ไอ้เด็กนี่มันร้าย!

"ยอมเป็นเมียผมดีๆเถอะครับ..จะได้ไม่เจ็บตัว หึหึ"

ยอดวิวรวม

563

ยอดวิวเดือนนี้

132

ยอดวิวรวม


563

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


17
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 พ.ค. 65 / 20:27 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 พ.ค. 65 / 20:27


ผมชื่อ'มิน'ตอนนี้ปิดเทอมก็เลยกลับมาอยู่บ้านแต่พรุ่งนี้ก็ต้องกลับไปเรียนแล้ว เปิดเทอมครั้งนี้ก็ขึ้นปี 2 แล้วครับ ผมเป็นคนภาคเหนือผิวพรรณก็เลยจะขาวเนียนหน่อย จีบผู้หญิงไม่เคยติดเลยสักครั้งแต่ก็เคยมีคุยๆบ้างไม่นานเท่าไหร่ก็เพราะเหตุผลนี้แหละสาวๆหาว่าผมเป็นเกย์เพราะผู้หญิงชอบพูดว่าผมดูแลตัวเองจนเกินไปแต่ความเป็นจริงคือผมไม่ได้ทำอะไรเลยมันขาวเนียนเองตั้งแต่เกิดเหตุผลที่โหดร้ายที่สุดคือมีผู้หญิงบอกผมว่าไม่ชอบผู้ชายที่ขาวกว่าเพราะกลัวไม่เด่น ผมนี่พูดอะไรไม่ออกเลยครับ ตอนนี้โทรศัพท์ผมก็มีไว้แค่เล่นเกมแก้เหงาเท่านั้นเอง

"มิน..มัวแต่เล่นเกมจัดกระเป๋าเสร็จยังลูก" ผมที่กำลังนอนเล่นเกมอย่างตั้งใจได้ยินเสียงแม่แต่คนดังมาจากในครัว

"เสร็จแล้วครับแม่" ความจริงคือผมยังไม่ได้จัดแม้แต่นิดเดียวเลยครับ

"แน่ใจหรอมิน? แต่แม่เห็นบ๊อกเซอร์ตัวโปรดของลูกยังตากอยู่ที่ราวเลยนะ

"โหแม่..รู้ทันตลอดเลยนะครับ" ผมลุกขึ้นนั่ง

"ไปจัดกระเป๋าให้เรียบร้อยก่อน จะได้เล่นยาวๆไปเลยไม่ต้องสนใจแม่หรอก..พรุ่งนี้ก็จะกลับไปเรียนแล้วนิ" แม่พูดตัดพ้อ ผมเดินไปกอดแม่เพื่อง้อ

"เปล่าสักหน่อยหน่อยครับ..ผมกลับมาอยู่บ้านตั้ง 2 เดือนแล้วนะ"

"พรุ่งนี้ก็จะกลับแล้ว..มินกลับแล้วแม่คงเหงาคนเดียวอีกสินะ" พ่อของผมเสียตั้งแต่ผมยังเด็ก

"แหม..แม่เนี่ยนะจะเหงา ผมโทรมาทีไรแม่ก็อยู่กับเพื่อนทุกที"

"มันไม่เหมือนกันนี่..ไป ไปจัดกระเป๋าให้เสร็จก่อนไป "

"ก็ได้ครับ" ผมขึ้นไปจัดกระเป๋าตามที่แม่บอกเสร็จเรียบร้อยจากนั้นจึงลงมากินข้าวเที่ยงพร้อมแม่ ตลอดทั้งวันผมก็ช่วยแม่ตากผ้า รดน้ำต้นไม้และช่วยทำงานบ้านอื่นบ้าง

วันต่อมา..

"ตั้งใจเรียนนะลูก" แม่มาส่งผมที่สถานีรถไฟตั้งแต่เช้าเนื่องจากฐานะบ้านของผมไม่ได้รวยจึงต้องประหยัดในบางเรื่องที่ไม่ค่อยจำเป็นนักอย่างเช่นการเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยรถไฟ ส่วนตัวผมคิดว่ามันก็ชิวดีนะเพราะปกติผมก็ไม่ชอบความแออัดอยู่แล้ว

หลังจากนั่งรถไฟมาลงสถานีกรุงเทพฯแล้วผมก็ต้องต่อด้วยรถมอไซด์รับจ้างต่อไปจนถึงหอพัก ผมอยู่หอในของมหาลัยครับเพราะมันถูกกว่าหอนอกก่อนหน้านี้ผมอยู่กับรุ่นพี่ปีสามแต่เปิดเทอมนี้รุ่นพี่คนดังกล่าวเขาบอกว่าจะย้ายไปอยู่หอนอกกับแฟนแล้วครับทางหอพักคงสุ่มรุ่นน้องปีหนึ่งมาอยู่ห้องเดียวกับผม

ผมเดินขึ้นบันไดหอพักเพื่อจะขึ้นไปยังห้องตัวเองที่อยู่ชั้นสามดีนะที่กระเป๋าผมไม่ได้หนักอะไรมากแต่ชั้นสามก็ทำเอาหอบเหมือนกัน ผมเดินไปยังห้องของตัวเองวันนี้ผมไม่ค่อยเห็นเด็กห้องอื่นเลยคงเป็นเพราะยังไม่เปิดเรียนที่ตอนแรกผมบอกว่าวันนี้เปิดเรียนคือหมายถึงมหาลัยเปิดให้เด็กกลับมาอยู่หอได้แล้วส่วนใหญ่ช่วงปิดเทอมไม่ค่อยมีใครอยู่หอพักหรอกครับกว่าจะเปิดเรียนจริงๆก็อีก3วัน

"ผมไม่อยากอยู่หอในเลยอะแด๊ด..ให้ผมไปอยู่คอนโดไม่ได้หรอ ปีเดียวมันนานนะแด๊ด" ผมได้ยินเสียงผู้ชายดังออกมาจากในห้องของผมสงสัยคงเป็นเด็กที่ย้ายเข้ามาเป็นรูมเมทคนใหม่ของผม

ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องเจอผู้ชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่กำลังยืนมือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงคุยมือถือหันหน้าออกไปนอกระเบียงห้อง เมื่อได้ยินเสียงผมเปิดประตูเข้ามาเขาคนนั้นจึงหันมามอง

"เอ่อ..ขอโทษที่ทำเสียงดังครับ ตามสบายเลย" ผมรีบขอโทษเขา ผมไม่แน่ใจว่าเขาเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้องเพราะเขาดูไม่เหมือนเด็กปี1เลยสักนิดแต่ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นลูกครึ่งด้วยนะแถมยังหล่อเกินหน้าเกินตาผมอีกต่างหาก รูปร่างก็สูงใหญ่นี่มันร่างในฝันของผมชัดๆ ผมค่อยๆเดินไปที่เตียงตัวเองช้าๆอย่างเงียบที่สุดเท่าที่ทำได้

"แด๊ด..ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมจะอยู่ที่นี่"

"แค่นี้ก่อนนะแด๊ด" ผู้ชายคนนั้นกดวางสาย

"นายอยู่ปีไหนหรอ?" ผมถามเขาเพราะต้องการสร้างความเป็นมิตรกันไว้ยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน

"เพิ่งเข้าปี1น่ะ นายก็เพิ่งเข้าปี1เหมือนกันใช่ไหม?" เขาตอบ

"อ้าว..น้องปี1เองหรอ พี่ชื่อ'มิน'อยู่ปีสองนะ" ผมแนะนำตัว

" (รุ่นพี่อย่างนั้นหรอ) ผมชื่อ'เค'ครับ " เขาพึมพำคนเดียวก่อนจะแนะนำตัวบ้าง

"นายทำตัวตามสบายเลยนะ..มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้นะ" ผมยิ้มให้รุ่นน้องอย่างเป็นมิตร

"ครับ..พี่เพิ่งกลับมาจากห้องแฟนหรอครับ?" เคมองมาที่กระเป๋าของผม

"ไม่ใช่..ตอนปิดเทอมพี่กลับไปอยู่บ้านมาน่ะ" ผมอธิบายให้น้องมันฟัง

"แล้วแฟนพี่ไม่คิดถึงแย่หรอครับ" มันจะถามถึงแฟนทำไมนักหนาวะ ไอ้ผมก็ไม่ค่อยอยากบอกว่าไม่เคยมีแฟนแบบจริงจังเลยสักครั้ง

"พี่ไม่มีแฟนหรอก"

"คนน่ารักแบบพี่เนี่ยนะครับไม่มีแฟน" ผมรู้สึกเขินที่มีคนชมว่าน่ารักต่อหน้าแบบนี้

"พี่ไม่มีแฟนจริงๆแล้วนายล่ะผู้หญิงติดเต็มเลยอะดิ" ผมพูดแซวน้องมันไป

"ผมโสดครับ" เครีบตอนกลับอย่างเร็ว

"จริงดิ? ไม่ใช่ละ..หล่อขนาดนี้ไม่มีแฟนได้ยังไง" ผมทำหน้าไม่เชื่อที่น้องมันพูด

"ผมเพิ่งกลับมาอยู่เมืองไทยครับ..ยังไม่ได้เจอใครเลย"

"แต่ตอนอยู่เมืองนอกหญิงติดเยอะอะดิ..ทรงแบดบอยสเปคสาวๆเลยนะเราน่ะ" ผมแซวพลางตบบ่ารุ่นน้องไปหนึ่งที

"ผมชอบผู้ชายน่ารักๆแบบพี่ครับมากกว่าครับ" กึก!

"เอ่อ..นายนี่ขี้เล่นเหมือนกันนะ" ผมคิดว่าน้องมันคงพูดหยอกทั่วไป

"ตอนอยู่เมืองนอกผมคบผู้ชายครับ..พี่รังเกียจผมหรือเปล่าครับ?"

"เอ่อ..." ผมคงจะคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่นถ้าน้องมันไม่ได้ทำหน้าจริงจังขนาดนี้มันทำให้ผมช๊อคพูดอะไรไม่ออก

"พี่มินรังเกียจผมหรอครับ?"

"เปล่า..พี่ไม่ได้รังเกียจนายหรอก พี่แค่ตกใจนิดหน่อย" ผมรีบอธิบายก่อนที่น้องมันจะเข้าใจผิดหาว่าผมเป็นพวกเหยียดเพศ

"ดีใจจังครับที่พี่มินไม่รังเกียจผม" เคเดินเข้ามาสวมกอดผม ผมทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่เคยโดนผู้ชายแปลกหน้ากอด

ปี๊บ!

"เฮ้ย!" ผมรีบผละตัวออกด้วยความเร็วเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือไปบีบตรงสะโพก

"มีอะไรครับ? พี่โกรธที่ผมกอดพี่หรือครับ?" เคทำหน้างง

"นายจับก้นพี่หรอ?"

"เปล่านะครับ..ผมจะจับก้นพี่ทำไมล่ะครับ " เคทำหน้างง แต่เมื่อกี้ผมรู้สึกเหมือนโดนบีบก้นจริงๆนะ

"เอ่อ..ช่างมันเถอะ" หรือว่าผมคงหลอนไปเอง รู้สึกผิดจังที่ไปโทษน้องแบบนั้น

"ถ้าอย่างนั้นนายทำตัวตามสบายนะ..พี่ขอจัดของก่อน" ผมพูด

"ครับ"

.

.

ค่ำ~

ผมทำความสะอาดห้องโดยมีเคช่วย (เป็นภาระ) กว่าจะเสร็จก็ค่ำพอดี

"หิวหรือยังครับ..พี่มิน?" เคถามผม

"มาก" ผมตอบน้องมันไปสั้นๆ

"งั้น..ไปหาอะไรกินกันครับ"

"อืม..ไปสิ"

"แต่พี่มินต้องแนะนำร้านที่อร่อยๆให้ผมกินนะครับ..ผมไม่ได้กินอาหารไทยนานแล้ว"

"ได้ดิ..ปกติพี่จะกินข้าวที่โรงอาหารมหาวิทยาลัยช่วงนี้คงยังไม่เปิด งั้นเราไปหาอะไรกินที่อื่นกันนะ"

"ครับ..ไปรถผมนะ" ได้ยินคำว่ารถรู้สึกดีจังเพราะปกติผมต้องขึ้นรถเมย์ไปไหนมาไหนอย่างแออัด

"โอเค..ไปกัน"

เราเดินลงมายังใต้ตึกหอที่ผมอยู่ต้องเขารถยนต์ไปจอดด้านหลังเพราะด้านหน้ามีเนื้อที่น้อย ผมยืนรอน้องไปเอารถย์อยู่หน้าดึกก่อนจะได้ยินเครื่องยนต์รถราคาแพงเคลื่อนมาจอดตรงหน้าผมช๊อคเมื่อรถที่น้องมันขับเป็นsuper car ดูทรงเหมือนรวยแต่ก็ไม่คิดว่าจะรวยขนาดนี้ คิดว่าแค่รถยนต์รุ่นธรรมดาทั่วไปแถมนี่มันหอในด้วยนะ

"ขึ้นมาเลยครับพี่มิน" เค ลดกระจกเรียกผมดีนะที่ผมเคยดูคลิปรีวิวรถรุ่นนี้มาบ้างจึงเปิดประตูเป็น ผมขึ้นไปนั่งประจำที่ข้างคนขับเกิดมาไม่เคยคิดว่าจะได้นั่งรถแบบนี้สักครั้งเลยจริงๆถือเป็นบุญในชีวิตมากๆ น้องตัวเงินตัวทองของพี่

"คาดเข็มขัดด้วยสิครับ" น้องมันเห็นว่าผมไม่ได้คาดเข็มขัดก็เลยเคลื่อนตัวเข้ามาคาดให้ผมจังหวะที่น้องเอื้อมมือทำให้หน้าของน้องเกือบจะโดนหน้าผม ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังหายใจรดแก้มของน้องจะหันหน้าไปทางไหนก็ไม่ได้ น้องมันรู้สึกหรือเปล่านะหรือมันจะไม่สนใจ ใช่! น้องมันคงไม่สนเรื่องแบบนี้หรอกเพราะถ้ามันรู้สึกคงเอาหน้าออกไปแล้วแล้วทำไมเข็มขัดนี้มันใส่ยากใส่เย็นขนาดนี้ จนในที่สุดก็เสร็จน้องผละตัวออกไปผมจึงได้มีโอกาสหายใจได้ทั่วท้อง

"แน่นไปไหมครับ?"

"ไม่..ได้แล้วล่ะกำลังพอดี ไปหาอะไรกินกันเถอะ"

"ครับ" น้องมันเริ่มเคลื่อนรถแล่นไปบนถนนใหญ่ด้วยความที่รถมันหรูก็เลยมีแต่คนหันมามองอย่างสนอกสนใจจนผมที่นั่งอยู่ด้านในรู้สึกเขินขึ้นมา

"พี่อยากกินอะไรหรือครับ?"

"พี่จะถามนายอยู่พอดีว่าอยากกินอะไร..พี่กลัวนายจะกินอาหารที่พี่อยากกินไม่ได้"

"ผมอยาลองกินของที่พี่มินชอบครับ..มื้อนี้ผมขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงเองนะครับ" แย่จังเลยนะเป็นรุ่นพี่ต้องเลี้ยงรุ่นน้องสิ

"อืม...ได้สิ" คำว่าของฟรีมันค้ำคออะนะ

เรากลับมาถึงหอพักในช่วงดึกผมให้น้องไปอาบน้ำก่อนแล้วผมจะอาบทีหลัง แค่เดินเข้าไปอาบน้ำสักพักออกมาในสภาพมีผ้าขนหนูปกปิดไว้แค่ส่วนล่าง ผมเผลอจ้องมองซิกแพคในฝันที่สวยงามนั้นอยู่นาน

"พี่มินครับ" เสียงเรียกของเคทำให้ผมสะดุ้งตื่นจากภวังค์

"อะ..อ๋อ พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ" ผมรีบหยิบผ้าขนหนูของตัวเองแล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำไปเมื่ออาบน้ำชำระร่างกายจนรู้สึกสดชื่นผมก็ออกมาแต่งตัวด้านนอกเหมือนเช่นปกติตอนอยู่กับรูมเมทเก่าผมก็ทำแบบนี้เพราะคิดว่ายังไงก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน

ผมเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อจะหยิบเอาเสื้อผ้าออกมาใส่นอนผมไม่ได้เลือกมากหยิบตัวไหนได้ก็เอาออกมาใส่เลยโดยไม่รู้เลยว่ามีคนแอบมองทุกอิริยาบถของผมอยู่

"พี่มินขาวจังเลยนะครับ" เค พูดกับผม

"คงเพราะพี่เป็นคนภาคเหนือนะ..บ้านพี่ส่วนใหญ่อากาศหนาว พี่ไม่ค่อยชอบอยู่กลางแดดด้วย" ผมทาครีมหน้ากระจกที่ติดกับตู้เสื้อผ้า

"พี่มินใช้ครีมอะไรเหรอครับ..บอกผมด้วยสิ ผมจะได้ลองทาบ้าง หน้าจะได้ใสเหมือนพี่มิน"

"นายก็หน้าใสเหมือนกันนะ..พี่ใช้แค่ครีมซองไม่กี่บาทเอง" ผมใช้ครีมซองที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อทั่วไป

"มีใครเคยชมว่าพี่น่ารักไหมครับ?" ผมหันไปมองน้อง

"ก็มีบ้าง"

"แล้วเคยมีผู้ชายมาจีบพี่ไหมครับ?" คำถามของเขาทำให้ผมต้องหันไปมองน้องมันอีกรอบ

"ไม่อะ..นายนี่ถามอะไรแปลกๆนะ" ผมหัวเราะขำทาครีมเสร็จผมก็ไปที่เตียงตัวเองเก็บมือถือขึ้นมาเล่นเพราะยังไม่ง่วง

"ผมขอจีบพี่นะครับ"

กึก!

"นะ..นายนี่ชอบพูดเล่นอยู่เรื่อยเลย" ผมคิดว่าน้องมันคงพูดหยอกตามประสา

"ผมพูดจริงครับ"

"......" ผมพูดอะไรไม่ออกได้แต่นั่งจ้องหน้าขอมัน

"ผมขอโทษที่บอกความรู้สึกเร็วเกินไป..ผมโตมาที่เมืองนอกคนที่โน่นส่วนใหญ่เขาเป็นแบบนี้แหละครับคิดอะไร รู้สึกอะไร ก็พูดออกมาตรงๆพี่มินคงไม่โกรธใช่ไหมครับ?" ไม่โกรธแต่ช๊อคครับ

"อะ..เอ่อ เราเพิ่งเจอกันไม่ถึง24ชั่วโมงเองนะ"

"สำหรับผมไม่ว่าจะเป็นวันหรือเป็นปีถ้ารู้สึกผมก็บอกออกมาเลยครับ" เชี่ย! เอาไงดีวะ

"พี่ง่วงแล้ว..นอนก่อนนะ" ผมรีบล้มตัวลงนอนเพื่อหนีหน้าน้องมัน ผมเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงหัว

"ฝันดีนะครับ"

ผมรู้สึกคอแห้งจึงคิดจะลุกไปกินน้ำแต่รู้สึกว่าร่างกายมันหนักอึ้งหรือผมจะเป็นไข้กันนะ ผมลืมตาขึ้นมาในความมืดจะลุกขึ้นแต่ลุกไม่ได้เพราะตัวมันหนักหรือว่าผมจะโดนผีงำ!

"งื้ออ~ นอนดิ้นจังครับ" ผมรู้สึกถึงเสียงของเคมันมาดังอยู่แถวซอกคอจึงลองใช้มือคลำดูช้าๆ

เขี่ย!

พลั๊ก!

"เชี่ย!..ไอ้เค" น้องมันนอนกอดผมอยู่ ผมโมโหจนไม่ต้องพูดสุภาพกับมันแล้วด้วยความตกใจผมจึงถีบมันตกเตียงของผมอย่างแรง

"เจ็บนะครับ" เคลุกขึ้นยืน

"มึงทำอะไรของมึงวะ"

"ผมหนาวก็เลยมานอนกับพี่มินครับ"

"หนาวอะไร..กูร้อนจะตายอยู่แล้ว ห้องนี้ไม่มีแอร์สักหน่อย"

"ผมคงไม่ชินกับอากาศประเทศไทยมั่งครับ"

"ประเทศไทยมันร้อนเป็นส่วนใหญ่มึงอย่ามาโกหกว่าหนาว!"

"พี่มินไม่เชื่อผมหรือครับ?" เคทำหน้าเสียใจจนผมรู้สึกสงสารน้องมันหรือว่าน้องมันจะอุณหภูมิร่างกายผิดปกติวะ ผมอคติกับน้องมันเกินไปหรือเปล่า คิดได้แบบนั้นผมก็รู้สึกผิดขึ้นมา

"เอ่อ..พี่ขอโทษ พี่ตกใจเกินไปหน่อย ทำไมแกไม่ปลุกบอกให้พี่รู้ก่อนล่ะ" ผมพยายามใจเย็นลงแล้วพูดกับน้องมันดีๆเหมือนเดิม

"ไม่เป็นไรครับ..ผมรู้ว่าพี่ตกใจ"

"ถ้านายเป็นคนขี้หนาวถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราไปซื้อผ้าห่มผืนใหญ่มาเปิดสิ"

"แต่ผมกอดพี่มินอุ่นกว่าครับ" เครีบพูดขัด

"แต่พี่ร้อน" ปกตินอนคนเดียวก็ร้อนอยู่แบบครับ

"เดี๋ยวผมให้เขามาติดแอร์ให้ครับ"

"ไม่ได้..นี่มันหอของมหาลัย เราทำอะไรไม่ได้นะ"

"ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราไปซื้อพัดลมแอร์กันครับ"

"พี่ว่าซื้อผ้าห่มง่ายกว่าไหม"

"ผ้าห่มเอาไม่อยู่ครับ..ผมเคยลองแล้ว" น้องมันทำหน้าน่าสงสารอีกแล้ว บังเอิญผมเป็นคนขี้สงสารคนซะด้วยสิครับ

"ก็ได้..แต่คืนนี้พี่ร้อน แยกกันนอนก่อนได้ไหม"

"ผมคงหนาวแย่เลยนะครับ" ผมได้ยินน้องมันพูดลอยๆ

"เค พี่ถามจริงๆทำไมถึงมาอยู่หอในแบบนี้ล่ะ ทั้งที่นายก็รวยขนาดนั้น"

"แด๊ดผมบังคับครับ"

"ตอนอยู่โน่นแสบล่ะสิ..ก็เลยโดนทำโทษแบบนี้"

"ตอนอยู่อเมริกาผมเที่ยวบ่อยกลับบ้านเช้าทุกวันครับ..กลับมาอยู่ที่นี่ก็เลยโดนแบบนี้"

"ถ้าอย่างนั้นก็สมควรแล้วล่ะ"

"ครับ..คนอย่างผมสมควรโดนแบบนี้" น้องมันทำหน้าน่าสงสารอีกแล้ว

"พี่แค่พูดเล่นน่ะ"

"แล้วพี่มินชอบไปเที่ยวกลางคืนไหมครับ?"

"ไม่อะ..ถ้าออกไปเที่ยวบ่อยๆก็เปลืองเงินแย่สิ บ้านพี่ไม่ได้รวยเหมือนนายหรอกนะ พี่ต้องประหยัดนี่พี่ก็ว่าจะไปหางานพาร์ทไทม์ทำแล้วล่ะ"

"แบบนั้นพี่คงเหนื่อยแย่เลยสิครับ"

"ก็ต้องทำแหละพี่สงสารแม่ที่ส่งพี่เรียนคนเดียว"

"เอาแบบนี้ไหมครับ..ผมจ้างพี่มินให้ผมนอนกอดทุกคืนเดือนละสามหมื่น"

"หะ! นายพูดเล่นใช่ไหม" ผมไม่ได้ตกใจในจำนวนเงินแต่ตกใจข้อเสนอที่น้องมันพูดออกมาต่างหาก

"ผมพูดจริงครับ..พี่มินตกลงไหมครับ" ผมอยากรู้จริงๆว่าพ่อแม่น้องมันทำงานอะไรถึงได้รวยถึงขนาดนี้

"ไม่ต้องหรอก..เปลืองเงินเปล่าๆ เก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นที่จำเป็นดีกว่านะ"

"แต่ผมไม่อยากให้พี่มินออกไปทำงานนี่ครับ..เอาแบบนี้ไหมครับผมโดนสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวกลางคืน3เดือนผมจ้างให้พี่มินอยู่เป็นเพื่อนผม "

"แต่.." ไม่ทันที่จะได้ปฏิเสธอะไรน้องมันก็พูดดักไว้ซะก่อน

"ห้ามปฏิเสธอีกนะครับผมจ้างพี่มินสองงานคือให้ผมนอนกอดทุกคืนกับอยู่เป็นเพื่อนผมตอนกลางคืน"

"แต่..."

"ห้ามปฏิเสธครับ" โอ๊ย! อยู่ดีๆก็โดนบังคับให้ได้เงินแบบงงๆอะไรมันจะง่ายขนาดนี้วะ โดนจ้างเงินตั้งสามหมื่นเพราะเหตุผลแค่นี้เนี่ยนะ ผมรู้สึกเหมือนหนูตกถังข้าวสารเป็นล้านตัน

"ก็ได้ "

วันนี้เราออกมาซื้อพัดลมกันตอนบ่ายเพราะเคมันนอนตื่นเที่ยงและสรุปเมื่อคืนผมต้องให้น้องมันนอนกอดถึงเช้าร้อนเกือบตาย ตัวก็ใหญ่เสือกขี้หนาวในประเทศที่ร้อนทุกฤดูแบบนี้อีกอยากรู้จริงๆตอนอยู่อเมริกามันอยู่ยังไงวะ?

"จะเอารุ่นไหน?" ผมหันไปถามเค

"แล้วแต่พี่มินเลยครับ"

"พี่ก็เลือกไม่ถูกเหมือนกัน"

"ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ครับ..พี่ครับเอารุ่นที่ดีที่สุดราคาเท่าไหร่ก็ได้ครับ" เคมันหันไปพูดกับพนักงาน

"ถ้าอย่างทำแนะนำเป็นรุ่นนี้นะครับ" พี่พนักงานชายแนะนำ

"โอเคครับ..เอารุ่นนี้2ตัว" เคพูดกับพนักงานทำให้ผมตกใจตาเบิกกว้าง

"เค..เอาตัวเดียวก็พอ เดี๋ยวค่าไฟขึ้นตายเลย" ผมสะกิดน้อง

"ผมจะเป็นคนจ่ายค่าน้ำค่าไฟค่าหอเองครับ" โอเคไม่เถียง

"ตามนั่นแหละครับ..พอดีรถผมไม่มีพื้นที่พอรบกวนส่งให้ด้วยนะครับ" เคสั่งพนักงานเมื่อเห็นว่าผมไม่ได้คัดค้านอะไรต่อ

"ได้เลยครับ..รบกวนเชิญด้านนี้เลยครับ" เราสองคนเดินตามพนักงานไปทำการจ่ายเงินและเขียนที่อยู่หอให้กับพนักงาน

"พี่มินอยากกินอะไรครับ? ผมเลี้ยงเอง" ซื้อพัดลมเสร็จเราก็เดินเล่นในห้างต่อถ้าน้องมันไม่ถามผมคงลืมเหมือนกันว่ายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า

"อะไรก็ได้..พี่แล้วแต่นาย"

"ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นอาหารฝรั่งนะครับ..พี่มินโอเคไหมครับ?"

"ได้..พี่จะลองกินดู" ผมส่งยิ้มให้น้องมันไป

เราเดินดูร้านอาหารไปเรื่อยๆจนเจอร้านที่เคอยากลองกินน้องมันไม่เคยเดินห้างในเมืองไทยหรอกครับส่วนผมก็ไม่เคยกินร้านอาหารหรูแบบนี้มาก่อนพนักงานเดินนำเราไปที่โต๊ะผมเปิดเมนูมีแต่ภาษาอังกฤษแต่ก็ต้องแกล้งทำเป็นดูไปแบบเนียนๆและเคมันคงสังเกตเห็นผมเลือกเมนูนานไปหน่อยก็เลยเอ่ยถาม

"เอาเมนูสเต๊กแนะนำของร้านมาสองที่ครับ..พี่มินโอเคนะครับ" เคสั่งพนักงานแล้วหันมาถามผม

"โอเค..พี่ก็ไม่รู้จะกินอะไรเหมือนกัน"

"และเมนูแนะนำของร้านอื่นๆอีกสองสามอย่างด้วยนะครับ..พี่มินดื่มน้ำอะไรดีครับ" เคสั่งอาหารพนักงานเพิ่มและหันมาถามผมอีกรอบ ผมเปิดเมนูหน้าเครื่องดื่มแต่ก็เหมือนกันมีแต่รูปแต่ไม่รู้ชื่อว่ามันคืออะไร

"งั้นเอาเครื่องดื่มอะไรก็ได้ที่ไม่มีแฮลกอฮอล์มาสองแก้วนะครับ" เคสั่งแทนผมหลังจากรับออเดอร์เรียบร้อยพนักงานก็เดินจากไป

"ทำตัวตามสบายนะครับ..ไม่ต้องเกรงใจ" เคพูดกับผมเหมือนน้องมันจะรู้ว่าผมทำตัวไม่ถูก ใครจะไปทำตัวถูกล่ะครับเกินมาไม่เคยคิดว่าจะได้เข้ามากินร้านอาหารหรูแบบนี้ อาหารที่หรูที่สุดของผมก็คงจะเป็นร้านสเต๊กจานละ69บาท

ผมไม่ได้ตอบแต่ส่งยิ้มกลับไปให้น้องหลังจากกินเสร็จเราก็เดินเล่นต่ออีกสักพักเพราะให้อาหารย่อย

"พี่มินอยากได้อะไรเพิ่มไหมครับ?" เคถาม

"ไม่อะ"

"พี่มินอยากได้อะไรบอกผมได้นะครับ..ผมจะซื้อให้เอง" คำพูดของเคทำให้ผมหยุดเดิน

"นายไม่ต้องเลี้ยงพี่ทุกอย่างก็ได้นะเค..เก็บเงินไว้ใช้บ้างเถอะพ่อกับแม่นายพวกท่านคงทำงานหนักมากเลยนะถึงได้เลี้ยงนายดีขนาดนี้ นายต้องนึกถึงพ่อกับแม่ให้เยอะๆนะ" ผมพูดกับน้องอย่างจริงจังเพราะไม่อยากให้น้องจ่ายเงินพ่อแม่ฟุ่มเฟือยขนาดนี้

"ผมทำงานหาเงินเองตั้งแต่อายุ14แล้วครับ..ตอนอยู่อเมริกาผมเป็นนายแบบครับถึงแด๊ดกับแม่ของผมจะโอนเงินให้ทุกสัปดาห์แต่ผมก็ทำงานไปด้วยนะครับ" อ้าว! ก็คิดว่าเป็นพวกลูกคนรวยแบบในหนังซะอีก

"เก่งจังเลยนะ" ผมพูดชมน้องจากตอนแรกที่บ่นน้องไปชุดใหญ่

"ผมเป็นเด็กดีแบบนี้แล้วพี่มินจะยอมเป็นแฟนกับผมได้หรือยังครับ?" กึก! เอาอีกแล้ว

"พูดเป็นเล่นเรื่องนี้อีกแล้วนะ"

"ผมบอกแล้วไงครับว่าพูดจริงๆผมจะจีบพี่แบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าพี่จะยอมเป็นแฟนผม"

"หรือว่าที่ทำดีกับพี่วันนี้เพื่อผลประโยชน์อย่างนั้นหรอ" คิดได้แบบนั้นผมก็รู้สึกหงุดหงุดขึ้นมาก็เลยเดินหนีมันออกมาจากห้างคนเดียวผมกำลังเดินไปที่ป้ายรถเมย์เพื่อจะกลับหอคนเดียวแต่มันก็ตามมาดึงข้อมือผมไว้ก่อน

"ไม่ใช่นะครับ!..ที่ผมทำแบบนี้เพราะผมอยากทำจริงๆไม่ได้หวังอะไรเลยนะครับพี่มิน ผมอยากให้รู้ว่าผมสามารถดูแลพี่ได้"

"ปล่อย!" ผมพยายามดึงมือตัวเองออกแต่มันจับไว้แน่น

"พี่มินอย่าหนีผมแบบนี้ได้ไหมครับ..ผมขอโทษ"

"ปล่อย!"

"พี่มิน..ที่ผมบอกว่าชอบพี่ผมพูดจริงๆนะครับ" เคพยายามยื้อผมทำให้ผมหงุดหงิดมากกว่าเดิมเพราะอายคนที่กำลังมองมาทางพวกเราสองคน

"ปล่อย..กูอายคน" ผมพยายามดึงมือออกแต่น้องมันก็ไม่ยอมปล่อยสักที

"พี่มินก็อย่าพยายามหนีผมสิครับ..กลับห้องกับผมนะครับ" คราวนี้มันดึงตัวผมเข้าไปใกล้ตัวมันแทบจะกอดกันอยู่แล้ว ไม่ได้! ผมต้องรีบเอาตัวออกไปจากตรงนี้

พรึ่บ!

พลั๊ก!

"มึงฟังนะ..กูไม่ใช่เกย์! ที่กูยอมมึงแบบนี้ก็เพราะกูเห็นมึงเป็นน้องชายคนหนึ่งเท่านั้น"

ผมกระทืบเท้ามันจากนั้นต่อยไปที่หน้ามันอย่างจังผมไม่รู้ว่ามันเจ็บมากไหมแต่ผมเจ็บมือมากจากนั้นก็ตะคอกใส่มันเสียงดังแล้วรีบใส่เกียร์หมาวิ่งมาโบกแท็กซี่เลยครับจังหวะนี้ถึงราคาจะสูงกว่ารถเมย์ผมก็ยอมจ่าย ผมเลือกที่จะให้คนขับไปส่งที่หอเพื่อนเพราะไม่พร้อมกลับไปเจอมันที่ห้องตอนนี้..

ก๊อกๆๆ

แกร๊ก~

"อ้าว..มึงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?" ขุน เปิดประตูให้ผมเข้าไปด้านในห้องของมัน เพื่อนของผมส่วนใหญ่จะย้ายออกมาอยู่หอนอกกันหมดแล้วครับเหลือแค่ผมที่ต้องประหยัดก็เลยต้องอยู่หอในไปตามระเบียบ

"เมื่อวานว่ะ..ขอโทษที่ไม่ได้โทรบอกก่อนว่าจะมา"

"เออ ไม่เป็นไร" ไอ้ขุนเดินมานั่งข้างผม

"มองอะไร?" ผมถามมันที่จ้องหน้าผมเขม็ง

"มึงเป็นอะไรไอ้มิน?" มันถามผม

"มีเรื่องให้หงุดหงิดนิดหน่อยว่ะ" ผมคิดเรื่องนั้นแล้วก็หนักใจต่อไปนี้คงอยู่ร่วมกันลำบากแน่เลย ผมคงต้องลองติดต่อขอย้ายหอเพราะไม่อยากอยู่กับไอ้เคอีกแล้ว

"เรื่องอะไรวะ..มึงระบายกับกูได้นะ" ไอ้ขุนถามผมด้วยสีหน้าจริงจังมันเป็นเพื่อนที่สนิทกับผมที่สุดครับมีอะไรผมก็จะมาระบายให้มันฟังเกือบทุกเรื่องแต่เรื่องนี้ผมไม่อยากบอกมันเพราะกลัวมันจะไปมีเรื่องกับไอ้เค

"ก็เรื่องเดิมๆนั่นแหละ..กูว่าจะหางานพาร์ทไทม์ทำแล้วว่ะ"

"แล้วมึงจะไปเรียนไหวหรอวะ?"

"ก็ต้องไหวสิวะ"

"ก็แล้วแต่มึงแล้วกัน..แล้วนี่มึงกินข้าวเที่ยงมายังวะ?" ไอ้ขุนถามผม

"กินแล้ว..มึงอะ?" ผมถามมันกลับบ้าง

"กูก็กินแล้ว"

ไอ้ขุนเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำอัดลมออกมาสองกระป๋องแล้วเอามายื่นให้ผมหนึ่งกระป๋อง ผมเปิดมันแล้วยกขึ้นดื่มด้วยความกระหายเพราะอากาศด้านนอกโคตรร้อน

"คืนนี้กูขอนอนห้องมึงด้วยนะ" ผมพูดกับไอ้ขุน

"ได้สิ..ตามสบาย มึงย้ายมาอยู่กับกูได้นะ"

"ไม่เป็นไร..เดี๋ยวมึงไม่มีเวลาส่วนตัว" ผมเกรงใจเพื่อนความจริงมันชวนผมให้มาอยู่ด้วยกันตั้งแต่ปี1แล้วครับแต่ผมเกรงใจเพราะมันชอบความเป็นส่วนตัว

"ถ้าเป็นมึงกูโอเค..มึงย้ายออกมาอยู่กับกูได้นะ จะได้ไปทำงานสะดวกด้วยไงกูเห็นร้านคาเฟ่แถวหอกูรับสมัครพนักงานอยู่เหมือนกันมึงลองไปดูได้นะถ้าได้ก็ย้ายมาอยู่กับกูเลย..ไม่ต้องเกรงใจ" ไอ้ขุนแนะนำ

"เออ..แล้วกูจะลองไปสมัครดู"

"ออกไปเที่ยวกันไหม? มึงจะได้รู้สึกดีขึ้น"

"ก็ดีเหมือนกัน"

เราสองคนขับมอเตอร์ไซค์ออกมาท้าแดดยามบ่ายแต่ก็สนุกดีมันขับมาจอดตรงสวนสาธารณะแห่งหนึ่งเราลงมาเดินเล่นหลบแดด

"มิน..หันมาหน่อย"

แชะ!

"ไอ้ขุน!..มึงถ่ายตอนกูหน้าเบี้ยวหรือเปล่า เอามาดูนะ" ผมที่เดินนำได้ยินเสียงเรียกให้หันกลับไปอยู่ดีๆมันก็กดถ่ายรูปผมตอนเผลอ

"ไม่เบี้ยว..น่ารัก"

"กูไม่เชื่อมึง..เอารูปมาดู" ไอ้ขุนรีบเขามือถือยัดใส่กระเป๋ากางเกง

"มึงทำตัวน่าสงสัยนะ..เอามือถือมานี่นะกูจะดูรูป"

"ไม่ให้..กูไปล่ะ" มันพูดแล้วรีบวิ่งหนีผม

"มึงหยุดนะไอ้ขุน..ลบรูปเดี๋ยวนี้!" ผมวิ่งตามมันไป เราเดินเล่นกันสักพักก่อนจะไปที่อื่นต่อแล้วหาอะไรกินมื้อเย็นจากนั้นก็กลับห้องในตอนค่ำผมไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลยนอกจากมือถือกับกระเป๋าตังค์จึงต้องยืมชุดไอ้ขุนใส่ก่อนชั่วคราว

"โชว์เซ็กซี่หรอมึง" ผมเงยหน้ามองไอ้ขุนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำพร้อมเช็ดผมที่เปียกชุ่มไปด้วย

"โชว์บ้านมึงสิ..เสื้อมึงตัวใหญ่" ด้วยความที่เสื้อของไอ้ขุนมันตัวใหญ่เพราะตัวมันใหญ่ส่วนผมขนาดตัวไม่ถึงครึ่งตัวของมันเลยด้วยซ้ำทำให้คอเสื้อมันร่นลงมาที่ไหล่ผมพยายามดึงมันกลับหลายครั้งแล้วก็ยังร่นลงมาอีกก็เลยปล่อยไว้แบบนั้นแหละเพราะขี้เกียจดึงแล้ว

“คิดว่าอ่อยกูซะอีก” ไอ้ขุนพูดหยอก

“กูจะอวก”

“ชาตินี้มึงไม่มีเมียหรอกไอ้น้ำ..กูว่ามึงหาผัวเถอะว่ะ” ดูมันแช่งผมสิครับ

“ปากหมาจังวะ..มึงอย่ามาดูถูกกูนะเว้ย”

“มึงก็ได้ยินที่ผู้หญิงพูดกับมึงนิ..มึงรู้ตัวหรือเปล่าว่ามึงสวยมากกว่าหล่อน่ะ กูว่ามึงหาผัวรวยเถอะจะได้ไม่ต้องทำงานให้ลำบาก” คำพูดของไอ้ขุนทำให้ในหัวผมผุดหน้าของคนคนหนึ่งขึ้นมาพลางคิดว่าป่านนี้มันจะกินอะไรยังวะแต่ผมจะไปเป็นห่วงมันทำไมกันหาอะไรกินเองไม่ได้ก็อดตายไปเลยสิ

“กูจะหาเงินใช้เอง” ผมพูด

“ก็แล้วแต่มึงแล้วกัน..กูอุตส่าห์หาวิธีง่ายๆให้มึงแล้วนะไอ้มินหรือว่ามึงจะแอบมีแล้วไม่บอกกูวะ?” ไอ้ขุนทำหน้าจับผิดผม

“ถ้ามีคนเลี้ยงแล้วกูคงไม่ต้องออกไปหาเงินเองหรอกมั่งไอ้เพื่อนเวร”

“ก็แล้วไป..อย่าให้กูรู้ก็แล้วกัน”

วันต่อมา..

ผมกลับหอตัวเองในช่วงบ่ายของวันหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จไอ้ขุนก็พาผมไปแว้นจากนั้นก็มาส่งผมที่หอในช่วงบ่ายผมเดินขึ้นหอพลางมองสำรวจชั้นอื่นๆสังเกตเห็นมีเด็กเริ่มขนของเข้าหอเพราะพรุ่งนี้เปิดเรียนวันแรกแล้วส่วนใหญ่รู้สึกว่าก่อนหน้านี้มีแต่น้องปี1นะเพราะต้องมาปรับพื้นฐานก่อนเรียนประมาณสัปดาห์ก่อนแล้วสัปดาห์นี้ก็หยุดเพื่อให้รุ่นน้องได้พักผ่อนก่อนเรียนบางคนก็กลับบ้านบางคนก็รอเปิดเรียนเลย

ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องเจอไอ้เคนั่งก้มหน้าอยู่บนเตียงของมันพอได้ยินเสียงผมเปิดประตูผมก็เงยหน้าขึ้นมาเห็นสีหน้ามันแดงๆจากนั้นสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นเบียร์บนพื้นหลายขวด

"นี่มึงดื่มเหล้าในหอหรอวะ..มึงไม่เห็นป้ายห้ามหรอ เดี๋ยวก็โดนไล่ออกทั้งสองคนหรอก" เห็นขวดเหล้าที่วางอยู่บนพื้นห้องผมก็หงุดหงิดขึ้นมาทันทีเพราะกลัวจะเดือดร้อนไปกับมันด้วย

"พี่หายไปไหนมาทั้งคืน..ทำไมถึงเพิ่งกลับ" ไอ้เค รีบเดินมาจับข้อมือผมไว้แน่จนรู้สึกเจ็บ

"กูเจ็บ"

"ผมถามว่าพี่หายไปอยู่กับใครมา" มันถามด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ ผมไม่เคยเห็นมันมุมนี้ในตลอดสองวันที่รู้จักกัน

"กูไปอยู่กับเพื่อนกู..มึงปล่อยดิ กูเจ็บนะเว้ย" ผมพยายามเริ่มดึงมือตัวเองกลับแต่เหมือนเดิมมันไม่ยอมปล่อยผม

"เพื่อนผู้ชายหรือผู้หญิงครับ"

"ก็ต้องผู้ชายสิวะ..นี่มึงโมโหอะไรของมึง"

"เพื่อนหรือผัวพี่กันแน่ครับ" ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่มันกำลังทำ

"เค..พี่ว่ามึงเมาว่ะ มึงไปนอนพักก่อนเหอะแล้วค่อยคุยกัน" ผมพูดแล้วดึงมือตัวเองออกอีกครั้งแต่มันก็ยังไม่ยอมปล่อย

"มึงต้องการอะไรวะ!" ผมถามมันออกไปตรงๆเพราะหงุดหงิดที่มันไม่ยอมปล่อยสักที

"ผมถามว่าพี่ไปนอนกับผัวพี่มาใช่ไหมครับ" มันพูดเน้นทีละคำ

"กูเป็นผู้ชายกูจะมีผัวได้ยังไงวะ..กูว่ามึงเมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้วว่ะ" ผมผลักอกมันออก

"พี่รังเกียจผมมากเลยหรือครับ"

"เออ..กูรังเกียจมึงแล้วก็รำคาญมากด้วย ปล่อยกูได้แล้ว!" ผมตะคอกใส่มันด้วยความโมโหล้วนๆ

"ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้พี่รังเกียจผมมากกว่านี้เป็นร้อยเท่าอีกครับ"

พรึ่บ!

ไอ้เคเหวี่ยงผมให้ลงไปนอนบนเตียงของผมแล้วมันก็ถอดเสื้อของตัวเองออกลวกๆ

"มะ..มึงจะทำอะไรของมึงวะ กูไม่เล่นแบบนี้นะเว้ย"

"ไม่เล่นครับ..ผมจะเอาพี่จริงๆ"

"ไอ้เค..มึงอย่านะ! ห้องนี้มันไม่เก็บเสียงถ้ามึงทำแบบนั้นกับกูกูจะร้องไห้คนมาช่วย" ผมขู่มันแต่เรื่องที่บอกว่าห้องไม่เก็บเสียงคือความจริงแต่ไม่มีผลต่อคนนตรงหน้าไอ้เคมันยิ้มมุมปากอย่างน่ากลัว

"ก็ดีเหมือนกันถือโอกาสเปิดตัวไปเลย..คนอื่นจะได้ไม่กล้ามายุ่งกับพี่มิน"

"ไมได้นะ..มึงจะทำแบบนี้กับกูไม่ได้ " ผมจะลุกขึ้นแต่โดนไอ้เคผลักให้ลงไปนอนบนเตียงเหมือนเดิมตามด้วยตัวของมันมันยึดข้อมือของผมทั้งสองข้างให้อยู่เหนือหัวของผมเองทำให้ผมดิ้นหนีไปไหนไม่ได้

"ได้สิครับ..ถ้าผมอยากทำ พี่รู้ไหมว่าผมรู้สึกยังไงพี่หายไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นทั้งคืน เมื่อคืนผมนอนไม่หลับเลยรู้ไหม ผมนั่งรอพี่ทั้งคืนจนถึงตอนนี้ รู้ไหมว่าผมรู้สึกโดดเดี่ยวแค่ไหน"

"เราแค่รู้จักกันแค่สองวันเองนะ..มึงจะเกินไปหรือเปล่าวะ มึงเมามากนะเค มึงต้องพักผ่อนแล้วเราค่อยคุยกัน" ผมพยายามทำให้มันใจเย็น

"ผมรู้ตัวว่าผมกำลังทำอะไรและพูดอะไรออกมา..อยู่นิ่งๆนะครับจะได้ไม่เจ็บตัว" ไอ้เคยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นก่อนจะ..

จุ๊ป

จ๊วบๆๆ

ริมฝีปากหนาทาบทับลงมาที่ริมฝีปากของผมเกิดมาไม่เคยจูบกับใครเลยสักครั้งลิ้นร้อนถูกสอดเข้ามาเกี่ยวพันลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจผมพยายามสะบัดหน้าหนีแต่มันล็อกไว้แน่น เนื่องจากตัวเราทั้งสองแนบชิดกันมากทำให้ผมรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างของไอ้เคมันนูนออกมา

"อื้อ" ผมเริ่มหายใจไม่ออกจึงพยายามส่งสัญญาณให้มันรู้ว่ากูจะตายอยู่แล้วโว๊ย!เมื่อไหร่มึงจะเอาปากออกไปสักทีจะบอกว่าเคลิ้มก็เคลิ้มแหละแต่กูหายใจไม่ทันมากกว่า

"ไม่เคยจูบใครสินะครับ" มันผละริมฝีปากออกแล้วพูด

"ลุกไปได้แล้ว"

"หึหึ..พี่คิดว่าผมจะจบแค่จูบหรือครับ"

"ไอ้เค..กูไม่เอานะ กูขอโทษที่พูดกับมึงแบบนั้น" ผมยอมขอโทษมันเพื่อไม่ให้มันทำเรื่องแบบนั้นกับผม ดูจากสีหน้าแล้วตอนนี้มันดูน่ากลัวมาก ผมพยายามพูดดีๆกับมันไว้ก่อน

"พี่พูดไม่เพราะกับผม"

งับ!

"โอ๊ย! เจ็บนะ" มันกัดไหล่ผม

"พี่ใส่เสื้อผู้ชายคนอื่น..ยอมรับมาเถอะครับว่าพี่ไปนอนกับแฟนพี่มา" อะไรของมันนักหนาวะ!

"กูบอกแล้วไงว่าเพื่อน!"

งับ!

"โอ๊ย! อย่ากัด..ก็บอกว่าเจ็บไงวะ" มันกัดไหล่ผมอีกข้าง

"เรียกตัวเองว่าพี่เหมือนเดิมสิครับ"

"ไม่! มึงออกไปจากตัวกูเดี๋ยวนี้ไอ้เค ออกไปเดี๋ยวนี้ไอ้เด็กเชี่ย ไอ้เด็กนิสัยไม่ดี "

พรึ่บ!

"ไอ้เค! ทุเรศ" อยู่ดีๆมันก็จับผมพลักตัวให้นอนคว่ำจากนั้นจับขาของผมอ้าออกกว้างแล้วเอาเป้ามาถูๆไปตรงก้นของผม

"ไอ้เค! ไอ้โรคจิต ปล่อยกู"

"อ่าา~ อยากเข้าไปในตัวของพี่มินจังเลยครับ" มันขยับสะโพกเร็วขึ้น ตอนนี้ผมรู้สึกอายมาก

"ไอ้เค! ออกไปจากตัวกู ไอ้เชี่ย" ผมอายจนอยากซุกแผ่นดินหนี

"ถ้าพี่ร้องเสียงดังเดี๋ยวคนอื่นจะมาเจอพี่อยู่ในท่านี้นะครับ" มันกระซิบใกล้ใบหูพร้อมเลียมาที่หลังคอจนผมต้องหดคอหนี

"อือ~" ผมเอาหน้าซุกกับที่นอนเพราะถ้าเกิดมีคนเข้ามาเห็นจริงๆคงต้องโดนคนทั้งหอล้อมากกว่าช่วยแน่ๆเพราะที่นี่คือหอชายล้วน

"หึหึ" ไอ้เคมันดึงกางเกงผมลง

"ไอ้เค!" ผมดิ้น

"พี่ก็รู้ว่าห้ามผมไม่ได้..ผมแนะนำให้อยู่เฉยๆดีกว่านะครับผมจะได้ไม่โมโหกว่าเดิมแล้วจับพี่กระแทกแรงๆถ้าเป็นแบบนั้นพี่คงจะเจ็บมากเลยล่ะ"

"ขอร้องนะเค..อย่าทำพี่เลย" ผมพูดเสียงอ่อนลงเพราะมันคือวิธีเอาชีวิตรอดสุดท้ายเหมือนจะได้ผลครับมันหยุดดึงกางเกงผม

"แต่ของผมตื่นแล้วนะครับถ้าพี่ไม่อยากให้ผมทำแบบนั้น..ถ้าอย่างนั้นพี่ยอมใช้ปากให้ผมแทนไหมล่ะครับแล้วผมจะไม่ทำ" มันกระซิบพูดยื่นข้อเสนอ หยี๋~ใช้ปากให้ตรงส่วนนั้นของมันหรอแต่ถ้าไม่ทำมึงต้องโดนมันข่มขืนนะไอ้มิน

"ก็ได้" พูดออกไปแล้ว อยากตีปากตัวเองเหลือเกินไอ้มินเฮ้ย!

"หึหึ ลุกขึ้นมาครับ..มามะ " มันดึงผมขึ้นไปนั่งหันหน้าไปหามันจากนั้นมันก็ถอดกางเกงออกผมรีบหันหน้าหนีอย่างเร็ว ทำไมมันใหญ่ขนาดนั้นวะ

"หันมาสิครับ" ไอ้เคจับหน้าผมให้หันไปหามันก่อนจะจุ๊บปากผมหนึ่งที

"อะ..เอ่อ กูไม่เคยทำ" ใครมันจะทำเป็นวะและชีวิตนี้ก็ไม่เคยคาดฝันว่าจะต้องมาทำแบบนี้กับผู้ชายด้วยกันด้วย

"เดี๋ยวผมสอนเองครับ..อันดับแรกพี่ต้องจับเพื่อทำการคุ้นชินกับมันก่อนครับ" ไอ้เคพูดเหมือนมันเป็นแมวตัวน้อยน่ารัก

"....." ผมมองส่วนนั้นของไอ้เคมันช่างน่ากลัวผมเชื่อแล้วว่าของฝรั่งมันใหญ่จริง

"มาครับ" ไอ้เคจับมือผมให้ไปจับของมันเอง ไอ้เชี่ย! กูโคตรอาย

"ลูบสิครับ

--------ภาพตัดไปที่เพดาน----------

"หยี~ มึงเช็ดบนที่นอนด้วย กูจะไปอาบน้ำ" ผมรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำแล้วดูหน้าตัวเองในกระจกที่มีน้ำมันเต็มไปหมดจากนั่นก็หน้าแดงออกมาด้วยความอาย..

วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรกของชีวิตเด็กปีสองของผม ผมตื่นตั้งแต่เช้าเพราะตื่นเต้นไม่ได้เจอเพื่อนคนอื่นๆตั้งหลายเดือนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็มานั่งใส่ถุงเท้าบนเตียง

ฟอด~

"ตื่นแล้วทำไมไม่ปลุกผมล่ะครับที่รัก" ผมสะดุ้งยืนขึ้นทันทีเมื่อไอ้เคหอมแก้มผม

"มึงตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่วะ..อีกอย่างมึงอย่ามาเรียกกุว่าที่รักนะ"

"ตื่นตั้งแต่พี่ลุกจากที่นอนแล้วครับ" ไอ้เคยิ้มอย่างอารมณ์ดี

"ตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำเลยไป..วันนี้เปิดเรียนวันแรกนะเว้ย" ผมไล่มันให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ

"พี่มินรีบจังเลยครับ" ไอ้เคลุกขึ้นนั่ง

"เปิดเทอมวันแรกของปีสองก็เลยอยากไปเร็ว..ถ้ามึงไม่รีบก็นอนต่อกูจะลงไปหาอะไรกินก่อนเรียน" ผมจะเดินไปหยิบกระเป๋าแต่ไอ้เคก็ลุกขึ้นมาจากเตียงดึงมือผมได้

"ไปพร้อมกันสิครับ..พี่มินจะทิ้งผมอีกแล้วหรอ" มันทำหน้าน่าสงสาร

"ไม่ต้องมาทำหน้าน่าสงสารเลยนะ..มึงจำได้ไหมว่าเมื่อคืนมึงเมาแล้วทำอะไรไว้" ผมชี้หน้าด่ามัน

"จำได้ครับ..ปากพี่มินนิ่มมากเลย" ไอ้เคทำหน้าเจ้าเล่ห์

"ไอ้เค! มึงอย่าพูดเรื่องอีกนะ"

"พี่มินพูดขึ้นมาก่อนนะครับ..แสดงว่าพี่มินชอบสินะครับ"

"หยี มึงรีบลุกไปอาบน้ำเลยไปถ้าไม่ไปอีกกูจะไปก่อนไม่รอมึงแล้วนะ" ผมรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนวูบวาบ

"เวลาพี่โกรธแล้วน่ารักจังเลยครับ" ไอ้เคพูดก่อนจะรีบเข้าห้องน้ำไป

หาอะไรกินเสร็จไอ้เคก็มาส่งผมที่ตึกเรียนผมรู้สึกอายมากเพราะมีแต่คนหันมามองรถของมันที่เด่นมาจากไกลอยู่แล้วตลอดทาง

"ทำไมพี่มินทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ?" ไอ้เคหันหน้ามาถามผม

"กูไม่ชอบเป็นจุดเด่น"

"มันดีไม่ใช่หรือครับที่มีคนสนใจเรา"

"สำหรับกูมันไม่ดี..กูไม่ชอบเป็นจุดเด่น กูชอบชีวิตเรียบๆไม่มีใครมาสนใจ จะทำอะไรก็ได้โดยไม่มีใครมาสนใจ"

"ต่อไปนี้ผมต้องศึกษาเรื่องพี่มินให้มากกว่านี้..ถ้าอย่างนั้นผมจะซื้อรถรุ่นธรรมดาขับมาส่งพี่มินนะครับ"

"คนรวยอย่างมึงนี่นึกอยากได้อะไรก็ซื้อกันง่ายๆเลยนะ" แตกต่างจากผมที่อยากได้อะไรก็ต้องคิดแล้วคิดอีกหลายรอบ

"ผมทำงานเพื่อเอาเงินมาใช้ซื้อของที่อยากได้นี่ครับ"

"อยากรู้จริงว่างานถ่ายแบบของมึงได้งานละเท่าไหร่วะ" ผมถามมันด้วยความอยากรู้

"แล้วแต่งานครับ..ผมเริ่มต้นที่5แสนแต่ส่วนใหญ่เขาจะให้มากกว่านี้ครับ" ไอ้เคพูดออกมาแบบชิวๆมันไม่ได้พูดอวดแต่พูดแบบธรรมดาเหมือนค่าตัวของมันปกติเท่าคนอื่น

"เริ่มต้น5แสน!..นี่มึงถ่ายแบบหรือขายตัวกันแน่วะ" ผมตกใจกับรายได้ต่องานของมัน

"ผมไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกครับแต่ถ้าเป็นพี่มินผมยอมนะครับ..ผมจะดูแลพี่มินให้ถึงใจเลย" ไอ้เคทำหน้าเจ้าเล่ห์

"กูคงไม่มีปัญญาซื้อตัวมึงหรอก"

"ผมสมยอมตกเป็นของพี่มินเองครับ..ว่าแต่เมื่อคืนขมไปสินะครับเพราะผมดื่มเยอะไปหน่อย ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมจะกินสับปะรดให้เยอะๆนะครับจะได้หวาน..คืนนี้ผมขอแก้ตัวใหม่" มันพูดออกมาแบบเป็นเรื่องปกติ

"ไอ้เค..กูบอกว่าอย่าพูดถึงเรื่องเมื่อคืนอีกไงแล้วอีกอย่างเรื่องแบบนั้นมันจะไม่เกิดขึ้นอีก" ใช่! มินมึงต้องไม่ให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด

"ถ้าพี่ไม่ยอมผมจะข่มขืนพี่อยู่ดีครับและถ้าพี่คิดหนีผมจะข่มขืนพี่แบบซาดิสม์ไปเลยครับ"

"มึงมันโรคจิต!" ผมด่ามัน

"ครับ" มันไม่ปฏิเสธด้วย หงุดหงิดชะมัด!

มันมาส่งผมที่ตึกเรียนจากนั้นมันก็ขับรถออกไปตึกของตัวเองบ้าง ผมรีบวิ่งขึ้นลิฟต์เพราะอายคนที่มองมาตอนผมลงจากรถของไอ้เค

"ไอ้มิน! " เสียงไอ้ขุนโบกมือเรียกผมเมื่อผมเดินเข้ามาในห้องเรียนขนาดกว้างใหญ่ ผมเดินไปที่เพื่อน

"กูว่ากูก็มาเร็วแล้วนะ..พวกมึงมาเร็วกว่ากูอีก" ผมพูดกับเพื่อนๆ แก๊งผมมีผม ไอ้ขุน ไอ้กล้าและไอ้จอมทัพ

"กูขยันไงเพื่อนรัก"

การเรียนวันแรกของปีสองผ่านไปได้ด้วยดีผมกลับหอโดยซ้อนไอ้ขุนกลับมาเหมือนทุกครั้ง

"ขอบใจนะมึง..ขับรถดีๆล่ะเจอกันพรุ่งนี้" ผมโบกมือลาไอ้ขุนจากนั้นก็ขับออกไป

พรึ่บ!

"ไอ้นั่นมันเป็นใครครับ!"

"อะไรของมึง กูตกใจหมดแล้วบีบมือกูแรงทำไมเนี่ย" ไอ้เคเดินมากระชากข้อมือผมด้วยสีหน้าโมโห

"ผมถามว่าไอ้คนเมื่อกี้มันเป็นใครครับ?"

"เพื่อนกูสิวะ..มึงโมโหที่เพื่อนกูมาส่งหรอวะ"

"แน่ใจนะครับว่าแค่เพื่อน"

"เออ..กูก็รู้จักแค่เพื่อนกูเท่านั้นแหละ" ผมยังมีสายรหัสแต่ก็ไม่ได้สนิทเท่าไหร่ ไอ้เคยอมกลายมือออกจากข้อมือผม

"ต่อไปนี้เลิกเรียนแล้วบอกผมนะครับ..ผมโทรไปหาพี่หลายรอบแล้วแต่พี่ไม่ยอมรับสาย"

"อ๋อ..เบอร์มึงเองหรอโทษทีว่ะมือถือกูค้าง ตอนมึงโทรมาได้ยินแค่เสียงแต่หน้าจอไม่ขึ้นอะไรเลย กูก็เลยปิดเครื่องแล้วก็ลืมเปิด" มือถือของผมมันแก่มากแล้วครับ ใช้มาตั้งแต่มอปลายแล้ว

"ขอดูมือถือพี่หน่อยครับ" ไอ้เคยื่นมือมาตรงหน้าผม ผมจึงล้วงออกมาให้มันดูสภาพมือถือของผม ผมรับไปดูสักพักก่อนจะดึงมือผมให้เดินตามมันไปที่รถก่อนจะขับออกไปไหนก็ไม่รู้

"มึงจะพากูไปไหน?" ผมถามมัน

"เดี๋ยวก็รู้เองครับ" มันพูดทิ้งไว้แค่นั้นจากนั้นขับรถต่อจนมาถึงห้างแห่งหนึ่งที่ไม่ใช่ห้างที่มาวันนั้น มันลงจากรถผมจึงลงตามมันไปแล้วมันก็พาผมมา..

"เอารุ่นใหม่ล่าสุดครับ" มันพูดบอกกับพนักงานที่เดินเข้ามาต้อนรับ สรุปคือมันพาผมมาซื้อมือถือเครื่องใหม่

"แนะนำรุ่นนี้เลยนะครับ เครื่องนี้..."

"เอาอันนี้แหละครับ..จ่ายบัตรเครดิต" ยังไม่ทันที่พนักงานจะได้อธิบายอะไรมันก็พูดตัดบทซะก่อน

"ได้เลยครับ..เชิญด้านนี้เลยครับ" พนักงานนี่ยิ้มร่าเลยครับ

หลังจากซื้อมือถือเรียบร้อยแล้วเราก็เดินหาร้านอาหารเย็นกันต่อ

"เดี๋ยว! มึงจะทำอะไรน่ะ?" ผมถามไอ้เคที่กำลังจะโยนมือถือเครื่องเก่าของผมทิ้งถังขยะ

"ทิ้งไงครับ..พี่มินได้เครื่องใหม่แล้วเครื่องนี้ก็ไม่จำเป็นแล้ว"

"กูขอเก็บไว้เป็นที่ระลึก" ผมแย่งมือถือเครื่องเก่ามาถือไว้เอง

"พี่นี่ขี้เสียดายของจังเลยนะครับ"

"เออน่า..แต่มึงไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องแพงขนาดนี้ให้กูก็ได้นะ ตั้งครึ่งแสนกูไม่กล้าใช้เลยว่ะกลัวหาย"

"ถ้าหายก็ซื้อใหม่อีกสิครับ"

ระหว่างกินอาหารเย็นที่ไอ้เคเป็นคนเลี้ยงอีกเช่นเคยผมก็ดันไปสะดุดตากับผู้หญิงที่ผมเคยไปจีบแล้วเธอก็ปฏิเสธผมแบบไม่มีเยื่อใยเดินเข้ามาในร้านกับกลุ่มเพื่อนของเธอผมรีบหลบเพื่อไม่ให้พวกเธอสังเกตเห็น

"เป็นอะไรหรือครับ?" ไอ้เคที่เห็นว่าผมมีทีท่าผิดปกติเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

"เปล่า" ผมพูดกับมันแต่หันไปมองกลุ่มผู้หญิงที่พนักงานเดินนำมาทางผม

"พี่มองใครหรือครับ?" ไอ้เคมันถามเป็นจังหวะเดียวกับพี่กลุ่มผู้หญิงเดินมาใกล้ถึงโต๊ะเราพอดี

' แก นั่นมันคนที่มาจีบแกวันนั้นนิ'

' มีปัญญามากินร้านหรูแบบนี้ด้วยหรอวะ'

'มันมากับใครวะโคตรหล่อเลย'

ผมทำเป็นก้มหน้ากินอาหารแบบไม่สนใจสายตาของพวกเธอที่มองมาแล้วซุบซิบพูดถึงผมจนพวกเธอเดินผ่านไป

"พี่มินน่าจะเลือกจีบผู้หญิงที่ดีกว่านี้นะครับ" ไอ้เคมันพูดกับผม

"ก็ตอนนั้นกูชอบเขานี่วะ" ใช่ครับ ตอนนั้นแค่อารมณ์ชั่ววูบ

"แสดงว่าตอนนี้ไม่คิดอะไรแล้วใช่ไหมครับ?" ไอ้เคถามผม

"อืม"

"ดีแล้วครับ..พี่มินจะได้มีใจให้ผมเร็วๆเพราะพี่ไม่มีใครในใจแล้ว" มันพูดแล้วกินต่ออย่างอารมณ์ดี

"กูไม่หวั่นไหวกับมึงง่ายๆหรอก" ผมพูดแล้วกินต่อเหมือนกัน

เรากินเสร็จไอ้เคก็ไปเลือกซื้อของอีกนิดหน่อยแล้วลงมาชั้นที่จอดรถ ผมกำลังจะเปิดประตูแต่สายตาดันไปสะดุดพวกผู้หญิงกลุ่มนั้นอีกครั้งที่เพิ่งเดินออกมาจากด้านในพวกเธอดูตกใจที่ผมมากับรถคันนี้ล่ะมั่ง

' แกนี่รถคันที่เขาพูดถึงกันวันนี้นี่วะ'

' อ่๋อ ฉันจำได้แล้วคนหล่อเมื่อกี้คือเจ้าของรถนิแล้วมาคบกับมันได้ยัง'

ผมทำเป็นไม่ได้ยินก่อนจะเข้าไปนั่งในรถจากนั้นไอ้เคก็ขับออกมาจากห้างดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ยินที่พวกผู้หญิงพวกนั้นพูดเมื่อนะ

"อย่าไปสนใจเลยครับ..ผู้หญิงแบบนี้ผมเคยเจอบ่อย" ผมหันไปมองมัน

"เมื่อกี้มึงได้ยินด้วยหรอ"

"ครับ"

"แล้วรวยๆแบบมึงเคยเจอแบบนี้ด้วยหรอวะ?"

"ไม่ใช่ผมหรอกครับ..แค่เคยเห็นน่ะ"

"อ๋อ..แล้ววันนี้เปิดเทอมวันแรกของการเรียนที่ประเทศไทยแถมของการเรียนมหาลัยด้วยเป็นยังไงบ้างวะ?" ผมเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่อยากให้ตัวเองคิดมาก

"ไม่ต่างกับนี่โน่นเท่าไหร่ครับเพราะผมเรียนเรียนแบบอินเตอร์เพื่อนในคลาสส่วนใหญ่ก็เป็นต่างชาติกับลูกครึ่งก็เลยเข้ากันได้ดี "

"มึงน่าจะเข้ากับคนง่ายด้วยแหละพูดมากขนาดนี้" ผมพูดเล่นๆกับมัน

"แต่ผมอยากเข้ากับพี่มินมากกว่า" กึก!

"ไอ้เค! "

"อะไรครับ..พี่มินกำลังคิดอะไรอยู่ ผมหมายถึงความสนิทนะครับ"

"มึงนี่มันร้ายจริงๆเลยนะ" ผมด่ามัน

"ผมเป็นเด็กดีจะตายครับ" ดีกับผีน่ะสิ! มึงจะข่มขืนกูอยู่เมื่อวาน

"หลังครบ3เดือนตามที่แด๊ดมึงบังคับมึงจะย้ายหอไหมวะ?"

"ถ้าผมย้ายออกมาอยู่ข้างนอกพี่มินจะมาอยู่กับผมไหมล่ะครับ"

"แล้วทำไมกูต้องมาอยู่กับมึงด้วย"

"ก็ถึงตอนนั้นพี่มินก็คงตกเป็นเมียผมแล้ว..ผมก็ต้องพาเมียมาอยู่ด้วยสิครับผมไม่ยอมปล่อยให้เมียของผมลำบากหรอกครับ " ไอ้นี่มันเก่งเรื่องคิดเองเออเองจริงๆ คิดหรือว่าผมจะยอมเป็นเมียของมัน

"มั่นใจซะเหลือเกินนะว่ากูจะยอมเป็นเมียมึงน่ะ"

"ครับ"

เรากลับมาถึงหอในช่วงค่ำถึงห้องผมก็รีบเข้าไปอาบน้ำเพราะรู้สึกเหนียวตัวมาทั้งวันแล้วผมเปลี่ยนเป็นเอาเสื้อผ้ามาใส่ในห้องน้ำแล้วครับเพราะกลัวมันจะลวมลามอีก

ผมเดินออกมาจากห้องน้ำเจอไอ้เคกำลังเล่นมือถือเครื่องใหม่ที่มันซื้อให้อยู่บนเตียงที่มันเลื่อนให้ติดกันเป็นเตียงเดียว

"ทำอะไรวะ?" ผมเดินเช็ดผมมาหามันที่เตียง

"เมมเบอร์ของผมใส่ในเครื่องพี่มินครับ..ต่อไปนี้รับสายผมทุกครั้งนะครับ" มันยื่นมือถือให้ผม

"เออ..จะพยายามถ้ากูว่าง ปกติกูไม่ค่อยเล่นมือถือระหว่างเรียนว่ะ"

ฟอด~

"ตัวหอมจังครับ" มันดึงเอวผมให้เข้าใกล้แล้วซุกหน้าเข้ามาที่หน้าท้องของผม

"มึงก็ไปอาบน้ำสิวะจะได้ตัวหอมมั่ง" ผมดันหน้ามันออก

"อยากอยู่แบบนี้นานๆจังเลยครับ"

"ไอ้เค! ลุกขึ้นไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้" ผมไล่มันไปอาบน้ำเพราะรู้สึกเขินที่มันทำแบบนี้ ผู้ชายอะไรวะกอดเอวกัน

"จูบก่อนสิครับ"

"จูบอะไรของมึง..น้ำก็ยังไม่อาบ ไปอาบน้ำเลยไป"

"ถ้าผมอาบน้ำแล้วพี่จะให้จูบสินะครับ..ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะรีบไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลยครับ" มันพูดแล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปโดยไม่ฟังผมเลย มันคิดเองเออเองอีกแล้ว

ผมขี้เกียจเช็ดผมก็เลยเอาไดร์เป่าผมมาเป่าแทนจะได้แห้งเร็วๆ

ฟอด~

"เฮ้ย! ไอ้เค..กูตกใจหมด" เสียงของไดร์เป่าผมทำให้ไม่ได้ยินมันว่าออกมาจากห้องน้ำตั้งแต่เมื่อไหร่

"เป่าผมให้ผมด้วยสิครับ" ผมสังเกตเห็นมันใส่ผ้าขนหนูพันช่วงล่างผืนเดียว

"มึงไปใส่เสื้อผ้าก่อนไป"

"เป่าผมเสร็จค่อยใส่ก็ได้นี่ครับ..มันก็เหมือนกันแหละ"

"ไปใส่เสื้อผ้า"

"ไม่ครับ"

"ทำไมมึงดื้อจังวะ"

"เป่าผมให้ก่อนสิครับ"

"มึงต้องเช็ดผมให้แห้งกว่านี้ก่อน"

"โอเคครับ"

พรึ่บ!

"ไอ้เชี่ยเค! มึงเอาผ้าขนหนูออกทำไม" ผมรีบหันไปอีกทางเพราะไอ้เคมันดึงผ้าขนหนูออกแล้ว

"ผมจะเอามาเช็ดผมให้แห้งกว่านี้ไงครับ" ผมรู้ว่ามันไม่ใช่คนซื่อบื่อแต่มันกำลังแกล้งผม

"มึงไปผ้าผืนอื่นสิวะ..สกปรก"

"สกปรกตรงไหนครับ..เมื่อวานพี่อมแล้วไม่เห็นเป็นอะไรเลย"

"หยี~ไอ้เค..พูดอะไรของมึงวะขยับออกไปเลยไป!" ผมขยับหนีมันเองแต่มันรวบเอวผมให้เข้าไปหามัน

"หันมามองกันหน่อยสิครับ"

"มึงไปใส่เสื้อผ้าก่อนไป!" ผมเอามือปิดตาตัวเองไว้

"อายอะไรครับผู้ชายเหมือนกัน"

"มึงไปใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้เค!" ผมใช้เท้าถีบมันทั้งที่ยังเอามือปิดตาตัวเองอยู่

"ถ้าพี่ไม่เอามือออกผมจะถอดกางเกงพี่ออกนะครับ" มันลูบไล้ไปที่ขาอ่อนเพราะผมใส่กางเกงขาสั้นผมจึงยอมเอามือออกแล้วมองหน้ามัน

"ไปใส่เสื้อผ้าดิวะ"

"จูบก่อนสิครับแล้วผมจะไปใส่เสื้อผ้า" มันยื่นข้อสนอ

"มึงอย่ามาทำเจ้าเล่ห์..เรื่องอะไรกูจะให้มึงจูบวะ"

พรึ่บ!

"ไอ้เค! มึงเล่นแบบนี้อีกแล้วนะ" มันดันผมให้นอนหงายแล้วรวบมือผมไว้เหนือหัวเหมือนกับเมื่อวาน

"ของผมตื่นอีกแล้วครับ"

"มึงก็ไปช่วยตัวเองในห้องน้ำสิ..กูไม่ทำให้แล้ว"

"ช่วยผมหน่อยนะครับ คืนนี้หวานนะ" มาวงมาหวานอะไรกันฟะ! กูไม่ได้หมายถึงเรื่องรสชาติสักหน่อยโว๊ย!

"เรื่องของมึงสิ..กูจะนอนแล้ว"

"ถ้าพี่อยากนอนก็นอนเลยครับแต่ผมไม่รับรองว่าตื่นมาพี่จะบริสุทธิ์เหมือนเดิมหรือเปล่าเพราะของผมไม่มีทีท่าว่าจะสงบ หึหึ" ไอ้เคหัวเราะร้าย

"ไอ้เค!"

"ครับ"

"มึงเห็นว่าตัวใหญ่กว่าแล้วจะบังคับให้กูทำอะไรก็ได้หรอวะ..กูรุ่นพี่มึงนะ!" ผมตะคอกใส่มัน

ก๊อกๆๆๆ

เราสองคนหันไปมองที่ประตู

"ไปใส่เสื้อผ้า กูไปเปิดเอง" ไอ้เคยอมปล่อยผมจากนั้นก็เดินไปหาเสื้อผ้าใส่ส่วนผมเดินไปดูว่าใครมาเคาะประตู

แกร๊ก

"เอ่อ..มีอะไรหรือครับ?" ผมเปิดประตูเจอผู้ชายคนหนึ่งยืนทำหน้าหงุดหงิดอยู่หน้าห้องแต่พอเห็นหน้าผมเขาก็ทำหน้าดีขึ้นทันที

"เอ่อ..ผมอยู่ห้องข้างๆคือคุณตัวเล็กช่วยเบาเสียงหน่อยนะครับ พอดีเสียงมันดังไปถึงห้องผมน่ะครับ" ตัวผมเล็กขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย

"ต้องขอโทษด้วยนะครับ..ผมจะเบาเสียงลงนะครับ" ผมก้มหัวพูดขอโทษเขา

"ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ครับ..ผมชื่อ'สิงหา'หรือเรียกสั้นๆว่า'สิง'ก็ได้ครับแล้วคุณตัวเล็กชื่ออะไรหรือครับ?" สิงหาแนะนำตัว

"ชื่อมินครับ..ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ มีอะไรก็มาบอกได้ตลอดนะครับ"

"ครับ..ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับมิน"

สิงหาเดินกลับไปห้องของตัวเองที่อยู่ติดกับห้องของผมผมจึงปิดประตูแล้วหันไปมองไอ้เคที่นอนแผ่อยู่บนที่นอนโดยมีแก่นกายใหญ่ที่ชูชันเด่นสง่า

"เชี่ย!ไอ้เค ทำไมมึงยังไม่ใส่เสื้อผ้าอีกหะ" ผมพยายามพูดด่ามันเสียงเบาลงเพราะเกรงใจข้างห้องกลัวเขาจะมาอีกรอบ

"ใครมาหรือครับ?" มันทำเป็นไม่สนใจที่ผมพูด

"ข้างห้องเขามาบอกว่าเสียงดัง..เพราะมึงนั่นแหละหัดทำตัวให้มันดีๆหน่อย" ผมเดินไปหยิบเสื้อผ้าจากตู้ของมันออกมาชุดแบบสุ่มๆแล้วโยนใส่มันที่นอนอยู่บนเตียง

"ช่วยผมหน่อยสิครับ..อยู่แบบนี้มันทรมานนะ" ไอ้เคมองผมด้วยแววตาอ้อนวอน

"ไปช่วยตัวเองในห้องน้ำสิวะ..กูไม่อยากเถียงกับมึงแล้วนะไอ้เค มึงอย่าดื้อให้มันมากนะเกิดมากูไม่เคยเจอเด็กคนไหนดื้อเท่ามึงเลยนะ" ผมด่ามันชุดใหญ่

"ผมจะนอนอยู่แบบนี้จนกว่าพี่มินจะทำให้ผม" แล้วมันก็อ้าแขนออกกว้างตอนนี้ก็คือตัวมันนอนเต็มที่นอนเลยครับขนาดเอาสองเตียงมาชนกันแล้วยังดูเล็กเลยครับ เด็กอะไรตัวเท่ายักษ์!

"มึงจะเอายังไง ไอ้เค" ผมยืนมือเท้าสะเอวจ้องหน้ามันด้วยความหงุดหงิด

"จะเอาพี่มินครับ" ผมนึกอะไรขึ้นมาได้

"ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ป่ะ..ถ้ามึงเป็นเด็กดีเชื่อฟังกูเป็นเวลาหนึ่งเดือน.."

"พี่มินจะให้ผมเอาหรือครับ?"

"เออ"

"มันนานเกินไปครับ..ผมอยากเอาตอนนี้เลย มาเถอะครับมาเอากันนะ" ไอ้เด็กเวร! ไอ้เคมันใช้มือชักรูดแก่นกายของมัน

"ไอ้เค..ถ้าจะทำมึงไปทำในห้องน้ำเลยนะ"

พรึ่บ!

"เฮ้ย!" ผมจะเดินไปไล่มันให้ไปทำในห้องน้ำแต่ก็พลาดท่าให้กับมันไอ้เคดึงแขนผมให้ลงไปนอนคร่อมตัวมัน

"ทำให้ผมหน่อยสิครับพี่มิน"

"มึงจะให้กูใช้ปากให้หรือเอากู มึงเลือกเอา" ผมลองยื่นข้อเสนอกับมันอีกครั้ง

"ถ้าพี่โกหกผมล่ะครับ"

"ถ้ามึงทำได้กูก็จะให้มึงทำ" ผมทำหน้าใช้ความคิดก่อนจะเลื่อนมือมาจับก้นผม

"ถ้าผมทำได้พี่มินให้ผมเอาของผมเข้าไปในก้นของพี่มินตรงนี้นะครับ"

กึก!

"ไอ้เชี่ยเค!"

อุ๊บ! ผมรีบเอามือปิดปากเพราะกลัวข้างห้องมาด่า อยู่ดีๆไอ้เด็กเวรนี่มันก็เอานิ้วจิ้มเข้าไปที่ช่องทางด้านหลังผมผ่านเนื้อผ้า ผมรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากตัวมันอย่างเร็วด้วยความตกใจ

"มึงทำอะไรของมึงวะ..ทุเรศ!" ผมด่ามันแบบเสียงไม่ดังมากนักเพราะกลัวข้างห้องมาด่า

"ตกลงโอเคไหมครับ..พี่ต้องให้ผมเอาตรงนั้นนะ"

"แต่มึงต้องสัญญาว่าจะทำตามที่กูสั่งทุกอย่างก่อนนะ..ห้ามดื้อ กูพูดอะไรต้องฟัง" ผมพยายามทำใจให้เย็นลงแล้วพูดข้อตกลงกับมันอย่างมีสติ

"ได้ครับแต่ถ้าบางเรื่องมันเกินไปผมก็ไม่ขอทำตามนะครับอย่างเช่นแยกกันนอนหรือพี่มินไปนอนที่อื่น..พี่มินต้องให้ผมนอนกอดทุกคืนเหมือนเดิม

"ตกลง"

ตลอดเดือนนี้มึงโดนแน่ไอ้เคกูจะเอาคืนมึง!

วันต่อมา..

 

"ไอ้เค!มึงแต่งตัวเสร็จยัง?" ผมที่กำลังจะใส่ถุงเท้านึกอะไรถึงได้

"เหลือแค่ใส่ถุงเท้าครับ..พี่มินหิวแล้วหรือครับ?" ไอ้เคที่จัดผมเพิ่งเสร็จเดินมาหาผมที่เตียง

"อะ..ใส่ให้หน่อยสิ" ผมยื่นถุงเท้าส่งให้มันใส่ให้ นี่คือการแกล้งมันขั้นแรก หึหึ

"ได้ครับ" ไอ้เคมันรับถุงเท้าไปแล้วนั่งคุกเข่าตรงหน้าผมแล้วใส่ถุงเท้าให้ผมด้วยท่าทีปกติไม่มีท่าทางว่าหงุดหงิดเลยสักนิด

"วันนี้พี่เลิกกี่โมงครับผมจะไปรับเอง" มันเงยขึ้นมาถามผม

"บ่ายสาม"

"รอผมที่ตึกเรียนนะครับ"

"กูไม่แน่ใจว่าจะไปไหนกับเพื่อนต่อหรือเปล่า"

"ผมขอไปด้วยสิครับ"

"มึงไม่มีเพื่อนคบหรือไง..ตามแต่กู"

"ผมอยากอยู่กับพี่มากกว่า"

"กูไม่ให้ไป..มึงสัญญาแล้วว่าจะไม่ดื้อเพราะฉะนั้นมึงห้ามไปกับกู" ผมออกคำสั่งกับมัน

"แล้วพี่มินจะกลับเมื่อไหร่ครับ?"

"ไม่แน่นอน..กูก็เที่ยวกับเพื่อนมันไม่มีเวลาแน่นอนหรอกว่ะ"

"อย่าดึกนะครับ"

"กูหิวแล้วไปใส่ถุงเท้า..กูจะไปหาอะไรกิน"

ผมเลิกเรียนบ่ายสามกว่าเพราะอาจารย์ปล่อยเช้าวันนี้ผมกับเพื่อนนัดกันไปดูหนังเรื่องเพิ่งเข้าโรงตอนแรกก็ไม่อยากไปหรอกครับเพราะอยากประหยัดเงินแต่ไอ้ขุนมันบอกว่าเลี้ยงผมก็เลยยอมไป พวกเรามาด้วยรถไอ้จอมทัพเพราะมันเอารถยนต์มาถึงโรงหนังก็ไอ้ขุนก็ไปซื้อตั๋วหนังเนื่องจากวันนี้เป็นวันที่หนังเรื่องที่จะดูเข้าโรงวันแรกทำให้คนล้นโรงหนังเลยครับเราได้รอบ 6 โมงครึ่ง

"ไปหาอะไรทำฆ่าเวลากันดีกว่าว่ะ" ไอ้กล้าชวน

"เอออีกตั้งหลายชั่วโมง..ทำไรกันดีวะ" ไอ้จอมทัพพูด

"หาไรแดกสิวะ..กูหิว กูเลี้ยงเอง" ไอ้ขุนพูด

"ป๋าขุนว่ะ..รออะไรวะไปดิกูชอบของฟรีอยู่แล้ว" พวกเพื่อนของผมรีบเดินไปมีผมเดินตามไปคนสุดท้ายแต่ก่อนที่จะเดินตามเพื่อนไปผมรู้สึกเหมือนมีใครจ้องผมอยู่แต่พอหันไปมองรอบๆเจอคนหน้าโรงหนังมากมายผมจึงไม่สนใจเพราะคงคิดไปเองแล้วเดินตามเพื่อนไป

ถึงเวลาเข้าโรงหนังเรากำลังหาที่นั่งของตัวเองไอ้ขุนมันเลือกที่นั่งแถวตรงกลางจะได้เห็นหน้าจอชัดๆ ซ้ายสุดเป็นไอ้กล้า ไอ้จอมทัพ ไอ้ขุนและคนนั่งขวาสุดคือผม คนเริ่มเข้ามานั่งจนเกือบเต็มโรงแล้วผมรู้สึกว่ามีคนมานั่งที่นั่งข้างผมแต่ผมไม่ได้สนใจกินป๊อปคอร์นอย่างอารมณ์ดีเงียบๆคนเดียว

"ป้อนกูหน่อยดิ" ไอ้ขุนหันมาพูดกับผม ผมจึงหยิบป๊อปคอร์นยัดใส่ปากมัน

หนังเริ่มฉายไปสักพักผมเริ่มเมื่อยเพราะนั่งท่าเดิมนานจึงขยับตัวไปด้านขวานิดหน่อยเพื่อคลายกล้ามเนื้อ

"หนาวจังเลยครับ"

พรึ่บ!

"เป็นอะไรไอ้มิน" ไอ้ขุนถามผมเสียงไม่ดังมากนัก

"เปล่า..กูเมื่อยน่ะ" ผมตอบไอ้ขุนกลับไปแล้วหันไปมองคนที่นั่งข้างผมอีกฝั่ง มันยิ้มส่งมาให้

"มึงมาได้ไงวะ?" ผมกระซิบถามไอ้เค

"ขับรถมาครับ"

"กูหมายถึงทำไมมึงถึงบังเอิญมานั่งข้างกูได้วะ?" ผมกัดฟันถาม

"ผมซื้อตั๋วครับ" เออ!กูรู้ว่ามึงซื้อตั๋วเข้ามาแต่ที่กูไม่เข้าใจคือมันบังเอิญขนาดนั้นเลยหรอวะที่มานั่งติดกัน

"กูไม่อยากคุยกับมึงแล้ว" ผมหันไปดูหนังต่อ

ฟึ่บ~

"ไอ้เค"

"ครับ?"

"ปล่อยมือจากมือกู" มันจับมือผม

"หนาวครับ" หนาวแล้วมึงเข้ามาทำไมวะ!

"อึ๊ย!" ผมปล่อยให้มันจับมืออยู่แบบนั้นแล้วหันไปสนใจหนังต่อ

กึดๆ

"อะไรอีก?" ผมหันไปหามันที่เอานิ้วมาเขี่ยแก้มของผม

"ไปเพื่อนเข้าห้องน้ำหน่อยสิครับ"

"ไปเองสิวะ" อยากเข้าห้องน้ำแล้วเกี่ยวอะไรกับกูวะ!

พรึ่บ!

"ฮึก"

"เป็นอะไรไอ้มิน?" ไอ้ขุนหันมาถามผมอีกรอบ

"เมื่อยขา" ไอ้ขุนหันกลับไปดูหนังต่อ

"ไอ้เค..เอามือมึงออกไป" ผมกัดฟันพูดกับมันเบาๆไม่ให้ใครได้ยิน ไอ้เคมันเล่นตะปบฝ่ามือเข้ามาที่เป้ากางเกงของผม -////- แล้วบีบคลำจนของผมเริ่มตื่นตัวผมพยายามดึงมือมันออกแล้วทำเป็นนั่งหันหลังให้ไอ้ขุนนิดหน่อยเพื่อไม่ให้มันสงสัย

"อือ~" ผมพยายามเอามือมันออกแต่ไอ้เด็กเลวอย่างไอ้เคมีหรอที่มันจะยอมหยุด มันล้วงมือเข้าไปในกางเกงนักศึกษาของผมบังเอิญผมผอมลงกางเกงมันก็เลยหลวมทำให้มันสามารถล้วงมือเข้าไปได้ ไอ้เคมันบีบคลำแก่นกายของผมอย่างสนุกมือแถมยังนั่งมองไปที่ด้านหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกด้วยแต่มือมึงน่ะทำกูลำบาก ผมพยายามกลั้นเสียงครางของตัวเอง

"จะไปห้องน้ำเป็นเพื่อนผมได้ยังครับ?" มันกระซิบถามผม

"อะ..ไอ้ขุนกูไปห้องน้ำก่อนนะ"

"เคๆ" ไอ้ขุนพยักหน้าแต่ไม่ได้หันมามองผม ไอ้เคเอามือออกจากนั้นผมก็ลุกขึ้นเดินออกมาก่อน ผมรีบเดินตรงไปห้องน้ำเพื่อจะไปปลดปล่อยเนื่องจากผมไม่ได้ปลดปล่อยด้วยมือตัวเองหลายวันแล้วพอมีคนมากระตุ้นมันก็เลยเกิดอารมณ์ขึ้นมา

เคเดินตามมินเข้ามาในห้องน้ำก่อนที่จะวางป้ายว่ากำลังทำความสะอาดหน้าห้องน้ำเพื่อความเป็นส่วนตัวช่วงที่หนังฉายตอนกลางๆเรื่องไม่มีใครมาเข้าห้องน้ำอยู่แล้วเพราะไม่อยากขาดตอน

ปึง!

ผมที่กำลังจะปิดประตูห้องส้วมมีมือหนามาดักไว้ก่อน

"ไอ้เค!..มึงออกไปก่อน" ผมพยายามปิดประตูแต่มันก็ยังยืนขวาง

"ให้ผมช่วยนะครับ" พูดแล้วมันก็ดันผมเข้ามาด้านใน

"ออกไป! ไม่ต้องมาช่วยกู..เดี๋ยวมีคนเข้ามาเห็น" ผมพยายามดันมันแต่ก็ไม่ทันเพราะมันกดล๊อคประตูเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

"ไอ้เค! อย่ามายุ่งกับกางเกงกู" มันปลดเข็มขัดผมออกจนได้ ตอนนี้ผมกลัวมีคนเข้ามาเห็นมากที่สุดครับ

"ไม่มีใครมาเข้าห้องน้ำตอนนี้หรอกครับ" มันปลดกางเกงผมออกแล้ว

พรึ่บ!

"มึงห้ามทำแบบนั้นกับกูนะ!" ผมร้องห้ามมันเพราะอยู่ดีๆมันก็พลิกให้ผมหันหลังให้มัน

"วันนี้ผมแค่ช่วยปลดปล่อยพี่แต่อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าผมจะคิดดอกให้สมใจเลย" มันก้มมากระซิบใกล้ใบหูผม

--------ภาพตัดไปบนเพดาน--------

"สนุกดีไหมล่ะครับ หึหึ"

"สนุกบ้ามึงสิ!..กูเกือบตาย" ผมยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วจัดการใส่กางเกงตัวให้เรียบร้อย

"หวานไหมครับ?" ผมรู้ว่ามันหมายถึงอะไร

"ไม่รู้โว๊ย..รีบใส่กางเกงสิมึงเดี๋ยวก็มีคนเข้ามาเห็นหรอก"

"ใส่ให้หน่อยสิครับ" มันยืนกางแขนยันผนังทั้งสองข้างไว้ด้วยท่าทางกวนประสาท

"ใส่เองสิวะ..หลีกดิกูจะออก" ผมสะกิดแขนมันเพื่อจะขอทางออกไปด้านนอก

"ใส่กางเกงให้ก่อนสิครับ" มันไม่ยอมขยับไปไหน ผมว่ามันชักจะโรคจิตนะชอบแก้ผ้าโชว์ของลับให้ผมดูด้วยท่าทีปกติตอนอยู่เมืองนอกแก้ผ้าขับรถเที่ยวหรือเปล่าวะ ผมรู้ว่ายังไงมันก็ไม่ยอมหลีกก็เลยยอมใส่กางเกงให้มันจนเสร็จเรียบร้อย

"เสร็จแล้ว..หลีกไปได้แล้ว เดี๋ยวเพื่อนกูสงสัย"

ฟอด~

"ไอ้เค! อึ๊ย หลีกไปดิ" ผมเดินเบียดมันออกมาด้านนอกด้วยหน้าที่ร้อนขึ้นมาผมรีบเดินกลับไปดูหนังต่อ

.

.

เรากลับมาที่มหาลัยเพราะรถของไอ้ขุนยังอยู่ที่ตึกเรียนจากนั้นผมก็นั่งซ้อนท้ายไอ้ขุนกลับมาหอเหมือนทุกวัน

"ขับรถดีๆนะมึง"

"ครับเมีย" มันพูดกวนตรีนผมก่อนจะขับออกไปผมยิ้มขำก่อนจะหันหลังกลับเพื่อจะเดินขึ้นหอ

กึก!

"เมียหรือครับ?" ไอ้เคยืนกอดอกมองผมอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

"มันก็พูดไปเรื่อยแหละ..เพื่อนกูเป็นคนกวนตรีนทุกคน ทำไม?มึงมีอะไรแล้วทำไมยังไม่ขึ้นห้องอีกวะมึงมาถึงนานยัง" ผมเปลี่ยนเรื่องคุย

"รอขึ้นพร้อมพี่ครับ"

"ไปดิ" ผมเดินนำมันขึ้นไปบนห้อง

ถึงห้องผมก็หยิบผ้าเช็ดตัวกับชุดนอนเข้าห้องน้ำทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงมันผมรู้ว่ามันต้องพูดเรื่องไอ้ขุนอีกผมก็เลยเดินหนีเลยดีกว่า อาบน้ำจนสดชื่นผมก็เปิดประตูออกมา

"เฮ้ย! เชี่ย..กูตกใจหมด" เปิดประตูห้องน้ำก็เจอไอ้เคยืนทำหน้านิ่งๆอยู่หน้าห้องน้ำเลยครับ เจ้ากรรมนายเวรกูจริงๆ

"ทะ..ทำไมมึงมองกูแบบนั้นวะ" ผมไม่ค่อยเห็นมันทำหน้านิ่งๆแบบนี้สักเท่าไหร่

"มึงหึงที่เพื่อนคนนั้นเรียกพี่ว่าเมียครับ" อ้าว!แล้วกูผิดหรอวะ มันเรียกเองนะกูไม่เกี่ยวอะไรเลย

"แล้วไงวะ?" เออ แล้วไงวะ

"พี่ยอมเป็นเมียผมเลยได้ไหมครับ..ผมจะได้เรียกพี่ว่าเมียได้คนเดียว พรุ่งนี้ผมจะไปบอกเพื่อนพี่ว่าพี่มินคือเมียผมต่อไปนี้ห้ามใครเรียกพี่ว่าเมียอีก" ไอ้เด็กเวรนี่ ทำไมมันเอาแต่ใจแบบนี้วะ

"มึงใจเย็นนะ..มึงคิดมากไปหรือเปล่าไอ้ขุนมันเป็นเพื่อนสนิทกู มันก็พูดเล่นไปแบบนั้นแหละ เพื่อนสนิทไงมึง มึงก็น่าจะมีเพื่อนสนิทนี่วะ มึงก็น่าจะรู้" ผมพยายามพูดกับมันอย่างใจเย็นเพราะกลัวมันจะจับผมกดอีก

"แต่ผมหึง" ก็เรื่องของมึงสิวะ! (ผมอยากจะพูดประโยคนี้ออกไป)

"มึงน่ะคิดมาก..ไปอาบน้ำได้แล้วไปจะได้ใจเย็นลง" แต่ก็ต้องเลือกที่จะพูดประโยคกันตายไปก่อน

สุดท้ายมันก็ยอมเข้าไปอาบน้ำโดยไม่พูดอะไรต่อผมเป่าผมที่เปียกนิดหน่อยจนแห้งแล้วนอนเล่นมือถืออยู่เงียบๆคนเดียว

ก๊อกๆๆๆ

ผมเดินไปเปิดประตูเพื่อดูว่าใครมาเคาะประตูดึกป่านนี้

"อ้าว..สิงเองหรอ ผมทำเสียงดังอีกแล้วหรือครับ?" เป็นสิงหาที่อยู่ห้องติดกับผมยืนอยู่หน้าประตู

"ขอโทษที่มารบกวนตอนดึกนะครับ พอดีผมเอาขนมที่ทำมาฝากผมเอามาให้มินตั้งแต่ตอนเย็นแล้วครับแต่ไม่มีใครอยู่ห้อง ผมก็เลยเอามาให้ป่านนี้ขอโทษทีนะครับ" สิงหายื่นถุงขนมให้ผม ผมรับไว้

"ขอบคุณมากเลยนะครับ..สิงเรียนคหกรรมหรือครับ?" ผมถามเขา

"ใช่แล้วครับ..ขนมนี้ผมเพิ่งหัดทำวันแรกถ้าไม่อร่อยก็ขอโทษด้วยนะครับ"

"ผมมั่นใจว่ามันต้องอร่อยอยู่แล้วแหละครับ" ผมยิ้มอย่างเป็นมิตรส่งให้เขาไป

"ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"

"ครับ"

"ฝันดีนะครับ"

"ครับ..ฝันดีเช่นกันครับ" ผมยิ้มให้สิงหาจนเขาเดินเข้าไปในห้องผมจึงเข้าห้องตัวเองบ้าง

"เฮือก! กูตกใจหมด..ทำไมมึงชอบมายืนเงียบๆข้างหลังกูจังวะ" ผมสะดุ้งตกใจที่หันหลังกลับมาเจอไอ้เคที่ยืนอยู่หลังผมดีนะที่วันนี้มันใส่ชุดนอนแล้ว มันยืนมองผมด้วยหน้านิ่งๆอีกครั้ง

"ทำไมพี่ไม่พูดเพราะๆกับผมเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกันบ้างล่ะครับ..กับคนอื่นพี่ยังพูดเพราะๆกับเขาได้เลย" มันยืนกอดอกทำหน้าไม่เอ็นจอยกับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก

"ก็เขาเป็นคนที่กูไม่สนิทไงก็เลยต้องพูดดีๆกับเขา"

"แต่ผมอยากให้พี่มินพูดเพราะๆกับผมเหมือนเมื่อก่อน"

"เฮ้อ..กินขนมไหมข้างห้องเอามาให้" ผมเปลี่ยนเรื่องชูถุงขนมให้มันดู

"..." ไอ้เคมันยังยืนกอดอกมองหน้าผมนิ่งๆเหมือนเดิม

"ไปเร็ว..ไปกินขนมกัน" ผมล็อกประตูห้องแล้วดันมันให้เดินเข้าไปด้านใน เดี๋ยวนี้ผมเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันแบบไม่ต้องเจ็บตัวแล้วครับคือการไม่ทำให้มันอารมณ์ร้อนกว่าเดิมแค่นี้ผมก็รอดแล้วครับ

ผมจับมันสั่งลงบนเตียงแล้วจัดการแกะขนมออกมายื่นให้มันแต่มันยังทำหน้านิ่งเหมือนเดิม

"กินสิ"

"...."

"อะ..กูป้อน" พอผมบอกจะป้อนมันก็รีบอ้าปากทันที

"อร่อยไหมวะ?"

"ก็ดีครับ..ผมไม่เคยกินขนมไทยก็เลยบอกไม่ถูก"

"หืม..อร่อยว่ะ" ผมลองกินบ้าง ผมมองไปที่ไอ้เคมันเคี้ยวขนมหน้านิ่ง

"ยิ้มได้แล้วมั่ง..ตัวเท่ายักษ์ทำเป็นงอนไปได้ ใครสอนมึงวะก่อนหน้านี้ไม่เห็นเป็นแบบนี้" ผมถามมัน

"พี่มินชอบทำตัวน่ารักใส่คนอื่นไปทั่ว..ผมหึงนะครับ เมื่อกี้บอกฝันดีผู้ชายข้างห้องอีกกับผมไม่เห็นเคยบอกเลย ผมเสียใจนะครับ" ดูมันพูด ทำเหมือนเป็นเด็กตัวเล็กตัวน้อยไปได้

"เออๆคืนนี้กูจะบอกฝันดีมึงด้วย..โอเคไหมไอ้น้องเค" ผมพูดประชดมัน

"จูบก่อนนอนด้วยครับ"

"มึงเนี่ยนะได้คืบจะเอาศอก"

"แปลว่าอะไรครับ?"

"เออ..ช่างมันเถอะ" เรากินขนมจนหมดจากนั้นก็ไปแปรงฟันอีกรอบผมล้มตัวนอนบนเตียงก่อนส่วนไอ้เคมันกำลังเข้าห้องน้ำ

ฟึ่บ~

ผมที่กำลังเคลิ้มๆจะหลับรู้สึกถึงแขนที่พาดทับมาที่เอวแล้วดึงตัวผมให้แนบชิดตัวมันยิ่งขึ้น

"พี่ยังไม่ได้บอกฝันผมเลยครับ" ไอ้เคกระซิบใกล้ใบหูผมเบาๆพลางใช้จมูกโด่งๆของมันคลอเคลียอยู่แถวคอผม

"อือ~กูจะนอนแล้ว ง่วง"

"บอกฝันดีผมก่อนสิครับ" มันยังตื๊อไม่เลิก

"อือ~ฝันดี" ผมบอกๆไปจะได้จบ

"ฝันดีเหมือนกันนะครับพี่มินของผม" ผมรู้สึกถึงริมฝีปากที่จูบไปทั่วไหล่และหลัง

ฟอด~

ผมยอมให้มันหอมโดยไม่ขยับหนีไปไหนเพราะตอนนี้ง่วงมากไม่อยากรับรู้สิ่งรอบข้างแล้ว ไม่กี่วินาทีผมก็เข้าสู่ห้วงนิทรา...

"ไอ้เค!"

"อือ..ครับ มีอะไรหรือครับ?"

ผมตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนเช้าจังหวะที่เงยหน้ามองกระจกทายสิว่าผมเจออะไร ผมเจอรอยดูดที่คอครับและหาตัวคนทำได้ไม่ยาก ผมเดินออกไปจากห้องน้ำตรงไปหามันที่เตียง

"มึงลืมตาขึ้นมาดูผลงานของมึงเลยนะว่าทำอะไรไว้!" ไอ้เคลุกขึ้นนั่งแต่ตายังปิดอยู่

"มีอะไรหรือครับ" มันค่อยๆลืมตาช้าๆ

"มึงดูนี่..ผลงานของมึงแล้วกูจะไปเรียนยังไงวะ" ผมชี้ไปที่รอยที่คอให้มันดูสน

"ไม่เห็นแปลกเลยนี่ครับ..คนอื่นเขาก็มีกัน" มันพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ นี่มันรอยดูดนะเว้ยไม่ใช่รอยครูตีถึงได้ไปเดินโชว์ได้ไม่ต้องอายคน

"แต่กูอายคน!"

"พี่มินจะสนใจคนอื่นทำไมครับเรื่องนี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติ" มันพูดแล้วลุกเข้าห้องน้ำอย่างชิวๆ

วันนี้ผมก็เลยต้องใส่เสื้อแขนยาวมีหมวกมาเรียนทั้งที่เป็นหน้าร้อนแล้วก็ไม่พ้นไอ้ขุนที่ถามว่าทำไมวันนี้ถึงใส่เสื่อแขนยาวมาเรียนผมจึงตอบไปว่าอยากใส่ฉลองขึ้นปีสองสักวันซึ่งมันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด

"ไอ้มินนี่มึงจะใส่ทั้งวันจริงๆหรอวะ?" ไอ้จอมทัพพูดขณะนั่งกินข้าวในโรงอาหาร

"เออ..ไม่เท่หรอวะ" ผมตอบเพื่อนกลับไป

"กูกลัวมึงจะเป็นลมตายไปซะก่อนว่ะ" ไอ้กล้าพูด

"เฮ้ยๆ พวกมึงดูสิไอ้เด็กปีหนึ่งแก๊งนั้นไหมวะที่สาวๆตามกรี๊ดตั้งแต่เปิดเทอม " ไอ้จอมทัพชี้ไปที่กลุ่มผู้หญิงเยอะๆ ซึ่งผมก็ยังไม่เห็นหน้าพวกมันเพราะมีคนยืนบังอยู่เต็ม

"แล้วพวกมันมาทำอะไรที่นี่วะปกติพวกเรียนอินเตอร์มันกินพวกอาหารฝรั่งนี่หว่า" ไอ้กล้ากับไอ้จอมทัพพูดกันอยู่สองคนซึ่งไอ้ขุนก็ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องอะไรเหมือนผมเหมือนกัน

"ใครวะ? ทำไมกูไม่รู้" ผมถามพวกมัน

"มึงรอดู..มึงตัวเตี้ยมองไม่เห็นหรอก" เจ็บจี๊ด! ผมก็เลยยืนขึ้นเพื่อจะดูหน้าของไอ้พวกนั้นว่ามันจะหล่อขนาดไหนถึงทำให้ผู้หญิงคลั่งไคล้ขนาดนั้น

 

กึก!

ผมรีบนั่งลงอย่างเร็วเมื่อเห็นหนึ่งในกลุ่มนั้นมองมาทางนี้แล้วยิ้มมุมปาก

ไอ้เชี่ยเค!

"นั่นไง..ไอ้มินมึงดูเร็ว" ไอ้จอมทัพสะกิดผม

"อะ.เออ กูเห็นแล้ว..อย่าไปสนใจมันเลยกินข้าวต่อเถอะกูหิว " ผมรีบตักข้าวยัดใส่ปากกินคนเดียวไปเงียบๆ

"นั่งโต๊ะนี้" ผมหันไปมองต้นเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากใกล้ๆ

"อยากลองกินผัดไทยว่ะ"

"เค..มึงมีอะไรแนะนำบ้างวะ?" เพื่อนในกลุ่มของมันพูดคุยกันเรื่องเมนูมีคนหนึ่งที่ถามไอ้เค มันหันมามองทางผมแต่ผมทำเป็นไม่เห็นนั่งกินข้าวต่อไป

"ลองข้าวมันไก่ดีไหม..ดูน่ากินดีว่ะ" ผมมองจานข้าวตัวเองที่เป็นข้าวมันไก่

"เออ..ลองดู" แล้วพวกมันก็ออกไปซื้อข้าวสามคนส่วนอีกสามคนนั่งรอที่โต๊ะหนึ่งในนั้นมีไอ้เคนั่งรออยู่ที่โต๊ะด้วยผมแอบเหลือบมองมันเป็นระยะ

 

ครืดๆ

ผมได้ยืนเสียงเตือนข้อความแชทดังขึ้นจึงหยิบมือถือขึ้นมาดู

'ข้าวในจานพี่มินดูน่ากินนะครับ'

'ไม่ต้องส่งมา!'

'อากาศหนาวจังเลยนะครับ'

ผมอ่านแต่ไม่ตอบเพราะรู้ว่ามันกวนประสาททั้งที่มันก็รู้อยู่แก่ใจว่าทำไมผมถึงใส่เสื้อแขนยาวมาวันนี้

"เดี๋ยวนะ! ไอ้มิน..มึงซื้อมือถือเครื่องใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ" ไอ้ขุนถามขึ้น

"เชี่ย! รุ่นใหม่ล่าสุดเลยนี่หว่า รุ่นนี้เกือบครึ่งแสนเลยนะมึง" ไอ้กล้าจับมือถือผมพลิกไปมา

"หรือมึงมีเสี่ยเลี้ยง..กูบอกแล้วให้มึงหาเสี่ยเลี้ยงตั้งนานแล้ว ดูท่ากระเป๋าหนักมากเลยนะเนี่ย"

"เสี่ยอะไรของพวกมึงวะ..กูไม่ใช่เด็กเสี่ยหรือเด็กใครทั้งนั้นแหละโว๊ย!" ผมเอามือถือเก็บใส่กระเป๋ากางเกง

"ไหนมึงบอกไม่มีเงินไง..จะไปไหนทียังต้องคิดแล้วคิดอีกเลยนะ " พวกมันส่งสายตากดดันมาที่ผมเป็นตาเดียว

"ลุงกูซื้อให้หลายวันแล้ว..แกถูกหวยก็เลยซื้อให้ลูกหลานคนละเครื่องว่ะ" ผมจำใจต้องพูดโกหกเพื่อนกลับไป T^T ผมแอบเหลือบมองไอ้เคเห็นมันนั่งยิ้มขำเล่นมือถืออยู่ กูรู้ว่ามึงหัวเราะกู ไอ้เด็กเวร!

"หรอวะ..ดีจังเลยว่ะ ลุงมึงโคตรใจดีเลยถ้าอย่างนั้นเย็นนี้ให้ไอ้มินเลี้ยงอะไรดีวะพวกเรา" ไอ้ขุนพูด

"หยุดเลย! กูได้แค่มือถือเครื่องใหม่แค่นั้นแหละ" ผมรีบพูดห้ามพวกมัน

"เออ..แล้วเรื่องที่มึงจะไปสมัครงานพาร์ทไทม์ว่าไงวะ?" ไอ้ขุนถามเมื่อนึกขึ้นได้

"ว่าจะเข้าไปดูวันเสาร์นี้ว่ะ"

"แล้วเรื่องที่มึงจะย้ายมาอยู่กับกูตอนได้งานล่ะ..ให้กูไปช่วยขนของเลยไหม มึงได้งานแน่นอนกูมั่นใจ" ไอ้ขุนยังพูดอีก มันไม่รู้เลยว่าตอนนี้ขาผมเริ่มสั่นแล้วนะผมเหลือบมองไอ้เคอีกครั้งเห็นมันทำเป็นหันมามองทางนี้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง กูเพิ่งจะดีกับมันเองมีเรื่องใหม่เกิดขึ้นอีกแล้ว โถ่!ชีวิตไอ้มินผู้น่าสงสาร

"เดี๋ยวกูบอกอีกทีละกัน" กลับไปผมจะโดนมันกดอีกไหมเนี่ย T^T

ช่วงบ่ายเราไปเรียนกันต่อจนเลิกเรียนผมกำลังเดินไปที่รถกับไอ้ขุนแต่มีข้อความดังขึ้นผมจึงเปิดดู

'กลับกับผม'

'กูบอกเพื่อนไปแล้วว่ากลับกับมัน'

'จะให้ผมเดินเข้าไปหาไหมครับ?"

อ่านข้อความแล้วผมรีบหันไปมองรอบๆแต่ไม่เจอมัน

'เจอกันที่หอ'

'ไม่'

'ไอ้เค..อย่าดื้อ'

'ให้เวลา15วิบอกว่าลาเพื่อนพี่เดี๋ยวนี้'

มันเอาอีกแล้วไอ้เด็กคนนี้ผมชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะ...

"ไอ้ขุน..เดี๋ยวกูกลับเองนะ พอดีเพื่อนกูทักมาบอกว่ามันจะมารับไปเที่ยวว่ะ" ผมตัดสินใจโกหกเพื่อนอีกครั้ง

"ใครวะ?" มันทำหน้าสงสัย

"เพื่อนสมัยมัธยมว่ะ"

"เออๆ ถ้าอย่างนั้นกูกลับก่อนนะ"

"เออ..ขับรถดีๆนะมึง" ไอ้ขุนเดินจากไปตอนนี้ผมยืนอยู่คนเดียวแล้ว

"ทางนี้ครับ" ไอ้เคเดินออกมาจากไหนก็ไม่รู้แล้วเรียกผมให้เดินตามมันไปตอนนี้ก็เริ่มมืดแล้วเพราะวันนี้เราเลิกกับเกือบค่ำ

ผมเดินตามไอ้เคมาทางหลังตึกเพราะคิดว่ามันคงจอดรถไว้ด้านหลังแหละแต่ทำไมทางนี้มันไม่คุ้นเลย? แล้วมันก็หยุดเดินผมเงยขึ้นไปมองท้องฟ้าที่มืดแล้วแถมตรงนี้ก็ยังไม่มีไฟอีกด้วย

 

พรึ่บ!

จ๊วบๆๆ

"อืออ~" อยู่ดีมันก็หันมาหาผมแล้วยกตัวผมขึ้นดันผมให้ติดผนังไม่ให้หนีไปไหนได้จากนั้นประกบริมฝีปากลงมาบดขยี้ริมฝีปากของผมอย่างร้อนแรงเหมือนมันกำลังโมโห

แรกๆก็พยายามต่อต้านแต่สักพักเริ่มเคลิ้มตามมันไปเฉยเลย ผมใช้แขนคล้องคอมันไว้ส่วนขาก็เกี่ยวเอวมันไว้แน่นเพราะกลัวตก

"ถ้าพี่ทิ้งผมไปอยู่กับคนอื่นผมจะเอาพี่ให้เดินไม่ได้เลยคอยดู"

"กูไม่ย้ายไปไหนแล้ว"

"ถ้าพี่โกหกผมเหมือนที่พี่โกหกเพื่อนพี่วันนี้ล่ะครับ? จะให้ผมทำยังไงกับพี่ดี" มันพูดทั้งที่ปากมันยังอยู่ใกล้กับปากผม

"กูไม่โกหก..เรื่องนั้นกูพูดกับไอ้ขุนนานแล้ว" ผมพยายามหลบสายตามัน

"ถ้าพี่โกหกผมล่ะ?"

"ก็บอกว่าไม่ไง..กูไม่ย้ายแล้ว ปล่อยกูลงสักที"

"จูบก่อนสิครับ" มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อให้ผมจูบมัน

"ไม่เอา..มึงก็จูบไปแล้วไง"

"มันไม่เหมือนกัน...ผมอยากให้พี่มินจูบผมเอง" ไอ้เด็กนี่! เดี๋ยวกูงับลิ้นขาด หรือว่า หึหึ ผมแกล้งทำเป็นจูบกัดแม่งเลยดีกว่า (ยิ้มร้าย)

"โอเค" ผมจับหน้ามันไว้แล้วกำลังจะประกบริมฝีปาก

"ถ้าพี่กัด..ผมจะจับที่กระแทกตรงนี้นะครับ" กึก! ผมว่าไอ้เด็กนี่มันต้องมีพลังงานอ่านใจคนได้แน่เลย แสนรู้ไปซะหมดเลยนะ น่าหมั่นไส้ชะมัด อึ๊ย!

ผมประกบจูบมันแล้วถอนปากออกอย่างเร็ว

"อะไรกันครับ..นี่จูบแล้วหรือครับ?" ไอ้เคประท้วง

"เรื่องมากจังวะ..เดี๋ยวมึงก็หาโอกาสลวนลามกูอยู่ดีนั่นแหละ เอากูลงได้แล้ว" ผมทุบอกมันให้ปล่อย คราวนี้มันยอมปล่อยผมลงครับ

"กูหิว..มึงพากูไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวหน้ามหาลัยด้วย"

"เมียคนเดียวผมเลี้ยงได้อยู่แล้วครับ"

"เดินนำไปที่รถเร็วๆสิ กูหิว" ผมขี้เกียจเถียงมัน

ถึงร้านแล้วผมให้มันไปนั่งที่โต๊ะก่อนเพราะผมจะเป็นคนสั่งมันบอกว่าเอาอะไรก็ได้ผมก็เลยสั่งก๋วยเตี๋ยวต้มยำเผ็ดๆให้มัน หึหึ มึงโดนแน่ไอ้เด็กนอกคืนนี้แสบแน่ผมเดินยิ้มอย่างอารมณ์ดีไปหามันที่โต๊ะ

"พี่มินมากินร้านนี้บ่อยหรือครับ?" มันถามผม

"ก็ไม่ค่อยบ่อยแต่เห็นคนเยอะทุกวัน" สักพักก๋วยเตี๋ยวที่สั่งก็มาเสิร์ฟผมแอบยิ้มมุมปาก

"อันนี้ของมึง" ผมรีบเลื่อนชามที่ผมตั้งใจสั่งให้มัน

"เขาเรียกอะไรหรือครับ? ผมไม่เคยเห็นก๋วยเตี๋ยวสีแดง" ปกติก๋วยเตี๋ยวต้มยำมันจะออกสีส้มๆแต่ผมสั่งพริกเยอะๆมันก็เลยเป็นสีแดงแบบนี้ (ยิ้มร้าย)

"ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ..มันจะออกเผ็ดๆเปรี้ยวๆ อร่อยนะ (เสียงสูง) มึงลองชิมดูสิ นี่กูตั้งใจสั่งให้มึงได้ลองเลยนะ" ผมทำตาอ้อนๆส่งให้มัน

"ผมชอบให้พี่มินทำหน้าแบบนี้จังเลยครับ..มันน่าฟัด"

"ลองชิมสิแล้วกินให้หมดด้วยนะถ้ามึงกินไม่หมดกูคงเสียใจเพราะอุตส่าห์ตั้งใจสั่งให้"

"ผมจะกินให้หมดเลยนะครับ" ไอ้เคส่งยิ้มเป็นมิตรให้ผมส่วนผมแอบยิ้มร้ายอยู่ในใจ หึหึ

"อร่อยไหม?" ผมตั้งใจดูสีหน้าของมันตอนชิมน้ำก๋วยเตี๋ยว

"เผ็ดแต่อร่อยดีครับ" ไอ้เคมันมีสีหน้าปกติ เชี่ย! ได้ไงวะ ทำไมมันไม่เผ็ดจนควันออกหูวะผมเห็นคลิปฝรั่งกินส้มตำที่เผ็ดกว่านี้ยังร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลแต่ทำไมไอ้เคไม่เห็นเป็นอะไรเลยแถมยังนั่งกินอย่างอารมณ์ดีอีกด้วย

"พี่มินทำไมไม่กินล่ะครับ"

"กูกำลังจะกิน" ผมคีบลูกชิ้นเข้าปาก

"ที่พี่มินกินเขาเรียกอะไรหรือครับ?" ไอ้เคมองมาที่ชามของผม

"ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก"

"ขอชิมได้ไหมครับ?" ผมเลื่อนชามไปให้มันตักชิม

"พี่มินป้อนหน่อยสิครับ"

"เรื่องมากจังนะมึง" ผมด่าแต่ก็ยอมป้อนมัน

"อร่อยดีนะครับ" ไอ้เคดูจะอารมณ์ดีที่ผมป้อนมัน

"พี่มินชอบกินแบบนี้หรือครับ?"

"อืม..อร่อย"

ตั้งแต่ผมรู้จักกับมันผมก็ได้กินข้าวฟรีทุกมื้อคิดดูดีๆก็ดีเหมือนกันนะถึงมันจะชอบกวนตรีน ดื้อและชอบลวนลามผมไปหน่อยแต่ถ้ารู้จักรับมือกับมันผมก็เอาตัวรอดได้

"พี่มินอยากซื้ออะไรไปกินที่ห้องอีกไหมครับ?" เราขึ้นมาอยู่ในรถแล้วหลังจากกินมื้อค่ำเสร็จ

"ไม่อยากกินอะไรแล้วว่ะ..อิ่มมาก" ผมบิดขี้เกียจ

"พี่มินต้องกินให้เยอะกว่านี้นะครับ..จะได้เต็มไม้เต็มมือกว่านี้"

"ไอ้เค! ชอบพูดอะไรลามก" ผมมองค้อนใส่มัน

"ผมยังไม่ได้พูดคำลามกออกมาเลยนะครับ..พี่มินน่ะชอบดุผมตลอดเลยนะครับ" ไอ้เคขับรถออกมา

"มึงจะไปไหนอะ?" มันขับรถออกมาถนนใหญ่แทนที่จะขับรถกลับหอ

"ขับรถเล่นครับ..พี่มินง่วงแล้วหรือครับ?"

"เปล่า..กูแค่ถาม ดีเหมือนกันขับรถตากลมเล่นตอนกลางคืน สวยดีเนอะ" ผมมองออกไปด้านนอกที่มีแต่แสงสีเสียงในเมืองใหญ่ต่างจากบ้านเกิดผมที่อยู่อย่างสงบ

"พี่มินไม่ค่อยออกมาเที่ยวกลางคืนหรือครับ?"

"ใช่..ออกมาเที่ยวก็ต้องจ่ายเงินอีก เปลืองเงินเปล่าๆ อยู่ห้องจะได้ประหยัด"

"ต่อไปนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายแล้วนะครับ..ผมจะดูแลพี่เอง"

"กูไม่ค่อยโอเคที่มึงคอยจ่ายให้กูทุกอย่างเลยว่ะ..เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันแถมยังรู้จักกันไม่กี่วันเอง" แต่เหมือนรู้จักกันมาเป็นปีเพราะมันพูดมาก

"เกรงใจหรือครับ?"

"อืม" ถึงจะรู้สึกดีที่มีคนเลี้ยงแต่ลึกๆแล้วผมก็รู้สึกแปลกๆนะเพราะผมกับมันไม่ได้เป็นอะไรกัน

"งั้นก็ยอมเป็นแฟนผมสิครับ"

"พูดเป็นเรื่องง่ายทุกอย่างเลยนะมึงน่ะ"

"แล้วจะคิดให้มันเป็นเรื่องยากทำไมล่ะครับ" ผมชอบนิสัยพวกเด็กนอกจังมันดูไม่ต้องคิดอะไรมากอยากทำอะไรก็ทำโดยไม่อายใคร

"แล้วตอนมึงคบกับผู้ชายด้วยกันตอนอยู่เมืองนอกมึงคบกันแบบเปิดเผยเลยหรอวะ? แล้วพ่อกับแม่มึงเขารับได้หรอ?" ผมถามด้วยความสงสัยถึงจะเคยได้เห็นข่าวว่าเมืองนอกหลายประเทศยอมรับเพศทางเลือกแล้วแต่ผมก็ยังไม่มั่นใจว่าเป็นเรื่องจริงตามที่ข่าวประกาศหรือเปล่า

"แม่ผมเสียตั้งแต่ผมยังเด็กครับพอแม่ผมเสียแด๊ดก็พาผมกลับไปอยู่บ้านเกิดที่อเมริกาและเมื่อไม่กี่ปีก่อนแด๊ดมาบอกผมว่าเขาชอบผู้ชายเหมือนกัน..เขาก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าชอบผู้ชายเมื่อไม่กี่ปีนี้เองครับแด๊ดเขายังเป็นผู้ชายเต็มตัวเดิมครับแต่เปลี่ยนจากชอบผู้หญิงเป็นผู้ชายตัวเล็กแต่เขาก็ยังรู้สึกรักแม่ผมเหมือนเดิมนะครับ ส่วนเรื่องที่พี่มินถามว่าเขารับเรื่องที่ผมชอบผู้ชายได้ไหมผมคงไม่ต้องตอบแล้วนะครับ"

"พ่อกูก็เสียตั้งแต่กูยังเด็กเหมือนกัน"

"เสียใจด้วยนะครับ"

"กูก็เสียใจด้วยเหมือนกันนะ..คราวนี้เราก็เริ่มมีอะไรที่เหมือนๆกันแล้วนะ"

"ไว้แด๊ดผมมาประเทศไทยผมจะพาพี่มินไปทำความรู้จักนะครับ"

"อ้าว! แล้วมึงมาอยู่ที่นี่กับใครวะ?"

"คนเดียวครับ"

"มึงกล้ามาอยู่คนเดียวได้ไงวะแถมภาษาไทยมึงพูดเก่งมากเลยนะ"

"ผมมาฝึกภาษาก่อนสามเดือนครับแล้วก็มาสมัครเรียนที่นี่"

"แล้วทำไมมึงถึงอยากกลับมาอยู่ไทยล่ะ?"

"ไม่รู้สิครับ..อยู่ดีๆผมก็อยากกลับมาที่นี่ มันอาจเป็นพรหมลิขิตที่พาผมให้มาเจอกับพี่มินก็ได้ครับ"

"กูว่าเวรกรรมของกูมากกว่า" ผมหัวเราะขำ จะว่าไปไอ้เคมันก็เป็นเด็กที่เก่งคนหนึ่งเลยนะที่กล้ามาใช้ชีวิตคนเดียวแบบนี้อยู่ดีๆหัวใจของผมก็รู้สึกอบอุ่นที่ได้ยินสิ่งที่มันพูดออกมา ผมเริ่มมองมันเปลี่ยนไปจากเดิมแล้วล่ะครับ

"ผมอยากเอาพี่มินเร็วๆจังเลยครับ..เมื่อไหร่จะถึงหนึ่งเดือนสักที"

กูอุตส่าห์มองมึงในแง่ดีแล้วเชียว!!!

"นี่มึงจะเอากูให้ได้เลยใช่ไหม"

"ครับ" มันตอบทันควัน

"มันดีจริงๆหรอวะ..มีอะไรกับผู้ชายด้วยกันน่ะ?" ผมถามมัน

"มากครับ..เพราะผมเก่งด้วยแหละครับ" มันพูดอย่างภาคภูมิใจและอยู่ดีๆผมก็เผลอมองไปที่เป้ากางเกงของมันแล้วภาพตอนใช้ปากให้ตรงนั้นของมันก็ไหลเข้ามาในหัวแต่ดีที่มันไม่เห็นเพราะมองไปด้านหน้า

-////- มองอะไรของเราเนี่ยน่าอายชะมัด

"ครั้งแรกของพี่มินผมจะทำเบาๆนะครับ" โอ๊ย!มันก็ยิ่งพูดให้ผมรู้สึกอายเข้าไปใหญ่

"พอได้แล้ว" ผมพูดแล้วหันหน้าออกไปนอกรถเพื่อไม่ให้มันเห็นหน้าที่แดงของผม

"ถ้าเรามีอะไรกันแล้วพี่มินจะยอมเป็นแฟนผมด้วยใช่ไหมครับ? มันหันมาถามผม

"เราค่อยคุยเรื่องนี้กันดีกว่านะ" ผมพยายามเลี่ยงที่จะตอบคำถามมัน เอาจริงๆเรื่องที่บอกว่าจะยอมมีอะไรกับมันผมก็แค่พูดไปแบบนั้นเองทุกวันนี้ก็พยายามหาทางหนีอยู่เลย

ไอ้เคขับรถเล่นไปเรื่อยๆสักพักก่อนจะจอดรถข้างทางแล้วดับเครื่องยนต์แถวนี้ดูจะไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่

"จอดรถทำไมแถวนี้วะ...มึงปวดฉี่หรอ?" ผมมองไปรอบๆแล้วถามมัน

"เวลาอยู่ใกล้ผมพี่มินมีอารมณ์มั่งไหมครับ?" มันปลดสายคาดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออกแล้วถามผม

"ทะ.ทะไมวะ?" ผมมองมันแบบไม่ไว้ใจ

"ไม่รู้ทำไมเวลาอยู่ใกล้พี่มินผมถึงมีอารมณ์ตลอดเวลาเลยครับ" ไอ้เคมันเอื้อมมือมาปลดสายคาดเข็มขัดนิรภัยของผมบ้างแล้วความรู้สึกไม่ปลอดภัยของผมก็เริ่มชัดเจนขึ้น

"มะ..มึงมีอารมณ์ตอนนี้หรอวะ?" ผมรู้สึกคอแห้งขึ้นมาทันทีที่เห็นแววตาของมัน

"เพราะพี่มินทำตัวน่ารักเกินไปไงครับ..มานั่งบนตักผมหน่อยสิครับ" ไอ้เคมันปรับเบาะให้เลื่อนไปด้านหลังเพื่อให้ผมไปนั่งบนตักของมันไว้สะดวก ซวยอีกแล้วกู!

"ไม่เอา! เดี๋ยวตำรวจมาเห็นโดนจับหรอกมึง" ผมพยายามพูดบ่ายเบี่ยง

"ไม่มีใครมาเห็นหรอกครับเพราะผมติดฟิล์มดํารอบคันเลยครับ..มาสิครับ แป๊บเดียวเอง" ไอ้เคตบที่ตักตัวเองเพื่อเรียกให้ผมไปนั่งตรงนั้น

"ที่มันแคบกูจะทำให้มึงได้ไง..กลับไปที่ห้องดีกว่า" ผมยังคงพูดบ่ายเบี่ยง

"ถ้าพี่มินไม่มานั่งบนตักผม..ถ้าอย่างนั้นผมจะจับพี่มินไปทำนอกรถนะครับ"

ผมรู้ว่ามันพูดจริงทำจริงผมจึงยอมขยับขึ้นไปนั่งคร่อมตักมันอย่างเลี่ยงไม่ได้แล้วมันก็ประกบจูบปากผมทันทีเลยครับลิ้นร้อนถูกสอดเข้ามาเกี่ยวพันลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจ

จ๊วบๆ

"พี่มินหัวใจเต้นแรงจังเลยนะครับ" ด้วยความที่ตัวเราแนบชิดกันมากทำให้มันก็เลยรู้สึกล่ะมั่งรู้มากกว่าตัวกูเองอีก

จ๊วบๆ

มือไอ้เคเริ่มซนมันดึงเสื้อนักศึกษาของผมออกมาจากกางเกงแล้วสอดมือเข้าไปใต้เสื้อแล้วใช้นิ้วสะกิดหน้าอกผมอยากหยอกล้อ

"อือ" ผมได้แต่ร้องประท้วงอยู่ในคอเพราะปากโดนอุดไว้

มือหนาอีกข้างของมันบีบขยำบั้นท้ายเล่นผมพยายามปัดมือมันออกแต่มันก็ยังบีบเหมือนเดิม มึงนี่มันเอาแต่ใจจริงๆเลยนะไอ้เค

------------ตัด--------------

เข้ามาในห้องมันกดลงล็อกประตูจากนั้นผลักผมให้นอนลงบนเตียง

"ผมอยากเข้าไปในตัวพี่มินจังเลยครับ" มันซุกไซร้ซอกคอผม มือก็ถอดเสื้อผ้าทั้งของผมและมันไปด้วย

"รอก่อน"

"การรอคอยมันทรมานจังเลยครับ" มันพรมจูบไปทั่วหน้าอกและไหล่ของผม

"เดือนเดียวเอง"

"ถ้าถึงวันนั้นผมจะเอาให้หนำใจเลยคอยดู" ถ้าถึงวันนั้นผมคงตายแน่

---------ตัด----------

เพี๊ยะ!

"กูไม่ใช่เมียมึง" ผมตีไปที่หน้าอกของมันจนเกิดรอยแดง

"โอ๊ย! ผมเจ็บนะครับ"

"ทำเป็นสำออย..มึงเคยบอกว่ามือกูนิ่มไม่ใช่หรอ" ผมจะลงจากตักมันแต่มันล็อกเอวไว้ก่อน

"อะไรอีก..กูจะไปอาบน้ำ"

"ขออีกรอบนะครับนานๆทีพี่มินจะสมยอมผมแบบนี้..ขออีกรอบนะ นะ นะๆๆ นะครับ" ได้คืบจะเอาศอกอีกแล้วนะมึง!

"ก็ได้..แต่ต้องไปทำในห้องน้ำ"

ผมตื่นมาตอนเช้าตรู่ด้วยตาที่หนักอึ้งเพราะเมื่อคืนไอ้เคมันชวนผมทำ (ใช้มือ) ทั้งคืนกว่าจะได้นอนปาไปตี3กว่าเป็นรอบสุดท้ายก่อนที่ผมจะสลบไป ตื่นขึ้นมาอีกทีเจอไอ้เคนอนกอดผมเหมือนเช่นทุกวันแต่ที่ผิดปกติคือเราทั้งสองร่างกายเปลือยเปล่า ผมสะดุ้งตกใจนิดหน่อยแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเป็นยังไง

"เชี่ย! ไอ้เค" ผมตกใจที่เงยหน้าไปเจอไอ้เคที่นอนมองมาที่ผมอยู่ก่อนหน้าแล้ว

"นอนต่อได้นะครับ วันนี้วันเสาร์" ไอ้เคพูดไปยิ้มไป

"มึงขยับออกไปดิ..กูจะไปใส่เสื้อผ้าก่อน"

"นอนแบบนี้สบายกว่านะครับ" มันกอดผมแน่นกว่าเดิม คิดว่าตัวมึงเล็กมากหรือไงวะ!

"ไอ้เค! กูอึดอัด..ไอ้หมีควาย"

"แต่ผมอบอุ่นนี่ครับ..ผมหนาวนะ" มันหลับตาเหมือนจะนอนต่อ

"หนาวก็ไปใส่เสื้อผ้าสิวะ!" ผมดิ้นไปมาจนส่วนนั้นของมันเริ่มตื่นตัว ซวยละ! มันลืมตาขึ้นมามองผมอีกครั้ง

"พี่ทำให้มันตื่นเองนะครับ" ไอ้เคยิ้มเจ้าเล่ห์

"มะ.ไม่เกี่ยวกับกูสักหน่อย ปล่อยกู..กูจะไปใส่เสื้อผ้า"

"พี่ยิ่งดิ้นตรงนั้นของผมก็..." มันเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ผมจึงหลบ หันหน้าไปทางอื่นแทน

"ไอ้เค..กูไม่เอาแล้วนะ เมื่อคืนก็ทำให้ทั้งคืนแล้ว"

"รอบเดียวเองครับ นะ นะครับ" เอาอีกแล้วมันทำหน้าน่าสงสารอีกแล้ว

สุดท้ายก็ต้องผลัดกันช่วยอีกฝ่ายไปอีก2รอบจากนั้นเราก็ออกมาหาอะไรกินตอนเช้ากัน ผมพามันมากินข้าวต้มแถวหน้าม.ด้วยความที่หอพักของผมถึงแม้ว่าจะอยู่หอในแต่มันก็ไกลกับหน้าม.พอสมควร (มหาลัยกว้างมาก) รถมอเตอร์ไซค์หรือจักรยานก็ไม่มีสุดท้ายก็ต้องเอา super car ของไอ้เคออกมา ลงมาจากรถคนมองเต็มเลยครับ

"มึงเข้าไปหาที่นั่งก่อนเลยเดี๋ยวกูสั่งให้" ไอ้เคมันเดินเข้าไปหาที่นั่งส่วนผมสั่งออเดอร์กับพ่อค้าหน้าร้าน

"อ้าวมิน..มาคนเดียวหรือครับ?" ผมหันไปมองต้นเสียง

"อ้าวสิง..เรามากับเอ่อ..รุ่นน้องน่ะ" ผมแอบเหลือบไปหาไอ้เค มันกำลังก้มหน้าเล่นมือถืออยู่

"แล้วสิงมาคนเดียวหรอ?" ผมมองไปด้านหลังเขาแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใคร

"เรามาคนเดียว" สิงหาพูดแล้วยิ้ม

"ถ้าอย่างนั้นไปนั่งด้วยกันสิ" ผมเอ่ยชวนสิงหา

"แล้วรุ่นน้องของมินจะโอเคหรือเปล่า?" ผมเหลือบไปมองไอ้เคอีกครั้งคราวนี้มันจ้องมองมาที่ผมกับสิงหาด้วยสีหน้านิ่งๆ

"ไม่เป็นไรหรอก..แล้วนี่สั่งหรือยัง?"

"เราเพิ่งมาถึง..ยังไม่ได้สั่งเลย ถ้าอย่างนั้นลุงครับผมเอาแบบเหมือนของคนนี้1ชามนะครับ" สิงหาสั่งออเดอร์จากนั้นผมก็เดินนำเขามาที่โต๊ะโดยมีไอ้เคมองมาตลอดทางผมพยายามหลบสายตามันที่มองมาแบบกดดัน

"นี่เพื่อนข้างห้องที่เอาขนมไปฝากคืนนั้นน่ะชื่อ'สิงหา' ส่วนนี่รุ่นน้องที่อยู่ห้องเดียวกับเราเอง" ผมแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกัน

"สวัสดีนะครับ" สิงหาทักทายไอ้เคด้วยท่าทีสุภาพ

"ครับ" ไอ้เคมันตอบรับสั้นๆด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

"แล้วสิงมากินโจ๊กร้านนี้บ่อยหรอ?" ผมชวนเขาคุยเพื่อทำลายความน่าอึดอัด

"ก็เกือบทุกวันนะรูมเมทเราชอบพามากินแต่เมื่อคืนมันไปนอนหอแฟน..เช้านี้เราก็เลยต้องมากินคนเดียว" สิงหาดูเป็นมิตรต่างจากอีกคนที่นั่งทำหน้าเหมือนเบื่อโลก

"เค..เอาอะไรเพิ่มอีกไหม?" ผมถามไอ้เคเนื่องจากมีสิงหานั่งอยู่ด้วยผมก็เลยต้องทำเป็นพูดดีๆกับมันแต่อีกอย่างคืออยากพูดให้มันอารมณ์ดีขึ้นด้วย

"ไม่ครับ" มันตอบสั้นๆ

"อร่อยไหม? " ผมชวนมันคุยอีก

"ก็ดีครับ"

"เคเป็นลูกครึ่งหรือครับ?" สิงหาถามมันด้วยความเป็นมิตร

"ใช่ " ดูมันทำหน้า มึงช่วยทำหน้าให้มันดีกว่านี้จะได้ไหมวะ! ผมดูออกว่ามันไม่ค่อยชอบหน้าสิงหาสักเท่าไหร่

"เคลูกครึ่งไทย-อเมริกาน่ะ..เพิ่งกลับมาอยู่ไทยไม่กี่เดือนเอง เรียนหลักสูตรบริหารอินเตอร์" ผมตอบแทนไอ้เค

"แล้วมินเรียนสาขาอะไรหรือครับ?"

"บริหารเหมือนกับเคแต่ของเราภาคปกติครับ..แล้วสิงเรียนทำอะไรสนุกไหม?"

"สนุกครับส่วนใหญ่ได้ทำอาหารเกือบทุกวันของเราเขาจะเน้นไปทางปฏิบัติมากกว่า ไว้เราจะเอามาฝากมินทุกวันเลยนะครับ"

"ไม่ต้องหรอกเราเกรงใจ"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ..ทำกันเยอะส่วนใหญ่เขาก็เอาไปแจกอยู่แล้ว "

"แฮ่มๆๆๆ " เราสองคนหันไปหาไอ้เคที่ทำเสียงเหมือนมีอะไรติดคอ

"เป็นอะไรวะ?" ผมถามมัน

"ขิงมันขวางคอครับ..น่ารำคาญชะมัด" ผมคิดว่ามันน่าจะว่าสิงหาแน่นอนเพราะมันดูไม่ชอบเขาเอามาก

"ถ้าอย่างนั้นครั้งหน้าจะบอกลุงว่าไม่ต้องใส่ก็แล้วกัน..ที่เหลือมึงเขี่ยไว้ข้างชามไปแล้วกัน"

"วันนี้มินมีนัดออกไปไหนบ้างไหมครับพอดีผมจะชวนไป..."

"มีแล้ว" ยังไม่ทันที่สิงหาจะพูดจบประโยคไอ้เคมันก็พูดดักเขาซะก่อน แล้วกูไปนัดอะไรกับใครตอนไหนวะ

"อ๋อ..เสียดายจัง ผมว่าจะชวนมินไปเที่ยวสักหน่อย"

"เอาไว้วันหลังก็ได้..ไว้เราไปเที่ยวกันนะ" ผมพูดให้สิงหารู้สึกดีขึ้น

"ครับ"

กินโจ๊กเสร็จเราก็กลับมาห้องไอ้เคมันดูหงุดหงิด เอาแต่หยิบโน่นหยิบนี่เสียงดังแถมยังทำเป็นปิดประตูห้องน้ำเสียงดังทั้งที่ปกติมันก็ปิดปกติได้

"มึงเป็นอะไร?" ผมถามมันออกไปเพราะรำคาญที่มันหาเรื่องทำเสียงดังรบกวน

"ทำไมพี่มินชอบไปทำตัวน่ารักใส่ผู้ชายคนอื่นอยู่เรื่อยเลย" มันนั่งกอดอกมองหน้าผมอยู่บนเตียงส่วนผมกำลังนั่งพับผ้าที่เพิ่งสั่งซักเสร็จอยู่บนเตียงคนละฝั่งกับมัน

"กูก็คุยปกติ"

"ผมหึงนะครับ" ไอ้เคมันเป็นพวกคิดอะไรก็พูดออกมาแบบไม่ปิดบัง

"แล้วมึงจะให้กูทำยังไงวะ..นั่นมันเพื่อนห้องข้างๆกูก็ต้องสร้างความเป็นมิตรกับเขาไว้ก่อนสิมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน" ผมพยายามพูดให้มันเข้าใจ

"ผมดูแลพี่ได้"

"มันไม่เหมือนกันโว๊ย! กูไม่อยากเถียงกับมึงเลยนะไอ้เค มึงช่วยหยุดหาเรื่องกูสักทีได้ไหม" ตอนนี้กลายเป็นผมที่งอนมันแทน

"ผมไม่อยากให้พี่มินไปทำตัวน่ารักกับใครนอกจากผมคนเดียวนี่ครับ..ผมหึง ผมหวง "

"มึงไม่ต้องมากอดกูเมื่อกี้ยังหาเรื่องให้กูอารมณ์เสียอยู่เลย" ผมดันหัวมันออกแต่มันก็ยังเอาหัวมาซุกกับหน้าท้องของผมเหมือนกับเป็นการง้อ อารมณ์มึงแปรปรวนเร็วจังเลยนะ!

"ผมขอโทษนะครับ..ผมหวงพี่มาก ผมก็ไม่อยากเป็นแบบนี้เหมือนกันแต่มันห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้ "

"เพราะมึงยังไม่ได้กูมากกว่า"

"ไม่ใช่นะครับพี่มิน..ผมไม่เคยคิดแบบนั้นนะครับ "

"หึ..แต่มึงกำลังทำให้กูรู้สึกว่ามึงก็แค่อยากได้กูเท่านั้น"

"พี่มินอย่าคิดแบบนั้นสิครับ..ผมรักพี่มินนะ"

"ถามจริงเถอะถ้ามึงมีอะไรกับกูแล้วยังไงต่อวะ?" เออ! เดี๋ยวพอได้มันก็เบื่อผมไปเอง

"เราก็เป็นแฟนกันไงครับ..ผมจะพาพี่มินไปเปิดตัวกับแด๊ดนะครับ"

"นิสัยผู้ชายว่ะ..ตอนยังไม่ได้ก็พูดแบบนี้ทุกคน กูเป็นผู้ชายทำไมกูจะไม่รู้ " ผมดึงตัวเองออกมาจากวงแขนแกร่งแล้วเอาผ้าที่พับเสร็จแล้วไปเก็บในตู้

 

ฟอด~

"แต่มันไม่ใช่ผมนะครับ" ไอ้เคมันหอมแก้มผมจากด้านหลังตอนผมเผลอ

"ไอ้เค! มึงหยุดหอมแก้มกูสักทีได้ไหม กูจักจี๊"

 

ฟอด~

"ไม่ได้ครับเพราะพี่มินน่ารักเกินไป..ผมอดใจไม่ไหวหรอกครับ"

"มึงขยับออกไปดิ" ด้วยความที่มันตัวใหญ่และตรงตู้เสื้อผ้ามันแคบผมก็เลยเหมือนถูกขังไว้

"ไอ้เค..กูไม่เล่นแล้ว" มันดันผมให้ติดตู้เสื้อผ้าจากนั้นเริ่มใช้มือลูบไล้เอวของผม

"นิดเดียวนะครับ" มันพูดเสียงอ้อนริมฝีปากหนาจุมพิตมาที่ซอกคอขาว

"อือ~ ไอ้เค..ไม่เอา" ผมหลับตาลงเพราะเริ่มเคลิ้มถึงปากจะร้องห้ามแต่ร่างกายกลับต้องการสัมผัสที่มันมอบให้

--------ตัด----------

พรึ่บ!

"พอได้แล้ว..ไปขับรถเล่นไหมมึงจะได้ขึ้น" ผมรู้ว่าการอยู่กับมันสองต่อสองทำให้มันเกิดอารมณ์ได้ง่าย ผมคิดว่าไอ้เคมันน่าจะเป็นพวกเซ็กจัดนะผมชักจะอยากรู้แล้วว่าตอนมันอยู่เมืองนอกมันเป็นยังไง

"ผมไปไหนไม่ไหวแล้วครับ..พี่มินเป็นแฟนกับผมเถอะนะครับ ผมทนไม่ไหวแล้ว..ผมทรมานเหลือเกิน ตั้งแต่ผมมาอยู่ไทยผมยังไม่ได้มีอะไรกับใครเลยนะครับ แค่มือมันไม่พอหรอกครับ" ไอ้เคพูดด้วยเสียงกระเส่า มึงไม่ได้มีอะไรกับใครแค่ไม่กี่เดือนเอง มึงดูกูนี่! ยังไม่เคยมีอะไรกับใครตั้งแต่เกิดเลยเว้ย!

"อย่าผิดสัญญาสิวะ"

"ผมขอโทษนะครับ"

 

พรึ่บ!

มันเหวี่ยงผมลงมาบนเตียงไม่แรงมากนักจากนั้นมันค่อยๆเดินมาหาผมที่เตียง

"ไอ้เค..มึงใจเย็นก่อนนะ" ผมพยายามควบคุมสติตัวเองด้วยใจที่เต้นแรง คราวนี้มันดูเอาจริง ไม่ได้นะนี่มันกลางวันแสกๆ

"เชื่อใจผมนะครับ..ผมจะทำเบาๆ" กูไม่เชื่อมึง! ผมไม่กล้าด่ามันเพราะกลัวมันจะหงุดหงิดแล้วทำรุนแรงกับผม

"ใจเย็นๆก่อนสิ..ให้พี่ใช้มือให้ไหม เดี๋ยวพี่ทำให้..เคจะได้สบายตัวไง" ผมต้องจำใจพูดดีๆกับมัน

"ผมต้องการมากกว่านั้น" มันขึ้นมาบนเตียงแล้ว! ไม่ได้นะ ผมไม่อยากได้ผัว ถ้าโดนของมันเข้าไปผมต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะอวัยวะบางส่วนฉีกแน่ ม่ายย!!

"เค..ใจเย็นๆก่อน" ผมถอยหนีมัน

"อย่าพยายามหนีผมเพราะพี่จะทำให้ผมโมโหนะครับ..ผมไม่อยากให้ครั้งแรกของพี่ต้องเจ็บตัว ยอมผมเถอะนะครับพี่มิน..ผมจะอ่อนโยนกับพี่" มันคลานเข้าตามผมมาส่วนผมก็ขยับถอยหลังจนจะถึงขอบเตียงแล้ว เอาไงดีวะ! สายตาของมันตอนนี้ดูน่ากลัวมาก

เอาวะ!

เป็นไงเป็นกัน!

 

ปึก!

"ฮึก" ไอ้เคหน้าหันเพราะแรงถีบของผมจากนั้นผมก็รีบลุกขึ้นจากเตียงตรงไปที่ประตูห้องแต่มันขายาวกว่าผมซะด้วยสิ

 

พรึ่บ!

"ผมบอกแล้วใช่ไหมครับว่าให้ยอมผมดีๆแล้วจะไม่เจ็บตัว" คอเสื้อของผมโดนมันคว้าไว้เสียงกระซิบที่แสนเยือกเย็นดังอยู่แถวหลังใบหู

"คะ..คือ หอพักที่นี่ผนังบางนะเค เดี๋ยวก็มีคนมาว่าหรอก"

"ถ้าอย่างนั้นไปที่ๆไม่มีใครได้ยินกันดีกว่าครับ"

.

.

มันลากบังคับผมให้ขึ้นรถแล้วก็ขับมาที่ไหนก็ไม่รู้แถวนี้มีแต่โรงงานร้างเต็มไปหมดระหว่างทางมันแวะซื้อเจลหล่อลื่นที่เซเว่นด้วยแต่ไม่ซื้อถุงยางส่วนผมถ้าทุกคนจะถามว่าทำไมไม่แอบหนีลงไปตอนมันเข้าไปซื้อของในเซเว่นล่ะ ฟังนะครับผมโดนมันจับมัดไว้กับรถหนีไปไหนไม่ได้ T^T

มันเข้ามาจอดในโรงงานร้างแห่งหนึ่งผมมองไปรอบๆเจอแต่ป่าแล้วไอ้เคมันก็ดับเครื่องยนต์จากนั้นหันมาพูดกับผมด้วยประโยคที่ทำเอาผมคอแห้งผาก

"พี่มินรู้ใจผมจังเลยนะครับ..ผมเป็นพวกชอบมีเซ็กซ์สถานที่แปลกๆพอดี"

"กูไม่เอา!..ที่นี่มันน่ากลัว"

"ผมว่าตื่นเต้นมากกว่าครับ" มันใช้มีดพกอันเล็กๆตัดเชือกให้ผม

"อย่าดื้อนะครับพี่มิน" ไอ้เคเปิดประตูฝั่งตัวเองลงไปจากนั้นเดินมาเปิดประตูฝั่งผมบ้างมันดึงผมลงมาจากรถ ผมมองไปรอบๆเพื่อหาทางหนีแต่ไม่รู้ว่าควรจะไปทางไหนดี ถ้าเกิดวิ่งหนีมันไปพ้นแล้วหลงในป่าแทนจะซวยกว่าเดิมอีกนะแถมแถวนี้ก็ดูน่ากลัว

"ดะ..เดี๋ยว " ไอ้เคที่ก้มลงมาจะจูบที่ซอกคอผมหยุดแล้วมองผมด้วยสายตาเหมือนหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะ

"พูดมาครับ" มันจ้องหน้าผมด้วยสายตากดดัน

"ที่นี่มันดูน่ากลัวจะตาย..เราไปที่อื่นกันดีไหม"

"แต่ผมชอบ"

จ๊วบๆ

ไอ้เคจู่โจมผมด้วยบทจูบอันแสนเร่าร้อนมันจับขาข้างหนึ่งของผมยกขึ้นไปเกี่ยวเอวมันไว้ส่วนหลังของผมพิงไปกับกระโปรงหน้ารถ มือหนาขยำบีบหน้าอกผมผ่านเสื้อยืดมันหอบหายใจเข้าออกแรงๆบ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังต้องการขั้นขีดสุด

"อือ" ดูเหมือนว่าไอ้เคมันจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยอยู่แล้วเพราะมันบีบขยำหน้าอกผมแรงมาก พูดง่ายๆก็คือตอนนี้มันเหมือนพวกซาดิสม์

"อืม" เสียงมันครางในลำคออย่างพอใจ

"อือ" มึงเร้าใจแต่กูเจ็บโว๊ย! ผมยอมรับว่ากลัวอารมณ์มันตอนนี้มากเลยครับถ้ามันเอาตรงนั้นของมันเข้ามาในตัวผม ผมคงต้องทรมานมากแน่ๆเพราะไอ้เคมันต้องไม่ยั้งแรงแน่นอนถ้ายังอยู่ในอารมณ์นี้

ผมต้องหนี!

ผมลืมตาเพื่อมองหาทางหนีและอะไรสักอย่างที่จะหยุดไอ้หมีควายนี้ได้พลางคิดว่าถ้าผมเอาอะไรฟาดมันแล้วมันจะบีบคอผมตายหรือเปล่านะ แต่ถ้าให้เลือกระหว่างมันบีบคอตายกับโดนมันข่มขืนตายผมว่าอย่างหลังเป็นการตายที่น่ากลัวกว่านะแถมยังน่าอับอายกว่าด้วยคิดดูสิแม่ผมจะรู้สึกอย่างไรตอนได้เห็นข่าว 'ตำรวจพบศพชายหนุ่มอายุประมาณ20ปีถูกข่มขืนทางทวารจนเสียชีวิตในโกดังร้างสภาพร่างกายเปลือยเปล่า' ไม่นะ ไม่!!

ผมนึกออกแล้ว

"อืม" ผมแกล้งทำเป็นใช้วงแขนโอบรอบคอมันไอ้เคดูจะพอใจไม่น้อย ผมจูบตอบมันไปทั้งที่ตัวเองก็ยังจูบไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ ทำได้แค่ใช้ลิ้นเกี่ยวพันกับลิ้นมันโดยไม่ขัดขืน มือหนาเลื่อนลงไปบีบขยำสะโพกผม

"พี่มินทำถูกแล้วครับ..ทำตัวดีๆแล้วผมจะไม่รุนแรงกับพี่นะครับ" มันผละริมฝีปากออกมาพูดกระซิบเสียงแหบพร่าเอาหน้าผากชนกับหน้าผากผม

"ถ้าพี่ไม่ดื้อเคจะไม่ทำรุนแรงกับพี่ใช่ไหมครับ?" ผมแกล้งพูดเสียงอ้อนกับมัน

ฟอด~

"ครับ" มันหอมแก้ม ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว

"เอ่อ..แล้วพี่ต้องทำยังไงบ้าง นี่เป็นครั้งแรกพี่ทำตัวไม่ถูกน่ะ"

"พี่มินไม่ต้องทำอะไรเลยครับแค่อยู่เฉยๆเดี๋ยวผมจะทำเอง"

ฟอด~

มันหอมแก้มผมอีกแล้ว จะหอมอะไรของมันนักหนาวะ! แล้วมันก็จับผมพลิกตัวให้หันหลังให้มัน ไอ้เคมันจับบั้นท้ายผมลูบไล้ไปมา

เพี๊ยะ!

"อะ..พี่เจ็บนะ ตีทำไมเนี่ย" ผมทำเป็นพูดเสียงอ้อน ในใจก็รู้แหละว่ามันฟาดเพราะความหมั่นเขี้ยว ผมเป็นผู้ชายก็เคยดูหนังผู้ใหญ่มาเหมือนกันนะไอ้ขุนมันชอบเปิดแนวฝรั่งให้ดูตอนผมไปนอนเล่นของมัน

"ก็พี่มินน่ารักไงครับ..คนอะไรน่ารังแกจัง"

"เดี๋ยวก่อน!" มันกำลังจะดึงกางเกงผมลงแต่ผมรีบห้ามไว้ซะก่อน

"มีอะไรอีกครับ..ผมอยากปลดปล่อยเต็มทีแล้วนะครับ" เอาไงดีวะ จะแก้ตัวว่ายังไงดีผมอยากยื้อเวลาให้นานที่สุด

"พะ..พี่อยากใช้ปากให้เคได้ไหม?" ด้วยความกดดันทำให้ผมพูดออกไปแบบนั้น

"อ่า..แบบนี้นี่เอง ทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรกล่ะครับ เอาสิครับ..ผมจะยืนเฉยๆ เชิญพี่มินใช้ปากตามสบายเลยครับ " ผมหันหลังกลับไปหามันจากนั้นพลิกตัวให้มันเข้ามายืนแทนที่ผม ไอ้เคยืนพิงทิ้งน้ำหนักตัวไปที่รถ

"พี่ขอโทษที่ทำไม่เก่งนะ" ผมนั่งลงแล้วเงยหน้าพูดกับมัน มือก็ค่อยๆถอดกางเกงมันไปด้วย

"ไม่เลยครับ..สำหรับผมพี่มินเก่งที่สุด แค่นี้ผมก็จะคลั่งตายอยู่แล้ว" มันใช้นิ้วเขี่ยแก้มผมเล่น

--------ตัด--------

ถึงเวลาแล้ว

พรึ่บ!

ผมเอาปากออกจากแก่นกายที่กำลังจะปลดปล่อยน้ำรักของมันออกมาแล้วรีบวิ่งไปทางที่ตัวเองเลือกไว้ว่าต้อวหนีรอด ผมรู้ว่าการทำแบบนี้จะทำให้มันโกรธมากถึงมากที่สุดแต่ผมก็จำใจต้องทำ ยังไงกูก็ไม่มีทางตกเป็นเมียมึงหรอกไอ้เค!

"พี่มินอย่าหนีนะ...จับได้โดนหนักแน่คราวนี้ผมจะไม่อ่อนโยนอีกแล้ว หยุดเดี๋ยวนี้!" ผมได้ยินเสียงไอ้เคตะโกนไล่หลังมาแต่รู้สึกว่ามันห่างกับผมพอสมควร ผมวิ่งแบบไม่คิดชีวิตเลยครับ

ผมต้องรอด!

ผมจะไม่ยอมเป็นเมียของมันเด็ดขาด!

ผมจะเก็บความบริสุทธิ์นี้ไปตลอดชีวิต!

ผมวิ่งหนีมันมาถึงถนนใหญ่แล้วก็รีบโบกมือให้แท็กซี่ที่กำลังขับมาจอดรับ ภาวนาให้เขาไม่ไปส่งรถตอนนี้ด้วยเถอะ และแล้วแท็กซี่คันดังกล่าวก็เริ่มชะลอรถ

"มิน..อย่าหนีผม!" ผมเห็นไอ้เคมันกำลังวิ่งมาทางผมที่ยืนรอ ผมจึงวิ่งไปหาแท็กซี่

"มิน..ถ้าไม่อยากโดนหนักหยุดหนีผมเดี๋ยวนี้" ไอ้เคมันตะโกนขู่ผมไม่หยุด ถ้ากูหยุดตอนนี้กูก็โดนหนักอยู่ดี

สุดท้ายผมก็ได้ขึ้นมาบนรถแท็กซี่จนได้

"รีบขับไปเลยพี่" ไอ้เควิ่งมาถึงรถ มันพยายามเคาะกระจกเรียกผม

"ไปเร็วพี่!..ไอ้โจรจิตนี่มันจับตัวผมมา"

"จริงหรอ..โอเคๆ" พี่คนขับเมื่อได้ยินที่ผมพูดก็รีบขับรถออกมา ผมหันไปมองไอ้เคที่ยืนมองผมอยู่ข้างทางมันดูโกรธจัด

"จะไปแจ้งตำรวจไหมน้อง..คนเดี๋ยวนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ ไอ้หนุ่มนั่นหน้าตาดีมากเลยนะไม่น่าเป็นคนแบบนี้เลย" คนขับพูดถึงไอ้เค

"ไม่เป็นไรครับ..ผมกลัวจะเป็นข่าวใหญ่ เขาคงไม่สนใจผมแล้วล่ะครับ" ผมพูดไปแบบนั้นแต่ความจริงคือผมรู้ดีว่ามันต้องตามล่าผมแน่นอน ต้องไปนี้ผมคงไม่กลับไปอยู่หออีกแล้ว

ผมบอกทางพี่คนขับรถให้มาส่งที่หอไอ้ขุนเนื่องจากตัวผมไม่มีทั้งมือถือและกระเป๋าสตางค์จึงบอกให้พี่เขารอก่อนแล้วผมก็ขึ้นมาหาไอ้ขุนขอให้มันช่วยเสียค่าแท็กซี่ให้ผมจะคืนค่ารถให้มันทีหลังแต่มันก็บอกว่าไม่ต้อง

"เกิดอะไรขึ้น? สารภาพมาไอ้มิน แล้วนั่นมึงไปโดนผู้หญิงที่ไหนข่มขืนมาวะ รอยเต็มคอเลย" ไอ้ขุนจ้องผมด้วยสายตาจับผิด

"เอ่อ..คือ.."

"สารภาพความจริงมา" มันพูดกดดันผม

"คือ.." จะให้บอกว่าโดนรูเมทจับไปข่มขืนหรอวะ

"คือ..ใช่ กูโดนผู้หญิงหลอกว่ะ..เขาวางแผนกับผัวของเขาจะปล้นกู กูก็เลยหนีออกมาได้" ผมขอโทษที่โกหกใส่คนอื่นแบบนี้ T^T

"เฮ้ย!จริงหรอวะ..ถ้าอย่างนั้นไปแจ้งตำรวจกัน" ไอ้ขุนลุกมาดึงมือผม

 

"มะ..ไม่ต้อง ช่างมันเถอะ..กูกลัวเขาจะแค้นแล้วมาตามกระทืบกู" ผมพยายามพูดกับไอ้ขุน ถ้าแจ้งความก็โดนข้อหาแจ้งความเท็จน่ะสิเป็นเรื่องใหญ่เข้าไปอีก

"เดี๋ยวตำรวจเขาจัดการเองมึงไม่ต้องกังวล,ทำวนหรอก ไป..ไปแจ้งความกันแล้วต่อไปนี้ถ้ามึงจะจีบผู้หญิงคนไหนก็ต้องปรึกษากูตลอดนะรู้ไหม" ไอ้ขุนพยายามดึงมือผมขึ้นแต่ผมรั้งตัวเองเอาไว้

"ไม่ต้องหรอก..ให้มันจบแค่นี้เถอะถ้ามีใครรู้กูอายคนตายเลย "

"จะเอาแบบนั้นหรอวะ..มึงแน่ใจแล้วใช่ไหม?" ไอ้ขุนถามเพื่อความแน่ใจ

"อืม..เออมีเรื่องจะคุยกับมึงอีกเรื่องหนึ่งว่ะ"

"ว่ามาเลยเพื่อนรัก" ไอ้ขุนนั่งลงแล้วกอดคอผม

"คือกูจะย้ายมาอยู่กับมึงชั่วคราวได้ไหมวะ?"

"มาอยู่ถาวรเลยสิ..เรื่องจะหางานทำใช่ไหม?" ความจริงกว่านั้นคือกูมีปัญหากับรูมเมททำให้กลับไปอยู่ไม่ได้แล้วโว๊ย! ถ้ากลับไปกูตายแน่แต่ก็ต้องไปเอาข้าวของอยู่ดี

"กูขอออกค่าหอคนละครึ่งกับมึงนะ"

"มึงมาอยู่ฟรีก็ได้..กูไม่มีปัญหาเรื่องเงินอยู่แล้ว" ไอ้ขุนมันทำงานไปด้วย ไอ้นี่มันเก่งคอมแต่เสือกมาเรียนบริหารงานที่มันทำก็คือเกี่ยวกับออกแบบเว็บไซต์อะไรพวกนั่นแหละ แถมเงินดีด้วย

"ไม่เอาอะ..กูเกรงใจ"

"เอาไว้มึงได้ทำงานแล้วค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกัน"

"กูอยากขนของวันนี้เลยว่ะ" ไอ้ขุนมันทำหน้าสงสัย

"กูถามจริงๆเถอะ..มึงมีปัญหากับรูมเมทด้วยใช่ไหม?" นั่นไง ไอ้ตัวจ้องจับผิดมันรู้ทันอีกแล้ว

"อะ..เอ่อ ใช่" ผมยอมรับกับมันไปตรงๆ

"นั่นไง..กูว่าแล้ว"

"กูไม่อยากเจอมันว่ะ..มึงช่วยไปขนของให้กูหน่อยได้ไหม ของกูมีไม่เยอะส่วนใหญ่ก็เป็นเสื้อผ้ากับอุปกรณ์การเรียนหนังสืออะไรพวกนั้น ไม่มากหรอก" ผมเป็นพวกไม่ค่อยชอบอะไรจุกจิกเฟอร์นิเจอร์ทางหอพักก็มีให้อยู่แล้ว

 

"มันทำอะไรมึงหรือเปล่าทำไมมึงถึงไม่กล้ากลับไปห้อง?"

"ไม่ได้ทำอะไรแค่เถียงกันตามปกติ..ที่กูไม่ไปเพราะไม่อยากเถียงกับมันอีกไง" ผมพูด

"หรือว่าเอาแบบนี้วะ..รอวันจันทร์ตอนมันไปเรียนกูกับมึงค่อยโดดสักคาบแล้วไปขนของเพราะถ้ากูไปคนเดียวก็ไม่รู้ว่าของมึงอันไหนบ้างอยู่ดี"

"เออ..เอาแบบนั้นก็ได้แต่กูขอยืมเสื้อผ้ามึงใส่ก่อนนะเว้ยแล้วค่อยซักคืนให้ทีหลัง "

"เรื่องแค่นี้สบายมาก..มึงอยากใส่ชุดไหนมึงเลือกเอาได้เลย" ไอ้ขุนตบไหล่ผม

"ขอบใจมึงมากนะ"

"ไม่เป็นไร..เดี๋ยวกูจะทำงานส่งลูกค้าถ้ามึงเบื่อเอามือถือกูไปเล่นเกมได้นะ อะ" ไอ้ขุนยื่นมือถือส่งให้ผมจากนั้นมันก็ไปนั่งประจำที่หน้าโต๊ะคอมแล้วก็ทำงานของมันไป

ผมนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงของไอ้ขุนหลายชั่วโมงแล้วจนรู้สึกเบื่อลุกขึ้นนั่งหันไปมองมันที่กำลังตั้งใจทำงานอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"มึงดูเครียดนะ" ผมพูดกับมัน

"นิดหน่อยว่ะ..ลูกค้าขอเปลี่ยนรายละเอียดนิดหน่อย" ผมเดินไปยืนหลังมันที่เก้าอี้แล้วก้มหน้าลงไปมองหน้าจอคอมทำให้แก้มของผมเกือบชนกับหน้าของมันแต่ผมก็ไม่ได้กินอะไร

"มึงอ่อยกูหรอไอ้มิน?" ผมทำหน้างงแล้วมันไปหามันแต่ลืมไปว่าหน้าของเราอยู่ใกล้กันแค่คืบเดียว ทำให้ตาของผมไปสบตากับมันจมูกโด่งๆของมันโดนจมูกผม

"เฮ้ย! เชี่ย" ผมรีบผละหน้าออกอย่างเร็วด้วยความตกใจ

"เข้ามาเองแล้วก็ตกใจเอง" ไอ้ขุนทำหน้าเฉยๆแต่ใบหูมันแดงอย่างเห็นได้ชัด

"กูก็ลืมไปว่าหน้าอยู่ใกล้กันแล้วเมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะ?" ผมตกใจจนลืมว่าเมื่อกี้มันพูดอะไร

"กูก็ลืมเหมือนกัน"

แล้วมันก็หันไปทำงานต่อคราวนี้ผมจึงยืนหลังมันเฉยๆ

"เออมึง..กูถามอะไรหน่อยสิ" ผมพูด

"ว่า?"

"ฝันว่าผู้ชายกับผู้ชายจูบกันมันผิดปกติไหมวะ..กูหมายถึงผู้ชายที่ไม่ได้เป็นเกย์น่ะ" อย่างผม ไอ้เคมันยอมรับว่ามันเป็นเกย์แต่ผมนี่สิเป็นผู้ชายแมนๆ

"ทำไมอยู่ดีๆมึงก็ถามแบบนี้วะ?" ไอ้ขุนรีบหันมามองผมทันที

"ก็ช่วงนี้กูเห็นซีรีส์วายมันเยอะ..กูก็เลยอยากรู้ว่าตอนเขาเล่นฉากเลิฟซีน พวกเขาจะรู้สึกยังไงกัน"

"มึงลองจูบกับกูไหมล่ะ..จะได้รู้ไง"

"หยี๋~ไอ้ขุน มึงพูดอะไรเนี่ย..ขนลุกว่ะ"

"เอ้า! มึงจะได้รู้ไงวะ..เอาป่ะ มาเร็ว" มันยื่นปากมาให้ผม

"ไม่เอา! " ผมหนีมันไปเล่นมือถือบนเตียงเหมือนเดิมส่วนไอ้คนที่แกล้งผมสำเร็จมันก็หัวเราะขำผม

.

.

"มิน"

"อะไร?" ผมที่นอนเล่นเกมเพลินๆขานรับมัน

"มึงหิวไหม?"

"นิดหน่อย..มึงหิวหรอ? เดี๋ยวกูออกไปซื้อมาให้ก็ได้" ผมลุกขึ้นนั่ง

"ไม่ต้องออกไปหรอก..อากาศร้อนจะตายเดี๋ยวกูสั่งเดลิเวอรี่มาก็ได้ มึงอยากกินอะไร?" ไอ้ขุนลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจจากนั้นเดินมาเอามือถือที่ผมไปเปิดดูเมนูอาหารในแอป

"นึกไม่ออกว่ะ"

"ถ้าอย่างนั้นมึงก็มาดูรูปเมนูอาหารสิ..มีให้เลือกเยอะแยะเลย" ผมก้มหน้าดูเมนูตามที่ไอ้ขุนสั่ง

"ในรูปมันดูน่ากินหมดเลยนะ..แล้วมึงจะกินอะไรวะ?" ผมถามมันแต่ตายังดูหน้าจอ

"กูก็ยังเลือกไม่ได้เหมือนกัน"

"เอาร้านนี้ไหม..ร้านอาหารตามสั่งซื้อ 1 แถม 1 โปรโมชั่นเปิดร้านใหม่" ผมชี้ไปที่รูปร้านที่พูดออกมา

"ก็ได้..แล้วมึงจะกินอะไร?" ไอ้ขุนถาม

"อืม.." ผมใช้ความคิด

"มึงเลือกที่มึงอยากกินทั้งสองอย่างเลยก็แล้วกันกูกินอะไรก็ได้..เดี๋ยวก็แบ่งๆกันกินจะได้กินทั้ง 2 อย่าง" มันพูด

"ถ้าอย่างนั้นเอาข้าวคะน้าหมูกรอบกับข้าวผัดทะเลก็แล้วกัน..มึงโอเคไหม?"

"โอเค..ถ้าอย่างนั้นกูกดสั่งเลยนะ" ไอ้ขุนมันกดสั่งอาหารรอไม่นานเขาก็มาส่งไอ้ขุนเป็นคนเดินลงไปรับอาหาร เรากินข้าวกันไปคุยเล่นกันไปเรื่อยๆ

"มิน"

"อะ?" ผมเงยขึ้นไปมองไอ้ขุนที่เรียกชื่อผม

ฟึบ~

"มึงกินเลอะ" ไอ้ขุนใช้ทิชชู่เช็ดปากให้ผม

"คิมิโนโต๊ะว่ะ ฮ่าๆๆ..เหมือนเล่นซีรีย์วายเลยว่ะ ขนลุก" ผมพูดเล่นๆหยอกไอ้ขุน

"เอาปะล่ะ..เผื่อจะได้คิมูจิเหมือนคนอื่นเขาบ้าง จะเก็บซิงไว้ชิงโชคหรือมึงอ่ะ?" อ้าว โดนมันแซวกลับเฉยเลย

"รอคนที่ใช่ไงวะ..รักแท้อะ มึงไม่รู้จักหรอครับเพื่อน"

"หมายถึงผู้หญิงหรือผู้ชายวะ..รักแท้ที่มึงกำลังรอแต่กูว่ามึงไม่ได้ผู้หญิงหรอก..หน้าแบบมึงหาผัวซะเถอะ" ดูมันพูดแช่งผมสิครับ

"ไอ้ขุน..ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะไม่อย่างนั้นกูจะสาปแช่งให้มึงมีแฟนเป็นผู้ชายเหมือนกัน "ผมโวยวาย ไอ้ขุนค่อยๆยื่นหน้ามาใกล้ผมแล้วพูดว่า...

"ถ้าเป็นแบบนั้นจริง..กูจะเอามึงทำเมีย"

"เดี๋ยวก็ฟ้าผ่ากันพอดี" ผมทำสีหน้าเหมือนขนลุกกับคำพูดของเพื่อนรัก

"อาจจะเข้ากันดีก็ได้" ไอ้ขุนยิ้มมุมปาก

"กูว่ากูเริ่มจะกินไม่ลงแล้ว..รีบแดกเถอะมึงน่ะ" ผมคีบผักยัดใส่ปากมัน

ค่ำ

[Part K]

เพิ่มขับรถตามหาพี่มินตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ฟ้าก็หมดแล้วผมติดต่อให้เพื่อนสืบหาที่อยู่ของคนที่ชื่อขุน พี่มินอาจจะไปหาเพื่อนสนิทคนนั้นก็ได้เพราะเคยได้ยินคนชื่อขุนบอกว่าพี่มินจะย้ายไปอยู่กับเขา

ครืด~ ครืด~

'ได้เรื่องว่าไงบ้าง?' ผมกดรับสายเพื่อนที่โทรเข้ามาแล้วยิงคำถามทันที

'กูรู้ที่อยู่แล้ว..อยู่ที่..'

ผมเร่งความเร็วเครื่องยนต์มาที่ตำแหน่งที่เพื่อนบอกซึ่งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนักเพราะส่วนใหญ่นักศึกษาจะพักไม่ไกลจากที่เรียนอยู่แล้วจะได้เดินทางง่ายๆ

ผมจอดรถอยู่หน้าหอพักของคนที่ชื่อขุนแต่คิดอยู่ว่าจะขึ้นไปลากว่าที่เมียของผมลงมาตอนนี้เลยดีไหมแต่ก็เจอเข้ากับเขาเข้าพอดี

ผมมองพี่มินด้วยแววตาดีใจในที่สุดผมก็หาเขาเจอแล้วแค่ห่างกับพี่มินแค่5นาทีผมก็แทบคลั่งอยู่แล้ว พี่มินเดินลงมาพร้อมกับเพื่อนที่ชื่อขุนดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะออกไปข้างนอก ผมขับรถตามมอเตอร์ไซค์ของพากเขาสองคนไปไม่นานพวกเขาก็จอดรถที่ร้านข้าวแห่งหนึ่ง ผมรู้สึกสงสารพี่มินที่ไม่มีอะไรติดตัวไปเลยทั้งกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือแต่ยังดีที่พี่มินเลือกที่จะมาหาเพื่อนแทนที่จะหนีไปคนเดียวถ้าเป็นแบบหลังผมคงต้องเกลียดตัวเองมากแน่ๆ ผมยอมรับว่าก่อนหน้านี้ผมโกรธจัดแต่พอมาเห็นคนที่ตัวเองรักแบบนี้ใจของผมมันก็อ่อนลงตอนนี้ผมอยากเข้าไปกอดเขามากกว่าทำอะไรรุนแรงใส่

ผมมองพี่มินที่นั่งกินข้าวกับเพื่อนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเขาช่างดูมีความสุขเหลือเกินผมอยากให้เขากลับไปส่งยิ้มให้ผมแบบนั้นเหมือนเดิมจัง พี่มินเป็นคนน่ารักแต่เขามักจะไม่ยอมรับตัวเองชอบคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายแมนๆตลอดทั้งที่ร่างก็ออกจะบางเหมือนกับผู้หญิง หน้าก็หวาน พี่มินของผมช่างดูดีไปหมดทุกอย่าง

ผมสังเกตเห็นความผิดปกติจากคนที่ชื่อขุนทั้งสายตาและท่าทางตอนมองพี่มินของผม เพื่อนคนนี้มันชักจะแปลกๆ ผมคงต้องเอาพี่มินของผมกลับมาอยู่กับผมให้เร็วที่สุดซะแล้ว

______________________________

ผมออกมากินข้าวกับไอ้ขุนในช่วงค่ำจากนั้นมันก็พาผมขับรถเที่ยวชมบรรยากาศในเมืองใหญ่ต่อทั้งสองข้างทางมีแต่แสงสีเสียงตลอดทาง

"มึงกอดกูแน่นๆสิเดี๋ยวก็ตกหรอก" ไอ้ขุนจับมือผมให้กอดเอวมันให้แน่นขึ้น

"กูไม่ตกง่ายๆหรอก" ถึงจะพูดแบบนั้นผมก็กอดเอวตามที่มันบอกอยู่ดี

"มึงอยากแวะซื้ออะไรไหมมิน?..เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง" มันหันมาถามผม

"กูไม่อยากได้อะไร" แค่นี้ผมก็เกรงใจมันจะแย่แล้วทั้งให้ที่ซุกหัวนอนทั้งออกค่ากินให้ทุกอย่างโดยไม่รู้สึกอึดอัดแถมยังดูเหมือนยินดีซะด้วยซ้ำ

"แวะถ่ายรูปตรงนั้นกัน" ไอ้ขุนชี้ไปที่ชิงช้าสวรรค์ที่ผู้คนชอบไปถ่ายรูปเช็คอินมากมาย

มันเข้าไปจอดรถแล้วเดินชูมือผมไปยังชิงช้าสวรรค์อันใหญ่นั้นแล้วจับผมไปยืนโดดเดี่ยวอยู่หน้าชิงช้าจากนั้นมันก็ถ่ายรูปให้ผม

"ขอโทษนะครับ..ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยได้ไหมครับ" มันไปเรียกผู้คนที่เดินผ่านให้ช่วยถ่ายรูปให้จากนั้นมันก็วิ่งมายืนข้างผมพร้อมกับกอดคอแล้วส่งยิ้มหวานให้กล้อง

"ยิ้มกว้างๆสิมึง" ไอ้ขุนจับมุมปากผมให้ยิ้มกว้างๆ

"ขอบคุณมากนะครับ" มันวิ่งไปเอามือถือคืนจากเขาแล้วกลับมาหาผม

"กูหล่อว่ะ" มันยื่นหน้าจอมือถือให้ผมดูรูปที่เราถ่ายคู่กันเมื่อกี้

"กูหล่อกว่าอีก" ผมขิง

"มึงน่ารักต่างหาก"

"เออ..เรื่องของมึงเถอะ" ผมขี้เกียจเถียงมันก็เลยปล่อยเลยตามเลย

กึก!

ผมสะดุ้งตัวชาวาบเมื่อบังเอิญหันไปเห็นใครบางคนที่หน้าคุ้นๆยืนมองมาทางเราอยู่ตรงมุมตึกแต่พอหันไปอีกทีก็ไม่เจอใครหรือผมจะตาฝาดไปเอง

"มึงเป็นอะไร? มองอะไรวะ " ไอ้ขุนหันไปตามที่ผมมองเมื่อกี้

"เปล่า..กูแค่มองไปเรื่อย"

"มึงทำหน้าเหมือนตกใจอะไรบางอย่าง"

"กูตกใจรูปปั้นตรงนั้นน่ะ" ผมชี้ไปที่รูปปั้นเก่าๆแถวนั้นมันก็เลยไม่ถามอะไรต่อ

"กินขนมไหม?" ไอ้ขุนหันไปเห็นร้านขายขนมพวกขนมเมืองนอกแล้วมันก็ถามผม

"มึงอยากกินหรือ?" ผมถามมันกลับ

"อืม..มันดูน่ากิน ไปซื้อกัน" วันนี้ไอ้ขุนมันดูมีความสุขเป็นพิเศษ มันเดินชูงมือผมให้เดินไปที่ร้านขายขนมดังกล่าวจากนั้นมันก็ปลีกตัวไปต่อแถวซื้อขนมมาหนึ่งชิ้น

"มึงกินอิ่มไหม? กูเห็นเด็กยืนต่อแถวอยู่เยอะก็เลยซื้อมาอันเดียว แบ่งกันกินเนอะ"

"ไม่เป็นไรกูก็ยังอิ่มอยู่ว่ะแถมที่มึงซื้อมาก็ชิ้นใหญ่มากด้วย กินสองคนสบาย"

"อะ..กูให้มึงกินก่อน" มันยื่นขนมให้ผม

"มึงซื้อมึงก็กินก่อนสิ" ผมเกรงใจก็เลยอยากให้มันกินก่อนเพราะมันเป็นคนจ่ายเงิน

"กูไม่ถือหรอก..อะ กูป้อน" มันเอาขนมมาจ่อที่ปากผม ผมก็เลยต้องจำใจอ้าปากรับ

"อร่อยไหม?"

"อร่อยว่ะ..มึงลองสิ" ผมสลับเป็นป้อนขนมให้มันบ้าง

"ไอ้สัส!โดนนิ้วกู" ไอ้ขุนมันกัดขนมแต่โดนนิ้วผม

"หึหึ..นิ้วมึงหวานดีว่ะ" มันยิ้มขำ

"ขอโทษนะครับ..ไม่ทราบxxxไปทางไหนหรือครับ?" ผมหันไปมองต้นเสียงก็ทำให้ตัวชาวาบ

"นี่มึงรุ่นน้องที่มหาลัยนี่หว่า" ไอ้ขุนหันไปพูดกับไอ้เคที่เข้ามาถามทาง -_-?

"พี่เรียนอยู่ที่มหาลัยxxxด้วยหรือครับ?" ผมแสร้งถามทั้งที่รู้ทุกอย่าง

"ใช่..พี่ชื่อขุนส่วนนี่พี่มินนะอยู่ปีสอง " ไอ้ขุนแนะนำตัว ผมอยากจะบอกมันเหลือเกินว่าไอ้นี่แหละคือรูมเมทของกูเอง

"สวัสดีครับ..รุ่นพี่" ไอ้เคยกมือไหว้ไอ้ขุนแล้วหันมาพูดคำว่ารุ่นพี่กับผม

"เออๆ หวัดดี..แล้วนี่มึงมาคนเดียวหรือวะ?" ไอ้ขุนถามไอ้เคที่ยังจ้องมาที่ผม

"ครับ..พอดีโดนทิ้งไว้ที่ห้องคนเดียวก็เลยออกมาขับรถเล่นแต่บังเอิญหลงทางครับ" แล้วตอนพูดว่าโดนทิ้งทำไมต้องหันมามองกูด้วยวะ

"แล้วรูมเมทมึงทิ้งไปไหนซะล่ะ?" เหมือนโดนขยี้ซ้ำ ไอ้เพื่อนตัวดีทำไมมันถึงอยากรู้เรื่องคนอื่นจังวะ

"หนีมาเที่ยวกับเพื่อนมั่งครับ"

"น่าสงสารจังเลยนะมึง..ได้ข่าวว่าเพิ่งมาอยู่เมืองไทยไม่กี่เดือนเองนี่หว่า คงยังไม่รู้จักทิศทางในเมืองนี้ดีเท่าไหร่สินะ"

"ครับ"

"ไหนๆมึงก็มาเที่ยวแก้เซ็งเหมือนกันถ้าอย่างนั้นก็มาเที่ยวกับพวกพี่เลยสิ" ผมรีบหันไปมองไอ้ขุน ไอ้เพื่อนเวร! มึงรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา

"จะดีหรือครับ?"

"ไม่เป็นไรหรอก..พี่ไม่ซีเรียส" แต่กูซีเรียสโว้ย! แต่ผมก็ทำได้แค่ยืนดูอยู่นิ่งๆเท่านั้น

"ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะครับ...พี่มิน" ไอ้เคมันยิ้มอย่างเป็นมิตร (มิจฉาชีพ) ใครดูมึงไม่ออกแต่กูดูออกโว๊ย! มึงมันร้าย 'ไอ้เค'

"พี่มินน่ะเป็นคนใจดี" ไอ้ขุนกอดคอผมแล้วพูดบอกไอ้เค แต่กูไม่อยากเป็นคนใจดีแล้วโว๊ย!

"ครับ..แถมยังน่ารักอีกด้วย" ไอ้เคยพูด

"เห็นไหมไอ้มิน..มีแต่คนบอกว่ามึงน่ารักมากกว่าหล่อซะอีก" มึงกำลังทำให้กูดูแย่ว่ะเพื่อน

"แล้วนี่กินอะไรยัง?" ผมถามไอ้เคเพื่อความเนียนเพราะตอนนี้เราทำเป็นไม่รู้จักกัน

"ยังครับ..เพราะวันนี้ผมมัวแต่ตามหา..." มันจ้องหน้าผม

"สถานที่เที่ยวน่ะครับ" เฮ้อ~กูโล่งใจ

"พวกพี่กินมื้อค่ำแล้วว่ะแต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่จะกินเป็นเพื่อนมึงอีกรอบก็ได้"

"ถ้าอย่างนั้นมื้อนี้ผมขอเลี้ยงพี่ทั้งสองคนเองนะครับ..พี่อยากกินอะไรสั่งได้เต็มที่เลยนะครับ" ทำไมมึงเข้ากับคนง่ายจังวะไอ้เค

"เกรงใจว่ะแต่ก็ขอบคุณนะ"โถ่~เพื่อนผม -_-!

เรากินอาหารญี่ปุ่นตามที่ไอ้ขุนอยากกินโดยมีไอ้เคเป็นคนเลี้ยงเสร็จจากนั้นเดินเที่ยวตลาดกลางคืนจนเวลาล่วงเลยไปถึงดึก

"ไปดื่มที่ห้องพี่ต่อสักหน่อยป่ะ?" ไอ้ขุนถามไอ้เคยังไม่ทันทที่ไอ้เคจะตกลงผมก็รีบพูดขัดซะก่อน

"พรุ่งนี้มีเรียนมึงให้น้องกลับไปนอนดีกว่า"

"แต่ผมสะดวกนะครับ"

"เดี๋ยวพรุ่งนี้แฮงค์ไปเรียนไม่ไหวหรอก" ผมพูดกับไอ้เคส่งสายตาบังคับให้มันกลับไปแต่มันทำเป็นไม่สนใจ

 

"ตอนอยู่high schoolผมดื่มทุกคืนครับ..นิดหน่อยสบายมาก" ไอ้เคมันหันไปบอกไอ้ขุน แหม~ประจบเก่งจังเลยนะมึง!

"ถ้าอย่างนั้นไปดื่มกัน" ไอ้เชี่ยขุน! มึงเล่นกูแล้ว

.

.

เบี้ย 8 ขวดถูกวางไว้บนโต๊ะญี่ปุ่นข้างเตียงในห้องไอ้ขุน สุดท้ายไอ้เคก็รู้ที่กบดานของผมจนได้แล้วต่อไปผมจะหนีไปไหนได้

"ทำตัวตามสบายเลยนะ..ห้องมันอาจจะเล็กไปหน่อย คุณหนูอย่างมึงคงอยู่ได้นะ" ไอ้ขุนเปิดขวดเบียร์แล้วพูดกับไอ้เค

"สบายมากครับ" ไอ้เคมันยิ้มอย่างเป็นมิตร

"แล้ว..พี่ขุนกับพี่มินอยู่ด้วยกันหรือครับ?" ไอ้เคแกล้งถามไอ้ขุน

"อ๋อก่อนหน้านี้ไม่หรอกแต่เดี๋ยวพี่มินจะย้ายมาอยู่กับพี่แล้วล่ะ" ผมอยากจะเอาหัวโขกกำแพงซะตอนนี้เลย ไอ้ขุนนะไอ้ขุน!

"อ๋อครับ" ไอ้เคหันมายิ้มกับผม ยิ้มที่แฝงไปด้วยพลังงานบางอย่าง

"...." ผมยกน้ำอัดลมขึ้นดื่มเพื่อหลบสายตาไอ้เค

"แล้ว..พวกพี่มีแฟนกันหรือยังครับ?" ผมแทบจะสำลักน้ำเพราะคำถามของมัน

"ยังว่ะ..หมายถึงยังไม่มีเป็นตัวเป็นตนอะนะ" ไอ้ขุนพูดถึงตัวมันเอง

"แล้วพี่มิน...." ไอ้เคหันมาหาผม

"พี่มินเขาเก็บความบริสุทธิ์ไว้ชิงโชคน่ะ" ไอ้ขุนพูดแซวผม

"พูดมากว่ะ" ผมด่าเพื่อนรัก

"อ๋อ..พี่มินเขาบอกว่ารอรักแท้อยู่ว่ะ" ไอ้ขุนยังแซวอีก

"กูไม่ใช่มึงสักหน่อยที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น..ระวังจะโดนหักอกเข้าสักวัน" ผมพูดกับไอ้ขุน

"ชีวิตวัยรุ่นก็ต้องมีบ้างใช่ไหมไอ้เค" ไอ้ขุนกอดคอไอ้เค ทำเหมือนพวกมึงสนิทกันมาตั้งแต่เกิด

"เมื่อก่อนผมเคยครับแต่ตอนนี้..." ไอ้เคหันมามองผม

"ผมเจอคนที่ตามหาแล้ว" มันพูดแล้วก็หันกลับไปหาไอ้ขุน

"ใครคือคนที่ทำให้เสือสิ้นลายวะ..กูอยากเห็นหน้าจริงๆว่าจะสวยขนาดไหน" ไอ้ขุนดูตื่นเต้นกับคำพูดของไอ้เค

"เขาเป็นคนน่ารักครับ ตัวขาว ปากสวยอมชมพูเวลาอายหน้าจะขึ้นเป็นสีชมพู

"ประมาณพี่มินป่ะ?" ไอ้ขุนถามไอ้เคพร้อมหันมาทางผม

"ครับ..น่ารัก" มันจ้องผมดวงตาเปล่งประกายเหมือนกับอยากจะกินผมเข้าไปทั้งตัว

"ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะน่ารักมากเลยสิ"

"เขาเป็นผู้ชายครับ"

กึก!

ไอ้ขุนดูจะตกใจกับคำตอบ

"อะ..เออ เดี๋ยวนี้มันก็เรื่องปกติอะเนอะ" ไอ้ขุนกลับมาทำตัวร่าเริงเหมือนเดิม

"แล้วคนที่มึงชอบอยู่มหาลัยเดียวกันด้วยไหมวะ? แล้วคนไทยหรือต่างชาติล่ะ" ไอ้ขุนถามต่อ

"คนที่ผมรักคือ..พี่มินครับ"

 

ผลั๊ะ!

ผลั๊ะ!

เสียงไอ้ขุนกำลังปล่อยหมัดใส่หน้าไอ้เคหลังจากที่ไอ้ขุนลากไอ้เคลงมาจากห้องผมรีบลงมาห้ามมัน

"ไอ้ขุน! พอได้แล้ว..น้องมันเจ็บนะ" ผมพูดห้ามเพื่อนรักแปลกที่ไอ้เคก็ดูจะไม่ค่อยยอมคนแต่ตอนนี้มันกลับยอมให้ไอ้ขุนต่อยโดยไม่ป้องกันตัวแม้แต่น้อยทั้งที่มันก็ตัวใหญ่กว่าไอ้ขุนหลายเท่า

"พอได้แล้วไอ้ขุน! ถ้าไม่หยุดกูโกรธมึงจริงๆนะ" ผมไม่รู้จะห้ามมันยังไงก็เลยลองพูดขู่มันด้วยข้ออ้างไร้สาระแต่ได้ผล ไอ้ขุนมันยอมหยุด

"เป็นยังไงบ้าง?" ผมลงไปดูอาการไอ้เคที่นอนหงายเลือดเต็มหน้าอยู่บนพื้น ตอนนี้อยู่ข้างตึกหอพักแต่ตรงนี้มันจะมืดหน่อยบวกด้วยเวลาดึกขนาดนี้ไม่ค่อยมีคนมาเดินเล่นแถวนี้

"ไม่เป็นอะไรครับ" ไอ้เคตอบ ผมเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเลือดที่หน้าให้มัน

"มึงต่อยน้องทำไมวะ?" ถึงผมจะไม่ชอบไอ้เคแต่ไอ้ขุนมันก็ทำเกินไป

"กู..."

"กูว่ามึงทำเกินไปนะ..กูรู้ว่ามึงหวงเพื่อนแต่มึงทำน้องมันเกินไป" ไอ้ขุนมันชอบมีปัญหากับผู้ชายที่เข้ามาในเชิงจีบผมซึ่งผมก็ไม่ชอบคนพวกนั้นเช่นกันก็เลยให้มันช่วยกันคนพวกนั้นให้แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ผมรู้สึกว่าครั้งนี้มันทำเกินไป

"กูไม่ชอบที่มันพูด" ไอ้ขุนยืนก้มหน้ากำหมัดแน่น

"กูจะไปส่งไอ้เคส่วนมึงกลับห้องไปสงบสติอารมณ์ตัวเองก่อนไป" ผมสั่งไอ้ขุน มันไม่ได้พูดค้านอะไรไอ้ขุนหันหลังเดินกลับไปเหลือแค่ผมกับไอ้เค

"ลุกขึ้น" ผมช่วยพยุงมันให้ยืนขึ้น

"พี่มินเป็นห่วงผมหรือครับ?" ไอ้เคมองหน้าผม

"กูแค่สงสาร..ดูสิเนี่ยเลือดเต็มหมดแล้ว ขับรถไหวไหม?" ผมมองเลือดที่หน้ามัน

"ไหวครับ"

.

.

เรากลับมาถึงหอพักผมมองไปรอบๆห้องทุกอย่างยังเหมือนเดิม

"มึงยังไม่ได้กลับมาห้องหรือ?" ผมหันไปถามไอ้เคที่เดินตามหลังผมมา

"ครับ..ผมขอโทษที่ทำแบบนั้นลงไปนะครับ" ไอ้เคยืนอยู่ด้านหลังผมเสียงของมันดูเศร้า

"ช่างมันเถอะ..มึงนั่งก่อนรู้สึกว่ากูเคยเห็นรูมเมทคนเก่าเคยซื้ออุปกรณ์ทำแผลมาไว้นะ" ผมจับไอ้เคให้นั่งลงบนเตียงส่วนตัวผมไปหาอุปกรณ์ทำแผลที่กล่าวถึง

"เจอแล้ว" ผมหยิบกล่องนั้นออกมาแล้วเดินไปหาไอ้เค

"มึงอยู่นิ่งๆนะ" ผมเอาน้ำยาล้างแผลกับสำลีออกมาแล้วค่อยๆเช็ดที่หน้าของมัน

"ถ้าเจ็บบอกนะ"

"ไม่ครับ..พี่มินมือเบามากเลย" ไอ้เคมองหน้าผมแทบไม่กระพริบตา

"ไม่เจ็บก็ดี..เลือดเต็มหน้าแต่แผลนิดเดียวเอง" ผมเช็ดเลือดที่หน้ามันออกจนหมดเผยให้เห็นแผลเล็กๆไม่กี่จุด เลือดออกอย่างกับหัวแตก

"แต่มันก็เจ็บนะครับ"

"เจ็บก็ดีคราวหน้าจะได้ไม่พูดแบบนั้นอีก"

"แต่ผมพูดความจริงนี่ครับ..ผมรักพี่มินจริงๆ เพื่อนพี่มินเขา...."

"หยุดพูดก่อน..กูจะใส่ยาที่ปากให้" ไอ้เคหยุดพูดผมเลยใส่ยาให้มันสะดวกขึ้น สักพักผมก็ทำแผลให้มันจนเสร็จ

"เสร็จแล้ว..ไปอาบน้ำก่อนไปจะได้กินยาแก้ปวดแล้วก็นอนพัก" ผมสั่งไอ้เค

"ผมอยากนอนพร้อมพี่มินครับ"

"เออ..มึงเข้าไปอาบก่อนแล้วกูจะอาบทีหลังเดี๋ยวก็นอนพร้อมกันอยู่แล้ว"

"โอเคครับ" ไอ้เคยิ้มดีใจก่อนจะรีบเดินเข้าห้องน้ำไป มันอาบเสร็จผมก็เข้าไปอาบต่อ

"ไอ้เค! นี่อย่าบอกนะว่ามึงล้างหน้าน่ะ" ผมเห็นหน้ามันที่ไม่มีรอยยาที่ผมทาให้แล้ว

"อ้าว..ผมลืมครับ"

"โอ๊ย! ไอ้เค..กูอุตส่าห์ทำแผลให้ตั้งนานแล้วมึงกินยาแก้ปวดหรือยัง?"

"ผมไม่รู้ว่ายาอยู่ตรงไหนครับ" เหมือนเลี้ยงเด็กไม่มีผิด

"เออ..มึงอยู่นิ่งๆตรงนั้นเดี๋ยวกูจัดการเอง" ผมเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลอีกครั้งพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งขวดแล้วเดินไปหามันที่เตียง

"อะ..กินยาซะเดี๋ยวกูใส่ยาใหม่ให้อีกรอบ" ผมยื่นขวดน้ำกับยาให้มันหนึ่งเม็ดมันรับไปแล้วกินอย่างว่าง่าย

"อยู่นิ่งๆนะ" ผมจับหน้ามันให้อยู่ตรงๆเพื่อจะทายา ผมค่อยๆทายาให้มันอย่างเบามือ

"พี่มินยังโกรธผมอยู่อีกไหมครับ?" ไอ้เคถามผมบรรยากาศภายในห้องเงียบไปสักพัก

"กูลืมแล้ว" ผมตอบมันไปสั้นผมเองก็ไม่อยากเอาเรื่องนั้นมาคิดมากอีกมันเองก็สำนึกผิดกับสิ่งที่เผลอทำลงไป

"ผมขอโทษนะครับ..ผมจะไม่ทำแบบนั้นอีก ผม..."

"เออ..กูได้ยินแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว" ผมใช้นิ้วแตะไปที่ริมฝีปากมันเป็นการสั่งห้ามไม่ให้มันพูดต่อเพราะถึงมันพูดมันก็พูดแต่คำเดิมๆผมขี้เกียจฟัง

ไอ้เคมันจับมือผมจากนั้นจูบซับไปทั่วมือข้างนั้นของผม ผมมองมันนิ่งๆไม่ได้ห้ามมันแต่อย่างใดมันจูบไล้ขึ้นมาเรื่อยๆจากมือจนถึงแขนจากนั้นขึ้นมาถึงไหล่มันหยุดแล้วมองหน้าผม

"ผมเจ็บแผลมากเลยครับ..คืนนี้พี่มินช่วยดูแลผมหน่อยนะครับ" มันพูดเสียงอ่อนโยนจากนั้นจูบที่ซอกคอผมมือหนาแย่งสำลีที่อยู่ในมือผมทิ้งไป

ไอ้เคดันร่างผมให้นอนลงบนเตียงช้าๆ ทำไมคืนนี้ผมรู้สึกว่ามันหล่อจัง

------ภาพตัดไปที่โคมไฟ------

"จะไปเข้าห้องน้ำหรือครับทำไมไม่บอกผมล่ะ..เดี๋ยวผมพาไป" มันอุ้มผมท่าเจ้าสาวก่อนจะพาไปห้องน้ำจากนั้นเราทั้งสองก็อาบน้ำชำระร่างกายแล้วออกมาข้างนอก ไอ้เคอุ้มผมมาวางบนเตียงจากนั้นเอาชุดนอนมาให้ผมมันเองก็เปลี่ยนเป็นชุดใหม่

"ยาแก้ปวดครับ" มันยื่นขวดน้ำกับยาให้ผมหนึ่งเม็ดผมรับมาดื่มแล้วส่งคืนให้มันแล้วล้มตัวลงนอน ไอ้เคปิดไฟแล้วขึ้นมานอนกอดผมบนเตียง

"ทำไมพี่ถึงยอมให้ผมล่ะครับ?" มันกระซิบถาม

"ไม่รู้เหมือนกัน"

"แล้ว..ตอนนี้เราเป็นอะไรกันครับ" ในห้องถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ

"ผมรู้ว่าทุกอย่างมันเร็วเกินปะ...."

"แฟน"

"อะไรนะครับ?"

"โอ๊ยกูง่วงจะนอนแล้วถามอะไรมากจังวะ" ผมอยากับคำตอบตัวเอง

จุ๊บๆๆๆ

"ไอ้เค..พอได้แล้วมึงจะจูบอะไรนักหนาวะ" ไอ้เคมันพรมจูบไปทั่วร่างผมอย่างดีใจ

"ก็ผมดีใจนี่ครับ..แฟนของผม"

"ทำเหมือนไม่เคยมีแฟนไปได้"

"ก็ที่ผ่านมาผมกับคนอื่นก็แค่คบกันสนุกๆตามประสาวัยรุ่นแต่พี่มินคือคนที่ผมจริงจังหวังแต่งเลยนะครับ..วันนี้เป็นวันที่ผมดีใจที่สุดเลยรู้ไหมครับ"

"เออกูรู้แล้ว..มึงเล่นอยู่ไม่นิ่งขนาดนี้ใครจะดูไม่ออกกันวะ"

"ต่อไปนี้ผมจะได้เอาพี่มินทุกวันแล้ว..ผมจะเอาพี่มินทุกที่เลยนะครับ"

"ไอ้เค! ไอ้หื่น..จะเอาอะไรขนาดนั้น"

"แต่พี่มินก็ชอบนี่ครับ..มามะ มาต่ออีกสัก10รอบ" ไอ้เคจับผมให้มาคร่อมมัน

"ไอ้เค! อ๊ากกก!"

สุดท้ายผมก็ต้องตกเป็นของมันอีกหลายรอบ

ตื่นเช้ามาอีกวันผมแปลกใจทำไมมันขนอาหารขนมมากมายมาวางไว้เต็มห้องแถมได้ยินคนมาเคาะประตูหลายรอบมากตั้งแต่เช้า

"ฮือ..เค ใครมาเคาะประตูนักหนาวะ?" ผมผงกหัวไปถามไอ้เคที่เดินถือถุงอะไรสักอย่างเดินเข้ามาในห้องอย่างอารมณ์ดี

"คนที่หอน่ะครับพอผมบอกว่าพี่มินยอมเป็นเมียผมแล้วทุกคนก็ดีใจ..ก็เลยเอาขนมกับของกินมาให้เต็มเลย" ผมตาเบิกกว้าง

"ไอ้เค! นี่มึงไปพูดประกาศให้คนทั้งหอฟังเลยหรือวะ?"

"ไม่ได้พูดครับผมแค่ติดไว้หน้าห้องว่าพี่มินเป็นแฟนผมแล้วห้ามจีบเด็ดขาด" มันพูดออกมาหน้าตาเฉยเหมือนเป็นเรื่องปกติ

"ไอ้เค! กูอายคน..เราเป็นแฟนกันแต่มึงก็ไม่จำเป็นต้องประกาศให้คนเขารู้ไปทั่วก็ได้โว๊ย!" ผมคิดถูกหรือผิดที่ยอมเป็นแฟนมันวะ

"ก็แฟนผมน่ารักนี่ครับผมก็อยากอวดบ้าง..เดี๋ยวผมแกะข้าวต้มให้นะครับพี่มินจะได้กินข้าวและกินยาจะได้พักผ่อน ข้าวต้มร้านที่เราไปกินกันวันนั้นน่ะครับคนที่ชื่อสิงหาซื้อมาฝากและอวยพรให้เราสองคนรักกันนานด้วยตอนแรกผมก็ไม่ชอบเขาหรอกครับแต่พอรู้ว่าเขายอมถอยจากพี่มินผมก็ไม่ได้อะไรแล้ว" ไอ้เคเดินพูดไปพร้อมแกะถุงข้าวต้มใส่ชามให้ผมด้วยท่าทีสบายๆต่างจากผมที่ช็อคกับทุกอย่าง ป่านนี้เรื่องจะแดงไปถึงไหนแล้ววะเนี่ย โอ๊ย! กูอายคน

"ผมเกือบลืมเลย" มันถือชามข้าวต้มมานั่งข้างผมบนเตียงแล้วหยิบมือถือขึ้นมากดยุกยิกๆก่อนจะหันหน้าจอมาให้ผมดูผมช็อคอีกรอบ

"ผมตั้งสถานะกับพี่มินในโซเชียลทุกแอปแล้วนะครับ แล้วก็ลงรูปนี้น่ารักไหมครับรูปนี้พี่มินเซ็กซี่มากเลยครับ" มันเลื่อนให้ผมดูรูปที่มันโพสเป็นรูปที่น่าจะถ่ายเมื่อคืนเพราะต่างคนต่างไม่ใส่เสื้อ ผมนอนคว่ำหน้าโชว์แผ่นหลัง

ม่ายย!!!

กูพลาดอย่างใหญ่หลวง

 

END

 

ฉากncสามารถไปอ่านได้ที่Readawrite และ ธัญวลัย
 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

×