[FanFic-BTS] Bad Partner [JinKook Ft. MinV]

ตอนที่ 13 : REPORT 12 : Black Widow

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    2 เม.ย. 63


    “เพราะฉันทำงานให้บอสมินไงล่ะ ถึงไม่สมควรโดนดูถูก”

 

แทฮยองโต้ตอบคำพูดอีกฝ่ายไปอย่างไม่มีท่าทีกลัวเกรง เพราะมันเป็นสิ่งที่เขามั่นใจที่สุด

ทั้งหมดก็เพราะว่าเชื่อมั่นในตัวคุณป๊านี่แหละ

 

“โอเค งั้นตอนนี้เราก็ควรเป็นงานเป็นการกันเนอะ อะไรที่มันไม่ค่อยสะดวกตา....” สายลับปาร์คอมยิ้มกริ่มมองใบหน้าคมคายอย่างขบขัน เมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเขาเองยังคงนุ่งลมห่มฟ้า(...) “เวลาคุยก็ช่วยมองหน้ามองตากันหน่อยล่ะ”

“ร-รู้แล้วน่า!” – เอ็งนั่นแหละจะชี้นำทำไมวะอุตส่าห์ไม่คิดแล้ว! ปัดโธ่โว้ย! ...ร่างสูงโวยวายอยู่ในใจ พยายามไม่วางสายตาไปยังบริเวณอื่นบนร่างกายจีมินหลังจากโดนทัก เหมือนแกล้งกันอย่างไรก็ไม่รู้ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุชัดๆ!!

 

“ไหนมองตาฉันสิแทฮยอง”

!!” เขาสะดุ้งสุดตัวเผลอถอยหลังจนติดประตูกั้นห้องอาบน้ำ เมื่อจู่ๆ จีมินก็สาวเท้าเข้าประชิดตัวแบบไม่ให้ตั้งหลัก จนเผลอยกแขนขึ้นตั้งการ์ดทำให้ร่างเล็กตรงหน้าหัวเราะก๊าก

 

“ไม่ทำอะไรหรอกน่า ล่อนจ้อนแบบนี้แล้วจะทำนายเจ็บตัวได้ไง จริงมั้ย”

 

...ก็เพราะว่าล่อนจ้อนนั่นแหละว้อย! เมื่อไหร่จะเข้าเรื่องซะที!

 

“มีอะไรก็รีบๆ พูดมาได้แล้ว เสียเวลา!

“อ่า โอเค ว่าแต่เมื่อกี้ถึงไหนละ”

“อย่ากวนตีน”

“อื้อ คิดดังไปหน่อยนะ” สายลับปาร์คยื่นนิ้วมาจิ้มเบาๆ บนหน้าผากอีกฝ่ายจนถูกปัดมือทิ้ง ซึ่งเจ้าตัวทำเพียงขำเอ็นดู “ฉันก็แค่คิดว่ามันมีบางอย่างที่ไม่เหมือนกับสิ่งที่เราเข้าใจ...”

“ก็คือมีนายเอะใจคนเดียวว่างั้น?”

 

“จะว่างั้นก็ได้ แต่ฉันไม่มีหลักฐาน” จีมินเสยผมตัวเองขณะครุ่นคิด “มันน่าจะมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนเกินกว่าที่จะเริ่มต้นใหม่ และเกินกว่าจะพยายามอธิบายให้คนอื่นรับรู้” ตอนนั้นเขาคิดว่าทางหัวหน้าจองแค่พยายามดำเนินงานตามมิชชั่นที่ได้รับมอบหมายมาจากบลูเฮาส์ และช่วงนั้นเองสถานการณ์ขององค์กรก็ไม่ค่อยจะมั่นคงอยู่แล้ว

 

“สุดท้าย ..นายก็เลยตัดสินใจ.... ล่อเป้า?”

“ใจเด็ดไปเลยใช่มั้ยล่ะ”

“ไม่อะ ฉันว่าโง่ นายอาจจะตายได้นะ!

“เฮ้อ เบาหน่อยก็ไม่ได้ แต่ช่างเถอะฉันไม่แปลกใจ” จากสีหน้ามั่นใจเมื่อครู่ มีท่าทีตึงเครียดจนถอนหายใจแผ่วเบาตามมา “ถ้าจะตาย มันก็เป็นเคสที่เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว ฉันทำใจไว้ตั้งแต่ทำงานแบบนี้แล้วล่ะแทฮยอง”

“...”

“แต่ก็เพราะนายนี่แหละที่ทำให้มันไม่เกิดขึ้นจริง ขอบใจนะ”

“เอ่อ.....” ชายหนุ่มผิวเข้มเบนสายตาไปทางอื่นเพราะทำตัวไม่ถูก แต่ก็ยังไม่คลายสีหน้าขัดใจอยู่ดี “นายไม่ได้วางแผนถึงเรื่องนี้ใช่มั้ย”

“ก็ไม่เชิง”

“ไม่เชิงนี่หมายความว่าไง”

“บอกมาก่อนสิว่านายแอบขับเรือไปทำลับๆ ล่อๆ อะไรที่นั่น ...ดูจากการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าแล้วยังไงก็ไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกับการรับมือเรื่องฉุกเฉิน ยิ่งพอมาอยู่ด้วยกันแบบนี้ก็ยิ่งรู้เลยว่าไม่ใช่”

“...” แทฮยองเม้มปากเผลอเบนสายตาหนี

“ไหนว่าจะมองตาฉัน”

“ชิ” เสียงทุ้มสบถลอดริมฝีปากหยักออกมาเบาๆ “คนเราก็มีเรื่องที่อยากปกป้องกันทั้งนั้นแหละ และนั่นก็คือหน้าที่ของฉัน”

“แล้วตอนนี้นายกำลังปกป้องอะไรอยู่”

 

นายคิมกลับมาเผชิญสายตาคู่นั้นอีกครั้งด้วยท่าทีจริงจังมากกว่าเดิม ก็เพราะว่ามันคือเรื่องที่ชายหนุ่มมั่นใจมาตลอด จนทำให้การตัดสินใจที่จะพูดมันออกไปไม่มีความลังเล

 

“ฉันปกป้องความจริง ก่อนที่มันจะแปดเปื้อนเพราะฝีมือพวกหมาลอบกัดไง”

“เอ่อ คงไม่ได้นับรวมพวกฉันเข้าไปด้วยหรอกเนอะ”

“ยอมรับแล้วละสิว่าเป็นพวกที่ว่า”

“แหม แก๊งมาเฟียอย่างนายกับ NIS อย่างฉันรักกันจะตายมั้งคิมแทฮยอง”

แทฮยองย่นจมูกใส่ ก่อนหันหลังเปิดประตูห้องน้ำที่ล็อกไว้เมื่อกี้ออก “อาบน้ำต่อเถอะไป ฉันไม่กวนแล้ว แต่รีบหน่อยฉันร้อน”

“เอ้า ไม่มาอาบด้วยกันเลยล่ะ เราสองคนจะได้กลับห้องไปพร้อมกันไง”

“ไม่เอาเว้ย!” โต้ตอบเสียงแข็งตามด้วยปิดประตูใส่ ทิ้งให้คนข้างในขำเอ็นดูอย่างอดไม่ได้ ความจริงถ้าเอาเขาไปส่งที่ห้องขังเหมือนเดิมแต่แรกก็จบแล้ว แต่ยังอุตส่าห์ให้ใช้ห้องน้ำด้านนอกอีก แล้วก็ลงท้ายต้องมายืนคุมแบบนี้น่ะนะ

 

ปล่อยไว้เขาจะหนีไปไหนได้กัน จีมินอยากอยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อยด้วยซ้ำ เพราะอย่างน้อยก็เริ่มเดาบางอย่างได้บ้างนิดหน่อยแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้ที่องค์กรจะมีอะไรปรับเปลี่ยนแล้วบ้างไหมหลังจากที่ตนหายไปเป็นเดือน

ก็อย่างที่เคยคิดไป หากงานที่สายลับได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการสืบค้น พวกเขาไม่มีความจำเป็นอะไรสำคัญไปกว่า ความจริง ที่ต้องคว้ามาให้ได้ เว้นเสียแต่จะได้รับภารกิจที่ตรงกันข้าม

คราวนี้คงต้องเอาใจช่วยเพื่อนร่วมงานที่ยังเหลืออยู่ที่นั่นแล้ว ...โดยเฉพาะนายจอนซีกอลคู่หู จีมินตั้งความหวังไว้สูงพอตัว

 

 

--

 

 

    จากปริศนาที่จอยเคยทิ้งไว้ให้ก่อนเธอจะไปในวันนั้น คำถามชวนขบคิดถึง Black Widow แม้สำหรับจองกุกอาจไม่ยากในการคิดหาความเชื่อมโยงเพราะอย่างไรก็เชื่อว่าเธอคงไม่ได้กะถามเล่นเผื่อหาแฟนหนังมาร์เวลมาคุยด้วยหรอก แถมยิ่งมันอยู่ในเวลางานที่ต้องบริการให้แขกคนอื่นด้วยก็ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ สิ่งที่เขาสงสัยก็คือ ทำไม

ชายหนุ่มครุ่นคิดขณะเปลี่ยนชุดมาเป็นยูนิฟอร์มบาร์เทนเดอร์เตรียมตัวเข้างานกลางคืน งานทางด้านซอกจินก็ปกติดี ถ้าไม่นับวันนั้นที่ดันซ่าไม่เข้าเรื่อง คิดแล้วก็น่าโมโห เห็นว่าตัวเองเป็นใครกัน ไม่ได้ทำงานคนเดียวจะได้เอาแต่ใจแค่ไหนก็ได้สักหน่อย

อย่างน้อยเรื่องเส้นทางกลางวันคู่หูเขาก็รวบรวมมาให้แล้ว แม้อาจจะใช้ดาวเทียมช่วยได้แต่ก็ไม่ไว้ใจเรื่องถูกตลบหลังอยู่ดี ยิ่งเป้าหมายซึ่งพวกเขาจับตามองทำธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีแล้วก็ยิ่งไม่อยากประมาททิ้งรอยไว้ อีกอย่างพอรู้เรื่องพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเบียกโกะเรื่องร้านราเม็ง ตอนนี้คงต้องพึ่งความหวังที่จองกุกแล้วว่าจะสามารถเอาอะไรจากจอยมาได้บ้าง

แมงมุมก็แมงมุมเถอะ ...เขาไม่ยอมตกเป็นเหยื่อง่ายๆ อยู่แล้ว

 

Welcome madam, can I help you?

 

เธอส่งยิ้มจากมุมปากและก้าวเข้ามานั่งหน้าเคาน์เตอร์เช่นเดิมอย่างคราวนั้น จอยยังคงสั่งเมนูแอลกอฮอล์ผสมเบาบางมาจิบเป็นเครื่องดับกระหาย แต่บรรยากาศที่ต่างออกไปคือ ดูเหมือนทั้งเธอและเขาก็มีความรู้สึกบางอย่างคล้ายกัน ...นั่นไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องดีหรือไม่ และการตัดสินใจต่อการเลือกดำเนินการขั้นต่อไปอาจส่งผลถึงอนาคตได้

ซึ่งเขาต้องประเมินให้ความเป็นไปได้มันออกมาในแง่ก่อประโยชน์ที่สุด แม้ว่ามันอาจพลิกผันได้ตลอดเวลา

 

you, Mr. Jeon

 

...นั่นไง

จอยจิบเครื่องดื่มของเธอเรื่อยๆ จนพร่องเหลือก้นแก้ว จึงเอ่ยเรียกบาร์เทนเดอร์หนุ่มด้วยเสียงเรียบนุ่ม ซึ่งเขาก็หันมาค้อมศีรษะรับอย่างนอบน้อมแต่ก็พยายามสังเกตท่าทีหญิงสาวอย่างระมัดระวัง

เธอยกมือขยับนิ้วเล็กน้อยเป็นเชิงเรียกให้เข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาจนจองกุกได้กลิ่นน้ำหอมซึ่งหวานและลึกลับ คล้ายกับบุคลิกของเธอ

 

I wanna show you something. come with me

 

?

 

“...p-pardon?

 

จองกุกหันไปมองเพื่อนร่วมงานอย่างลังเล อย่างน้อยในสถานการณ์ที่เขาลังเลจริงๆ มันก็ดูเหมือนการแสดงที่แนบเนียนกว่าตกปากรับคำตามเธอไปทันที ส่วนคำตอบที่เขาได้จากบาร์เทนเดอร์อีกคนคือเขาพยักหน้าให้ และส่งสายตาเป็นเชิงว่า ไปสิ

นั่นก็ยิ่งทำให้สายลับหนุ่มรู้สึกว่าคราวนี้ทุกอย่างที่หนักหนามันมาตกที่ตนแล้ว จอยคงเป็นบุคคลสำคัญ ไม่ก็มีอำนาจมากพอที่จะทำให้คนอื่นทำตามที่เธอต้องการได้

 

so, see you in 15 minutes and I’ll be waiting for you on the second floor. don’t be late. ok?

 

เขาเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนัง ซึ่งอีกสิบห้านาทีคือเวลาเลิกงานของเขา ... แต่เธอกลับบอกว่าจะรอที่ชั้นสองซึ่งมันเป็นที่สำหรับแขก VIP หรือว่าชั้นนั้นไม่ได้ปิดตามเวลาด้านล่างสินะ?

นั่นยิ่งทำให้จองกุกรู้สึกระวังตัวขึ้นอีกหลายเท่า มันเหมือนกับดินแดนสนธยาที่ยังหาจังหวะลอบขึ้นไปตรงๆ หรือแอบปล่อยกล้องสอดแนมเคลื่อนที่เข้าไปไม่ได้จนกว่าจะพอรู้ที่ทางคร่าวๆ และความจริงเรื่องนี้ซอกจินก็เคยให้ความเห็นไว้ว่า จะชิงลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ หากจอยต้องการจะเผยความลับบางอย่างก็อยากให้ฉวยไว้โดยที่ไม่ลืมทิ้งเศษขนมปังให้ตามตัวต่อได้ เหมือนนิทานบ้านขนมปัง โดยเพียงแต่คราวนี้จะเป็นการวางเพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่ระหว่างทางกลับบ้าน หรือนำทางให้มาล่าแม่มด มีเพียงอนาคตข้างหน้าที่จะเป็นคำตอบของทุกอย่าง

จนเมื่อถึงเวลา เขามาพบเธอที่ทางขึ้นชั้นสองโดยที่ยังไม่ได้กลับไปเปลี่ยนชุด ทั้งคู่สบตากันด้วยความเงียบดังตกลงกันไว้แล้ว จอยในชุดเดรสดำสั้นเข้ารูปแขนยาวพยักหน้าแล้วเดินนำขึ้นไป จองกุกแอบสอดสายตาสังเกตรอบๆ ว่าบันไดทางขึ้นอยู่ในบริเวณเหมือนตรอกเล็กด้านใน และตกแต่งด้วยโทนสีเข้มรับแสงไฟสลัว ทั้งลึกลับและหรูหราโดยไม่ต้องประดับด้วยของราคาแพง

จอยพาขึ้นไปถึงบันไดขั้นบนสุด มีทางเดินทอดเข้าไปไปเล็กน้อยก่อนถูกกั้นด้วยประตูซึ่งสร้างลักษณะรูปแบบประตูเลื่อนแบบบ้านญี่ปุ่นแท้ๆ ทว่าด้านหน้ามีกล่องไว้สำหรับสแกนบัตรสมาชิกหรือบัตรพนักงานชั้นพิเศษ ...ไม่มีทางที่ใครจะลอบขึ้นมาได้ง่ายจริงๆ ระหว่างทางขึ้นเองก็มีกล้องแอบอยู่เช่นกัน

 

เธอหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป๋าสะพายใบเล็ก ทาบหน้าบัตรเข้ากับเครื่องสแกนจนประตูเลื่อนเปิดออก

สายลับจอนกำมือเพื่อข่มความตื่นเต้นและรีดเร้นประสาทสัมผัสถึงขีดสุด

แม้จะไม่ค่อยปลื้มพฤติกรรมส่วนตัวของซอกจินเท่าไหร่ แต่ในเมื่อเป็นเวลางานเขาก็ต้องแยกแยะให้ได้

ชั้นสองแตกต่างจากบาร์ชั้นล่างสิ้นเชิง ระเบียงทางเดินมีลักษณะคล้ายโรงแรมและห้องปิด ส่วนตามทางก็เป็นไฟสีโทนอุ่นจนบรรยากาศเป็นสีเหลืองตุ่นเหมือนภาพซีเปียไปหมด จองกุกไม่แน่ใจว่าห้องพวกนั้นข้างในมีอะไร แต่มันคงไม่ใช่สิ่งที่เปิดเผยได้แน่ ไม่ว่ามันจะมีใครอยู่ก็ตาม

...ให้ตายสิ ไม่ได้สัมผัสกลิ่นอายแบบนี้จนเกือบไม่ชินแล้วเนี่ย

เพราะอยู่กับเจ้านั่นแท้ๆ ที่ทำตัวไม่ระวังอะไรเลย

 

ร่างโปร่งงดงามของหญิงสาวพาเขาไปที่ห้องวีไอพีริมด้านในสุดระเบียงทางเดิน เธอทาบการ์ดเปิดประตูเดินนำเข้าไปรอด้านในแล้วผายมือเชื้อเชิญ

 

“...is … anyone here?

no, just you and me

 

เขามองรอบๆ ด้านในมันไม่ต่างอะไรกับห้องพักโรงแรม แถมยังมีเตียงนอน จนชวนสงสัยว่าห้องอื่นเองก็เป็นเช่นนี้หรือไม่

 

why?

’cause I told you I’ll show you something” จอยยิ้มเล็กน้อยหลังจากปิดประตู กิริยาของเธอดูนิ่งสงบ ลื่นไหลเป็นธรรมชาติจนน่ากลัว about BLACK WIDOW

 

จองกุกขมวดคิ้วรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณแล้วว่ามันไม่ปกติ แต่อีกฝ่ายยังไม่แสดงทีท่าอื่นใดนอกจากสาวเท้าเข้ามาใกล้ แต่เขาก็เตรียมตัวที่จะทิ้งร่องรอยจากกล้องลับซึ่งจะส่งสัญญาณไปยังตัวรับที่อยู่ภายในขอบข่ายเมืองเดียวกัน

ไม่ว่าซอกจินจะตื่นอยู่หรือไม่ แต่ก็ต้องย่อมรับรู้ได้อยู่แล้ว

 

why me?

you’ll see

did you do this with all the newbies?

nope

 

หญิงสาวก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย้ายวนลึกลับ ซึ่งจริงๆ แล้วกำลังไล่ต้อนให้จองกุกต้องถอยร่นไปด้านหลัง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เขาต้องทำอยู่แล้วเช่นกัน เพราะทุกวินาทีของสายลับมีค่า และทุกการกระทำก็เช่นเดียวัน

แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกับกลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดียวกับบนร่างเธอเริ่มชัดเจนขึ้น พวกเขายังไม่ได้ใกล้ชิดกันเหมือนตอนอยู่ที่เคาน์เตอร์ แต่กลับได้กลิ่นหวานอุ่นฟุ้งอยู่รอบตัว

...หมายความว่าไง!?

สายลับจอนคาโมเมะยกมือข้างหนึ่งขึ้นบังหน้าเป็นการป้องกันตัวอัตโนมัติ จังหวะเดียวกับที่จอยยื่นมือมาโอบจับไว้รอบต้นคอเขาอย่างนุ่มนวล พร้อมเสียงกระซิบด้วยภาษาที่คิดถึง

 

“ยินดีต้อนรับสู่รังแมงมุม”

 

...

แต่.... มันไม่ใช่เวลาควรจะคิดถึงเลยเนี่ยสิ!

 

 

   ...จองกุก!?

ซอกจินลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในห้องแสงสลัว เขาเปิดโคมไฟไว้ที่หัวนอนเมื่อไม่อยากเปิดไฟห้องตลอดทั้งคืน จนตอนนี้ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนมาจากปลายทางซึ่งดังขึ้นเมื่อสิบนาทีก่อน

ชายหนุ่มลุกขึ้นมองไปรอบๆ ไม่พบการเคลื่อนไหวใดหรือมีใครกลับเข้ามา จากนั้นก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตรวจสอบทุกจุดที่อาจเป็นทางเข้าออกได้ ก็พบว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หมายความว่าจองกุกยังไม่กลับทั้งที่เวลาตอนนี้ก็เลยเวลาเลิกงานไปสักพักใหญ่แล้ว

จะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ ...กับคุณนกนางนวลจอมดื้อของเขา (แน่นอนว่าโมเมเอง-)

พอสถานการณ์เข้าสู่ความตึงเครียดขึ้นมาเนี่ยไม่ชินเลยแฮะ ทั้งที่มันน่าจะเป็นเรื่องปกติแท้ๆ เลยน้า...

 

เขาเปิดโน้ตบุคขึ้นมาเชื่อมต่อสัญญาณกับตัวรับที่ติดตั้งระบบให้เชื่อมต่อไว้กับโปรแกรมกล้องวงจรปิดแบบพิเศษ ในเมื่อลงความเห็นกันแล้วว่าการนำกล้องเป็นตัวๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ภายนอกรูปแบบใดคงหาจังหวะติดตั้งยาก เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะไปเจอสถานที่ไหนในสถานการณ์แบบใด เลยต้องปรับรูปแบบถุงใส่เศษขนมปังเสียใหม่

แม้ว่าตัวกล้องจะปิดการทำงานไปแล้ว แต่สัญญาณภาพที่ส่งกลับมายังตัวรับซึ่งบันทึกลงไว้เรียบร้อย มันไม่ยากที่จะเรียกดูประวัติก่อนหน้านั้นว่าอีกฝ่ายไปเจออะไรมา เขาเสียบหูฟังและกดเล่นไฟล์กล้องก่อนหน้า

บันทึกเริ่มตั้งแต่คุณสายลับนกนางนวลเลิกงานและไปเข้าห้องน้ำ ก่อนออกมาพบกับจอยที่ทางขึ้นชั้น VIP ...แหม คืนนี้ก็สวยเหมือนเดิมเลยจริงๆ

แต่ก็แจ่มสู้คู่หูเขาไม่ได้หรอก

ดูสภาพแล้วเหมือนกับว่าส่วนชั้นสองที่ให้พนักงานเฉพาะขึ้นไปบริการได้น่าจะลักษณะคล้ายโรงแรม แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าแกล้งๆ สวมรอยเป็นแขกวีไอพีได้สักหน่อยจะลองเรียกใช้บริการพิเศษดู แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้วน่ะสิ เสียดายจัง

 

ตลอดทางจองกุกไม่ได้พูดอะไรกับเธอ และปล่อยให้จอยเดินนำไปยังห้องในสุด สายลับคิมฮาโตะแอบใจเต้นแวบหนึ่งเมื่อเห็นคู่หูของเขาเข้าไปด้านในห้องกับสาวสวยสองต่อสอง แต่ดูจากทิศทางที่กล้องหันไปมาแล้ว ท่าทางจองกุกจะระวังตัวแจเลยทีเดียว ก็อย่างว่าแหละ มันน่าไว้ใจเสียเมื่อไหร่

เขาได้ยินทั้งคู่พูดคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ น้ำเสียงของจอยทั้งเยือกเย็นแต่ก็มั่นใจ แล้วก็ไม่ชอบมาพากลอย่างแรง

ภาพสุดท้ายที่เห็นจากกล้อง คือดวงตาสวยเฉี่ยวคู่นั้นราวสะกดจิต ก่อนที่ความมืดจะค่อยๆ บดบังจอและถูกกลืนกินไปจนไม่เห็นอะไรอีก และไม่นานไฟล์บันทึกภาพก็สิ้นสุด

แล้วตอนนี้จองกุกก็ยังไม่กลับมาที่ห้อง

...เอาละสิทีนี้ – ถึงจะไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กที่จะเพิกเฉยได้เหมือนกัน เขาก็ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อคู่หูชั่วคราวคนสำคัญคนนี้บ้างแล้ว

สายลับหนุ่มคนพี่จดจ้องหน้าจออยู่พักหนึ่งก่อนหยิบโทรศัพท์ต่อเข้ากับโน้ตบุค อาจจะเร็วเกินไปถ้ารีบบอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับจองกุกตอนนี้ แต่ด้วยวิสัยโจรที่เคยเป็น อะไรผิดสังเกตนิดหน่อยก็ต้องแอคทีฟตัวเองไว้ก่อน เพียงแต่ฉากหน้าต้องดูเยือกเย็นอยู่เสมอ

พวกเราตกลงกันแล้วนี่นา แถมภารกิจนี้ก็อยู่ในมือของเราสองคนด้วย

 

“รอก่อนนะคุณนกนางนวล คุณจะได้กลับบ้านแน่ๆ ...ไม่สิ เราจะได้กลับบ้านไปพร้อมกันต่างหาก”

 

 

--

 

 

[เป็นไงบ้าง ได้ข่าวว่าจับปลาตัวใหญ่ได้แล้วนี่]

 

เสียงห้าวทุ้มปลายทางฟังดูไม่ค่อยตื่นเต้นกล่าวทักหลังจากรับสาย

 

“ใหญ่เล็กไม่สำคัญเท่ากับโดนสั่งห้ามกินน่ะสิ” เขาหัวเราะอย่างไม่จริงจังนัก “พูดเองไม่ใช่เหรอ”

[ไม่ลืมหรอก ที่ถามดูก็กลัวจะลืมสัญญา]

“นั่นเรียกว่าสัญญาหรอกเรอะ”

[เดี๋ยวนายจะคิดมาก ก็เลยหาคำดีๆ แทนให้ไง]

“ซาบซึ้งจริงๆ เป็นเกียรติมากครับ ที่ท่านประธานมิลคอร์ปมีความห่วงใยกัน”

อีกฝ่ายแค่นหัวเราะแกนๆ ใส่กลับมา [กับคนระดับเดียวกันมันแปลกตรงไหน เลิกเล่นเถอะน่า ก่อนที่พวกนายเองก็จะถูกเพ่งเล็งไปด้วย]

“โธ่ ชินแล้วเถอะ จะอีกซักคนก็ไม่เห็นเป็นไร ...อีกอย่าง นี่มันก็งานไพรเวทแท้ๆ อย่าเพิ่งลนลานสิ”

มีเสียงถอนหายใจเบาๆจากปลายสาย [ก็เพราะว่ามันงานไพรเวทไง ฉันถึงอยากให้มันเงียบจนกว่าจะถึงเวลา]

“โอเค เข้าใจแล้วล่ะ ฉันไม่ใช่คนทำตามใจตัวเองจนเรื่อยเปื่อยอยู่แล้วนายก็รู้”

[อืม ฝากด้วยนะ]

“ได้เสมอ”

 

ชายหนุ่มกดวางสายด้วยรอยยิ้มบางเมื่อสิ้นสุดบทสนทนาทางไกลกับ พันธมิตร แสนสนิทมาช้านาน ที่ไม่นึกว่าเวลาจะผ่านไปเร็วจนพวกเขาเติบโตมาไกลขนาดนี้

ดวงตาคมและเครื่องหน้าหนักแน่นทำให้เขาดูน่าเกรงขามแม้อายุยังไม่เท่าไหร่ แต่อย่างน้อยมันก็พอสมฉายาที่ใครๆ ก็เข้าใจในฐานะที่ตนเป็น

แม้จะเสียดายนิดหน่อยที่ปกติปลาที่จับได้จะถูกแล่กินอย่างรวดเร็วเพื่อความสดใหม่ตามซิกเนเจอร์ความเป็นอาหารญี่ปุ่น แต่ครั้งนี้กลับต้องเอามันไปไว้ในตู้ปลาแทน ...เขาเคยเลี้ยงปลาเสียที่ไหน

 

“หาห้องให้อยู่เรียบร้อยดีแล้วใช่มั้ยจอย?”

 

หญิงสาวผมยาวสีส้มรวบเรียบร้อยยิ้มให้ขณะหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะทำงาน

 

“ทรีทดีๆ หน่อยแล้วกัน ยังไงก็ถือว่าเป็นแขกของเราแหละนะ”

“เธอไม่ต้องย้ำฉันหรอกน่า เมื่อกี้หมอนั่นก็ทีนึงละ”

จอยหัวเราะเบาๆ “มีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกัน อยากได้อะไรเพิ่มมั้ย”

“ไว้เดี๋ยวฉันจะแวะเข้าไปดู บอกด้วยล่ะว่าอยู่ที่ไหน”

 

เธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาส่งโลเคชันให้อีกฝ่ายทันที ก่อนออกไปจากห้องทำงานส่วนตัวของผู้มีตำแหน่งสูงกว่าด้วยกิริยาหมดจดเช่นเดิม

ถือว่าตอนนี้หน้าที่หลักของเธอสิ้นสุดแล้ว ส่งไม้ต่อให้คุณเสือขาวแห่งเกียวโตรับวิ่งไปจนกว่าจะถึงเวลาย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นแล้วกัน


TBC.
*NIS = N
ational Intelligence Service (หน่วยข่าวกรอง, สืบราชการลับของเกาหลีใต้ / แต่ในที่นี้ใช้เป็นชื่ออ้างอิงหน้าที่การงานเฉยๆ นะคะ555 ของจริงไม่อนาถขนาดนี้-)


>>Talk
อะไรกันทำไมจู่ๆ ตอนนี้ก็ซีเรียส555555555555 ชีวิตคนเราก็ต้องมีเรื่องจริงจังบ้างใช่มั้ยล่ะคะ!
คราวนี้สองสายลับพบกับความเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว สายลับจอนติดกับจริงหรือไม่ สถานการณ์ของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป!!! ไว้พบกันตอนหน้าค่ะ!!!
((ต้องขออภัยมากๆ ที่หายไปนานเรยค่ะ แงงงง พอดีช่วงรอบก่อนผิดคิวนิดหน่อยเลยปล่อยเรื่องนี้ยาวเลย ;-; ยังไงก้ขอบคุณทุกคนที่ยังรอคอยติดตามเสมอนะคะ))

#ฟิคบพน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #92 FF1395 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 02:31
    น้องโดนจับหรอ อันเดวววว ว่าแต่บทสนทนาในสายโทรศัพท์นี่ใครกับใครนะ
    #92
    0
  2. #91 SuthidaSukkon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 15:22
    ช่วงเวลาเคร่งเครียดพี่จินเค้าก็ยังเต๊าะน้องจอนไม่เลิกนะคะ 555555

    คิดถึงไรท์~
    #91
    0
  3. #90 kuychai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 23:55
    น้อนนนนนไม่นะ
    #90
    0
  4. #89 leenutcha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 11:59
    เพ่จินนนน ไปช่วยน้องเร็วววว ขอนอกเรื่องแปบ คือแบบบรรยายจอยได้สวยมากกก ชีวิตจริงก็สวยยย ชอบบบบบ
    #89
    1
  5. #88 ME&W (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 15:43
    สีสันจริงๆค่ะ ผมน้องจอย T___T พี่จินรีบไปช่วยน้องเร็วครับ ช่วงนี้แหละโอกาสทำคะแนน
    #88
    0
  6. #87 ME&W (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 15:43
    สีสันจริงๆค่ะ ผมน้องจอย T___T พี่จินรีบไปช่วยน้องเร็วครับ ช่วงนี้แหละโอกาสทำคะแนน
    #87
    1