คือเธอที่ปรารถนา

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 มี.ค. 52

 โยทะกาย้ายตัวเองไปเรียนต่อทางด้านศิลปะที่อังกฤษโดยอาศัยอยู่กับฌอน ถ้าจะบอกว่าเธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาไปแล้วก็คงไม่ผิดนัก

 หลายคนในมหาวิทยาลัยที่ล่วงรู้ถึงเรื่องนี้บางคนก็นินทาให้ร้ายโยทะกาเอาซึ่งหน้า แต่เธอก็ไม่เคยตอบโต้เลยสักครั้ง เพราะเธอไม่คิดจะเอาเรื่องเหล่านี้มาเป็นอารมณ์ในเมื่อคนที่เธอรักที่สุดก็ยังคงรักเธออยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย

 เมื่อโยทะกาอายุได้ 18 ปี ซึ่งขณะนั้นเธอได้กลายเป็นนักศึกษาปีหนึ่งอย่างเต็มภาคภูมิแล้วนั้น ฌอนยังคงรักษาสัญญาแม้ว่าเวลานั้นเขาจะติดพันกับการออกแสดงผลงานทางอิตาลีอยู่ก็ตาม

 แต่ในปีนี้โยทะกาได้กลายเป็นแบบเปลือยเป็นครั้งแรก

 “เอาจริงหรือคะฌอน”

 “อืม... ผมอยากวาดภาพเปลือยของคุณ”

 “แต่ว่า”

 โยทะกาหน้าแดงเสียจนฌอนแทบจะรับรู้ได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านออกมา และยิ่งไปกว่านั้น เขาแทบจะสาบานได้เลยว่าไม่ใช่แค่ใบหน้าเท่านั้นที่แดงแม้แต่ตัวก็ยังแดงด้วยซ้ำไป

 ฌอนจึงหัวเราะและคว้าโยทะกาเข้ามาสวมกอดด้วยความรักที่ท่วมท้น

 “ผมไม่ได้ให้คุณเปลือยหมดทั้งตัวหรอกนะแล้วก็ไม่มีใครมองเห็นอกสวยๆ ของคุณนอกจากผมคนเดียว ยังไงผมก็ยังหวงของผมนะโย”

 โยทะกาหน้าแดงหนักยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมและทุบอกฌอนเบาๆ ด้วยความเขินอาย คงจะมีฌอนเท่านั้นที่บอกว่าอกไข่ดาวของเธอสวย

 “อย่ามาตู่กันนะ โยยังไม่ใช่ของคุณสักหน่อย”

 ฌอนดันโยทะกาที่ก้มหน้างุดหนีสายตาเขาออกห่างจากตัวและพยายามจนกระทั่งเธอยอมสบตาเขา

 “แต่วันนี้โยอายุครบ 18 แล้ว โตเป็นสาวเต็มตัวออกอย่างนี้ ถึงผมจะรักคุณมาก แต่ผมก็อดไม่ได้สักที ยิ่งผมถนอมคุณ ผมก็ยิ่งต้องการคุณ ที่สำคัญ...”

 ฌอนเว้นระยะการพูดเพื่อพยายามสื่อความหมายในคำพูดให้โยทะกาได้รับรู้

 “ผมได้ขอคุณกับคุณพ่อคุณแม่คุณแล้ว และท่านจะมาร่วมงานแต่งงานของเราที่นี่”

 ดวงตาที่โตอยู่แล้วของโยทะกายิ่งโตขึ้นไปยิ่งกว่าเดิม พร้อมๆ กับคำอุทานที่ฟังไม่ได้สรรพนัก

 “อะไรนะคะ?”

 “ได้ยินแล้วล่ะน่า ผมบอกว่าผมจะแต่งงานกับคุณแล้วผมก็ส่งตั๋วเครื่องบินไปให้คุณพ่อคุณแม่และน้องชายคุณแล้วด้วย”

 “ตายจริง ฌอน ทำไมคุณไม่บอกโยสักคำล่ะคะ”

 “ก็ผมอยากเห็นหน้าตาแบบนี้ของคุณน่ะสิ”

 โยทะกาไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าความตื่นเต้นดีใจของเธอนั้นได้กลายเป็นความบันเทิงอันดับหนึ่งของฌอนไปเสียแล้ว เขาชอบใบหน้าที่บอกความรู้สึกทั้งหมดของเธอ ทั้งสับสนทั้งน่าขันแต่ก็น่ารักน่าเอ็นดู

 ที่สำคัญโยทะกาไม่คิดที่จะปฏิเสธคำขอแต่งงานของฌอนแม้แต่น้อย เพราะถึงเธอจะไม่ได้แต่งงานกับฌอน แต่การได้รับความรักจากเขาก็นับว่าเป็นสิ่งที่มากเกินพอแล้วสำหรับเธอ

 ดังนั้นการที่โยทะกาได้มีโอกาสใส่ชุดเจ้าสาวยืนเคียงข้างฌอนในโบสถ์จึงถือได้ว่าฌอนได้ให้เธอมากกว่าสิ่งที่เธอต้องการเสียอีก

 โยทะกากลายเป็นเจ้าสาวเมื่ออายุได้ 18 ปี และเธอได้ขอร้องให้ฌอนสักรูปหงส์ฟ้าที่เธอเป็นคนออกแบบไว้บนแผ่นหลังของเธอ หลังเข้าพิธีแต่งงานไม่นานนัก

 “เอาจริงหรือที่รัก?”

 “ค่ะ โยอยากให้งานของคุณอยู่กับโยตลอดไป”

 ฌอนไม่ได้ปฏิเสธและเขาเองก็สักภาพให้ตามที่เธอร้องขอด้วยความประณีตบรรจง ขณะเดียวกันก็พยายามข่มใจให้เข้มแข็งกับแผ่นหลังขาวนวลเนียนของโยทะกาที่รบกวนสมาธิเขาอย่างเหลือเกิน

 
 โยทะกาลืมตาตื่นขึ้นก็พบเข้ากับสายตาของน้องชายที่มีร่องรอยของความไม่สบายใจปรากฏบนใบหน้าเข้าก็รู้สึกประหลาดใจ ไวเท่าความคิดเธอยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าน้องไว้และเขาก็จับมือเธอกุมไว้เช่นกัน

 “มาตั้งแต่เมื่อไร”

 “เดี๋ยวนี้เองครับพี่โย”

 “แล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ”

 “ผมแค่เหนื่อยเท่านั้นเอง”

 โยธินพูดปดแล้วฝังใบหน้าในอุ้งมือของพี่สาวแล้วจุมพิตฝ่ามือนั้นด้วยความรักใคร่ดังเช่นที่เคยทำเสมอมา

 “ทำมาอ้อนพี่ ตั้งใจมาหาแพรวล่ะสิ”

 “...”

 ไม่มีคำตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ จากปากของน้องชาย และเมื่อโยทะกาหันไปพบเพื่อนสาวยืนมองพวกเธอตาโตก็ได้แต่ถอนใจ เธอไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดคนที่รักกันจึงโกรธกันได้มากมายขนาดไม่ยอมพูดจากันมาเป็นเวลาหลายปีได้ ในขณะที่เธอปรารถนาเหลือเกินที่จะได้รับอ้อมกอดของสามีคืนมา แต่ไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว

 “เอาเถอะ อย่างไรเสียเราก็โตกันหมดแล้ว เห็นก็เห็นอยู่ตำตาว่าชีวิตคนเราน่ะมันไม่แน่นอน อย่าปล่อยให้มันสายไปก็แล้วกัน”

 โยทะกาพูดขึ้นมาลอยๆ แต่มันก็ทำให้ทั้งแพรวาและโยธินต้องหันมองเธอเป็นตาเดียว เพราะนับเป็นครั้งแรกที่เธอพูดแบบนี้เมื่อทั้งสองอยู่ด้วยกันและน้ำเสียงในคำพูดนั้น มันมีนัยส่งไปถึงใครอีกคนที่คนพูดคิดถึงจับใจ แต่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้

 โยทะกาหลับไปแทบจะในทันทีที่พูดจบ ทำให้เกิดความเงียบที่มากกว่าความเงียบ

 ทั้งโยธินและแพรวาเกือบได้ยินเสียงสมองของตัวเองทำงานอย่างหนัก เพื่อเริ่มต้นสานความสัมพันธ์ครั้งใหม่อีกครั้ง แต่เมื่อแพรวาขยับปากจะพูดกลับมีเพื่อนร่วมงานมาตามตัวไปเสียก่อน โยธินจึงได้แต่ฟังเสียงฝีเท้ากระทบพื้นที่ค่อยๆ ห่างออกไป แล้วจึงมีรอยยิ้มเย้ยหยันตัวเอง

 “ผมอยากมีความกล้าหาญอย่างพี่เหลือเกิน”


 โยทะกาในวัย 19 ปี เป็นเด็กสาวที่มีความสุขที่สุดในโลก มีสามีที่คอยเอาใจใส่ดูแล แม้ว่าจะมีงานรัดตัวมาก เขาก็ไม่เคยมีคำว่า “ไม่” สำหรับโยทะกา โยทะกาเป็นที่หนึ่ง เป็นที่สุดในชีวิตเขาเสมอ

 นอกจากฌอนจะเป็นสามีที่ดีพร้อมแล้ว เขายังเป็นครูที่ใจเย็นคอยสอนเทคนิคเขียนภาพต่างๆ จนในที่สุดผลงานของโยทะกาก็ได้รับการตอบรับอย่างดี ในฐานะศิลปินหน้าใหม่ที่มีผลงานโดดเด่น

 ดังนั้น “มาดามไลลา” จึงได้ถือกำเนิดขึ้น

 ชื่อเสียงของโยทะกาเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในนามมาดามไลลา แต่ไม่มีใครรู้จักชื่อที่แท้จริงของเธอสักราย ดังนั้นคนที่เคยคุ้นกับเธอในฐานะศิลปินจึงมักจะเรียกขานเธอว่า มาดาม หรือไม่ก็คุณนายไลลา แต่ไม่เคยมีใครเรียกเธอเธอว่าโย ยกเว้นฌอน กับคนในครอบครัวเท่านั้น

 ตลอดช่วงระยะเวลาที่โยทะกาปรากฏตัวพร้อมกับฌอนตามงานเลี้ยงต่างๆ เธอจะแต่งตัวด้วยชุดที่ทำให้เกิดความฮือฮาเสมอ ด้วยชุดที่เปิดเปลือยแผ่นหลังอวดความวิจิตรบรรจงของหงส์ฟ้า ซึ่งเรียกร้องสายตาและเป็นสัญลักษณ์บอกความเป็นมาดามไลลา

 เคยมีหญิงสาวหลายคนคิดเลียนแบบโยทะกาแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครสามารถสร้างผลงานได้เหมือนโยทะกาสักราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งลายเซ็นกำกับของฌอนที่ลอกเลียนได้ยากยิ่ง

 ดังนั้น ถ้าในงานปรากฏหญิงสาวที่เดินเคียงข้างฌอน ไลลาแต่งกายด้วยชุดเปิดเปลือยแผ่นหลังและมีรอยสักหงส์ฟ้าร่ายรำพร้อมลายเซนต์กำกับของฌอนแล้วล่ะก็ ไม่ต้องแนะนำตัวทุกคนก็จะรู้เองว่า นั่นคือ “มาดามไลลา”


 กว่าโยทะกาและแพรวาจะกลับถึงบ้านก็ใช้เวลาไปมากโข และโยทะกาต้องถูกปลุกขึ้นมาเพื่อเติมแต่งใบหน้าให้กับสาวๆ อีกหลายต่อหลายรอบ ทำให้เธอเกิดอาการน็อค เมื่อกลับมาถึงบ้านจึงถึงกับสลบปลุกเท่าไรก็ไม่ฟื้นสร้างความลำบากใจให้เพื่อนสาวไม่น้อย

 แพรวาที่ยืนอยู่ตามลำพังในห้องนอนใหญ่กับโยทะกาได้แต่ยืนส่ายหน้าไปมา ใจหนึ่งนั้นสงสารเพื่อนจับใจ แต่อีกใจก็เป็นกังวลกลัวว่าโยธินจะกลับมาก่อนที่เธอจะกลับออกไป ความกระดากและไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับโยธินมีมากกว่า ดังนั้นทันทีที่เธอจัดการให้เพื่อนรักนอนอย่างสบายที่สุดแล้วจึงรีบเร้นกายหายไปจากบ้านพี่น้องชยากรทันที

 โยธินกลับมาถึงบ้านเมื่อเวลาดึกมากแล้ว และเป็นไปโดยอัตโนมัติตามที่เคยได้ปฏิบัติอยู่ทุกวัน เขาเดินตรงเข้าไปในสตูดิโอของพี่สาวก็พบว่ามันว่างเปล่า จึงเปิดรอยยิ้มขึ้นแล้วเดินไปที่ห้องพี่สาวก็พบว่าเธอนอนหลับไม่ได้สติ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขาทันที

 โยธินทั้งขันทั้งโล่งอกในเวลาเดียวกัน ที่ขันก็เพราะทั้งพี่สาวและแพรวาล้วนสร้างความขบขันให้เขาทั้งนั้น

 โยทะกาที่ได้แต่ทำงานอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อไม่ให้ตัวเองมีเวลาว่างมากพอจะคิดถึงฌอนมากเกินไป กับแพรวาที่กลัวเขาเสียจนรีบร้อนกลับจนลืมแว่นไว้ (อีกแล้ว) เขาหยิบแว่นไร้กรอบของแพรวาไปวางในลิ้นชักที่มีแว่นลักษณะเดียวกันกว่าสิบอันก่อนจะทรุดตัวลงนั่งริมเตียงแล้วเอนตัวลงนอนข้างๆ พี่สาว

 “พี่ครับ ผมอยากกล้าหาญอย่างพี่เหลือเกิน”

 โยธินนอนกุมมือพี่สาวไว้จนกระทั่งหลับใหลไปด้วยกัน


 โยทะกาลืมตาตื่นขึ้นในเวลาใกล้รุ่งได้พบใบหน้าที่เหมือนกันราวกับพิมพ์ของน้องชายอยู่ใกล้ๆ ก็พาลให้เกิดอารมณ์ขันขึ้นได้ไม่ยาก

 แม้ว่าจะผ่านมาเนิ่นนานเท่าไร โยทะกาก็ยังคงเป็นพี่สาวและที่พักใจของน้อง ขณะเดียวกันโยธินเองก็เป็นที่พักใจสำหรับเธอเช่นกัน

 โยทะกาไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้โยธินและแพรวาต้องผิดใจกัน เธอรับรู้แค่เพียงความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันที่แพรวาพยายามหลบหน้าโยธิน และโยธินมีสีหน้าแสดงความกระดากและละอายเมื่อพูดถึงแพรวา

 โยทะกาปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านั้นผ่านเลยไปเปล่าๆ ร่วม 2 ปี จนกระทั่งเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานี่เองที่เธอได้มีโอกาสเห็นสายตาของเพื่อนรักที่มองน้องชายเธอ และสายตาเจ็บปวดของน้องชายที่ส่งผ่านมาถึง ทำให้เธอต้องพูดในสิ่งเธอไม่อยากยอมรับออกไป

 โยทะกายกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าน้องชายด้วยความรัก เธอรู้อยู่เสมอว่าฌอนไม่ใช่ที่สุดของชีวิต เขามีความผูกพันทางจิตวิญญาณกับเธออย่างแน่นแฟ้นแต่เธอยังมีคนที่เธอรักและรักเธออีกมาก หากแต่ฌอนได้จากไปในเวลาที่เธอต้องการเขาที่สุด เธอจึงอาลัยอาวรณ์เขาเหลือเกินและเฝ้าแต่คิดถึง โดยไม่ยอมปล่อยวางเสียที

 เวลานี้โยทะกาได้เห็นความทุกข์ของน้องก็ทำให้เธอเริ่มได้สติ แต่ก็ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุและยังไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร จึงได้แต่ถอนใจและก้มลงจุมพิตน้องเบาๆ

 “โยจ๋า อย่าปล่อยให้อะไรมันสายไปจนต้องมานั่งเสียใจเหมือนอย่างพี่นะ”


 ถึงโยทะกาจะพักผ่อนเวลาใดก็ตาม เธอมักจะตื่นแต่เช้าเสมอและสิ่งที่เธอทำอยู่เป็นประจำก็คือการเตรียมอาหารสำหรับตัวเองและน้องชาย จากนั้นก็เปิดดูอีเมล์จากจอห์น เอเจนซี่ติดต่องานเขียนภาพในนามโยทะกา

 มาดามไลลาหายตัวไปในทันทีหลังจากที่ฌอนเสียชีวิต มีเพียงฝีมือในงานเขียนเท่านั้นที่ปรากฏสู่สายตาคนทั่วไปเพียงปีละภาพเท่านั้น แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่เธอจะปรากฏตัวให้ได้พบ

 ในความพร่าเลือนนั้น ศิลปินไร้นามจากเมืองไทยจึงได้ปรากฏตัวขึ้นในนามโยทะกาดอกไม้สีเหลืองกลีบบางที่ฌอนบอกว่าชอบหนักหนาจนทั่วทั้งบ้านเต็มไปด้วยต้นโยทะกา ไม่มีการเปิดตัว ไม่มีการแสดงผลงาน รับเพียงการเขียนภาพจากภาพถ่ายและจินตนาการที่ถูกถ่ายทอดมาเท่านั้น

 ในความไม่มีตัวตนของเธอกลับเป็นแรงดึงดูดอย่างมาก ด้วยฝีมือที่สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้สมจริงและเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทำให้มีคนติดต่อให้เธอเขียนภาพให้มากมาย ดังนั้นจึงจำเป็นที่เธอจะต้องมีเอเจนซี่ส่วนตัว และจอห์นก็เป็นคนที่เธอเลือก

 จอห์นไม่ใช่คนที่เสนอตัวเข้ามารับหน้าที่นี้ หากแต่โยทะกาได้คัดเลือกจากบรรดานักศึกษาที่ได้รับทุนของไลลานั่นเอง โดยที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า โยทะกา ที่เขารับเป็นผู้ดูแลติดต่องานให้นั้น เป็นคนเดียวกับ มาดามไลลา ภรรยาของผู้ให้ทุนเขานั่นเอง

 การจากไปของฌอนทำให้มาดามไลลากลายเป็นม่ายสาวทรงเครื่อง เพราะสินทรัพย์อันมหาศาลของฌอนได้ตกเป็นของเธอทั้งหมด เพราะญาติข้างฌอนนั้นไม่มีแม้แต่คนเดียว

 ไม่ว่าจะเป็นคฤหาสน์ฤดูร้อนในเวลล์ที่เวลานี้เธอได้จัดการปรับเปลี่ยนเป็นโรงเรียนสอนศิลปะให้กับเด็กๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายและหอจัดแสดงภาพศิลป์ ที่ยังคงมีงานของสามีจัดแสดงอยู่

 ผลกำไรและเงินปันผลต่างๆ ที่ฌอนได้ทิ้งไว้ให้มีมากมายเสียจนโยทะกาคิดจัดเป็นกองทุนมอบให้กับองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ รวมถึงมอบทุนให้กับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยที่ทั้งเธอและฌอนสำเร็จการศึกษา

 ซึ่งจอห์นก็เป็นหนึ่งในนักศึกษาที่ได้รับทุนไลลา เขาเป็นทนายที่คลุกคลีอยู่ในวงการศิลปะมานานจนสามารถจัดการเรื่องต่อรองราคาได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แม้ว่าเมื่อแรกที่ได้รับการติดต่อไปนั้น เขาจะอยู่ในอาการงุนงงไม่น้อยและเกือบจะปฏิเสธ เนื่องจากเขาไม่รู้จักโยทะกา หรือแม้แต่มาดามไลลาผู้มอบทุนให้ แต่เมื่อเขาได้มีโอกาสเห็นภาพในนามโยทะกา เขาจึงเปลี่ยนใจและรับเป็นเอเจนซี่ส่วนตัวให้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่เขารับงานให้โยทะกาเพียงคนเดียวเท่านั้น


 โยทะกายิ้มเมื่อได้เห็นอีเมล์จากจอห์น เขาส่งเมล์มาหาเธอถึงสามฉบับ ซึ่งเป็นการส่งมาถึงสามวันด้วยกัน และเป็นที่รู้กันดีว่าเหตุที่เธอยังไม่สามารถเปิดเมล์ดูได้นั้นเป็นเพราะเธอยังติดพันกับงานชิ้นเก่าที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์นั่นเอง

 ฉบับแรก จอห์นเขียนมาว่า
 
 “ผมไม่อยากเร่งคุณเลย แต่ว่าเจ้าม้าหนุ่มของคุณเสร็จหรือยัง เจ้าของภาพร้อนใจจะแย่แล้ว”

 ฉบับที่สอง จอห์นเขียนมาว่า

 “คุณนอนหลับพักผ่อนบ้างหรือเปล่า ถ้าเปิดเจอแล้วง่วงอยู่ล่ะก็ ผมขอร้องไปนอนซะ ตื่นแล้วค่อยตอบผมก็ได้”

 และฉบับสุดท้ายที่เพิ่งส่งมาถึงเมื่อคืนนี้ หรือจะบอกว่าเป็นเวลาเช้าของประเทศที่จอห์นอยู่ก็ได้เขียนมาว่า

 “ที่จริงผมกะว่าอีกสองสามวันผมค่อยเขียนนะ แต่ว่างานชิ้นใหม่นี่มันค่อนข้างรีบ แล้วเขาก็ขอร้องแกมบังคับมาว่าอยากให้คุณเป็นคนเขียนเท่านั้น ผมแนบไฟล์ภาพให้แล้วนะ เขาอยากให้ภาพออกมาทันได้ใช้วันงาน คุณทำทันไหม? วันงานก็อีกประมาณ 1 เดือนครับ ส่วนราคาก็เท่านี้ครับ....xxxxxx”

 โยทะกาหัวเราะขบขันกับสำนวนที่จอห์นใช้ เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าเขาเป็นทนายได้อย่างไรกันในเมื่อเขาออกจากตรงไปตรงมาได้ขนาดนี้ แถมยังเป็นทนายมือทองเสียด้วย

 ในระหว่างรอภาพ โยทะกาก็เช็คสถานะของจอห์นพบว่าเขายังออนไลน์อยู่จึงรีบแวะไปทักทายทันที

 โยทะกา  : ไฮ! จอห์น

 จอห์น : ไฮ! คุณโย คุณได้เมล์ผมหรือยัง?

 โยทะกา  : ได้แล้วน่ะสิถึงได้แวะมาทักคุณ ว่าแต่งานใหม่นี่ทำไมเร่งจริง

 จอห์น : แสดงว่าคุณยังไม่เห็นภาพ

 โยทะกา  : กำลังโหลดอยู่

 จอห์น : เห็นแล้วคุณจะรู้เอง ว่าแต่เจ้าม้าหนุ่มของคุณเป็นไงบ้าง

 โยทะกา  : ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว อีกสองวันจะส่งไปให้

 จอห์น : ดีจริงๆ แล้วนี่คุณได้นอนบ้างหรือเปล่า?

 โยทะกา  : นอนสิ เพิ่งตื่นมาเดี๋ยวนี้เอง ว่าแต่คุณเถอะ มิเชลเป็นไงบ้าง?

 จอห์น : ดีครับ ตอนนี้ท้องใหญ่เบ้อเริ่ม ผมว่าประมาณกลางเดือนหน้าคุณคงได้เห็นหน้าลูกผมแล้วล่ะ

 โยทะกา  : ดีจัง เอ้อ! นี่คุณจะให้ฉันวาดภาพคู่บ่าวสาวเนี่ยนะ

 จอห์น : ครับ ก็อย่างที่บอก พวกเขาเจาะจงคุณคนเดียวเลย ผมพยายามปฏิเสธแล้ว

 โยทะกา  : เขาได้ชื่อฉันมาจากไหนกันจอห์น

 จอห์น : โธ่! คุณโย คุณไม่เคยติดตามข่าวสารกันเลยหรือไง ตอนนี้น่ะคุณดังมากเลยนะ ใครๆ ก็อยากได้ภาพเขียนฝีมือคุณทั้งนั้น

 โยทะกา  : ช่างเขียนไม่มีชื่ออย่างฉันน่ะ

 จอห์น : ใครว่าไม่มีชื่อกัน เวลานี้ถ้าพูดถึงภาพเขียนที่ราคาสมน้ำสมเนื้อและภาพออกมาเป็นธรรมชาติก็มีแต่ของคุณเท่านั้น คนอื่นๆ น่ะได้แต่โก่งราคากัน แถมยังทำงานมาชุ่ยๆ ทั้งนั้น

 โยทะกา  : คุณก็อย่าไปโขกเขามากนักก็แล้วกัน ว่าแต่คุณเองก็เถอะอย่าลืมหักเปอร์เซนต์ของตัวคุณแล้วก็จัดการภาษีให้ฉันด้วยนะ

 จอห์น : เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกครับ ว่าแต่งานใหม่นี่ไหวนะครับเดือนเดียวเอง ให้เวลาน้อยเหลือเกิน

 โยทะกา  : ทันอยู่หรอก ว่าแต่ทำไมงานนี้ราคาสูงจัง คุณไม่ได้โก่งราคาแน่นะ

 จอห์น : ผมเปล่านา ทางโน้นเขาเสนอมาเอง เขาบอกว่าเกรงใจที่ต้องเร่งงานคุณ เพราะผมบอกว่าปกติผมไม่เคยกำหนดวันส่งงาน แต่อย่างเร็วที่สุดคุณเคยส่งมาให้ผมในช่วงเดือนเดียว แต่ภาพก็เล็กกว่าขนาดที่เขาต้องการมากเหมือนกัน เขาก็เลยเสนอมาให้เท่านี้ครับ

 โยทะกา  : ขอบคุณนะจอห์น ดีจังที่ได้ร่วมงานกับคุณ

 จอห์น : ผมก็เหมือนกัน

 โยทะกา  : ฝากความคิดถึงให้มิเชลด้วยนะ

 จอห์น : ครับ คุณเองก็ดูแลสุขภาพด้วย

 โยทะกานั่งมองภาพหญิงสาวในชุดเจ้าสาวที่ดูมีความสุขมากราวกับเวลานี้โลกทั้งโลกเป็นของเธอ เหมือนเมื่อครั้งหนึ่งที่เธอเคยเป็นด้วยสายตาเหม่อลอย ภาพวันคืนเก่าๆ ที่เคยมีร่วมกับฌอนแวะเวียนเข้ามาเยือนในห้วงคำนึงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่ยอมปล่อยให้จิตใจเตลิดไปอย่างที่เคย

 โยทะกาลุกขึ้นแกว่งแขนไปมาพร้อมๆ กับเรียกความกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกาย เธอเดินตรงไปในสตูดิโอมองภาพอาชาหนุ่มที่สียังไม่แห้งดีด้วยสายตาพอใจอีกครั้งก่อนจะไปเลือกเฟรมแผ่นใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าความสูงของเธอมาจัดการเตรียมไว้แล้วกลัดภาพไว้ในตำแหน่งที่เธอสามารถมองได้อย่างถนัดชัดเจน

 “ฉันจะทำให้พวกคุณเป็นคนที่มีความสุขที่สุด ฉันสัญญา”


*****************************************************************************************************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

67 ความคิดเห็น

  1. #33 august (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 / 15:25
    นางเอกเก่งจังเลย



    ภาษาสวยมาก อ่านแล้วไม่ติดขัด
    #33
    0