นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[assassination classroom] รักแรกพบ.....

โดย HatsuKun

เนื้อเรื่องสั้นๆ ของ 'ชิโอตะ นางิสะ' และ 'อาคาบาเนะ คารุมะ' ของพวกเขา เรื่องราวที่แสนหวานใน 1 วันของทั้งคู่ ที่จะได้รู้ความรู้สึกของกันและกัน

ยอดวิวรวม

647

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


647

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


29
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 ก.พ. 61 / 20:21 น.
นิยาย [assassination classroom] ѡá.....

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ดีจ้าๆๆๆๆๆๆๆๆ เรื่องนี้เป็นวายน่ะจ้ะ! บอกเลยคนที่คาดหวังกับเรื่องนี้ว่าจะมีฉาก nc บอกเลยว่า หมดหวังได้เลยจ้า
มีฉาก ******************** อ่าาาาา ลืมไปห้ามสปอยนี่นา55555
เอาเป็นว่ามาพบกับเนื้อเรื่องสุดน่ารักของ 'ชิโอตะ นางิสะ' และ 'อาคาบาเนะ คารุมะ' กันดีกว่านะจ้ะ 
ชอบก็แชร์เยอะๆน้าาาาาาา ส่วนเรื่องอื่นขอดองก่อนนะๆ และด้วยความที่ไม่ได้แต่งฟิคนาน เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ติดการเรียนและสอบมากกกกก
ความสามารถและสมองในการคิดอาจจะด้อยลงไปเยอะเลย ก็ขออภัยจ้าาาา จะพยายากู้สมองกลับมานะจ้ะ



*คนทางซ้าย*                                            *คนทางขวา*
'อาคาบาเนะ คารุมะ'                                    'ชิโอตะ นางิสะ'
เพื่อนตัวแสบที่ชอบแกล้ง นางิสะ                    เพื่อนสนิทของคารุมะ เขามัก-
เพื่อนสนิทของเขาเป็นประจำ                         จะโดนคารุมะแกล้งบ่อยๆ
                                                              เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาที่เหมือนผู้หญิง

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 ก.พ. 61 / 20:21


"นางิสะคูง~" เสียงของเพื่อนสนิทของหนุ่มน้อยร่างเล็กที่คุ้นเคย ตะโกนเรียกชื่อของหนุ่มตัวเล็กร่างบางเรือนผมสีฟ้า มัดผมทวิลเทลสั้นๆสองข้าง เจ้าของเสียงนั้นเป็นเจ้าของเรือนผมสีแดง กับดวงตาสีเหลืองอำพัน นั่นก็คือ 'อาคาบาเนะ คารุมะ'
เพื่อนที่แสนสนิทและขี้แกล้งของ 'ชิโอตะ นางิสะ' 

ผู้ที่มีร่างเล็กเหมือนผู้หญิงที่ใส่เสื้อผ้าผู้ชาย และด้วยใบหน้าที่หวานน่ารัก ที่ทำให้คนเห็นครั้งแรกก็ต้องเข้าใจผิด บวกกับผมยาวที่ถูกมัดเข้าเป็นทวิลเทลสองข้าง เพราะด้วยรสนิยมของแม่นางิสะ ที่อยากได้ลูกสาว แต่กลับได้ลูกชายออกมาแทน

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่มีปัญหานัก เพราะด้วยใบหน้าของนางิสะที่น่ารักเหมือนเด็กผู้หญิง 
เลยมักจะถูกจับแต่งหญิงออกไปไหนมาไหน ด้วยความที่นางิสะไม่ได้สมัครใจเลยซักนิด

"ยะโฮ~ นางิสะคุงอยู่มั้ย~" 

"........."

"นางิสะคูงง~"

"........."

"นางิสะจัง~"

"อ่ะ!!"  อยู่ๆเจ้าของเรือนผมสีแดงก็เรียก เด็กหนุ่มร่างบางจาก คุง เป็น จัง
ซึ่งมันก็ไม่เชิงที่สามารถเรียกสติของคนตรงหน้าได้

อยู่ดีๆก็มีลูกศรที่เขียนว่า 'นางิสะจัง' แทงใจดำของเจ้าของชื่ออย่างจัง จน
สะดุ้งและก้มหน้าและหัวเราะแห้งๆกับตัวเอง

"ฮ่าๆๆๆ ขอโทษๆๆ นางิสะคุงเหม่อนี่นา~" คารุมะคุงหัวเราะอย่างร่าเริงพลางใช้มือ
มาตบที่บ่าของร่างเล็กเบาๆก่อนจะค่อยๆเลื่อนมือข้างที่ตบบ่า ไปกอดคอนางิสะ
อย่างสนิทสนม

"โถ่ คารุมะคุงล่ะก็ เรียกผมดีๆก็ได้นี่นา" นางิสะทำแก้มป่องนิดๆ และพยายามเงยหน้ามองเพื่อนตัวสูงที่กำลังกอดคอเขาไว้แน่นอยู่ แต่พยายามยังไงด้วยความใกล้และความสูงที่แตกต่างกัน ก็มองไม่เห็นล่ะนะ

"เอ~ฉันเรียกดีๆแล้วนะ แต่นางิสะคุงก็ไม่หันมาสนใจซักที อย่างงี้ต้องลงโทษ!!!"
คารุมะคุงพูดจบ ก็จับข้อมือของคนตัวเล็กออกไปที่ต้นไม้ใหญ่ตั้นนึงที่ห่างจากตัว
ห้องเรียนไปมากอยู่ 

พอมาถึงคารุมะก็วางตัวนางิสะลงกับพื้นและค่อยๆพาร่างของตนเองไปนั่งพิงกับต้นไม้ต้นใหญ่ และกวักมือเรียกคนตัวเล็กให้เข้าไปหา ก่อนจะปริปากพูดออกมา....

"มานี่หน่อยสินางิสะคุง" นางิสะเดินไปหาอย่างว่าง่าย เพราะรู้ตัวดีว่าต่อให้ขัดขืนแล้วเดินกลับห้องเรียน ก็ต้องโดนเจ้าตัววิ่งไปจับตัวและพามาที่นี่อีก ก็เลยยอมๆทำตัวเพื่อนที่เอาแต่ใจของเขาไปเถอะ

"นางิสะคุง หันไปด้านหลังแล้วนั่งลงหน่อยสิ" นางิสะก็ทำตามอย่างว่าง่ายอีกครั้ง

"เหวอ!!!" เสียงเจ้าของเรือนผมสีฟ้าดังขึ้น หลังจากโดนคนร่างสูงดึงเข้าไปโอบกอด 
และใช้คางเกยบนไหล่เล็กๆ 

"นางิสะคุง หอมจังเลย~" คนที่โอบกอดร่างเล็กพูดพลางหลับตาและสูดกลิ่นของคนในอ้อมกอด อย่างผ่อนคลาย

"ท....ทำอย่างงี้มันไม่ถูกต้องนะคับ!!" นางิสะพยายามแกะมือของคนร่างสูงที่กำลังโอบกอดตนอยู่ แต่มันก็ไร้ผล และมันกลับทำให้แรงที่กำลังกอดคนตัวเล็กมากขึ้น 
และแน่นขึ้นไปอีก

"แล้วทำยังไงถึงจะถูกต้องหรอนางิสะคุง~"

"อย่างงี้น่ะเอาไปทำกับคนที่คารุมะคุงชอบเถอะคับ" นางิสะพูดจบคารุมะก็เงียบไปซักพัก ก่อนจะปริปากพูดออกมาเพิ่ม

"เอ๋~คนที่ฉันชอบงั้นหรอ คนแบบนั้นก็มีนี่เนอะ" คารุมะคุงพูดขึ้น แต่คำพูดของคารุมะคุงทำให้ปลุกต่อมอยากรู้ของนางิสะขึ้นมา เลยโพล่งถามออกไป

"ค...ใครหรอคับ คนที่คารุมะคุงชอบน่ะ!!!0_0" นางิสะเบิกตากว้างก่อนจะหันไปมองหน้าที่อยู่ใกล้ๆตน 

"เอ~ใครกันน้า~" คารุมะทำท่าทางชักช้าเพื่อหยอกล้อแกล้งคนเรือนผมสีฟ้าตรงหน้า
อย่างคิดสนุก

"ถ้าไม่บอกผมไม่คุยกับคารุมะคุงจริงๆแน่-_-" อย่างงั้นนางิสะเลยใช้ไม้ตายที่นานๆทีเขาจะใช้กับคารุมะคุงได้ แต่คราวนี้น่าจะได้ผล เพราะคนตัวสูงดูลุกลี้ลุกลนทันทีที่ได้ยิน
อย่างงั้นจากเพื่อนตัวเล็กของเขา

"อ่าๆๆๆๆ ก็ได้ๆ แต่ฉันจะเล่าให้ฟังละกันนะ" คารุมะพูดก่อนจะดึงตัวร่างเล็กให้ขยับมาพิงกับตน และกอดไว้แน่นๆ แล้วเริ่มการเล่าเรื่องของคารุมะขึ้น......

"เรื่องมันเป็นสมัยตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็กประถมอายุ 11 น่ะ ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นฤดูหนาวล่ะนะ......."

"......."

"ฮ่าๆๆๆๆ อยากรู้เรื่องของตัวฉันขนาดนั้นเชียวหรอ~"

"ก็ไม่ขนาดนั้นซักหน่อย" นางิสะเบือนหน้าหนี ก่อนจะเงียบฟังเรื่องเล่าต่อไป

"ระหว่างทางเดินกลับบ้าน ฉันก็เจอกับเด็กผู้หญิงคนนึงที่สวนสาธารณะกำลังร้องไห้อยู่
น่ารักสุดๆไปเลยล่ะ ถึงจะพูดแบบเด็กๆแต่ก็ให้บรรยากาศเหมือนเจ้าหญิงสุดๆไปเลย 
เธอบอกว่า ไม่ชอบทีี่ต้องแต่งตัวเหมือนผู้หญิง ร้องไห้เพราะว่าถูกหัวเราะเยาะใส่....."

"........................" นางิสะเงียบและฟังมาเรื่อยๆจนเผลอหลับไป คารุมะที่กำลังเล่าอยู่ ได้สังเกตุเห็นว่าคนตรงหน้าหลับแล้ว.......

"ว้า~ หลับซะแล้ว"

เสียงหายใจอันแผ่ว และดูผ่อนคลายของร่างเล็ก และใบหน้าดูอ่อนเยาว์และน่ารักเกินเด็กชายทั่วๆไป ทำให้คารุมะในตอนนี้อดที่จะเอ็นดูไม่ได้

คารุมะยิ้มและเบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะใช้มือข้างนึงมาปิดปากที่กำลังจะหัวเราะออกมา
เพราะใบไม้จากต้นไม้ใหญ่ที่ตอนนี้พวกเขานั่งอยู่หล่นลงมาที่หน้าของคนตัวเล็ก
และคนตัวเล็กก็สะบัดหน้าไปมาเหมือนแมวน้อยตัวหนึ่ง

คารุมะนั่งอยู่อย่างงั้นซักพักใหญ่ แต่เจ้าของเรือนผมสีฟ้าตัวน้อยๆก็ยังไม่ตื่นซักที
คนร่างสูงเลยค่อยๆบรรจงช้อนตัวคนตรงหน้าขึ้นมาอุ้มไว้ในท่าเจ้าหญิง และ
พาไปที่ห้องพยาบาล และบอกพวกอาจารย์ว่า 'เขาจะคอยอยู่เฝ้าดูแลนางิสะจนกว่าเขาจะตื่น' 

[ตอนเย็น]
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงตอนเย็น เพื่อนตัวน้อยของเขาก็ยังไม่ตื่นซักที 

'อดนอนมาทั้งคืนรึไงนะ' คารุมะคิดอย่างงั้นพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง
แต่ไม่ทันไร เสียงขยับของเตียงนอนที่นางิสะนอนอยู่ก็ขยับ และนั่นเป็นสัญญาณที่ว่า
เจ้าตัวตื่นแล้ว คารุมะค่อยๆหันไปมองนางิสะ 

ตอนนี้นางิสะเหมือนแมวที่งัวเงียเพราะอาการพึ่งตื่นไม่มีผิด เห็นอย่างงั้น คารุมะเลยโพล่งพูดออกไป หวังจะหยอกล้อร่างตัวเล็กที่อยู่ข้างหน้า ที่กำลังค่อยๆลุกขึ้นมานั่งบนเตียง

"นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราเลยนะ นางิสะคุง~" คนร่างสูงพูดด้วยท่าทางยิ้มระรื่น
ก่อนจะชุนขึ้นจากเก้าอี้ที่ตนนั่นอยู่ เลยพาร่างไปนั่งบนเตียงข้างๆเจ้าของเรือนผมสีฟ้า
และลูบผมที่กระดกของคนตรงหน้าไปมาและหัวเราะขึ้น

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"(ๆ ล้านตัว) คารุมะหัวเราะเมื่อผมของนตัวเล็กกระดกขึ้นมาอย่างไม่ยอม
ให้มันเรียบง่ายๆ

"ฮะ...ขำอะไรน่ะ คารุมะคูง~" นางิสะพูดเอื่อยๆช้าๆด้วยอาการของคนพึ่งตื่น
ก่อนจะใช้มือของตนขยี้ตาไปมา และมองไปที่นาฬิกาที่อยู่ตรงหัวมุมห้อง 

"เอ่อ~ ส..สี่โมง......"

"สี่โมงห้าสิบนาทีน่ะ" คารุมะเห็นท่าทีคนตัวเล็กก้มๆมองๆนาฬิกาเลยตอบกลับไปให้ 
เพราะดูท่าอีกนานแน่ๆถึงจะดูหมด

"อ่อสี่โมงห้าสิบสินะ~......เอ๋!!!" นางิสะลุกโพล่งขึ้นมาจากเตียงที่ตนนั่งอยู่และหันไปหาคารุมะด้วยท่าทีตื่นตกใจอย่างมาก

"ทำไมไม่ปลุกผมล่ะครับ คารุมะคุง!!!" นางิสะพูดเสียงดังก่อนจะหันไปถามคนที่
อยู่ข้างๆเขา อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

"ก็หน้านายตอนหลับมันน่ารัก จนไม่อยากปลุกเลยนี่นา~~~" 

"แย่แล้วๆๆๆๆ แม่ผมต้องโกรธแน่ๆถ้าผมกลับช้า ต้องรีบไปแล้ว!!!" นางิสะวิ่งไปที่ห้องเรียน แล้วรีบเก็บของอย่างเร็วไว คนร่างสูงก็ค่อยๆเดินตามมาจนถึงห้องเรียน และยืนพิงประตูอยู่ และเรียกคนตัวเล็กที่ลุกลี้ลุกลนไม่สนใจโลก

"นี่นางิสะคุง~ คงไม่ได้กลับง่ายๆหรอกนะ เพราะว่า..........." คารุมะเว้นช่วงคำพูดไปซักแป๊บนึงก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งชี้ออกไปทางนอกหน้าต่างเลยบอกว่า

"ฝนมันตกอยู่นะ~0w0" คนตัวสูงพูดด้วยสีหน้ายิ้มระรื่น แต่กลับกันคนตัวเล็กก็วิ่งไปที่หน้าต่างอย่างไม่เชื่อสายตาของตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ๆ 
และพูดไปเบาๆ

"แล้วผมจะกลับยังไงล่ะเนี่ย" คนเรือนผมสีแดงเห็นอย่างนั้นเลยเสนอความคิดออกมา

"ง่ายๆเลย นางิสะคุง ก็วิ่งฝ่าออกไปสิ ^ ^" คารุมะพูดพร้อมหยิบกระเป๋าของตนขึ้นมา
และเดินเข้าไปหาคนตัวเล็ก

"จะทำจริงๆหรอคารุมะคุง??" นางิสะเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่าย และคำตอบที่ได้กลับมาคือ การพยักหน้าด้วยรอยยิ้มนั่น คำตอบคือ จะทำจริงๆนั่นแหละ

ไม่รอช้าคารุมะก็เดินไปหยิบกระเป๋าของคนตัวเล็กและโยนไปให้เจ้าของที่ยืน
มองเขาอยู่และ เดินไปหาคนร่างเล็ก จับข้อมือของคนตรงหน้าและก็วิ่งฝ่าฝนออกจากอาคารไปทันที.....

"แฮ้กๆๆๆ" เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ ด้วยอาการเหนื่อยที่วิ่งออกมาตั้งแต่อาคารห้อง 3-E จนถึงหน้าบ้าน อาคาบาเนะ คารุมะ 

"ทำไมต้องเป็นบ้านของคารุมะคุงด้วยล่ะ---" 

"ก็บ้านฉันใกล้กว่าบ้านของนางิสะคุงนี่นา แล้วถ้าฉันไปส่งนางิสะคุงตอนนี้แล้วตอนขากลับ ฉันก็ต้องเดินกลับคนเดียวน่ะสิ ฉันเหงาจะตาย"

'แต่ไอใบหน้ายิ้มนั่นมันไม่ได้ดูเหมือนคนที่กำลังเหงาเลยนะ' นางิสะคิดในใจก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านของคารุมะ 

"รบกวนหน่อยนะค้าบบบ~" นางิสะพูดจบก็ถอดรองเท้าของตนและเดินตามคนร่างสูงไป

คนร่างสูงโยนผ้าขนหนูและชุดของเขาจากตู้เสื้อผ้ามาให้ ก่อนจะชี้มาทางคนร่างเล็กและพูดขึ้น

"นางิสะคุง ไปอาบนํ้าซะถ้าอยู่ในสภาพนี้หวัดกินแน่ๆ" 

"แล้วคารุมะคุงล่ะคับ" นางิสะไม่ลืมถามเพื่อนสนิทของเขากลับคืน
ด้วยความที่เป็นห่วงด้วยเช่นกัน

"เดี๋ยวฉันจะไปอาบนํ้าอีกห้องละกันนะ มีอะไรเรียกฉันล่ะ" หลังจากนั้นทั้งสองก็แยกเข้าไปอาบนํ้าตามที่ตกลงกันไว้ และเป็นไปตามคาดที่คารุมะจะอาบนํ้าเสร็จก่อน
เลยไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นที่อยู่ถัดไปจากห้องนํ้าที่นางิสะใช้อยู่

[เวลาผ่านไป~]
เสียงเปิดประตูห้องนํ้าได้ดังขึ้น มันเลยเป็นตัวที่ทำให้คารุมะหันไปมองตามต้นเสียง
และพบกับร่างเล็กที่สวมเสื้อคอกลมสีแดงที่ดูขนาดใหญ่กว่าตัว และกางเกงใส่สบาย
ขาสั้นที่ตัวใหญ่กว่าขนาดตัวของร่างเล็กเช่นกัน 

และมีบนหัวของร่างเล็กก็มีผ้าขนหนูตัวคลุมหัวไว้ 

'สระผมด้วยสินะ ไม่น่าล่ะถึงได้นานจังเลย'

คารุมะคิดในใจก่อนจะกวักมือเรียกร่างเล็กให้เดินมาหาเขา
แล้วร่างเล็กก็ทำตามอย่างว่าง่าย และได้หยุดลงตรงหน้าของคารุมะ 

"เหวอ! ค....คารุมะคุง!!!" มันก็เป็นอีกตามเคยคือ คารุมะดึงตัวนางิสะมานั่งไว้บนตักเขา
พลางใช้มือจับผ้าขนหนูและเช็ดผมให้อย่างเบามือ

"อยู่นิ่งๆนะ" คารุมะพูดจบก็ลงมือบรรจงเช็ดให้ ในห้องนั่งเล่นตอนนี้ปรกคลุกไปด้วยความเงียบ มีแต่เสียงพัดลมและเสียงที่ออกมาจากทีวี

ทั้งคู่เงียบไปซักพัก ก่อนที่เสียงของคนร่างสูงถามขึ้นมา

"นางิสะคุงไม่ชอบปล่อยผมหรอ"

"อื้อ ผมพยายามจะปล่อยผมต่อหน้าคนอื่นๆให้น้อยที่สุดน่ะ เพราะบางทีก็จะถูกหัวเราะเยาะ เรื่องที่เหมือนผู้หญิง และโดนแกล้งล่ะนะ"

คารุมะได้ยินอย่างงั้นเลยเงียบและคิดกับตัวเองไปมา

'ทั้งๆที่น่ารักแท้ๆ แต่ถ้าพูดออกไปอย่างงั้นคงจะไม่ค่อยชอบสินะ'

[เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกครั้ง]

"อ่า~เสร็จแล้วล่ะนางิสะคุง~~^ ^" คารุมะพูดพลางยิ้มและปล่อยตัวออกจากนางิสะ
นางิสะลุกขึ้นและค่อยๆเลื่อนตัวลงนั่งข้างๆคารุมะ ก่อนจะนั่งพักสายตาซักพักก่อนจะถาม
เรื่องที่ค้างคาใจต่อจากเมื่อเช้า

"แล้วเล่าต่อได้รึยังล่ะคับ เรื่องเมื่อเช้าน่ะ"

"ว้า~~จำได้ด้วยหรอเนี่ย คิดว่าลืมไปแล้วซะอีก" คารุมะพูดพลางปล่อยตัวพิงโซฟาและทำหน้าเหมือนเด็กที่ทำความผิดแล้วกลับโดนคนจำได้อย่างงั้นแหละ
(ไรท์ : ทำไมบรรยากาศมันเริ่มออกแนวไปทางมาคุรึเปล่าฟระ!?
คารุมะ : เอาน่าๆ )

คนร่างเล็กจ้องคนข้างๆอย่างไม่ละเว้นสายตา ก่อนคนร่างสูงจะถอนหายใจ

"ก็ได้ๆ แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน......" คารุมะพูดเว้นประโยคไว้และใช้มือทั้งสองกดไหล่เล็กๆของร่างบางลงไปกับโซฟา

"เด็กคนนั้นร้องไห้อยู่นานจนพ่อของเธอมาเรียกและเธอก็วิ่งไปหาพ่อของเธอ 
และหันมาทางฉัน กล่าวอำลาด้วยรอยยิ้ม ฉันเลยเผลอคิดว่า ฉันคงจะไม่ได้เห็นรอยยิ้ม
นั่นอีกแล้วแน่ๆ แต่พอฉันถามชื่อเธอออกไป เธอก็ว่าเธอชื่อ...."

ไม่ทันที่คารุมะจะพูดประโยคจบ ก็เลื่อนใบหน้าลงมาประกบริมฝีปากกับร่างที่อยู่ใต้ร่าง
ของตนเองอย่าแผ่วเบา 

"อื้อ!0 0" นางิสะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ และพยายามดันตัวคารุมะออก
แต่กลับไร้ผล เป็นจูบที่ยาวนาน คารุมะสอดลิ้นเข้าไปในโพลงปากของนางิสะ ตวัดตอดลิ้นเล่น ไปมา จนนางิสะเริ่มหายใจไม่ออก คนร่างสูงเห็นเช่นนั้นเลยปล่อยริมฝีปากออก
ให้คนตรงหน้าได้เป็นอิสระ 

ก่อนจะเลียริมฝีปากตนเอง และเลื่อนมือข้างหนึ่งมาแตะที่ริมฝีปากของคนร่างเล็ก

"ชิโอตะ นางิสะ นั่นแหละชื่อของเธอ"

นางิสะตกใจอีกครั้ง แต่การเล่าเรื่องของคารุมะก็ยังไม่สิ้นสุด

"แฮ้กๆ---ฉันคิดว่าเราคงจะไม่มีทางได้เจอกันอีก แต่มันกลับกันไปหมด ฉันเห็นเธอใน
งานปฐมนิเทศ มันทำให้ฉันตกใจมาก แต่ฉันก็ได้เห็นเด็กผู้ชายน่ารักๆคนนึง ลุกขึ้นจากที่นั่งตามเสียงเรียกชื่อของเขา เธอไม่ได้ดูเปลี่ยนไปเลย คงไว้ซึ่งความน่ารัก และความน่าเอ็นดู" คารุมะพูดจบ ใบหน้าของเขาก็ยิ้มให้กับร่างเล็กที่นอนอยู่ใต้ร่างของตน

ก่อนจะปริปากพูดคำที่ทำให้นํ้าสีใสไหนลงมาอาบแก้มนิ่มๆที่ขึ้นสีแดงระเรื่อในตอนนี้

"รักนะ นางิสะคุง" คารุมะพูดก่อนจะใช้มือปาดนํ้าตาบนใบหน้าเล็กๆของอีกฝ่าย
อย่างเบามือและเอ็นดูมากที่สุด ก่อนจะค่อยๆดึงคนตัวเล็กขึ้นมากอดไว้

พลางลูบหัวไปมา

"ฮ่าๆ นางิสะคุงเป็นเด็กขี้แยไปซะแล้ว~" คารุมะหัวเราะนิดๆ แต่ที่จริงใบหน้าเขาตอนนี้
เปี่ยมไปด้วยความสุขและความอ่อนโยน 

"ฮึก ฮือออ~" ร่างบางยังร้องไห้อย่างไม่หยุดเว้นจนคารุมะ จับตัวออกเบาๆก่อนจะมอง
ใบหน้าเล็กๆที่ขึ้นสีแดงยิ่งกว่ามะเขือเทศ 

"แล้วนางิสะคุงล่ะ เกลียดคนอย่างฉันมั้ย??" ร่างบางส่ายหน้าไปมา 

"ไม่เลยซักนิด ไม่สิต้องพูดว่าชอบ ไม่ๆๆๆต้องพูดว่า--ฮึก รักเลยต่างหาก ฮืออ~"

หลังจากพูดจบ คารุมะหน้าก็ขึ้นสีนิดๆ ก่อนจะนำมือข้างหนึ่งปิดหน้าตัวเองไว้
"นางิสะคุง เล่นอย่างงี้มันขี้โกงชัดๆเลยนะ"

นางิสะแปลกใจกับปฎิกิริยาคนตรงหน้าที่แปลกตาเหลือเกิน
ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีแต่กลับไม่เคยเจอคารุมะเป็นอย่างงี้เลยซักครั้งเดียว

"คารุมะคุงต่างหากล่ะที่ขี้โกงน่ะ"

นางิสะพูดก่อนจะใช้มือของตนแกะมือของคารุมะข้างที่กำลังปิดหน้าตัวเองไว้แล้ว
เลื่อนมือไปจับใบหน้าของคนตรงหน้า และค่อยๆเลื่อนใบหน้าไปใกล้
และนำริมฝีปากของทั้งสองประกบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แผ่วเบากว่าครั้งอื่นๆ และอ่อนโยนมาก

ก่อนจะผละกันออก ก่อนจะยิ้มให้กันและพูดกล่าวพร้อมกันว่า

"รักนะ นางิสะ/คารุมะ"

________________________________________________________________
_____________________________100%______________________________

[หลังจากนั้น]

"แต่ยังไงนางิสะคุงก็ขี้โกงอยู่ดีล่ะน้า~"

"ยังไงล่ะคารุมะคุง???"

"ก็ทำตัวน่าจับกดอย่างงี้นี่นา~"

"ผมไม่เคยทำซักหน่อย!!!!!"

(ไรท์ : สุดท้ายก็จบอย่างงี้จนได้สินะ)



ผลงานอื่นๆ ของ HatsuKun

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 21:58
    สนุกดีค่าา เนื้อเรื่องบางจุดคล้ายๆเจอในรูปแฟนอาร์ตเลย แต่เนื้อเรื่องน่ารักกก
    #3
    0
  2. #2 Aimarea (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 23:23
    น่ารักกกกกก~
    #2
    0
  3. #1 Aimarea (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 23:22
    ตั๊ลล๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~
    #1
    0