คุยโทรศัพท์กับเพื่อนที่ญี่ปุ่น

จื่อวียืนรอนานมาก จนเธอทนไม่ไหว เลยออกไปก่อน กว่าโมโมะจะรู้ตัวอีกทีว่าตัวเองโดนทิ้ง จื่อวีก็กำลังปั่นจักรยาน

อยู่ริมแม่น้ำฮันเรียบร้อยแล้ว 

 

 

รอบนี้ทำให้เธอกลัวโดนทิ้งอยู่ที่ห้องคนเดียวอีก จึงทำให้ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ในการเปลี่ยนชุด

ก่อนโมโมะจะหันไปโค้งขอโทษให้เจ้าของหอที่คงมองมาจากห้องริมบันได ว่าใครเป็นคนทำเสียงดังในหอพัก

 

 

 

หอพักที่นี่อยู่ในซอยเล็ก ๆ แต่เป็นแหล่งร้านอาหาร ผับบาร์ เรียกว่ารวมอบายมุขไว้ที่นี่เลย แต่เพราะเป็นศูนย์รวมเด็กมหาวิทยาลัย

ทำให้ยังไม่มีคุณตัวมาเดินโฉบไปมาแบบอีแทวอน แค่พวกเราเดินออกหน้าหอมา ตรงข้ามก็เจอร้านเนื้อย่าง 3 ร้านติดแล้ว แถมชั้น

ใต้ดินของหอก็มีบาร์เหล้าอยู่ ใกล้ชิดอบายมุขสุดๆ แต่ว่าทุกที่ก็เข้มงวดเรื่องอายุ

 

หอที่ฉันอยู่ค่อนข้างเล็กกะทัดรัด แต่ก็ไม่ได้คับแคบถึงกับอยู่ไม่ได้ ที่นี่มีทั้งหมด 5 ชั้น ต้องขึ้นบันไดไปก่อน 2 ชั้น ถึงจะเป็นชั้นที่มีห้องพัก

ซึ่งชั้น 1 จะมีแค่ห้องพักของเจ้าของหอ เวลามีไปรษณีย์มาก็จะกองอยู่ข้างหน้าห้องพักเจ้าของหอ พี่ชายที่เป็นลูกเจ้าของหอใจดี ขยันมาก

ทุกวัน จะต้องเห็นเขานั่งแยกขยะ ทำกิมจิ และคอยเดินเช็ค ว่ามีเด็กที่ไหนมาแอบสูบบุหรี่ในหอหรือเปล่า เพราะควันบุหรี่จะไปทำให้สัญญาณ

เตือนภัยดัง และอาจเกิดเรื่องวุนวายขึ้นได้โมโมะอยู่ห้องชั้น  2 ส่วนตัวฉัน อยู่ ชั้น 3 กว่าจะเดินมาถึงห้องเล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน เพราะ

ที่นี่ไม่มีลิฟต์....

 

 

 

 

“ร้านเดิมมั้ย เนื้อย่างกับหมี่เย็นร้านนั้นอร่อยดี ว่าจะไปกินอีกเนี่ย” ฉันหันไปถามคนข้างๆ ก่อนจะเปิดแอพเช็คสภาพอากาศอีกที

แอพพยากรณ์อากาศบอกว่าอากาศวันนี้บอกว่าอุณหภูมิสูงสุด จะอยู่ที่  21 องศา  แต่นี่ก็เที่ยงกว่าแล้ว แต่อุณหภูมิยังแค่ 18 องศาเอง

 

 

จะว่าไป…   แอพนี้ก็หลอกมาหลายรอบแล้ว

 

 

วันก่อนบอกว่า 11องศา เลยใส่เสื้อผ้าไม่หนามาก แค่แจ็คเก็ตหนังคลุมเส้ือยืดออกไป ปรากฎว่า  เดินสั่นเป็นเจ้าเข้า กว่าจะเดินไปถึง

ร้านเนื้อย่างได้ แทบจะแข็งตายข้างถนนกับโมโมะ ถึงแม้ร้านที่จะไปกัน จะอยู่ไม่ไกลมากนัก แต่วันนั้นรู้สึกเหมือนเดินเป็นกิโลๆ ใช้เวลา

นานมากกว่าจะถึง แถมขากลับ กว่าจะทำใจเดินกลับมาได้ ก็แทบแย่ ดีที่อากาศหนาวๆ ยังมีโซจูช่วยทำให้อุ่นขึ้นได้บ้าง  พอกลับมาลอง

เปิดอินเตอร์เน็ตเช็คกับเว็บพยากรณ์อากาศดูอีกทีก็พบว่า

 

-3 องศา 

 

 

 

เฮ้อ….ก็ว่า...

 

 

 

 

 

 

 

จื่อวีนั่งมองโมโมะที่สวาปาม ทั้งหมี่เย็น ทั้งเนื้อย่าง สลับไปมา จะว่าไปตัวเธอเองก็กินเยอะ แต่ถ้าเทียบกับโมโมะแล้ว คงจะเทียบไม่ได้

คนอะไรกินเยอะ ไม่ห่วงสวยอีก มิน่าล่ะ ยังหาแฟนไม่ได้สักที ยังจะมาบ่นว่า หนุ่ม ๆ ไม่เข้าหาเลย นี่เมื่อไม่กี่วันก่อนก็ต้องไปกินจาจังมยอน

เป็นเพื่อนมันมาเนื่องในวันแบล็คเดย์ วันของคนไร้คู่

 

ก็นะ…

เรามันก็โสดเหมือนกัน ก็ต้องกินจาจังมยอน ในวันแบล็คเดย์.. ถึงจะอินเทรนด์

 

 

แต่สำหรับโมโมะแล้ว ฉันว่าคงเป็นวันที่เธออยากจะกินเฉยๆ ไม่ได้จะอยากทำตามเทศกาลอะไรหรอก

คนอย่างฮิราอิ โมโมะยอมไม่มีคู่ดีกว่าอดตาย

 

 

 

 

จะว่าไปคิดแล้วก็เศร้า อุตส่าห์เข้ามาเรียนที่โซล เผื่อจะหาแฟนกับเขาได้บ้างพอกรุบกริบ แต่นี่อยู่โซลมาจนจะเรียนจบละ

ทำไมคนอื่นถึงหาแฟนกันได้นะ! เดินไปทางไหนก็เจอแต่คนมีคู่  บางคนแทบจะกอด จูบ จะกินกันอยู่ละ!!!!!!!!

นี่ไม่ได้อิจฉาเลยนะ แต่มันเยอะไป เป็นสาวเป็นนาง หัดรักนวลสงวนตัวหน่อยสิคะ!

 

พวกเธอ! ไปที่ลับก็ได้!

 

 

 

 

“ฮ่า~ อิ่มละ  หมี่เย็นที่นี่อร่อยสุดๆ นี่ๆ โมโมะอยากกินจ๊กบัลอะ ไปต่อกันเถอะนะๆๆๆ”

 

“นี่……ฉันยัดอะไรไม่ลงแล้วนะ……”

 

 

 

โมโมะเริ่มพูดออกมาหลังจากตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารตรงหน้าจนหมด พร้อมส่งสายตาเป็นประกายมาให้จื่อวี

ไม่รู้ตายอดตายอยากมาจากไหน จื่อวีบ่นคำนี้มาหลายต่อหลายครั้งจนเป็นเรื่องปกติ เธอคิดว่าโมโมะคงเป็นพวก

กระเพาะวัว กระเพาะ…..นะ

 

 

 

 

หลังจากชำระค่าเสียหายวันนี้เรียบร้อย ก็ชวนโมโมะไปดื่มกาเฟ ที่ร้านกาแฟร้านนึง ใกล้ ๆ มหาวิทยาลัย

จริงๆ แล้วควรเรียกว่าลากมามากกว่า เพราะโมโฒะตั้งหน้าตั้งตาจะเข้าร้านจ๊กบัลให้ได้ นี่เลยต้องพูดหว่านล้อม

บอกโมโมะไปว่า ร้านนี้มีทั้งคนทำงาน ชาวต่างชาติ นักศึกษามานั่งกันเยอะ แถมมีแต่คนหน้าตาดีมาทั้งนั้น

เผื่อจะเจอเนื้อคู่ที่นี่นะ แล้วเย็นๆ ค่อยไปกินจ๊กบัลนะเพื่อน แล้วฉันจะเลี้ยงเอง

 

เจ้าตัวถึงได้ยอม...

 

 

 

 

ระหว่างทางก็เดินถ่ายรูปดอกซากุระเกาหลี หรือที่คนเกาหลีเรียกว่า พ็อดโกด ที่พึ่งบานได้ไม่กี่วัน บ่งบอกว่า

กำลังจะเข้าฤดูใบไม้ผลิเต็มตัวแล้ว  ช่วงเวลานี้แหละ ร้านเสื้อผ้าลดราคากระหน่ำ เพื่อโละสินค้าช่วงฤดูหนาวออก 

เมื่อสองสามวันก่อนก็พึ่งไปสอยมากับโมโมะมา

 

 

วันนี้คนออกมาเดินเล่นกันเยอะมาก  เหล่าคุณลุงคุณป้า ก็ออกมานั่งเล่นหมากรุกกัน หัวเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใสกัน

อย่างมีความสุข จนทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะกดชัตเตอร์เก็บภาพรอยยิ้มเหล่านั้นเอาไว้ ผิดกับหลายวันก่อนที่หนาวจน

ติดลบ ทุกคนเดินก้มหน้าก้มตา สีหน้าอมทุกข์ รีบๆ เดินให้พ้นความหนาวเหน็บ

 

 

บริเวณสวนสาธารณะเล็กบนเกาะกลางถนน วัยรุ่นนั่งจู๋จี๋กัน ส่วนพวกผู้ใหญ่บางคนก็เล่นหมากรุก นั่งคุยกัน

ริมถนนตอนนี้  พ็อดโกดก็เริ่มบานครบทุกต้นในแทบนี้แล้ว สีชมพูอ่อนๆ ของพ็อดโกดทำให้ตลอดริมถนน ดูสดใส

มีชีวิตชีวา บางต้นพึ่งบาน บางต้นก็บานจนเป็นพุ่มใหญ่สีชมพูเต็มต้น บางต้นก็เริ่มโรยบ้างแล้วทำให้มีกลีบดอกไม้

ร่วงลงมา

 

เห็นแล้วคันไม้คันมือ เลยคว้ากล้องตัวเก่งขึ้นมาลั่นชัตเตอร์ไปอีกหลายที เพื่อเก็บภาพเหล่านั้น แม้จะไม่ใช่มืออาชีพ

ไม่มีเทคนิคพิเศษ ไม่เคยแม้แต่อ่านคู่มืออะไรเลย เป็นแค่มือสมัครเล่นฝีมือกากๆ แต่การได้ถ่ายรูปตามที่ตัวเองต้อง

การก็เป็นความสุขอย่างนึง รูปบางรูปอาจจะไม่สวยมาก แต่ก็เป็นความทรงจำที่เราสามารถย้อนกลับมาเปิดดูอีกเรื่อยๆ

 

 

 

ขณะจื่อวีกำลังถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน ก็เหลือบไปเห็นคู่รักสวีทหวานแหวว ถ่ายเซลฟี่คู่กันหวานชื่นจนมดแถวนั้นจะขึ้นตัวอยู่ละ…

 

 

 

“จะให้ดีก็อยากให้มีนางแบบเป็นของตัวเองบ้างเหมือนกันนะ…”

ฉันพึมพำออกมาเบา ๆ โดยลืมไปว่าข้าง ๆ ก็มีเอ่อ…ผู้หญิงเอ๋อๆ ยืนอยู่คนนึง

 

 

“นี่ๆๆๆๆ ฉันไง ๆ” โมโมะแอคท่าข้างต้นพ็อดโกดพร้อมชี้ชวนให้เพื่อนถ่ายรูปตัวเอง

 

 

 

 

 

 

ไม่ได้หมายถึงแบบนี้สิ….

 

 

โมโมะกำลังยืนยิ้ม แอ็คท่าสุดพิสดาร ให้จื่อวีถ่ายรูป แต่ละท่าที่คิดก็แปลก ๆ ทั้งนั้น นางแบบไม่อาย แต่คนถ่าย

โคตรอายเลยค่ะ! คนมองกันใหญ่

 

 

 

 

ไม่ถ่ายมันละ  คนมองเพียบ…

 

จื่อวีรีบเก็บกล้องแล้วเดินหนีจากตรงนั้น มุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟทันที โดยทิ้งโมโมะที่ยังคงแอคท่าอยู่ตรงต้นพ็อดโกดไว้

 

 

 

 

 

 

 

 

Sana’s Part

 

 

 

วันนี้มีแต่เรื่องปวดหัว แทนที่จะได้รีบกลับห้องไปพัก กลับต้องมาหัวปั่นคิดงานให้บอส คนอื่นก็หายหัวกันไปหมดนะวันนี้

ปกติงานนี้ไม่จองยอน หรือ มินะ ต้องรับไปทำสิ ทำไมหวยถึงมาลงที่ฉันแทนล่ะ นี่ก็นั่งคิดมาตั้งแต่เช้า จนเที่ยงก็ยังไม่คืบ

หน้าสักที หวังว่ามานั่งจิบกาแฟ ที่นี่คงช่วยให้สมองโล่งขึ้น แล้วจะคิดงานออกนะ

 

 

ฉันชื่อ มินาโตะซากิ ซานะ พนักงานบริษัทนิตยสารแห่งหนึ่ง ที่แทบจะมอบเวลาทั้งหมดให้กับงาน ทั้งที่วางแผน

จะกลับห้องไปนอนพักเสียหน่อย แต่ก็ต้องล่มไป เมื่อบอสของเธอเรียกตัวเธอด่วนมาช่วยทำงานในวันนี้ แต่ยังโชคดีที่่ว่า

บอสจะเพิ่มโบนัสกับวันหยุดพิเศษให้เธอ

 

 

 

แต่...ถ้าเธอคิดงานนี้ไม่เสร็จภายในวันนี้ ก็ไม่รู้ว่าวันหยุดที่บอสเพิ่มให้จะต้องเอามาใช้ไปกับการปั่นงานพวกนี้หรือเปล่า

แทนที่จะได้ใช้วันหยุดพักผ่อน นอนกลิ้งในห้อง หรือไม่ก็ออกไปเดินเล่นริมแม่น้ำฮัน ยิ่งอากาศแบบวันนี้ยิ่งน่าออกไป

เดินยืดเส้นยืดสายเป็นที่สุด

 

 

“อเมริกาโน่ ไซส์กลาง แก้วนึงค่ะ”

 

เสียงหวานสั่งกาแฟ พร้อมชำระเงินเรียบร้อยก็เดินมานั่งรอที่โต๊ะ ที่ตั้งอยู่มุมสุดของร้าน เพื่อความสงบและเป็นส่วนตัว

มือบางหยิบ Macbook Air ตัวเก่งขึ้นมาเปิดเพื่อเริ่มทำงานที่ค้างไว้ บอสให้เธอคิดคอลัมน์ที่จะมาใส่ในนิตยสารใน

เดือนหน้า 

 

 

ใช่แล้ว.. เดือนหน้า แม้จะเหลืออีกเกือบ10กว่าวัน แต่ก็ต้องรีบทำรูปเล่มให้เสร็จ เพื่อเตรียมพิมพ์วางจำหน่ายให้ทันเวลา

ว่าแต่คอลัมน์อะไรที่เหมาะกับเดือนหน้า เดือนพฤษภาคม มีอะไรพิเศษ อะไรจะเป็นจุดขายให้คนมาสนใจนิตยสารได้

นอกจากให้พวกไอดอล ดารา นักร้อง มาถ่ายแบบลงในเล่ม หรือ ขึ้นปกแล้ว ถ้าคอลั่มน์ไม่มีจุดสนใจพอก็คงขายออกยาก

 

 

 

เรื่องดวงชะตา ก็คงไม่ไหว เพราะเธอไม่ใช่คนสนใจอะไรแบบนี้ด้วย มือบางขีดฆ่าหัวข้อนี้ทิ้ง

 

เรื่องสัตว์เลี้ยง ไม่ดีกว่า แม้ว่าจะเคยเลี้ยง เจ้าอิจิ สุนัขพันธุ์ชิบะ สมัยที่อยู่โอซาก้า

แต่เพราะย้ายมาเรียนต่อและทำงานที่เกาหลี ทำให้ไม่ค่อยสนใจเรื่องสัตว์เลี้ยงเท่าไหร่

 

เรื่องความรัก ก็อาจจะดี แต่เธอก็ร่างราเรื่องแบบนี้มานานมากแล้ว มีความรักล่าสุดก็สมัยมัธยมต้นนู้นเลย

 

 

 

เฮ้อ….

 

กลุ้มใจ

 

คิดสิ คิดให้ออก มินาโตะซากิ ซานะ

 

 

ร่างบางก้มหน้ากุมขมับ พร้อมบ่นพึมพำคนเดียว จนต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงพนักงานเรียกให้ซานะ

ลุกไปรับกาแฟที่สั่งไว้  หวังว่าได้รับคาเฟอีนไป คงช่วยให้สมองของเธอแล่นขึ้น

 

 

 

 

วันนี้อากาศอบอุ่นกว่าทุกวัน หลังจากเข้าเดือนเมษายนมาเกือบครึ่งเดือนแล้วอากาศพึ่งจะมาอุ่นขึ้นในวันนี้

ก็นะ เดี๋ยวนี้โลกเรามันเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ภาวะเรือนกระจก โลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย โลกพัฒนาไปไกล

จนมนุษย์ติดนิสัยเอาความสะดวกสบายเป็นใหญ่ ทำให้คนเริ่มไม่ใส่ใจสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการแยกขยะ

ที่ก็มีส่วนช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้เช่นกัน 

 

และความสะดวกสบายนี่ก็ทำให้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น สำหรับตัวฉันเกิดและโตที่โอซาก้า เลยติดนิสัยมีระเบียบวินัยมา

ทุกๆ วันหยุดฉันจะต้องนั่งแยกขยะเป็นประเภทๆ แม้ว่าที่คอนโดจะมีแม่บ้านคอยจัดการให้ แต่อะไรที่ทำได้ก็ควรจะทำ

 

จริงไหม?

 

จริงๆ แล้วคนเกาหลีก็มีความคล้ายคลึงคนญี่ปุ่นเหมือนกัน อย่างน้อยพวกเขาก็มีระเบียบวินัย แต่ในบางเรื่องก็ไม่รู้ว่า

ติดมาจากคนจีนหรือเปล่านะ เพราะคนเกาหลีนึกจะถ่ม จะถุยตรงไหนก็ได้ บางทีเดิน ๆ อยู่ พ่อคุณก็ขากมาแต่ไกล

หลบแทบไม่ทัน ที่นี่บ้านเมืองสะอาดมาก ๆ แค่เศษกระดาษเล็ก ๆ นี่แทบจะหาไม่เจอ เพราะคนทำความสะอาด

จะเก็บกวาดจนหมด แต่ถึงคนเกาหลี จะมีนิสัยเห็นแก่ตัว ชาตินิยม แต่บางกลุ่มก็นิสัยดี ผิดจากบางกลุ่มที่เจอ อย่างพวกเพื่อน ๆ

ที่ทำงานอย่าง จองยอน จีฮโย ก็มีความคิดคล้ายฉัน เปิดรับอะไรใหม่ ๆ ไม่อยู่ในกรอบ  หรือ ชาตินิยมจนเกินไป  และยังดีที่มีมินะ

ซึ่งมาจากญี่ปุ่นเหมือนกัน

 

 

มินะเพื่อนสนิทชาวญี่ปุ่น ที่ใคร ๆ ก็คิดว่าเราสองคนไม่ถูกกัน จริง ๆ แล้วเราสนิทกันมากกกกกกกก

แต่ตอนที่เจอกันครั้งแรกก็แอบเข้ากันไม่ได้อยู่เหมือนกัน เพราะฉันกับมินะนิสัยบางอย่างค่อนข้างตรงกันข้ามกัน

มินะจะเป็นคนเงียบๆ พูดเบาๆ ส่วนฉันจะเป็นคนขี้โวยวาย เสียงดัง ในขณะที่มินะเป็นคนมีสติ ฉันกลับเป็นคน

เด๋อด๋า ซุ่มซ่าม ต้องคอยให้เธอดูแลตลอด จริงๆ แล้วต้องเรียกว่าเป็นภาระให้ทั้งมินะ จองยอน และจีฮโย

ที่ต้องมาดูแลคนเด๋อๆ แบบฉัน

 

 

จีฮโย คนนี้ถือเป็นรอยยิ้มประจำกลุ่มที่ทำงานเลย มักชอบทำอะไรแปลก ทะเล้น ๆ แต่ความแปลกนี้แหละ

เลยทำให้เธอมีไอเดียอะไรแปลกใหม่มานำเสนอบอสได้เรื่อย ๆ  ยัยนี้ค่อนข้างเป็นคนตรงไปตรงมา  โผงผาง

แต่จริงใจ เธอมีความเป็นผู้นำสูง จีฮโยเป็นเพื่อนที่ดีมากๆ

 

สุดท้าย คือ จองยอน เป็นผู้หญิงหุ่นดี สูง ไว้ผมสั้น เหมือนพวกทอมบอย แต่จริงๆแล้วมีความเป็นผู้หญิงสูงที่สุด

ในกลุ่ม แต่ด้วยลุคของเธอการแต่งตัวไม่ว่าจะใส่ชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ก็ดูเท่ แต่พอต้องมาใส่ชุดกระโปรงหวาน ๆ

มันก็เลยแปลกๆ ค่อนไปทางอย่าได้หยิบมาใส่อีกเลยเถอะแก ขอร้อง

 

แต่ในลุคสาวห้าว จองยอนมีความเป็นแม่บ้านสูงมาก แถมยังดูแลคนอื่นเก่ง เธอคงเป็นภรรยาในฝันของชายหนุ่ม

หลายๆ คนเลยล่ะ

 

 

 

 

ตายล่ะ นี่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย งานยังไม่กระเตื้องเลย

 

เฮ้อออออ

 

 

 

 

Tzuyu’s Part

 

 

ไหนว่า มีแต่คนหน้าตาดี…. ทำไมวันนี้เจอแต่ลุง ๆ ป้า ๆ กับ แก็งค์เด็กผู้ชายแถมยังเป็นพวกเด็กมัธยมต้น

เสียงดังน่ารำคาญอีก คิดผิดจริงๆ ที่มานั่งร้านนี้ 

 

 

 

“จื่อวี ดื่มอะไรดีแก ช็อคโกแล็ต หรือ กาแฟ ดี”

 

“เอาลาเต้แก้วนึง  ฉันไปหาที่นั่งนะ”

 

 

โต๊ะนู้นก็มีแก็งค์เด็กผู้ชายจับกลุ่มดูอะไรก็ไม่รู้ ฝั่งนั้นก็มีแต่ลุงกับป้านั่งคุยกันออกรสออกชาติ นั่งตรงไหนดีนะ

โอ๊ะ ข้าง ๆ พี่สาวคนนั้น น่าจะดีแฮะ แต่ทำไมบรรยากาศมันดูอึดอัดแปลกๆ แฮะ แต่จะให้ไปนั่งตรงอื่นยอม

นั่งตรงนี้ดีกว่า…

 

 

 

พี่เค้าหลับ หรือ ว่าเป็นอะไรหรือเปล่านะ เอาแต่ก้มหน้ากุมขมับ นี่ฉันเลือกที่นั่งผิดหรือเปล่านะ ไปนั่งที่อื่นดีไหมเนี่ย

 

 

 

 

 

“มาแล้ววววว ลาเต้ของหนูจื่อออออ”

 

ยัยเพี้ยนนี่ โผล่มาแบบปกติซักครั้งได้ไหมนะ แล้วนั่นเสียงจิ๊จ๊ะ ในลำคอจากโต๊ะข้างๆ  

พี่สาวโต๊ะข้าง ๆ คงรำคาญเสียงยัยโมโมะนี่สินะ ฉันเองก็เหมือนกันค่ะ ฮือ

 

ตอนนี้ฉันสัมผัสได้ถึงความอึดอัดที่แผ่ออกมาจากพี่สาวๆ คนข้างๆ แต่พอเหลือบไปมองดูอีกที

พี่เค้าก็ยังกุมขมับอยู่ ท่าทางอาจจะเครียดเรื่องงานล่ะมั้ง แต่พวกเรามานั่งกันข้าง ๆ แบบนี้จะ

ทำให้พี่เขาเครียดกว่าเดิมหรือเปล่าเนี่ย

 

 

ผมสีน้ำตาลอ่อน สวยจังแฮะ แต่ถ้าฉันไปทำคงไม่เหมาะกับหน้าหรอกมั้ง จะว่าไปแล้ว ถ้าฉันลอง

เปลี่ยนลุคดูบ้าง จะมีคนมาสนใจบ้างไหมเนี่ย แต่ 2 ปีก่อนก็เคยคิดจะลองตัดผมสั้นดูแต่พอปรึกษาโมโมะดู

รายนั้นก็บอกว่า ไว้ผมยาวยังล่อผู้ชายได้ แต่ถ้าตัดสั้นอาจจะไล่ทุกเพศทุกวัยก็ได้นะ เพราะหน้าตาแกมันเหมือน

พวกเด็กเกเรหลังห้อง

 

 

 

 

 

 

ขอโทษนะที่หน้าตาชวนหาเรื่อง

 

เป็นอันพับเก็บไปค่ะ พูดซะเสียความมั่นใจเลยเพื่อน

 

 

 

นี่ก็ปีสุดท้ายแล้ว ใกล้จะจบแล้ว แต่ยังไม่รู้จะทำงานอะไรดี ว่าจะลองสมัครงานตามพวกร้านอาหารจีนในแถบๆ

ไชน่าทาวน์ อินชอนไปก่อน จนกว่าจะหางานได้ หรือ ถ้าหมดหนทางจริงๆ ก็คงต้องกลับไต้หวันไปทำงานที่ร้าน

ของคุณแม่

 

 

จะว่าไปแล้ว ฉันก็รู้จักโมโมะมานานพอสมควรละ ตั้งแต่เรียนปรับพื้นฐานภาษาเกาหลีคลาสเดียวกัน แต่ก็มาสนิท

กันจริง ๆ จัง ๆ ก็ตอนเข้าปี 1  เพราะจู่ ๆ ก็มาเจอกันตอนเดินสวนขึ้นหอ เลยมารู้ว่าอยู่หอเดียวกัน คณะเดียวกัน

เลยเริ่มสนิทกันมาเรื่อย ๆ  ยิ่งเคยอยู่คลาสปรับพื้นฐานเดียวกันด้วย ยิ่งรู้ว่าเป็นคนต่างชาติสองคนในหอนี้ ยิ่งทำให้

คุยกันง่ายขึ้น พอสนิทกันมากขึ้นก็พึ่งรู้ว่าเธออายุมากกว่า 2 ปี เธออยากเป็นนักเต้นที่เกาหลี ทำให้เดินทางข้ามน้ำ

ข้ามทะเลมาเพื่อเรียน แต่ก็ติดตรงกำแพงภาษา จึงเรียนภาษาเกาหลี 1 ปี แล้วก็เรียนเต้นอีก 1 ปี แต่ทางบ้านก็

อยากให้เธอเรียนจบปริญญา มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน หางานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง มากกว่าเต้นกินรำกิน

สุดท้ายเราก็ได้มาเจอกัน

 

 

 

แต่ไม่มีทางเรียกโมโมะว่าพี่หรอก นิสัยยัยนั่นเด็กจะตาย อายุสมองน่าจะพอๆ กับเด็กประถม

หรืออาจจะเด็กกว่า?

 

 

 

โมโมะค่อนข้างเป็นคนหัวช้า เรื่องที่เก่งที่สุดคงมีแค่เรื่องเต้น กับ เรื่องกิน ตอนเรียนก็เอาแต่นั่งเหม่อ

ถ้าไม่ช่วยติวหนังสือมีหวังยัยนี่คงไม่จบแน่ๆ

 

 

“แค่ก ๆๆๆ”  จื่อวียื่นทิชชู่ให้โมโมะ ที่จู่ๆ ก็สำลัก

 

สงสัยจะรู้ว่าเธอนินทาโมโมะในใจล่ะมั้ง

 

 

 

จะว่าไปถ่ายมาหลายรูป เช็คดูหน่อยดีกว่า หวังว่าจะมีสวย ๆ บ้างนะ ถ่ายรูปยัยเอ๋อมาซะเยอะ

ไหนจะตอนที่ยัยเอ๋อแอบเอาไปถ่ายเล่นเองอีก ต้องลบทิ้งบ้างละ ให้ตายเหอะ

 

 

มือเรียวค่อยๆ กดเช็คภาพถ่ายทีละรูปก็พบว่าแต่ละรูปที่โมโมะถ่ายมีแต่ภาพ เบลอๆ ภาพหน้าเบลอ หลังชัด

รูปผู้ชายหน้าตาดี แต่เบลอไปนิด สงสัยจะรีบมาก แล้วนี่อะไร? รูปกองขยะ ขวดโซจู แล้วนี่ท่าแอ็คอะไรเนี่ย

ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าท่านี้มันดูดี แต่ก็ยังดีที่พอมีรูปสวยอยู่บ้าง…

 

แต่รูปนี้อะไรน่ะ…  

 

แอบลบทิ้งดีกว่า….

 

“จื่อวียาาา อย่าลบนะะะะ”

 

สองคนยื้อแย่งกล้องในมือกันอลหม่าน โดยไม่รู้ว่าไปสร้างความรำคาญให้กับใครบางคน

 

 

 

 

 

 

Sana’s Part

 

 

คาเฟอีนทำให้ตาสว่าง หรือ เพราะเสียงทะเลาะของโต๊ะ ๆ ข้าง ๆ ก็ไม่รู้นะ ที่แน่ๆ คือ ไม่ได้ช่วยให้เธอคิดงาน

ออกเลย ถึงจะดื่มกาแฟเข้าไปแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สมองแล่นซักเท่าไหร่ แถมโต๊ะข้าง ๆ ก็เสียงดังอีก มันน่าหันไปด่าจริงๆ

 

นั่งกุมขมับได้สักพักใหญ่ จู่ ๆ มือถือก็สั่นขึ้นมา เพราะมีสายเข้า

 

 

บอส…

 

 

“ค่ะ บอส จะพยายามให้เสร็จภายใน 2-3วันนี้นะคะ

ค่าาาา หูยยยย คิดได้แล้วค่ะ กำลังพิมพ์เลยค่ะ

บอสได้เห็นงานบนโต๊ะแน่นอนค่ะ ค่ะบอส สวัสดีค่ะบอส”

 

 

 

นี่ฉันพูดอะไรออกไป อยากจะตบปากตัวเองจริงๆ ฮือ

เอาล่ะ รีบคิดงานต่อเถอะ บอสโทรมาเร่งขนาดนี้ละ

 

 

ซานะเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะค่อย ๆ พิมพ์สิ่งที่อยู่ในหัวลงไป ถ้าพูดถึงเดือนหน้า เดือนพฤษภาคม เป็นเดือนที่อากาศอบอุ่น

ดอกไม้จะบานเยอะกว่าตอนนี้ ถ้าเป็นคอลัมน์ท่องเที่ยวก็น่าจะพอไหวนะ

 

 

เอาล่ะ มาลุยกันซักตั้ง

 

 

 

ร่างบางก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานจนไม่ได้รู้ตัวว่ามีคนแอบมองอยู่…

 

 

 

 

 

Tzuyu’s Part

 

 

 

โอ้โห สวยมาก! ไม่คิดว่าจะสวยขนาดนี้

โอยยยย อยากกรี๊ดดดดดดด!!

 

 

 

จมูกโด่งสวยเป็นสันได้รูป แถมเสียงก็น่ารัก เงยหน้าขึ้นมาอีกสิคะพี่ ฮือออออ

อย่าพึ่งก้มหน้าพิมพ์งาน โอยย ประทับใจ มานั่งถูกที่จริงด้วย คนนี้แหละ ใช่เลย

 

ตอนที่เงยหน้ามากดรับโทรศัพท์นั่น เหมือนโลกหยุดหมุนเลย อ๊ากกกกก

ตอนทำหน้ามุ่ยก็น่ารัก ตอนจริงจังก็ดูดี

 

 

 

 

อยากจะถ่ายรูปเก็บไว้จริง ๆ แต่ไม่ได้ เดี๋ยวเหยื่อรู้ตัว เก็บอาการไว้ ๆ นะโจวจื่อวี

แต่ขอหน่อยเหอะ ซักรูปเถอะ ใช้กล้องคงไม่ดี​โจ่งแจ้งเกินไป กล้องมือถือแทนละกัน

ว่าแล้วก็มือถือขึ้นมา ถ่ายรูปพี่สาวโต๊ะข้าง ๆ ไว้ 

 

 

 

 

 

แย่ละ… ลืมปิดเสียง

 

 

 

แต่ไม่ได้ยินหรอกเนาะ เพราะเพลงในร้านเสียงดัง

 

 

 

แต่เมื่อกี้แอบเห็นว่าพี่เค้ายิ้มมุมปากด้วย ฮือออ น่ารักจังเลย ขอบคุณจริง ๆ ที่วันนี้

อากาศอบอุ่น ไม่งั้นฉันคงอยู่แต่ในห้อง อดของดีเป็นแน่ เริ่มจะรักฤดูใบไม้ผลิขึ้นมาแล้วสิ

 

 

 

 

“วันนี้ฉันจะเลี้ยงโซจูแกด้วยนะโมโมะ--”

 

 

แต่พอหันไปจะคุยกับโมโมะ ปรากฏว่ารายนั้น นอนหลับฟุบไปกับโต๊ะซะแล้ว

พอหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน ก็แหงอยู่ละ เล่นกินซะเหมือนพรุ่งนี้โลกจะแตก

 

 

หันกลับมามองอนาคตของเราดีกว่า

 

 

สองสายตาประสานกันพอดี  ร่างบางส่งยิ้มหวานกลับมาให้ เมื่อเห็นร่างสูงอึ้งไปเล็กน้อย ด้วยความเขินอาย

บวกกับรอยยิ้มของซานะยิ่งทำให้จื่อวีไปต่อไม่ถูก ไม่คิดว่าแค่แอบมองเฉย ๆ แล้วพี่เขาจะส่งยิ้มกลับมาให้

 

 

 

แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่จะดีกว่านี้ถ้าเราได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้นนะคะ

 

 

 

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นจื่อวีจึงส่งยิ้มแห้งๆ กลับไปให้พี่เค้า แล้วก็ก้มหัวให้นิดนึง แม้ว่าอยากจะคุยด้วย แต่เห็นพี่เขาก้มหน้าทำ

งานต่อ ก็เลยได้แต่แอบมองต่อไป แต่คราวนี้ต้องระวังมากกว่าเดิม เพราะเหมือนว่าพี่เขาจะเงยหน้ามามองบ่อย แถม

เหมือนจะยิ้มให้เธอ(?) ตลอด

 

 

 

เขินจังแฮะ นี่พี่เขาจะรู้ไหมนะว่าฉันแอบมองอยู่

 

 

พี่เขาจะไม่ชอบ จะอึดอัดไหมเนี่ย

 

 

 

 

 

 

 

“จื่อวียาาา ไปกันเถอะ อยากกินจ๊กบัลลลล”

 

 

ไอ้ตัวขัดจังหวะ….

 

 

 

 

 

 

 

 

Sana’s Part

 

 

 

 

กำลังคิดงานอยู่ดี ๆ พอเงยหน้าขึ้นมาก็สบตากับเด็กโต๊ะข้าง ๆ  เมื่อกี้ที่ด่า ๆ ไปขอคืนหมดเลยนะ

เด็กอะไรหน้าตาดีจัง ดูไม่เหมือนคนเกาหลีเลย แล้วคนที่ฟุบอยู่นั่นคงไม่ใช่แฟนหรอกนะ....

 

 

 

แล้วดูหน้าตอนเอ๋อ ๆ สิ น่ารักจริง ๆ ท่าทางจะแอบมองมาสักพักแล้วสินะ ตอนที่แกล้งเงยหน้าไปมอง

ถึงได้ตกใจขนาดนั้น

 

 

ไม่รู้ทำไม พอเห็นหน้าแล้ว สมองมันก็แล่นทันที เธออาจจะเป็นแหล่งพลังงานของฉันก็ได้นะ ซานะอมยิ้ม

อีกครั้งก่อนที่มือบางบรรจงพิมพ์ไปเรื่อย ๆ สลับกับเงยหน้าขึ้นมามองจื่อวี ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่กล้าแม้

แต่จะสบตาร่างบางเลย

 

และตอนนี้เด็กร่างสูงข้างโต๊ะกำลังลุกขึ้นพร้อมจะเอาแก้วกาแฟไปทิ้งขยะ

 

 

 

 

 

 

จะไปแล้วเหรอ เดี๋ยวก่อนสิ อีกนิดเดียวงานฉันก็จะเสร็จแล้ว แค่รู้จักกันนิดหน่อยก็ยังดี

 

ว่าแล้วร่างบางก็รีบเก็บของ พร้อมเอาถ้วยกระดาษที่เคยมีกาแฟอยู่ ไปทิ้ง ก่อนจะรีบเดินตามเด็กสาวสองคนนั้นไป

 

 

 

 

 

ขอให้ทันเถอะ

 

มาแอบมองกันแบบนี้ได้ยังไง 

 

รอยยิ้มของฉันไม่ได้มอบให้ใครง่าย ๆ นะ

 

รอก่อนนะ

 

ชื่อ จื่อวี.... สินะ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Tzuyu’s Part

 

 

 

 

อย่างน้อยวันนี้ก็ได้เจออะไรดี ๆ ถึงจะไม่ได้ทำความรู้จักกัน แต่ถ้าคราวหน้า มีโอกาสจะต้องเข้าไปทักให้ได้

หวังว่าวันนี้คงจะเป็นการเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิที่ดีนะ ขอให้เจอเธออีกครั้ง

 

 

 

“อ๊ะ โบสถ์ นั่นสวยจังแฮะ โมโมะรอแป๊บ”

พอพอดโกดบาน รอบโบสถ์ ก็ยิ่งทำให้สวยขึ้นเยอะเลย  ว่าแล้วร่างสูงกว่าคว้ากล้องออกมาเก็บภาพไว้

 

 

 

 

 

 

“เออๆ เดี๋ยวฉันไปซื้อของในมินิมาร์ทหน่อยนะ รอก่อนนะแก”

 

 

 

“อืออออ ไปไหนก็ไปเถอะ” จื่อวียกมือขึ้นโบกไล่อีกคน

 

 

ฉันจะได้ถ่ายรูปอย่างสงบสุขสักที  ทำไมวันนี้อากาศดีแบบนี้นะ อยากให้เป็นแบบนี้ทุกวันเลย

ปกติแล้วฉันไม่ค่อยชอบฤดูใบไม้ผลิ เพราะมีแต่คนมีคู่รักออกมาเดินจู๋จี๋กัน เห็นแล้วมันขัดตา

คนมันพาล เห็นแล้วพลอยทำให้อารมณ์ไม่ดี

 

 

 

แต่วันนี้ไม่รู้อะไรดลใจทำให้เธอนึกอยากออกมาเดิน ทั้งๆ ที่ทุกๆ ปีเธอก็ไม่ค่อยอยากจะออกมาเดินเล่นแบบนี้

 

 

 

ขณะที่กำลังยืนถ่ายรูปเพลินก็มีใครบางคนมาสะกิด สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วทำให้เธอต้องละสายตาหันกลับไปมอง

 

 

 

 

“ซื้อของเร็ว--”

 

 

 

จื่อวีหันกลับไปมองเจ้าของนิ้วบาง ที่ในทีแรกเธอคิดว่าเป็นโมโมะที่กลับมาจากมินิมาร์ท แต่ก็แอบแปลกใจที่ทำไม

เพื่อนสาวต้องสะกิดกันด้วย มันผิดวิสัย ปกติเจ้าตัวไม่เคยทำแบบนี้

 

 

 

แต่แล้วคนที่เธอหันไปพบก็คือ

 

 

พี่สาวข้างโต๊ะ

 

 

 กำลังยืนยิ้มให้เธออยู่

 

 

 

 

 

 

ฤดูใบไม้ผลินี่มันดีจริงๆ เลยนะ!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

End.


------------------------------------------------------------



ติดตาม/พูดคุย/อัพเดท ได้ที่ : https://twitter.com/W52HZ_

 

ผลงานอื่นๆ ของ W52HZ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 lukminayeon
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 21:51
    งะ จะให้จบอย่างนี้จริงๆหรอ T^T
    #4
    0
  2. #3 Wanthebluepill (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 03:03
    โว๊ะะะ จบแล้ว แงงงงงงงงงงง
    น่ารักดีค่ะ การเจอกันครั้งแรก
    ปล. โมะน่ารัก55555
    #3
    0
  3. วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 21:47
    ตัดจบได้โหดร้ายมากค่ะ555
    #2
    0
  4. #1 you
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 15:53
    ใช่ค่ะดีจริงๆ อยากอ่านต่ออ่ะ กำลังได้ที่
    #1
    0