นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

หมู่บ้านเศวตโสภา

หมู่บ้านสีขาวใจกลางอำเภอ ความงามนั้นน่าหลงใหล แต่ทว่ามีบางสิ่งลึกลับอยู่ภายใน

ยอดวิวรวม

22

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


22

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 ธ.ค. 62 / 12:08 น.
นิยาย ҹǵ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เมื่อฉันมาเช่าบ้านอยู่ที่หมู่บ้านเศวตโสภา คืนแรกนั้นไม่มีสิ่งใดผิดปกติ แต่คืนต่อมา เป็นจุดเริ่มต้นที่ฉันจะจำไว้ไปตลอดกาล

เนื้อเรื่อง อัปเดต 16 ธ.ค. 62 / 12:08


 

บ้านเช่า(ชื่อเดิมที่ตั้งไว้ตอนแรก)

หมู่บ้านแห่งนี้สีขาวและสวยงามสมชื่อ “หมู่บ้านเศวตโสภา” ตั้งอยู่ใจกลางอำเภอแห่งหนึ่ง ทุกบ้านล้วนทาด้วยสีขาว ตกแต่งตามสไตล์ยุโรป ราคาเหยียบแปดหลัก แต่ทว่าเป็นหมู่บ้านที่มีจำนวนหลังคาเรือนไม่มากนัก กระถางดอกโป๊ยเซียนที่วางอยู่ตามระเบียงหน้าต่างของแต่ละบ้านช่างดูสวยงาม บ้านหลังแรกสุดทางซ้ายมือนับจากทางเข้าหมู่บ้านเป็นบ้านที่ฉันเลือกพักอาศัย อันที่จริงต้องกล่าวว่า “เลือกมาเช่า” เพราะบ้านหลังนี้และอีกสองสามหลังเปิดเป็นบ้านพักให้เช่า ตั้งแต่รายวันยันรายเดือน เหมือนเกสต์เฮาส์ แต่ให้เช่าเป็นห้อง ๆ

บ้านที่ฉันเลือกมาพักกับเพื่อนอีกสองคน มีสามีภรรยาคู่หนึ่งชื่อชีวินและนิล วัยรุ่นชาย และพนักงานทำความสะอาดบ้านเพิ่งเข้ามาพักพร้อมกัน คืนแรกทุกสิ่งอย่างผ่านไปด้วยดี อาจเป็นเพราะฉันเดินทางมาเหนื่อย แต่คืนที่สองนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

เสียงกรีดร้องอย่างตกใจของแม่บ้านเวลาสองยามปลุกให้ทุกคนในบ้านต้องตื่น เธอเอาแต่ร้องว่า “ผีๆๆๆ” วัยรุ่นชายที่อยู่ในบ้านด้วยนั้นไม่เชื่ออย่างแน่นอน เขาบ่นเบา ๆ ว่าไร้สาระ ก่อนจะกลับขึ้นไปนอนต่อ ทางคู่สามีภรรยาส่ายหัวแล้วกลับขึ้นห้องเช่นกัน คงเหลือแต่ฉันกับเพื่อนอีกคนที่คอยปลอบแม่บ้านว่าเธอคงตาฝาดไปเอง

“ฉันไม่ได้ตาฝาดจริง ๆ นะคะคุณ ฉันเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาว ผมยาว จ้องฉันอยู่นอกหน้าต่าง” แม่บ้านสาวมีท่าทางตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าตอนนี้ของเธอซีดขาวราวกับกระดาษ
“มันอาจจะเป็นผ้าม่านหรือกระถางต้นไม้ข้างนอกก็ได้ค่ะ”ส้มจี๊ด เพื่อนของฉันพูดปลอบ
“กลับไปนอนต่อเถอะค่ะ” ฉันแนะนำบ้าง

หลังจากนั้นเราทั้งสามก็กลับไปนอนตามเดิม แสงเขียวอ่อน ๆ จากพรายน้ำบนหน้าปัดนาฬิกาบอกเวลาตีหนึ่ง ฉันหลับไปอย่างรวดเร็ว ฝันผสมปนเปกันไปหมด ฉันฝันเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาว ผมยาว นั่งร้องไห้อยู่ปลายเตียง เมื่อฉันลุกเขยิบเข้าไปใกล้ และเธอก็หันหน้ามาอย่างช้า ๆ เสี้ยวหน้านั้นขาวซีดราวกับกระดาษ ดวงตาไร้แววจ้องมองมา ฉันผงะถอยหลัง แต่เพียงเสี้ยววินาทีใบหน้าเจ้าหล่อนก็พุ่งมาหาหน้าฉันห่างกันเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด แล้วฉันก็ตกใจตื่น เหงื่อท่วมตัวทั้งที่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ ในขณะที่เพื่อนนอนอีกเตียงหลับสนิทดี ฉันคิดว่าตัวเองคงจะเก็บเรื่องของแม่บ้านมาฝันเสียแล้ว มันไม่มีอะไรหรอก ฉันบอกตัวเองเช่นนั้น ทั้งที่ในใจส่วนลึกเริ่มเกิดอาการระแวงขึ้นมา

เช้าต่อมาเราต่างต้องตกใจเมื่อมีกระดาษข้อความวางอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหาร มันเป็นข้อความจากแม่บ้าน “จริงสิ แล้วตัวเธออยู่ไหนตอนนี้” ฉันคิด
และในกระดาษใบนั้นมีคำตอบ ฉันเป็นคนอ่านให้ทุกคนฟัง
‘รีบหนีออกไปจากที่นี่ซะ ถ้าไม่อยากตาย ผีผู้หญิงมันจะฆ่าทุกคน’
“ไร้สาระ ผีเผอมีจริงที่ไหน ยายแม่บ้านแกเพี้ยนหรือไม่ก็ไปเสพยามาล่ะสิ ถึงได้หลอนขนาดนี้”วัยรุ่นชายบ่น
“นั่นสิคะ ฉันคิดเช่นนั้น อีกอย่างอาจจะเป็นคนอื่นเขียนก็ได้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าลายมือเธอเป็นแบบไหน”นิลพูด
“ผมก็คิดเหมือนกันกับคุณนะ” สามีพยักพเยิดกับภรรยา “บ้านหลังนี้สร้างใหม่ไม่นาน จะมีผีได้อย่างไรกัน แม่บ้านคงจะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าซะมากกว่า”
ฉันกับเพื่อนไม่ออกความเห็นใด ๆ

วันเวลาผ่านล่วงเลยไปห้าวัน ในตอนเช้าเราพบว่าวัยรุ่นชายคนนั้นหายตัวไปอีกคน เขาไม่ทิ้งสิ่งใดไว้ในบ้านเลย สามีภรรยาคิดว่าเขาคงจะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าเหมือนกันกับแม่บ้าน เลยรีบหนีหายไป พวกเราเข้าไปสำรวจในห้องนอนเขา ไม่พบแม้เสื้อผ้าหรือข้าวของเครื่องใช้ที่หลงเหลือไว้สักชิ้น อันที่จริงฉันเองก็เกือบจะคิดเหมือนพวกเขาสองคนแล้ว ถ้าเมื่อคืนนี้ไม่ได้ยินเสียงหนึ่ง มันเป็นเสียงหัวเราะเล็กแหลม กับเสียงโวยวายของชายหนุ่ม แต่เนื่องจากฉันเที่ยวมาทั้งวัน ความเหนื่อยนี้อาจทำให้ฉันหูฝาดไปหรือบางทีฉันอาจจะฝันอีก ใช่ ในตอนแรกฉันคิดเช่นนี้ แต่เมื่อวัยรุ่นชายคนนั้นได้หายไปจากบ้านอีกคน ฉันเริ่มกลัวขึ้นมา เราทั้งสองกลับเข้าห้อง ฉันเล่าเรื่องความฝันคืนวันนั้น และเสียงคนร้องเมื่อคืนให้เพื่อนฟัง ฉันรู้สึกแย่นิดหน่อยที่ทำให้เพื่อนกลัวตาม

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นขณะเรานั่งคุยกัน ฉันเดินไปเปิดประตูเพราะคิดว่าพวกสามีภรรยามาเคาะ แต่เมื่อเปิดไปกลับเจอแต่ความว่างเปล่า สายลมแผ่วเบาลอยมาประทะหน้าฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกหนาวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็พยายามไม่คิดอะไร ฉันกลับไปนั่งคุยกับเพื่อนตามเดิม แล้วเราก็ออกไปเที่ยวกัน

ตกกลางคืนเรากลับมารับประทานอาหารที่บ้าน พร้อมกับคู่สามีภรรยา ใช่แล้ว มันเป็นมื้อแรกที่เราสี่คนนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน เพื่อนฉันก็เล่าเรื่องที่พบเจอจากการเดินทางวันนี้ ส้มจี๊ดพูดคุยอย่างออกรส ทั้งสองสามีภรรยาก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย หล่อนคุยไปพลางตักอาหารเขาปากไป ฉันเองนั่งทานอาหารอย่างเงียบ ๆ มองตัวบ้านไปมา ฉันเพิ่งรู้สึกว่าพอดวงตะวันลับขอบฟ้าแล้ว บ้านหลังนี้ดูมืด น่ากลัวและลึกลับ อันที่จริงอาจเพราะเจอเหตุการณ์ประหลาดก็ได้ มันเลยทำให้สมองฉันคิดแบบนี้ หลังจากทานข้าวเสร็จ นิลและฉันอาสาเอาจานไปล้าง เพื่อนฉันยังนั่งสนทนากับคนชีวินอย่างออกรส เขาอุ้มเด็กชายตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน ทารกหลับสนิทใบหน้ายิ้มพริมละไม

ระหว่างที่ฉันหันไปเก็บของในตู้เย็นนั้นเอง เมื่อปิดประตูตู้เย็น อาการขนลุกชันเกิดขึ้นเมื่อสายตาปะทะเข้ากับเงาสะท้อนบางสิ่งที่มองเห็นได้จากตู้เย็น มันเป็นสีขาว มีผมยาว เป็นผู้หญิง แต่ผมนั้นยาวปิดหน้า เมื่อฉันหันหลังกลับไปก็ไม่พบสิ่งใด นอกจากคุณภรรยาที่กำลังยืนล้างจานอยู่ บางทีฉันอาจจะตาฝาดสินะ

กำลังจะเดินไปช่วยล้างต่อนั่นเอง

“กรี๊ด” เสียงนิลกรีดร้องดังมาก เธอตกใจกับบางสิ่ง แก้วในมือหล่นลงกระแทกกับจานแตกดังเพล๊ะ ฉันรีบเข้าไปช่วย
“ผู้หญิง ผู้หญิงผมยาว ตาขาว ๆ มาจ้องฉันเมื่อกี๊” เธอพูดตะกุกตะกัก
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ มันไม่มีอะไรหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยเก็บแก้วนะคะ” ฉันปลอบเธอ เมื่อฉันช่วยเธอล้างจานต่อนั่นแหละ ฉันถึงได้พบกับสิ่งที่เธอเห็นเมื่อสักครู่ มันเหมือนเป็นเงาสะท้อน แต่ไม่ใช่ สิ่งนั้นคล้ายหมอกบางเบา แต่มีตัวตน ผู้หญิง ผมยาว ใส่ชุดสีขาว ตาสีขาว หน้าขาวราวกระดาษ เนื้อแขนบวมช้ำเหมือนศพ กำลังจ้องมาอย่างโกรธจัด ฉันไม่แน่ใจว่าเธออยู่ข้างนอก หรือ อาจจะอยู่ข้างหลังฉันนี่เอง…

ฉันรีบ ๆ ล้างให้เสร็จ ไม่มอง ไม่คิด ยังดีนักที่นิลยังอยู่ด้วยใกล้ ๆ การมีคนอยู่ด้วยยามต้องพบเจอสิ่งเหล่านี้มันช่างอุ่นใจเสียจริง

เราสองคนออกมาไม่พูดอะไร นิล เธอดูจะซึมลงอย่างเห็นได้ชัด สามีของเธอและเพื่อนของฉันพอจะทราบ เราไม่พูดอะไรกัน ต่างคนต่างแยกย้ายเข้าห้องนอน เหตุการณ์ในคืนนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราทั้งสี่เริ่มมีความคิดที่จะย้ายออกจากบ้านหลังนี้ แต่เหตุการณ์น่ากลัวไม่ได้เกิดขึ้นอีก จนกระทั่ง…

สามวันต่อมาเราพบเพื่อนบ้านที่เคยปกติดี บัดนี้กลับเลอะเลือน คล้ายจะเสียสติ เอาแต่ร้องว่าผู้หญิงชุดขาวมันจะเอาชีวิตทุกคน ให้รีบหนีไป เขาพูดเหมือนกับแม่บ้านคนนั้น ฉันกับเพื่อนมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างรู้กันว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอะไร ใช่แล้ว มันต้องเป็นสิ่งนั้นแน่นอน

คืนวันนี้ช่างยาวนานในความคิดของฉัน ฉันอยากให้ราตรีกาลนี้ผ่านไปไว ๆ เพื่อที่จะได้พบกับแสงสว่างยามเช้าเสียที สิ่งที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านวันนี้ มิได้มีเพียงแค่เพื่อนบ้านที่เสียสติไปแล้วคนนั้นกล่าวถึงผู้หญิงชุดขาว บ้านอื่น ๆ ก็เล่าว่าเขาก็เจอเช่นกัน มาเคาะกระจกบ้าง เข้าฝันนั่งร้องไห้บ้าง หรือบางทีก็มาให้เห็นเป็นเงาผลุบ ๆ โผล่ ๆ ฉันคิดว่าเธอเป็นผีที่ว่างเสียจริง เข้าบ้านนู้นออกบ้านนี้ไปทั่ว ไม่มีเหตุผลเลย ตายไปแล้วยังจะต้องการอะไรอีก ถ้าเธอไล่ทุกคนออกไปจากหมู่บ้านนี้หมด เธอไม่คิดว่าตัวเธอจะเหงาบ้างเลยหรือไร หรือบางทีมันอาจจะเป็นอุปาทานของคนในหมู่บ้านก็ได้ที่คิดว่าตัวเองเจอเหมือนกันหมด แต่ในอีกใจหนึ่งของฉันก็คัดค้าน ในเมื่อเหตุเกิดช่วงเดียวกัน มันจะกลายเป็นอุปาทานไปได้อย่างไร คิดได้เท่านี้ความคิดสารพัดก็ต้องสะดุดลงเมื่อได้ยินเสียงเรียกให้ช่วยด้วย เป็นเสียงผู้ชาย มันเหมือนเสียงของชีวิน เพียงครู่เดียวเสียงนั้นก็หายไป

ตุ้บ! เสียงอะไรบางอย่างหล่นลงกระแทกพื้น ฉันคิดว่ามันคงเป็นเสียงของกระถางต้นไม้ บางทีผีตนนั้นมันคงต้องการก่อกวนอีก เมื่อคิดอย่างนี้แล้ว ความกลัวก็เริ่มเกิดขึ้น ฉันรีบท่องพุทโธ พุทโธ จนผล็อยหลับไปในที่สุด

เช้านี้บรรยากาศช่างอึมครึมเหลือเกิน พวกเราสองคนตื่นเพราะประตูห้องนอนถูกเคาะอย่างดัง มันไม่ใช่ฝีมือผีหรอก คราวนี้มีเสียงของชีวิน และนิล สองสามีภรรยาตะโกนเรียก ส้มจี๊ดลุกขึ้นอย่างงัวเงียเดินไปเปิดประตู สองคนนั้นดูท่าทางร้อนรนมาก พวกเขารีบบอกพวกเราว่าให้รีบเก็บของออกไปจากที่นี่ ตอนนี้บางคนในหมู่บ้านเริ่มย้ายออกไปหาที่อยู่ใหม่ชั่วคราวแล้ว เพราะทนไม่ได้กับการถูกผีหลอกอีกต่อไป ชีวินเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนนี้เขาเองก็เจอ นอนละเมอลุกขึ้นมาเดินตามเสียงเรียก ลืมตามาอีกทีตนก็อยู่ที่ระเบียงหน้าต่างเสียแล้ว มือผีเน่าเฟะผลักเขาให้ตกลงจากระเบียง โชคดีอย่างเหลือเชื่อที่เขาไม่เป็นอะไร แม้อาการฟกช้ำก็หามีไม่ ทั้ง ๆ ที่ระเบียงนั้นคือชั้นสอง และมันสูงมาก คนตกลงไปถ้าไม่คอหักตายก็คงขาหัก แต่แปลกเหลือเกินที่เขาไม่เป็นอะไร เขาเล่าต่อว่า เขาด่าผีนั้น ก่อนจะกลับเข้าบ้านขึ้นรีบปลุกภรรยาให้ตื่น รีบเก็บของ พอดีกับเริ่มจะรุ่งสาง เสียงเพื่อนบ้านเสียงดังเอะอะโวยวาย ชีวินออกไปคุยด้วย ก็พบว่าบางคนที่เช่าอยู่จะย้ายออกแล้ว คงเหลือแต่พวกที่ซื้อมาในราคาแปดหลักเอง ที่ไม่ยอมไปไหน ด้วยห่วงทั้งบ้าน แถมยังผ่อนไม่หมดอีก จะให้ผีตนเดียวมาทำให้ร้างได้อย่างไร นิลเร่งเร้าให้เรารีบเก็บของแล้วย้ายออกไปพักที่อื่น เธอมีบ้านพักอีกหลังอยู่ไม่ไกลนักจากหมู่บ้านสยองขวัญแห่งนี้

ฉันกับส้มจี๊ดเก็บของตามคำแนะนำของชีวินและนิล เราทั้งห้ารวมเด็กทารกรีบออกจากบ้านไป ฉันหันไปมองตัวบ้านสีขาวสวยครั้งสุดท้าย นึกเสียดายขึ้นมาครามครัน แต่ความรู้สึกนั้นเกิดเพียงชั่วครู่ หากสิ่งหนึ่งไม่ปรากฏขึ้นตรงหน้าต่างชั้นสอง ท่านผู้อ่านคงจะเดาได้ว่าคืออะไร ผีตนนั้นอีกนั่นแหละ คราวนี้มันแสยะยิ้มปากฉีกถึงหู เลือดหยดติ๋งติ๋งเปื้อนเสื้อขาวปอน ๆ ของหล่อน เสียงหัวเราะเล็กแหลมลอยเข้าโสตของฉัน มันดูสะใจและดีใจมากที่พวกเราออกไปจากที่นี่ ฉันรีบหันหลังให้บ้านหลังนี้ทันที ภาพที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าฉันเมื่อเราเดินมาขึ้นรถคือคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ทะยอยออกไปพร้อมกัน ฉันได้ยินบางคนพูดว่าจะไม่กลับมาที่แห่งนี้อีก บ้างก็บอกจะมาเอาคืนผี จะไปจ้างหมอผีหรือพระดังมาปราบ

บ้านใหม่ที่เราไปพักเป็นบ้านสองชั้น ทาสีครีมทั้งหลัง บ้านสไตล์ยุโรปอีกเช่นเคย คราวนี้มิได้น่ากลัวหรือมีอะไรแบบนั้นอีกแล้ว เพราะเป็นบ้านของเพื่อนนิลที่เปิดให้เช่า เด็กทารกในอ้อมอกร้องไห้จ้า อาการหิวนมของเด็กทำให้แม่เด็กควานหาขวดนมในกระเป๋า หาอยู่สักพักสีหน้าของนิลก็เปลี่ยนไป เธอพบแต่ความว่างเปล่าในกระเป๋าใบโต พลันนึกได้ว่าคงจะลืมไว้ในตู้เย็น ยามออกมาก็ทั้งรีบและลนทำให้ลืมทุกอย่างไปสิ้น เธอหันหน้าไปทางสามียิ้มเจื่อน ๆ ทำหน้าแกมขอร้องให้ช่วยกลับไปเอาที อย่างไรตะวันก็ยังไม่ตกดิน ฟ้ายังไม่มืดมิด หมู่บ้านนั้นยังไม่ร้าง หล่อนเป็นคนประหยัดมากเหลือเกิน ที่จริงจะซื้อขวดนมใหม่ก็ได้ แต่เธอไม่ทำ น่าแปลกที่คนประหยัดกลับพักบ้านเช่าราคาหลายพันต่อคืน ช่างเป็นความย้อนแย้งของมนุษย์เหลือเกิน ชีวินบอกให้เธอลูกและพวกเรารออยู่ที่บ้าน นิลขอร้องฉันและส้มจี๊ดให้ไปด้วยกับสามีเธอ พวกเรายินดีไปด้วย ชีวินเป็นคนขับรถ ส้มจี๊ดนั่งข้างคนขับ ส่วนฉันนั่งอยู่เบาะหลัง ทันทีที่ย้อนกลับเข้าไปในหมู่บ้านหรูแห่งนั้น พวกเราพบว่าเหล่าชาวบ้านที่ไม่ย้ายออกเริ่มมีอาการแปลก ๆ เมื่อเห็นรถเรา พวกเขาชี้มาที่รถ เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง หากเปลี่ยนใจไม่พูด บางคนกรี๊ดลั่นเป็นลมล้มพับไป

“แปลกจริง ออกมาไม่นาน ทำไมพวกคนถึงเปลี่ยนไปได้เร็วขนาดนี้” ชีวินพูด คำว่า ‘เปลี่ยน’ ของเขาหมายถึงอาการประหลาดของผู้คน ฉันกับส้มจี๊ดไม่ออกความเห็นใด ๆ แต่ในลึก ๆ แล้วในใจก็คิดเช่นนั้น ส่วนอีกใจก็แย้งว่ามันเป็นไปไม่ได้ เหลือเชื่อเกินไป

เมื่อเรามาถึงบ้านพักของเรา ชีวินขับมาจอดหน้าบ้าน แต่เหมือนเจ้าของบ้านที่แท้จริงจะรับรู้ถึงการมาของพวกเรา เลยปรากฏตัวให้เห็นเป็นเงา สักครู่ก็จางหายไป พวกเราขนลุกซู่

“ผมเปลี่ยนใจแล้ว เดี๋ยวจะเข้าเมืองไปซื้อขวดนมใหม่แทน ที่นี่ก็ช่างมันเถอะ”ชีวินพูดเร็ว พร้อมกับขับออกไปทันที ที่หน้าหมู่บ้านนั้นเองเกิดเหตุบางอย่างขึ้นที่ทำให้ฉันและส้มจี๊ดต้องลงจากรถสักครู่ ฉันเองก็จำไม่ได้ว่าเหตุนั้นคืออะไร แต่อย่างไรก็ตามมันทำให้ฉันเข้าใจทันทีว่าอาการของพวกชาวบ้านมิได้ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด เมื่อรถที่ชีวินขับกำลังหมุนกลับนั้น เผยให้เห็นภายในห้องโดยสารวว่างเปล่า ไร้เงาคนขับ ขณะที่พวงมาลัยกำลังหมุนเองเหมือนมีคนบังคับอยู่ 
จบเวลา 12.58 น. 15/12/2562

ผลงานอื่นๆ ของ ปรรษตี

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น