คือเธอที่ปรารถนา

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 มี.ค. 52

 โยทะกาลืมตาตื่นตามแรงเขย่าของเพื่อนสาว เธอไม่แปลกใจสักนิดที่พบว่าเวลานี้ที่หางตาของเธอจะปรากฏร่องรอยของน้ำตา ในเมื่อเพื่อนรักมองเธอด้วยสายตาแสดงความเป็นห่วงออกอย่างนั้น

 โยทะกายกมือขึ้นกรีดน้ำตาที่รินไหลแต่เบามือและมองเพื่อนด้วยสายตาที่แสดงให้เห็นว่าไม่ต้องห่วง

 “ฝันถึงเขางั้นหรือ?”

 “ฮื่อ... เราคิดถึงเขาเหลือเกิน”

 “เป็นเราก็คงเหมือนกัน”

 แพรวาเป็นเพื่อนสาวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รับรู้เรื่องราวของโยทะกามาโดยตลอด และเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่ได้รู้จักกับฌอน

 แพรวารู้เห็นมาโดยตลอดว่าฌอนและโยทะการักกันเพียงใดและในวันที่โยทะกาต้องสูญเสียฌอนไปนั้น ก็มีเธอเท่านั้นที่เป็นคนนอกครอบครัวที่อยู่ในเหตุการณ์และคอยประคับประคองให้การช่วยเหลือร่วมกับน้องชายฝาแฝดของโยทะกาจนกระทั่งโยทะกาค่อยฟื้นคืนสติจนกลับมาทำงานดังเช่นทุกวันนี้ได้


 “โยจ๋า คิดถึงผมไหม?”

 “คิดถึงสิคะ แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ?”

 “โรม”

 “น่าอิจฉาคุณจังเลยได้เปิดแสดงผลงานตั้งหลายที่”

 “อีกหน่อยคุณก็ได้เดินทางไปพร้อมกับผม ว่าแต่คุณเตรียมตัวพร้อมแล้วหรือยัง?”

 “ค่ะ โยส่งเอกสารไปที่มหาวิทยาลัยแล้ว กำลังรอคำตอบอยู่ค่ะ”
 
 “อย่างโยผมรับรองเลยว่าต้องผ่าน”

 “แต่คุณห้ามช่วยโยนะคะ”

 “แน่นอนอยู่แล้ว ที่สำคัญที่นั่นผมไม่มีอิทธิพลขนาดนั้นหรอก”

 “ว่าได้หรือคะ แต่บอกจริงๆ นะคะ โยอยากไปได้ด้วยตัวของโยเอง โยจะได้ภูมิใจและคุณก็จะได้ภูมิใจในตัวลูกศิษย์คนนี้ด้วย”

 “ครับ”

 หลังจากการสนทนากันในครั้งนั้นโยทะกาไม่ได้รู้ตัวล่วงหน้าเลยว่าฌอนได้แอบบินข้ามทวีปเพื่อมาพบเธอในวันเกิดครบรอบปีที่ 17 ของเธอ

 ในวันครบรอบวันเกิดปีที่ 17 ของโยทะกา เธอไม่ได้มีการจัดเลี้ยงฉลองอย่างคนอื่น ตรงข้ามเธอกลับใช้เวลาที่เหลือจากการเล่าเรียนไปขลุกอยู่ในบ้านที่ทำเป็นสตูดิโอ ซึ่งฌอนได้มอบกุญแจไว้ให้

 โยทะกานั่งมองผลงานภาพเขียนของฌอนที่ยังคงวางอยู่บนขาตั้งด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสุข เธอกล่าวกับภาพนั้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

 “รู้ไหมฉันจะได้ไปเรียนที่อังกฤษแล้วนะ”

 โยทะกามองภาพด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ติดจะเศร้าและคิดถึงคนที่ถูกพูดถึงไม่น้อย

 “อยากให้ฌอนอยู่ด้วยจัง”

 โยทะกาสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีมือของใครคนหนึ่งรวบตัวเธอและกอดไว้อย่างแนบแน่น แต่แล้วเมื่อความคุ้นเคยและเสียงทุ้มนุ่มของคนที่เฝ้าถวิลหากระซิบเบาๆ ข้างหู เธอจึงหายตกใจแล้วแปรเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นดีใจเสียแทน

 “ฌอน”

 “ครับ”

 ฌอนกอดโยทะกาไว้อย่างแนบแน่น เขารักผู้หญิงคนนี้แม้ว่าจะมีอายุต่างจากเขาถึง 16 ปีก็ตาม เขาชอบความน่ารักสดใสของเธอ ชอบดวงตาที่สะท้อนความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาของเธอ

 ฌอนกอดโยทะกาอยู่นานและในที่สุดจึงจุมพิตอย่างดูดดื่มให้หายจากความคิดถึงที่ทั้งคู่ต้องอยู่ห่างกันหลายเดือน

 “กลับมาเมื่อไหร่คะ?”

 “เมื่อเช้านี้เอง”

 “แล้วทำไมไม่บอกโยล่ะคะ?”

 “ผมตั้งใจมาเซอไพรส์วันเกิดคุณ”

 โยทะกาหมุนตัวมาพบกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่สะกดเธอไว้ได้อย่างชะงัดมาตั้งแต่เมื่อครั้งโน้น แต่เวลานี้ในดวงตาคู่เดียวกันนั้นกลับแสดงความรู้สึกทั้งหมดของหัวใจของผู้เป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง เขาบอกรักเธอผ่านทางดวงตาและเธอเองก็คิดว่าดวงตาของเธอก็เปล่งประกายด้วยความหมายเดียวกัน

 “โยดีใจจังเลยค่ะที่คุณมา”

 “ผมมีอะไรบางอย่างจะให้คุณด้วย”

 “คะ?”

 ฌอนยิ้มจูงมือโยทะกาไปที่ขาตั้งอีกตัวที่ตั้งห่างออกไปและมีผ้าสีขาวคลุมทับไว้ เมื่อเขาเปิดออกโยทะกาก็ต้องอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ

 “ฌอน?”

 “ตั้งแต่ผมจากคุณไป ผมเฝ้าคิดถึงแต่คุณจนไม่เป็นอันทำอะไรเลย พอรู้สึกตัวอีกทีผมก็กำลังวาดภาพนี้อยู่ เป็นภาพที่อยู่ในความทรงจำของผมอย่างแจ่มชัดที่สุด”

 “โอฌอน... โยไม่สวยอย่างนี้เสียหน่อย”

 ฌอนส่ายศีรษะช้าๆ แล้วกอดเธอไว้ทั้งตัว

 “เปล่าเลยที่รัก คุณอาจไม่รู้ตัว แต่ว่าคุณน่ะเป็นคนสวยมากเลย”

 “ทั้งๆ ที่โยตัวโตออกอย่างนี้น่ะนะ”

 “ใช่ แต่ถ้าเทียบกับผมคุณก็ยังตัวเล็กกว่าผมอยู่ดี”

 โยทะกามองภาพของตัวเองที่แย้มยิ้มด้วยความสุขตรงหน้าแล้วยังได้รับอ้อมกอดอบอุ่นจากชายที่เป็นรักแรกของเธอ เท่านี้ก็ทำให้วันเกิดปีนี้มีค่ามากเหลือเกิน

 โยทะกาหันหน้าไปหาฌอนสองมือกอบกุมมือเขาไว้แน่น ดวงตาคลอหน่วยไปด้วยน้ำตาแห่งความสุขที่มากจนล้นออกมา

 “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ”

 ฌอนยิ้มใส่ตาโยทะกาแล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มสดใส

 “เปลี่ยนจากคำขอบคุณแล้วมาเป็นแบบให้ผมเขียนภาพคุณวันนี้ได้ไหม?”

 “คะ?”

 โยทะกาไม่เข้าใจสักนิดว่าสิ่งที่ฌอนต้องการนั้นคืออะไร ใบหน้าที่เต็มได้ด้วยคราบน้ำตาจึงมีร่องรอยของความประหลาดใจเกิดขึ้นมาในทันที

 “ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหนผมจะมาเขียนภาพของคุณในวันเกิด ผมอยากเก็บรอยยิ้มของคุณไว้ และเล่าผ่านภาพเขียนว่าคุณและผม เรามีความสุขด้วยกันมากขนาดไหน”

 โยทะกาเผยอยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว อย่างนี้แล้วจะไม่ให้เธอรักผู้ชายตรงหน้านี้อย่างหมดใจได้อย่างไรกัน ในเมื่อเขาแสดงออกในทุกทางว่าเขานั้นรักเธอไม่น้อยไปกว่าที่เธอรัก รวมถึงใส่ใจในตัวเธออย่างมากมายขนาดนี้

 ดังนั้นนับตั้งแต่วันเกิดปีที่ 17 ของโยทะกาเป็นต้นมา เธอก็จะมีวันเวลาดีๆ อย่างนี้เสมอมา เธอกลายเป็นนางแบบที่ถ่ายทอดความรักของเธอและคนรักผ่านทางผืนผ้าใบและภาพทุกภาพจะถูกเก็บไว้ในห้องภาพส่วนตัวในทุกที่ที่พวกเขาเดินทางไป


 แพรวามองหน้าเพื่อนสาวด้วยสายตาแสดงความเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง

 หลายครั้งหลายคราที่ใครๆ พากันคิดว่าโยทะกาฟื้นจากอาการหัวใจสลายในครั้งนั้นแล้ว แต่แพรวามักจะค้นพบว่าโยทะกายังไม่ตื่นเต็มที่นัก ยังคงอยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น คล้ายกับว่ายังไม่อยากรับรู้ถึงความเป็นจริงนัก

 ดังนั้นแพรวาจึงสังเกตเห็นความอ่อนแอที่ยังคงอยู่กับเพื่อนสาวไม่จากไปไหนมากกว่าใครๆ แม้แต่กับคนในครอบครัว

 โยธินเป็นชื่อที่ปรากฏขึ้นในความทรงจำของแพรวา ในช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดในชีวิตโยทะกาทำให้เธอได้มีโอกาสใกล้ชิดน้องชายฝาแฝดของเพื่อนที่มีใบหน้าเหมือนกันราวกับพิมพ์จนบ่อยครั้งที่ทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนเดียวกัน แต่เมื่อได้มีโอกาสใกล้ชิดจึงได้รับรู้ว่า โยธินและโยทะกาไม่เหมือนกันแม้แต่น้อย

 แพรวาเข้าใจดีว่าโยทะกาไม่ต้องการทำให้คนในครอบครัวต้องเป็นห่วงจึงพยายามทำตัวให้ดูเข้มแข้ง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเธอไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่เห็นเลย

 “โย แน่ใจนะว่าไหวน่ะ”

 “เรื่องเล็กน่า เราเคยอดนอนติดกันหลายคืนเธอก็รู้นี่นา”

 “เรื่องนั้นก็รู้หรอก แต่เราก็อดเป็นห่วงตัวไม่ได้อยู่ดี”

 “ขอบใจ เธอน่ะเป็นห่วงเรามาตั้งนานแล้วไม่เหนื่อยหรือไง”

 “ไม่หรอก ไงตัวก็เพื่อนเรา”

 โยทะกามองหน้าเพื่อนด้วยสายตาที่อ่อนโยนได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งแพรวาก็ได้แต่ส่งยิ้มตอบกลับไป

 “ถ้าอย่างนั้นก็ลุยกันเลย งานหนักรออยู่ข้างหน้า”

 “โอเค”

 โยทะกาเดินตามเพื่อนสาวเข้าโรงแรมหรูสถานที่จัดงานที่ภายในห้องรับรองมีบรรดาหญิงสาวจำนวนมากรอคอยการแต่งหน้าจากเธออยู่

 ทันทีที่โยทะกาเริ่มลงมือตบแต่งใบหน้าให้บรรดาสาวสวย โลกของเธอก็ค่อยๆ แคบเล็กลง กระทั่งในที่สุดก็เหลือเพียงเธอและหญิงสาวตรงหน้าที่เธอมีหน้าที่ทำให้สวยเหมาะสมกับชุดที่สาวๆ เหล่านั้นเลือกมาที่สุดเท่านั้น

 แม้ว่าสาวๆ เหล่านั้นจะพยายามพูดจาเกี้ยวพาโยทะกาด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นผู้ชาย โยทะกาก็ไม่ตอบโต้ มีเพียงมือเท่านั้นที่แตะต้องใบหน้า กับดวงตาที่ไล่ตามสีสันที่เธอบรรจงแต่งเติมให้เท่านั้น

 ในที่สุดเมื่อโยทะกาจัดการตบแต่งใบหน้าให้หญิงสาวทุกคนเรียบร้อย หลายคนต่างก็มีคำถามกันทั้งนั้นว่าเพราะเหตุใดโยทะกาจึงไม่ยอมพูดจากับพวกเธอหรือเพราะเหตุใดโยทะกาจึงต้องมองโดยไม่ใส่แว่นเมื่อเธอจัดการแต่งหน้าให้พวกเธอเสร็จแล้ว ซึ่งคำตอบที่ได้รับนั้นทำให้สาวๆ พากกันเซ็งในทันที

 “ขอโทษทีนะจ๊ะสาวๆ คือว่าเพื่อนของพี่คนนี้ไม่สนใจผู้หญิง แล้วที่ต้องถอดแว่นดูหน้าแต่ละคนก็เพราะว่าเขาคำนึงถึงคนที่มองไกลๆ ว่าจะมองเห็นหน้าสวยๆ ของพวกเราอย่างไรก็เท่านั้นน่ะจ๊ะ”

 เมื่อผ่านการแต่งหน้าที่ต้องใช้เวลาอย่างเร่งด่วนแล้ว โยทะกาก็หาที่พักผ่อนในทันที ซึ่งที่ๆ เธอเลือกนั้นก็เป็นเก้าอี้นวมหนาที่แอบอยู่ริมห้องแต่งตัวนั่นเอง

 แพรวาหันมาเห็นเพื่อนสาวสลบไสลไม่ได้สติก็ได้แต่หัวเราะขบขัน เธอหยิบผ้าขึ้นคลุมจนถึงไหล่ให้โยทะกาแล้วกลับไปจัดการงานของตัวเอง แต่ก็ไม่ลืมบอกให้ลูกน้องคอยดูแลโยทะกา

 ระหว่างที่แพรวายุ่งวุ่นวายอยู่กับงานบนเวทีอยู่นั่นเอง โยธินที่บังเอิญรู้ข่าวมาว่าแพรวาจะมาจัดงานที่โรงแรมแห่งนี้ก็ได้แอบมาดักพบและได้พบกับพี่สาวของตัวเองนอนหลับอยู่ จึงเปลี่ยนใจที่จะไปหาแพรวาแล้วนั่งอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวแทน

 โยธินมองหน้าพี่สาวที่หลับสนิทด้วยสายตาทอดอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรักความเป็นห่วงอย่างเต็มหัวใจ

 “พี่ครับ ทำยังไงพี่ถึงจะกลับมาเป็นพี่สาวที่แสนร่าเริงคนเดิมของผมได้ครับ”

 โยธินวางมือลงบนศีรษะได้รูปสวย ที่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือนกับตัวเองราวกับพิมพ์ เขาสงสารพี่สาวจับใจ แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานถึง 6 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าความทรงจำเลวร้ายครั้งก่อนเก่าจะยังไม่เลือนหายไปจากใจของเธอแม้แต่น้อย

 เมื่อแพรวาผละจากงานเพื่อมาแอบมองเพื่อนสาวนั้นเอง เธอก็ได้พบกับภาพที่โยธินลูบไล้เส้นผมของพี่สาวอย่างอ่อนโยนด้วยความรู้สึกที่พาลแข้งขาอ่อนได้ไม่ยาก ไม่ว่าเมื่อไร เมื่อเธอเดินผ่านเข้าสู่วงล้อมของพี่น้องชยากร เธอจะรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินขึ้นมาในทันที ความรักที่ทั้งคู่มีให้กันนั้นราวกับว่าจะไม่มีที่ว่างเพียงพอให้คนอื่นแทรกตัวเข้าไปได้ และมันก็ทำให้เจ็บเหลือเกิน

 เหมือนโยธินจะรับรู้ได้ถึงการมาของแพรวา เขาหันไปเห็นเธอยืนตะลึงมองเขาและพี่สาวไม่วางตา จึงเอ่ยขึ้นเบาๆ คล้ายรำพึงกับตัวเอง

 “ผมไม่ได้ตั้งใจมากวนคุณเลย”

 “ค่ะ ฉันรู้ ว่าแต่คุณมาถ่ายแบบแถวนี้หรือคะ”

 “ครับ เดี๋ยวผมก็ต้องไปแล้ว”

 “อย่างนั้นหรือคะ”

 น้ำเสียงที่ทอดเบาทำให้โยธินพยายามค้นหาความหมายในดวงตาของแพรวา หากแต่ไม่อาจอ่านสายตาของเธอได้เพราะเธอไม่ได้มองหน้าเขาตรงๆ

 “ผมฝากพี่สาวด้วยนะครับ”

 “ค่ะ”

 แพรวาไม่สามารถมองโยธินได้เต็มตานักเพราะความกระดากในสิ่งที่เข้าใจผิดในอดีต ความทิฐิเป็นแรงที่คอยเสริมให้เธอไม่สามารถเริ่มสานสัมพันธ์ให้กลับมาเป็นดังเดิมอีกครั้งได้ แม้ว่าทุกครั้งที่ได้พบโยธินหัวใจของเธอจะเจ็บปวดและร่ำร้องอ้อมกอดของเขามากแค่ไหนก็ตาม เธอรอเพียงการให้อภัยจากเขา แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอรอคอยจะไม่เป็นผล

*****************************************************************************************************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

67 ความคิดเห็น