รีวิวจากนักอ่าน

Empty Review

นิยายเรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว

มาเป็นคนแรกที่เขียนนิยายให้กับนิยายเรื่องนี้กัน

คะแนนรีวิวจากนักอ่าน

0.0
จาก 5


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

(what if) คงเป็นคำพูดที่ง่ายกว่าและเข้าใจได้ง่ายกว่า ที่จะอธิบายสิ่งที่จะเล่าทั้งหมด เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าไม่บังเอิญไปเจอกระทู้หนึ่ง ในเรดดิต ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากและเป็นสิ่งที่ผมมองข้ามมาโดยตลอด ดังนั้นเรื่องราวที่ท่านกำลังจะรับชมเป็นเรื่องราวความกาว + มโน ส่วนตัวของข้าพเจ้าเอง ดังนั้นกรุณาถอดสมองก่อนเข้ารับชม… (ที่มา:https://www.reddit.com/r/Ultraman/comments/sw8vz3/cursed_timeline/)

.

.

.


 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ก.พ. 65 / 15:23


“ข้าไม่เคยคิด ว่าเรื่องมันจะมาลงเอ่ยเช่นนี้ มิตรสหายที่ข้าเคยสู้รบร่วมกันกลับกลายเป็นคนที่หักหลังเราได้เช่นนี้…หรือบางที ข้าควรไม่ถูกจดจำและควรถูกลืมเลื่อนไปเสียจะดีกว่า”

.

.

.

ในยามที่จักรพรรดิ Alien Empera ได้เข้ารุกราน นครแห่งแสง พวกพ้องของข้าถูกเจ้านั้นสังหารไปนับร้อย มีเพียงข้าและเบเรียวเท่านั้นที่จะหยุดเจ้านั้นได้ ตัวข้าและเบเรียวใช้พลังทั้งหมดที่มีจนสามารถหยุดยัง Alien Empera ลงได้

ยามที่ Alien Empera อ่อนแอใกล้สิ้นใจ มันได้ตะโกนบอกใบ้บางสิ่งที่ตัวข้าไม่เข้าใจ ก่อนที่ลมหายใจจะถูกปิดชีพลงด้วยน้ำมือของเบเรียว ในช่วงเวลานั้นข้าตกใจอย่างยิ่งในสิ่งที่เพื่อนรักทำลงไป แต่เพื่อความสงบสุขของนครแห่งแสงย่อมมาก่อน ข้าจึงทำได้เพียงไม่คิดถึงเรื่องนั้นอีก

 

ความสงบสุขได้มายืนนครแห่งแสงอีกครั้ง แต่ภัยพิบัติในจักรวาลยังคงมีอยู่ และเพื่อการฟื้นฟูดวงดาวและการป้องกันภัยในอนาคตข้างหน้า ตัวข้า เบเรียว และมาเรีย ต่างช่วยกันจัดตั้งหน่วยพิทักษ์จักรวาล เพื่อปกป้องการรุกรานและภัยอันตรายแก่ดาวต่างๆ

ไม่นานข้าก็ได้แต่งงานกับ มาเรีย ผู้หญิงที่ข้ารักสุดหัวใจ หลังจากที่พวกเราสองคนแต่งงานกันได้ไม่นาน พวกเราก็ได้รับลูกชายอุปถัมภ์จากภัยสงครามเข้ามาดูแล ชื่อของเขาคือ โซฟี่ และ ฮายาตะ(อุลตร้าแมน 1 ) พวกเราเลี้ยงดูพวกเขาจนเติบใหญ่แล้วได้กลายเป็นส่วนหน่วยพิทักษ์จักรวาล

เรื่องราวเช่นนี้มันควรดำเนินไป แต่เรื่องที่ข้าไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ครั้งหนึ่งที่ข้าไปตรวจสอบความผิดปกติของพลาสม่าสปาร์ค ที่แสงสว่างของมันกำลังอ่อนกว่าปกติ แต่แล้วข้าก็ปรากฏว่าพลาสม่าสปาร์คที่อยู่ตรงหน้าของข้ามันกลับเป็นพลาสม่าสปาร์คที่ไม่เสถียน เป็นของปลอมที่ถูกสร้างเรียนแบบขึ้นมาเพียงเท่านั้น

ไม่นานนัก เบเรี่ยวและนักรบอุลตร้าก็เดินทางมาถึง ข้ารีบเดินไปเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เพื่อนรักฟัง แต่ทว่าเหล่านักรบอุลตร้ากลับหันเข้าหา พร้อมกับเบเรี่ยวที่ถือพลาสม่าสปาร์คเอาไว้

“หมายความยังไงเคน! ทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้!” เบเรียวถามด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกี้ยว

“นี้พวกเจ้า หมายถึงอะไร?…มันเกิดอะไรขึ้น?”

“ข้าเจอสิ่งนี้อยู่ที่ห้องของเจ้า! เจ้าคิดจะยึดพลังนี้เอาไว้เป็นของเจ้าเพียงคนเดียวใช่ไหม!!”

“ไม่! ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้น! ข้าพูดเรื่องจริง! สาบานว่าท่านเชื่อในสิ่งที่ข้าพูด เบเรียว!” ข้าขอความเห็นใจจากเพื่อนรักที่สุดของข้า ข้าเชื่อมั่นว่าเพื่อนของข้าคงเชื่อใจและเชื่อในสิ่งที่ข้าพูด

 

แต่ความเป็นจริงแล้วกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ข้าถูกเนรเทศออกจากนครแห่งแสง ตัวข้าร่อนแรอยู่บนอวกาศอันว่างเปล่าและไร้จุดหมาย สิ่งเดียวที่ข้าคอยนึกถึงและคิดถึงมีเพียงสิ่งเดียว คือมาเรีย ภรรยาสุดรักของข้า ข้าคอยคิดมาโดยเสมอว่านางจะอยู่อย่างไร และเป็นเช่นไรบ้าง แม้นครแห่งแสงจะปลอดภัยกว่าอวกาศอันน่ากลัวเช่นนี้

ในยามหนึ่งที่ข้าหมดแรงใกล้สิ้นลมหายใจ บนดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่ง ตัวข้าได้เพียงแค่นอนรอความตายเพียงเท่านั้น สักพักร่างของมนุษย์ต่างดาวที่มีออร่าสีแดงก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าข้า มันยื่นข้อเสนอสำหรับการล้างแค้นให้กับคนที่ทำให้ข้าต้องเป็นเช่นนี้ แต่ข้าปฏิเสษออกไปพร้อมกับคิดจะต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาวเบื้องหน้าแม้ร่างกายจะไม่ไหวเต็มที

มนุษย์ต่างดาวตนนั้นหัวเราะเยาะต่อสภาพร่างของข้า ก่อนที่มันจะเสนอทางเลือกที่จะทำให้ข้ามีชีวิตต่อไป เพียงต้องแลกกับแสงสว่าง

“ข้าคือชาว reiblood ตัวข้าเห็นความเวทนาของเจ้าแล้ว มันทำให้ข้ารู้สึกสนใจเจ้ามายิ่งขึ้น ข้าจะให้โอกาศที่สองแก่เจ้า เพียงยอมให้ข้าเป็นส่วนหนึ่งกับเจ้า เจ้าจะได้รับพลังที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่ใครจะเทียบได้ ของเพียงแค่เจ้ายอมรับข้าก็พอ…”

เมื่อชาว reiblood เข้าสิงร่างของข้า บัดนี้พลังของข้าเปี่ยมล้นกว่าแต่ก่อน ร่างกายของข้าได้เปลี่ยนไปกลายเป็นบางสิ่งที่น่าเกรงขาม มันช่างรู้สึกดีอะไรเช่นนี้

บัดนี้ ข้าไม่ใช่นักรบอุลตร้าจากนครแห่งแสงอีกต่อไปแล้ว แต่บัดนี้ข้าคือนักรบแห่งความมืดผู้ไดัรับพลังจาก reiblood ข้าคือ Ultraman ken ยามใดที่พวกเจ้าเอ่ยนามของข้า ยามนั้นพวกเจ้าจงหวาดกลัวและจงก้มหัวให้กับพลังของข้า

.

.

.

.

.

ในตอนที่ข้าถูกขับไล่ ข้าไปตัวเปล่า แต่ตอนที่ข้ากลับมา ข้าพร้อมเผชิญหน้าทุกสิ่งที่เข้ามา เหล่านักรบอุลตร้าต่างเข้ามาประจันหน้ากับข้า แต่ข้าก็สามารถจัดการพวกเขาให้กระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ชั่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้ายิ่งนักที่ข้าต้องมาต่อสู้กับลูกบุญธรรมของข้า โซฟี่ และ ฮายาตะ

ทั้งสองดูเติบโตมากขึ้นแต่ก่อน ทั้งสองต่างเก่งกาจเหนือกว่านักรบอุลตร้าที่ข้าเคยสู้มา แม้ข้าจะไม่ออมมือให้กับคนทั้งสอง แต่พวกเขาก็สามารถทำให้ข้าเกิดบาดแผลได้ เมื่อข้าเอาจริงขั้นสุด

ร่างของลูกบุญธรรมทั้งสองต่างถูกซัดกระเด็นไปคนละทาง ในตอนนั้นข้าถามกับตนเองว่าข้าทำอะไรลงไป แต่ในหัวของข้ามันบอกเพียงแค่ว่าต้องเดินต่อไป เพื่อไปหามาเรีย ทว่า ข้าไม่จำเป็นต้องไปหามาเรีย เพราะนางได้มาหาข้าเอง พร้อมกับเบเรียวเพื่อนรักของข้า

“เจ้าทำแบบนี้ทำไม เคน!” มาเรียตะโกนถามข้า

“ถอยไปที่รัก บัดนี้เคนไม่ใช่คนที่พวกเรารู้จักอีกต่อไปแล้ว…เดี่ยวข้าจะจัดการเขาเอง” เบเรียวเอาตัวมาขวางเอาไว้ ก่อนที่เบเรียวจะกระโจนเข้าหาข้า

 

พวกเราทั้งสองต่อสู้กันมายาวนาน ข้ารู้ทุกกระบวนท่าของเบเรียวทั้งหมด พวกเราสองคนต่อสู้กันอย่างสู้สี ข้าไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด แม้จะต้องฆ่าเพื่อนรักตรงหน้า ข้าใช้พละกำลังที่เหนือกว่าอัดเบเรียวจนร่างของเขาแทบกระอัก ก่อนที่ข้าจะได้ปิดชีพเพื่อนรัก ทันใดนั้นมาเรียก็เข้ามาห้ามข้าเอาไว้

.

.

.

ข้าไม่สนใจ ข้าคว้าคอของเธอแล้วยกขึ้นสูงเหนือพื้นดิน ข้าค่อยๆบีบคอเธออย่างช้าๆ ในขณะที่เธอได้แต่ร้องขอชีวิต ก่อนที่ข้าจะปิดชีพผู้หญิงที่ข้ารัก ทันใดนั้นอุลตร้าแมนตัวเล็กตนหนึ่งก็ปาก้อนหินมาหาข้า

ข้ามองไปหาอุลตร้าแมนเด็กคนนั้น เด็กคนนั้นมันมีใบหน้าที่คล้ายกับคนรักและเพื่อนรักของข้าอย่างมาก ตอนนั้นเป็นช่วงที่ข้าสับสนที่สุด เสียงเด็กคนนั้นตะโกนให้ข้าปล่อยแม่ของเขาซ่ะ

แม้ข้าจะโกรธในสิ่งที่ข้าเจอ แต่ในขณะเดียวกันข้าก็เศร้า กับสิ่งที่ข้าทำ ข้าปล่อยมือปล่อยคนรักของข้าไป ข้าปล่อยตัวปล่อยทุกอย่างที่ข้ามีว่างลงกับพื้น และมองสิ่งที่ข้าทำ

นครแห่งแสงที่ข้าเคยฟื้นฟูบัดนี้ได้ถูกทำลายด้วยฝีมือของข้าเอง ข้ามองคนที่ข้ารัก เพื่อนสนิท และลูกพวกเขาโผลกอดด้วยความหวาดกลัว ลูกบุญธรรมทั้งสองต่างเข้ามาหาข้า และมองดูข้าด้วยแววตาที่น่าสมเพชร ข้าได้ถามกับตัวเองว่าทำอะไรลงไป ข้านั่งคุกเข่าอยู่แบบนั้น นับเป็นนาที หรือนับชั่วโมง ข้าไม่ทราบได้เพราะมันชั่งยาวนานยิ่งนัก ข้านั่งรอจนกว่าที่ Ultraman king จะมา….

.

.

.

ข้านอมรับกับความผิดที่ข้าทำ ข้ายอมอยู่ภายใต้กรงขังที่มีแต่หินศิลามาบีบอัดร่างข้าเอาไว้ ยามที่ข้าอยู่ในนั้น ข้าได้แต่หลับตาและคิดทบทวน 

Taro คือชื่อที่ข้าตั้งใจว่าจะตั้งให้กับลูกชายของข้า บัดนี้ชื่อ ทาโร่ คือชื่อของเด็กคนนั้น เด็กคนที่ทำให้ข้าได้ตาสว่างอีกครั้ง เด็กคนที่ทำให้ข้าได้เข้าใจถึงแสงสว่างอีกครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

×