ปราการเทวะหวนคืน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 516,835 Views

  • 6,590 Comments

  • 6,032 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    113,058

    Overall
    516,835

ตอนที่ 61 : ปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17831
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1505 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

ตอน...





        ' วาจะไม่เห็นแก่คนอื่นแล้วเชียว อยู่อย่างไม่วุ่นวายกับผู้ใด ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใด แต่ก็จะว่าอะไรได้ ถึงเราจะไม่มีญาติพี่น้องเหลืออยู่ แต่เราก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้เพียงลำพัง อย่างน้อยก็ยังมีผืนดินที่เราต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น จะต้องมีความเข้มเเข็งมากเพียงใดถึงจะทนมองผู้อื่นลำบาก ตกตาย เผชิญทุกข์ ตราบใดที่ยังมีความสงสารอยู่นับเป็นสิ่งหนึ่งที่ยึดเหนี่ยวนอกจากความรัก ความโลภ ความโกรธ และความลุ่มหลง บางทีความตายไม่ใช่การหลุดพ้น แต่มันเป็นเพียงการเริ่มต้น ' ร่างที่หมดสติแต่มีบางอย่างกำลังหมุ่นเวียนในหัวของเขา การที่เขาเสียสละตนเองมากถึงเพียงนี้ ทำให้นอกจากกิเลศทั้งสี่ที่เขามองมันอย่างถ่องแท้ เขายังมองเห็นความเวทนาและสงสารอีกด้วย มันเป็นสิ่งมี่สวยงามและใสสะอาด แต่มันนำมาซึ่งความลำบากและความทุกข์ยาก 



         'ตื่นขึ้นมาเถิดบุตรเเห่งเรา เทพบิดรผู้นี้   จะนามใดแต่เจ้าก็นับว่าเป็นผู้ที่อยู่เหนือกฏเกณฑ์ ทั้งสายโลหิตแท้จริงของเจ้า จงฟังคำข้าเอาไว้ เมื่อใดที่ดินแดนทั้งเจ็ดของข้าปรากฏขึ้นมา เมื่อนั้นประตูสามภพจะเปิดออก จงเตรียมตัวเตรียมใจรับบททดสอบ  ดินแดนลอยฟ้าหนวี่วา   ดินแดนเทพอสูรผานกู่ และสุดท้ายดินแดนแห่งปีศาจนรกภูมิจงขุย   จงดำรงอยู่ด้วยจิตใจของเจ้าจงเข้มแข็งเพื่อดินแดนของเจ้า.......' 





             เพียงโลหิตที่พวยพุ่งพร้อมกับร่างที่หมดสติลงในทันที ทำให้ข้ารับใช้ทั้งสามไม่อาจนิ่งเฉยได้อีก แต่เมื่อพวกเขากำลังจะมุ่งหน้าเข้าไป ร่างกายของพวกเขาก็อ่อนเเรงลงทันที ไม่ใช่เพียงพวกเขาทุกสรรพสิ่งภายในตำฟนักสวรรค์ล้วนถูกดึงพลังปราณออกมาเพื่อกลั่นให้เป็นพลังปราณเพื่อรักษาร่างของผู้ถือครอง ตอนนี้สติของจวิ้นเต๋อไม่หลงเหลืออยู่แล้ว แต่กลไกลของตำหนักสวรรค์มันย่อมไม่ยินยอมให้ผู้ถือครองตกตายได้โดยง่าย เพราะในตำหนักสวรรค์ มีพลังปราณมากพอให้มันดูดซับ    



         พลังปราณมากกว่าร้อยสายมุ่งตรงเข้าสู่ร่างของจวิ้นเต๋ออย่างบ้าคลั่ง ร่างกายี่หลอมรวมกับพลังธรรมชาติมากมายรอบๆตัว จนก่อให้เกิดละอองปราณที่กลั่นตัวเป็นสีเขียวมรกต และมีสิทองป่ะปนอยู่ ถึงจะเป็นพลังสองสายแต่ก็มีเส้นสายบางๆเชื่อมโย่งมันเอาไว้ด้วยกัน 



          "นี่ก็เจ็ดวันแล้ว ท่านอ๋องยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลย ท่านตาท่านอ๋องจะเป็นอะไรไปหรือไม่ " หานหลี่ที่เอ่ยถามหานกู่ขึ้นมาตรงๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นหานอี้ หานกู่หรือบรรดาผู้ที่อาศัยในที่นี้ทั้งหทดต่างมารวมตัวกันที่นี้ และมีบางอย่างที่ทำให้พวกเขาทุกคนรู้สึกว่าท่านอ๋องยังคงอยู่ พลังบางส่วนของพวกเขาถูกดูดออกไปตลอดเจ็ดวันมานี้ มันเริ่มอ่อนกำลังลงแสดงให้ให้ถึงความต้องการของพลังลดลง  เเต่ก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นสิ่งที่ละอองสีเขียวมรกตนี้ห่อหุ้มอยู่   


          "องค์ชายเจิ้ง ท่านอย่าได้หลั่งน้ำตาอีกเลย นี้มิใช้ความผิดของท่าน  " หานอี้ หันไปมองเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าเรียบเฉย แต่ใบหน้ากลับซีดเซียวคล้ายเจ็บป่วยเจือนตาย รอบกายมีละอองปราณสองชนิดที่ป่ะปนกัน และกลิ่นอายที่แม้เเต่ตนเองยังไม่อาจควบคุม คงต้องใช้เวลาอีกสักพักเพื่อให้เส้นลมปราณได้ปรับตัว  สิ่งที่หานอี้มอง้ห็นจากเด็กหนุ่มผู้นี้คือสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะได้รู้จัก แต่มันก็มีมาช้านาน ในตำนานบันทึกที่อารามตงหวงเก็บรวมรวมไว้  ความบริสุทธิ์ของพลังปราณอัคคีที่ไม่สามารถปิดบังหรือกักเก็บมันได้ แต่ก็เป็นมันที่เป็นแหล่งพลังงานทำให้พวกเขาเบากำลังตนเองลง    'ร่างสถิตอัคคี'    เชื่อกันว่าตั้งแต่ยุคกำเนิดเทพบิดร พระองค์ได้ให้กำเนิดบุตรที่มีความสามารถที่แตกต่างกัน หนึ่งในนั้นคืออสูรอัคคี แต่ไม่นานอสูรอัคคีก็ให้กำเนิด กิเลนเพลิงสวรรค์  หงส์อัคคีสวรรค์  มยุราขนอัคคี มังกรอัคคีสวรรค์ และอีกาเพลิงสวรรค์ ซึ่งเคยมีบันทึกถึงความเป็นไปได้ว่าหากห้าสายเลือดรวมเป็นหนึ่ง จะก่อให้เกิดจักรพรรดิอัคคีสวรรค์ที่มีพลังเหนือกว่า สัตว์เทพอัคคีทั้งห้าเสียอีก แต่มันก็เป็นเพียงเรื่องราวตลกขบขันเท่านั้น แต่มาวันนี้ สามสายเลือดผสานเป็นหนึ่ง หลงเหลือเพียงอีกาเพลิงสวรรค์ และมังกรเพลิงสวรรค์เท่านั้น  แต่เเค่เพียงสามสายโลหิตก็มีพลังอัคคีที่รุนแรงเช่นนี้ได้ นับว่าไม่อาจคาดเดาอนาคตได้จริงๆ 


        "เป็นเพราะข้า เสด็จปู่ถึงต้องทำถึงขนาดนี้ เป็นเพราะข้า " ถึงจะไม่อยากคิดมาก แต่ก็อดที่จะห่วงใยไม่ได้ เพราะตนเองผ่านการหลอมรวมเช่นนี้มาแล้วเช่นกัน ได้ลิ้มลองรสชาติของความทุกทรมานมาแล้ว จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง 





          "พวกเจ้าร่ำไห้ ให้กับผู้ใดกันข้ายังไม่ตกตาย " เสียงของเด็กหนุ่มที่ปลุกให้ทุกคนตื่นจากความคิดที่กำลังหดหู่อยู่ ถึงจะไม่สามารถมองเห็นภายในได้ เเต่ก็ยินดียิ่งที่ได้สดับรับฟังน้ำเสียงที่พวกเขาอยากได้ยินเป็นที่สุด 


        "หานหลี่ เตรียมชุดให้ข้าที " นั้นเป็นรับสั่งแรก และดูท่าตอนนี้ท่านอ๋องคงไม่ต่างจากตอนที่ใช้ร่างเทพอสูรเเท้จริงครั้งแรก แต่ตอนนี้ดูจะแตกต่างไปบ้าง เพราะพลังของตำหนักสวรรค์เพิ่มขึ้นเรือยๆ จนมันมากกว่าเมื่อก่อนนับเท่าตัว 



           ปัง  ปัง.....ฟูมมมมมม...    ความรู้สึกของขุนเขาที่โอบอุ้มทุกสรรพสิ่งมันเป็นเช่นนี้นี้เอง พลังปราณธรรมชาติที่ตำหนักสวรรค์กลั่นมันแล้วมอบให้ผู้ครอบครอง ความลับที่มันเก็บรักษาไว้ถูกปลดออก นั้นคือมันหลอมรวมเข้ากับแก่นปราณของจสิ้นเต๋อเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องห้อยลูกบาศน์มรกตอีกแล้ว เพราะความรู้สึกของเขาตอนนี้มันอยู่ภายใน ภายในร่างกายของเขา

        'ระดับมหานิราศ  แต่เหตุใดข้าถึงคิดว่ามันยังไม่เพียงพอที่จะทำตามที่เทพบิดรกล่าวไว้ '  คำพูดของเทพบิดรผานกู่นับว่าเเจ่มชัด และมันยังสอดรับความทรงจำของเทพอสูรเฟิงเซียวที่นางยินดีมอบให้เป็นสิ่งตอบแทน นับว่าเป็นเรื่องที่น่าหวั่นใจเสียจริงๆ จะอีกกี่ร้อยกี่พันปีถึงจะสามารถเท่าเทียมมณฑลอื่นๆ




         เมื่อนายแห่งตำหนักสวรรค์ตื่นขึ้นมา ทุกสิ่งอย่างล้วนเข้าสู่สภาวะที่สมบูรณ์อย่างรวดเร็ว พลังปราณธรรมชาติที่มีมากขึ้นหลายเท่าตัวทำให้ทุกคนเร่งรีบที่จะฟื้นพลังของตนเอง ใบหน้าที่เคยซีดเซียงของเหลียวเจิ้งตอนนี้กำลังค่อยกลับมามีน้ำมีนวลอีกครั้ง แต่ละอองอัคคีนั้นอย่างไรก็ยังคงอยู่  ฉลองพระบาทสีสองที่มีลวดลายที่กลัดด้วยทองคำ ผสมผสานกับหนังของสัตว์อสูร อาภรณ์สีเขียวราวกับมรกตเปล่งประกายรับกับใบหน้าของผู้ที่สวมใส่มัน ตอนนี้บนใบหน้าของจวิ้นเต๋อมีสัญลักษณ์เเต้มสีทองเป็นรูปใบหลิวสามแฉกมันดูขับเน้นให้ใบหน้าของคนผู้นี้ยิ่งดูสูงส่งมากขึ้น มันไม่ใช้แค่ลายวาด แต่มันเป็นลายที่เกิดจากผู้ครอบครองตำหนักสวรรค์แท้จริง  สัญลักษณ์อันทรงเกียรติ



           โต๊ะน้ำชาถูกตั้งขึ้นอย่างรวดเร็วทามกลางบรรยากาศที่แสนงดงาม มันเปลี่ยนแปลงทิวทัศน์โดยรอบไปอย่างรวดเร็ว เพราะเพียงเเค่จวิ้นเต๋อปลดปล่อยพลังของตนให้เป็นไปตามธรรมชาติ ทำให้กลิ่นอายของเขากำยานไปทั่ว เหมยหิมะที่ออกดอกตลอดทั้งปี กำลังจ่อผลอ่อนออกมามากมาย ไม่เคยมีบันทึกว่าเหมยหิมะมีผล  ไม่เพียงเท่านั้นบงกชวารีและบงกชอัคคีเองก็ต่างชูช่อแทงดอกออกมานับหมื่นๆดอก ในเวลาเพียงไม่นาน แม้เเต่พื้นหญ้าสีเขียวพวกมันกำลังเปลี่ยนเป็นสีขาวบ้าง แดงบ้าง เหลืองบ้าง นับว่าพวกมันกำลังงอกงามจนผลิดอกออกผล



         หลิวเพ่ยที่พึ่งเคยเห็นปรากฏการณเช่นนี้เป็นครั้งแรกทำเอาเจ้าตัวถึงขนาดนิ่งงัลไม่อาจล่ะสายตา จวิ้นอ๋องมอบให้เขาเป็นผู้ดูแลชินอ๋อง เพราะฉะนั้นคนที่เขาต้องติดตามรับใช้คือชินอ๋อง เเต่ตอนนี้เขากลับยืนอยู่ด้านหลังของฮ่องเต้อ้าวป่ายเเทน เพราะนอกจากจวิ้นเต๋อแล้วคงไม่มีใครสามารถเข้าใกล้เหลียวเจิ้งได้อีก เพราะละอองอัคคีรอบกายของเขาจะเผาทำลายทุกอย่างที่เข้าใกล้ร่างสถิตของพวกมัน 



          จวิ้นเต๋อเพียงดื่มชาเงียบๆเเละเหลียวมองทุกคนเป็นระยะ นอกจากหลานชายทั้งสองคนแล้ว ไม่มีผู้ใดได้นั่งอีก ถึงหานกู่และหานอี้จะเป็นอาจารย์ แต่หากนับจากฐานะของจวิ้นอ๋องพวกเขาก็เป็นเพียงข้ารับใช้เพียงเท่านั้น 


        มือข้างหนึ่งยกน้ำชา แต่มืออีกด้วยบรรจงเขียนยันต์หยางขึ้นมา อักขระสีทองที่ลอยเด่นกลางอากาศวิ่งเข้าสู่เป้าหมายทันที แต่มันปรากฏเป็นอักษรหยางบนใบหน้าซีกซ้ายทำให้จวิ้นเต๋อเองก็ไม่มีทางเลือก


       "หน้ากากทองน่าจะปิดบังสัญลักษณ์นี้ได้ แต่หากเจ้าไม่สามารถควบคุมตนเองได้ มันก็จะหายไป และข้าก็จะรับรู้ เพียงเท่านี้เจ้าก็สามารถใช้ชีวิตได้เช่นเดิมหลานข้า " ความกังวลในเเววตาของเหลียวเจิ้ง จวิ้นเต๋อย่อมรู้ดี นี่นับว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพียงเก็บซ่อนมันเอาไว้  เพราะตอนนี้คงยากที่จะมีผู้ใดสร้างความกดดันให้เขาได้ หากพวกเขารู้ว่าตอนนี้เหลียวเจิ้งอยู่ในระดับผู้นิราศ พวกเขาคงตกใจจนเป็นลมไปอย่างแน่นอน 



          " เรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยพูดคุยกัน มีเรื่องราวอีกมากมายที่พวกเจ้าต้องรับรู้ไว้ มันจะเป็นตัวชี้วัดทางรอดของเรา แต่ตอนนี้เราต้องออกไปแล้ว สุสานของเฟิงไหลน่าจะมีของตอบแทนให้เราบ้าง "  หานอี้เเทบจะสะดุดขาตนเองเมื่อได้ยินท่านอ๋องเอ่ยเช่นนี้ ท่านผ่านความเป็นตายยังจะห่วงสมบัติอีกหรือ ถึงจะเข้าใจว่าท่านต้องการทุนในการสร้างกองกำลังแต่ท่านจะปล้นสุสานราชวงศ์ผู้อื่นมิได้ 



          (สุสานราชวงศ์ )



          กองกำลังกว่าสองแสนนายกำลังตรึงกำลังที่ทางเข้าสุสานราชวงศ์ เพราะเมื่อวานปรากฏการณ์ฟ้าเปลี่ยนแปลง มีเมฆหมอกสีดำปกคลุมไปทั่ว ทั้งสายฟ้าและพายุต่างมุ่งตรงลงที่สุสาน สร้างความเเปลกใจให้เหล่าเชื้อพีฝระวงศ์ เหล่าผู้เร้นกายหลายรุ่นต่างออกมาจากการเร้นกาย แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีเพียงส่วนหวงห้ามที่ไม่สามารถตรวจสอบได้


         "ฝ่าบาท มาครบแล้วขอรับขาดเพียงองค์ชายสี่ และฉีหลินชินอ๋องที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าพวกเขาไปอยู่ที่ไหน เช่นนี้จะเป็นปัญหากับฉีหบินหรือไม่ขอรับ " คำรายงานที่มีน้ำเสียงหวาดกลัวนายเหนือหัวว่าจะบรรดาลโทสะใส่ตนหรือไม่นั้น สุดที่จะคาดเดา 


        "ช่างเถอะเขาจะไปเที่ยวเล่นที่ใดก็ช่าง อีกอย่างอย่าให้ชินอ๋องเข้ามายุ่มยามที่นี้ก็เเล้วกัน " เสียงของจักรพรรดิเฟิงไหลต้านตรัสออกมาอย่างรำคาญใจ เพราะสองวันแล้วที่เขาไม่ได้หลับนอน เหล่าผู้เร้นกายก็ไม่สามารถบอกสิ่งใดได้ 





(ด้านในสุสานราชวงศ์  )




       ถึงจะสามารถรักษาชีวิตทั้งสี่เอาไว้ได้ แต่ยังไงพวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บต้องฝื้นพลังอย่างน้องสามถึงสี่วัน ความกังวลเนื่องของประตูนั้นหมดไป เพราะแม้เเต่กลิ่นอายยังไม้สามารถเล็ดรอดออกมาได้ สิ่งที่ใช้ปิดผนึกมันนับว่าน่ากลัวเสียจริง และอีกเรื่องที่พวกเขาสงสัยคือสายโลหิตเทพอสูรแท้จริงหายเข้าไปในตัวของจวิ้นอ๋องของฉีหลิน นี่ต่างหากเรื่องน่าเป็นห่วง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่สายเลือดของพวกเขาจะเลือกร่างที่มีสายโลหิตของเทพอสูรอื่นอยู่


      ถึงร่างของจวิ้นอ๋องจะเลือนหายไป แต่กิเลนทั้งสองยังคงยืนอยู่ พวกนางไม่กล่าวสิ่งใดออกมาเพียงปลดปล่อยพลังกดดันน้อยๆ เพื่อคุมไม่ให้พวกเขาไปไหนจนกว่านายของพวกนางจะกลับมา ร่างของหมาป่าอเวจีที่ตกตายก็ยังคงอยู่ 



       และในตอนนั้นเองที่ร่างของผู้ที่ต้องการพบเจอมากที่สุดปร่กฏตัวออกมา ถึงรูปลักษณ์อาภรณ์จะเปลี่ยนไปบ้างแต่นับว่าสามารถจดจำได้ แต่ที่แปลกใจคือกระเเสปราณที่ไหลรอบๆตัวมันนิ่งสงบจนไม่หมือนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่มันเหมือนคนที่พึ่งจะเสพสำราญจากการพักผ่อนเสียมากกว่า กลิ่มหอมอ่อนๆยังอบอวนไปทั่ว พลังปราณธรรมชาติเองก็ทวีเพิ่มมากขึ้น ทำให้พวกเขาสามารถดูดซับและรักษาร่างกายได้อย่างรวดเร็ว 



         ปึกกกก !!!!   "ถึงจะต้องสูญเสียศักดิ์ศรี แต่พวกเราก็ไม่อาจผิดคำพูด ต่อไปนี้พวกเราจะติดตามรับใช้ท่านตลอดกาล  " ถึงถ่อยคำจะเป็นคำมั่น แต่ในแววตาของพวกเขามีแต่ความหยิ่งทนง พวกเขาไม่อาจทำใจยอมรับได้โดยง่าย.....


         "ข้าไม่ได้หวังให้พวกเจ้าซื่อสัตย์ต่อข้า แต่มีคนผู้หนึ่งที่อยากให้พวกเจ้าเห็น ผู้ที่มารดาจองพสกเจ้าเบือกให้เป็นผู้สืบทอด พวกเจ้าอาจไม่รู้ว่าไม่ใช่มีเเค่พวกเจ้าห้าคน แต่มีสายเลือดของเฟิงไหลหกคน ถึงจะพิเศษหน่อยก็เถอะ


        ร่างของเด็กหนุ่มที่อยู่ในชุดผ้าไหมสีน้ำเงิน หน้ากากทองที่สวมใส่ปิดทัยใบหน้ามากกว่าครึ่งกลิ่นอายที่สามารถสะกดข่มผู้คนโดยรอบได้อย่างสมบูรณ์ 





         " อายุสิบห้า  ระดับผู้นิราศ  ปีศาจท่านเอาปีศาจมาจากไหน " ถึงจะไม่ดังมาก แต่มันเป็นความคิดของพวกเขาตรงๆ เพราะรัยรู้ถึงอายุของร่างตรงหน้า แต่เมื่อรับรู้พลังปราณแล้วแทบอยากจะเป็นบ้า 



       "ข้าๆๆ..ข้าใช้เวลากว่าสามหมื่นปีทะลวงระดับผู้นิราศ....  แล้วข้าจะมีหน้าอยู่ต่ไปได้เช่นไร ...   " 









          
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.505K ครั้ง

119 ความคิดเห็น

  1. #5010 Rey_R (@Rey_R) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 01:40
    เอามาตัดบทตัวเอกชัดๆ เกิดมาไม่กี่ปีแต่โชคดีเกินหน้า
    #5010
    0
  2. #5003 oppo11 (@oppo11) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 18:02
    สรุป จวิ้นอ๋องมีดีแค่เกิดก่อน
    #5003
    0
  3. #3239 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 13:17

    อย่างโหดดดดดดดดดด

    #3239
    0
  4. #3103 toshiroza (@toshiroza) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 12:18
    สรุปใครอยู่ระดับมหาราศครับ แล้วสัญลักษณ์ตำหนักที่ว่าตกลงเป็นของใคร รบกวนผู้รู้ช่วยตอบด้วยคับ
    #3103
    1
    • #3103-1 VenusWiernicki (@VenusWiernicki) (จากตอนที่ 61)
      30 ธันวาคม 2561 / 13:39
      มหานิราศ ท่านอ๋อง
      ผู้นิราศ หลาน
      #3103-1
  5. #3082 Queen-of-flower (@Queen-of-flower) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 09:58

    รอออออออ
    #3082
    0
  6. #3081 Mook.mook (@l3loomme) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 00:21
    ไม่ต้องมีนางเอกก็ได้ ขออค่ไม่วายก็พอค่ะ ขอเถอะะะะ
    #3081
    0
  7. #3080 KK'Ro (@sweettyindy) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 23:28
    ไรท์จ๋า มาต่อเถอะน้าา
    #3080
    0
  8. #3079 Patrakorn Sophaphun (@pazz99) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 23:15
    รออยู่น๊าาาาาาา แงงงงงงงงงงง
    #3079
    0
  9. #3076 Marcmax (@Marcmax) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 20:18
    รออยู่น่ะ
    #3076
    0
  10. #3071 ห้วงคำนึง (@NuengMontian) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 00:59

    ไรท์มาต่อเถอะ
    #3071
    0
  11. #3068 IsGarfield (@IsGarfield) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 20:37
    รอออออออออ มาต่อไวไวนะคะ สนุกมากกกก
    #3068
    0
  12. #3065 Noobam (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 16:09

    รรรรรรรรรร

    #3065
    0
  13. #3059 abeja2 (@abeja) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 11:21

    ขอบคุณครับ

    #3059
    0
  14. #3057 fernekp (@fernekp) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 09:02
    หายไปหลายวันแล้ววววว
    #3057
    0
  15. #3056 สุภาณี (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 08:30

    ไรท์ค่ะ รออยู่นะค่ะ

    #3056
    0
  16. #3055 rheenlove (@rheenlove) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 04:10
    และข้าก็ค้างมาหลายวัน
    #3055
    0
  17. #3052 เดือน กันยายนน (@nnnnnui) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 23:11
    มาต่อไวๆน้ออ
    #3052
    0
  18. #3042 sonsoso (@sonsoso) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 19:40

    หายไปไหน คิดถึง
    #3042
    0
  19. #3039 fernkoklove (@fernkoklove) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 18:27
    อยากให้ จวิ้นอ๋อง เทพทรูกว่าหลาน. จะผิดไหม??
    #3039
    0
  20. #3038 thaneM (@thanem) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 18:22

    ไม่มาต่อหรอครับ รออยู่น่ะ
    #3038
    0
  21. #3037 -knywe- (@-knywe-) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 17:35
    คิดถึงเเล้ว
    #3037
    0
  22. #3036 Marcmax (@Marcmax) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 16:15
    ไหนล่ะ
    #3036
    0
  23. #3028 boyboyman (@boyboyman) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 22:48
    หายยยย
    #3028
    0
  24. #3024 JTSaRo (@JTSaRo) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 20:13
    รอ...ฉันรอเธออยู่ รุ้รึป่าว
    #3024
    0
  25. #3014 ห้วงคำนึง (@NuengMontian) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 13:19
    รออ่านตอนต่อไปยุนะไรท์ มาต่อไวๆนะ
    #3014
    0