[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 3 : +2+ : Care

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,909
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    30 ธ.ค. 59


                เช้าวันต่อมา ที่นั่งของนักเรียนที่ชื่อจอนจองกุกว่างเปล่า หนึ่งในแก๊งเพื่อนรักที่นั่งข้างกันอย่างยูคยอมก็ดูจะเหงาหงอยลงไปเล็กน้อย แต่ก็ทำยังไงได้ล่ะก็จองกุกน่ะเป็นลูกคู่คู่ซี้ของเจ้าหนุ่มตัวสูงคนนี้ก็เลยมีอาการโหวงๆบ้างเป็นธรรมดา แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีเพื่อนร่วมก๊วนคนอื่นๆอยู่ดี


“สุดท้ายก็ไม่มาโรงเรียนแฮะ”

“ให้มันหยุดเถ๊อะ ปกติมันไม่เคยป่วยจนเป็นลมเลยนะเว้ย”

“ก็จริง วานซืนฝนตกอะ มันตากฝนกลับบ้านปะวะ”

“เป็นไปได้”


ยูคยอมกับมินกยูนั่งคุยกันถึงคนที่นอนป่วยอยู่บ้าน โดยมีจุนฮเวที่นั่งข้างๆมินกยูกำลังกินขนมอยู่เนื่องจากอาจารย์ยังไม่เข้า แถวที่ทั้งสามคนนั่งเป็นแถวริมสุดติดกำแพงฝั่งที่มีหน้าต่างด้านนอก ส่วนเพื่อนสาวแก๊งเดียวกันที่นั่งอยู่โต๊ะด้านขวามืออย่างปาร์คแชยองก็หันไปนั่งคุยเล่นกับเด็กสาวอีกคนที่อยู่โต๊ะข้างหลังซึ่งเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากไทย เธอชื่อว่าลลิษา แต่ชื่อเล่นนั้นค่อนข้างจะเรียกยากสำหรับคนเกาหลี ก็เลยให้เพื่อนๆเรียกว่าลิซ่าไป โดยที่ข้างๆลิซ่าเองก็มีนักเรียนแลกเปลี่ยนจากไทยเช่นเดียวกันแต่เป็นผู้ชายอย่างกันต์พิมุกหรือแบมแบมกำลังนั่งฟังอยู่


จริงๆก็ว่าแปลกนิดหน่อยที่มีนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศเดียวกันมาเรียนอยู่ห้องเดียวกันแถมนั่งข้างกัน นอกจากนั้นยังได้ยินมาว่าบ้านโฮสที่ทั้งสองคนอยู่นั้นก็ยังอยู่ในละแวกเดียวกันอีกต่างหากซึ่งใกล้โรงเรียนชนิดเดินไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเรื่องการเรียนรู้ภาษาเกาหลีของทั้งคู่แต่อย่างใด


เด็กๆทั้งเจ็ดคนอยู่ห้องเดียวกันมาตั้งแต่ม.ปลายปีหนึ่ง(เด็กไทยทั้งคู่เข้ามาตอนเทอมสอง) ซึ่งการจัดห้องนั้นไม่เกี่ยวกับผลการเรียนและเป็นห้องที่กำหนดเอาไว้แล้วว่าต้องอยู่ไปจนจบ อย่างพวกเขาที่อยู่ห้อง
B ก็อยู่1-B 2-B จนกระทั่ง 3-B ในปัจจุบัน


และพวกเขาก็รักใคร่กลมเกลียวสนิทสนมกันดี และกลุ่มเขาก็ไม่ได้แปลกแยกตัวออกมาจากเพื่อนๆในห้องหรอก พวกเขาก็คุยกับทุกคนนั่นแหล่ะ เพียงแต่ความสนิทอาจไม่เท่ากันเฉยๆ และยิ่งโดยเฉพาะกับคุณหัวหน้าห้องที่ควบตำแหน่งประธานนักเรียนในปีนี้ด้วยแล้ว เพื่อนๆแทบทุกคนก็ค่อนข้างจะเกรงใจอยู่เหมือนกันแม้กระทั่งพวกเขาก็ไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรกัน นับว่าเป็นห้องเรียนที่สงบสุขเลยก็ว่าได้


ก็นะ ชีวิตเด็กนักเรียนมัธยมธรรมดาๆมันจะมีอะไรได้อีกนอกจากกิน นอน เรียน เที่ยว แล้วก็ไปจบที่เรียนพิเศษเตรียมสอบ ถ้าไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางระหว่างนั้นน่ะนะ


และชั่วโมงเรียนของวันนี้ก็ผ่านไปด้วยดี เด็กๆพากันทยอยกลับบ้านเมื่อหมดคาบชมรม และอาจารย์บางคนที่ไม่มีงานทำต่อก็มุ่งหน้ากลับด้วยเช่นกัน


เพียงแต่วันนี้มีบางคนอาจจะต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางนิดหน่อย


ร่างเล็กขาวของอาจารย์สอนดนตรีเดินดุ่ยๆไปยังประตูใหญ่หน้าโรงเรียนโดยที่มีจุดหมายก็คือป้ายรถประจำทางที่อยู่ถัดไปจากหน้าประตูเล็กน้อย โดยที่นักเรียนบางคนก็หันมามองอย่างแปลกใจ เพราะปกติยุนกิมักจะกลับกับอาจารย์ห้องพยาบาลอย่างซอกจินเสมอๆ


แล้วไหงจู่ๆมาเดินอยู่คนเดียวแบบนี้กันนะ


ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก ยุนกิไม่ใช่คนติดสบายที่นั่งรถสาธารณะไม่ได้ เพียงแต่การที่พักอยู่ที่เดียวกัน กลับด้วยกันมันก็ง่ายกว่าใช่ไหมล่ะ

แต่พอกำลังจะเลี้ยวออกไปนอกโรงเรียนก็มีเสียงแตรดังอยู่ข้างหลัง เขาก้มมองเท้าตัวเองอีกทีว่าเผลอเดินลงมาบนถนนหรือเปล่าแต่ก็ไม่ จนกระทั่งมีเสียงร้องเรียกชื่อเขานั่นแหล่ะถึงได้หันไปได้


“อาจารย์ยุนกิ วันนี้กลับเองเหรอครับ”


ตาเรียวเล็กของคนตัวขาวพิจารณาชายหนุ่มอีกคนซึ่งใส่เสื้อผ้าคล้ายๆชุดวอร์มกำลังขี่มอเตอร์ไซค์แบบสกูตเตอร์สีขาว บนศีรษะมีหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบสวมอยู่จึงสามารถเห็นผมสีอ่อนรำไรออกมาได้ ซึ่งใบหน้านั้นกำลังส่งยิ้มจนตาหยีมาให้อย่างเป็นมิตร


ซึ่งยุนกิใช้เวลานึกอยู่ราวๆสามวินาทีก็จำได้ว่านี่คืออาจารย์ปาร์คจีมิน ที่เป็นอาจารย์สอนวิชาพละนั่นเอง ด้วยความที่ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่เพราะสอนกันคนละอย่าง ก็เลยไม่ได้รู้สึกสนิทอะไรนัก หน้าก็เกือบจะจำไม่ได้ และจีมินก็เข้ามาทำงานทีหลังเขาด้วย


“เอ่อ..อ๋อ วันนี้ไอ้จิ...อาจารย์ซอกจินมีธุระน่ะครับเลยขอตัวกลับไปก่อน”

“งั้นนี่เอง อ๊ะ ความจริงไหนๆก็เลิกงานแล้วเรียกกันธรรมดาดีกว่าเนอะครับ”

“อืม ตามใจคุณเถอะ แล้วนี่มีอะไรรึเปล่าครับ”


เมื่ออีกฝ่ายถามมาแบบนั้นจีมินก็ยกมือเกาท้ายทอยนิดหน่อยแล้วพูดพลางหัวเราะเล็กน้อย


“ตอนแรกก็ไม่มีหรอกครับ แต่พอเห็นคุณยุนกิท่าทางจะดูไม่สะดวกก็เลยกะว่าจะไปส่ง”

“หือ? ส่งผม? เดี๋ยวคุณ มันจะไม่รบกวนคุณเหรอ แล้วคุณจะไปส่งถึงคอนโดผมเลยรึไง”

“ถ้าคุณยุนกิต้องการผมก็ส่งได้นะ”


เอิ่ม...

พอเล่นพูดมาแบบนี้ก็ไปไม่เป็นหน่อยๆแฮะ จะตอบยังไงดีล่ะเนี่ย


“ไม่ต้องลำบากหรอกครับคุณจีมิน เดี๋ยวผมนั่งรถเมล์ไปลงแถวๆสถานีโซลก็ได้”

“อ้าว ไปแถวนั้นเหรอครับ คือ ที่พักผมก็อยู่ใกล้ๆสถานีโซลนะ”


ยุนกิอึกอักนิดหน่อยอย่างลังเลใจ รู้สึกแปลกๆที่อยู่ๆก็มีคนไม่สนิทมาอาสาไปส่งแถมยังไปทางเดียวกันอีก


เขาพอจะรู้อยู่บ้างว่าจีมินเป็นคนนิสัยดี นักเรียนและอาจารย์หลายคนต่างก็รักและชื่นชม และคงเพราะมีน้ำใจแบบนี้ล่ะมั้งก็เลยช่วยใครเขาง่ายๆไปซะหมดโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ


ร่างเล็กเลี่ยงที่จะมองสายตาอีกฝ่ายแล้วไปมองที่มอเตอร์ไซค์แทน แล้วก็ต้องเลิกคิ้วนิดๆเพราะเจ้าสกูตเตอร์ที่จีมินขี่อยู่นั้นหน้าตามันคุ้นๆเหมือนเคยเห็นในนิตยสารเมื่อราวๆสามปีที่แล้ว


...เดี๋ยวนะ เจ้านี่....ถ้าจำไม่ผิด มันเวสป้านี่นา


มอเตอร์ไซค์สกูตเตอร์ยุโรปที่ราคาสูงกว่ายี่ห้อที่ผลิตในเอเชีย...แบบนี้ฐานะทางบ้านของจีมินท่าจะไม่ค่อยธรรมดาทีเดียว แถมยังพักอยู่ใกล้ๆกับสถานีใหญ่ซะด้วย


เอาไงดีวะ


ยุนกิเม้มปากอีกครั้งแล้วก็มองยานพาหนะนั่นอีกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจ...


ขอโทษนะฮุนได


“งั้น รบกวนด้วยนะครับ”


ฝ่ายอาจารย์พละที่เห็นว่าอีกคนตกลงแล้วก็ยิ้มออกมาอีกครั้งแล้วลุกขึ้นมาเปิดเบาะนั่งเพื่อจะหยิบหมวกกันน็อคที่เป็นแบบครึ่งใบอย่างที่ตัวเองใส่ออกมาอีกใบแล้วยื่นให้กับยุนกิ ซึ่งเขาก็รับไปใส่อย่างเรียบร้อย จากนั้นก็ขึ้นซ้อนท้ายเจ้าของรถโดยที่เอากระเป๋าออกมาวางกั้นระหว่างตัวเขาและคนขับ เพราะมันไม่มีที่ไว้หรอก จะให้ห้อยมาข้างๆก็ยังไงอยู่


ก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องเปลืองค่ารถประจำทาง แถมได้นั่งรถแพงอีก โชคยังเข้าข้างมินยุนกิอยู่นะเนี่ย

 




------------------------

 





                บ้านสองชั้นหลังน้อยสีฟ้าอ่อนซีดปรากฏแก่สายตาอีกครั้งหลังจากที่ได้เห็นไปครั้งหนึ่งเมื่อวาน

เขาดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจว่าโชคดีที่ยังไม่ถึงเย็นมากนัก ก็แน่ล่ะ โรงเรียนเลิกปุ๊บ ก็รีบบึ่งมาทันที แล้วก็ไล่เจ้าเพื่อนตัวเล็กนั่นกลับเองคนเดียว


...หมอนั่นไม่อยากมาที่นี่หรอกน่า กลับคอนโดไปก่อนน่ะดีแล้ว


อาจารย์หนุ่มจอดรถไว้ที่หน้าบ้านแล้วก็ลงมากดกริ่ง ซึ่งก็รอไม่นานนักเจ้าของบ้านก็เดินออกมาโดยที่ยังมีผ้ากันเปื้อนคาดเอวอยู่


“อ้าว อาจารย์คิม สวัสดีค่ะ วันนี้มีอะไรรึเปล่าคะเนี่ย”


คุณนายจอนยังเอ่ยทักอย่างไมตรีเช่นเดิม ซอกจินจึงมอบรอยยิ้มอบอุ่นกลับไป


“พอดีไหนๆก็ไหนๆแล้วว่าจะมาเยี่ยมจองกุกน่ะครับ”

“เอ๋ มาเยี่ยมเจ้าตัวดีนั่นน่ะเหรอคะ”

“ครับ เมื่อวานผมเห็นเขาไม่สบายมากก็เลยกังวล ผมก็เลยอยากจะมาดูอาการซักหน่อย”

“งั้นเหรอคะ อาจารย์คิมเข้ามาก่อนแล้วกันค่ะ ฉันทำอาหารเอาไว้เดี๋ยวต้องรีบกลับไปดูก่อน”


เธอเปิดประตูรั้วแล้วก็ให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาข้างในโดยที่ตนเองเดินนำ เมื่อซอกจินเข้าประตูบ้านที่อยู่ด้านหน้าก็ได้กลิ่นหอมๆของอาหารลอยมาทันที ซึ่งพอมองไปทางด้านมุมขวามือหลังจากเข้ามาก็พบว่ามันเป็นบริเวณครัว และตรงหน้าก็เป็นส่วนของพื้นที่นั่งทานอาหาร น่าแปลกดีที่ภายนอกบ้านดูค่อนข้างเล็ก แต่พอเข้ามาแล้วกลับรู้สึกโปร่งสบายไม่อึดอัด


ซอกจินมองไปยังบริเวณครัวอีกครั้งก็พบว่ามีเตาอบ แล้วยังมีพวกถาดอะลูมิเนียม เครื่องตีส่วนผสม แล้วก็พวกห่อกระดาษต่างๆเก็บอยู่ก็รู้สึกสนใจเลยหันไปถามร่างบางที่ยืนคนข้าวต้มอยู่ในหม้อ


“คุณแม่ชอบทำขนมเหรอครับเนี่ย”


คุณนายจอนหันมายิ้มแย้มนิดหน่อยแล้วก็สนใจหม้อตรงหน้าต่อ


“ฉันทำขายน่ะค่ะอาจารย์ สนใจอุดหนุนซักหน่อยมั้ยคะ?”

“โห จริงเหรอครับเนี่ย ไม่ได้การแล้ว แบบนี้คงต้องฝากท้องกับขนมคุณแม่แล้วล่ะครับ”


อาจารย์สุดหล่อหัวเราะเบาๆพลางยิ้มอยู่ในใจ แบบนี้มันเข้าทางเขาชัดๆ เพราะถ้าอีกฝ่ายขายของอยู่แบบนี้ ก็หมายความว่าเขาจะสามารถหาเรื่องให้จองกุกมาเจอเขาได้เรื่อยๆ แถมยังเป็นของกินอีกต่างหาก มีหรือคนชอบกินอย่างเขาจะพลาด

...ต้องอร่อยทั้งขนมแล้วก็ลูกชายคนทำขนมแน่ๆ


“เอ่อ จะว่าไป ตอนนี้จองกุกอยู่ไหนเหรอครับ”

“นอนพักอยู่บนห้องน่ะค่ะ ตอนสายๆฉันพาไปหาหมอมาแล้วกลับมาก็นอนยาวเลย”

“เหนื่อยหน่อยนะครับ”

“อยู่กันสองคนก็แบบนี้ล่ะค่ะ”


เธอยังคงตอบแบบอารมณ์ดี ซึ่งซอกจินก็ไม่ได้ถามไถ่อะไรอีกก็เพราะว่าน่าจะเป็นประเด็นอ่อนไหว แต่ก็อดชื่นชมไม่ได้จริงๆว่าผู้หญิงตัวเล็กๆตัวคนเดียวแบบนี้จะเลี้ยงลูกชายได้จนมาถึงขนาดนี้

ชักอยากจะไปช่วยเลี้ยงซะแล้วสิ


“คุณแม่ครับ อาหารหม้อนั้นของจองกุกใช่มั้ย”

“ใช่ค่ะ จะให้มากินก่อนกินยาน่ะ”

“งั้นเดี๋ยวเสร็จเมื่อไหร่ผมจะยกขึ้นไปให้เองนะครับ”

“อุ๊ย จะดีเหรอคะ อาจารย์เป็นแขกแท้ๆ”

“ผมบอกแล้วล่ะครับว่าจะมาเยี่ยมเขา แล้วก็ให้ผมช่วยคุณแม่เถอะนะครับ”


ซอกจินเอ่ยเสียงจริงจังพร้อมสายตาที่แน่วแน่แสดงความตั้งใจอย่างบริสุทธิ์ใจ จนคุณนายจอนที่ยืนคิดไปครู่หนึ่งก็พยักหน้าตอบพลางคิดว่าช่างเป็นอาจารย์ที่ใจดีอะไรเช่นนี้


และเมื่อข้าวต้มนั้นได้ที่เธอก็จัดการตักใส่ชามที่ไม่ใหญ่มากนัก และรินน้ำที่ค่อนข้างร้อนใส่แก้วเพราเนื่องจากว่ากินเสร็จมันก็น่าจะอุ่นพอดีแล้วก็จัดใส่ถาดแล้วฝากซอกจินยกขึ้นไปให้ โดยบอกว่าขึ้นบันไดที่อยู่ข้างประตูที่เขามาเมื่อกี้ไปก็จะเห็นห้องของจองกุกอยู่ตรงหน้าเลย อาจารย์หนุ่มจึงพยักหน้าแล้วก็รับถาดมาก่อนจะถือขึ้นไป ในใจก็คิดอยู่ต่างๆนาๆว่าถ้าเจอกันเขาจะทักทายว่ายังไงดีนะ จะตื่นหรือหลับอยู่กัน


ซอกจินค่อยๆเปิดประตูอย่างระมัดระวังด้วยใจตุ้มๆต่อมๆด้วยความตื่นเต้น เพราะที่นี่คือห้องนอนของเด็กคนนั้น ก็หมายความว่าเป็นห้องที่ส่วนตัวที่สุด


เขากวาดตามองไปรอบๆห้อง ห้องนี้ไม่กว้างแต่ก็ไม่แคบ มีชั้นวางหนังสือที่วางรวมกับฟิกเกอร์ไอรอนแมน รวมทั้งฟิกเกอร์ขนาดย่อส่วนที่เรียกว่าเนนโดรอยด์ไอรอนแมนเช่นกัน บ่งบอกถึงความชอบส่วนตัวได้เป็นอย่างดี


นอกนั้นก็ไม่มีอะไรมาก ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือ และโทรทัศน์เครื่องไม่ใหญ่มาก ซึ่งพอมองลงไปด้านล่างก็เห็นเครื่องเล่นเกมของค่ายญี่ปุ่นรุ่นที่ออกใหม่วางอยู่โดยที่จอยวางไว้บนตัวเครื่องพร้อมกับสายที่พันกัน
เขาจำได้ว่ารุ่นนี้จอยไร้สายแล้ว แต่เด็กนี่คงกลัวแบตหมดล่ะมั้งเลยต่อสายไว้อย่างนั้น


...มีเครื่องเกมในห้องนอนแบบนี้ เล่นยันสว่างเลยปะเนี่ย


เขาละความสนใจจากของพวกนั้นมาที่เตียงซึ่งมีร่างของเด็กหนุ่มเจ้าของห้องซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม
 

ซอกจินวางถาดที่มีข้าวต้มไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือก่อนจะเข้าไปใกล้ๆและค่อยๆนั่งลงที่เตียงพลางนั่งมองคนหลับ


...นี่วันเดียวก็ได้ขึ้นถึงห้องนอนแล้วล่ะ

...ไม่เกินสามวันต้องได้กันแน่ๆ


เจ้าตัวยอมรับว่ามโนหนักมากจริงๆ วอนอย่าด่าเยอะ เพราะคิดไปแล้ว คิดไปไกลออกทางช้างเผือกแล้วด้วย


เขามองอีกฝ่ายที่ยังคงหลับและลอบกลืนน้ำลายอย่างระทึกใจหลังจากที่เห็นไหล่มนโผล่พ้นผ้าห่มออกมา

อาจารย์หนุ่มยื่นมือสั่นๆออกไปแล้วร่นผ้าห่มลงช้าๆ เผยให้เห็นแผ่นหลังขาวๆเปลือยเปล่า จนตัวเองเผลอจ้องมองตาค้าง


...ด..เด็กนี่ถอดเสื้อนอนงั้นเหรอ


เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ แล้วก็เอามือแตะผิวกายร้อนผ่าวอย่างระมัดระวัง


...นิ่มจัง ขาวด้วย...


แบบนี้ถ้ามีรอยก็คงเห็นง่ายๆเลยสินะ
….รอยแบบไหนดีล่ะ อ่า...รอยมือ รอยกัด หรือรอยจูบ

พอชะโงกเข้าไปดู ใบหน้าด้านข้างของจองกุกที่กำลังหลับอยู่นั้นยิ่งทำให้ใจเขาเต้นรัว

แก้มแดงๆเพราะพิษไข้มันน่าฝังจมูกลงไปเหลือเกิน ริมฝีปากนุ่มนิ่มนั่นก็อยากจะลองชิมดูสักครั้ง แล้วถ้าจองกุกเรียกเขาด้วยเสียงหวานๆอีกล่ะก็...


'พี่จินครับ'


ดีจัง...


'พี่จินเป็นยังไงบ้าง'


อยากได้ยิน...


'พี่จิน...อื้อ..อ่า..แบบนั้น...อ๊า..แรงอีก'


นี่ก็อยา......


...เดี๋ยวนะ

รู้สึกอันหลังจะเริ่มไม่ใช่ละ

ที่สำคัญซอกจินรู้สึกถึงความอึดอัดที่ช่วงล่างขึ้นมานิดๆอีกจนเหงื่อเริ่มซึม


...ชิบหายแล้วไง กูบิลท์ตัวเองทำไมวะเนี่ย


เขารีบถอยตัวออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มเพื่อมาหลับตาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลูบหน้าลูบตาสงบสติแล้วคิดถึงความตั้งใจเดิมอีกครั้ง นั่นคือเขาต้องปลุกจองกุกมากินข้าวจะได้กินยา ตนเองนั่งบริหารลมหายใจอยู่ชั่วครู่และพอคิดว่าโอเคแล้วก็เขย่าตัวอีกฝ่ายให้ตื่น


ตอนแรกก็ยังดูเหมือนไม่อยากจะตื่น แต่สุดท้ายเจ้าหนุ่มที่นอนอยู่นั้นก็ปรือตาขึ้นมาจนได้ แม้ว่าอาการปวดหัวจะทุเลาลงแล้วแต่ก็ยังวูบๆอยู่ดี


จองกุกหันกลับไปเพราะคิดว่าแม่ของเขาคงจะปลุกให้มากินข้าว แต่พอมองดีๆแล้วกลับเป็นคนที่ไม่ใช่แม่ของตนก็ถึงกับเบิกตาโตแล้วผุดลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจจนผ้าห่มนั้นไหลร่นลงมากองอยู่ที่เอว และแน่นอนว่าท่อนบนเปลือยๆนั้นก็ประจักษ์แก่สายตาของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน


เอาบทสวดทุกศาสนามารวมกันซอกจินยังไม่มั่นใจว่าจะระงับตัวเองได้รึเปล่า


“อาจารย์! เข้ามาห้องผมได้ไงเนี่ย”


เด็กหนุ่มถามขึ้นอย่างร้อนรนพลางถอยไปจนเกือบชิดกำแพงอีกด้านของเตียง ตากลมๆมองอีกฝ่ายอย่างระแวงเพราะไม่เคยถูกคนที่ไม่สนิทชิดเชื้อกันมาก่อนบุกห้องนอนกันขนาดนี้


“...คือ พอดีผมแวะมาเยี่ยมน่ะ แล้วนี่มันก็ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วด้วย คุณแม่ของเธอให้ผมเอาขึ้นมาให้น่ะ กินซะ จะได้กินยาแล้วพักผ่อนต่อ” คนเป็นผู้ใหญ่เอ่ยเสียงราบเรียบอย่างใจเย็น นะโมพุทโธสังโฆ


พอจองกุกเหลือบไปมองที่โต๊ะเขียนหนังสือก็พบถาดอาหารวางอยู่จริงๆ จึงค่อยๆผ่อนท่าทีระแวดระวังของตนเองแล้วขยับตัวออกมา ซึ่งซอกจินก็ลุกไปหยิบชามข้าวต้มที่ตอนนี้กำลังอุ่นได้ที่มาแล้วตักป้อนให้กับเจ้ากระต่ายป่วยที่ตอนแรกก็ทำท่าเหมือนจะไม่อยากกิน แต่สุดท้ายก็จัดการจนหมด คงเพราะว่าหิวจริงๆ


จองกุกหันไปหยิบซองยาที่วางไว้บนหัวเตียงออกมา ก่อนที่อาจารย์หนุ่มจะยื่นแก้วน้ำอุ่นให้อีกฝ่ายกินยาอย่างเรียบร้อย


คนโตกว่าดูนาฬิกาที่ข้อมืออีกที ก็พบว่าเขาควรจะต้องกลับแล้วจึงเอ่ยลาและบอกให้เจ้าตัวนอนพักต่อ โดยที่ไม่ลืมบอกให้เด็กนี่ใส่เสื้อนอนด้วย


“ผมไม่อยากใส่อะ ขี้เกียจถอดตอนเช็ดตัว”

“ไม่ได้ครับ ใส่เถอะ เดี๋ยวยิ่งไม่หายนะ”


...เพื่อตัวนายเองและฉันด้วยจองกุก


“ไม่เอาาาา ไม่ใส่ จะนอน!


เด็กหนุ่มเริ่มงอแงและทำปากยื่น ซึ่งภาพแบบนั้นมันทำให้ซอกจินกำมือแน่น


“ใส่เถอะ ไม่อยากหายเหรอครับ”

“ก็ผมไม่....”


สีหน้าของจองกุกหงอยลง ตัวแดงๆแก้มแดงๆพร้อมกับท่าทางดื้อดึงแบบนั้นมันชวนให้กระโดดเข้าไปฟัดด้วยความมันเขี้ยวเอามากๆ

แต่จริงๆตอนนี้คือซอกจินกำลังยืนมองกระต่ายดื้อด้วยสายตาดุๆ เพราะโดยหน้าที่และสายที่เรียนมาแล้ว เขาคือคนที่ดูแลสุขภาพของคนอื่นให้แข็งแรง อะไรที่เห็นว่าทำแล้วทำให้ร่างกายแย่ลงกว่าเดิมก็ไม่อนุญาตทั้งนั้น


“จองกุกครับ”

“...”


เกิดการสื่อสารด้วยสายตาในระยะเวลาสั้นๆ สุดท้ายเด็กหนุ่มก็พยักหน้าเบาๆซึ่งทำให้ซอกจินโล่งอกในที่สุด เพราะนอกจากจะไม่เสี่ยงอาการทรุดแล้วเขายังไม่ตบะแตกในที่สุดด้วย


จองกุกอนุญาตให้เขาเปิดตู้เสื้อผ้าที่อยู่ใกล้ๆประตูแล้วก็หยิบเสื้อยืดตัวไหนก็ได้มาให้ แล้วเขาก็หยิบตัวสีแดงมีลายหน้ากากไอรอนแมนสีทองบนเสื้อไปให้ เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณในขณะที่อาจารย์ผมชมพูก็บอกลาอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอนแล้วลงบันไดไปรายงานคุณนายจอนว่าตอนนี้ลูกชายของเธอกินข้าวกินยาอะไรเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งไม่ลืมขอเบอร์เอาไว้ติดต่อเผื่อจะสั่งขนมด้วย


ขอไว้เพื่อจะสั่งขนมจริงๆนะ
! ไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ




 

-------------------------





 

                เสียงเคาะประตูที่ดังมาจากหน้าห้อง ทำให้ชายหนุ่มตัวเล็กวางหมอนที่นั่งกอดอยู่ขณะที่นั่งดูโทรทัศน์ลงข้างๆ แล้วก็ลุกขึ้นยืดเส้นสายเล็กน้อยก่อนที่จะย้ายร่างเดินไปเปิดประตูโดยไม่ต้องสำรวจตาแมวเลย

เพราะว่ารู้ว่าใครจะมา


“ไงมึง น้ำยังไม่อาบเลยนะ”

“เออเดี๋ยวค่อยกลับห้อง กูขอเมาท์แป๊บ”


ซอกจินพูดแล้วเดินแทรกเข้าห้องมาก่อนจะถอดรองเท้าวางไว้ที่ชั้นตามความเคยชิน ทั้งสองคนพากันไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวแล้วเพื่อนตัวเล็กก็เปิดประเด็นทันที


“เมาท์ไร เด็กจองกุกนั่นอีกสิท่า เป็นไงวันนี้”

“อือ น้องยังไม่หายดีว่ะ ตัวยังอุ่นๆอยู่เลย เสียงก็แหบๆ”


...แหม มีเรียกน้งเรียกน้อง ยุนกิค่อนขอดในใจด้วยความหมั่นขั้นสุด


“แต่แบบมึงงงง กูขอแม่เขาเอาข้าวขึ้นไปให้ แล้วเจอ เจอ... น้องแม่งไม่ใส่เสื้อนอนเว้ย”

“ห๊ะ แล้วไง มึงปล้ำเขาเหรอ”

“สัส ยัง!


ร่างเล็กรู้สึกโล่งอกขึ้นมานิดหนึ่งที่เห็นว่าเพื่อนตัวเองยังไม่พลั้งเผลอทำอะไรลงไป แต่เท่าที่ดูแล้วถ้าสักวันจีบติดขึ้นมาเด็กนั่นไม่น่ารอดในเร็ววันแน่นอน


“มึงรู้มั้ยว่ากูดีใจมากเลยที่รู้ชื่อน้องเขาอะ”

“ทำไมวะ รู้แล้วจะโชคดี?”

“ก็เวลากูคืนความสุขให้ตัวเองจะได้เรียกชื่อถูกไง” พูดแล้วก็ทำหน้าเคลิบเคลิ้มไปด้วย

“จิตใจมึงนี่นะ”

“แล้วจะให้กูครางชื่อมึงออกมาเหรอ”

“ไอ้เหี้- ไม่ต้องเอากูไปมีส่วนร่วม!” เพื่อนซี้โวยวายขึ้นมาทันทีด้วยความสะพรึง

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เห็นเสี้ยวหน้ามึงในมโนภาพกูก็หดหมดละ แหม่”


ยุนกิอยากจะกุมขมับอีกหลายๆที หมดคำพูดจะพูดกับเพื่อนรักคนนี้จริงๆ ถึงจะรู้ว่าเรื่องพรรค์นี้มันเรื่องธรรมชาติก็เถอะ


“ว่าแต่พรุ่งนี้มันวันหยุดนี่ เสาร์อาทิตย์ สองวันเด็กนั่นคงหายแล้วมั้ง”

“จริงด้วยสินะ อ่า เสียดายจัง แต่ก็ดีแล้วล่ะ ป่วยนานๆกูก็ไม่สบายใจหรอก”


ซึ่งซอกจินก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ ตามประสาคนที่ห่วงใยสุขภาพนั่นแหล่ะ


“แล้วหลังจากนั้นจะทำยังไงต่อ”

“หึ ก็ไม่ยังไงหรอก อย่างน้อยกูก็พอมีแผนล่ะนะ”


เขายิ้มออกมานิดหนึ่งในขณะที่คุณเพื่อนตัวขาวหรี่ตามองด้วยความไม่ค่อยไว้ใจ

ก็จะอะไรซะอีกล่ะ เบอร์ที่ขอมาน่ะมันไม่ได้เสียเปล่าหรอกนะ





 

------------------------




 

                ‘RRRRRRRRRRRR’

‘RRRRRRRRRRRR’


มือที่โผล่ออกมาจากผ้าห่มนั้นควานเปะปะไปที่หัวนอน จนพบกับมือถือเครื่องบางที่ร้องพร้อมสั่นสะเทือนกึกๆก็คว้าขึ้นมาพร้อมกับเลิกผ้าห่มลงจนเห็นใบหน้าง่วงนอนอย่างคนเพิ่งจะตื่น


“ฮัลโหล....”

[จองกุก ตื่นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง]


???

เพราะว่าเป็นเสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคย เขาเลยเอามือถือมามองหน้าจออีกทีว่าเป็นใครที่โทรมา พอเห็นชื่อที่โชว์ไว้ก็ยิ่งสงสัยมากกว่าเดิม เพราะมันเป็นเบอร์ของคุณหัวหน้าห้องที่เมมเอาไว้ตั้งแต่เปิดเทอม เนื่องจากเป็นศูนย์รวมของข่าวสารของห้องเลยต้องมีเบอร์เอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าทางนั้นก็มีเบอร์ของทุกคนในห้องเช่นกัน


“เอ่อ แทฮยอง?”

[ใช่ ฉันเอง ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย]

“โอเคแล้วล่ะ ไม่ค่อยปวดหัวแล้ว”

[ดีๆ เพราะฉันจะโทรมาบอกเรื่องการบ้านเมื่อวานที่นายหยุดไปอะ]

“ก...การบ้านเหรอ รอแป๊บ”


จองกุกเคลื่อนตัวลงจากเตียงแล้วเกาะขอบโต๊ะเขียนหนังสือเพื่อจะมาหยิบสมุดมาจดงาน เมื่ออุปกรณ์เขียนพร้อมแล้วก็บอกให้คนปลายสายบอกงานที่ต้องทำมาแล้วก็จดจนเรียบร้อย

และเมื่อไม่มีงานอะไรแล้วอีกฝ่ายก็จะขอตัววางสายไปแต่จองกุกก็เรียกไว้ก่อน


“เดี๋ยวๆ ว่าแต่ คอร์สภาษาอังกฤษของอาจารย์นัมจุนนี่เริ่มเมื่อไหร่นะ”

[ศุกร์หน้าที่ห้อง3-Aน่ะ หลังเลิกเรียน ]

“อ๋อ โอเค” หลังเลิกเรียนแบบนี้แสดงว่าคงหลังจากคาบชมรมสินะ..

[ยังไงมีอะไรให้ฉันช่วยได้ก็บอกนะจองกุก]

“อืม ขอบใจนายมากแทฮยอง”


เด็กหนุ่มใช้ภาษาค่อนข้างจะเบากว่าที่คุยในแก๊งตัวเองก็เพราะว่ายังไม่ค่อยสนิทมากนี่แหล่ะ แถมฝ่ายนั้นดูเป็นเด็กเรียนซะด้วย ก็เลยมีความเกรงใจอยู่เล็กๆ


พอวางสายจากหัวหน้าห้องไปแล้วก็มาเข้าคาทกเพื่อไปดูว่าห้องรวมมีอะไรบ้าง ก็พบข้อความแสดงความเป็นห่วงมากมายจากเพื่อนๆจนทำให้อดที่จะยิ้มไม่ได้ ก่อนที่จะพิมพ์ตอบลงไปว่าตอนนี้เขาดีขึ้นแล้ว


เด็กหนุ่มมองเวลาซึ่งตอนนี้ก็สิบโมงกว่าแล้ว สมควรจะกินมื้อเช้าได้สักที แถมพอตื่นเต็มตาปุ๊บก็เริ่มหิว จึงตัดสินใจเดินลงไปข้างล่างด้วยตัวเองเพราะไม่มีอาการวิงเวียนแล้ว ด้วยความที่พอลงบันไดมาก็เจอโต๊ะกินข้าว จึงเห็นอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะได้ถนัดตา


“อ้าว ตื่นแล้วเหรอจองกุก แม่ว่าจะขึ้นไปปลุกพอดี”

“แหะๆ ครับ ผมดีขึ้นแล้วล่ะ ไม่ค่อยเวียนหัวแล้วด้วย”

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ มากินข้าวกินปลาก่อน สายมากแล้ว”


จองกุกพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนจะตรงไปนั่งที่โต๊ะพอดี และอาหารวันนี้ก็มีแต่เมนูย่อยง่ายเช่นเดิม

ส่วนคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่กำลังทำขนมอยู่บริเวณครัวนั้นก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง


“เดี๋ยววันจันทร์ลูกช่วยเอาขนมไปให้อาจารย์ซอกจินด้วยนะ เขาโทรมาสั่งแม่ไว้เมื่อเช้าล่ะ”

“...ให้ผมเอาไปให้?” จองกุกเงยหน้าแล้วเอามือชี้ตัวเอง

“ก็เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับเขาไม่ใช่เหรอ แล้วเขาบอกว่าจะฝากเงินมากับลูกเนี่ยล่ะ”


เธออธิบายให้ลูกชายที่นั่งกินอาหารอยู่ที่โต๊ะ ซึ่งเด็กหนุ่มก็พยักหน้ารับทั้งที่ยังงงๆอยู่ แต่ก็หมายความว่าแม่ของเขาจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งนั่นควรจะเป็นเรื่องที่ดี


ว่าแต่อาจารย์ซอกจินคนนั้นเขาเองก็เพิ่งจะเคยมีปฏิสัมพันธ์ด้วย จากที่ได้ยินแต่คำร่ำลือว่าหล่ออย่างนั้นดีอย่างนี้ ซึ่ง...เขาก็รู้สึกว่าไอ้หล่อน่ะไม่เถียง ส่วนดี... ก็ดีล่ะมั้ง ขนาดตามมาหาถึงบ้านแถมป้อนข้าวป้อนน้ำถึงขนาดนี้ แต่จะว่าแปลกมันก็แปลก เพราะเด็กนักเรียนเยอะแยะทำไมถึงเลือกมาดูแลเขา


เรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำแล้วล่ะ




---------------------------------



>>Talk

สารภาพว่าเป็นตอนที่แต่งไปรู้สึกกลัวพี่จินมากค่ะ 555555555555555555

เปลี่ยนชื่อแท็กเป็นพี่จินภัยสังคมดีมั้-------//แค่กๆ


กลายเป็นฟิคที่อัพตามเทศกาลไปแล้ว ฮา จริงๆอย่างที่บอกค่ะ โปรเจ็คปีหน้าแต่อัพเนื่องในโอกาสพิเศษ อย่างตอนนี้เราลงเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่รี้ดทุกคนค่ะ XD 

แล้วก็ใครที่ไปเที่ยวปีใหม่ จะออกต่างจังหวัดหรือในกรุงเทพฯก็เดินทางดีๆด้วยความระมัดระวังนะคะ ไรต์ไม่ได้ไปไหนค่ะ ติดบ้าน ชอบนอน (5555)

ขอบคุณสำหรับเมนท์ วิว เฟฟมากๆค่ะ พบกันใหม่ปีหน้านะคะ แฮปปี้นิวเยียร์ค่ะทุกคน (><)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #411 Sera (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 19:15

    เปลี่ยนจากตาลุงหื่นเด็ก เป็นตาลุงหื่นกามแล้วค่ะตอนนี้

    #411
    0
  2. #284 ปงจี้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 08:23
    อ่านไปได้แต่อยากเอาจองกุกไปซ่อนจากพี่จิน พี่แกเป็นหนักแล้ว555555555555
    #284
    0
  3. #237 ana julia (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 15:28
    จารย์ห้องพยาบาลคิมคือจารย์โฉดขนานแท้ นี่ยังดีที่แค่คิด ถ้าลงมือทำคือแจ้งความแน่นอน
    จกุกอย่าไปเผลอไว้ใจนะลูก ตัวอันตรายแท้ๆเลย
    #237
    0
  4. #190 k_922 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 14:54
    แทแทมาแล้ว ...ทำไมอาจารย์คิมเป็นคนแบบนี้เรากลัวววว 5555
    #190
    0
  5. #173 minitis (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 10:45
    พี่จินใจเย็นก่อนไอคุกๆเลยนะนั่นน่ะ
    #173
    0
  6. #157 kukk1kk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 03:17
    อาจารย์ต้องใจเย็นนะคะ น้องยังเด็กนะอจ.5555555555
    #157
    0
  7. #70 Ren (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:50
    โอ้ม่ายยยยยยยย คุณแม่จะส่งลูกให้ภัยสังคมอย่างอาจารย์แบบนี้ไม่ได้นะคะ ลูกคุณแม่ไม่ปลอดภัยแล้ว อาจารย์น่ากลัวมาก ฮือ //เตรียมเรียกตำรวจ
    ว่าแต่เลาอยากซ้อนท้ายอาจารย์จีมินบ้างจังค่ะ น่าจะฟินน่าดู ฮี่

    ปล.อยากเห็นนกุกนอนไม่ใส่เสื้อบ้า-- แค่ก
    #70
    0
  8. #63 Obscura (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:07
    พี่จินนน โอ้ย ขำ พี่แกลั่นแรงมาก555555
    #63
    0
  9. #57 ซิกแพ็ควอนโฮ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:00
    เหมือนตาแก่โรคจิตจริงๆอ่ะ5555
    #57
    0
  10. #43 Jung Tien-In (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 20:45
    จินนนนนน ใจเย็นนะแกสติค่ะสติ 555 พรากผู้เยาว์ไหมนั่น
    #43
    0
  11. #35 NANEWKawaii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 01:17
    อาจารย์หมอซอกจินหื่นเกินไปไหมคะ ระวังคุกนะคะ 5555+
    แต่ไม่เป็นเรา เราก็หื่นไม่แพ้กัน แต่คงไม่เท่าอาจารย์อ่ะ 555555
    #35
    0
  12. #22 • เขยตระกูลควอน • (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 14:38
    พี่จินไม่ได้เป็นภัยต่อสังคมนะ เป็นภัยต่อจองกุกนี่แหละ
    ฮืออออ ทำไมเกลียดความคิดพี่แบบนี้คะ 5555555555555555
    อย่านะเว้ย น้องยังไม่ยี่สิบ ห้ามทำอะไรน้องนะพี่ ห้ามมมมมม
    คุกนะคะ รู้จักมั้ยน่ะ คำว่าคุก! คุก! คุก!
    #22
    1
    • #22-1 (จากตอนที่ 3)
      31 ธันวาคม 2559 / 15:18
      พี่จินแกเป็นเจ้าพ่อนาคีละค่ะ(....) งูบนหัวที่ไม่ธรรมดา ยิ่งเด็กหนุ่มๆที่ชื่อจองกุกยิ่งน่าอร่อย 5555555
      #22-1
  13. #21 NCSJK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 12:46
    กรี้ดดดดด อาจารย์จินจะหื่นไปรึเปล่าคะะะ เริ่มกลัวแทนจองกุกแล้ว55555

    สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะคะไรท์ :)
    #21
    1
    • #21-1 (จากตอนที่ 3)
      31 ธันวาคม 2559 / 13:20
      ไรต์ก็กลัวพี่เขาค่ะ ฮือ 55555555555
      #21-1
  14. #20 コーラ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 12:39
    อาจารย์จินคะ นี่มันเข้าข่ายภัยสังคมแล้วนะ 5555555555555555555555555555 คิดไปไกลมากๆขนาดนั้น อาจารย์น่ากลัวเกินไปแล้วค่ะ 55555
    #20
    1
    • #20-1 (จากตอนที่ 3)
      31 ธันวาคม 2559 / 13:16
      ยังแค่คิด ไม่ได้ทำจริงยังไม่เป็นไรค่ะ /จารย์ซอกจินได้กล่าวไว---
      #20-1
  15. #19 BMoo1208 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 09:45
    อาจารย์ซอกจินมีความกามนะคะ กามมั่ก! จะกลัวก็กลัวแถมขำอีก สติสตังคน(เลย)ครึ่งห้าสิบเป็นแบบนี้หรอคะ กลัวแง้ว 5555555555 น้องจองกุกต้องระวังตัวนะคะ เดี๋ยวจะโดนงาบวันที่สามพร้อมลาอาจารย์ไปทัวร์ฮ่องกงทันที 555555555 มีแผนเข้าหาลูกชายแบบแนบเนียนจากทางขนมของคุณแม่ แง มาน้องจองกงน้องจองกุก ความคิดนี่กามมาก คือเป็นตาลุงหื่นกามไปแล้ว ไหนครูหล่อห้องพยาบาลอ่คะ นี่จะมองบนร้อยรอบเหมือนจารย์กิ 555555555555555555
    #19
    1
    • #19-1 (จากตอนที่ 3)
      31 ธันวาคม 2559 / 10:49
      นุ้งกะตุ่ยเขาน่ารัก จารย์หมาป่าต้องระงับตัวเองหนักมากค่ะ 5555555 ถือsinรับporn---
      มาร่วมไว้อะไรให้กับความเทพบุตรของคุณซอกจินกันนะคะ :'D
      #19-1
  16. #18 cutternabe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 08:42
    วันเดียวเข้าห้อง สามวันกันเช้ามาก็เชิญห้องกรงเลยคะครูจิน .เปิดประตูคุกรอ.
    กามแบบนี้ น้องกุกหนูต้องระวังตัวนะ ภัยอันตรายทางสายตามันน่ากลัวนักรู้ไหม!
    แต่คิมซอกจินสวดมันทั้งเล่ม ก็ไม่ช่วยหรอก ถ้าสตินายยังกามแบบนี่ โอ้ยย หมั่นไส้
    แล้วแทฮยองนี่ยังไง แค่หัวหน้าห้องห่วงเพื่อนเหรอ จีมินอีกคน ยังไงคะ แหมมม~!
    #18
    1
    • #18-1 (จากตอนที่ 3)
      31 ธันวาคม 2559 / 09:23
      ยอมรับ เสี่ยงคุกจริง วอนอย่าด่าเยอะเพราะเข้าไปครึ่งตัวแล้ว #.....
      แออออ น้องแทแทเขามาบอกการบ้านจริงจริงนะค้า 5555 //ส่วนจมิงนั้น... โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ /หือ
      #18-1
  17. #17 pinypink (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 00:38
    อาจารย์หมอหื่นจังเละนะคะ 5555555555555555 อยากฝากนักเรียนฟาดสักสองสามที
    #17
    1
    • #17-1 (จากตอนที่ 3)
      31 ธันวาคม 2559 / 04:43
      วัยฮอร์โมนพลุ่งพล่านค่--- #ยังจะพล่านอีกหรอม
      ฮือ กลัวนร.ไม่รอดก่อนได้ฟาดนี่สิคะ //วอททท
      #17-1
  18. #16 pnattz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 00:01
    กะกะกะกรี๊ดดด เพิ่งมาเจอ ขอเม้นรวบตอนเดียวตรงนี้เลยนะคะ คือบับมันสนุกมากกกกกกก ฮือจารซอกจินกินเด็กอ่ะ ฮือ ทำไมเปงคนบับนี้ ถ้านี่เป็นจารกิคงจะมองบนสักสองร้อยรอบ ให้ตายสิ จารซอกจินดูโรคจิตเบาๆนะคะ แนะนำให้สูดหายใจเข้าออกลึกๆ ส่วนคุกเชิญด้านนู้นค่ะ /เปิดกรง ลวนลามน้องทุกทาง ความคิดสกปรกมาก แต่บางทีเราก็ไม่ปฏิเสธว่าเคยคิดงั้น /เข้าคุกกับจารจิน
    #16
    1
    • #16-1 (จากตอนที่ 3)
      31 ธันวาคม 2559 / 04:49
      ก่อนอื่นต้องขอบคุณนะค้า ///// งือเขิน
      จารย์กิเอือมละค่ะ 555555 ยังดีที่เขายังเก็บความคิดสกปรกไว้เงียบๆนะคะ /เดี๋ยวนะ แต่ไฮเตอร์คงซักไม่ออกแล้ว (...) ห้องกรงยินดีต้อนรับค่ะ 5555
      #16-1
  19. #15 rikear_lope (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 23:43
    คุณแม่กำลังส่งลูกกระต่ายเข้าป่านะคะคุณแม่ น้องจองกุกรู้ตัวนิดหน่อยว่ามันแปลกๆ หนูต้องรู้ด้วยนะลูกว่าอัยตรายไม่ใช่แค่แปลก จากใจเลยกลัวอ.ซอกจินเป็นที่สุด ดาร์คไซด์อ.นี่โคตรน่ากลัว โอ๊ยยยยยย น้องกุกจะอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ จะไม่อนุญาตให้ลูกถอดเสื้อนอนแล้วค่ะ เห็นคนแก่--- แค่ก มาลวนลามลูกอย่างนี้ แม่ไม่โอเคคคคคคคคคคคค อ.ซอกจินจะเจอจองกุกแต่ละทีอย่าลืมสมุดสวดมนต์นะคะ เตือนด้วยความหวังดี แล้วคุณครูจีมินนี่คิดไรกับครูยุนกิป่ะคะ แหน่ะๆๆๆๆๆๆ
    #15
    1
    • #15-1 (จากตอนที่ 3)
      31 ธันวาคม 2559 / 04:55
      ฮืออออ ขุ่นแม่ผู้ไว้ใจคนผิ--- เขาน่ากลัวจริงๆค่ะนี่พิมพ์ยังกลัวเอง(...)
      น้องรู้สึกตัวแล้ว แต่จะไหวตัวทันรึไม่นี่ล่ะค่ะ /ผ่างง
      ในส่วนของคุงครูจีมินนั้นน เขามีจุดประสงค์ค่ะ แต่จะเป็นอะไรยังไงนั้นต้องดูต่อไป 5555
      #15-1