[FanFic-BTS] Bad Partner [JinKook Ft. MinV]

ตอนที่ 12 : REPORT 11 : Call

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    7 ก.ย. 62


    จองกุกไม่เคยรู้สึกอึดอัดแบบนี้มาก่อน

ถึงจะเป็นเรื่องปกติกับการทำงานที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ก็ยังไม่เคยได้รับงานประจำนานขนาดนี้ ต่างจากการเป็นสายลับสมัยสงครามที่การส่งไปทำงานกินอยู่ต่างประเทศไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการเก็บเกี่ยวข้อมูลเป็นไปด้วยเรื่องของการเมืองโดยเฉพาะอะไรที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศย่อมต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและรัดกุมเป็นอย่างยิ่ง

พอได้ทราบเรื่องจากคู่หูมาแล้วก็ยังพอมีความกังวลอวลอยู่ภายในว่าเขาจะถูกเพ่งเล็งไปด้วยไหมถ้าสมมติเจ้าแท่งลบความจำมันไม่ได้ผล แต่ก็จะแสดงอาการเลิกลั่กผิดหูผิดตาไม่ได้ นายจอนก็เลยทำทุกอย่างให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วออกไปชงเครื่องดื่มหลังเคาน์เตอร์บาร์เช่นทุกคืน และเสิร์ฟลูกค้าเหมือนที่เคย

แต่วันนี้สายลับหนุ่มแทบจะหยุดหายใจ เมื่อพบว่าจอยเลือกมานั่งเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ ต่างจากคืนก่อนๆที่เธอมักนั่งดื่มที่โต๊ะนั่งธรรมดา

...ทำไมวันนี้ต้องมานั่งตรงนี้วะ – จองกุกคิดอย่างว้าวุ่นแวบหนึ่ง แต่สิ่งที่ควรคิดต่อคือมันอาจเป็นโอกาสที่ให้เริ่มทำอะไรสักอย่างก็ได้ แม้จะไม่ไว้ใจนัยน์ตาคมกริบโฉบเฉี่ยวด้วยเมคอัพเลยก็ตาม

จากการสังเกตระยะไกลจากเคาน์เตอร์บาร์และตอนออกไปช่วยเสิร์ฟของให้ลูกค้าตามโต๊ะเขาจะเห็นเธอนั่งเช็กมือถือเป็นครั้งคราว ไม่ก็ทำอะไรบางอย่างในไอแพด อาจพอเดาได้คร่าวๆว่าจอยน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องงานของเบียกโกะพอสมควร เขาน่าจะไว้ใจเธอมากพอในฐานะเป็นเพื่อนร่วมเชื้อชาติ แต่ฐานะอื่นก็ยังไม่แน่ใจในเรื่องความสัมพันธ์อยู่ดี เนื่องจากยังไม่เคยพบสองคนนี้เวลาอยู่ด้วยกัน และด้วยความที่ก่อนหน้ายังไม่สนิทกับเพื่อนร่วมงาน การถามอะไรก้าวก่ายจะยิ่งดูไม่ดีแถมพิรุธยิ่งกว่า

...ต้องทำอะไรสักอย่างจริงๆ เอาแบบที่ไม่ใช่ตอนคู่หูเขาไปก่อเรื่องเมื่อเย็นอะ

 

-何を召し上がりたいですか?(จะรับอะไรดีครับ) จองกุกเอ่ยถามอย่างสุภาพและฝืดคอเมื่อเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ

 

หญิงสาวขยับกายยกมือเท้าคาง ยื่นหน้าเพ่งพิศบาร์เทนเดอร์อย่างไว้ที

 

hmm… as I have told you, boy

 

BOY?

บอยอะไรวะ ยี่สิบหกแล้ว ไม่บอยแล้วดิ! - ชายหนุ่มเผลอนึกหงุดหงิดขึ้นมาวูบหนึ่ง

...แต่เดี๋ยวก่อน ทำไมเธอถึง...

 

I see how you struggle. So, we can talk like this… maybe English is a better way for you. Isn’t it?

“...”

don’t you thank me? I try to helping you” คำหลังเธอกลั้วเสียงหัวเราะขบขัน

 

ซึ่งนั่นยิ่งทำให้จองกุกรู้สึกไม่ชอบมาพากลว่าจอยจะมาไม้ไหนกับเขากันแน่ เธออาจรู้ว่าพนักงานใหม่ไม่ใช่คนญี่ปุ่นก็ไม่แปลกเพราะคงเอ่ยขอดูข้อมูลพนักงานได้ด้วยเส้นสาย ไม่ก็ทางร้านส่งไปให้ดูเองก็น่าจะเป็นไปได้อีกเหมือนกัน แต่เข้าหาแบบนี้มันไม่น่าปกติ โดยเฉพาะการเลือกใช้ภาษาอังกฤษมาสื่อสารกับเขาแทนแบบนี้

เอาล่ะ ...ยังไงก็ต้องเล่นตามน้ำไปก่อน

 

t-thank you. Madam

good, take it easy

 

จากนั้นจอยสั่งเครื่องดื่มที่เธอมักดื่มเช่นเคย มันเป็นชนิดค็อกเทลเพราะคงไม่ค่อยอยากเมาเละเทะกลางดึกให้เสียลุคเท่าไหร่...

เขาใช้เวลาชงไม่นานก็ยื่นให้ ท่าทีการรับของก็ยังไม่มีอะไรผิดแผก และสายตาก็ยังไม่ได้เจาะจงส่อพิรุธมากกว่านี้ จองกุกเองก็ไม่อยากจะมองหน้าอีกฝ่ายบ่อยๆให้มีพิรุธเหมือนกัน

และตอนที่คุณสายลับจอนหันไปชงเครื่องดื่มให้ลูกค้ารายอื่น เธอแอบหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์อะไรบางอย่างโดยลดมือลงใต้เคาน์เตอร์พร้อมเอาอีกมือขยับเลื่อนแก้วค็อกเทลบังโดยทำเป็นยกจิบและวางลง

 

hey

yes? What do you want more? Madam?” จองกุกรีบหันมาตอบเมื่อเป็นจังหวะที่มือเขาว่างพอดี และเธอคงไม่เรียกพนักงานคนอื่นด้วยภาษาอังกฤษหรอก

 

จอยพยักหน้าเป็นเชิงให้บาร์เทนเดอร์จอนเดินมาหา ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้พลางเอ่ยเสียงกดต่ำลงจนแทบกระซิบ

 

do you know Black Widow?

 

หา

 

b-black…widow?” ชายหนุ่มทวนคำอย่างลองเชิง ความหมายคำนี้มันมีหลายบริบทเกินกว่าที่เขาจะสรุปได้ แล้วก็ไม่รู้ถ้าทายเจาะจงเกินไปอาจโป๊ะแตกง่ายๆด้วยไหม

 

...ต้องระวัง

คำนี้มันอาจเป็นโค้ด หรืออะไรสักอย่าง...

จองกุกเม้มปากลอบกลืนน้ำลายเบาๆ ก่อนพลีชีพตอบไปด้วยคำตอบที่ผุดขึ้นมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า

 

…for me, other than type of spider. I just know Black Widow is a part of Avengers in MCU

 

หญิงสาวยิ้มขบขันพลางเขย่าแก้วค็อกเทลเบาๆอย่างชอบใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น ถึงจะผิดคาดที่ไม่มีท่าทีคุกคามหรือส่อไปในทางลบก็ยังไม่อาจทำให้เอเยนต์นางนวลวางใจได้หรอก แต่เขาก็ทำเพียงยิ้มตอบเพื่อส่งให้บรรยากาศผ่อนคลายลงมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

I’ll tell you. …to know more about it later

 

รอยยิ้มของบาร์เทนเดอร์กลายเป็นยิ้มค้างอยู่ในที

 

thanks for the drinks

 

เธอกล่าวลาด้วยรอยยิ้มนิ่งสงบกว่าเมื่อครู่ก่อนชูแก้วขึ้นคล้ายอวยพรเวลาจะชนแก้ว ยกดื่มเครื่องดื่มที่เหลือจนหมดและลุกเดินจากไป เขาเห็นจอยหยิบบัตรเครดิตมารูดที่เครื่องตรงเคาน์เตอร์หน้าประตูก่อนเดินออกไปในยามราตรี คงจะกลับไปขึ้นรถคันเดิมที่เคยเห็นวันแรก

จองกุกและซอกจินตรวจสอบเลขทะเบียนแล้วพบว่ารถคันนี้เป็นรถที่ผลิตภายในประเทศ ซึ่งสั่งซื้อในนามของผู้บริหารชาวญี่ปุ่นคนนั้นที่ถือครองสิทธิ์แทนตัวเบียกโกะ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นหนึ่งในคันที่สั่งมาพร้อมกับรถคันอื่นๆที่เอาไว้ใช้สอยแบบพวกรถประจำตำแหน่งเนื่องจากเห็นจำนวนสั่งซื้อมากกว่าห้าคัน ถึงจะเป็นรายละเอียดปลีกย่อยกว่าจุดประสงค์ของการลงพื้นที่ครั้งนี้แต่บางทีจุดเล็กๆก็นำไปสู่เบาะแสใหม่ๆได้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อยากพลาดอะไรไป

แล้วยิ่งวันนี้ ดูเหมือนจอยจะจงใจทิ้งข้อมูลบางอย่างไว้อีก นี่ว่าไม่ปกติละ

 

“เชื่อเขาเลย คุณตอบได้ประทับใจผมมาก ชอบๆๆ”

 

ซอกจินตบมือหัวเราะชอบใจเบาๆจนตาหยีหลังได้ฟังว่าคืนนี้คู่หูเจออะไรมาบ้าง

 

“ติดหนังยังดีกว่าติดกับน่ะคุณ ขืนตอบโป๊ะได้โดนดีดกลายเป็นผงแน่”

“แล้วคุณคิดว่าแบล็กวิโดว์ที่จอยพูดถึงมันหมายความว่ายังไงล่ะครับ”

“ผมคิดว่า...” เอเยนต์จอนลูบคางคิด “เหมือนเธอกำลังคิดจะทำอะไรซักอย่างกับผม ตั้งแต่ใช้อังกฤษคุยแล้ว อย่างน้อยพวกนั้นน่าจะรู้ตัวแล้วมั้งว่าเรามาไม่ปกติ”

“อืมมมม...” ชายหนุ่มคนพี่ขยับตัวล้มลงนอนบนฟูก มองเวลาก็ใกล้จะตีสองแล้ว “จองกุก ผมมีคำถาม”

“หือ? เกี่ยวกับมิชชั่นมั้ย”

“เกี่ยวสิครับซอนแบนิม เกี่ยวเต็มๆเลย”

“งั้นก็ว่ามา”

“คุณมานอนกับผมก่อน”

“...”

 

“นอนอะครับ นอนแบบนี้ไง” นายคิมทำท่าประกบมือแล้วหนุน ให้เห็นว่านอน = Sleep จริงๆนะ นายจอนก็เลยถอนหายใจแล้วเคลื่อนกายเข้ามานอนด้วยกันใต้ผ้าห่มที่อาจเรียกได้ว่าแค่คลุมกันลมจากเครื่องปรับอากาศมากกว่า

 

“คุณจะถามอะไรผม อย่ายึกยัก”

“ก็ ...ถ้าหากใครคนหนึ่งถูกจับตัวไป จะทำยังไงกันดีครับ”

“...”

“ถูกฝ่ายตรงข้ามจับไป มันคงไม่น่าเหมือนกับโดนตำรวจจับใช่มั้ยล่ะ ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นแล้วเราจะมีแผนอะไรมั้ย”

จองกุกถอนหายใจแผ่วเบาพลางนอนมองเพดาน “ถ้าไม่แย่มาก ยังไงก็ต้องหาทางหนีออกมาให้ได้ก่อน หนีไปซ่อนตัวจนกว่าจะหาทางกลับที่ของเราได้ถึงมันจะโคตรยากเลยก็เถอะ”

“นั่นคือแผนเบื้องต้นของคุณเหรอ”

“ครับ ก็ปกติเรามีทีมประจำคอยประเมินสถานการณ์ที่ฐานอยู่แล้วนี่ ก่อนหน้าก็นัดแนะมากันแล้วด้วย อย่าบอกนะว่าคุณหลับในที่ประชุม”

“ผมก็แค่อยากถามให้แน่ใจ แล้วคุณเคยเจอสถานการณ์หวาดเสียวขั้นนั้นบ้างมั้ย”

“ตลอดการทำงานแบบนี้ มันก็ต้องมีอยู่แล้วแหละ” คนน้องพลิกตัวหันมามอง “โดยเฉพาะยิ่งอยู่กับคุณเนี่ย”

“โธ่ สงสัยผมอาจจะโลดโผนจนเคยชิน” ซอกจินหัวเราะ “ถ้าผมโดนจับไปก็คงต้องหนีออกมาเองก่อนสินะครับ”

“แหงสิ เก่งอยู่แล้วคงไม่ต้องถึงมือพวกเราหรอก”

“ผมจะถือว่าเป็นคำชมอีกก็แล้วกันครับ” นายคิมตอบยิ้มๆอย่างไม่ถือสาน้ำเสียงแฝงความประชดประชันอันน่ามันเขี้ยวไว้ “แล้ว ...ถ้าสมมติคนโดนจับเป็นคุณล่ะ?”

 

คำถามนี้ทำให้จองกุกนิ่งเงียบไป แม้ความมืดจะทำให้สังเกตสีหน้าคู่หูไม่ถนัด แต่ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจหนักจนสัมผัสได้ถึงความอึดอัดที่เจืออยู่

 

“ยังไงผมก็ต้องหนีออกมาให้ได้” น้ำเสียงคนน้องจริงจัง “ไม่ว่ายังไง จะอยู่ที่ไหน ผมก็ต้องหนีกลับไปให้ถึงเกาหลี”

“จองกุก...” ซอกจินจับสังเกตในท่าทีที่เปลี่ยนไปได้ชัดขึ้น

“ผมต้องกลับบ้านช่วงชูซอกทุกปีน่ะคุณ”

“...”

“...ผมไม่เคยบอกที่บ้านเลยว่าจริงๆแล้วผมไปทำงานอะไร ต้องตระเวนไปที่ไหนบ้าง”

 

นายคิมตัดสินใจนอนฟังเงียบๆเมื่ออีกฝ่ายกำลังบอกเล่าเรื่องราวของตนเอง แววตาที่มองไม่เห็นของจองกุกนั้นแท้จริงกำลังสั่นไหวแม้น้ำเสียงยังมั่นคง

 

“แม่รักผมมาก มากจนไม่อยากให้ผมไปทำอะไรเสี่ยงอันตราย ทั้งที่ผมกลับอยากเป็นในสิ่งที่แม่ไม่ต้องการ ผมอยากเป็นตำรวจ” ริมฝีปากพยายามเหยียดยิ้มออกมา “พ่อเองก็เป็นห่วง แต่เขาไม่ได้แสดงออกขนาดแม่น่ะ เขาก็พยายามช่วยผมทั้งที่ผมโกหกเขา ว่าผมได้งานประจำในแผนกนั่งโต๊ะ ไม่ต้องลงพื้นที่”

“งั้นพ่อคุณก็ไม่รู้เหมือนกันงั้นสิ?”

“ไม่ครับ ทั้งคู่เลย พ่อพยายามจะไม่ถามผมมากกว่านี้ แต่แม่ก็ยังกังวล ผมเลยสัญญากับเขาว่าจะกลับไปหาช่วงหยุดชูซอกทุกปี”

“...”

“ถ้าผมไม่กลับไปละก็ สิ่งที่ผมตั้งใจทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า ผมจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น”

“อา... อย่างนี้นี่เอง ผมภูมิใจในตัวคุณมากเลยนะ”

“........อ่อ ครับ ขอบคุณ” ถึงจะไม่รู้ก็เถอะว่าภูมิใจด้วยนัยไหน หรือนึกยังไงขึ้นมาก็ตาม แต่ลึกๆในใจก็ยังรู้สึกดี อย่างน้อยเขาก็รับรู้ว่าตนยังได้รับการยอมรับ “ส่วนคุณคงไม่ต้องกังวลอะไรสินะ”

“ตอนนี้จะว่าอย่างนั้นก็ได้แหละครับ เพราะมันกลายเป็นอดีตไปแล้ว”

 

จองกุกเงียบโดยไม่รู้จะถามอะไรต่อดี เขาเองก็ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับซอกจินไปมากกว่าไอ้ที่อยู่ในแฟ้มประวัติอาชญากรเลย

 

“เพราะงั้นถ้าผมหายไปก็ไม่ต้องตกใจ เดี๋ยวก็กลับมาได้เอง อีกอย่าง”

“...” ชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าขมวดคิ้วในความมืดซึ่งมีแสงภายนอกอาบไล้เข้ามาบางเบา

“ถึงผมจะไม่มีห่วงเรื่องครอบครัวแล้ว แต่ตอนนี้ผมมีคุณ”

“คุณซอกจิน...”

“ตั้งแต่ผมเลือกหาเลี้ยงตัวเองแบบนี้ก็ไม่เคยสัญญากับใครอีก แต่คราวนี้ผมจะสัญญากับคุณด้วย ว่าถ้าหากเกิดอะไรขึ้น ผมจะช่วยคุณให้ได้

“อันนั้นมันก็ต้องทำอยู่แล้วปะ”

“ก็บอกให้รู้ไว้ไง เห็นชอบหาว่าผมไม่จริงใจ”

“รู้ตัวก็ดีแล้วครับ นอนเถอะ ตื่นเช้าไม่ใช่เหรอ ถ้าโดนไล่ออกก่อนจบภารกิจอย่ามาโทษแล้วกัน”

 

จองกุกพลิกตัวหันหลังให้อีกตามเคย ในขณะที่ซอกจินก็ได้แต่นอนมองแผ่นหลังคู่หูราวกับเป็นคู่สามีภรรยาที่งอนกันแต่ยังง้อไม่สำเร็จ

อย่างไรก็ดีใจที่ห้องเงียบพอจะได้ยินคำขอบคุณเบาๆจากเจ้าของแผ่นหลังที่ว่า ทำให้หลับสบายแล้วคืนนี้

นานแล้วเหลือเกิน ที่เขาเคยมีบ้าน มีพ่อแม่ จนวันที่สูญเสียมันไป ก็ยังมีคนใจดีกับเขา และเพื่อนดีๆชนิดไม่คิดว่าจะหาที่ไหนได้อีก

แต่หลังจากนั้นก็กลับตระหนักได้ว่า เขาไม่ควรมีอะไรเลย

พอได้รับอิสรภาพชั่วคราวก็ต้องมาอยู่กับคนอื่นอีก ดูเหมือนโลกใบนี้กำลังพยายามทดสอบเขาตลอดเวลาเลยแฮะ

แล้วเนี่ย ซอกจินก็รับคำท้าจากโชคชะตาอีกแล้วไง

 

 

--

 

 

    “ซ้าย”

 

-ผัวะ-

 

“โอ๊ย!

“ขวา”

 

-พลั่ก-

 

“เดี๋ยว!

 

ร่างสูงที่ทรุดย่อนั่งชันเข่าร้องอ๊ากออกมาอีกรอบหลังถูกคนตัวเล็กกว่าสาวเท้าเข้ามารั้งแขนให้ลุกขึ้นยืน ความปวดระบมที่กระจายอยู่ทั่วกายทำให้การทรงตัวไม่ค่อยมั่นคงจนอีกฝ่ายต้องช่วยประคอง

 

“ยืนไหวมั้ย ถ้าไม่ไหวก็นั่งลง”

“ว-ไหว ... ไม่ ไม่ดีกว่า ขอนั่ง” เสียงทุ้มแหบโหยพร้อมลมหายใจแรงแทบออกมาไม่เป็นคำ ใบหน้าทั้งเส้นผมชุ่มเหงื่อจนลู่แนบแก้มราวกับเปียกน้ำมา ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกจับยืนแล้วหายใจเข้าออกช้าๆนานๆเพื่อให้ออกซิเจนไหลเวียนดีขึ้น ก่อนค่อยๆนั่งลงกันทั้งคู่

 

“นั่งพักแล้วก็ยืดขาออกไปด้วย อย่าหุบแบบนั้นสิ อ้า อ้าออก”

 

มือเล็กสะกิดตีหน้าแข้งสองข้างจนทางนั้นค่อยๆขยับทั้งที่สายตายังมองคนตรงหน้าแบบไม่ค่อยไว้ใจระคนเหนื่อยล้าจนวิ้งไปหมดแล้ว ก่อนจะร้องโอดโอยอีกรอบเมื่อถูกจับแขนให้ยืดเหยียดคลายกล้ามเนื้อ

 

ทุกครั้งตั้งแต่ระหว่างการฝึกซ้อมยันหมดชั่วโมง คิมแทฮยองก็มีคิดเป็นระยะว่าตูมาทำอะไรที่นี่วะ

 

ถึงสุดท้ายแล้วก็ต้องยอมจำนนเพราะนี่คือทางเลือกที่เขาตกลงรับคำเอง ไม่ว่าจะด้วยการพิสูจน์ตัวเองกับอยากจะทำตัวเป็นประโยชน์บ้างอย่างไร ก็ชักสงสัยว่านี่คิดผิดหรือคิดถูกเนี่ย

เป็นเรื่องเสี่ยงมากที่แทฮยองจะนำเชลย(?)ในความดูแลภายใต้บิ๊กบอสอีกทีแต่อยู่ในความรับผิดชอบของเขาออกมาจากห้องควบคุม ทั้งที่รู้เต็มอกว่าปาร์คจีมินคือสายลับที่ฝีมือไม่ธรรมดา แต่ถ้าอีกฝ่ายให้สัญญากับเขาก็ให้มันรู้กันไปเลยว่าคำพูดที่ว่าเป็นนายคนมันศักดิ์สิทธิ์แค่ไหนกับคนแบบนี้

 

ชั้นใต้ดินใต้บ้านใหญ่ของบอสมินเป็นส่วนใช้งานแบบ Extra เป็นห้องที่ไม่มีบ้านธรรมดาที่ไหนเขามีกัน ไอ้ห้องคุมตัวก็หนึ่งละ ห้องน้ำที่จำเป็น ห้องเก็บเครื่องดื่มจำพวกไวน์ และโซนที่เป็นห้องทำงานระดับ Exclusive ส่วนตัวที่สุดของบอสมินซึ่งอันนี้มีทั้งรหัสและการ์ดที่เจ้าตัวทำขึ้นมาเองเพื่อใช้ในการปลดล็อก จึงไม่มีใครสามารถเข้าไปข้างในเองได้เลย มีเพียงนัมจุนที่ต้องมากับยุนกิเท่านั้น  ถ้านึกภาพข้างในไม่ออกให้ลองนึกถึงห้องสร้างชุดเกราะของโทนี่ สตาร์ค ดู แบบนั้นแหละ อันนี้แทฮยองฟังจากที่พี่ชายเขาเล่ามาน่ะนะ

 

และอีกห้องหนึ่งในใต้ดินนี้มันมีไว้ออกกำลังกายก็ไม่เชิง เรียกง่ายๆก็แบบห้องที่พวกยอดฝีมือไว้ฝึกวิทยายุทธกัน ซึ่งก็เป็นห้องที่พวกเขาอยู่กันตอนนี้

ตั้งแต่วันที่แทฮยองยอมไปเป็นคู่ซ้อมให้จีมิน ให้อีกฝ่ายช่วยฝึกฝนในสิ่งที่ตัวเองขาด (แล้วก็ยังหวังว่าจะต่อยเจ้าตัวได้สักตุ้บสองตุ้บ) แต่ก็เหมือนโดนบุลลี่อยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า วันแรกๆเขาใช้เวลาในการวอร์มร่างกายและยืดกล้ามเนื้อไปเยอะมากเนื่องจากร้างลาการใช้แรงหนักๆไปหลายปีตั้งแต่ออกจากกรม ถูกจับยืดขายืดแขนยืดตัวทีเหมือนจะตาย อย่าให้พูดถึงตอนซ้อมศิลปะป้องกันตัวเลย ไหนว่าเป็นคู่ซ้อม นี่กระสอบทรายชัดๆ จีมินตัวเตี้ยกว่าก็จริงแต่เตะสูงเท่าหัวตนได้นี่แค่นี้ก็ชัดเจนแล้ว ถึงเดี๋ยวนี้จะเริ่มหลบกับป้องกันตัวเองได้บ้างก็ตาม ทว่ายังหาจังหวะสวนกลับไม่ได้เลย

เก่งขนาดนี้ พลาดได้ไงวะ

ทำไมหมอนั่นถึงยอมให้ตัวเองเจอการปะทะทั้งที่ยังปฏิบัติภารกิจไม่จบ

 

“เดี๋ยวนี้อึดขึ้นเยอะแล้วนี่ ถือว่าใช้ได้” จีมินที่นั่งกระพือเสื้อกล้ามตัวเองอยู่พูดยิ้มๆ “แต่เมื่อไหร่ฉันจะโดนหมัดนายซักทีล่ะ”

“ไม่ถึงชาติหน้าหรอกเว้ย!

“ฮ่าๆๆๆ ยิ่งหงุดหงิดแล้วจะยิ่งหายใจไม่สะดวกนะ ใจเย็นๆ” แทฮยองออกอาการฮึดฮัดมากกว่าเดิมเมื่อถูกนายปาร์คลูบท้ายทอยไปมา เขาไม่ใช่หมานะ! แล้วอีกอย่าง ถ้ารู้ว่าพูดแล้วจะไม่สบอารมณ์ก็อย่ามาจงใจยั่วโมโหกันสิฟะ

“ทำงานต่อไหวใช่มั้ย”

 

“อือ” นายคิมยันกายลุกขึ้นอีกครั้ง แม้จะยังปวดหนึบไปทั้งตัวแต่ก็ดีกว่าเมื่อครู่ที่ยังเวียนหัวตามประสาคนไม่ได้ออกกำลังกายมาเป็นประจำเลยหายใจไม่ค่อยถูก แต่ก็รู้ได้ว่าร่างกายกำลังพยายามปรับตัว

เขาคุมตัวนักโทษในเรือนบอสไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเคยหลังเก็บห้องเสร็จแล้ว โดยยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำก่อนกลับไปจัดการธุระของตัวเองบ้าง

ทว่าวันนี้จู่ๆแทฮยองก็ตัดสินใจลองถามอะไรออกไปดู

 

“จีมิน”

“หือ ทำไมเหรอ?” มีเสียงตอบกลับมาจากด้านใน จนเสียงน้ำเงียบไป

“คืนนั้นนายไปทำอะไรที่ท่าเรือคนเดียว ถ้ารู้ว่าไปคนเดียวแล้วจะเสนอหน้าไปให้พวกนั้นเห็นทำไม”

 

ประตูห้องอาบน้ำแง้มเปิดออกเล็กน้อยพร้อมใบหน้าเปียกๆของนายสายลับโผล่ออกมายิ้มเผล่

 

“เข้ามาฟังข้างในสิ”

“ถ้าไม่อยากเล่าขนาดนั้นก็บอก” แทฮยองตอบห้วนด้วยสีหน้าไม่ต่างจากเสียง

“ก็สิ่งที่นายถามฉันถือว่าเป็นข้อมูลลับนะ ทีฉันอยากรู้เรื่องบอสนายยังไม่เห็นเล่าเลย”

 

นายคิมคนเล็ก ลูกน้องมือซ้ายยิ่งยืนกอดอกหน้างอยิ่งกว่าเดิม มันก็จริง... จะไปเถียงว่ามันคนละบริบทก็ไม่ได้ เพราะสถานะของพวกเขามันอยู่คนละฝ่ายกันอย่างสิ้นเชิง แทฮยองรู้ข้อนี้ดี แต่เขาก็ตัดสินใจแล้วเหมือนกัน ว่าอย่างน้อยต้องทำอะไรสักอย่าง

ไม่ใช่ว่าทำงานอยู่ในโฮมออฟฟิศจะความรู้สึกช้าเรื่องข่าวสารภายนอก กลับกัน เขารู้และหูตากว้างไกลพอๆกับยุนกิที่ไม่ค่อยออกไปไหนเหมือนกันแหละ ไม่อย่างนั้นตนจะตัดสินใจอาสาออกไปดูสถานการณ์ที่ท่าเรือแทนพี่ชายที่ติดธุระทำไม ให้คนอื่นไปส่องแทนก็ได้

 

แต่เพราะเขาเองก็เอะใจอะไรอยู่เช่นกัน

 

ริมฝีปากหยักเม้มเข้าอย่างลำบากใจ ตอนนี้จีมินปิดประตูอาบน้ำต่อแล้ว มีแต่เขาที่ยังคงลังเล เนื่องจากตนปักใจ และเชื่อว่าคนที่ทำงานกับยุนกิรู้ดีว่าความจริงมันเป็นเช่นไร เพียงแต่หากเคลื่อนไหวสะดุดตามากเกินไปก็ไม่ใช่ผลดีอยู่ดี ภาพลักษณ์พวกเขาก็ไม่ได้สายขาวในวงการธุรกิจนักหรอก

ยิ่งเกิดเรื่องกับสมาชิกหน่วยข่าวกรองนี่ยิ่งมั่นใจ บางทีอีกฝ่ายอาจมีข้อมูลหรือแนวคิดสอดคล้องกับสิ่งที่ตนสังหรณ์ก็ได้

ชายหนุ่มกลั้นใจเคาะประตูห้องอาบน้ำทันที

 

“ว่าไง อยากจะฟังขึ้นมาจริงๆเหรอแทฮยองอา”

 

แตจีมินที่แกล้งแง้มประตูมาทักก็ชะงักกับท่าทีคาดไม่ถึง เมื่อจู่ๆอีกฝ่ายก็แทรกตัวเข้ามาข้างในแล้วปิดล็อกให้เสร็จ

 

“ฉันไม่คิดว่าการที่นายโดนเล่นงานแบบนั้นเพราะว่านายพลาดเองหรอกนะ”

“....แล้ว?”

“บางทีพวกเราคงมีเรื่องที่ต้องแลกเปลี่ยนกัน เรื่องสำคัญที่บางทีเราสองคนคงทำอะไรซักอย่างกับมันได้”

 

ดวงตาคู่สวยฉายแววมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังชนิดที่นายปาร์คเองก็คาดไม่ถึงทำให้ตัวเขาเองเกิดอารมณ์กระตือรือร้นไปด้วย

 

“ลูกน้องเฮดมินเนี่ย ดูถูกไม่ได้เลยนะ”

 

...มันต้องแบบนี้สิ ถึงจะสนุก


TBC.
*Call ที่เป็นชื่อตอนหมายถึง Call ในการเล่นโป๊กเกอร์ ซึ่งหมายถึงการวางเงินหลังจากผู้เล่นได้รับไพ่ในมือแล้ว เพื่อรอผลจากไพ่กองกลางที่จะวางต่อจากนี้


>>Talk
คิมเล็กดูไม่ปลอดภัยอีกแล้ว /มรั่ย
ต้องขออภัยที่พาร์ทเกียวโตอาจจะเป็นช่วงที่เนื้อเรื่องดูอืด(?) แต่จริงๆมันก็คือส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องเกือบทั้งหมดเลยค่ะ5555 เพราะมีหลายสิ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ทั้งสองคู่ และอื่นๆปลีกย่อยอีกมากมาย แต่ยังไงก็จะพยายามเรียบเรียงให้กระชับได้เนื้อให้มากที่สุดนะคะ 
หลังจากตอนนี้เราอาจเว้นไปอีกระยะนึงเลยทีเดียว ขออภัยตรงนี้ล่วงหน้าเลยค่ะ Y____Y แต่จะกลับมาแน่นอนนนน
ขอบคุณสำหรับเฟฟ เม้น วิว นะคะ หวีดแท็กก็ได้ซำเหมอค่ะ

#ฟิคบพน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #86 kuychai (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:48
    ชอบเขาอยู่ด้วยกัน
    #86
    1
    • #86-1 (จากตอนที่ 12)
      18 กันยายน 2562 / 12:00
      คู่ไหนคะ หรือทั้งสองเรย U v U,,, (ฮาา)
      #86-1
  2. #85 SuthidaSukkon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:36
    อย่างน้อยจองกุกก็ยอมเปิดใจให้มากขึ้นแล้ว ดีใจด้วยนะคุณคิมมม
    #85
    1
    • #85-1 (จากตอนที่ 12)
      15 กันยายน 2562 / 01:51
      ขอแสดงความยินดีขั้นแรกให้คุณคิมค่ะจุดนี้ 5555555555 ส่วนที่เหลือก็ต้องสู้วต่อไปค่ะ :'D
      #85-1
  3. #84 leenutcha (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 23:35
    ทำไมพูดเหมือนเป็นลางว่าจะโดนจับเลยอ่าาา ไม่น้าาาาา แงงง อีกคู่ก้จะแลกเปลี่ยนอะไรกันนนนอยากรู้ววววว
    #84
    1
    • #84-1 (จากตอนที่ 12)
      15 กันยายน 2562 / 01:21
      555555 เก็บไว้รอเฉลยตอนหน้านะคะ!
      #84-1
  4. #83 S-litch (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 00:05
    สู้ๆนะไรต์
    #83
    1
    • #83-1 (จากตอนที่ 12)
      8 กันยายน 2562 / 13:29
      สุ้วค่าาา ฮึบ
      #83-1
  5. #82 ME&W (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 23:51
    จังหวะที่บอกให้น้องไปนอนด้วยคือแบบ เอ้ยยยยๆๆ แต่ก็ไม่มีรัย ตกใจมาก 55555
    #82
    1
    • #82-1 (จากตอนที่ 12)
      8 กันยายน 2562 / 13:12
      555555555555555555555555555!!! หยอกๆๆๆ
      #82-1
  6. #81 ME&W (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 23:46
    น้องกุกทำให้พี่เขาเห็นความสำคัญของวันพรุ่งนี้อะ ทำให้พี่เขาอยากสัญญากับหนูอะค้าบ ร้องไห้แล้วตัวผม t-t
    #81
    2
    • #81-1 (จากตอนที่ 12)
      8 กันยายน 2562 / 13:11
      Q - Q แงง้ /ซับน้ำตาให้นาค้า
      ช่บมากเลย บางทีความตั้งใจแน่วแน่ของใครซักคนก็เป็นพลังให้กับอีกคนได้จริงๆนะคะ y u y
      #81-1
    • #81-2 ME&W(จากตอนที่ 12)
      8 กันยายน 2562 / 14:31
      จิงค้าบ ไรท์เต้อสู้สู้ด้วยนาค้าบ
      #81-2
  7. #80 _Neferu_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 23:17
    ไพ่แลกไพ่สินะ ของใครแต้มสูงกว่ากันนะ ร้ายนะคุณปาร์คคคค!!
    ขอต่อๆๆค้างมาก
    #80
    1
    • #80-1 (จากตอนที่ 12)
      8 กันยายน 2562 / 13:02
      ปล่อยให้ค้างไปก่อน---- /โดนทุบ
      ทั้งสองคนเองต่างก็มีซัมติงในใจค่ะ ก็ต้องรอเดิมพันกันไป 555555
      #80-1