คัดลอกลิงก์เเล้ว

Os มนตรารัชทายาท

โดย TawanQ13

หนึ่งคือรัชทายาทอันชอบธรรม เติบโตมากับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกษัตริย์ อีกหนึ่งเติบโตมาในตระกูลชั้นสูงที่ไร้ซึ่งอิสระภาพ โชคชะตานำพาให้ทั้งคู่ได้มาบรรจบพบเจอ

ยอดวิวรวม

5

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


5

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 ก.ค. 63 / 18:28 น.
นิยาย Os Ѫҷ Os มนตรารัชทายาท | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้





หนึ่งคือรัชทายาทอันชอบธรรม

เติบโตมากับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกษัตริย์


อีกหนึ่งเติบโตมาในตระกูลชั้นสูงที่ไร้ซึ่งอิสระภาพ


โชคชะตานำพาให้ทั้งคู่ได้มาบรรจบพบเจอ

.

สายสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด

.

พี่น้องที่ถูกพลัดพราก

.

พลังเวทที่ถูกผนึกเอาไว้

.






B
E
R
L
I
N
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 ก.ค. 63 / 18:28


มนตรารัชทายาท

_______________________

 

 

"น้องชายงั้นเหรอ? "

 

เสียงของหญิงสาวดังขึ้นหลังจากการหลับอันยาวนาน เธอจ้องมองออกไปยังหน้าต่างของบ้านพักต่างเมืองพลางนึกถึงเรื่องราวที่‘ท่านแม่’ของตนเล่าเมื่อครั้งยังเยาว์ เรื่องราวของพี่น้องสองคนที่ถูกแยกออกจากกันเพียงเพราะอีกฝ่ายมีพลังเวทที่แตกต่างจากเธอ

 

‘สเตฟานี วินเซินท์ อิมมานูเอล’ รัชทายาทอันชอบธรรมแห่งอาณาจักร ‘กลานีเซีย’ อาณาจักรที่ครั้งหนึ่งเคยสลายหายไป ในตอนนี้ถูกปกครองโดยกษัตริย์ ‘วินเซินท์ ไนเจล อิมมานูเอล’ผู้เป็น‘มารดา’ของสเตฟานี มันคงไม่ใช่เรื่องแปลกนักในโลกนี้หากบุรุษเพศสามารถตั้งครรถ์ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะมีมาก

 

กษัตริย์วินเซินท์ได้ถ่ายทอดเรื่องราวทุกอย่างให้ธิดาของเขาได้ฟัง รวมทั้งเรื่องราวของ‘บุตรชาย’อีกหนึ่งองค์

 

"บ้าชิบ"สเตฟานีสบถเบาๆ เธอลุกขึ้นจากเตียงหรูมายังโต๊ะเครื่องแป้ง ใบหน้าที่งดงามราวนางฟ้านางสวรรค์มีสัญลักษณ์รูปข้าวหลามตัดสีขาวน้ำแข็งปรากฏอยู่ที่ซีกหน้าข้างซ้าย นัยน์ตาสีอำพันจ้องมองตัวเองในกระจกอย่างพึงพอใจ บัดนี้ องค์รัชทายาทแห่งกลานีเซียพร้อมที่จะเข้ารับการศึกษาในมหาลัยเวทมนตร์ของเมืองซิลเฟอเทียร์

 

-

 

ทุกสิ่งอย่างเป็นไปตามแผนที่ถูกวางไว้ สเตฟานีได้อยู่บ้านสำหรับเผ่าน้ำแข็ง ไม่ทราบว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่เธอไม่มีเพื่อนร่วมบ้านเลยสักคน มิหนำซ้ำเธอยังไม่ต้องเข้าเรียนเหมือนนักศึกษาคนอื่นเนื่องจากไม่มีใครสามารถสอนเธอที่เป็นเผ่าน้ำแข็งได้

 

เจ้าหล่อนเดินสำรวจบ้านพักที่ได้อยู่เรียกได้เลยว่ามันเป็นคฤหาสน์ขนาดย่อม มันคงจะดีกว่านี้หากหล่อนได้อยู่รวมกับคนอื่นๆ หรือมีเพื่อนร่วมบ้านสัก1-2คน ขนาดภายในบ้านใหญ่กว่าที่เห็นภายนอกราวๆ2เท่า ห้องสมุดที่กินพื้นที่สองชั้นทำให้อย่างน้อยเธอก็มีอะไรทำฆ่าเวลา

 

ชั้นแล้วชั้นเล่าที่สเตฟานีค้นหาหนังสือที่น่าสนใจมาอ่านฆ่าเวลาแต่เหมือนกับว่าจะยังไม่เจอ เจ้าหล่อนถอนหายใจออกมายาวเหยียดก่อนที่เลือกจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาหรูในห้องสมุด

 

ตุ้บ!

 

หนังสือเล่มหนาตกลงมาไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่สเตฟานีนั่งอยู่ เธอร่ายเวทมนตร์ที่ทำให้หนังสือลอยมาโดยที่ไม่ต้องลุกไปหา ปกหนังสือไม่ได้บอกอะไรที่เป็นประโยชน์แก่เธอนัก แต่เมื่อเธอสัมผัสมันตัวอักษรสีฟ้าจางๆจึงเริ่มปรากฏขึ้น หนังสือกล่าวถึงเด็กเลือดผสมคู่หนึ่งที่แตกต่างจากเด็กเลือดผสมทั่วไป

 

หนึ่งคือปีศาจเลือดร้อนที่สามารถทำลายทุกอย่างได้หากไม่พอใจ อีกหนึ่งคือปีศาจเลือดเย็นผู้ที่ไม่ปรานีใคร ทั้งคู่ร่วมกันปกครองอาณาจักรหนึ่ง นามว่า โทรเปีย’

 

นานเท่านานที่สเตฟานีอ่านเรื่องราวที่ถูกบันทึกเอาไว้ เรื่องราวที่แสนคุ้นเคยราวกับว่ามันเกิดขึ้นกับตัว กระดาษเก่าๆแผ่นหนึ่งตกลงมาจากหน้าหนังสือที่เธอกำลังอ่าน มันคือแผนที่เวทมนตร์สำหรับผู้ที่เหมาะสมที่จะอ่านมัน

 

“แผนที่ไปยังอาณาจักรโทรเปีย? ”

 

สเตฟานีอ่านตัวอักษรที่ค่อยๆปรากฏขึ้นมาอย่างใจเย็น เธอจ้องมองแผนที่ในมืออย่างละเอียดถี่ถ้วน ปากสวยได้รูปยกยิ้มขึ้นมา อย่างน้อยเธอก็มีอะไรทำระหว่างเรียนอยู่ที่นี่แล้ว

 

-

 

“เจ้ามันก็แค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ลูกฉันเอามาเลี้ยง”

 

คำพูดจากผู้ที่ได้ชื่อว่าย่าเสียดแทงเข้ามาในหัวใจของวิคเตอร์ ตั้งแต่เล็กจนโตเขาก็ไม่เคยได้รับความรักจากผู้ที่ขึ้นชื่อว่าย่าเลยสักครั้ง มีก็เพียงแต่คำพูดด่าทอต่างๆนานา

 

น้องชายฝาแฝดต่างสายเลือดมองวิคเตอร์ด้วยสายตารังเกียจราวกับเขาไม่ใช่คนของตระกูลนี้ แค่เขาไม่รู้จักแม่ที่แท้จริงของตัวเอง แค่เกิดมามีดวงตาที่แตกต่างจากผู้อื่น แค่มีสัญลักษณ์รูปข้าวหลามตัดอยู่บนใบหน้า มันทำให้ความเป็นคนของเขาลดน้อยลงอย่างนั้นหรือ?

 

"มารดาของเจ้าช่างน่าขยะแขยงวิคเตอร์ มัน..."

 

"โปรดอย่าเรียกมารดาของข้าว่ามันท่านย่า..."

 

หญิงแก่แสยะยิ้ม มองชายหนุ่มที่คุกเข่าตรงหน้า แม้จะไม่เคยเจอมารดาที่แท้จริงก็ยังออกปากปกป้อง เลือดสกปรกไม่ว่ายังไงก็ยังคงเป็นเลือดสกปรกอยู่วันยันค่ำ

 

"ทำไมข้าจะเรียกมันว่ามันไม่---"

 

"ข้าบอกว่าอย่าเรียกมารดาข้าว่ามัน!!! "

 

วิคเตอร์โกรธจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ มือซ้ายต่อยลงบนพื้นตรงหน้า ความรุนแรงและพลังที่ยากจะควบคุมแผ่ไปทั่วบริเวณ น้ำแข็งที่มีสีราวกับไฟเคลื่อนที่เข้าครอบคลุมพื้นที่โดยรอบ 3ย่าหลานผงะถอยหลังก่อนจะเอ่ยเรียกคนรับใช้ที่อยู่ใกล้ๆ

 

ร่างกายของวิคเตอร์แปลเปลี่ยนไปจากเดิม ผิวขาวซีดดูเปล่งประกายมากขึ้น นัยน์ตาสีไพลินจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความเยือกเย็น ไอเย็นแผ่เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องโถงทำให้น้องชายฝาแฝดต่างมารดาต้องใช้เวทไฟมาบรรเทาความเย็นยะเยือก

 

วิคเตอร์หันหลังให้กับทุกสิ่ง เขาเลือกที่จะเดินออกมาจากคฤหาสน์ดีกว่าทนอยู่ฟังคำด่าทอต่างๆนานา นิ้วเรียวหยิบแผนที่บางอย่างในกระเป๋าออกมาเปิดดู เขาเจอมันในหนังสือเล่มเก่าในห้องสมุดของคฤหาสน์

 

“อาณาจักรโทรเปีย.... ขอให้มันมีอยู่จริงๆเถอะ”

 

-

 

“ฮึบ! ”สเตฟานีออกแรงพาตัวเองขึ้นมาจากหน้าผาสูง ด้วยความซุ่มซ่ามและใจร้อน ทำให้หล่อนเกือบตกจากหน้าผาสูง ยังดีที่เธอเร็วมากพอที่จะคว้าก่อนหินใหญ่เอาไว้ “มาดูกันว่าตำนานจะเป็นจริงหรือเปล่า”

 

เจ้าหล่อนมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ถูกขนานนามว่าป่ารัตติกาล เธอใช้เวทมนตร์สร้างน้ำแข็งทรงกลมขึ้นมา ภายในมีไฟสีขาวหิมะทำให้มันเกิดแสงสว่าง มันคือความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่เธอค้นพบระหว่างไยเจ้าทดสอบเข้ามหาลัย

 

นัยน์ตาสีอำพันมองไปรอบๆขณะเดินเข้ามายังป่ารัตติกาลด้วยความหวาดระแวง ในหนังสือบอกเพียงแค่ว่าป่านี้เป็นป่าสำหรับคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปยังอาณาจักรโทรเปีย ดังนั้นหล่อนจึงหวังเป็นอย่างมากว่ามันจะไม่มีตัวประหลาดโผล่มาระหว่างที่กำลังเดินทางไป

 

ฟึ่บ!

 

เสียงของบางอย่างหายไปในพุ่มไม้ใกล้ๆ สเตฟานีใจแข็งเดินเข้าไปหาอย่างกล้าๆกลัว ใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ หากว่ามันเป็นสัตว์ประหลาดหล่อนควรจะทำอย่างไร?

 

มือเล็กพับแผนที่เก็บไว้ในกระเป๋าสัมภาระที่นำมาด้วยแล้วจึงค่อยๆแหวกพุ่มไม้ที่มาของเสียงช้าๆ

 

สัตว์ตัวเล็กมีเกล็ดกำลังสั่นเทาด้วยความกลัว นี่คือสิ่งที่สเตฟานีเห็น หล่อนค่อยๆช้อนมังกรเผือกตัวเล็กขึ้นมา เจ้าตัวเล็กมองหล่อนย่างกล้าๆกลัวๆก่อนจะมุดหัวเข้ากับปีก สเตฟานียิ้มให้มังกรตัวน้อยด้วยความเอ็นดู หล่อนหยิบผลเบอรี่เล็กๆที่หยิบมาจากครัวในบ้านมาป้อนให้มังกรตัวน้อย

 

“เจ้าดูชอบเบอรี่นะ”สเตฟานีพูดพลางมองมังกรตัวเล็กที่กินผลเบอรี่ที่เธอให้อย่างเอร็ดอร่อย

 

มังกรตัวเล็กกางปีกแล้วบินวนรอบๆสเตฟานีเป็นการขอบคุณ เสียงหัวเราะเล็กของสเตฟานีนำพาบางอย่างมา เมื่อหล่อนไม่ระวังตัวมันก็เป็นการดีที่อะไรบางอย่างจะเข้ามาหา

 

“กรี๊ด!! ปล่อยข้านะ!! ”

 

สเตฟานีกรีดร้องออกมาเมื่อถูกถุงกระสอบครอบเข้าที่หัว หล่อนถูกบางอย่างแบกขึ้นบ่า บางอย่างที่มีร่างกายแข็งราวกับหินและเดินได้รวดเร็วปานสายฟ้า เจ้ามังกรตัวเล็กส่งเสียงร้องและบินตามผู้มีพระคุณที่ถูกอะไรบางอย่างจับตัวไป

 

“กรี๊ด!! ทำบ้าอะไรของเจ้ากัน!! ”สเตฟานีกรีดร้องขึ้นมาอีกคราเมื่อถูกปล่อยลงบนพื้นอย่างไร้ความปรานี

 

ร่างกายของสเตฟานีถูกเชือกบางมัดเอาไว้ ถุงกระสอบถูกเอาออกไปปรากฏเป็นอมนุษย์เผ่าหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก

 

“กรี๊ด!! ปีศาจอย่างนั้นหรือ! ”

 

“เรียกให้ดีสาวน้อย พวกเขาคือโทรลผู้พิทักษ์”

 

สเตฟานีหันไปหาเจ้าของเสียง เขาเป็นชายร่างใหญ่ที่แตกต่างจากสิ่งที่เรียกว่าโทรล ใบหน้าหล่อเหลาแทบจะทำให้สเตฟานีตกอยู่ในภวังค์ นัยน์ตาสีเชอร์รี่ ผมยาวสีเทาที่ถูกปล่อยลงมาทำให้มีเสน่ห์มากขึ้น หล่อนยอมรับได้เลยว่าตกหลุมรักชายคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น

 

“ถ้าให้เดา เจ้าคงมาตามหาน้องชายสินะ”

 

สเตฟานีขมวดคิ้วกับคำถาม หล่อนไปที่เมืองซิลเฟอร์เทียเพื่อตามหาน้องชายก็จริง แต่การที่เข้ามาในป่านี่ก็เพื่อหาอะไรทำฆ่าเวลาระหว่างรอจบการศึกษา

 

“ไม่! จริงๆก็ไม่เชิง ข้าเข้ามาในป่านี่เพราะเจอแผนที่ในหนังสือ ไม่ได้มาตามหาน้องชายที่นี่ แต่เฮ้! เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ามาตามหาน้องชาย”

 

ชายร่างสูงตรงหน้ากุมลูบหน้ากับคำตอบที่ได้รับมา ช่างเป็นหญิงที่พูดมากเสียจริง เขาคิดอย่างนั้น

 

“สองถึงสามวันที่ผ่านมามีชายคนหนึ่งที่มีสัญลักษณ์รูปข้าวหลามบนใบหน้าตัดเข้ามาที่นี่ เพื่อนข้าที่ชื่อ ลีโอจับเขาได้ ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะรู้จักกันและ...”ชายร่างสูงประสานมือทั้งสองเข้าหากัน สเตฟานีพยักหน้าเข้าใจ มันคงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชายสองคนจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน

 

“ข้าเข้าใจแล้วล่ะ แต่เดี๋ยวนะ เจ้าบอกว่าชายที่มีสัญลักษณ์รูปข้าวหลามตัดบนใบหน้า ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด!? ถ้าเขาไม่อยู่เขาจะมาที่นี่อีกหรือไม่ แล้ว....”

 

“ใจเย็นๆสาวน้อย”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาทำให้สเตฟานีต้องหยุดพูด ร่างของชายชราปรากฏให้เธอเห็น ชายร่างสูงโค้งคำนับทำความเคารพแก่ผู้มาใหม่ “สตีเฟ่น ไยเจ้าจึงมัดองค์หญิงแห่งกลานีเซียเช่นนั้น? ”

 

ชายผู้ชื่อสตีเฟ่นค่อยๆปลดเชือกที่มัดสเตฟานีออกก่อนจะคุกเข่าแสดงความเคารพ สเตฟานีหัวเราะออกมาเล็กน้อยแล้วจึงสั่งให้สตีเฟ่นลุกขึ้นดังเดิม

 

“เจ้าตัวเล็ก หึๆ”สเตฟานีลูบหัวมังกรตัวเล็กที่มาคลอเคลียเบาๆ หล่อนหยิบผลเบอรี่ที่เหลืออยู่ยื่นให้มังกรตัวเล็กกิน เจ้าตัวเล็กกินอย่างรวดเร็วจนเหลือสองผลสุดท้าย ผลหนึ่งกลับคืนให้สเตฟานี อีกผลหนึ่งคาบไปให้สตีเฟ่น

 

“มันดูชอบพวกเจ้า”ชายชราเอ่ยขึ้นมา

 

สเตฟานียิ้มให้และมองดูรอบๆ เหล่าโทรลกำลังร้อง เล่น เต้นรำรอบๆกองไฟที่ถูกจุดขึ้น พวกเขามีส่วนสูงและรูปร่างคลับคล้ายคลับคลากับจอมเวททั่วไป จะต่างก็เพียงแต่ร่างกายที่เป็นหิน

 

“เจ้ากับข้าเลิกรากันไปนานแล้วลีโอ!! ”เสียงของชายคนหนึ่งตะโกนด้วยความโกรธ “ปล่อยข้านะลีโอ! ”

 

“เจ้ามันไร้เหตุผล! ยอมเลิกรากับข้าเพียงเพราะน้องชายเจ้าชอบข้าเนี่ยนะ!? ”

 

สเตฟานีหันไปหาที่มาของเสียง หล่อนเห็นชายร่างสูงอีกคนแบกชายตัวเล็กที่ดิ้นไปมาอยู่บนบ่า เห็นดังนั้นแล้วเจ้าหล่อนก็พลันนึกถึงตอนที่ตนถูกสตีเฟ่นแบกมาที่นี่ มันน่าอายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

 

ชายร่างโปร่งถูกวางลงให้นั่งบนหินก้อนใหญ่ๆใกล้ๆสเตฟานี สายตาบรรจบกัน วิคเตอร์หันมามองสเตฟานีที่นั่งอยู่ใกล้ๆก่อนจะผงะถอยหลังไปชนลีโอ สัญลักษณ์ที่คล้ายกันบนใบหน้าทำให้วิคเตอร์ขมวดคิ้วเข้าหากัน

 

“เหตุใด....”

 

“ข้าว่าพวกเจ้ามีเรื่องที่อยากจะถามกันอีกมาก”

 

เสียงของสเตฟานีถูกขัดขึ้นโดยชายชรา ทั้งคู่ไล่คำถามมากมายออกจากหัว และหันมาสนใจในสิ่งที่ชายชราคิดจะพูด

 

“ข้าขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการให้แด่ท่าน ข้าคือโนเอล เป็นผู้นำทางประจำปราสาทโทรเปีย”โนเอลพูดแล้วส่งยิ้มให้สเตฟานีและวิคเตอร์ “ข้ามีหน้าที่นำทางให้แก่ผู้ที่ถูกคัดเลือกเพื่อนำให้อาณาจักรโทรเปียกลับมารุ่งเรืองอีกครา”

 

“ข้าสเตฟานี วินเซินท์ อิมมานูเอล รัชทายาทแห่งกลานีเซีย”

 

“ข้าวิคเตอร์ ไซม่อน ดอมมินิค ทายาทตระกูลดอมมินิค”

 

“ยินดีที่ได้รู้จักพวกท่านทั้งสอง และท่านคงรู้ชื่อของศิษย์ข้าแล้ว สตีเฟ่นและลีโอ”

 

โอเว่นผายมือแนะนำลูกศิษย์ทั้งสองคน หนึ่งในนั้นจะต้องรับหน้าที่ผู้นำทางต่อ หากยังไม่สามารถหาฝาแฝดที่เหมาะสมจะขึ้นครองราชย์ได้

 

“พวกท่านทั้งคู่คงได้แผนที่มาสินะ”

 

สเตฟานีและวิคเตอร์พยักหน้าแทนคำตอบ ทั้งคู่หยิบแผนที่ขึ้นมากางออกแสดงให้โอเว่นได้เห็น เจ้ามังกรตัวเล็กเดิมเข้ามาอยู่ระหว่างแขนของสเตฟานี เจ้ามังกรตัวเล็กจ้องมองราวกับมันรู้เรื่องราว

 

“การเดินทางไปยังอาณาจักรโทรเปียเป็นเรื่องที่ง่าย แต่การเดินทางไปยังปราสาทเป็นเรื่องยาก พวกท่านจะต้องไปยังสถานที่แต่ละที่เพื่อตามหาแผนที่แผนต่อไป”โอเว่นอธิบาย เขาใช้ไม้เท้าคู่ใจวาดรูปวงแหวนขึ้นมา มันปรากฏเป็นปราสาทขนาดใหญ่จากความทรงจำของโอเว่น “ข้าเคยอาศัยอยู่ใกล้กับปราสาท ความทรงจำข้าค่อนข้างจะเลือนราง แต่ข้าจำได้ว่ามันสวยงามเหนือสิ่งอื่นใด”

 

สเตฟานีนั่งฟังอย่างตั้งใจ ถึงแม้จะอ่านจากหนังสือแล้วก็ตามแต่มันคงไม่ดีเท่าฟังคนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ได้ฟัง

 

'อาณาจักรโทรเปียเคยเป็นหนึ่งในอาณาจักรที่รุ่งเรือง อาณาจักรใกล้เคียงต่างต้องการเข้าร่วมเป็นพันธมิตร ผู้คนในอาณาจักรต่างเคารพซึ่งกันและกัน ไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์ เพศ และยศฐาบรรดาศักดิ์ แต่แล้วก็ถึงจุดแตกหัก เมื่อหนึ่งในทูตของอาณาจักรพันธมิตรได้ฉกชิงสิ่งสำคัญไป กษัตริย์ทั้งสองแห่งโทรเปียทรงโกรธเป็นอย่างมาก อาณาจักรทั้งหลายถูกแบ่ออกเป็นสองฝ่าย ฝ่านหนึ่งคืออาณาจักรโทรเปีย และอีกฝ่ายคืออาณาจักรซิลซิเลีย

 

มิช้ามินานสงครามก็เริ่มต้นขึ้น พันธมิตรที่เคยอยู่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับอาณษจักรโทรเปียต่างแปรพักรไปอยู่กับซิลซิเลีย จะมีก็เพียงแต่กลานิเซียที่มั่นคงในพันธมิตร สงครามจบลงที่กษัตริย์ของทั้งสองอาณาจักรถูกสังหาร ผู้คนในกลานีเซียถูกแช่แข็งด้วยพลังของราชินีแห่งกลานีเซีย ประชาชนของอาณาจักรโทรเปียบางส่วนถูกสาปให้เป็นโทรลเพื่อพิทักษ์อาณาจักร บางส่วนถูกจับไปเป็เชลยสงคราม บางส่วนถูกฆ่าตาย ผู้คนที่ยังเหลือรอดต่างกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ และรอคอยการกลับมาของอาณาจักรโทรเปีย

 

ก่อนสิ้ลม กษัตริย์แห่งโทรเปียได้ทำการแต่งตั้งผู้นำทางสำหรับการหาผู้ที่เหมาะสมเพื่อนำไปยังปราสาทแห่งโทรเปีย และถอดเศษเสี้ยวจิตของทั้งสองเพื่อปกป้องอาณาจักรตราบนานเท่านาน'

 

สเตฟานีจับจี้ห้อยคอไว้แน่น อาณาจักรของเธอเป็นนหนึ่งในพันธมิตรที่สู้เพื่อปกป้องโทรเปีย มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน

 

"ในตอนนี้อาณาจักรกลานีเซียได้กลับมารุ่งเรืองอีกครา รัชทายาทอันชอบธรรมได้กลับมาปกครองอาณาจักร พร้อมกับรัชทายาทตัวน้อยผู้ตรงตามความต้องการของโทรเปีย"โอเว่นส่งยิ้มให้กับสเตฟานีและวิคเตอร์ เขารู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่การปล่อยให้สองพี่น้องได้คุยกันเองมันอาจจะดีกว่า "ข้าว่าตอนนี้พวกท่านไปพักผ่อนก่อนดีกว่าแล้วค่อยออกเดินทางไปพรุ่งนี้เช้า"

 

โอเว่นลุกขึ้นแล้วเดินหายไป สเตฟานีหันมองวิคเตอร์ที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์เมื่ออยู่ใกล้ลีโอ บรรยากาศที่ชวนอึดอัดนี้ทำให้อยากใช้พลังให้ตัวเองหายไปจากตรงนี้

 

"อ..เอ่อ นี่ พาข้าไปที่พักหน่อยสิ"

 

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"น้ำเสียงพูดแกมประชดประชันของสตีเฟ่นทำให้สเตฟานีอยากใช้พลังน้ำแข็งที่มีอยู่สาปให้ตัวแข็งไปซะตรงนี้

 

ห่างออกมาได้ไม่นานเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายของวิคเตอร์ก็ดังไล่หลังมา สเตฟานีทำได้หันไปมองและภาวนาให้ทุกอย่างมันดีขึ้น

 

-

 

"ไม่เอาน่า เมื่อไหร่มันจะถึงสักที"เสียงบ่นของรัชทายาทแห่งกลานีเซียดังขึ้นมาเป็นรอบที่ร้อยหลังจากออกเดินทางมา

 

หลังจากที่ทุกคนตื่นนอนและออกมาเจอกันตรงลานกว้าง โอเว่นได้มอบภารกิจให้สตีเฟ่นและลีโอคอยคุ้มครองและนำทางทั้งสองไปยังอาณาจักร วิคเตอร์ดูไม่ค่อยชอบใจนักแต่ลีโอกลับเสนอตัวตั้งแต่โอเว่นยังไม่ทันได้กล่าวอะไรออกมา

 

"อีกไม่ไกลหรอกองค์หญิง ข้ามภูเขาลูกนี้ไปก็เจอแล้ว"สตีเฟ่นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงติดตลก สเตฟานีหันไปถลึงตาใส่และต่อยแขนสตีเฟ่นเบาๆ บางครั้งการปั่นหัวองค์หญิงแห่งกลานีเซียก็สร้างความหรรษาได้มากกว่าที่คิด

 

"ข้าว่าเรามาถึงแล้ว"วิคเตอร์พูดขึ้นมาเมื่อเห็นภาพอาณาจักรตรงหน้า ถึงแม้จะถูกทิ้งให้รกร้างแต่มันกลับงดงามมากกว่าหลายอาณาจักรที่เคยเห็น แต่ถึงแม้จะมองมาจากที่สูงแต่กลบไม่เห็นวี่แววของปราสาทที่โอเว่นพูดถึง

 

"อาณาจักรถูกปกป้องด้วยเวทมนตร์ของกษัตริย์ทั้งสอง เราไม่มีทางปีนข้ามผ่านกำแพงไปได้นั่นหมายความว่าเราต้องเข้าผ่านทางป้อมปราการ"ลีโอพูดขึ้นพลางชี้ไปยังป้อมปราการที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

 

"แผนที่แรกอยู่ที่นั่น"เป็นสเตฟานีที่พูดขึ้น หล่อนเดินตรงไปป้อมปราการร้างโดยมีวิคเตอร์เดินตามมาติดๆ

 

ป้อมปราการตรงหน้าทุกส่วนถูกสร้างขึ้นมาจากหินรวมถึงประตูที่แกะสลักขึ้นมาอย่างสวยงาม ในคราแรกลีโอเลือกที่จะใช้พลังเพื่อพังเข้าไปแต่ก็ถูกสเตฟานีปรามไว้เสียก่อน ลีโอและสตีเฟ่นเลือกที่จะแยกตัวออกไปเพื่อหาทางเข้าไปในเมืองเหลือเพียงสเตฟานีและวิคตอร์ที่ถูกทิ้งให้อยู่ด้วยกันตามลำพัง

 

"เจ้าได้สัญลักษณ์บนใบหน้านั่นมาจากที่ใด? "วิคเตอร์เปิดบทสนทนาเพื่อไม่กลบความเงียบที่ปกคลุม

 

สเตฟานีหัวเราะในลำคอ เธอหันไปมองวิคเตอร์ที่ยังคงวุ่นกับการไขปริศนารอยแกะสลักบนประตู

 

"ข้าได้มันมาตั้งแต่เกิด"

 

เมื่อสเตฟานีตอบคำถามบทสทนาก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ หล่อนหันมองวิคเตอร์เป็นระยะๆ เธอค่อนข้างจะมั่นใจว่าชายที่ร่วมทางมาเป็นน้องชายที่ท่านแม่เคยเล่าให้ฟัง

 

"เงื่อนไขของการไปยังปราสาทคือจะต้องเป็นฝาแฝด งั้นเป็นไปได้หรือไม่ว่าการเปิดประตูนี่มันก็ต้องมีเงื่อนไขว่าเป็นฝาแฝดเช่นเดียวกัน"สเตฟานีหันไปถามความเห็นจากวิคเตอร์ อีกฝ่ายทำเพียงไหวไหล่เบาๆแทนคำตอบ

 

"แล้วหากว่าข้าและเจ้าไม่ใช่ฝาแฝด หมายถึงท่านแม่บอกข้าว่าข้ามีฝาแฝดแต่เราถูกแยกออกจากกัน น้องชายของข้ามีพลังไฟ มีนัยน์ตาสีไพลิน และมีสัญลักษณ์เช่นเดียวกับข้า แล้วเจ้าคิดเอาไว้หรือเปล่าว่าถ้าหากว่าเราไม่สามารถเข้าไปในปราสาทได้เจ้าจะสิ่งใดเป็นอย่างแรก"

 

"มีใครเคยบอกหรือเปล่าว่าเจ้าพูดมาก"วิคเตอร์ตัดคำถามทั้งหมดที่สเตฟานีถามทิ้งไป เขายังคงหวั่นๆกับเรื่องนี้ หากเขาและผู้ที่ขึ้นชื่อว่าองค์รัชทายาทแห่งกลานีเซียไม่ใช่ฝาแฝดอย่างที่โอเว่นสันนิษฐานเอาไว้ เขาคงไม่มีหน้ากลับไปยังคฤหาสน์ที่เคยอยู่อาศัย

 

"ท่านแม่เคยบอกข้า"

 

สเตฟานีหันไปยิ้มให้วิคเตอร์ รอยยิ้มที่แสนคุ้นเคยทำให้วิคเตอร์นิ่งงัน มันคงจะดีกว่านี้หากวิคเตอร์ไม่นึกถึงใบหน้าที่เขาไม่อยากที่จะกลับไปเห็นมัน ใบหน้าที่คลับคล้ายคลับคลากับท่านพ่อ ทำให้วิคเตอร์เลือกที่จะเบือนหน้าหนี

 

"ตั้งแต่จำความได้ข้าก็ไม่เคยเห็นหน้าของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าท่านแม่ ท่านพ่อคอยพร่ำบอกถึงความงดงามและความรักที่มีให้กับท่านแม่ของข้าแต่ท่านพ่อกลับแต่งงานใหม่กับหญิงโสโครกและให้กำเนิดเด็กฝาแฝดน่ารังเกียจที่รังแต่จะนำหายนะมาสู่ข้า"วิคเตอร์เปิดใจพูดถึงมัน โดยปกติแล้วเขาจะไม่พูดถึงเรื่องภายในครอบครัวให้ใครฟัง แต่ความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้สเตฟานีเป็นข้อยกเว้น

 

"รู้อะไรหรือไม่? เจ้ามาอยู่กับข้าและท่านแม่ก็ได้ หมายถึงหากเจ้าไม่ใช่น้องชายของข้าเจ้าก็อยู่กับเราได้ แต่ถ้าหากว่ามันเป็เช่นนั้นข้าก็คงขอให้เจ้าช่วยตามหา...." สเตฟานีนิ่งเงียบไปเมื่อเธอเจออะไรบางอย่าง

 

แท่นหินเก่าสลักขระเก่าแก่บางอย่างเอาไว้ สเตฟานีปัดฝุ่นที่เกาะออกและบรรจงสะกดทีละคำ อักขระบางตัวได้หายไปจากแท่นหินแต่อย่างน้อยเธอก็ยังคงพอจับใจความมันได้

 

'พันธะ ห ฝาแฝด

 

เชื่อ จ จงศรัทธาในตัว น เจ้า

 

จ ศร า ั แ กัน

 

อัญม ไพ ิน ำ พัน รรจบกัน

 

เ ิ ด ก'

 

 

"มันหมายความว่าอย่างไร? "วิคเตอร์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆเอ่ยถามสเตฟานีที่ดูตั้งใจอ่านอักขระบนแท่นหิน

 

"ข้าไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นักเนื่องจากอักขระบางตัวมันเลือนหายไป แต่พอมั่นใจได้ว่าเงื่อนไขคือข้าและเจ้าต้องเป็นฝาแฝด เราต้องศรัทธาในตัวเอง ศรัทธาซึ่งกันและกัน อะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับอัญมณีสีไพลินและอำพัน เมื่อมันมาบรรจบกันประตูจะเปิดออก"สเตฟานีอธิบายในสิ่งที่เธอเข้าใจ ถึงจะไม่มั่นใจมากนักแต่หากหล่อนและวิคเตอร์สามารถเปิดประตูได้นั่นหมายความว่าทั้งคู่คือพี่น้องกันจริงๆ

 

"เราจะมัวรออะไรอยู่ล่ะ? "วิคเตอร์เดินไปยังประตูและสำรวจมันอีกครา "ขอบอกเอาไว้ก่อนนะว่าข้าใช้เวทไฟ แต่ครั้งล่าสุดข้าเผลอปล่อยพลังน้ำแข็งใส่ท่านย่าและน้องชายฝาแฝดจนทำให้ต้องหนีออกมาอย่างนี้"

 

"อย่างนั้นหรอกหรือ? "สเตฟานีเดินตรงมายังประตู เธอค่อยๆไล่นิ้วสำรวจรูปภาพที่ถูกแกะสลักเอาไว้ "บังเอิญจังที่ข้าใช้พลังน้ำแข็ง แต่การทดสอบเข้ามหาลัยทำให้ข้าค้นพบว่าตัวข้าสามารถใช้พลังไฟได้ ข้าเรียกมันว่าการปลดล็อกศักยภาพที่ถูกซ่อนไว้"

 

"ถ้าหากว่าประตูสามารถเปิดออกได้นั่นหมายความว่าข้าต้องเรียกเจ้าว่าท่านพี่ใช่หรือไม่? "วิคเตอร์เปลี่ยนหัวข้อสนทนา ก่อนที่สเตฟานีจะพูดไปมากกว่านี้

 

"แล้วแต่เจ้าสะดวกใจ"

 

สเตฟานีสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เธอเพ่งมองมันไปตรงๆและแตะมันเบาๆ แสงสีอำพันค่อยๆเรืองแสงส่องออกมาจากอัญมณีแล้วค่อยๆไล่ไปยังภาพแกะสลักรูปต่างๆก่อนจะสิ้นสุดลงที่สัญลัษณ์รูปเพชร

 

สเตฟานีหันไปยิ้มให้วิคเตอร์ รอยยิ้มที่แสดงออกมาจากใจจริง อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้หากหล่อนและวิคเตอร์เป็นพี่น้องกันจริงๆ

 

วิคเตอร์หลับตาลง ใช้มือสัมผัสไปตรงที่ที่อาจจะเป็นอัญมณี เขาจะยอมรับทุกสิ่งอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น หากประตูไม่เปิดออกเขาก็เลือกที่จะกลับบ้านไปและยอมรับทุกสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น แต่หากประตูเปิดออก เขาก็คิดที่จะน้อมรับความจริงและเลือกที่จะอยู่กับสเตฟานี

 

อัญมณีสีไพลินเปล่งแสงออกมา มันค่อยๆไหลผ่านภาพแกะสลักไปอย่างช้าๆและไปบรรจบกับแสงสีอำพัน

 

วิคเตอร์ลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างเลื่อนออก ประตูที่เคยปิดสนิทบัดนี้กับส่องแสงและเคลื่อนตัวออกจากกันอย่างช้าๆ เจ้ามังกรตัวน้อยบินเข้าไปข้างในเป็นตัวแรก สตีเฟ่นและลีโอรีบเดินเข้ามาหาสองพี่น้องที่พึ่งได้รับรู้ความจริง

 

"ไม่ยักจะรู้ว่าพวกเจ้าเป็นพี่น้องกันจริงๆ"ลีโอกอดวิคเตอร์จากทางด้านหลัง น่าแปลกที่ครั้งนี้วิคเตอร์ไม่ดิ้นหนีไปอย่างที่เคย

 

"น้อยๆหน่อยน่าลีโอ ตอนนี้วิคเตอร์มีศักดิ์เป็นองค์ชายแห่งกลานีเซียเชียว"สตีเฟ่นกล่าวเตือนลีโอที่ตอนนี้กำลังจะจุมพิตวิคเตอร์อีกครา

 

สเตฟานีเดินเข้าไปข้างในป้อมปราการ ใช้เวทน้ำแข็งสร้างไฟนน้ำแข็งเหมือนกับครั้งที่เข้าไปในป่ารัตติกาล เจ้ามังกรตัวน้อยนำเธอไปพบกับรูปปั้นมนุษย์เงือกที่ชี้ไปยังทิศใต้ เธอสำรวจบริเวณรอบๆรูปปั้นเพื่อหาคำใบ้บางอย่างหรืออาจจะเป็นแผนที่อีกแผ่น

 

"นี่มันอะไรอีกเนี่ย"เสียงของสตีเฟ่ดังขึ้เมื่อเข้ามาพบรูปปั้นนางเงือก

 

"ทางตอนใต้ของโทรเปียติดกับมหาสมุทรโอนีเซีย นี่คือคำใบ้เผื่อเดินทางไปหาแผนที่อย่างนั้นหรือ? "วิคเตอร์เป็นคนเอ่ยขึ้น

 

"ไม่ใช่... นี่คือแผนที่ขนาดยักษ์"สเตฟานีขมวดคิ้วให้กับคำพูดของลีโอ ไม่รู้ว่ามันเข้าใจยากหรือหล่อนกันแน่ที่ไม่เข้าใจ "เรายืนอยู่บนแผนที่ยักษ์ นี่เป็นคำใบ้ให้เราไปยังสถานที่ต่อไป"

 

"มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะผ่านไปยังปราสาทได้..."สตีเฟ่นกล่าวออกมา

 

"เอาล่ะ"สเตฟานีหันกลับไปมองชายหนุ่มทั้งสาม มีใครพร้อมสำหรับการออกเดินทางแล้วหรือยัง"

 

 

 

END

 

 

______________________________________

ผลงานอื่นๆ ของ TawanQ13

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น