(MPreg) Dear you, my husband รักที่สุดคุณสามี

ตอนที่ 36 : เริ่มต้นความสัมพันธ์สามีภรรยา 36 : ยามเช้าของสองเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    29 พ.ค. 63



เช้าวันใหม่ของเฉินอวี่เฉิงมาถึงยามเจ็ดโมงเช้า นาฬิกาชีวภาพในร่างกายกระตุ้นให้เขารู้สึกตัวขึ้นมาแม้จะง่วงงุนแค่ไหน ชายหนุ่มมุ่นคิ้วนิด ๆ เพราะรู้สึกถึงสัมผัสไม่คุ้นเคยปัดผ่านผิวแก้ม แต่เพราะสมองยังคงมึนเบลอไม่ทำงานจึงแค่ขยับหนีไป สัญชาตญาณนำทางให้ร่างโปร่งขยับตัวเบียดซุกหาไออุ่นภายใต้ผ้านวมผืนใหญ่ แม้เฉินอวี่เฉิงจะรู้สึกตัว แต่ความง่วงงุนที่กดทับเปลือกตาอยู่ก็ทำให้เขาหาวหวอดและไม่คิดจะลืมตา ท่าทางยามใบหน้าขาวใสซุกซบลงบนหมอนใบโตเพื่อนอนต่อนั้นช่างน่ารักน่าทะนุถนอมนักในสายตาคนมอง

"อรุณสวัสดิ์"

ปลายนิ้วแกร่งเกลี่ยแก้มขาวซ้ำเบา ๆ อีกครั้ง หลี่หยางสวินไม่อยากขัดนิทรารมย์ของคู่หมั้นตนสักนิด แต่เพราะถึงเวลาทานมื้อเช้าและเขาต้องการให้อีกฝ่ายลุกมาทานยาจึงต้องฝืนใจ ร่างสูงในชุดทำงานอย่างปกตินั่งลงข้างเตียงพลางส่งเสียงกระตุ้นให้คนขี้เซาลืมตา

"อือ..."  เฉินอวี่เฉิงผู้ถูกปลุกดึงผ้าห่มคลุมหัวมิดเพื่อหนีปลายนิ้วเย็น ๆ นั้นพลางครางในลำคออย่างขัดใจ ท่าทางงอแงเหมือนเด็กและร่างกลมใต้ก้อนผ้าห่มทำให้หลี่หยางสวินผู้ตื่นขึ้นมาอย่างอารมณ์ดียิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ เอนตัวเข้าหาก้อนผ้าห่มและแตะปลายนิ้วลงไป เขย่าหนอนตัวน้อยเบา ๆ พลางกระซิบ "เฉิงเฉิงเด็กดี ตื่นมาทานข้าวได้แล้ว"

"..."

"ไม่ตื่นจะจูบนะ"

"จูบสิครับ"

ปกติคำขู่แบบนี้คนถูกขู่จะต้องรีบผุดลุกขึ้นมาแล้วร้องว่าจะไม่ยอมถูกฉวยโอกาสไม่ใช่เหรอ? หลี่หยางสวินที่เคยถูกบังคับให้นั่งดูซีนน้ำเน่าโดยมารดาคิดในใจ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่พราวไปด้วยแววหัวเราะจาง ๆ เมื่อพบว่าคนถูกขู่ยอมโผล่หน้ามาจากก้อนผ้าห่มแล้ว เฉินอวี่เฉิงคู่หมั้นของเขาเลิกทำตัวเป็นหนอนขี้เซาเอาแต่นอน หันมาทำตาแป๋วใส่ ดวงตากลมใสวิบวับคู่นั้นแม้จะยังทอแววง่วงงุนแต่ก็ไม่ได้มีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวเจือปน มันคงมีแต่คำว่าอ้อน.. หลี่หยางสวินกางสองแขนออกมารับร่างเพรียวที่ผุดออกจากกองผ้าห่มแล้วหล่นแปะลงในอ้อมกอดตน

"ไหนจูบอรุณสวัสดิ์หน่อย" คู่หมั้นใจกล้าก็ยังใจกล้าไม่กลัวใครเหมือนเดิม หลี่หยางสวินมองมือเล็ก ๆ ที่เอื้อมมาหาตนพร้อมกับกระตุกชายเสื้อและทำตาปริบ ๆ ใส่ "พี่หยางสวิน อรุณสวัสดิ์"

"อรุณสวัสดิ์" ยิ้มน้อย ๆ ก้มลงจรดริมฝีปากจูบหน้าผากมนเบา ๆ ตามคำขอ ชายหนุ่มรู้แน่ว่าจะถูกคนในอ้อมแขนทำหน้างอประท้วง ดังนั้นจึงรีบขัดอย่างว่องไว "อยากได้จูบก็ต้องไปอาบน้ำแปรงฟันก่อน คุณแม่รอทานข้าวเช้าอยู่"

"อือ.. กี่โมงแล้วครับ" เฉินอวี่เฉิงพ่นลมหายใจ ชายหนุ่มรับฟังที่อีกฝ่ายกล่าวแต่โดยดีขณะขยับกายคลายเมื่อยขบ ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้าและขัดยอกทั่วกายขณะในหัวก็คิดทวนไปถึงกิจกรรมที่ผ่านพ้นมาในยามค่ำคืน ความรู้สึกขัดเขินปนกับอารมณ์หวาน ๆ ก็ล้นทะลักอยู่ในใจ เป็นผลให้เขาเบียดตัวซุกซบกับอกแกร่งด้วยท่าทีเขินอายแต่ก็เป็นสุขอย่างยิ่ง

"เจ็ดโมงเช้า" ที่แท้ก็อายกับเขาเหมือนกัน.. หลี่หยางสวินคิดขณะมองแก้มขาวที่มีสีแดงเรื่อและท่าทางอ้อน ๆ เหมือนจะเบียดเข้ารวมเป็นคนเดียวกันและหายไปในอ้อมกอดของเขา ในใจก็มีแต่ความยินดีและความเอ็นดูผุดขึ้นมาระลอกแล้วระลอกเล่าจนต้องก้มลงฟัดร่างในอ้อมแขน ปลายจมูกโด่งสันกดลงยังปลายจมูกเรื่อยลงมายังแก้มนิ่มทั้งสองข้างและจบที่ริมฝีปากแดงเรื่อที่บวมเจ่อนิด ๆ อย่างอดใจไม่ไหว ที่เคยปฏิเสธบอกว่าจะไม่จูบอรุณสวัสดิ์จนกว่าใครบางคนจะลุกไปอาบน้ำน่ะหายไปจากสมองแล้ว

"อืม..." ริมฝีปากแดงฉ่ำถูกดูดดุนเบา ๆ พร้อมปลายลิ้นที่แทรกเข้ามาและกวาดลมหายใจของเขาทำให้เฉินอวี่เฉิงครางเสียงแผ่ว ชายหนุ่มตัวอ่อนระทวย มือกำเชิ้ตขาวจนยับยู่เมื่อจูบนั้นทวีความดูดดื่มจนลมหายใจสั่นไหว กว่าจะผละออกมาได้ดวงตาคู่สวยก็ปรือฉ่ำเคลิ้มหวานราวกับไร้เรี่ยวแรง

"เจ็บตรงไหนมั้ย ให้พี่อุ้มไปอาบน้ำรึเปล่า?" หลี่หยางสวินซึ่งผละริมฝีปากออกมาในที่สุดเอ่ยถาม เขามองคู่หมั้นที่ถูกตนรังแกอย่างหนักเมื่อคืนด้วยแววตาอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความใส่ใจ ไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางทะนุถนอมรักใคร่ของตนทำให้คนถูกเอาใจหัวอกเต้นรัว

"เจ็บ.. นิดหน่อยครับ.." ชายหนุ่มตอบเสียงแผ่ว ใบหน้าขาวแดงเรื่อ เหมือนที่เคยบ่นว่าเฉินอวี่เฉิงรับมือกับหลี่หยางสวินที่แสนอ่อนโยนไม่ไหว ตอนนี้เองก็เหมือนกัน ท่าทางที่ปฏิบัติกับเขาเหมือนเจ้าหญิงเจ้าชายตัวน้อย ๆ หลังคืนแรกของเราสองคนนั้นทำให้ตนรู้สึกเหมือนตกอยู่ในความฝัน แต่อาการขัดยอกทั่วตัวก็บอกเขาว่ามันเป็นเรื่องจริง

คงเพราะหลี่หยางสวินอ่อนโยนมากเลยไม่เจ็บอย่างที่คิด แม้ขนาดของส่วนนั้นจะยังใหญ่โตจนน่ากลัวเหมือนเดิมแต่เพราะการเตรียมพร้อมและความใส่ใจของอีกฝ่ายเฉินอวี่เฉิงจึงไม่ต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและลืมตาตื่นมาพบกับความเจ็บร้าวที่ช่วงล่าง ถูกล่ะว่ามันเจ็บอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขนาดขาสั่นยืนไม่ไหว แม้เสียงของเขาจะแหบพร่านิด ๆ เนื้อตัวจะมีแต่รอยจูบ ทั้งถูกขบกัดและดูดดุนเพื่อสร้างรอยรักไปทุกที่จนแทบไม่เหลือช่องว่าง แต่เฉินอวี่เฉิงก็คิดว่าไม่เป็นไร ตรงกันข้ามเขากลับพอใจที่หลี่หยางสวินทำเช่นนี้ เขาชอบที่ได้รู้สึกว่าตนเองเป็นที่รักและเป็นที่ต้องการ

"แต่ที่มากกว่าเจ็บคือผมรู้สึกดีมากเลย" กอดคออีกฝ่ายและกระซิบอ้อน เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ เฉินอวี่เฉิงพอใจกับครั้งแรกของเราสองที่ช่างน่าจดจำ เขาใช้สองแขนของตนกอดรัดอีกฝ่ายและยืดตัวไปจูบข้างแก้มพี่หยางสวินคนดีเบา ๆ "ชอบมากด้วย"

"อ้อนใหญ่แล้ว" หลี่หยางสวินมองแมวน้อยในอ้อมแขนที่เอ่ยปากย้ำราวกับกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อคำพูดตน ถ้อยคำหวาน ๆ นั่นพูดออกมาเท่ากับยั่วกันแท้ ๆ แต่มันก็น่าฟังและเข้ากับบรรยากาศเช่นนี้ดีเสียจนเขาไม่อาจห้ามรอยยิ้มได้ และยิ่งไม่สามารถปั้นหน้านิ่งขรึมเพื่อกดดันอีกฝ่ายให้ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเช่นเดียวกัน มาตอนนี้หลี่หยางสวินเข้าใจแล้วถึงคำพูดที่ว่าความสัมพันธ์ทางกายจะช่วยเพิ่มพูนความผูกพันของคู่รักให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น กระทั่งตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าไม่อยากห่างจากอีกฝ่ายแม้แต่วินาทีเดียว

"อ้อนพี่ไงครับ อืม. .จะไปทำงานแล้วเหรอ?" เฉินอวี่เฉิงตอบเบา ๆ พลางเงยหน้าขึ้นไปสบตาสามีทางพฤตินัยของตน เขามองเชิ้ตเนื้อดีและท่อนแขนที่ประดับด้วยนาฬิการาคาแพงซึ่งโอบกอดตนไว้ อดพ่นลมหายใจออกมาเซ็ง ๆ ไม่ได้เมื่อคิดว่าบรรยากาศแสนหวานนี้คงอยู่ได้ไม่นาน

ทั้งที่จินตนาการว่าหลังคืนแรกของเราหลี่หยางสวินจะปลุกเขาในตอนเช้าด้วยจูบอรุณสวัสดิ์ จากนั้นก็อุ้มไปแช่ตัวในอ่าง อาบน้ำด้วยกันแล้วกลับมาป้อนข้าวเช้าบนเตียง โอเค ภาพฝันพวกนี้มันเพ้อเจ้อไป เฉินอวี่เฉิงรู้ดีว่าเรื่องหวาน ๆ ในละครพวกนี้แค่เกิดกับตัวเองอย่างสองอย่างก็ถือเป็นปาฏิหาริย์ แค่พี่หยางสวินมาปลุกกันอย่างนุ่มนวลก็ดีถมแล้ว แต่พอพบว่าหลังมื้อเช้าเราต้องจากกันก็อดเสียดายไม่ได้อยู่ดี

"วันนี้ต้องเข้าไปเคลียร์งานน่ะ"

หลี่หยางสวินตอบไปตามตรงยามมองเห็นท่าทีเสียดายของเด็กหนุ่มเบื้องหน้า ชายหนุ่มทำไม่ลงกระทั่งบอกว่าตอนเย็นต้องเดินทางไปจีนเพื่อทำงานด้วยซ้ำ และตนก็ทำได้เพียงเอื้อมมือไปบีบจมูกเล็กนั้นเบา ๆ "เอาล่ะ ลุกขึ้นเถอะ ไปอาบน้ำแล้วมาทานข้าวกัน"

"ง่า..."

"อย่างอแงสิ เดี๋ยวคุณแม่หิ้วท้องรอ"

"ครับ งั้นช่วยอุ้มไปส่งที่ห้องน้ำหน่อย ง่วงอะ" เฉินอวี่เฉิงที่กำลังบิดขี้เกียจและทำหน้าเหมือนแมวจอมเกียจคร้านชะงักไปเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยถึงผู้เป็นมารดา เพราะคิดว่าหลี่อี้เหมยกำลังนั่งหิวรอตนจึงต้องตัดใจจากเตียงกว้างและอ้อมแขนอบอุ่น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังยื่นมือสองข้างขึ้นและเอ่ยปากเรียกร้อง นัยน์ตาคู่สวยกะพริบปริบ ๆ ออดอ้อนไปพลาง "พี่หยางสวิน อุ้ม ๆ"

"ทำตัวเหมือนเด็กจริง ๆ" คนโดนอ้อนส่ายหน้าระอา แม้ใจจะสั่นไหวจากท่าทางออดอ้อนน่ารักเช่นนั้นหลี่หยางสวินก็ยังส่งเสียงปรามขณะเอื้อมมือออกไป อุ้มร่างของเฉินอวี่เฉิงที่ไม่ได้หนักมากสักเท่าไหร่ก้าวไปยังห้องน้ำด้านหลัง "โตขนาดนี้แล้วแท้ ๆ"

"ต่อให้โตแค่ไหนผมก็เป็นเฉิงเฉิงเด็กดีของพี่ไม่ใช่เหรอ?" คนโดนแซวเอียงคอ ส่งยิ้มน่ารักไปให้

หลี่หยางสวินสบตาคู่นั้น ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธทำให้เขาพยักหน้าอย่างเต็มใจ "อืม"

"แล้วพี่ชอบไหมครับ" คนใจกล้ากอดคออีกฝ่ายกระซิบถาม ดวงตาสีดำสนิทคู่สวยนั้นวาววับเป็นประกายอย่างไม่ทิ้งลาย

 "เมื่อคืนก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรือไงว่าชอบมากแค่ไหน หืม.." ส่งคู่หมั้นตัวแสบจนถึงห้องน้ำ หลี่หยางสวินมองคนแตะเท้าลงกับพื้นจนแน่ใจว่าไม่เป็นไรแล้วจะผละออกมา ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆ หัวเราะเสียงเบาในลำคอและตอบคำถามคนปากกล้าอย่างรวดเร็ว เขามองคนที่หวังให้ตนอายแล้วยักคิ้วส่งไปให้ จากนั้นก็กดริมฝีปากจูบเน้น ๆ ที่หน้าผากมนแล้วกล่าวสำทับ "อาบน้ำเถอะ พี่รออยู่ข้างนอก แล้วเราค่อยลงไปทานมื้อเช้าด้วยกัน"

"ครับ"

กะจะพูดให้อีกฝ่ายเขินแท้ ๆ แต่พอได้ยินคำยืนยันจากปากพี่หยางสวินตัวเองดันเขินซะอย่างนั้น เฉินอวี่เฉิงมองตามแผ่นหลังกว้างที่ลับไปหลังประตู ชายหนุ่มตอบรับด้วยใบหน้าแดงเรื่อ ซ้ำยังผลิรอยยิ้มหวานที่ดูโง่กว่าปกติออกมา ชายหนุ่มได้แต่บ่นพ้อกับกระจกว่าพี่หยางสวินคนดีแสนอ่อนโยนน่ะ.. เฉินอวี่เฉิงรับมือไม่ไหวจริง ๆ

.

"มากันแล้วเหรอจ๊ะทั้งสองคน อรุณสวัสดิ์จ้ะ"

น้ำเสียงสดใสเต็มไปด้วยความชอบอกชอบใจของหลี่อี้เหมยกล่าวต้อนรับทันทีที่พวกเขาทั้งคู่เดินลงมาจากชั้นสอง ร่างของคุณนายหลี่ที่แต่งตัวแต่งหน้าสะสวยพร้อมส่งยิ้มหวานประจำอยู่บนโต๊ะอาหารสำหรับทานมื้อเช้า เมนูเลิศรสด้านหน้าไม่ถูกแตะต้องบ่งชัดว่าเจ้าตัวนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์หิ้วท้องรอ ยามเมื่อมองเห็นร่างของบุตรชายและคู่หมั้นเดินประคองกันลงมา ดวงตาคู่นั้นก็เป็นประกายระยับ

"อรุณสวัสดิ์ครับแม่"

"อรุณสวัสดิ์ครับคุณน้า ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้รอ"

เฉินอวี่เฉิงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างระมัดระวังขณะเอ่ยปากขอโทษด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ ท่าทางรู้สึกผิดชัดเจนเมื่อพบว่าหลี่อี้เหมยนั้นหิ้วท้องรอทานข้าวกับเขาจริง ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกา เหมือนเขาจะใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงไปกับการอ้อนนั่นอ้อนนี่พี่หยางสวินจนเสียมารยาทซะแล้ว

"ไม่เป็นไรหรอกลูก ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น แม่รอได้ ไม่หิวเลยจ้ะ" สีหน้าของหลี่อี้เหมยระรื่นผ่องใสดังว่า ดวงตาคู่สวยกวาดมองร่างโปร่งที่นั่งอยู่ไม่ไกลอย่างพิจารณา "เข้าใจว่าเมื่อคืนน่าจะหนั... อะแฮ่ม หมายถึงนอนดึกไปหน่อย"

"ข.. ขอบคุณครับ" เฉินอวี่เฉิงคนฟังถึงกับยิ้มเจื่อนด้วยใบหน้าที่มีสีแดงลามออกมา ต่อให้กับพี่หยางสวินเขาจะทำใจกล้าทั้งยั่วทั้งแซวได้แต่พอถูกแซวมาก็อายมากเหมือนกัน

"จ้ะ แล้วอีกอย่าง บอกให้เรียกแม่ไงลูก อย่าลืมสิ"

"ครับ คุณแม่"

ยิ่งถูกจ้องด้วยดวงตาวาว ๆ คู่นั้น เฉินอวี่เฉิงก็ยิ่งรับคำเสียงเบาเหมือนยุง ลองมาเจอสายตาที่รู้ดีว่าเมื่อคืนเขาทำอะไรมาของแม่สามีตรงนี้ใครก็ไปไม่เป็นทั้งนั้น ซึ่งท่าทางน่ารัก ๆ นั้นก็ทำให้หลี่อี้เหมยยิ้มหวาน หล่อนน่ะเบิกบานใจตั้งแต่เมื่อคืนลูกสะใภ้เข้ามาบอกว่าจะค้างคืนที่นี่แล้ว รู้สึกเหมือนความฝันที่จะมีหลานชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักให้อุ้มใกล้ความจริงเข้าไปอีกขั้น พอเช้ามาเห็นท่าเดินขัด ๆ ยิ่งอดปากไม่ไหว บัดนี้เมื่อมองสำรวจใกล้ ๆ ก็ยังมีรอยช้ำจาง ๆ ที่ต้นคอขาวซึ่งไม่อาจปิดได้มิดกับริมฝีปากแดงฉ่ำและท่าทีอ่อนล้าน่าทะนุถนอม ในใจของหลี่อี้เหมยก็เต็มไปด้วยความยินดี หล่อนหันไปสบตากับแม่บ้านคนสนิทซึ่งมองอยู่ก่อนแล้วจากนั้นต่างฝ่ายต่างพยักหน้า แทบจะลุกขึ้นมาปรบมือด้วยความยินดีกันเลยทีเดียว

แม่คิดว่าไม่พูดแล้วคนอื่นจะมองไม่ออกหรือว่าหวังอะไร หลี่หยางสวินส่ายหน้าช้า ๆ ดวงตาคมตวัดมองใบหน้าแดงเรื่อของคนข้างกายแล้วยิ้มเอ็นดู

"แม่ครับ" เอ่ยปากเรียกหญิงวัยกลางคนผู้กำลังดีใจจนยิ้มไม่หุบตรงหน้า หลี่หยางสวินกระแอมเบา ๆ เพื่อเตือนไปด้วย "พวกผมมาแล้วก็ทานกันเถอะครับ เดี๋ยวผมต้องไปทำงาน"

"จ้าๆ เฮ้อ วันนี้ก็ต้องไปแล้วสินะ" คุณนายหลี่ผู้ถูกดึงกลับมาจากฝันหวานที่ว่าไม่นานตนจะได้มีหลานตัวน้อย ๆ ให้อุ้มหยิบช้อน เริ่มทานโจ๊กปูที่ตุ๋นจนเนื้อข้นเนียนและถอนหายใจ "น่าเสียดายจริง ๆ เพิ่งจัดงานมงคลไปแท้ ๆ แม่คิดว่าเราควรจะพักอีกสักวันสองวัน"

"พักไม่ได้หรอกครับแม่ เรื่องกำลังวุ่น" หลี่หยางสวินส่ายหน้า "อีกอย่างเราจัดแค่งานหมั้นนะครับ ไม่ใช่งานแต่งถึงควรจะลาพักน่ะ"

"แหม ที่เห็นก็ไม่ต่างจากงานแต่ง" คนเป็นแม่หัวเราะคิก ท่าทางยังสนุกกับการแซวไม่เลิก

"แม่..." หลี่หยางสวินถอนหายใจ ต่อให้เขาจะแอบเห็นด้วยเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเช้านี้มันคล้ายคืนแรกหลังงานแต่งก็เถอะ อันที่จริงเขาเริ่มคิดแล้วตนเองไม่น่าขอให้งานแต่งนี่ยืดไปปีหน้าเลย

"พูดถึงเรื่องนี้ แม่วางใจได้ใช่ไหมว่าลูกเป็นคนมีความรับผิดชอบ" หลี่อี้เหมยกล่าวขึ้นช้า ๆ หล่อนใช้ดวงตาคู่งามมองบุตรชายตาไม่กะพริบ "เมื่อวานหมั้นหมายกันอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อคืนเองก็... ถึงแม่จะไม่คิดมากเรื่องมีความสัมพันธ์อะไรกันก่อนแต่ง แต่ลูกก็รู้ใช่ไหมว่าจะทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ น้องแบบเดิมไม่ได้แล้ว"

"คุณแม่ครับ" แม้จะนิ่งฟังเงียบ ๆ แต่พอเฉินอวี่เฉิงได้ฟังเรื่องที่เกี่ยวกับการตัดสินใจของตนเอง เขาก็รีบสะกิด "เรื่องเมื่อคืนผมตัดสินใจเอง พี่หยางสวินไม่ได้..."

"แม่รู้จ้ะว่าเสี่ยวเฉิงเต็มใจ" หลี่อี้เหมยยิ้มพลางเอื้อมมาตบหลังมือเบา ๆ "พวกลูกเองก็โต ๆ กันแล้ว คิดตัดสินใจอะไรกันได้แล้ว เรื่องพวกนี้แม่ก็รู้ แต่ยังไงก็ต้องคุยกันสักหน่อย ต่อให้ทั้งสองบ้านจะไม่ว่าอะไร แต่แม่ก็อยากให้หยางสวินทำตัวดี ๆ กับคู่หมั้นตัวเอง อย่าดุน้องจนร้องไห้อีกนะ เข้าใจใช่ไหม ทำตัวดี ๆ รักษาและทะนุถนอมคนที่ตัวเองมีไว้ จากนี้จะทำอะไรก็คิดถึงอนาคตให้มาก ๆ อย่าเก็บเอาเรื่องเก่ามาทะเลาะกัน มีอะไรก็คุยกัน"

น้ำเสียงสั่งสอนจริงจังของหลี่อี้เหมยทำให้พวกเขาทั้งสองชะงัก เฉินอวี่เฉิงเงยหน้าจากมื้อเช้าและสบตาคนฟังเงียบ ๆ ไม่พูดอะไร แต่คำพูดที่เหมือนกำลังนั่งอยู่กลางใจก็ทำให้พวกเขาทั้งคู่นิ่งไปครู่หนึ่ง หลี่อี้เหมยเองก็สังเกตเห็นอะไรใช่ไหม คุณนายหลี่ที่คล้ายจะมองความสัมพันธ์นี้จากวงนอกและไม่รู้เรื่องราวความขัดแย้งใด ๆ บางทีอาจจะรู้แต่แรกแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างหลี่หยางสวินและเฉินอวี่เฉิงนั้นยุ่งเหยิงและซับซ้อนมากกว่าที่คิด

"รับปากแม่ได้ใช่ไหมอาสวิน"

คำถามของมารดาทำให้ชายหนุ่มชะงัก หลี่หยางสวินพยักหน้าเงียบ ๆ "รับปากครับ"

"ดีมากจ้ะ ว่าแต่เรื่องไปจีนเย็นนี้น่ะบอกน้องรึยัง?"

"เอ๋ พี่หยางสวินจะไปจีนเหรอครับ" ถามไม่ทันขาดคำเฉินอวี่เฉิงก็โพล่งขึ้นมา ตาคู่สวยกะพริบปริบ ๆ จากนั้นสมองก็จับเอาเรื่องพูดคุยยาวเหยียดของหลี่หยางสวินและคุณเลขาเว่ยเมื่อวานมาเชื่อมทันที "หรือว่าที่เมื่อวาน.."

"ใช่ ที่บอกว่าทางเฉิงตูมีปัญหาน่ะ" คนถูกถามรับคำแต่โดยดี หลี่หยางสวินลอบหลบสายตามารดาที่มองมาอย่างตำหนิว่าพูดไม่ทันขาดคำ "เพราะต้องบินด่วนไปเย็นนี้ ตอนเช้าเลยต้องเข้าไปจัดการเรื่องเอกสาร พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก"

"..."  คนเป็นคู่หมั้นพยักหน้าหงึก ๆ เขารับว่าเข้าใจแต่ข้างในก็เต็มไปด้วยความเสียดาย เดิมทีคิดว่าหลังผ่านค่ำคืนแสนหวานจะเร่งกระชับความสัมพันธ์เพื่อกันมือที่สาม ใครจะคิดล่ะว่าแผนพังภายในข้ามคืน

"ไปไม่นานหรอก ไม่กี่วัน" หลี่หยางสวินกระแอมเบา ๆ เขามองท่าทีเงื่องหงอยของคู่หมั้นที่เราเพิ่งสานสัมพันธ์ลึกซึ้งแล้วเอ่ยปลอบอย่างเงอะงะปนรู้สึกผิดในใจ ยิ่งโดนสายตาต่อว่าประณามจากมารดาชายหนุ่มก็รู้สึกเหมือนตัวเขาใกล้จะพรุน "มันเป็นเรื่องด่วน เลี่ยงไม่ได้จริ ง ๆ แล้วพี่จะรีบกลับมานะครับ"

"ไม่เป็นไรครับ พี่หยางสวินทำงานให้เต็มที่เถอะ" ได้ยินคำปลอบประโลมแบบนั้นต่อให้รู้สึกแย่เขาก็ยิ้มได้ เฉินอวี่เฉิงสบตาคมคู่นั้นและพยักหน้า "ผมไม่เป็นไร อีกอย่างก็ใกล้ถึงเวลาสอบเข้าเรียนป.โทแล้ว ดีเหมือนกัน จะได้มีเวลาอ่านหนังสือด้วย"

"สอบเมื่อไหร่นะ"

"อีกสองสัปดาห์ครับ" ชายหนุ่มตอบเสียงใส "ช่วงนี้ก็ต้องเร่งอ่านหนังสือ ทำข้อสอบแล้ว"

"ดี พี่จะรีบกลับมาให้ทันก่อนสอบนะ" มือหนาวางลงบนเส้นผมนุ่มเบา ๆ "จะช่วยติวให้ด้วยอีกแรง ไถ่โทษที่วันนี้รีบไปไม่ได้อยู่ด้วยกัน"

"ผมจะรอ" ได้ยินแบบนั้นเฉินอวี่เฉิงก็ยิ้มร่า หัวทุยเอียงหามืออีกฝ่ายอย่างออดอ้อนไปพลาง "ว่าแต่จะเดินทางเย็นนี้ เก็บกระเป๋าแล้วหรือยัง?"

"พี่มีกระเป๋าที่เตรียมเอาไว้สำหรับเดินทาง เดี๋ยวช่วงเย็..."

"ไม่ได้นะครับ" เฉินอวี่เฉิงรีบขัด "กระเป๋าที่เตรียมเอาไว้น่ะใส่ของทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วไม่รู้ เสื้อผ้าอาจจะเหม็นอับไปหมดแล้วก็ได้ เดี๋ยวผมจัดการเองดีกว่า จะเลือกชุดหล่อ ๆ ให้เลย ได้ไหมครับ"

"อ่า.."

"นะครับ น้าาานะ ๆๆๆๆ" ปากก็อ้อน ดวงตาคู่สวยก็กะพริบปริบ ๆ เฉินอวี่เฉิงรีบกุมมือหลี่หยางสวินไว้และใช้ไม้ตายอย่างรวดเร็วทันที ดวงตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความคาดหวัง ไม่ใช่เพียงต้องการเอาใจหรืออยากดูแลอีกฝ่ายเท่านั้น แต่การที่หลี่หยางสวินอนุญาตให้เขาช่วยจัดกระเป๋าหรือดูแลเครื่องแต่งกาย ย่อมหมายถึงอีกฝ่ายไว้ใจให้เขายุ่งกับพื้นที่ส่วนตัว และการได้รับความไว้ใจเช่นนั้นสำคัญต่อความรู้สึกของสองเรามาก ๆ

แน่นอนว่าหลี่หยางสวินรู้ถึงความนัยนั้นดี คนจึงนิ่งเงียบไป แต่ในที่สุดการถูกมองด้วยดวงตาคู่นั้นแถมด้วยสายตากดดันจากมารดาและแม่บ้านคนสนิท หลี่หยางสวินหรือจะสู้ไหว

"เอาสิ" ชายหนุ่มตอบรับท่ามกลางรอยยิ้มหวานจนตาหยีของเฉินอวี่เฉิงที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างง่ายดาย "พี่ฝากด้วยนะ.. แล้วจะรีบกลับมาครับ"

หลี่อี้เหมยยกมือแตะริมฝีปาก หล่อนหัวเราะคิกออกมาขณะมองคู่หมั้นหรือคู่สามีภรรยาหมาด ๆ ทั้งสองด้วยแววตาพึงพอใจ เห็นลูกชายที่ชอบวางมาดตีหน้าบึ้งใจอ่อนกับลูกสะใภ้ครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี้ สัญญาณความสัมพันธ์ดี ๆ ก็เด่นชัดเจนหัวใจพองโต เช่นเดียวกับความหวังที่ว่าจะได้หลานตัวน้อย ๆ ซึ่งสว่างไสวเป็นที่สุด

.

"นอนพักก่อนนะลูกนะ เรื่องจัดกระเป๋าให้พี่เขาเดี๋ยวช่วงบ่ายค่อยดูก็ได้ ตอนนี้กินยาแล้วนอนนะจ๊ะ"

"ครับคุณแม่"

"เดี๋ยวแม่จะโทรบอกที่บ้านให้นะ ขาดเหลืออะไรก็บอกนะลูก"

"ครับ ฝากด้วยนะครับ"

"ไม่เป็นไรจ้ะ ลูกสะใภ้แม่น่ะนอนพักดี ๆ เถอะ เฮ้อ ว่าแล้วก็เสียดาย นี่ถ้าไปหาหมอเร็วขึ้นอีกนิดก็มีลุ้นอุ้มหลานแล้... อุ้ย ไม่พูดดีกว่า"

"ฮื่อ.. คุณแม่อะ ผมอายนะครับ"

"จ้า งั้นแม่ไม่กวนล่ะ ฝันดีนะจ๊ะเสี่ยวเฉิง"

"ครับ"

โบกมือน้อย ๆ ส่งยิ้มหวานให้กับหลี่อี้เหมยที่เดินมาส่งถึงห้องนอนแล้วเฉินอวี่เฉิงก็ปิดประตู หมุนตัวเดินกลับไปซุกบนเตียงอีกครา ขายาวใต้กางเกงเนื้อนิ่มก้าวไปยังเตียงหนา จุดมุ่งหมายที่ตนต้องการหลังจากทานมื้อเช้าพร้อมบอกลาหลี่หยางสวินให้ไปทำงาน

แก้มขาวแดงเรื่อเมื่อพบว่าผ้าปูเตียงอันเก่าถูกเปลี่ยนออกเป็นของใหม่ การทำงานอันรวดเร็วของแม่บ้านทำให้เขานึกนับถือ แต่ในขณะเดียวกันเฉินอวี่เฉิงก็รู้สึกเขินมากเมื่อคิดถึงคราบต่าง ๆ ที่เป็นร่องรอยของสงครามรักที่ผ่านพ้นไป เฉินอวี่เฉิงครางหงุงหงิงในลำคอ ชายหนุ่มซุกหน้าลงกับหมอนใบโตแก้เขินพลางหยิบมือถือมาเช็กดูความเคลื่อนไหวระหว่างรอให้ตัวเองง่วง

สายที่ไม่ได้รับจากพี่ชายสองสาย ข้อความที่อีกฝ่ายส่งมาถล่มบอกเขาว่าให้ดูแลตัวเองดี ๆ และหากถูกหลี่หยางสวินทำร้ายจิตใจก็บอกอีกจำนวนหนึ่ง เฉินอวี่เฉิงอ่านมันแล้วหัวเราะชอบใจ จากนั้นก็เป็นถ้อยคำแสดงความยินดีจากเพื่อน ๆ ในโลกโซเชี่ยล บ้างที่อยู่ในสังคมเดียวกันก็โพสต์รูปถ่ายที่ยืนถ่ายด้วยกันเมื่อวานและแท็กอินสตราแกรมของเขาไว้ เฉินอวี่เฉิงจึงเลื่อนอ่านข้อความอวยพรทั้งหลายอย่างอารมณ์ดี

ติ๊ง

'ได้รับโอนเงินค่าจ้างครบแล้ว ขอบคุณที่ใช้บริการ'

เมสเสจหนึ่งถูกส่งเข้ามาในเครื่องพอดี และข้อความนั้นเองทำให้ชายหนุ่มนึกขึ้นได้ว่าเขาจ้างอะไรใครไว้ โหลดไฟล์ที่พ่อนักสืบคนนี้ส่งมาให้ในเมล์ไว้เรียบร้อยแล้วสินะ จากเดิมคิดว่าจะให้พี่หยางสวินเปิดดูด้วยกัน แต่คิดอีกทีเปิดอ่านก่อนก็ไม่เสียหาย ชายหนุ่มกดเข้าไปดูไฟล์เอกสารในเครื่องที่โหลดไว้ เฉินอวี่เฉิงไม่ได้สนใจรายละเอียดยิบย่อยเรื่องเลขไอพีเลขเครื่องหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่คนไม่ถนัดเรื่องไอทีอย่างเขาดูไม่ค่อยออก แต่รีบพุ่งความสนใจไปยังข้อมูลและชื่อคนส่งที่เขาต้องการเพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานของตัวเอง..

"หึ"

คนส่งข้อความแปลก ๆ นั่นมาก็เป็นเว่ยซูเหยาจริง ๆ ด้วย


+++++++++++++++++++


#สามีของผม คู่ข้าวใหม่ปลามันเค้าต้องแยกกันค่ะ แต่ความหวานไม่ลดหรอกนะคะ ความร้ายของน้องเฉิงเฉิงจะเพิ่มขึ้นด้วย ตอนหน้ามาดูกันค่ะ  เเละติดเหรียญนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น