วชิรปทุมวงศ์ (อาวุธแห่งความดี)

ตอนที่ 10 : นคเรศร่วมสู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

ณ เมืองวิมานฉิมพลี พญาครุฑปุราณะผู้ครองนครได้จัดงานรื่นเริงขึ้นทุกวันพระจันทร์เต็มดวง เพื่อมิให้ทิพย์กมลบุตรีต้องตรอมตรมอยู่ในอารมณ์โศกเศร้า ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดทิพย์กมลก็ยังคงนั่งกรรแสงให้อาลัยแก่ราชารัชภาฏผู้เป็นพระสวามีมาโดยตลอดซึ่งทิพย์เกศรินทร์คอยดูแลพี่สาวอยู่ไม่ห่าง ขณะที่พญาครุฑปุราณะกำลังสุขสำราญกับน้ำจัณฑ์และมหรสพต่าง ๆ มีทหารนายหนึ่งวิ่งฝ่าเสนาผู้อารักขามายังหน้าพลับพลาที่ประทับของพญาครุฑ ด้วยหน้าตาตื่น พญาครุฑปุราณะเห็นท่าทางคิดว่าคงจะมีเหตุร้ายอันใดที่กำลังมาเยือนวิมานฉิมพลีอีกเป็นแน่ มิฉะนั้นคงไม่เร่งมาเยี่ยงนี้ จึงตรัสถามเหตุจากพลทหารผู้นั้น ทหารจึงกราบทูลด้วยน้ำเสียงที่หอบแห้งและหน้าตาแตกตื่นไปว่า “นะ นะ นาค พญานาคขอรับ มิทราบว่าขึ้นมาได้อย่างไร แต่ตอนนี้กำลังยืนรออยู่นอกเขตพระราชฐานขอรับ” พญาครุฑไม่พอพระทัยเป็นอย่างมากที่นาคขึ้นมาเหยียบถิ่นครุฑ พญานาคซึ่งยืนรออยู่นอกกำแพงของพระราชฐาน ก็ได้พบกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งมีปีกเยี่ยงครุฑและมีกายสีทองอร่ามรูปงามเยี่ยงองค์เทวา วนเวียนอยู่ใกล้ ๆ แล้วจึงเดินมุ่งตรงมายังเบื้องหน้าของพญานาค แล้วถามพญานาคว่าท่านเป็นใคร ถือสิทธิ์อะไรขึ้นมาบนนี้ ร่างกายสีเขียวดูไม่เหมือนเผ่าเรา พญานาคก็มิได้สนใจที่ชายหนุ่มซักถามต่างยืนสงบเงียบเช่นเดิม มนุษย์รูปทองจึงโกรธกริ้วเป็นอย่างมาก จึงเปิดฉากต่อสู้กับบรรดาทหารของพญานาคทันที ต่อสู้กันสักพัก พญาอินทรานาคจึงสั่งให้หยุดต่อสู้ แล้วจึงบอกไปว่าเราจะมาพบพญาครุฑปุราณะ ทันใดนั้นพญาครุฑปุราณะก็ขานรับทันที ทั้งคู่มองหน้ากันพญาครุฑจึงจำได้ว่านี่คือพญาอินทรานาคราช แห่งนครบาดาล คู่อริเมื่อก่อนเก่า จึงซักถามที่มาที่ไปและจุดประสงค์ที่เสด็จขึ้นมาโดยมิได้เป็นมิตรนัก พญานาคราชจึงเล่าย้อนอดีตไปเมื่อครั้งเทพศิลาคีรีบุกเข้าโจมตีวชรบุรี ที่ขึ้นมาก็เพื่อจะขอผูกมิตรกับครุฑจะได้ร่วมมือกันกำจัดเทพมีชื่อนั้นให้ตายเสีย พญาครุฑยืนฟังด้วยสายตาที่มิค่อยเป็นมิตรนัก หะแรกก็คิดว่าจะไล่พญานาคให้กลับลงไปซะ แต่คิดไปคิดมาก็ทรงคิดถึงทิพย์กมลบุตรีขึ้นมา นี่คงจะเป็นทางเดียวที่จะสามารถช่วยเหลือลูกสาวได้ จึงเชิญพญานาคเข้าไปประทับยังพระตำหนักรับรองก่อน เมื่อถึงที่ประทับ พญาครุฑปุราณะก็ได้แนะนำให้รู้จักกับพระนัดดาซึ่งประสูติแต่ทิพย์กมลบุตรีกับราชารัชภาฏ คือพระโอรสสุวรรณกาย ก็คือคนที่มีเรื่องต่อสู้กันกับทหารของพญานาคเมื่อที่จะเข้ามา พญาอินทรานาคราชหันมองด้วยสายตานิ่งเฉย  พระโอรสสุวรรณกายจึงกล่าวขอขมา พญาอินทรานาคราชทรงเห็นถึงความกล้าหาญและรักเผ่าพันธุ์ของพระโอรสเป็นที่สุดจึงมิได้ถือโทษแต่ประการใด พญาครุฑคิดอย่างถ้วนถี่แล้วจึงได้ตกลงทำพันธสัญญาสงบศึกต่อกันเพียงชั่วเวลาหนึ่ง แล้วจึงซักถามถึงแผนการที่จะช่วยราชารัชภาฏและกำจัดเทพศิลาคีรี ในการนี้จำต้องใช้กองทัพทั้งนาคและครุฑผนวกกันจึงจะสำเร็จ โดยแผนการมีอยู่ว่า พญาอินทรานาคราชจะยกทัพไปทางน้ำและพื้นดิน แล้วให้ทัพของครุฑไปทางอากาศ พญาอินทรานาคราชจะมุ่งหน้าเข้าไปช่วยราชารัชภาฏ โดยให้พญาครุฑปุราณะประจันหน้ากับเทพศิลาคีรีเพื่อถ่วงเวลาไว้ เมื่อสามารถช่วยราชารัชภาฏออกมาได้ กองทัพทั้งสองก็จะเข้าทำลายเทือกเขาสักการะและรุมกระหน่ำเทพมีชื่อให้สาสม เมื่อปุราณะได้ฟังดังนั้นก็แสดงความคิดเห็นออกมาประการหนึ่งว่าการที่จะให้เราพญาครุฑเข้าประจันหน้ากับเทพมีชื่อนั้น เกรงว่าจะไม่เป็นไปตามแผน ด้วยเพราะเรานั้นเคยพ่ายต่อเทพศิลาคีรีมาครั้งหนึ่ง ซึ่งเทพศิลาคีรีคงจะรู้จุดอ่อนและล้มเราได้เพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลก คงจะถ่วงเวลาไว้ได้มินาน แต่ก็รับปากอย่างกล้าหาญ ถือซะว่าได้ชำระความแค้นเมื่อหนก่อน พญาอินทรานาคมีการอย่างหนึ่งที่จะขอความช่วยเหลือจากพระโอรส พระโอรสตอบรับปากจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่แต่เป็นกิจธุระอันใดจึงขอถามให้แจ้งแก่ใจ พญาอินทรานาคขอให้พระโอรสสุวรรณกายช่วยออกตามหาพระธิดากรมรกต อันประสูติแต่มเหสีแก้วคำฟ้านาคิณีกับราชารัชภาฏ ก็เสมือนพี่น้องกัน ซึ่งนางได้ทราบข่าวเรื่องราชารัชภาฏจึงหนีออกจากเมืองไปตามหาพ่อด้วยตนเอง ขณะนี้ไม่รู้ว่าจะไปตกอยู่ที่ใด พระโอรสรับปากอย่างเต็มใจพร้อมออกเดินทางทันที พญาครุฑกับพญานาคได้จัดเตรียมกองทัพ รอจนน้ำทะเลขึ้นสูงจึงจะยกทัพเข้าบุกเทือกเขาสักการะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น