ลำนำ :บุปผาหมื่นพิษ

ตอนที่ 6 : สัมผัสญาณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2460 ครั้ง
    13 พ.ค. 62

ตอน....




         ดวงตาของดรุณีที่ย่างเข้าสู่วัย 14 ปี ดวงตาที่ฉายแววสดใส่และเข้าใจสรรพสิ่ง ตลอดเวลาที่นางอยู่ในส่วนลึกของหุบเขา วันเวลาที่เเปรเปลี่ยนเกือบหกปี ในช่วงห้าปีหลังอาจารย์ของนางเข้าชาญฝึกวิชา นางหรือก็นั่งๆนอนๆ ฝึกจิตตามที่อาจารย์ของนางมอบตำราไว้ให้ การสงบจิต การตั้งสมาธิ การกำหนดญาณ รวมๆเเล้วก็คือสมาธินั่นเอง นางมองเหล่าต้นไม้ที่ผลิใบ ผลัดใบ ผลิดอก ผลิผล ล่วงหล่น ก่อเกิด หมุ่นเวียน เป็นสิ่งที่ไม่จบสิ้น ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นเช่นนี้ มันคือวงกลมที่กำหนดจากเริ่มต้นหมุนเวียนไร้สิ้นสุด 



      ติ่ง!!!!!!!!



      พลังจากธรรมชาติความอบอุ่นของแสงแดดในยามเช้า ก่อเกิดความอบอุ่นขึ้นมาในร่างกาย โดยเฉพาะจุดตันเถียนของนางที่กำลังถูกเติมเต็มเสียทีและในตอนนี้นางเข้าสู่ระดับที่เรียกหาว่า 'ญาณแท้จริง' นางข้ามขั้นไร้กังวลตั้งแต่นางเพียงเก้าขวบ แต่สิ่งที่ยากคือการข้ามผ่านระดับผู้ฝึกญาณ เข้าสู่ระดับญาณแท้จริงต่างหาก นางคิดว่านางเข้าใจทุกอย่างที่ธรรมชาติรังสรรค์มาแล้ว  แต่สิ่งที่นางไม่เข้าใจคือ 'ญาณ '



       ญาณ คือสิ่งใด เกิดขึ้นมาจากสิ่งใดกัน และมาจากที่ใด นี่คือสิ่งที่นางพยายามหาคำตอบมาโดยตลอด ห้าปีที่ผ่านมานางเริ่มสังเกตุ เพราะก่อนที่อาจารย์จะเก็บตัวได้เอ่ยประโยคหนึ่งกับนาง ' บางที่เราก็ต้องการอะไรที่ยึดเหนี่ยวบ้าง' นั้นหมายความว่าบางที่การกำหนดญาณคือต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว สิ่งที่นำพา สิ่งที่นำมาวิเคราะห์ 



         " เกลี้ยงๆ กลมๆ หมุนๆ วนๆ   ไม่มีสิ้นสุด " คำพูดของใครบางคนที่ดังขึ้น แต่นางรู้ดีว่าเสียงนี้คือเสียงของใคร เสียงที่ตลอดห้าปีนางไม่เคยได้ยิน แต่มาตอนนี้นางกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน จนคล้ายกับว่าคนพูดยืนอยู่ต่อหน้านางในตอนนี้ 



        พอได้ยินเช่นนั้น นางก็ตั้งมือของนางขึ้นมา กำหนดจิตของนางวาดมือตั้งฉากพร้อมๆกับกำหนดตัวอักษรดึงพลังญาณในจุดตันเถียนออกมาเรียงร้อย ให้กลายเป็นวงเวทสีเขียวที่สั่นไหวชั่วครู่ สายลมเอื้อยๆ ความรู้สึกสดชื่นสะบายแต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น 


       " เจ้าดึงพลังธาตุไม้ออกมาใช้เป็นธาตุแรก นั่นหมายความว่าเจ้าเข้าใจพลังของพวกมันที่สุด แต่จงจำเอาไว้นี่เป็นการเริ่มต้นที่แท้จริง โอสถทะลวงฟ้า อาจารย์มอบมันเป็นของขวัญให้แก่เจ้า มันจะทำให้เจ้าเข้าสู่ 'ญาณชั้นต้น' ได้ไม่ยาก หากเจ้าต้องการ   " เสียงที่เงียบไปพร้อมกับบรรยากาศที่ปกติก็กลับมาเช่นเดิม นางเองไม่อาจรู้ได้ว่าผู้ติดตามของนางเป็นเช่นใด แม่นมเหยา พ่อบ้านหวัง พี่อาเล่อ แต่นางรู้ดีว่าพวกเขาต้องมีชีวิตที่สงบสุขในหุบเขาอย่างแน่นอน 




      เมื่อนางเข้าสู่ระดับญาณแท้จริงได้เเล้ว สิ่งที่นางเห็นว่ามีประโยชน์ชัดเจนที่สุดคงเป็นการเตรียมสมุนไพร การทำให้สมุนไพรที่เก็บมาใช้งานได้ในทันทีนั่น หากเป็นคนธรรมดาคงต้องตาก อบ บดและกว่าจะดึงตัวยา แต่สำหรับนางนางสามารถใช้ญาณของนางเร่งให้มันแห้ง บดสลายมัน และดึงเอาตัวยามันออกมาด้วยวิธีสะกัดโดยวงเวท นี่คือความแตกต่างระหว่างหมอธรรมดา และเเพทย์เทวะ(มีพลังญาณ)



       ในความจริงแล้วนางเองไม่รู้เลยว่า ในโลกที่นางมาเเบ่งออกเป็นสองชนชั้นอย่างชัดเจน นั่นคือคนธรรมดา และ ผู้ฝึกตน ผู้ฝึกตนมีอภิสิทธิ์เหนือคนธรรมดา นี่เป็นที่รู้ๆกัน แต่ในบางเรื่องเหล่าผู้ฝึกตนก็ไม่ยุ่งเกี่ยว โลกของเหล่าผู้ฝึกตนนั้นเรียกว่ายุทธภพ นั้นหมายความว่าไม่จำกัดพื้นที่ว่าเป็นแคว้นใด เมืองใด แต่พวกเขามีสถานที่เป็นของตนเอง มีเพียงผู้มีวาสนาเท่านั้นที่ได้รับโอกาส บางคนตันเถียนอุดตันคือคนแปดส่วนในสิบส่วน


      หากเทียบกันง่ายๆ ขุนนางขั้นสามเทียบไม่ได้กับผู้ฝึกตนขั้น ญาณแท้จริง.....เพราะเป็นเช่นนี้ส่วนมาก เหล่าผู้ฝึกตนที่มีชื่อเสียงบางทีจะมีตำแหน่งที่ได้รับจากราชสำนัก หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับราชสำนัก เป็นตระกูลชนชั้นสูง เพราะพวกเขาจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อโอกาสเช่นกัน ตระกูลที่มีผู้ฝึกตนจะกลายเป็นตระกูลที่ตระกูลอื่นๆไว้หน้า... 


        ใน 100  คน มี 20 คนที่เป็นผู้ฝึกญาณ


       ในผู้ฝึกญาณ 20 คน มีเพียง 4คนที่ผ่านชั้น ญาณชั้นสูง


       ** ขอมูลจากทำเนียบฉางหลิน





       ทำให้ในทุกๆเเคว้นต่างต้องการซื้อตัวผู้คนเหล่านี้เป็นจำนวนมากเช่นกัน ....






         อันลู่หลิง ดรุณีน้อยที่มีใบหน้ากลี้ยงเกลา เคล้าลางความงามของนางนั้นชัดเจนตั้งแต่นางยังไม่เข้าสู่วัยสาวสะพรั้ง ความงามของนางนั้นไม่เคยถูกพานพบ เพราะนางถูกกักตัวโดยอาจารย์ของนาง สิ่งที่ทำให้นางสามารถบรรลุขั้นปราณได้อย่างรวดเร็ว ไม่เพียงความช่วยเหลือจากอาจารย์ของนาง เเต่เป็นเพราะสถานที่ที่นางอยู่นั้นเต็มไปด้วยพลังญาณที่สูงล้ำอีกด้วย หุบเขาเล็กๆที่ถูกครอบครองโดยแพทย์เทวะอันดับหนึ่ง คงไม่มีใครกล้ารุกรานเป็นแน่  ด้วยสถานที่ที่นางไม่ต้องไปแย่งชิงทรัพยากรณ์กับผู้ใด ทำให้นางเองนับว่าเป็นผู้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว 






เขาฉางหลิน , สำนักปราชน์ ...



       " ท่านปราชน์หลู่ ท่านคงได้รายนามของเหล่ารุ่นเยาว์ในปีนี้และจัดอันดับแล้วใช้หรือไม่ เมื่อวันก่อน จ้าวสำนักทะเลทรายปี้อัน มาถึงฉางหลินส่งตัวบุตรสาวของตนเองขึ้นชิงตำแหน่งอัจฉริยะอันดับหนึ่ง " ผู้รับใช้ปราชน์นั้นก็หาใช้คนธรรมดา ที่นี้พวกเขาเป็นข้ารับใช้ แต่ลงเขาฉางหลิงพวกเขาคือเหล่าอาวุโสปราชน์ผู้ทรงอำนาจ ฐานะของพวกเขาถูกเรียกว่า 'ปราชน์ฝึกหัด' และครอบครองพลังญาณระดับ ญาณขั้นสูง ในยุทธภพมีไม่ถึงยี่สิบคน พวกเขามีหน้าที่สอดส่องดูแลความสงบเรียบร้อย และคอยจัดอันดับเหล่าผู้ฝึกยุทธและเหล่ารุ่นเยาว์ 



        " หนาฮั่น เจ้าเป็นปราชน์ฝึกหัดมาก็นับปีนี้ได้นับสิบปี ...เจ้ายังไม่รู้หรือว่าสถานที่นี้ และหน้าที่ของเหล่าปราชน์คือสิ่งใด หากไม่เข้าใจอีกข้าคงไม่อาจรั้งเจ้าไว้ " ชายผู้ถูกเอ่ยนามว่าหนาฮั่นมีสีหน้านิ่งค้างไปในทันทีความจริงจ้าวสำนักทะเลทรายปี้อัน ก็เพียงต้องการให้เขาพูดถึงลูกสาวตนเองบ้างเท่านั้น



       " ปี้อันหลางลี่ เด็กสาวอายุสิบหก เข้าสู่ระดับญาณแท้จริงเมื่อไม่กี่เดือนก่อน สำเร็จเพลงกระบี่ทะเลทราย ขั้นต้น  หึหึหึ นับเป็นสิ่งใดได้ ....." ปราชน์หลู่ที่เอ่ยออกมาอย่างไม่สนใจนัก ความจริงรายนามของผู้เยาว์ที่ไม่เคยเปิดเผยนั้นมีข้อมูล การเกิดของพวกเขาทุกคนจะเป็นทาส หรือเชื้อพระวงศ์  พวกเขาล้วนถูกบันทึกไว้ เอาไว้โดยบันทึกเซียน ในโลกของญาณ ผู้ที่มีความสามารถจะถูกกำหนดตั้งแต่ญาณสามารถสัทผัสกับพวกเขาได้ และมันจะชี้เป้าบงบอกถึงผู้ที่มีวาสนา นั้นไม่ได้หมายความว่า ฉางหลินจะสามารถดึงตัวพวกเขาได้ เพราะคนเหล่านี้ตนเองตั้งแต่ยังไม่สัมผัสญาณแล้ว ตั้งแต่รู้ว่าตันเถียนของพวกเขาไม่อุดตัน มีโอกาสที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ฝึกตน ในตระกูลเล็กๆพวกเจาอาจถูกซื้อตัวด้วยราคาที่สูงล้ำ ในตระกูลใหญ่ชนชั้นสูง พวกเขาจะถูกยกไว้สูงยิ่งกว่าผู้ใด 




        ' ดรุณีน้อยนางนี้คือผู้ใดกัน นางสามารถประทับวงเวทแรกของนางขึ้นมาได้ นับว่านางน่าจับตามองในฐานะผู้ฝึกญาณ ที่จะก้าวขึ้นเป็นจอมเวทเทวะ นอกจากตู้หลัวแล้วคงมีเพียงนางที่สามารถเขียนวงเวทได้รวดเร็วเช่นนี้ ' บันทึกเซียนที่ปราชน์หลู่กำลังเปิดอยู่นั้นที่หน้าหนังสือที่พึ่งปรากฎเป็นภาพของวงเวทเรืองรองสีเขียวมรกตดูงดงาม ความหมายของวงเวทนั้นเรียบง่ายก็จริง แต่มันกลับสามารถปลดปล่อยกลิ่นไอ ธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์    อันลู่หลิง นางเป็นศิษย์ของใครกัน '


       นามที่ปรากฎนั้นไม่ได้ถูกบรรจุลงในผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้เยาว์ แต่ความสามารถของนางพอที่จะเบียดให้อันดับสองในรุ่นเยาว์ให้ตกลงมาได้ จากความเข้าใจนางมีระดับไม่ต่ำกว่าญาณแท้จริง เพราะนางสามารถประทับวงเวทแรกได้ และถูกบันทึกลงในตำราเซียนเป็นที่เรียบร้อย  แต่ดูท่านางไม่น่าจะมีความต้องการอยู่ในการจัดอันดับ และในเรื่องนี้เองเหล่าปราชน์ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ แต่ก็เหลือเวลาอีกกว่าสามเดือน ....



       ตำราเซียนถูกปิดลงพร้อมกับผนึกวงเวทที่ปราชน์หลู่ร่ายมันขึ้นมา นอกจากเขาแล้วคงไม่มีใครสามารถเปิดมันได้อีกอย่างแน่นอน เพราะความลับหลายอย่างถูกเก็บเอาไว้ที่นี้ เพียงมีตำราเซียนที่เปรียบได้กับของวิเศษจะสามารถตรวจสอบวงเวทที่จอมเวทร่ายขึ้นมาได้ในทันที ว่าเป็นฝีมือของใคร 





ฉี่จวิ้น : ตำหนักใน 




        ฟิววววว ฟิวววว ฟิววววว  กระบี่บินสามเล่มที่ไล่ต้อนกันอย่างเอาเป็นเอาตาย กระบี่ที่ถูกควบคุมด้วยพลังญาญชั้นสูงนั้นเป็นฝีมือของศิษย์สืบทอดลำดับที่ 10 ของหลี่ตี๋เหรินที่ตอนนี้กำลังดูผลของการผ่านด่านญาณของศิษย์อย่างภาคภูมิ ในฐานะรุ่นเยาว์ลำดับที่หนึ่งในทำเนียบฉางหลินถูกครองโดย ถัวป๋าหยา ตั้งแต่เขาอายุ 13ปี  และในวัย 16ปีก้าวเข้าสู่ระดับญาณชั้นสูง ช่างเป็นผู้เปลี่ยมด้วยพรสวรรค์อย่างแท้จริง ....




       " พอได้เเล้ว ในที่สุดเจ้าก็สามารถเขาถึงจิตของกระบี่ อีกไม่นานหากเจ้ายึดเอาเต๋ากระบี่ หรือจิตวิญญาณกระบี่ได้ เจ้าจะเข้าสู่ระดับผู้ฝึกยุทธได้ไม่ยาก สมกับเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง ว่าเเต่วันนี้เจ้าคงมีบางอย่างอยากขออาจารย์ใช่ไหม..ว่ามาเลย.." หลี่ตี๋เหรินที่นั่งอยู่อย่างไม่ไหวติง ด้านข้างมีศิษย์ลำดับที่ สาม หก เจ็ด แปด และเก้า นั่งอยู่ พวกเขาต่างมองศิษย์น้องของพวกเขาอย่างตั้งใจ ตอนนี้นับว่าพวกเขาเข้าสู่ระดับผู้ฝึกยุธอย่างแท้จริงแล้ว ฝีมือนับว่าสะเทือนยุทธภพ แต่นิสัยของแต่ล่ะคนนั้นเรียกได้ว่าแปลกประหลาด 



        " ศิษย์มีเพียงความปรารถนาเดียว ท่านอาจารย์  ศิษย์อยากรู้ว่าตอนที่ศิษย์เข้าใกล้ความตาย เป็นผู้ใดที่ดึงศิษย์ให้ขึ้นมาจากประตูยมโลก......."   คำถามที่เล่นเอารอยยิ้มของผู้เป็นอาจารย์นิ่งค้าง พลังญาณที่เปล่งรัศมีเรืองรองสั่นไหว คล้ายกับว่ามีผลต่อจิตใจอย่างเห็นได้ชัด หกปีที่ผ่านมาไม่ได้ละลายความสงสัยในใจของศิษย์ผู้นี้ได้เลยจริง หากเจ้ารู้ว่าผู้ใดรักษาเจ้า เจ้าคงติดตามหาคนผู้นั้น และคงไม่ง่ายเลย เพราะขนาดหลิวหลางจวิ้น ยังไม่สามารถเข้าไปยังสถานที่นั้นได้ 




       " หลิงเอ๋อร์ของเจ้าสินะ  ใช่นางมีอยู่จริง แต่ตัวตนของนางยับว่าห่างไกลความสามารถของเจ้านักศิษย์ข้า เจ้าลืมนางไปเสียเถอะ " คำพูดอย่างไร้เยื่อใย เป็นคำตอบที่ของคำถามที่เฝ้าถามตนเองมาห้าหกปีเช่นนั้นหรือ นางคือใครสถานะของนางคือใคร ทำไมเขาไม่มีสิทธิ



       " ท่านอาจารย์ ข้า...." แต่ยังไม่ทันที่ถัวป๋าหยาจะเอ่ยถามต่อไป เงาร่างของอาจารย์ก็สลายหายตัวไปในทันที เสียงถอนหายใจของเหล่าศิษย์พี่ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ทุกคราที่ให้ขอ ศิษย์น้องของพวกจะขอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จากนามที่พวกเขาไม่คุ้น จนพวกเขาเองยังอดที่จะสงสัยไม่ได้ ว่า 'หลิงเอ๋อร์ ' ที่ศิษย์น้องของพวกเขาเอ่ยถึงนางคือผู้ใด เพราะท่าทีของอาจารย์ดูไม่ปรกติทุกครั้งที่ศิษย์น้องถามถึง ...





        " เห้อออออ!!!!   ความรักหนอความรัก ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะฝังใจกับนางถึงเพียงนี้ เจ้ารู้ไหมสิ่งที่เจ้าฝันถึงนั้นคือสิ่งที่อาจารย์ของเจ้าถึงขนาดต้องคุกเข่าต่อหน้า   เห้อ!!!!  ป่านนี้นางคงโตแล้วสินะ อยากรู้จริงๆว่านางจะหน้าตาเช่นใด....." 



        " อาจารย์อา..!!!!    " แต่ยังไม่ทันที่เหล่าศิษย์จะเงยหน้าขึ้นมา กลุ่มละอองสีดำก็มะลายหายไปสิ้น หลงเหลือเพียงเสียงที่ก้องในหัวของผู้คน คนที่อาจารย์ต้องคุกเข่า เช่นนั้นหรือ .....ใครกัน....


       



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.46K ครั้ง

14,013 ความคิดเห็น

  1. #13630 Sylvan (@hyperblossom) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 04:13
    [แก้คำผิดค่ะ]
    ล่วงหล่น >>> ร่วงหล่น
    เข้าญาณ >>> เช้าฌาน
    (อนึ่ง ญาณคือพวกญาณหยั่งรู้ ส่วนฌานเป็นสภาวะของจิตประเภทหนึ่งค่ะ)
    เคล้าลาง >>> เค้าลาง
    สะพรั้ง >>> สะพรั่ง
    ทรัพยากรณ์ >>> ทรัพยากร
    ปราชน์ >>> ปราชญ์

    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากค่ะ เพียงแต่ลิสต์คำผิดที่เจอไว้ เผื่อในกรณีที่ไรท์อยากมาค้นหาและ edit เนื้อหานะคะ
    #13630
    0
  2. #13593 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 16:49
    พระเอกแน่ๆ
    #13593
    0
  3. #4575 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 08:20
    พระเอกสินะ
    #4575
    0
  4. #2929 ฟางเซียนเซียน (@bossmt) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 19:07
    อยากให้ไรค์กลับมาตรวจทานเนื้อหาจัง สนุกค่ะ
    #2929
    0
  5. #2727 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 17:08
    ตอนที่แล้วบอกเป็นศิษย์สืบทอดคนที่11 ตอนนี้บอกคนที่10
    #2727
    1
    • #2727-1 olahe (@olahe) (จากตอนที่ 6)
      26 พฤษภาคม 2562 / 14:22
      สะดุดเหมือนกันเลย
      #2727-1
  6. #2718 Mameaw555 (@thatcharisa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 16:29
    สนุกนะคะ แต่บอกตรงอ่านเรื่องพลังไม่เข้าใจเลย สับสนไปหมดแล้วพี่ชาย!!
    #2718
    0
  7. #2576 Alamadine (@alamadine) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 00:41
    ...ปราชญ์...
    #2576
    0
  8. #2535 มิ้นต้วน (@nnisa0522) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 23:26
    ป๋าหยาแก่กว่าลู่หลิง 2 ปี
    #2535
    0
  9. #413 Pare025271447 (@Pare025271447) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 00:56
    จริงด้วยงงเรื่องอายุค่ะ
    #413
    0
  10. #142 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 22:12
    ไม่ได้จำอายุเลย
    #142
    0
  11. #139 Sanokkies (@Sanokkies) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 21:48
    อันลู่หลิงตอนเริ่มต้นอายุ 7 ปีเจอกับถัวป๋าหยาอายุ 12 ปี
    ต่อมาอันลู่หลิงอายุ 14 ปี ถัวป๋าหยาต้องอายุ 19 ปี รึป่าวค่ะ
    ถ้าถัวป๋าหยาจะอายุ 17 ปี อันลู่หลิงต้องอายุ 12 ปี
    ตกลงแบบไหนถูกค่ะ
    #139
    0