คือเธอที่ปรารถนา

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 29 กังวล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ต.ค. 52

 การติดตามหาโยทะกาและแพรวากลายเป็นงานเร่งด่วนไปเสียแล้ว ทุกคนต่างช่วยกันออกตามหาตามส่วนต่างๆ ของโรงแรม

 อเมทิสต์เลือกที่จะกลับไปที่ห้องพักส่วนตัวแล้วติดต่อบรรดาโรงแรมในละแวกใกล้เคียง ด้วยเหตุผลเพียงเหตุผลเดียว คือทางที่คนทั้งคู่ถูกพาออกไปใกล้กับทางออกด้านหลังของโรงแรมที่สุด

 เอซและพลซึ่งได้รับคีย์การ์ดตรงดิ่งเร็วรี่ไปที่ห้องพักของจิรภา ทั้งคู่ช่วยกันตรวจสอบหาสิ่งผิดปกติภายในห้องพัก แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ข้าวของของจิรภาไม่อยู่ที่ห้องนี้อีกแล้ว

 พลซึ่งตรวจในห้องน้ำกลับพบสิ่งที่ทำให้เขาได้แต่ยืนนิ่งแข็งทื่อ ภาพถ่ายของเขา เอซ โยธิน แพรวา และคนอื่นๆ แปะไว้จนเต็มกระจกแล้วถูกขีดเขียนด้วยลิปสติกสีแดงสด พร้อมกับทิ้งข้อความและรอยจุมพิตที่กระจกซึ่งทำให้เขาเข่าอ่อน

 “โย ต้องเป็นของฉันคนเดียว”

 จิรภาเริ่มเสียสติเสียแล้ว เมื่อเธอกล้าทิ้งหลักฐานมัดตัวไว้ให้เห็นเช่นนี้ และแน่นอนว่าเมื่อครั้งที่เขาเข้ามาพักในห้องนี้นั้นสิ่งต่างๆ ที่เห็นอยู่มันยังไม่ปรากฏอยู่ที่นี่

 “พล เป็นอะไร”

 เอซซึ่งตรวจส่วนของเขาเรียบร้อยแล้วเรียกพลซึ่งเงียบหายเป็นนานในห้องน้ำ แล้วเขาก็ต้องผงะเช่นเดียวกับที่พลเป็น เมื่อได้รับรู้ข้อความที่ถูกทิ้งไว้

 “ยัยนี่บ้าหรือเปล่า?”

 “ไม่รู้สิ”

 “เหมือนพวกคลั่งลัทธิเลย”

 “เราก็ว่างั้น”

 ระหว่างที่คนทั้งสองกำลังรวบรวมสติ เอซซึ่งเห็นเงาร่างกระดุกกระดิกในอ่างน้ำจึงเปิดม่านออก และสิ่งที่เขาพบก็คือชายผู้ถูกเปลื้องผ้าเหลือเพียงชุดชั้นในนอนดิ้นรน เมื่อแกะผ้าผูกปากออกและซักถามจึงได้รู้ว่าเขาถูกลวงมาที่ห้องนี้ โดยผู้ชายหน้าตาดีมากคนหนึ่งที่มากับกองถ่าย แต่พอเข้ามาในห้องเขาก็พบกับผู้หญิงที่สวยมากอีกคนและเขาก็โดนทำร้ายรู้สึกตัวอีกที่ก็อย่างที่เห็น

 “การประเมินสภาพจิตของจิรภาอยู่ในเกณฑ์ผิดปกติ”

 เอซพูดขึ้นมาเบาๆ ซึ่งทำให้เกิดภาพความเงียบมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

 “แต่แบบนี้ก็เท่ากับว่าพีทและจิรภาร่วมมือกัน”

 ชายผู้ที่ถูกเปลื้อผ้าซึ่งได้กลับมาแต่งกายอย่างเรียบร้อยแล้วเขาได้มอบกระดาษจำนวนหนึ่งให้กับเอซและพลทั้งๆ ที่ใบหน้าของเขายังคงซีดเซียวเช่นเดิม

 “ผมพบ ‘นี่’ วางรวมอยู่กับชุดของผมครับ”

 ทั้งเอซและพลต่างมีสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะกระดาษแผ่นนั้นมันทำให้ทั้งคู่เริ่มรู้สึกระแวดระวังมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

 เอซซึ่งอ่านภาษาไทยไม่ออก ไม่เข้าใจเนื้อหาในจดหมายแม้แต่คำเดียว ผิดกับพลซึ่งมือสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขามองหน้าเอซด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจและบิดเบี้ยว

 “เราต้องรีบแล้ว ไม่แน่ว่าคนที่ตกอยู่ในอันตรายไม่ใช่มาดามแต่เป็นคุณแพรว”

 “หมายความว่าไง?”

 “แล้วจะเล่าให้ฟังระหว่างทาง ตอนนี้เราต้องบอกทุกคนก่อน”

 เป็นเวลาเดียวกับที่อเมทิสต์ติดต่อลงมา เขายิ่งร้อนใจมากกว่าคนอื่นๆ แต่พยายามข่มกลั้นความรู้สึกหวาดกลัวไว้อย่างสุดกำลัง โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่กำลังตกอยู่ในอันตรายตัวจริงนั้นไม่ใช่คนที่เขากำลังเป็นห่วง

 “ได้เรื่องแล้วเอซ”

 “ครับ ทางผมก็เหมือนกัน”

 “โอเค เดี๋ยวไปพบกันที่รถเลย”

 “ครับ”

 เอซวางสายไปแล้วและพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่พลบอกแก่เขา

 “ถ้าอย่างนั้นมันก็หมายความว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด”

 “ถ้าพีทไม่เขียนขึ้นเพื่อใส่ความเธอนะ”

 “แต่ถ้าเป็นจริงอย่างที่นายนั่นบอกมา ผู้หญิงคนนี้ก็น่ากลัวเป็นบ้า ว่าแต่นายคิดว่าไงเรื่องที่ไอ้หมอนี่เขียนมา”

 พลไม่ได้ตอบคำของเอซ หากแต่นึกถึงไปเมื่อครั้งที่เขาบุกเข้าไปขอนอนในห้องพักของจิรภาและได้รับการดูแล แม้ว่าจะไม่ใช่ด้วยความอ่อนโยนอะไร แต่มันก็ทำให้เขาเชื่อไม่ลงเช่นกันว่าผู้หญิงอย่างจิรภาน่ะหรือที่คิดจะทำร้ายใครต่อใคร โดยใช้พีทที่ตัวสูงใหญ่กว่าต่างแขนขา

 “แล้วนายว่าไง”

 “มีให้เลือกสองทาง หนึ่งก็คือที่หมอนี่เขียนมาเป็นความจริง ซึ่งผู้หญิงคนนี้ก็คงจัดอยู่ในกลุ่มพวกจิตวิปริตอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนทางที่สองก็คือนายพีทกำลังพยายามตีจากผู้หญิงคนนี้ อาจจะกำลังกลัวความผิด หรือไม่ก็พยายามซัดทอดหากพลาดพลั้งไป”

 “แต่ไม่ว่าจะเป็นทางไหน เราก็คงได้แต่ภาวนาให้พีททำอย่างที่เขียนไว้จริงๆ  ไม่อย่างนั้นคุณแพรวแย่แน่ๆ”

 “ใช่”

 เมื่อทั้งหมดอยู่บนรถตู้คันเดียวกันแล้วนั้นโยธินมีท่าทางกลัดกลุ้มทั้งๆ ที่ยังไม่รับรู้ถึงข้อความของพีทที่ฝากไว้

 ทั้งเอซและพีทต่างมองหน้ากันด้วยความเคร่งเครียด และในที่สุดจึงส่งจดหมายให้โยธิน

 
 “ไงโย กว่านายจะได้อ่านจดหมายฉบับนี้เราคิดว่านายคงรู้ตัวว่าคนรักและพี่สาวของนายหายตัวไปแล้วสินะ

 เราอยากบอกว่าเราขอโทษที่เข้าใจผิดนายมาโดยตลอดจนทำให้เราเกลียดนาย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วคนที่เล่นตลกกับชีวิตเราคือคุณจี

 คุณจีผู้แสนดีของพวกเรานั่นล่ะ เธอเป็นคนวาดแผนการทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่เราทั้งคู่ได้พบกับเธอ เธอหลงรักนายที่เป็นเหมือนเงาของพี่สาว เธอพยายามทำให้นายประสบความสำเร็จเสียจนทำให้เราเกือบจะมีจุดยืนเป็นศูนย์ เมื่อก่อนหน้านี้เราเชื่อเธอที่เธอบอกว่าเป็นเพราะอิมเมจของฉันไม่ตรงกันกับงานที่เจ้าของงานร่างมา แต่มันไม่ใช่ เป็นเพราะว่าฝ่านโน้นเขาเลือกไม่ถูกระหว่างเรากับนาย คุณจีจัดการให้นายได้รับงานที่ดันให้นายมีชื่อเสียงประสบความเร็จ แต่ก็คงคิดว่าถ้าไม่จัดการให้เราได้งานบ้างคงจะเป็นที่ผิดสังเกต จึงเลือกให้เรามีงานที่สร้างชื่ออยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ดังเปรี้ยงอย่างนาย บอกตามตรงเราอิจฉานายมาก อิจฉาเสียจนอยากให้นายตาย

 เราถูกครอบโดยสมบูรณ์เราเชื่อทุกอย่างที่คุณจีบอก และเราก็ถูกคุณจีปั่นหัวเสียจนในที่สุดเราก็ทนเก็บความอิจฉาความเกลียดนายไว้ไม่อยู่ วันนั้นเราจึงตัดสินใจปีนเอาแผงไฟขึ้นไปแขวน แต่คุณจีกลับตามเราขึ้นไปพูดกับเราทำนองเห็นใจเราอย่างเหลือเกินระหว่างนั้นคุณจีก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป เธอเอามีดออกมาและเริ่มหั่นเชือกตอนนั้นเราแย่งมีดกัน เธอถูกบาดและดูเหมือนว่าอาการบ้าเลือดของเธอจะลดลง บอกตรงๆ ตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกกลัวผู้หญิงคนนี้ แต่แล้วเมื่อผลออกมา นาทีแรกเรารู้สึกกลัวที่เห็นเลือดนายไหลออกมามาก แต่อีกใจเราก็รู้สึกสะใจแล้วคิดว่างานที่ทำร่วมกับออลิเกลต้องตกเป็นของเราอย่างแน่นอน แต่นายกลับมีตัวแทนที่เหมือนนายชะมัด จนเราเกือบจับไม่ได้

 ถ้าไม่เป็นเพราะวันนั้นที่นายแต่งตัวเป็นพี่สาวล่ะก็รับรองเลยว่าเราคงจะจับไม่ได้ไปอีกนาน ทำไมเราจึงจำนายได้ทันทีน่ะหรือ คนอื่นอาจจะไม่สังเกต แต่นายมีไฝเม็ดเล็กๆ หลังใบหู ซึ่งพี่สาวนายไม่มี แล้วที่เรานึกได้ก็เพราะว่าเราคอยมองนายจากข้างหลังมานาน และมันทำให้เรารู้สึกเหมือนอะไรหายไปแต่นึกไม่ออกอยู่นานจนนายมานั่นล่ะ เราเริ่มปะติดปะต่อเรื่อง และเราก็ได้รู้ว่าเราหลงทำร้ายผิดคนมาหลายวัน ซึ่งความจริงแล้วคุณจีอีกนั่นล่ะที่คอยปั่นหัวเรา ชี้ชวนให้เราดูพี่สาวนายถ่ายแบบแล้วก็พูดจาให้เรารู้สึกอิจฉามากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม รวมถึงชี้ตัวตำรวจที่พี่เคพามา แต่พอมาตอนหลังคนเริ่มมากขึ้นแล้วเราก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจคุณจีสักเท่าไร เพราะตั้งแต่นายมาพร้อมกับคุณแพรว คุณจีที่เคยยิ้มแย้มก็เปลี่ยนไป เธอมีอารมณ์กราดเกรี้ยวรุนแรงบ่อยครั้ง แล้วก็คงจะไม่รู้สึกตัวจึงเผลอพูดออกมาว่า เธอสร้างนายขึ้นมาได้ ก็ลบได้เหมือนกัน เราเริ่มเอะใจจึงแอบโทรไปหาโมเดลลิ่ง ถึงเรื่องจะนานมาสองปีกว่าแล้ว แต่คำตอบที่ได้รับทำเอาเราเกือบช็อค เพราะทุกที่ที่เราโทรไปต่างบอกว่าเสียดายที่ยังไม่ได้มีโอกาสร่วมงานกันจริงจังสักครั้ง เพราะตอนนั้นผู้หญิงคนนี้พยายามดันนายและนายเองก็เป็นคนมีฝีมือจนเขาเองก็เลือนๆ เราไป มาถึงตอนนี้เราจึงได้รู้ว่าตลอดมาผู้หญิงคนนี้ทำให้เราเป็นรองนายก็เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง แล้วเมื่อมาถึงตอนนี้คนที่หล่อนรักจริงๆ ปรากฏตัวขึ้นนายซึ่งไม่ใช่คนที่หล่อนต้องการจึงต้องไป แต่ดูเหมือนว่าพี่นายกับแฟนนายจะรักกันดี ทำให้หล่อนไม่พอใจ

 เราอยากบอกนายว่าเรารับรองเลยว่าคนที่จะรอดในงานนี้น่ะพี่สาวนายชัวร์ แต่แฟนนายเราไม่แน่ใจ เพราะดูท่าแล้วหล่อนแค้นแฟนนายเหลือเกิน แต่เพื่อเป็นการไถ่โทษ เราจะพยายามดึงเวลาให้นานที่สุด นายรีบตามมาเร็วๆ ก็แล้วกัน พวกเราอยู่ที่โรงแรม...”


 โยธินตกอยู่ในห้วงทุกข์ทรมานที่สุดในชีวิต เพราะผู้หญิงทั้งสามคนล้วนเป็นคนที่เขาให้ความไว้วางใจและรักใคร่สนิทสนมมากที่สุดรองลงมาจากมารดาของเขา แต่เมื่อการณ์กลับกลายเป็นว่าหนึ่งในสองนั้นหลงรักพี่สาวเขาอย่างหัวปักหัวปำและพยายามกำจัดแฟนสาวของเขา หนทางที่จะนำไปสู่ทางออกดูมืดมนริบหรี่เหลือเกิน เขาได้แต่กุมขมับแน่น เมื่ออ่านข้อความที่ได้รับจากพลจนจบ

 โยธินที่ไม่เคยคิดเลยว่าเพื่อนรักและผู้จัดการส่วนตัวของเขาจะร่วมมือทำทุกสิ่งทุกอย่างเพียงเพราะความรักความหลงที่บิดเบี้ยวของคนทั้งคู่กลับเป็นฝ่ายที่เจ็บปวดที่สุด เขาเกือบจะร้องตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี หากไม่เป็นเพราะสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคำมั่นสัญญาจากชายที่เขาไม่เคยรู้จัก คนที่เขารู้เพียงว่าเป็นเจ้าของโรงแรมคนนั้น เขาคงไม่อาจสะกดกลั้นความรู้สึกไว้ได้

 อเมทิสต์ที่รับรู้ข้อความคร่าวๆ จากเอซเป็นฝ่ายปลอบใจโยธินได้อย่างชะงัด

 “คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะโย คุณยังมีพวกเรา พวกเราจะช่วยมาดามไลลาและคนรักของคุณให้ได้”

 นั่นเป็นคำมั่นสัญญาที่โยธินได้รับจากอเมทิสต์ และในดวงตาของอเมทิสต์ได้บอกความนัยบางอย่างแก่โยธินเช่นกัน ซึ่งโยธินพร้อมจะเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเขาจะทำให้สำเร็จ

 “ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้นะ”

 “เพราะแรงดึดดูดของพี่สาวคุณกระมัง”

 นั่นเป็นคำตอบเรียบๆ จากพล ซึ่งโยธินไม่อาจโต้ตอบอะไรได้ เคที่นั่งขนาบข้างบีบมือเขาแน่นเข้าอีกเพื่อให้โยธินได้รับรู้ว่าตรงนี้ยังมีคนที่เป็นห่วงเขาอยู่ แม้แต่รชตที่นั่งขนาบอีกด้านซึ่งปกติไม่ค่อยได้พูดอะไรนักก็ยังตบหลังมือโยธินเบาๆ ด้วยอาการปลุกปลอบใจ

 “คุณโยกับแพรวจะต้องปลอดภัย”

 “ผมก็หวังว่าพีทจะถ่วงเวลาได้สำเร็จ”

 นั่นเป็นอีกคำตอบที่ยังคงเป็นข้อกังขาของใครหลายคนที่ได้รับรู้ข้อความจากจดหมายของพีท ในขณะที่โยธินเชื่อหมดใจว่าพีทจะทำอย่างที่พูดจริงๆ

 และในดวงตาของเขาที่ทอดมองไปยังชายเจ้าของโรงแรมที่นั่งด้านหน้าเยื้องกับเขานั้นมันบอกถึงความเชื่อใจเพื่อนรักได้อย่างดี


 โยทะกาและแพรวาต่างมองหน้าจิรภานิ่งด้วยความคาดไม่ถึง สิ่งที่จิรภาพูดออกมานั้นล้วนเป็นคำพูดที่สั่นประสาทอย่างแรงทีเดียว

 “ก็แล้วทำไมคุณจีไม่พาฉันมาคนเดียวล่ะคะ ทำไมถึงต้องจับตัวแพรวมาด้วย”

 จิรภามองหน้าโยทะกาด้วยสายตาอ่อนหวาน แต่เมื่อหันกลับไปมองแพรวากลับเต็มไปด้วยร่อยรอยของความชิงชัง

 “ก็ทั้งสองครั้งที่คุณต้องการคนปลอบโยนน่ะ ใครกันที่เป็นคนฉกฉวยโอกาสที่จะทำให้ฉันได้ใกล้ชิดคุณ ไม่ใช่นังนี่หรอกหรือ ครั้งแรกนั่นนั่งนี่ก็มาพาตัวคุณไปก่อนหน้าที่ฉันจะไปหาคุณ ครั้งที่สองก็นั่งนี่อีกที่เข้ามาอยู่ใกล้เสียจนคุณที่เคยให้ฉันปลอบใจมาตลอดไม่ต้องการฉัน พอมาอยู่ด้วยกันที่นี่คุณได้แสดงความอ่อนแอให้ฉันเห็นคุณกอดฉัน เรียกร้องความเห็นใจจากฉัน ทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นที่พึ่งของคุณได้ รู้ไหมว่าวันนั้นฉันมีความสุขเหลือเกินที่ได้เป็นคนปลอบโยนคุณ แต่พอนั่งนี่มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม ฉันไม่เคยชนะนังผู้หญิงคนนี้ ทำไมคุณถึงไม่เคยมองฉันอย่างที่มองมัน ทำไมคุณถึงไม่รักฉันเหมือนที่รักมัน ทำไมคะ”

 คำพูดตัดพ้อต่อว่าของจิรภาทำให้โยทะกานิ่งอึ้งตะลึงงัน เธอไม่เข้าใจแม้แต่น้อยว่าเหตุใดผู้หญิงตรงหน้านี้จึงได้มีความลุ่มหลงในตัวเธอมากมายขนาดนี้ มากเสียจนเกือบทำให้เธอเสียสติ ทั้งๆ ที่เธอไม่ใช่คนสวยบาดตาเสียหน่อย

 “คุณจี”

 “ขา”

 จิรภาขานรับเสียงอ่อนหวาน พลางมองใบหน้าของโยทะกาแล้วก็ยิ่งหลงรักมากยิ่งขึ้นไปอีก

 “คุณก็อย่างนี้เอง ไม่เคยเข้าใจเลยสินะคะว่าตัวคุณน่ะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหน คุณเหมือนเด็กเล็กๆ ที่แสดงสีหน้าและแววตาเป็นไปตามความรู้สึก ไม่มีจริตมารยา ดวงตาของคุณช่างสวยเหลือเกิน”

 ดวงตาที่บอกความชื่นชมนั้นแปรเปลี่ยนเป็นกราดเกรี้ยวรุนแรง

 “แต่ฉันไม่ต้องการให้คุณใช้สายตาแบบนี้มองใครอีก เพราะฉะนั้นต้องไม่มีนังนี่”

 จิรภาเดินถือมีอเงื้อง่าตรงเข้าหาแพรวาหากแต่มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน

 “แล้วไม่กลัวว่ามันจะส่งกลิ่นให้ใครต่อใครแห่กันมาตอนนี้หรอกหรือไง ไว้รอไปเชือดกลางทะเลไม่ดีกว่าหรือ พอถึงตอนนั้นเธอจะฆ่าจะแกงแล้วโยนนั่งนั่นลงทะเลก็ไม่มีใครดมเจอ หรือถึงเจอก็คงอีกหลายวัน ไม่ใช่ไม่กี่นาทีหลังเราเช็คเอ๊าท์”

 พีทนั่นเองที่เป็นคนพูดขึ้น ซึ่งทำให้โยทะกาเพิ่งจะได้รับรู้ว่านอกจากแพรวาและจิรภาแล้วยังมีพีทอีกคนที่อยู่ตรงนี้และยังเป็นคนที่หยุดสิ่งที่จิรภากำลังจะทำได้

 พีทซึ่งไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียวและได้แต่มองสิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าด้วยความรู้สึกชิงชังขยะแขยง เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะไม่เป็นแบบนี้เลย ถ้าผู้หญิงวิกลจริตตรงหน้าจะไม่มาเล่นตลกกับชีวิตของเขา

 พีทนั่งนิ่งที่ชั้นวางของเล็กๆ หน้าประตูห้องน้ำชันขาข้างหนึ่งขึ้นกอดอีกมือมีกระป๋องเบียร์ที่ยังดื่มไม่หมด ดวงตาไม่มีร่องรอยของความใส่ใจในสิ่งที่พูด น้ำเสียงก็ไม่เหมือนกับจะยับยั้ง แต่ทั้งแพรวาและโยทะกากลับรู้สึกโล่งใจกับข้อเสนอที่สามารถประวิงเวลาออกไปได้

 ความจริงแล้วพีทออกจะหวั่นใจเกรงว่าจิรภาจะจับพิรุธได้ เขาจึงพูดโดยไม่ได้สบตากับจิรภา แต่มันกลับทำให้เธอเข้าใจไปว่าเขาไม่แยแสในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นแม้แต่น้อย ซึ่งทำให้เธอพอใจกับข้อเสนอนั้นไม่น้อย

 “ขอบใจนะจ๊ะเด็กดี”

 จิรภาเดินมากอดพีทแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ยังดีว่าพีทพยายามสะกดกลั้นอาการที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับความหวาดกลัวลงและทำเป็นเฉยเสีย

 จิรภาในเวลานี้แทบจะประครองสติไว้ไม่อยู่เสียแล้ว เพราะเธอใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ตัวเธอได้วาดฝันไว้ เธอตั้งใจจะเก็บคนที่รู้เรื่องนี้ทุกคน เริ่มต้นจากแพรวาตัวต้นเรื่องที่ทำให้เธอพลาดหวังมาเนิ่นนานและคนต่อมาก็คือพีท ทั้งๆ ที่เธอเองก็ชอบพีทมากเพราะพีทเป็นเด็กดีเชื่อฟังเธอมาโดยตลอด แต่เธอก็ไม่อยากให้พีทมาเกะกะในชีวิต

 แต่ในเวลานี้พีทยังจำเป็นต่อเธออยู่มาก และที่สำคัญจิรภาที่เคยพูดอะไรแล้วพีททำตามอย่างไม่มีข้อแม้นั้น ไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าพีทรู้จักตัวตนของเธอแล้ว

*****************************************************************************************************************************

67 ความคิดเห็น

  1. #26 WtfL_รอรัก (@nrpan76) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2552 / 20:25
    of course no problem i am still keep waiting for next chapter ka.
    #26
    0
  2. #24 Opium N.8 (@TpRattikarn) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2552 / 19:59

    กลับมาแล้วค่า หลังจากหายไปเสียนาน หวังว่าจะไม่ทำให้เพื่อนๆ เริ่มเกิดอาการเบื่อรอนะคะ คือว่าเพิ่งจะจัดการงานเรียบร้อยเลยรีบมาลงทันที หวังว่าเพื่อนๆ จะยังคงติดตามกันอยู่นะคะ

    ขอบคุณค่ะ

    #24
    0