นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[FanFic-GOT7/BTS] Eye contact [GyeomKook]

โดย

ศึกกระชับมิตร นักกีฬาดาวรุ่งVSผู้ท้าชิงต่างโรงเรียน แต่ผลลัพธ์กลับไม่ได้มีแค่แพ้ชนะนี่สิ!?

ยอดวิวรวม

1,313

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,313

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


36
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 มิ.ย. 59 / 20:28 น.
นิยาย [FanFic-GOT7/BTS] Eye contact [GyeomKook]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่ะ ไรต์คนเดิมเพิ่มเติมคือวันช็อตฟิคสั้นอีกเรื่อง 

รอบนี้ข้ามวงกันเลยทีเดียว เกิดจากการปิ๊งไอเดียที่คุยกับเพื่อนในทวิตเรื่องโมเม้นเรือผีลำนี้ค่ะ (ฮา) แบบว่าถ้าได้แข่งกีฬาด้วยกันก็คงดีอะไรประมาณนั้น

ฟิคสั้นมิตรภาพลูกผู้ชายเลยบังเกิด (แต่ชื่อเรื่องดูหลอกลวง55555)

จริงๆพิมพ์ไปก็ไม่รู้ว่าจะคยอมกุกรึกุกคยอมดี ให้รี้ดลองไปคิดตำแหน่งในใจกันเอาเองละกันค่ะ 55555

อ่านให้สนุกนะคะ ถ้าชอบก็จะดีใจมากๆเลย //รอฉุดคนขึ้นเรื----

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 มิ.ย. 59 / 20:28


 

               ‘พลั่ก


เสียงร่างหนักๆลงกระทบพื้นเบาะอย่างแรงจนน่ากลัวว่าถ้าพื้นเบื้องล่างเป็นคอนกรีตหรืออะไรก็ตามที่แข็งๆก็คงจะหลังหักไปแล้ว แต่โชคดีที่มันเป็นเบาะ แต่ก็ไม่ได้นิ่มนวลซักเท่าไหร่นัก


แถมโดยเฉพาะตอนนี้เบื้องบนของเด็กหนุ่มนั้นมีเพื่อนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันนอนกดทับอยู่ ก็เป็นเรื่องยากที่จะลุกขึ้นมาโดยไว จนกระทั่งได้ยินเสียงเป่านกหวีดสั้นๆ เพื่อนของเขาจึงผละลุกขึ้นมาก่อนที่จะก้มลงมายื่นมือให้เขาดึงตัวเองขึ้นยืนได้อย่างถนัดก่อนจะคำนับให้กัน


“ไม่มีใครเอานายลงจริงๆว่ะ ยอมเลย”

“เวอร์น่า ทุกคนมีสิทธิ์ชนะฉันได้ทั้งนั้นแหล่ะ”


เด็กหนุ่มตัวโตยืดเส้นสายก่อนที่จะเดินออกจากเบาะที่เป็นพื้นที่สนามที่ไว้ใช้สำหรับเล่นมวยปล้ำไป

ใช่แล้ว มวยปล้ำไงล่ะ


ที่นี่คือชมรมมวยปล้ำ ชมรมเล็กๆที่มีพื้นที่ส่วนนึงในโรงยิมที่ใจดีอุตส่าห์กั้นเป็นห้องให้ ส่วนอุปกรณ์ที่เหลือก็ไม่มีอะไรมาก แค่เบาะรองแล้วก็พื้นที่ตรงกลางซึ่งมีความกว้างพอที่จะใช้ฝึกซ้อมได้


ส่วนสมาชิกชมรมน่ะเหรอ ก็มีไม่มากนักหรอก เพราะคนสนใจทางด้านนี้ในโรงเรียนนี้มันเทียบเท่าชมรมกีฬายอดฮิตอื่นๆไม่ได้เลยก็กลายเป็นชนกลุ่มน้อย แต่ว่ากล้าบอกได้เต็มปากเลยว่ามีหลายคนที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นนักกีฬาที่มีคุณภาพอยู่


โดยเฉพาะเจ้าหนุ่มที่ชื่อว่าคิมยูคยอม เด็กนักเรียนชั้นปี2 ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้ชมรมมาตั้งแต่เข้าปี1ทั้งการจัดแข่งกันเองในชมรมแล้วก็ไปแข่งที่โรงเรียนหรืองานอื่นๆเจ้าตัวก็ได้รางวัลมาหมดแล้ว นับว่าเป็นดาวรุ่งเลยก็คงได้


และเขานี่แหล่ะว่าที่หัวหน้าชมรมคนต่อไป มีคนว่ามาแบบนั้นน่ะนะ


การฝึกซ้อมของเหล่าสมาชิกก็เป็นไปตามปกติเหมือนแต่ละวัน แต่วันนี้เหมือนจะต่างออกไป เพราะในขณะที่ทุกคนกำลังซ้อมกันอยู่ พวกเขาก็เห็นเด็กนักเรียนที่ไม่คุ้นหน้าสามคนยืนรออยู่ที่ประตู


“ทุกคนหยุดก่อน วันนี้เรามีแขกพิเศษจากโรงเรียนNมากระชับมิตรด้วย”


หัวหน้าชมรมพูดเสียงดังจนทำให้ทุกคนหันมาสนใจเด็กจากโรงเรียนอื่นซึ่งยืนอย่างเรียบร้อย และเมื่อสามคนนั้นรู้สึกตัวว่าเป็นจุดสนใจ พวกเขาก็โค้งอย่างนอบน้อมทันที

จะว่าไปมันก็เหมือนเป็นธรรมเนียมระหว่างชมรมแหล่ะมั้ง ที่ถ้าอยากจะทำความรู้จักก็ต้องมาแข่งด้วยกันก่อน


เด็กๆทั้งสามต่างก็แนะนำตัว และหัวหน้าชมรมก็เลือกสมาชิกฝั่งเขาออกมาสามคนด้วยเหมือนกัน หนึ่งในนั้นก็คือยูคยอม เจ้าตัวนั้นไม่ค่อยจะแปลกใจเท่าไหร่เพราะเรื่องเป็นตัวแทนทุกคนในชมรมก็ต้องคิดถึงเขาเป็นคนแรกอยู่แล้ว

ทั้งหมดต่างก็แนะนำตัวเช่นกันก่อนจะเดินไปประจำที่ที่สนาม และจับคู่กันเรียบร้อย โดยที่ยูคยอมได้แข่งเป็นคู่สุดท้าย คู่กับเจ้าเด็กหนุ่มตากลมที่รู้สึกว่าจะชื่อ..จอนจองกุก


จองกุกเป็นคนที่ยูคยอมค่อนข้างจะประหลาดใจว่าทำไมถึงมาอยู่ในชมรมนี้ หนึ่งคือหน้าตาของทางนั้นมันดูน่ารักไม่เหมาะกับกีฬาแบบนี้เลยซักนิด ไปเป็นไอดอลอะไรแบบนี้จะเข้ากว่า แต่มันก็เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของเขาน่ะนะ

และดูเหมือนอีกฝ่ายจะเห็นว่าเด็กหนุ่มมองอยู่ ก็ส่งยิ้มโชว์ฟันกระต่ายมาให้


จู่ๆเขาก็รู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นผิดปกติ จนต้องรีบสูดหายใจเข้าลึกๆ


..นี่เราตื่นเต้นสินะ ตื่นเต้นใช่มั้ย ต้องใช่แน่ๆ..


ยูคยอมส่งยิ้มเก้อๆตอบกลับไปแล้วก็รีบหันกลับไปมองการแข่งในสนามต่อโดยหวังว่าจะทำให้ตัวเองสงบสติอารมณ์ได้มากขึ้น


และเมื่อทั้งสองคู่แข่งจบไป ก็ถึงตาพวกเขาที่ต้องขึ้นเป็นคู่ปิดท้ายแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสองมายืนประจันหน้าก่อนจะโค้งให้กันแล้วจึงเดินมาตรงกลางสนาม


เด็กหนุ่มตัวโตมองหน้าอีกฝ่ายอีกครั้งโดยบอกตัวเองว่าให้มีสติ แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกับดวงตาคู่นั้นของฝ่ายตรงข้ามเป็นหลุมดำที่แรงดึงดูดมันสูงจริงๆ ไหนจะแก้มนั้นที่เวลาพออมยิ้มแล้วมันตุ่ยๆจนน่าดึงอีก


เดี๋ยวยูคยอม นายต้องใจเย็นๆ.. นายกำลังแข่งอยู่นะ
!


ทั้งคู่นั่งโน้มตัวเข้าหากันแล้วต่างยึดจับไปที่เชือกที่ผูกขา บรรยากาศรอบข้างตอนนี้เหมือนนัดกันเงียบมายังไงไม่รู้ ทำให้เขารู้สึกว่าได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดมากกว่าเดิม แล้วคนที่อยู่ใกล้จนหน้าแนบกันนี่จะได้ยินขนาดไหน


“เต็มที่เลยนะ”


เสียงพึมพำที่เบาเท่าเสียงกระซิบมาจากจองกุก เพราะว่าหันหน้ากันคนละด้านเลยไม่รู้ว่าตอนนี้ทางนั้นกำลังทำหน้ายังไงอยู่ แต่เขาก็ได้แต่พยักหน้าเบาๆ


และแล้วเมื่อเสียงเป่านกหวีดดังขึ้น ยูคยอมรู้สึกได้ถึงพละกำลังของอีกคนที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัด จองกุกโถมตัวเข้ามาพร้อมกับก้าวขา ส่วนตัวเขาพยายามยกขาหลบแต่ไม่ให้เสียหลักพร้อมกับหาจังหวะดันร่างอีกคนไปด้วยแต่ดูเหมือนฝ่ายนั้นเองก็เท้าเหนียวพอกัน ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าทั้งคู่กำลังยื้อยุดไปรอบๆเขตแดนอย่างไม่มีใครยอมใคร

ยูคยอมคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปละก็มันจะเกิดอาการล้าเพราะรีบเค้นพลังใส่ตรงช่วงแรกนี่แหล่ะ เขาจึงรีบตัดสินใจปิดเกมโดยการสืบเท้าเข้าใกล้แล้วบิดตัวเหวี่ยงอีกฝ่ายให้ล้มโดยทันที แต่ทว่า


จังหวะที่เขาเผลอหันหน้ากลับไปมองจองกุกที่ตอนนี้ก็มองเขาอยู่เช่นกัน เด็กหนุ่มมองเห็นรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ประดับอยู่บนใบหน้าทั้งที่กำลังจะเสียหลัก


เขาไม่เข้าใจสิ่งที่อีกคนสื่อเท่าไหร่


และก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันที่ทำไมถึงรู้สึกติดใจอะไรตากลมๆคู่นั้นนักจนเหมือนกำลังตกอยู่ในมนต์สะกดเพียงเวลาสั้นๆ



และรู้สึกตัวอีกทีเขาก็ลงไปนอนแผ่อยู่บนเบาะซะแล้ว

เสียงนกหวีดเป่าสิ้นสุดการแข่งทำให้สติกลับมาอีกครั้ง ยูคยอมลุกขึ้นโดยที่จองกุกช่วยดึงขึ้นมา ก่อนจะถอยกลับไปโค้งให้กันโดยที่ตัวเขานั้นยังเบลอๆงงๆอยู่

นี่เขาแพ้เหรอเนี่ย!


“เสียดายยยย จู่ๆนายหยุดกะทันหันทำไม”

“แต่เมื่อกี้ฉันกำลังจะทุ่ม...?”

“ใช่ แต่แว่บนึงนายก็หยุดไปอ่ะ ฝ่ายโน้นเลยกระแทกไหล่นายแล้วก็กดลงกับเบาะได้พอดี แต่ก็ยอดไปเลยนะ สู้กันสนุกมากเลย” สมาชิกชมรมของเขาคนนึงชื่นชมพร้อมกับตบบ่าให้กำลังใจ เด็กหนุ่มหันไปมองตรงที่กลุ่มของนักเรียนโรงเรียนNยืนอยู่ และเมื่อจองกุกหันมามองทางนี้ เขาก็รีบเบือนหน้าหนีทันที เพราะหลังจากที่พอจะเข้าใจอะไรหลายๆอย่างแล้ว จึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่ตัวเองจะแพ้


น่าอายสุดๆไปเลยคิมยูคยอม


“ขอบคุณมากๆนะครับที่ต้อนรับพวกเราอย่างดี”


หนึ่งในสมาชิกของโรงเรียนNโค้งให้กับหัวหน้าชมรมพร้อมกับจับมือ จริงๆทั้งสามคนนั้นจะอยู่ดูการซ้อมจนหมดคาบแต่ตอนนี้ยูคยอมหมดอารมณ์จะซ้อมต่อแล้ว แต่ก็ยังต้องนั่งอยู่เพราะเป็นมารยาท โดยเขาให้เหตุผลว่าขอพักผ่อนแล้วให้คนอื่นแสดงฝีมือบ้าง

และจนชั่วโมงซ้อมสิ้นสุดลงทั้งหมดก็แยกย้ายกันกลับบ้าน และเขาก็ไม่ได้เข้าไปคุยอะไรกับเด็กโรงเรียนนั้นอีกเพราะยังทำใจไม่ค่อยจะได้เท่านั้นเอง


ไว้เจอแมตช์หน้าพ่อจะทุ่มลงเบาะภายในวิเดียวให้ดูเลย จอนจองกุก!


 

---------------------------------


 

                และก็เป็นเวลาเกือบทั้งวันที่เจ้าเด็กร่างหมีอย่างยูคยอมนั้นเอาแต่คิดถึงเรื่องเมื่อสองสามวันก่อน

แพ้เพราะคู่ต่อสู้เก่งกว่าเขารับได้ แต่แพ้เพราะตัวเองนี่เขารับไม่ได้


เขาคิดมาตลอดว่าอยากรีแมตช์ แต่ถ้าจะไปแลกเปลี่ยนอย่างวันนั้นเขาต้องพาสมาชิกชมรมไปด้วยอย่างน้อยสองคน มันก็ออกจะยุ่งยากไปหน่อย และนี่มันก็เป็นแค่เรื่องระหว่างเขากับจองกุก และเขาก็ไม่อยากให้เพื่อนๆในชมรมหาว่าเขาเจ้าคิดเจ้าแค้นด้วย เพราะยังไงมันก็แค่เกม

แต่ใครเล่าจะมาเข้าใจถึงเหตุผลได้ดีกว่าตัวเขาเอง


และเย็นวันนี้เขาได้ตัดสินใจแล้ว เมื่อเลิกเรียน ยูคยอมโทรบอกหัวหน้าชมรมทันทีว่าวันนี้เขาขอไม่เข้าซ้อม ซึ่งทางนั้นก็ไม่ว่าอะไร การเป็นนักกีฬาดาวรุ่ง(?)มันก็ดีแบบนี้แหล่ะ แต่เขาก็ไม่ค่อยโดดซ้อมเท่าไหร่ และวันไหนที่เขาหยุด วันต่อมาก็จะซ้อมหนักกว่าสองเท่า การที่เขาจะได้ชัยชนะรัวๆหลายรายการก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร


เด็กหนุ่มศึกษาเส้นทางเพื่อจะไปโรงเรียน
Nมาตั้งแต่เมื่อวาน มันอยู่ห่างจากโรงเรียนของเขาโดยต้องนั่งรถเมล์แล้วต่อรถไฟใต้ดินไปอีกแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา ไปให้ถึงก็พอแล้ว

การไปโรงเรียนNครั้งนี้เขาไม่ได้เตรียมอะไรเลย เพื่อนซักคนก็ไม่มี เขาก็แค่อยากไปดูว่าเจ้าจองกุกนั่นเวลาอยู่ที่ชมรมตัวเองแล้วจะเป็นยังไงเท่านั้นเอง


เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงเขาก็มาถึงที่หมาย เด็กหนุ่มตัวโตชะเง้อมองป้ายชื่อโรงเรียนแล้วก็เดินไปด้อมๆมองๆที่ประตูทางเข้า จนกระทั่งยามเดินเข้ามาทัก เขาจึงตอบไปว่าเขามาหาเพื่อนที่กำลังซ้อมกีฬาอยู่ข้างใน ลุงยามมองยูคยอมอยู่พักนึงก่อนจะให้เข้ามาพร้อมกับบอกว่าโรงยิมอยู่ตรงไหนจะได้ไม่เดินไปผิด


เขาเดินไปเรื่อยๆตามทางพร้อมกับกวาดสายตามองบรรยากาศรอบๆไปด้วย ซึ่งให้ความรู้สึกไม่ต่างกับโรงเรียนตัวเองเท่าไหร่ ที่มันแปลกๆก็เพราะมันไม่คุ้นเคยเท่านั้นเอง

พอเดินมาถึงโรงยิมก็มองเข้าไปข้างในอีกครั้ง พบว่ามีคนกำลังเล่นบาสอยู่ ก็น่าจะเป็นเด็กในชมรมที่กำลังซ้อม และดูเหมือนว่าหนึ่งในนั้นจะสังเกตเห็นคนที่ใส่เครื่องแบบไม่คุ้บเลยเข้าไปทัก


“นายไม่ใช่เด็กโรงเรียนเรานี่ มาทำอะไรน่ะ”

“นายพอจะบอกได้มั้ยว่าชมรมมวยปล้ำที่นี่เขาซ้อมกันตรงไหน”

“อ๋อออ โรงฝึกอยู่หลังยิมอ่ะ เดินอ้อมไปก็เจอแล้ว มาหาเพื่อนเหรอ?”

“อืมใช่ ฉันมีเพื่อนอยู่ที่นั่นน่ะ”


จริงๆก็แค่ระดับคนรู้จัก แต่แอบเลื่อนคลาสให้แป๊บนึง

เขาบอกขอบคุณเด็กนักบาสคนนั้นแล้วก็เดินออกมาตามทางที่บอก จนเจอสิ่งก่อสร้างที่เหมือนบ้านชั้นเดียวหลังเล็กอยู่ตรงนั้น โดยมีป้ายผ้าเขียนว่าชมรมมวยปล้ำ ยูคยอมรู้สึกอิจฉานิดหน่อยที่อย่างน้อยก็มีโรงฝึกเป็นเรื่องเป็นราว ในขณะที่เขาต้องไปขอแบ่งพื้นที่ในยิมมาใช้


ยูคยอมแอบเปิดประตูดูก็เห็นสมาชิกกำลังตั้งหน้าตั้งตาซ้อมกันอยู่ และคนที่เขาตั้งใจจะมาหานั้นก็กำลังซ้อมอยู่พอดี

การยึดที่มั่นคง การก้าวเท้าที่หนักแน่น และการเข้าหาคู่ต่อสู้อย่างมีชั้นเชิง บวกกับแรงและน้ำหนักที่กดลงไปทำให้จองกุกสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย ซึ่งภาพวินาทีที่เหวี่ยงลงไปนั้นมันดูสวยงามจนยูคยอมอดทึ่งเบาๆไม่ได้


เอาจริงๆถ้าไม่นับที่ตัวเองหวั่นไหวจนแพ้ จองกุกก็เป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวเลยทีเดียว น่าแปลกที่ทำไมเขาถึงไม่เคยเจอคนคนนี้ตอนไปแข่งที่อื่น เพราะฝีมือแบบนี้ส่งไปแข่งได้สบายๆเลย

และเพราะอย่างนั้นเขาก็เลยยืนดูอยู่เงียบๆไม่ไปไหนเพราะละสายตาไม่ได้นั่นเอง จนเหมือนสมาชิกบางคนจะสังเกตเห็นเขาแล้วจึงไปสะกิดถามว่ามาทำอะไรที่นี่


“เอ่อ.. คือ มาหาจองกุก”

“นายใช่เด็กโรงเรียนSที่พวกเราส่งตัวแทนไปเมื่อสองสามวันก่อนป่ะ เดี๋ยวไปตามให้นะ”


เด็กหนุ่มมองสมาชิกคนนั้นกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาจองกุกที่กำลังเดินออกมาจากพื้นที่เบาะที่ใช้ฝึก พวกเขาคุยอะไรอยู่แป๊บนึงก่อนที่เจ้าตัวจะหันมองมาทางนี้ จองกุกยิ้มกว้างแล้วโบกไม้โบกมือพร้อมกระโดดเตี้ยๆแสดงความดีใจออกมา

พอกระโดดแล้วเหมือนกระต่ายเลย


“หวัดดียูคยอม วันนี้จะมาเล่นด้วยเหรอ?”

“ห๊ะ เปล่า ฉันมา..มา มาเยี่ยมเฉยๆ”


โว้ย ทำไมต้องติดอ่างด้วย รำคาญตัวเองจริง


“อื้อ แล้วเมื่อกี้สนุกรึเปล่า เห็นที่ฉันซ้อมมั้ย เป็นไงบ้าง ต้องปรับปรุงอะไรอีกมั้ยอ่ะ”

“เดี๋ยว ใจเย็นๆ เอ่อ ไม่รู้อ่ะ ฉันยังไม่รู้สไตล์นาย แต่เท่าที่เห็นเมื่อกี้ก็.. ก็ดีนะ นายส่งคู่ซ้อมลงไปนอนได้สวยดี”


ยูคยอมพูดติดขัดโดยที่ไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาด้วยดีนัก แต่ดูเหมือนว่าจองกุกที่ได้รับคำชมไปจะยิ้มหน้าบานเลยทีเดียว จนตอนนี้เขาเหมือนกำลังถูกแสงออร่าแห่งความเบิกบานของอีกฝ่ายสาดส่องเข้ามาเยี่ยงสปอตไลท์


“ขอบคุณนะ ขอบคุณมากๆเลย นี่ เดี๋ยวรอฉันแป๊บนึงได้มั้ย ขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ไม่นานๆ”


เด็กหนุ่มฟันกระต่ายเข้ามาเขย่าๆมืออีกฝ่ายซึ่งยูคยอมก็ได้แต่พยักหน้าตอบกลับไป เขายังไงก็ได้เพราะไม่ได้รีบร้อนอะไรอยู่แล้วและนี่ก็ยังไม่ค่อยเย็นมากเท่าไหร่ และที่บ้านก็ไม่ได้เข้มงวดด้วย สมาชิกชมรมอีกคนที่เขาเคยเห็นว่ามาด้วยกันวันนั้น (ดูเหมือนจะชื่อแทฮยอง) พาเขามานั่งรอข้างในก่อนแล้วก็เดินไปจัดการตัวเองอย่างคนอื่นๆที่ทยอยกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เด็กหนุ่มร่างหมีแก้เบื่อให้ตัวเองโดยการไถหน้าจอมือถือดูนั่นดูนี่ไปตามเรื่อง จนเวลาผ่านไปซัก5นาทีกว่าๆถึงรู้สึกว่ามีคนมายืนอยู่ข้างๆตัว

จองกุกยื่นมือมาตรงหน้าเขาเพื่อจะดึงให้ลุกขึ้นเหมือนอย่างวันนั้น ซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจ


“นายรีบกลับมั้ย”

“ไม่อ่ะ ไม่รีบ จะพาไปเที่ยวเหรอไง”

“ไม่ถูก แต่ก็ไม่ผิด ว่าจะให้นายไปกินข้าวเย็นกับฉันหน่อยน่ะ ไปกันเถอะนะนะ”


ยูคยอมมองอีกฝ่ายที่เหมือนกำลังอเลิร์ทได้ที่ ทั้งที่ซ้อมติดต่อกันมาเต็มชั่วโมงแต่กลับไม่แสดงทีท่าว่าเหนื่อยเลย


“แล้วนายไม่กลับบ้านกับเพื่อนนายหรอกเหรอ”

“ไม่อ่ะ วันนี้งดวันนึง”


และพอจองกุกมองเขาด้วยตาแป๋วๆแบบนั้นมันก็ทำให้ใจอ่อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้


 

                การไม่แสดงออกว่าเหนื่อย ก็ใช่ว่าจะไม่หิว

เพราะฉะนั้นจึงต้องเติมพลัง พวกเขาจึงได้พากันมาที่ร้านเนื้อย่างที่ไม่ไกลจากโรงเรียนN นัก ซึ่งเป็นร้านที่จองกุกไปอุดหนุนอยู่หลายครั้งเวลาไปกินกันทั้งชมรมอะไรแบบนี้


แต่ครั้งนี้กลับมากินกันสองคน ถ้าไม่หิวก็คงหิวนี่แหล่ะ


พอสั่งเนื้ออะไรกันไปเสร็จ ระหว่างที่นั่งรอ ยูคยอมก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับจองกุกดีทั้งที่ในใจคิดอยากจะบอกเรื่องรีแมตช์แต่ก็พูดไม่ออก ส่วนจองกุกก็นั่งกระสับกระส่ายราวกับมีเรื่องที่อยากพูดแต่ไม่รู้จะพูดอะไรก่อนดี

จนเมื้อพวกเนื้อที่สั่งไปทยอยกันมาทั้งสองคนก็ย่างเนื้อกันไปตามปกติ เด็กหนุ่มโรงเรียนSเหลือบมองเพื่อนต่างโรงเรียนที่ย่างเนื้ออย่างตั้งใจแล้วก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่อีกคนไม่ได้สังเกตเห็น


“ทำไมถึงชวนฉันมากินด้วยล่ะ”

“นายไม่อยากมากับฉันเหรอ”

“เปล่า คือ เราเจอกันแค่ครั้งเดียวเอง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วมากฉันเลยยังตกใจน่ะ”


จองกุกไม่ตอบอะไรนอกจากหัวเราะ และเนื้อก็เริ่มสุกแล้วพอเวลาผ่านไปซักพัก เจ้าหนุ่มฟันกระต่ายก็คีบเนื้อย่างที่สุกแล้วยื่นให้


“นายไม่กินเหรอ”

“นายกินก่อน ฉันเป็นคนชวน ฉันก็อยากจะดูแลคนที่มาด้วยนี่นา”


และดูเหมือนว่าท่าทางของจองกุกจะหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆเพราะความกระตือรือร้นที่จะบริการเขา อย่างรินน้ำให้ตอนที่น้ำในแก้วพร่อง คีบเนื้อที่สุกแล้วมาให้เขาก่อนอะไรประมาณนี้ ทำให้ยูคยอมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

ก็เป็นคนที่น่ารักดีจริงๆนั่นล่ะนะ


“จริงสิ จะว่าไป วันนั้นนายโกรธฉันรึเปล่า” พอถามประเด็นนี้ ยูคยอมรู้สึกได้ว่าเสียงทางนั้นจะแผ่วลงไปพร้อมกับใบหน้าน่ารักนั้นก็ดูสลดลงด้วย

“โกรธเรื่องอะไร? ที่นายชนะฉันน่ะเหรอ”

“อื้อ”

“ฉันจะไปโกรธนายทำไมกัน ฉันโมโหตัวเองมากกว่าที่ เอิ่ม.. เสียสมาธิน่ะ”

“นี่ จริงๆแล้วฉันดีใจมากเลยนะที่ได้แข่งกับนาย”


ยูคยอมที่ก้มหน้าอยู่นิดๆเงยหน้ามองคนที่พูดออกมาทันที ส่วนจองกุกก็เริ่มหัวเราะแก้เก้อก่อนจะกระแอมแล้วพูดอีกครั้ง


“ความจริง.. ก่อนหน้านั้นฉันเคยแต่ไปดูตามรายการแข่งเฉยๆน่ะ เพราะฉันไม่ค่อยมั่นใจตัวเองเท่าไหร่ก็เลยได้แต่ดู แต่ทุกครั้งที่เห็นนายมันทำให้ฉันพยายามมากกว่าเดิม”

“พอที่ชมรมบอกว่าจะไปกระชับมิตรที่โรงเรียนของนาย ฉันก็รีบอาสาเป็นหนึ่งในตัวแทนไปทันทีเลยล่ะ”


“อยากเอาชนะฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ” เขาถามอีกฝ่ายทีเล่นทีจริง แต่ทางนั้นกลับมีสีหน้าตกใจ แววตาเขาดูลนๆคล้ายกระต่ายตื่นตูม

“เปล่านะ ฉัน.. ฉันแค่อยากเจอนาย แล้วก็ดีใจมากๆที่จะได้เจอ ได้แข่งด้วยเท่านั้นเอง”

“งั้นเหรอ” ยูคยอมหัวเราะออกมาเบาๆพลางโน้มตัวเข้าไปคีบเนื้อย่างที่สุกแล้วยื่นให้อีกคนบ้าง ซึ่งตอนที่จองกุกยื่นถ้วยมารับนั้นสายตาของทั้งสองคนก็เผลอสบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ


...เหมือนวันนั้นอีกแล้ว


ก่อนที่ตัวเองจะรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกายไปมากกว่านี้ เขาจึงรีบหย่อนเนื้อให้แล้วก็ถอยกลับไปนั่งเหมือนเดิมพลางก้มหน้าก้มตากิน แต่ดูเหมือนว่ารสชาติของเนื้อสุกกลับยังไม่เข้าถึงประสาทสัมผัสของยูคยอมในตอนนี้เท่าไหร่

เขาแอบเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเป็นระยะ ซึ่งอีกฝ่ายก็นั่งกินเฉยๆอยู่เช่นกัน จนในที่สุดเขาก็พูดออกมา


“...ตานายสวยดีนะ”


จองกุกเงยหน้าขึ้นมาแล้วเลิกคิ้วกับสิ่งที่ยูคยอมพูดออกมา แต่เจ้าตัวก็จะไม่ยอมพูดมันอีกเด็ดขาด เพราะยังไม่รู้เลยว่าอะไรทำให้จู่ๆเขาก็พูดออกไปแบบนั้น นี่มันผิดปกติเกินไปแล้ว


“ร..เหรอ ขอบคุณนะ ไม่นึกว่านายจะพูดแบบนี้”

“ฉันดูเหมือนคนชมใครไม่เป็นเหรอไง”

“เปล่าซักหน่อย ก็..แค่แปลกใจเฉยๆ”


จองกุกรีบหลุบหน้าลงแล้วกินต่อ เพราะถ้าขืนยังเงยหน้าคุยกันให้อีกฝ่ายเห็น ทางนั้นต้องจับได้แน่ๆเลยว่าหน้าของเขากำลังขึ้นสี เพราะเขาสัมผัสได้เองว่าตอนนี้แก้มกำลังร้อนๆอยู่


..บ้าจริงๆเลย


ทั้งที่ว่าน่าจะเก็บอาการได้แล้วเชียว..


แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือสำหรับจองกุกแล้ว มื้อเย็นวันนี้อร่อยกว่าวันไหนๆเลยล่ะ


 

                เด็กหนุ่มทั้งสองเดินออกมาจากร้านเนื้อย่างด้วยอาการอิ่มไม่ต่างกัน ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเข้มแล้ว รถราบนท้องถนนก็เริ่มจะหนาแน่นมากกว่าเดิมเพราะเป็นเวลาที่ผู้คนเลิกงาน บ้างก็ออกมาหาที่ช็อปปิ้งต่อ บ้างก็ตรงกลับบ้านเลย


และเด็กนักเรียนอย่างพวกเขาก็จำเป็นต้องกลับบ้านด้วยเหมือนกัน เพราะยังไงมันก็ได้เวลาอันสมควรแล้ว เขาหันไปหาจองกุกว่าจะบอกลา แต่ทางนั้นมีท่าทีแปลกๆเหมือนกับกำลังอึกๆอักๆ มือทั้งสองของเขาประสานกันแล้วบีบคล้ายว่ากำลังจะควบคุมตัวเองไม่ให้ตกอยู่ในอาการประหม่ามากกว่านี้

และในที่สุดเจ้าหนุ่มน้อยฟันกระต่ายก็เงยหน้าขึ้นก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดพิมพ์อะไรบางอย่าง แล้วก็ยื่นให้ตรงหน้าอีกฝ่าย


“ล..แลกเบอร์กัน!


ยูคยอมที่เห็นอีกคนทำท่าแบบนั้นก็อดขำออกมาไม่ได้ แต่ยังคงสำรวมกิริยาไว้เพราะถ้าขำแรงกว่านี้อาจจะดูเสียมารยาทไปหน่อย เขารับมือถืออีกฝ่ายที่มีเบอร์โชว์หราอยู่แล้วก็กดเมมเอาไว้ พร้อมกันนั้นก็กดโทรเข้าให้เบอร์ตัวเองไปโชว์ที่เครื่องจองกุกด้วย ก่อนจะยื่นคืนให้


“นายตื่นเต้นเกินไปแล้วนะ แค่ขอเบอร์เอง”

“โทษที ทำให้นายอึดอัดรึเปล่า” จองกุกลูบท้ายทอยตัวเองแล้วยิ้มแห้งๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่ายหัววืด ทำให้สีหน้าของเขากลับมาสดใสเหมือนเดิม

“แล้วมาเจอกันอีกนะ”


เด็กหนุ่มยิ้มกว้างโชว์ฟันกระต่ายพลางโบกมือลา แล้วก็หันหลังเดินจากไป แต่ก็ยังเห็นว่าหันกลับมามองคนที่ยังยืนอยู่ที่เดิมเป็นระยะจนกระทั่งร่างนั้นกลืนหายไปกับผู้คน

ฝ่ายยูคยอมที่ยืนมองจนอีกฝ่ายลับสายตาไปแล้วก็ก้มลงมองมือถือตัวเองอีกที


แล้วมาเจอกันอีกนะ


อืม...ถ้าเป็นแบบนี้ สงสัยเรื่องรีแมตช์ก็คง.. ไว้ทีหลังแล้วกัน


เชื่อว่านายก็คงไม่อยากมาเจอฉันแค่เพราะมาเล่นมวยปล้ำหรอกใช่มั้ย?

 


--End--



>>Talk

ตื่นเต้นมากเลยค่ะ คยอมกุกเรื่องแรก ออกมาโชเน็นสไตล์มากๆ 555 หวังว่าคงจะชอบกันนะคะ ,,_,,) 

จะมีเรื่องต่อไปของคู่นี้อีกมั้ย ไรต์มีคิดไว้อยู่ค่ะ แต่เป็นเรื่องยาว คราวนี้จุใจแน่นอน (รี้ดทุกคนร้องจ๊าก---) แต่ว่าอีกนานเลยล่ะค่ะเพราะต้องเคลียร์หลายๆเรื่องที่แต่งอยู่ปัจจุบันให้จบก่อน แหะๆ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ รัก♥♥

ผลงานอื่นๆ ของ 氷

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 มกราคม 2560 / 17:03
    โอ้โห กระต่ายน้อยกับหมียักษ์ น่ารักกกกก.. น่ารักมุมิมากค่ะ ฮรือออ
    #6
    0
  2. #5 PpsdMin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 00:22
    โอ้ยยยยยยน่ารักมากกกกกกกกละมุนมากดีกับใจชิปเปอออ วันนี้มีโมเม้นด้วยนะคะไรท์ฮือออ อยากให้แต่งอีกจังค่ะ
    #5
    0
  3. วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 20:29
    น่ารักมาก ยิ้มตามตั้งแต่สองคนเจอหน้ากัน ยิ้มเหมือนคนบ้าเลยค่ะ กรี๊ดดดดดด น้องตุ่ยนางแอบชอบน้องหมีป่ะคะ นางดูปลื้มน้องหมีอ่ะ เขินแทนหมี 
    #4
    0
  4. วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 04:14
    คยอมกุกกก น่ารักสมวัยกระเต๊าะของพวกนางมากๆ อย่างงี้ต้องแชร์ค่ะ 555555
    #3
    0
  5. #2 NatChII42 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 21:05
    น่ารักมากเลยค่ะ แงงงงงงงงง

    คุณคิมมีความดื้อดึง เด็กดื้อ ตลก 55555555 น้องจอนก็มีความใสซื่อน่ารัก หนูแอบปลื้มเขาใช่มั้ยลูก 5555

    รอยยิ้มกับตาของน้องกุกมีเสน่ห์มากจริงๆค่ะ เขินมาก ฮือ อยากมีโอกาสไปสบตา ไปหนุงหนิงแบบคุณคิมเขาบ้างจังเลยยย

    เขินไปหมดจนมือหงิก(?)แล้วค่ะ สิ้นสติมากๆ แง 555555 อยากให้มีภาพพิเศษต่อจังค่----

    ขอบคุณนะคะที่แต่งเรื่องนี้ ดีกับใจมากเลยจริงๆ ;-; <3 รักไรต์จังเลยค่ะ จุ๊ฟฟ (?)
    #2
    0
  6. #1 vkpp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 21:02
    ชอบบบบบ แต่งอีกๆๆๆ คู่ไหนก็ได้ขอแค่น้องกุกคนแมนกล้มโตเคะ ><
    #1
    0