[FanFic-BTS] I’m sick of you [JinKook & GaV Ft. ETC.] [END]

ตอนที่ 4 : +3+ : Why

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    1 ม.ค. 60

  

              “เอาล่ะ วันนี้ไว้แค่นี้นะทุกคน อย่าลืมเตรียมอ่านบทหน้ามาด้วยจะได้เข้าใจเนื้อหาเร็วขึ้น”


เด็กนักเรียนในห้องขานรับคำที่อาจารย์หนุ่มทิ้งท้ายเอาไว้อย่างไม่ค่อยพร้อมเพรียงแล้วก็ยืดยาน เนื่องจากตลอดเวลาช่วงบ่ายวันเริ่มต้นของสัปดาห์นี่มันชวนง่วงเหลือเกิน


แต่ด้วยเพราะว่าพอหมดคาบนี้ซึ่งเป็นคาบวิชาการคาบสุดท้าย ต่อไปก็ไปเข้าชมรมแล้ว ซึ่งบางคนก็ยังขี้เกียจอยู่ ยกเว้นคนที่ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบหลายๆเรื่องของห้องนั้นได้รีบเก็บของแล้วก็สะพายกระเป๋าเดินตามอาจารย์ออกไป


“อาจารย์โฮซอกครับ!


ผู้ถูกเรียกที่เดินออกไปจากห้องได้เพียงเล็กน้อยหันมายิ้มๆให้กับเจ้าเด็กผิวเข้มคนนี้อย่างเอ็นดู


“มีอะไรรึเปล่าเรา ยังมีสงสัยตรงไหนเหรอ”

“อ่า เปล่าครับ ผมเห็นว่าสมุดพวกนั้นคงหนัก ให้ผมช่วยถือไปที่ห้องพักครูนะครับ”


แทฮยองหมายถึงสมุดการบ้านของเด็กๆที่อีกฝ่ายใช้สองมือประคองอยู่ แม้ว่าไม่ได้สูงจนมิดหัวแต่มันก็ท่าทางจะหนักอยู่เหมือนกัน

ซึ่งพอลูกศิษย์ตนออกปากมาถึงขนาดนี้จึงไม่ขัดน้ำใจ แต่เขาทำเพียงบอกว่าให้แบ่งจากที่เขาถือไปดีกว่า ซึ่งเด็กหนุ่มก็พยักหน้า ทั้งสองคนจึงเดินไปห้องพักครูด้วยกันโดยที่ระหว่างทางก็พูดคุยถามไถ่กันไปเรื่อย


คิมแทฮยอง เด็กนักเรียนมัธยมปลายปีสามห้อง
B ที่เป็นหัวหน้าห้องและเจ้าตัวยังถูกรับเลือกให้เป็นประธานนักเรียนในปีนี้อีกด้วย เขาเลยค่อนข้างจะใกล้ชิดกับอาจารย์ภาควิชาการหลายๆคน และก็ได้รับความรักความเอ็นดูเป็นอย่างดีเนื่องจากเป็นเด็กขยัน จริงจังกับหน้าที่และเรียบร้อย โดยที่จริงแล้วเขายังมีญาติของตัวเองที่สอนอยู่ที่นี่อีกด้วย


เมื่อถึงห้องพักครู ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาก็มีเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักทายอาจารย์หนุ่มขึ้นมาทันที


“สอนเสร็จแล้วเหรอครับอาจารย์โฮซอก”


จากสีหน้าที่ยิ้มแย้มกับนักเรียนอยู่เมื่อกี้ก็กลายเป็นมึนตึงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เขามองไปยังโต๊ะของอาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษอย่างคิมนัมจุนแล้วก็เหยียดยิ้มแกนๆตอบกลับไป


“ก็เห็นผมกลับมาแล้วนี่ครับ”


สิ้นสุดน้ำเสียงเย็นชา เขาก็เดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองหรือพูดคุยกันต่อ ส่วนแทฮยองที่ตามเอาสมุดงานมาวางไว้บนโต๊ะแล้วก็หันไปหานัมจุนอย่างไม่ค่อยสบายใจ ซึ่งฝ่ายนั้นเองก็ถอนหายใจมองกลับมาด้วยสีหน้าไม่ต่างกัน

...วันนี้ก็ยังไม่โอเคเหมือนเดิมสินะ





 

                ประตูห้องศิลปะเปิดออก ตามด้วยร่างของเด็กหนุ่มปีสามตาโตเดินเข้ามา โดยที่เรียกความสนใจจากสมาชิกชมรมคนอื่นๆเกือบทั้งห้องได้พอควร


“รุ่นพี่จองกุกคะ!

“รุ่นพี่ครับ!


เขายิ้มๆตอบรุ่นน้องที่พากันเรียกชื่อเขาก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆเด็กชาวไทยเพื่อนร่วมชั้นตัวเองอย่างแบมแบมที่นั่งวาดรูปอยู่ก่อนแล้ว


“หนูได้ข่าวว่าพี่เป็นลมในห้องเรียน”

“อ่า.. ใช่แล้วล่ะ แหะๆ”

“พี่ไม่สบายเหรอคะ แล้วตอนนี้ล่ะเป็นยังไงบ้าง”

“ตอนนี้..พี่ก็ดีขึ้นแล้วครับ”

“พี่รู้เปล่าพวกเราเป็นห่วงกันมากเลยนะครับ”

“ขอบคุณทุกคนมากเลยนะ”


จองกุกยิ้มกว้างโชว์ฟันกระต่ายเพื่อรองรับคำพูดตัวเองว่าตอนนี้เขาโอเคขึ้นแล้วจริงๆ ไม่ปวดหัวตัวร้อนเวียนหัวอีกแล้ว ก็ยังเหลือแต่อาการคัดจมูกนิดๆหน่อยๆ เด็กๆมารุมคุยกับรุ่นพี่ของพวกเขาอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งอาจารย์แจฮวานที่เป็นที่ปรึกษาชมรมและหนึ่งในอาจารย์สอนศิลปะเดินเข้ามาบอกให้แยกย้ายกลับไปนั่งที่ ก่อนจะเข้ามาถามอาการของจองกุกเช่นกันเพราะรู้ข่าวจากแบมแบมที่มาบอกว่าเพื่อนร่วมชั้นของเขาไม่สบาย

และเมื่ออาจารย์เดินไปดูเด็กคนอื่นๆแล้ว เด็กหนุ่มชาวไทยก็หันมาส่งยิ้มล้อๆให้กับเพื่อนตัวเองพลางพูดขึ้นมา


“แหม่ ขนาดป่วยยังลบล้างความฮอทไม่ได้เลยนะ”

“ฮอทบ้าอะไรเล่า ก็แค่ถามสุขภาพเฉยๆน่า”


จองกุกเอ่ยแก้แล้วส่ายหัววืด ก่อนที่จะไปหยิบกระดาษมานั่งสเก็ตช์งานสำหรับวันนี้ต่อ

และในขณะที่กำลังวาดรูปอยู่นั้น ใจของเด็กหนุ่มก็คิดไปถึงเมื่อพักกลางวันตอนที่เอาขนมไปให้อาจารย์ที่อยู่ห้องพยาบาลคนนั้น


 

“เป็นไงบ้างแล้วล่ะจองกุก ยังรู้สึกไม่ดีอยู่มั้ย”


น้ำเสียงที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยบวกกับสายตาที่มองมาทำให้เจ้าตัวรู้สึกประหม่าเล็กน้อย


“ก..ก็ ดีขึ้นแล้วครับ ผมมาโรงเรียนเองได้แล้ว”

“เหรอ งั้นก็ดีแล้วล่ะ”


ซอกจินยิ้มพลางเอื้อมมือไปตบๆบ่า ซึ่งจองกุกก็แอบสะดุ้งเบาๆ


“แต่ว่านะ ผมว่าเธอมานั่งกินข้าวที่นี่ดีกว่ามั้ย โรงอาหารคนแน่นแบบนั้นน่ะอึดอัดจะตาย ไปเดินเบียดๆกันแบบนั้นมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอกนะ”


เด็กหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็หลุบหน้าลงอย่างเกรงใจพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆที่แว่บเข้ามารบกวนอยู่ในความคิด ก่อนจะเงยหน้าแล้วส่งยิ้มแห้งๆไปให้อาจารย์หนุ่มสุดหล่อตรงหน้า


“อ่า..ไม่เป็นไรหรอกครับ คือ ผม.. เอ่อ... เพื่อนๆรออยู่น่ะครับ ผมคงทิ้งเพื่อนมาคนเดียวไม่ได้”


จองกุกเอ่ยปฏิเสธออกไปอย่างตะกุกตะกัก ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับด้วยความเสียดายเล็กน้อย จากนั้นตนก็ยื่นขนมที่สั่งเอาไว้ให้กับซอกจินแล้วก็รับฝากเงินมาเรียบร้อย ก่อนจะขอตัวกลับออกไปที่โรงอาหารเพื่อไปกินข้าวกับเพื่อนๆ

ด้วยความสัตย์จริง ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรืออะไร ที่เขารู้สึกว่าสายตาของอาจารย์ซอกจินนั้นมันทำให้เขารู้สึกวูบวาบชวนเสียวสันหลังยังไงก็ไม่รู้ ทั้งที่ดูแล้วก็เป็นคนที่ใจดีเพอร์เฟ็คต์แมนอย่างที่สาวๆน่าจะชอบกันแท้ๆ


 

                สติของจองกุกกลับมาปัจจุบันอีกครั้ง ตอนนี้เขานั่งวาดหุ่นตรงหน้าโดยลงแสงเงาใกล้จะเสร็จแล้ว ก็เป็นเวลาเดียวกับที่แจฮวานเดินมาตรงหน้าห้องพอดีเพื่อจะสั่งงานสำหรับรอบนี้


“เอาล่ะๆ เด็กๆฟังผมแป๊บนึงนะ อาทิตย์นี้เราก็มีงานต้องทำกันอีกแล้วนะครับ”


นักเรียนทุกคนในชมรมต่างก็วางมือแล้วหันมาฟังอย่างตั้งใจ


“งานอาทิตย์นี้เป็นหัวข้อนอกสถานที่นะ ให้พวกเธอเดินทางออกไปที่ไหนก็ได้ แล้วก็สเก็ตช์ภาพมาส่ง จะใช้ดินสอดำอย่างเดียวหรือจะขยันลงสีไม้ก็ได้ แต่ไม่มีผลกับคะแนนหรอกนะ มันอยู่ที่องค์ประกอบแล้วก็ส่งหรือไม่ส่งงานมากกว่า ซึ่งอันหลังสำคัญมาก”


เด็กๆต่างก็พยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจที่อีกฝ่ายพูดแล้ว


“แล้วก็ส่งจันทร์หน้าเหมือนเดิม ส่วนคาบนี้พี่ๆก็คอยดูน้องๆด้วยล่ะ ใครมีอะไรสงสัยหรืออยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือเทคนิคส่วนตัวอะไรกันก็เต็มที่นะ”


แจฮวานอธิบายเสร็จแล้วก็เดินมาทางจองกุก ก่อนที่จะมอบกุญแจห้องให้แก่เด็กหนุ่ม


“เลิกเรียนก็ปิดห้องได้เลยนะไม่ต้องรออาจารย์”

“ครับผม”


และคาบชมรมในวันนี้ก็เป็นไปอย่างปกติเรียบร้อย รุ่นพี่ทั้งปีสองปีสามในชมรมก็คอยเดินดูเด็กๆปีหนึ่งแล้วก็พูดคุยกันไป จนกระทั่งใกล้เวลาจะเลิกเรียนราวๆห้านาที จองกุกก็เห็นแบมแบมเก็บของแล้วก็ขอตัววิ่งออกไปก่อน ซึ่งก็เป็นแบบนี้ประจำ โดยที่เขารู้ตั้งแต่แรกๆแล้วว่าที่ทางนั้นรีบออกไปก็เพื่อจะไปหาลิซ่าที่สนามกีฬา ก็คิดว่าน่าจะกลับด้วยกันเพราะบ้านโฮสของทั้งคู่อยู่ในละแวกเดียวกัน ไม่ไกลกันมากนัก


และแน่นอนว่าพอเลิก เด็กๆก็ทยอยกันออกจากห้องแล้วกลับบ้าน โดยที่เขาเป็นคนตรวจความเรียบร้อยกับเพื่อนๆที่เหลือ ก่อนจะปิดห้องแล้วไปคืนกุญแจให้กับคุณลุงภารโรงที่อยู่ชั้นล่างสุด


จองกุกบิดขี้เกียจยืดเส้นสายอยู่หน้าตึกเรียนก่อนจะเดินออกไปเพื่อจะนั่งรถประจำทางกลับบ้าน ตอนนี้เขาสามารถไปกลับโรงเรียนได้เป็นปกติแล้ว และก็คิดว่า ถ้ารู้ตัวว่าไม่สบายอีกละก็เขาจะไม่ฝืนมาโรงเรียนอีกต่อไป





 

                “โทษทีที่ทำให้รอนะ”


อาจารย์หนุ่มร่างสูงผลักประตูห้องพักครูออกมาแล้วบอกกับเด็กหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้าห้อง ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มกว้าง


“ไม่เป็นไรหรอกครับ มาเดี๋ยวผมช่วยถือชีท”


เขายื่นปึกกระดาษที่ใส่ซองเอกสารสีน้ำตาลให้แล้วก็ยกมือตบปุๆที่ศีรษะ ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินลงจากตึกไป

หลังจากที่เดินมาถึงรถและจัดของไว้ที่เบาะหลังเรียบร้อย ต่างคนต่างก็ไปนั่งประจำที่ของตนเองโดยที่คนโตกว่าขับรถ และเจ้าหนุ่มที่มาด้วยกันนั้นนั่งข้างๆ จากนั้นก็ออกรถขับออกจากโรงเรียนไป


“...อานัมจุนครับ”

“ว่าไงแทฮยอง?”


เจ้าตัวเหลือบมองญาติของตัวเองเล็กน้อยแล้วก็มองไปข้างหน้าอีกครั้ง


“กับอาจารย์โฮซอก...ยังไม่ดีขึ้นบ้างเลยเหรอ”


พอถูกถามเรื่องนี้เข้า นัมจุนก็มีสีหน้าที่อ่อนล้าขึ้นมาทันที

อาจารย์โฮซอกที่แทฮยองพูดถึงนั้น หมายถึงจองโฮซอก อาจารย์สอนภาษาเกาหลีที่อยู่ฝ่ายภาควิชาสอนภาษาด้วยกัน เขารู้เพียงว่าอีกฝ่ายนั้นมาทำงานที่นี่ก่อนตัวเขาที่เพิ่งจะย้ายมาได้ปีกว่า ซึ่งพอมาทำงานก็ได้รีบการต้อนรับอย่างดีจากเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ จะยกเว้นก็แค่อาจารย์จองคนนี้แหล่ะที่แตกต่างออกไป


ตอนแรกนัมจุนคิดว่าโฮซอกเป็นคนเงียบๆไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่นานๆไปเขาเห็นอีกฝ่ายคุยเล่นกับคนอื่น ยิ้มแย้มกับเด็กนักเรียนเป็นปกติ แถมดูจะพูดเยอะด้วยซ้ำ แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาอยู่ด้วยกันหรือเจอหน้ากัน ฝ่ายนั้นต้องทำตัวเย็นชาใส่ทุกที แม้ว่าเวลาต่อหน้าคนอื่นๆจะพูดคุยกับเขาก็เถอะ แต่นัมจุนก็รู้สึกได้อยู่ดีว่าที่ทำไปทั้งหมดเป็นการฝืน


ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยถามเจ้าตัวว่าเขาทำอะไรให้ไม่ชอบรึเปล่า แต่อีกฝ่ายก็มองหน้าแล้วก็ยิ้มแข็งกระด้างใส่


“อาจารย์นัมจุนคิดไปเองแล้วล่ะครับ”


ซึ่งนั่นทำให้เขารู้แล้วว่าเค้นเอาคำตอบไปยังไงก็ไม่ได้เรื่องราวอะไรแน่นอน ตนเองก็เลยทำได้แค่เพียงคอยพยายามเข้าหาต่อไปแบบนี้เรื่อยๆเท่านั้นเอง


“แปลกจังเลยนะครับ ผมว่าอาจารย์โฮซอกใจดีออก นักเรียนหลายคนก็ชอบเล่นกับเขาอยู่น้า ทำไมเป็นงี้ไปได้”

“ถ้าอารู้คงไม่มานั่งกลุ้มแบบนี้หรอกคุณหลาน”


นัมจุนว่าพลางถอนหายใจยาว โดยที่มีหลานชายนั่งทำหน้าเหนื่อยๆอยู่ที่เบาะข้างๆ

นอกจากโฮซอกจะเป็นหนึ่งในอาจารย์ประจำวิชาภาษาเกาหลีแล้วก็ยังเป็นอาจารย์ประจำชั้น3-B นั่นคือห้องที่แทฮยองเรียนอยู่ด้วย ซึ่งเขาก็พยายามหลายครั้งแล้วกับการที่ให้ทั้งสองคนนี้มีโอกาสได้คุยกันบ้าง


หน้าที่นี้มันนอกเหนือจากการเป็นประธานนักเรียนกับหัวหน้าห้องจริงๆ...


นั่นเพราะเขาไม่สบายใจหรอกที่เห็นคุณอาตัวเองโดนปฏิเสธรัวๆ แถมตนก็ยังเชื่อว่านัมจุนไม่เคยไปทำอะไรแย่ๆใส่อีกฝ่ายจนไม่ชอบหน้ากันแน่นอน เรื่องนี้มันก็เลยน่าสงสัยอยู่ไม่น้อยเลย


รถยนต์เลี้ยวเข้าซอยและขับมาถึงบ้านเดี่ยวสองชั้นสีครีม และเด็กหนุ่มก็ลงไปเปิดประตูรั้วเพื่อที่จะให้ญาติของเขาขับเอารถเข้ามาจอดด้านใน


วันนี้บ้านก็เงียบเหมือนเช่นเคย แทฮยองเปิดบ้านแล้วก็เข้าไปเปิดไฟให้สว่าง


ความจริงตอนที่ย้ายเข้ามาเขาก็อยู่กับคุณพ่อคุณแม่นั่นแหล่ะ แต่ระยะหลังๆทั้งสองคนนั้นไปต่างประเทศบ่อยๆเพราะเรื่องงาน เขาก็เลยต้องอยู่คนเดียว จนกระทั่งนัมจุนกลับมาเกาหลี บุพการีทั้งสองก็เลยติดต่อขอร้องให้มาอยู่เป็นเพื่อนลูกชายที ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องเมื่อปีที่แล้วตอนที่แทฮยองยังอยู่มัธยมปลายปีสอง และก็ช่วงนั้นเองที่นัมจุนมาหางานทำด้วย ลงท้ายเลยสมัครเข้ามาทำงานเป็นอาจารย์สอนภาษาที่โรงเรียนเดียวกับหลานตัวเองนั่นล่ะ


ด้วยความที่คุณอาคิมของเขาเป็นคนเก่งและฉลาด เข้ามาทำงานได้ปีกว่าก็ได้กลายเป็นรองหัวหน้าภาคแล้วหลังจากที่มีการประชุมของบรรดาอาจารย์ไป เพราะหลายคนต่างก็ชื่นชอบในความสามารถ แม้ว่าแรกๆนัมจุนจะไม่ค่อยอยากเป็นเท่าไหร่เพราะคิดว่าประสบการณ์ตัวเองยังไม่มากพอ แต่หลังๆก็พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพราะมันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว


แถมยิ่งแทฮยองยังได้เป็นประธานนักเรียนอีกทำให้คู่อาหลานสกุลคิมเป็นไอคอนในเรื่องวิชาการไป ซึ่งสำหรับแทฮยองมันค่อนข้างจะอึดอัดอยู่พอประมาณ เพราะเขาไม่ได้เก่งขนาดคุณอา แค่ขยันแล้วก็ว่านอนสอนง่ายเฉยๆ


...ทำไมกันน้า ทำไมอาจารย์โฮซอกถึงไม่ชอบล่ะ
เขามั่นใจว่าคุณอาของเขาก็ไม่ได้ไก่กาอาราเล่อะไรสักหน่อย ทั้งสูง บุคลิกดี จบนอกมาด้วยอีก ชายในฝันของสาวๆหลายคนเลยนะ!

...จริงสิ อาจารย์เขาเป็นผู้ชายนี่


แต่ก็นั่นแหล่ะ ถ้าไม่ได้ชอบแบบนั้นอย่างน้อยก็ชอบแบบเพื่อนร่วมงานหน่อยก็ยังดี นี่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะต่อต้านชนิดไม่เปิดอะไรให้เลยนี่สิ

เด็กหนุ่มมองไปทางห้องน้ำที่มีนัมจุนยืนล้างมือล้างหน้าอยู่ในนั้นก็ถอนหายใจออกมา


บางทีก็นึกสงสัย ว่าทำไมคุณอาของเขาถึงไปสนใจคนที่เกลียดขี้หน้าตัวเองได้ล่ะเนี่ย...

 




-----------------------




 

                “อาจารย์ซอกจินครับ”


เสียงเจื้อยแจ้วที่คุ้นหูของเด็กหนุ่มนำพาให้ร่างของอาจารย์สุดหล่อรีบทิ้งตะเกียบแล้วเคลื่อนตัวไปยังหน้าห้องด้วยความเร็วชนิดที่ว่าเพื่อนซี้ที่นั่งกินอยู่ด้วยกันอดที่จะส่ายหัวไม่ได้

มินยุนกิมองบนจนเมื่อยลูกตาไปหมดแล้วครับพีเพิ่ล


“ขอบใจมากนะ จริงสิ ถ้าวันหยุดเผื่อผมอยากจะอุดหนุนไว้แวะไปที่บ้านเธอได้มั้ย”


ซอกจินพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเป็นกันเอง ซึ่งอีกฝ่ายก็อึกอักเล็กน้อยแต่หน้าก็ยังคงรอยยิ้มที่เจ้าตัวรู้สึกว่ามันหนักปากเหลือเกิน


“ถ..ถ้าอาจารย์สะดวกจะแวะไปก็ได้ครับ”

“อื้อ ผมสะดวกอยู่แล้วล่ะ ต้องถามเธอต่างหาก”

“ถามผม??”

“เป็นเจ้าของบ้านนี่นา ถ้าอยู่ๆผมโผล่ไปมันก็ไม่ค่อยดีใช่มั้ย เลยคิดว่าทุกครั้งที่แวะไปหาผมจะโทรไปบอกก่อนน่ะ”

“อ่า... โทรเบอร์บ้านก็ได้ครับ เบอร์ที่อาจารย์สั่งขนมนั่นแหล่ะ”

“งั้นเหรอ เอาแบบนั้นก็ได้ ไว้ซักวันเจอกันที่บ้านนะครับจองกุก”


เด็กหนุ่มพยักหน้ารับพลางค้อมหัวให้แล้วบอกลาหลังจากส่งขนมและรับเงินมาเป็นที่เรียบร้อย เขารีบสาวเท้าออกจากตรงนั้นเร็วๆทันทีด้วยความรู้สึกปั่นป่วนเล็กๆที่ติดค้างอยู่ในหัว


มันตอบไม่ถูกว่าทำไม เขารู้อย่างเดียวคือมันแปลก


จองกุกเดินไปโรงอาหารเพื่อจะไปหาเพื่อนๆที่นั่งจองโต๊ะกันอยู่แล้ว ซึ่งพอเห็นว่านั่งตรงไหนกันก็ไปซื้ออาหารแล้วเดินกลับมานั่งที่ที่เว้นว่างไว้ให้เขาอยู่แล้ว


“โทษทีมาช้าไปหน่อย”

“เฮ้ยไม่เป็นไรๆ พวกกูเข้าใจน่า รายได้กำลังมาเลยนี่”


มินกยูที่นั่งอยู่ข้างๆยกมือขึ้นตบๆบ่าเพื่อนแล้วหัวเราะ ก็ตั้งแต่เพื่อนกระต่ายของเขาหายดี เจ้าตัวก็มีอันต้องแว่บไปส่งขนมที่ห้องพยาบาลก่อนทุกที ซึ่งจองกุกก็แค่เล่าให้ฟังว่าอาจารย์แกกำลังอุดหนุนแม่ของเขาอยู่


ทั้งเจ็ดคนนั่งกินมื้อกลางวันพลางคุยจุ๊กจิ๊กกันไปด้วย แค่วันนี้จองกุกกลับนั่งเงียบกว่าปกติ ไม่ใช่ว่าเขายังรู้สึกไม่ค่อยดีเพราะเจ็บป่วย แต่เพราะกำลังคาใจอยู่ต่างหาก เลยพยายามจะเรียบเรียงคำพูดในหัว แล้วก็ตัดสินใจว่าจะถามออกไปยังไงดี


ตากลมโตกวาดมองเพื่อนร่วมก๊วนที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันอย่างชั่งใจก่อนจะเรียกขึ้นมา


“เออ...พวกมึง กู...มีอะไรจะถาม”

“หืม? ว่ามาดิ๊”

“.......อาจารย์ซอกจินที่อยู่ห้องพยาบาลเขาเป็นคนแบบไหนเหรอ”

“มึงเอาเรื่องผู้ชายมาถามผู้ชายเนี่ยนะ”

“แล้วฉันกับลิซ่าที่นั่งหัวโด่อยู่นี่ล่ะยะ” แชยองเอาเท้าเตะแข้งจุนฮเวที่นั่งตรงข้ามไปที

“เออน่า ถามทุกคนแหล่ะ ใครรู้จักก็ช่วยบอกมาทีเถอะ”

“ไม่รู้ว่ะ ก็รู้จักพอๆกันปะวะ แค่รู้ว่าจารย์แกหล่อ นิสัยดี จบ” ยูคยอมพูดอย่างไม่ใส่ใจอะไร แต่จองกุกยังคงครุ่นคิด

“ก็อย่างที่ยูคยอมบอกอะจองกุก อาจารย์ซอกจินเขาดูเอาใจใส่ดีนะ ตอนฉันไปขอยาทาแก้ปวดกล้ามเนื้อเขาก็ถามอาการฉันใหญ่เลย” ลิซ่าเสริมขึ้นมา เพราะว่าตัวเองเล่นกีฬาอยู่ทุกวันก็เลยมีปัญหาปวดเมื่อยอะไรแบบนี้อยู่แล้ว

“เหรอ..”


เด็กหนุ่มลองคิดทบทวน เอาใจใส่อย่างที่ลิซ่าบอกก็น่าจะจริงเพราะการตามไปถึงบ้านแบบนั้นมันจะมีเหตุผลอะไรอย่างอื่นได้อีก แต่แบบเขาทำแบบนั้นกับเด็กทุกคนเลยหรือ นี่สิที่เขายังคงสงสัย


“แล้ว..แล้วมีอะไรมากกว่านี้มะ”

“มึงอยากรู้เรื่องไหนของจารย์เขาเนี่ย”

“เอาเรื่องที่พวกมึงรู้”

“ก็มันมีอยู่แค่เนี้ย พวกกูไม่ใช่ติ่งเขานะเว้ยจะได้รู้เยอะ ว่าแต่อยากจะรู้ไปทำไมวะ ทุกทีไม่เคยเห็นสนใจ”


พอถูกถามกลับแบบนี้ก็สะดุ้งพลันเหงื่อหวิดจะย้อยๆอยู่ในใจจึงได้ยิ้มกลบเกลื่อน


“ก็อยากรู้เรื่องลูกค้าตัวเองมันผิดตรงไหนเล่า”

“ผิดดิ ผิดปกติมึงเอามากๆ เอ๊ะ รึอย่าบอกนะว่าสนใจเขาแล้ว”

“เดี๋ยว กูไม่...”

“แน่เร้อ แต่ยากหน่อยนะเหมือนได้ยินมาว่าแกคบกับจารย์ยุนกิที่สอนดนตรีอยู่ว่ะ”

“อ้าวไอ้จุนฮเว ไหนบอกไม่รู้เรื่องอะไรไง” จองกุกหันไปโวยใส่ทันที

“ยกเว้นเรื่องนี้เว้ย เด็กชมรมดนตรีเขาลือกันให้แซ่ด กูกับแชยองยังรู้เลย เผลอๆคนนอกก็รู้ด้วยมั้ง ตัวเขาติดกันจะตาย”


เขาลองนึกย้อนไปวันที่ซอกจินเรียกให้ขึ้นรถเพื่อจะขับไปส่งที่บ้าน ตอนนั้นดูเหมือนยุนกิก็จะอยู่ในรถด้วยซึ่งอีกฝ่ายนั่งอยู่ข้างหลัง และจากที่ไปส่งขนมที่ห้องพยาบาลอยู่หลายวันตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ก็เห็นอยู่ในห้องพยาบาลด้วยกันตลอด หรือสิ่งที่จุนฮเวพูดจะเป็นเรื่องจริง


แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น การที่ซอกจินดูพยายามจะทำตัวสนิทสนมด้วยจะไม่ทำให้สองคนนั้นทะเลาะกันเพราะหึงหวงหรือไง เขาไม่อยากไปเป็นต้นเหตุให้ครอบครัวแตกแยกหรอกนะ แล้วอาจารย์ยุนกิอะไรนั่นก็ดูน่ากลัวๆด้วย ถ้าแบบสักวันโดนเล่นงานขึ้นมาเขาจะทำยังไง จะเอาอะไรไปสู้ เกมที่เล่นค้างไว้ในเพลย์สี่ก็ยังเล่นไม่จบ เหลือดองในสตรีมก็มี อเวนเจอร์สภาคอินฟินิตี้วอร์ก็ยังไม่ได้ดู แล้วคุณแม่ล่ะ คุณแม่จะอยู่ยังไง


จองกุกสะบัดหัวไปมาเบาๆเมื่อเริ่มรู้สึกว่าชักจะคิดเลยเถิดไปกันใหญ่


เด็กหนุ่มลงมือกินมื้อกลางวันต่ออีกครั้งเพราะเพื่อนๆของเขากินกันจะหมดแล้ว และพวกนั้นก็หันไปคุยเรื่องอื่นกันต่อแล้วด้วย แต่ในใจตนเองก็ยังคงคิดไม่ตกถึงชะตากรรมในอนาคต


เห็นทีเขาต้องระวังตัวมากขึ้นแล้วสิเนี่ย 



-------------------



>>Talk

อะแฮ่ม ตอนนี้เปิดปม(??)ของคุณอาจารย์สอนภาษาทั้งสองค่ะ พร้อมเปิดตัวน้องแทอย่างเป็นทางการ เรื่องนี้เจ้าหนูเขาเป็นเด็กดีน่ารักค่ะ ฮี่

ส่วนเจ้ากะตุ่ยกุกก็เริ่มจะไม่ชอบมาพากลกับอ.ซอกจินซะแล้ว แต่ แต่หนูกังวลผิดเรื่องไหมลูก 555555


ทะด๊าาา มาอัพรับปีใหม่เอาฤกษ์เอาชัยค่ะ 1.1 XD และก็หมายความว่าฟิคเรื่องนี้ได้เปิดอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ! ส่วนหลังจากนี้จะมาอัพช้าหรือเร็วก็...อยู่ที่ภารกิจและความลื่นไหลของสมองไรต์ละค่ะ 555 //ซับหัวตา แต่ส่วนหนึ่งก็คือกำลังใจจากรี้ดด้วยนะคะ อิอิ

ขอบคุณสำหรับเมนท์ เฟฟ วิว มากๆนะคะ ถ้าใจดีกดโหวตมาด้วยก็ได้ค่ะ /หื้ม 

สุดท้ายก็สวัสดีปีใหม่ทุกๆคนนะคะ ขอบคุณสำหรับความรักที่ผ่านมา และปีนี้ก็มาอยู่ด้วยกันและสร้างความทรงจำดีๆต่อไปอีกปีนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ ♥♥

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #285 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 08:54
    น้องแทมาเป็นคิวปิดให้คุณอานี่เอง แต่จะได้เจอครูมินเมื่อไหร่คะเนี่ย55555
    #285
    0
  2. #238 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 15:43
    เอ็นดูน้องแทจังค่ะ คุณประธานนักเรียนคนดีของป้า
    ส่วนนองจกุกกี้นั้น...ลูก.. หนูสัมผัสได้ถึงออร่าความโรคจิตเบาๆของอาจารย์ห้องพยาบาลใช่มั้ยคะ
    555555555
    #238
    0
  3. #191 k_922 (@k_92) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 15:15
    คิมอาหลาน กับคิวห้องพยาบาลต่างกันจังเลนเนอะ 555
    #191
    0
  4. #174 minitis (@kyuri13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 10:54
    ระวังเลยค่ะยิ่งแบบพี่จินยิ่งต้องระวังง55555
    #174
    0
  5. #158 kukk1kk (@rakprom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 03:19
    ดีค่ะดี เป็นสาวเป็นนางต้องรู้จักระวังตัวนะคะลูก55555555
    #158
    0
  6. #71 Ren (@seris) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:52
    น้องแทมาแล้ววววววววววว ส่วนนกุกของพี่ดีมากค่ะที่เริ่มรู้จักระวังตัว ว่าแต่อาจารย์ม่อนกับอาจารย์โฮปนี่เคยมีคดีอะไรกันมาคะ อยากรู้ว 5555
    #71
    0
  7. #58 ซิกแพ็ควอนโฮ (@mtuanna93) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:09
    จุนฮเวพูดอะไรน่ะตบปากตามอายุเดี๋ยวนี้เลยนะ
    #58
    0
  8. #44 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 06:02
    จินนี่แกไม่คิดจะให้นัองตั้งตัวเลยช้ะรุกเอาๆ 55555 โฮซอกทำไมกันน้านัมจุนทำอะไรให้
    #44
    0
  9. #36 NANEWKawaii (@59278027) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 01:32
    สงสัยอาจารย์รุกหนักไปนะต่ายกุกเริ่มกลัว แต่รู้สึกนายจะกังวลผิดเรื่องนะกุก 555555+
    #36
    0
  10. วันที่ 3 มกราคม 2560 / 11:48
    โอ่ยยยยย จกุกลูกกก เด็กดีขนาดนี้
    พี่จินห้ามทำอะไรน้องนะ! คุกนะพี่!
    แต่ใจนึงก็ส่งเสริม/อ้าว
    พี่จินไปบอกความจริงน้องเลยนะ เดี๋ยวเข้าใจผิดกัน5555555555
    #29
    1
    • #29-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 4)
      3 มกราคม 2560 / 14:22
      พี่จินเขาวนเวียนแถวๆห้องกรงอีกนานค่ะ เฉียดคุกทุกวัน /เอ๊ะ

      #29-1
  11. #26 NCSJK (@Nayhrp) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 13:31
    จองกุกกกังวลผิดเรื่องแล้ววววว อ.ซอกจินแสดงออกขนาดนี้ หนูยังไม่เข้าใจอีกหรอลูกกกกก5555

    ในที่สุดก็เปิดเรื่องเป็นทางการแล้ว เย้ๆ ขอให้มีเวลามาอัพตลอดเลยนะคะะ~
    #26
    1
    • #26-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 4)
      2 มกราคม 2560 / 20:14
      555555 น้องเป็นเด็กดีค่ะกลัวไปทำครอบครัวร้าวฉาน แต่ที่จริงแล้ว.... :'D
      //สาธุค่า เป็นคำอวยพรที่ดีมากอันนึงเลยค่ะ ต้องการเวลา 555555
      #26-1
  12. #25 NPS151145. (@nan12345678910) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 22:47
    รอดูคู่ Gav อยู่น่ะอิอิ
    #25
    1
    • #25-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 4)
      1 มกราคม 2560 / 22:54
      ไม่นานเกินรอแน่ๆค่ะ อิอิ /พอดีมีหลายคู่ต้องผลัดกันนะคะ 5555
      #25-1
  13. #24 rikear_lope (@bill-lion) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 22:10
    จองกุกหนูควรห่วงความปลอดภัยตอนอยู่กับอ.ซอกจินสองต่อสองนะลูก เซ้นต์จองกุกแรงมากกกกกก หรืออ.ซอกจินแกเปิดเผยเกินไปคะ ความคุณครูภาษานี่ยังไงกันหว่า อ.โฮซอกดูมีปัญหากับอ.นัมจุนนะคะเนี่ย 
    #24
    1
    • #24-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 4)
      1 มกราคม 2560 / 22:32
      กะตุ่ยเปิดโหมดระวังภัยแล้วค่ะ /แต่เหมือนระวังผิดเรื่อง(...)
      เรื่องปัญหาของคุงครูภาษานี่ต้องรอดูต่อไปค่ะ ฮือ
      #24-1
  14. #23 cutternabe (@cutternabe) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 22:02
    ครูคิมลองนึกดีๆสิ ไปทำอะไรให้ครูสอนภาษาเกาหลีไม่พอใจกัน แม่คุณก็ไม่ยอมบอกให้ไปนึกเอง พี่แกจะนึกออกไหมม~~
    ส่วนน้องกุก... ระวังผิดประเด็นไหมคะ ผิดผีพอดีจินก้า หรือก้าจิน คู่รักคนชราเหรอลูก คนชราเขาไม่กินกันเองหรอก เขานิยมเด็ก กินแล้วอมตะหนะรู้ไหมหนู~
    ตอนนี้เอ็นดูคุณหัวหน้าห้องมากเลย ทำไมหนูเป็นเด็กดีแล้วน่ารักแบบนี้แทฮยองงงง~ ปลื้มปริ่ม!
    สวัสดีปีใหม่เช่นกันนะคะไรท์~ สู้ๆนะ~ ?????
    #23
    1
    • #23-1 (@Tsukihana) (จากตอนที่ 4)
      1 มกราคม 2560 / 22:29
      ฮืออออ เขาพยายามนึกแล้วค่ะ แต่ไม่รู้จริงจริงง วันๆสอนเด็ก ตรวจการบ้าน เตรียมแผนการสอนงกๆ ไอเรียลลี่ด๊อนโนวเอนี่ติง TT
      แงงงงขำความผิดผี 555555555555555 ฮือ จริงค่ะ เขาไม่จิ้มกันเอ-- //แค่ก
      น้องแทเป็นหนุ่มน้อยคิวท์ๆค่ะ XD อะแฮะ
      ขอบคุณมากๆนะคะ <3

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 มกราคม 2560 / 22:29
      แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 1 มกราคม 2560 / 22:30
      แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 1 มกราคม 2560 / 22:31
      #23-1