ลำนำ :บุปผาหมื่นพิษ

ตอนที่ 1 : โชคชะตาที่พลิกผัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2768 ครั้ง
    24 ก.ค. 62

ตอน...โชคชะตาที่พลิกผัน 







       กลิ่นอายของฝุ่นผงที่กำยานทั่วทั้งรถม้าที่อัดแน่นไปด้วยสตรีสามคน และหนึ่งในสามนั้นเป็นเพียงดรุณีน้อยที่มีอายุเพียงเจ็บขวบปี เเววตาที่เหนื่อยอ่อนจากการรอนแรมเดินทางไกลโดยไม่ได้หยุดพัก จุดหมายปลายทางคือเมืองหน้าด่านที่ห่างไกลผู้คนถึงห้าร้อยลี้ ดวงตาที่เปียกชุ่มด้วยน้ำตาของเด็กหญิงนั้นมันสร้างความสะเทือนใจจนมิอาจหันมองได้เป็นเวลานาน อาภรณ์ผ้าไหมที่งดงามเเต่กลับไม่ได้เเสดงถึงความงดงามของพวกมันได้อย่างชัดเจน ทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า ที่นี้เป็นที่ใดกันแน่ 


        " คุณหนู น้ำเจ้าคะ ทนอีกสักนิดนะเจ้าคะ เลยทุ่งนี้ไปจะมีหมู่บ้านอยู่พวกเราจะค้างแรมที่นั้น..." น้ำเสียงของข้ารับใช้ที่มีวัยย่างเข้าสามสิบปี นางเป็นข้ารับใช้ที่ติดตามมารดามายังตระกูลอันเพื่อเเต่งงาน เดิมทีตระกูลอันเป็นเพียงตระกูลขุนนางเล็กๆจากเมืองหนานหนิง แต่ในยุคของอันไท่  เขาได้รับการเเต่งตั้งเป็นถึงแม่ทัพ ขุนนางขั้นสาม แต่ว่าชะตากรรมมักเล่นตลก เพราะบิดาของนางนั้นกลับพ่ายศึกในสงครามสังเวยชีวิต ..โชคชะตาของนางนับว่าไม่ได้เลวร้ายมากนัก   จนวันที่ตระกูลอันจำเป็นต้องมีผู้นำตระกูล และอันเหลียง อาแท้ๆของนางเข้ามาควบคุมจวนตระกูลอัน



สามเดือนก่อน....



       " จำเอาไว้นะหลิงเอ๋อร์ สตรีนั้นยากนักที่จะมีชีวิตรอดในโลกของความเป็นจริง พวกนางใฝ่ฝันที่จะครองรักกับบุรุษเพียงหนึ่งเดียว มารดาเองก็เช่นกัน หลีกหนีอำนาจแต่งงานกับแม่ทัพที่อารักขาตัวมารดา มันเป็นความอัปยศที่มารดาได้รับ แต่มารดาก็ยังยินดีที่จะรับและมีเจ้าเป็นของขวัญล้ำค่า จงอยู่ต่อไปใช้ชีวิตให้ดี และจดจำเอาไว้ว่าคนที่ทำร้ายบิดาเจ้าคือผู้ใด จดจำหาใช้แก้เเค้น แต่จงอยู่ให้ห่าง  ห่างเหล่าพวกชนชั้นสูงโสมมพวกนั้น .....อึกกก"  ดวงตาที่จ้องมองอย่างไม่ล่ะสายตาของอันฮูหยิน ดวงตาที่งดงามของสตรีเผ่าซิ้นนั้นเลื่องลือ และก็เป็นเช่นนั้นอย่างแท้จริง มารดาของนางถึงขั้นถูกทาบทามให้เป็นพระสนมในฮ่องเต้ แต่นางกลับกล่าวขอร้องให้ประทานนางให้กับแม่ทัพเล็กๆ เพราะนางไม่อยากอยู่ในวังหลัง โดยเเลกกับนางต้องเป็นตัวประกันอยู่ในเมืองหลวงเช่นนี้   มีดสั้นที่ถูกปักลงบนอกของนางโลหิตที่ไหลท้วมร่างและป้ายวิญญาณของบิดา ทำให้เด็กน้อยไม่อาจทานทน แต่ใบหน้าของนางกลับจ้องมองเพียงแววตาของมารดาที่มองมายังนางอย่างอ่อนโยน และร้องขอการให้อภัย 



       จวนหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ เพียงไม่นานเสียงบ่าวไพร่ที่รับใช้ก็ดังระงม พวกเขากำลังขนของใช้มากมายเข้ามายังจวน ราวกับว่าจะมีใครหลายคนย้ายเข้ามาที่นี้ นางเพียงจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยดวงตาที่สงสัยใคร่รู้ นางรู้ดีว่าคนที่มาคือใคร 


       " ท่านอา...." เสียงของเด็กหญิงที่เอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัย เพราะเหตุใดอันเหลียงผู้เป็นอาถึงย้ายของมากมายในจวนของบิดานาง และพาคนมากมายเข้ามาที่นี้ 


        " หลิงเอ๋อร์ ต่อไปนี้อาจะดูแลเจ้าเอง อย่าเสียใจไปเลย นี่พี่ชายเจ้า อันเกาเหลียง และน้องสาวทั้งสองของเจ้า อันเหมย และอันหนิง.." เมื่อนางมองไปตามคำแนะนำของท่านอานางพบกับเด็กชายผู้มีใบหน้าซูบผอมดูไร้เรี่ยวเเรง และสวมใส่เสื้อผ้าไม่ค่อยสะอาดเท่าใดนัก ทั้งในมือของเขายังจับไว้ด้วยกระบี่ไม่เล่มใหม่เอี่ยม ที่นางรู้ดีว่ามันมาจากไหน 


        " คืนกระบี่นั่นให้ข้านะ มันเป็นของข้า..." ใบหน้าของอันเหลียงจ้องมองไปยังมือของบุตรชายที่ถือไว้ด้วยสิ่งที่เด็กหญิงต้องการ เขาอดทนมานานหลายต่อหลายปี เพียงเท่านี้จะเป็นไรไป ตราบใดที่เขาได้รับหน้าที่เป็นผู้เลี้ยงดูอันลู่หลิง เมื่อนั้นเขาก็จะสามารถลืมตาอ้าปากได้ ตลอดเวลาที่เขาเป็นเงาของพี่ชายมาโดยตลอด เคยขอร้องพี่ชายเรื่องตำแหน่งหลายครั้งแต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี แถมยังถูกต่อว่าอย่างหนัก ใครบ้างที่ไม่เล่นพักเล่นพวก แต่อันไท่กลับไม่ช่วยเหลือเขา ปล่อยให้เขาเป็นเพียงขุนนางขั้นห้า 



         " เอาคืนนางไป เดี๋ยวข้าจะซื้อให้เจ้าใหม่ เจ้าจะเอาสักกี่อันก็ได้ลูกพ่อ " เสียงที่เคร่งครึมที่กล่าวออกมาทวงถามของคืน แต่คำพูดประโยคหลังนั้นนับว่าไม่ดีเท่าไหร่นัก ความจริงกระบี่ไม้ตรงหน้าก็ไม่ได้มีค่าอะไรมาก เพียงแต่เป็นสิ่งที่พ่อของนางมอบให้เท่านั้น 


        " ท่านแม่ข้าอยากได้ปิ่นนั่น ขอมันให้ข้าที " เสียงของเด็กหญิงที่หลบอยู่ด้านหลังของสตรีผู้หนึ่งกล่าวขึ้นมาอย่างต้องการ แน่นอนว่านางต้องการปิ่นผีเสื้อบนหัวของอันลู่หลิง 


       "ปิ่นนั้นเป็นเพียงปิ่นเงินธรรมดา เจ้าจะอยากได้มันทำไมเหมยเอ๋อร์ หากเจ้าอยากได้มันแม่จะให้พ่อของเจ้าชื้อให้ เจ้าจะเอาสักร้อยอันก็ย่อมได้ จริงไหมเจ้าคะท่านพี่ ..." เสียงของสตรีที่เอ่ยออกมา และหันมาเหยียดยิ้มให้กับอันเหลียงอย่างเอาใจ 


       " จะใช้จะจ่ายสิ่งใดต้องดูให้ดี มีได้ก็หมดได้ หวังว่าท่านพี่จะเข้าใจ เรามาที่นี้อยู่ในฐานะผู้ดูแล หาใช้เจ้าของ " สตรีที่พึ่งมาถึงและได้ยินถ่อยคำของสตรีที่ทอดสะพานรักให้สามีของนางตรงหน้าแล้วพาให้ไม่ชอบใจ และคำพูดของนางนั้นราวกับว่าสถานที่เเห่งนี้เป็นที่อยู่ของนาง...


        " เจ้าจะพูดจาอะไรก็ระวังหน่อยฮูหยิน หลางเอ๋อร์ก็เป็นภรรยาข้านางมีสิทธิ์ที่จะได้ ส่วนเจ้าหากไม่พอใจก็ไม่ต้องฟัง อันลู่หลิงก็เป็นหลานข้า มิใช่หลานเจ้าสักหน่อย ที่นี้เป็นจวนของพี่ชายข้าเขาตายไปที่นี้ก็เป็นของข้า " ฉี่หลางอี้ มองหน้าภรรยาเอกของสามีอย่างมีชัย เพราะนางนั้นมาทีหลัง แต่กลับมีลูกชายให้สามี '


     "มาจากตระกูลขุนนางแล้วอย่างไร ' "



       " เจ้า..!!!!......" 



   " เอาล่ะๆ พอสักทีข้าล่ะเบื่อหน่ายเสียจริงๆ พ่อบ้านเอาของพวกนี้ไปเก็บ และรีบๆเก็บของพวกนี้เสียทีงานศพก็จัดเสร็จแล้ว คนตายก็ตายไปแล้วจะอาลัยอะไรให้วุ่นวาย " อันเหลียงที่ไม่สบอารมณ์จนไม่สามารถทนเก็บอารมณ์ได้อีก น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นถืออภิสิทธิ์เหนือจวนแห่งนี้อย่างชัดเจน และคงไม่มีใครกล้าขัดเพราะคงไม่มีใครเป็นญาติใกล้ชิดเท่าอันเหลียงอีกแล้ว 




       " โอ้ยยยย!!!...ปล่อยข้านะ นี่ของข้า ...ฮืออออๆๆๆๆ...." เสียงของเด็กหญิงที่ร้องไห้เสียงดังส่งผลให้คนในจวนต่างส่ายหัวด้วยความเวทนาและหน่ายใจ พวกเขาอยากช่วยเท่าไหร่ก็คงไม่สามารถทำได้ เพราะข้ารับใช้ยังไงก็คือข้ารับใช้ ไม่สามารถต่อกรกับผู้นำตระกูลคนใหม่ของตระกูลอันแล้ว เพียงไม่นานสถานะของอันลู่หลิงล่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้แม้แต่งานของบ่าวไพร่นางก็ถูกบังคับให้ทำ และของใช้สมบัติของนางก็ถูกชิงไปจนหมดสิ้น 



        " นางเด็กบ้า เจ้ากล้าผลักลูกสาวข้าเช่นนั้นหรือ นี่ๆๆ....'" ตี้หลางอี้ที่บรรจงใช้ฝ่สมือของนางหยิกตามร่างกายของอดีตคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่เเต่ก่อนนางต้องเอาอกเอาใจทุกครั้งที่มายังที่นี้ แต่มาวันนี้ความดีเหล่านั้นไม่หลงเหลืออยู่แล้ว 


       " ปล่อยเถอะเจ้าคะ คุณหนูลู่หลิงเจ็บมากเเล้ว " เสียงของหญิงวัยกลางคนที่พึ่งเข้ามาเห็นเหตุการและอดไม่ได้ที่จะกล่าวทัดทานเพราะมิอาจทนได้อีกต่อไป ดวงตาของนางจ้องมองใบหน้าของสตรีหน้าไม่อายผู้นี้อย่างเกลียดชัง สตรีที่มาจากหอคณิกากล้าสั่งสอนคุณหนูตระกูลผู้ดีช่างเป็นเรื่องน่าตลกของจวนตระกูลอันที่เคยมีศักดิ์ศรีล้นฟ้า ตอนนี้ถูกอันเหลียงถลุงเพื่อความรุ่งเรืองของตนเองจนหมดแล้ว เขาใช้สมบัติของพี่ชายจำนวนมากชื้อตำแหน่งจนทุกวันนี้เป็นขุนนางขั้นสี่ มีหน้ามีตาในราชสำนัก ยิ่งทำให้ลูกเมียหนักข้อขึ้นทุกวันจนบ่าวไพร่ล้วนเอือมระอา 



       " นางขี้ข้ากล้าดียังไงมาสั่งสอนข้า ข้าคือนายหญิงจะสั่งสอนคุณหนูจะเป็นไรไป เจ้าอยากถูกนายท่านขายออกไปหรือยังไง " เสียงกราดด่าของสตรีงามเมืองดังไปทั่วจวน แต่ไม่อาจทำให้ท่าทีของ แม่นมเหยาหวาดกลัวแม้เเต่น้อย เพราะนางไม่ได้เป็นคนตระกูลอัน นางคือคนของเผ่าซิ้น เป็นผู้ติดตามขององค์หญิงเผ่าซิ้น ถึงเผ่าซิ้นจะตัดความสัมพันธ์กับนายของนาง เพราะว่านายของนางเลือกที่จะเเต่งงานกับแม่ทัพธรรมดาๆ เป็นที่น่าอับอาย


        " นายหญิง ท่านคงยังไม่รู้ หรือว่าท่านเข้าออกจวนจนบ่อยครั้งแต่ไม่รู้  อันฮูหยินคือใครท่านรู้หรือไม่ มารดาของเด็กที่ท่านลงมือคือใครท่านรู้หรือไม่  ถึงจะไม่ยอมรับแต่คุณหนูก็เป็นหลานแท้ๆของ เหมยกุ้ยเฟย..." พอได้ยินชื่อเสียงของสตรีสูงศักดิ์ในวังหลัก ท่าทีของฉี่หลางอี้ก็เปลี่ยนแปลงไป แน่นอนว่านางรู้ดีว่าอดีตของอันฮูหยินเป็นเช่นไร นางยังอดที่จะสมเภชสตรีที่เลือกที่จะตกต่ำมิได้  เสพสุขนานจนเคยตัวอย่างลิ้มรองต่อความทุกข์ในฐานะของสามัญชน ...


         


โถงจวนตระกูลอัน ...




        " พาหลานข้าไป ไปที่ใดกัน...."  อันเหลียงที่หันหน้ามาจ้องมองแม่นมเหยาอย่างไม่พอใจ เพราะข้อเสนอของนางนั้นนับว่าไม่ให้เกียรติเขาในฐานะของผู้นำตระกูลคนใหม่ แต่จะทำสิ่งใดได้ในเมื่อนางมิใช่คนตระกูลอัน


      " นายท่านโปรดวางใจ นายหญิงของเรามีบ้านเกิดของมารดาอยู่ที่หนานอันถึงจะไม่ใหญ่โตเท่าที่นี้เเต่ก็นับว่าเหมาะสมกับคุณหนูที่ร่างกายไม่ค่อยคุ้นชินกับฤดูหนาวเท่าใดนัก เเละเห็นทีคงต้องออกจาหนานหลิงไปชั่วคราวก่อน หวังว่านายท่านจะเข้าใจ " แม่นมเหยานั้นกล่าววาจาอย่างน้อบน้อมกับอันเหลียง เพราะถึงนางจะเป็นแม่นมของอันลู่หลิงแต่นางเองก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวของอันลู่หลิงเท่ากับอาเเท้ๆของนาง แต่จะให้นางทนเห็นคุณหนูตกอยู่ในสภาพเช่นนี้คงไม่ได้อีกเช่นกัน สมบัติเหล่านี้ไม่นานก็ต้องหมดไป นางหรือจะยอมทนเพียงแบ่งสมบัติในส่วนของมารดาออกมาก็เพียงพอแล้ว 


        " เดินทางย้ายที่อยู่ต้องเสียเงินเสียทอง จวนเราไม่มีเงินมากพอเช่นนั้นหรอกนะ  " 




       " อนุฉี่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นายท่าน หรือนายหญิงอันจะจัดการ ท่านไม่ควรออกความเห็น และอีกอย่างท่านคงไม่หาว่าข้าว่ากล่าวตักเตือนท่านหรอกนะ อันฮูหยินนั้นเป็นฮูหยินตราตั้งขั้นสาม สมบัติของนางนั้นถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน เพียงดึงส่วนของนางออกมา นายท่านอันคงไม่ว่าอะไร และอีกอย่างของทุกอย่างมีบันทึกตรวจสอบได้ หากนายท่านไม่สามารถตรวจสอบครบ ข้าคงต้องเข้าวังร้องขอความกรุณาจากพระสนมเเล้ว " ใบหน้าของฉี่หลางอี้ซีดขาวอย่างโกรธเคืองจะว่าไปสมบัติของตระกูลอันก็นับว่ามากมาย ส่วนสมบัติส่วนตัวของอันฮูหยินก็ไม่มากไม่น้อย การสละเพียงเล็กน้อยเพื่ออนาคตที่จะไม่มีอันลู่หลิงเข้ามาถือส่วนแบ่งนับว่าดีที่สุด นางจะเดินทางไปหน้าด่านแล้ว จะเป็นจะตายก็แล้วแต่นาง ...



         " เรื่องนี้คงไม่ต้องถึงพระสนมเป็นธุระหรอกหรอกแม่นมเหยา ข้าเห็นว่าเราสามารถพูดคุยกันได้ แต่ข้าต้องถามก่อนว่าหลิงเอ๋อร์ต้องการแบบนั้นจริงๆหรือ  อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะแม่นมเหยา นางเป็นคุณหนูตระกูลอันจะดีร้ายนางก็ต้องโตขึ้นเป็นสตรีสูงศักดิ์ หากนางอยู่บ้านนอกห่างไกลเช่นนั้น ผู้ใดจะให้การอบรมสั่งสอนนาง..." ถงฮวา ภรรยาเอกของอันเหลียงที่นั่งฟังอยู่นาน ด้วยความที่เป็นคนพูดจาน้อย และเป็นสตรีตามแบบฉบับธิดาขุนนางทั่วๆไป คือเชื่อฟังสามีถึงจะไม่ชอบใจอยู่บ้างแต่ยังไงนางก็เป็นภรรยาเอกอย่างถูกต้อง ฉี่หลางอี้ก็เป็นเพียงอนุที่ออกงานสมาคมมิได้ไหนเลยนางจะให้ความสนใจ 



         "เรื่องนั้นนายหญิงไม่ต้องกังวล ข้าน้อยนั้นเคยเป็นนางกำนัลรับใช้มาก่อน มารยาทของเผ่าซิ้นหรือวังหลวงคงไม่ต่างกัน ข้าน้อยสัญญากับอันฮูหยินว่าจะดูแลคุณหนูเป็นอย่างดี พวกท่านอย่าได้วิตกกังวล " แม่นมเหยารู้ดีว่าที่ถงฮวากล่าวออกมาเพียงไว้หน้าสามีตนเองเท่านั้น ทั้งที่แท้จริงพวกเขาต้องการกำจัดเจ้าของจวนที่แท้จริงให้กระเด็นออกไปอยู่แล้ว  นางเพียงเสนอโอกาสที่เหมาะสมและได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ดีกว่าอยู่ต่อไปโดยค่อยๆเสียทุกสิ่งทุกอย่าง


         " หากต้องการเช่นนั้นก็แล้วแต่พวกเจ้าก็แล้วกัน งานราชการข้ามีมากมายหมดเรื่องไร้สาระแล้วใช่หรือไม่ ฮูหยินเจ้าจัดการสินสมรสในส่วนของพี่สะใภ้ที  " ก่อนจากไปยังไม่วายสั่งงานให้ภรรยาจัดการแต่ตนเองกลับคว้ามือของอนุออกจากห้องโถง สายตาที่นายหญิงถงฮวามองผ่านแผ่นหลังช่างเป็นสายตาที่ยากจะเข้าใจ จะบอกว่านางไม่รู้สึกคงไม่ถูก 




           รุ่งขึ้นของอีกวันรถม้าคันเล็กสองคันก็มุ่งหน้าออกจากจวนตระกูลอัน เด็กหญิงที่ยื่นใบหน้าของนางหันกลับไปมองสถานที่ที่เคยเป็นบ้านของนาง บ้านที่สมบูรณ์พร้อม แต่ในวันนี้กลับไม่หลงเหลือสิ่งใด แม่นมเหยาที่จ้องมองคุณหนูของตนอย่างเห็นใจ ต่อไปคงมีเพียงตนที่จะต้องดูแลทุกอย่างให้ดี 






.....++++ปัจจุบัน+++++






         เมื่อพ้นเนินเขาเตี้ยเผยให้เห็นควันไฟที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมา เป็นสัญญาณบอกถึงมีการประกอบอาหารมากมาย และไม่ผิดเพราะตรงหน้าสายตาคือบ้านเรือนของชาวบ้านจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบหลังคาเรือน บ้านไม้ชั้นเดียวที่กำแพงทำจากเศษหินและเศษไม้ คนเหล่านี้นั้นเป็นบุคคลชนชั้นต่ำ หรือเรียกให้ดีก็เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ดีกว่าทาสรับใช้เพียงเล็กน้อย 



        " คุณหนูเจ้าคะ...." เสียงเรียกสติของเด็กหญิงให้หันกลับมาสนใจ ทำให้ลู่หลิงรู้ว่าตอนนี้รถม้าของนางกำลังจอดเทียบอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่ไม่ใหญ่โตนัก หากเทียบกับตระกูลอัน ห้องเก็บฝืนยังนับว่าดีกว่ามาก 

      " วันนี้เราคงต้องพักที่นี้คุณหนูอดทนอีกนิดนะเจ้าคะ  ...อาเล้อ ประคองคุณหนูลงมาเร็วเข้าข้างนอกเริ่มอากาศเย็นแล้ว อีกอย่างคุณหนูอาจไม่สบายได้ ...." แม่นมเหยาที่สังการบ่าวไพร่ที่ติดตามมาอย่างเข้มงวด ความจริงมีบ่าวไพร่กว่ายี่สิบคนที่ต้องการจะติดตามมา แต่ด้วยกำลังของคุณหนูนับว่าไม่เหมาะสม นางจึงเลือกเอาที่จำเป็นและส่วนใหญ่จะเป็นคนของมารดา มีเพียงพ่อบ้านหวังที่เป็นคนของจวนตระกูลอัน แต่เขาเลือกที่จะล่ะทิ้งจวนเพื่อมาติดตามเด็กหญิงวัยเพียงเจ็ดขวบปีเช่นนี้ 



         " ไม่เป็นไร แม่นมเหยาที่นี้ก็นับว่าดีแล้ว อย่างน้อยพวกเราก็ไม่ต้องทนหนาว จริงไมพี่อาเล้อ .." เสียงใสของดรุณีน้อยที่ฝืนยิ้มและกล่าวออกมาอย่างร่าเริงทั้งที่ดวงตายังคงเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา ภาพที่เห็นทำให้บ่าวไพรต่างมองอย่างรักใคร่และเอ็นดู 





          " ท่าน...ข้าขออาหารได้หรือไม่ ลูกข้าหิวจนจะตายอยู่แล้ว เพียงน้ำแกงก็ได้  ....โปรดเมตตาสงสารเราด้วย ..." เสียงอื้ออึงที่ดังเล็ดรอดเข้ามาภายในบ้านพักชั่วคราวที่ดูดีที่สุดในหมู่บ้านแล้ว โดยเสียค่าเช่าเพียงไม่กี่เฟื้องเท่านั้น  หีบทองหนึ่งหีบ เครื่องประดับสองหีบ ผ้าไหมอีกกว่าสี่หีบและยังมีเหล่าธัญพืชมากมายที่ถูกขนมาด้วย มันมีมากพอที่จะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านได้กว่าครึ่งเดือน แต่หากทำเช่นนั้นพวกเขาก็จะไม่เหลืออะไรแล้ว 





        " คุณหนูท่าน....คุณหนู......ไปตามหมอมาเร็ว ที่นี้มีหมอหรือไม่ " เสียงตะโกนร้องของแม่นมเหยาสร้างความตื่นตกใจให้บ่าวไพร่ที่กำลังเตรียมที่พักและหุงหาอาหาร





      ***จวนตระกูลอัน****




          ควันจากแก้วชาที่พวยพุ่งขึ้นมาส่งกลิ่นหอมของชาชั้นดี ถงฮวาสตรีที่คงใบหน้าเรียบเฉยกำลังดื่มด่ำรสชาติของชาอย่างสบายใจ และในตอนนั้นเองที่นางเผยรอยยิ้มของนางออกมาอย่างมิปิดบัง นางมีเรื่องที่น่ายินดีอะไรนั้น คงไม่มีใครทราบนอกจากตัวนางเอง 


        ' ไปแล้วก็จงไปลับ อย่าได้กลับมาอีกเลย..' 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.768K ครั้ง

14,016 ความคิดเห็น

  1. #13560 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 15:21
    ต้องกลับมาตอบแทน
    #13560
    0
  2. #13099 Thantipp (@Thantipp) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 14:30
    สงสารคุณหนูหลิงอ่ะ
    #13099
    0
  3. #10323 Myomymint (@Myomymint) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 13:39

    ขอบคุณคร่าาาา

    #10323
    0
  4. #8108 ERI1485 (@nipaporn_43) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 19:49
    นี่/นี้ ใช้ให้ถูกด้วยนะคะ
    จริงไม -> จริงไหม
    #8108
    0
  5. #7462 monprapai (@monprapai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 14:34
    วันนี้วันเสาร์อ่านวนไป วนมันตั้งแต่ตอนแรกเลยละกัน จะได้ไม่ลงแดง
    #7462
    0
  6. #6543 +Choc Milk+ (@bbbud777777777) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 09:38
    ย่อหน้าแรก​ กำยาน...
    ต้องเป็นกำจายรึเปล่าคะ?
    #6543
    0
  7. #5925 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 21:48
    ทำไมมีแต่คนเห็นแก่ตัว แม่นมยังดูรักนางเอกกว่าแม่แท้ๆเสียอีก
    #5925
    0
  8. #4567 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 23:17
    เอ้า ยัยฮูหยินเอกของลุงนึกว่าเป็นคนดีที่ไหนได้

    ตำหนิแม่หน่อยเถอะรักสามีมากเข้าใจได้ แต่ทิ้งลูกที่ยังเล็กไว้แบบนี้ได้ลงคอ อย่างน้อยถ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วก้อควรจัดการให้ลูกตัวเองสบายมีชีวิตที่ไม่ลำบาก แต่นี่ถ้าไม่มีแม่นมเหยาหลิงเอ๋อร์จะมีชีวิตยังไง
    #4567
    0
  9. #3958 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 17:26
    น่าสงสารเด็ก
    จากเกริ่นเรื่องแม่ฆ่าตัวตายใช่ไหม​ ทิ้งเด็กให้อยู่ลำพัง
    รึว่าจะมีเงื่อนง่ำถูกฆาตกรรม
    #3958
    0
  10. #3551 GAME_PT (@fungamept) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 21:07
    มาอ่านรอ อีก2เรื่องของไฃน์นะ
    #3551
    0
  11. #3280 Kam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 16:22

    ดีมากเลยค่ะที่ย้ายออกมา เพราะเรื่องอื่นๆ ทุกเรื่องจะเหมือนกันหมด คืออยู่ไปแล้วก็ถูกรังแกจนถึงตาย และก็กลับมาเกิดใหม่

    #3280
    0
  12. #2702 phat5317 (@phat5317) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 15:09

    ฟร้อนตัวอักษรใหญ่ไปนะครับ อ่านจากมือถือไม่สะดวก ลดขนาดตัวอักษรหน่อยนะครับจะดีมาก

    #2702
    1
    • #2702-1 newonn123 (@newonn123) (จากตอนที่ 1)
      27 พฤษภาคม 2562 / 00:34
      แอปมันปรับขนากได้เองไม่ใช่หรอ??
      #2702-1
  13. #1130 Kungbible (@Kungbible) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 19:26
    ทำไมถงฮวาถึงต้องการให้นางเอกตาย
    เป็นหลาน ไม่ใช่ลูกเลี้ยง หรือจะเคยรักพ่อนางเอก มโนไปเรื่อยเปื่อย 5555
    #1130
    0
  14. #809 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 11:10

    อ้าวถงฮวานึกว่าจะดี ที่ไหนได้เลวเหมือนๆกันนีหว่า มีชีวิตอยู่ให้นานๆนะ รอนางเอกกุโตก่อนนนนน

    #809
    0
  15. #780 abeja2 (@abeja) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 18:15

    ขอบคุณครับ

    #780
    0
  16. #756 MaNop Oulue (@nopsaran00) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 06:56
    สงสาร น้อง!!!

    มีความน้องมาก ><
    #756
    0
  17. #629 HighGirl (@Ammy_PMP) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 22:32
    โฮรรรร นางดูอาภัพจัง
    #629
    0
  18. #122 moeitom (@moeitom) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 18:00
    ตามมาค่ะ
    #122
    0
  19. #121 งุงิมุมิมงมงมง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 17:42

    ฝุ่นผงกำจาย มากกว่ากำยานมั๊ย

    #121
    0
  20. #16 sonsoso (@sonsoso) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 14:37

    ตามมาค่ะ
    #16
    0