นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

ดินสอของเธอ (Her Pencil)

เราสองคนสนิทกัน เดินจับมือกันไปโรงเรียน จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเปลี่ยนไป

ยอดวิวรวม

6

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


6

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 พ.ย. 63 / 20:11 น.
นิยาย Թͧ͢ (Her Pencil)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 21 พ.ย. 63 / 20:11


ดินสอ...ของเธอ

เธอจากไปนานแล้ว นานจนฉันจำไม่ได้ว่ากี่ปีหรืออาจเป็นเพราะฉันไม่ได้ใส่ใจมากพอ ฉันยังจำได้ตอนที่เรียนด้วยกัน บ้านของเธออยู่ฝั่งตรงข้าม เราจะเดินไปโรงเรียนด้วยกันทุกเช้า ส่วนตอนเย็นเธอจะกลับก่อนเสมอ นอกจากวันนั้นฉันขี้เกียจเล่นฟุตบอลกับเพื่อนผู้ชาย ตอนเรียนชั้นอนุบาลแม่ของเธอและและแม่ของฉันจะเดินไปส่ง เราเดินไปพร้อมกันสี่คน 

โดยแม่ของเราจะเดินข้างๆ ส่วนเราจะเดินจับมือกันไป  เธอชอบร้องเพลงระหว่างเดินไปโรงเรียน 

“ดินสอ ดินสอ เอาไว้เขียนความฝัน มีแต่วันสดใส มีแต่คสามสุขใจ ดินสอ ดินสอ” 

เธอมักจะให้ฉันร้องด้วยแต่ฉันไม่ชอบร้องเพลง  เธอมักจะทำหน้าหย่นใส่และแลบลิ้นทำเสียงแบร่ ๆ 

ไม่ว่าที่ไหน ไม่ว่าเมื่อไร เมื่อมีอันตาต้องมีอันดามัน  คุณครูชอบพูดแบบนี้เสมอ 

แม้แต่ตอนนอนฉันจะนอนข้างๆเธอ เผลอแปปเดียวเธอก็หลับปุ๋ยแล้ว ตาตี่ๆของเธอเวลาหลับไม่ค่อยแตกต่างจากตอนลืมตาเท่าไร นอกจกเธอจะตกใจแล้วตาก็เปิดกว้าง  มันกว้างที่สุดแล้วที่ฉันเคยเห็น  

“เปิดเทอมหน้าลูกต้องเดินไปโรงเรียนเองแล้วนะ ดูแลอันตาด้วยหล่ะ” แม่บอกฉันแล้วยิ้ม

“แม่ไม่รู้อะไร ว่าอันตาหนะ เก่งมาก ผมไม่ต้องดูแลเธอหรอก เธออาจจะต้องดูแลผมมากกว่า” ผมส่งยิ้มกลับไป

เช้าวันนี้อากาศแจ่มใส มีแดดเบาๆ สายลมอ่อนๆในฤดูหนาว ฉันมองเข้าไปยังประตูรั้วบ้านของเธอ อีกสักพักเธอก็เปิดประตูออกมาตามด้วยแม่ของอันตาที่เดินตามมาอยู่ด้านหลัง 

“ดูแลอันดามันด้วยหละ อันตา เป็นเด็กดีของคุณครูนะจ๊ะ” เสียงแม่ของอันตาพร้อมโบกมือบ๊ายบาย

“แม่ อันดามันต้องดูแลหนูสิ อันดามันเป็นผู้ชายนะ” เธอหันไปพูดกลับแม่แล้วสะบัดหน้ากลับอย่างรวดเร็ว

“ไปโรงเรียนแล้วนะแม่ บ๊ายๆ “ อันตาหันไปบอกแม่อีกครั้งพร้อมกับโบกมือลา

เราเดินไปโรงเรียนด้วยกันเกือบครบสองปี วันนี้เป็นวันทดลองวันแรกที่ไม่มีแม่ของพวกเราเดินไปส่ง เพราะว่าเทอมหน้าพวกเราขึ้นชั้นป.1 แม่บอกว่าจะให้เราเดินไปโรงเรียนกันเอง ฉันรู้สึกโตขึ้นไม่ต้องมีแม่ไปส่งที่โรงเรียน แต่พอมองอันตา 

นึกว่าเธอจะคิดแบบเดียวกัน แต่กลับเดินหงอยๆ ไม่ร่าเริงเหมือนมีแม่มาด้วย 

“เป็นอะไรหรือเปล่า อันตา ทำไมวันนี้ไม่ร้องเพลง” ฉันถามด้วยความสงสัยแต่ก็แอบดีใจที่ไม่ต้องฟังเพลงนั้น

ไม่เป็นอะไรจ๊ะ แค่อยากให้แม่เดินมาโรงเรียนด้วยกัน แม่ไม่มาไม่รู้ว่าจะร้องเพลงให้ใครฟัง รู้ว่าเธอไม่ชอบฟังเพลงที่ฉันร้อง

ฉันยิ้มไปอย่างแกนๆ ก็ไม่ได้ขนาดนั้นก็เธอร้องทุกวันไม่เห็นเปลี่ยนเพงเลย คุณครูสอนตั้งหลายเพลงนี่

ก็เราชอบเพลงนี้ที่สุดนี่ แต่ไม่เป็นไรวันนี้จะไม่ร้องแล้วกันเพราะแม่ไม่อยู่ด้วย ไม่ต้องยิ้มเลยนะ อันดามัน 

 

 

“ดินสอ ดินสอ เอาไว้เขียนความฝัน มีแต่วันสดใส มีแต่วันสุขใจ ดินสอ ดินสอ” เพลงดินสอ ดังขึ้นในหัวของฉัน แม้เธอจะไม่ได้ร้องก็ตาม ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย เอาดินสอออกจากหัวของฉันที ดินสอ ดินสอ เอาไว้เขียนความฝัน.........

“มากันแล้วเหรอจ๊ะ สวัสดีค่ะ อันตาอันดามัน “ เสียงคุณครูที่ยืนต้อนรับหน้าโรงเรียน

วันนี้มีกิจกรรมวาดภาพระบายสีในหัวข้อ เพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด ฉันไม่ลังเลที่จะวาดรูปอันตา วาดตอนเธอนอนเดินมาโรงเรียนด้วยกัน ฉันอยากจะเขียนบรรยายเกี่ยวกับเธอให้มากกว่านี้ แต่ตอนนั้นฉันยังอ่านและเขียนหนังสือไม่เก่ง 

ฉันแอบดูภาพของอันตา ฉันแอบน้อยใจเล็กน้อยอันตาไม่ได้วาดรูปฉัน เพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด แล้วใครคือคนในภาพ?

“อันตาวาดรูปใครเหรอ ทำไมดูแปลกๆ หูยาวๆ แล้วนั่งยอง ๆด้วย” ฉันถามด้วยความอยากรูใครคือเพื่อนที่อันตารักที่สุด

“อ๋อนี่ไม่ใช่คน นี่คือ มารุ น้องหมาที่บ้านิอันตาไง” เธอยิ้มและหัวเราะเริงร่า

ตอนแรกว่าจะวาดอันดามัน แต่อันดามันเป็นผู้ชายแล้วเมื่อพวกเราโตขึ้น อันดามันและเราอาจจะแต่งงานกันก็ได้นะ 

-จากที่น้อยใจ กลับกลายเป็นว่าหัวใจของฉันพองโตและมีความสุขมาก

วันนี้เราเดินกลับไปบ้านด้วยกัน จับมือกันร้องเพลงดังลั่น

“ดินสอ ดินสอ เอาไว้เขียนความฝัน มีแต่วันสดใส มีแต่วันสุขใจ ดินสอ ดินสอ”

กลับไปบ้านฉันเล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟัง แม่หัวเราะชอบใจและพูดว่า “อันตาพูดอย่างนั้นเหรอจ๊ะ”

    และแล้ววันที่เรารอคอยก็มาถึง อันตาและอันดามันขึ้นชั้นป.1 ฉันและเธอเดินไปโรงเรียนด้วยกันปรกติ แต่วันนี้เธอไม่ร้องเพลงแล้ว ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากร้องเธออาจจะลืมไปแล้วก็ได้  แต่ก็ดีแล้วฉันแอบคิดในใจ เราอยู่ห้องเดียวกัน ชั้นป.1/2

มีทั้งหมดสามทับ ห้องป.1/1 เป็นห้องที่เรียนเก่งที่สุด  อันตาบอกว่าปีหน้าเธอจะไปอยู่ห้อง ป.2/1 อันดามันจะไปด้วยไหม

ไม่มีเสียงตอบรับ พวกเราเดินกันไปจนถึงโรงเรียน 

“สวัสดีครับ อันดามันอันตา เดินด้วยกันตั้งอนุบาลจนขึ้นป.1เลยนะ”เสียงคุณครูผู้ชายที่ยืนหน้าโรงเรียน 

จากที่เคยกินข้าวด้วยกัน นอนข้างๆกัน อันตาไปกินข้าวกับเพื่อนผู้หญิง ส่วนฉันก็ไปกินกับเพื่อนผู้ชายเพราะจะไปเตะบอลที่สนามหลังจากกินข้าวเสร็จ ส่วนตอนบ่ยแม้จะนั่งข้างกันแต่ก็หันหลังชนกัน เธอคุยกับเพื่อนของเธอฉันก็คุยกับเพื่อนของฉัน ส่วนเดินเดินกลับฉันบอกเธอว่าจะเตะบอลที่สนาม ให้เธอกลับบ้านไปก่อนเลย

วันเวลาผ่านไปเข้าสู่ชั้นป.2 เรายังคงเดินไปโรงเรียนพร้อมกัน แต่ไม่เสียงพูดคุยรวมถึงเสียงเพลงตอนอนุบาล

“ดินสอ ดินสอ เอาไว้เขียนความฝัน มีแต่วันสดใส มีแต่วันสุขใจ ดินสอ ดินสอ” มันยังดังในหัวของฉัน

ปีนี้เราไม่ได้นั่งข้างกันแล้ว อันตาสอบได่เกรดดีเลื่อนชั้นไปอยู่ป.2/1 ส่วนฉันยังอยู่ฉันป.2/2 เหมือนเดิม

คำพูดทักทายจากคุณครูผู้ชายผู้หญิง ประโยคเดิม ๆ ตั้งแต่เรียนชั้นอนุบาล  เราแยกย้ายกันเดินกันคนละทิศละทาง

เธอไปหาเพื่อนเธอ ฉันไปหาเพื่อนฉัน เมื่อได้เวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ จึงได้เห็นหน้าค่าตากันบ้างเพราะห้องเราอยู่ติดกัน 

“วันนี้อันตากลับบ้านก่อนเลยนะ เราจะไปเตะฟุตบอลกับเพื่อน” 

ฉันไม่ได้คิดเลยว่า พูดประโยคนี้มานานเท่าไร จนผู้ฟังอาจจะเอือมระอาแล้วก็ได้ 

   เช้านี้ฝนตก ทางเดินชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝน เธอกางร่มมารอฉันที่หน้าบ้าน ส่วนฉันไม่ใช้ร่มเป็นผู้ชายพกร่มไปโรงเรียนมันไม่เท่เอาซะเลย ตอนออกจากบ้านยังมีร่มอยู่ พอพ้นขอบเขตสายตาแม่ไปก้เก็บมันเข้ากระเป๋า 

“อันดามัน เธอรู้ไหมวันนี้วันอะไร” อันตาพร้อมกลับสีหน้าเรียบเฉย

“จำไม่ได้ ว่าแต่วันอะไร “ ฉันพยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก 

“วันนี้เป็นวันเกิดอันตา ตอนเย็นมาบ้านเราด้วยบอกคุณน้าด้วยหล่ะ”

“ได้เลย เดี๋ยวเราบอกแม่ให้ ว่าแต่อันตาอยากได้ของขวัญอะไร” เสื้อของฉันเปียกปอนไปด้วยน้ำฝน

ฉันยังแอบนึกถึงเพลงดินสอ สมัยอนุบาลที่เธอชอบร้องตอนเดินไปโรงเรียน มันเกิดอะไรขึ้นทำไมเธอไร้องมัน หรือเธอโตขึ้นแล้ว คิดว่ามันเป็นเพลงของเด็กน้อยอนุบาลกัน ฉันสงสัยจริง ๆ?

 

“แม่ ผมว่าจะซื้อดินสอเป็นของขวัญวันเกิดให้อันตา” 

“ดีจ๊ะลูก แม่จำได้อันตาชอบร้องเพลง ดินสอ ดินสอ” 

เมือถึงเวลาเป่าเค้กวันเกิด เพลงแฮปปิเบิร์ดเดย์ดังขึ้น  ไฟทุกดวงในบ้านดับ เจ้าของวันเกิดเป่าเทียนฟู่ ๆ แก้มตุ่ย ตาตี่หยี

ปากขมุบขมิบ ขอพรอะไรสักอย่าง ไฟสว่างวาบขึ้น แม่ของอันตาตัดเค้กแบ่งให้เพื่อนๆ ที่มาร่วมงานฉลองวันเกิด 

“แม่ของขวัญที่จะให้อันตาหละ” เสียงของฉันดังขึ้น

“อยู่ในกระเป๋าแม่ เกือบลืมเลย” แม่ล้วงมือเข้าไปฝนกระเป๋าและส่งให้มือฉัน

“สุขสันต์วันเกิดนะอันตา” เธอยิ้มตาหยี แก้งเธอแดงก่ำตัดกับผิวขาวเนียนของเธอ

“ค่อยเปิดดูหลังจากฉันกลับบ้านนะอันตา”

ฉันคิดว่าอันตาต้องชอบมันมากแน่เลย ไม่แน่พรุ่งนี้เธออาจจะกลับมาร้องเพลงดินสอให้ฉันฟังอีกครั้ง

คืนนั้นฉันหลับฝันดี ในฝันเราเดินไปโรงเรียนด้วยกัน และที่สำคัญเธอร้องเพลง

“ดินสอ ดินสอ เอาไว้เขียนความฝัน มีแต่วันสดใส มีแต่วันสุขใจ ดินสอ ดินสอ” ฉันกำลังมีความสุขแต่มันก็แค่ในฝัน

รีบอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน กินข้าว แต่งตัวไปโรงเรียน

 

   วันนี้อากาศแจ่มใส  ไม่มีฝนตก มีลมพัดเบาๆเย็นสบายในยามเช้า แต่ฉันเพิ่งสังเกตเห็นใบหน้าของเธอ 

“อันตา เป็นอะไรเหรอ ว่าแต่ของขวัญที่ให้ ชอบมันไหมนะ “

ความเงียบเข้าครอบงำ แม้แต่ใบไม้ยังไม่ไหวติง ฉันทำผิดอะไรไปหรือเปล่า แสดงว่าอันตาต้องไม่ชอบดินสอที่เราซื้อให้แน่เลย มันเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่เธอเลิกร้องเพลงดินสอแล้ว มันต้องมีอะไรแน่ ๆ อันตาบอกฉันที ฉันได้แต่พูดในใจ

วันเวลาผ่านไปและเป็นวันสุดท้ายของการเรียน เรายิ่งไม่ได้เจอกันมานานเท่าไรตอนอยู่ในชั้นเรียน อันตายังอยู่ห้องเดิม ป.3/1 ส่วนฉันสอบได้คะแนนไม่ดีเลยหล่นไปอยู่ ป.3/3

จากที่เคยเห็นอันตาเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว มีแค่เวลาเดินมาโรงเรียนช่วงเช้าด้วยกันเท่านั้น 

ปีหน้าแม่บอกว่าอันตาจะย้ายไปอีกโรงเรียน เพราะจะได้สอบเข้ามัธยมโรงเรียนประจำจังหวัดได้ง่ายขึ้น และอันตาก็หัวดีน่าจะไปเรียนรงเรียนที่ชื่อเสียง ฉันปล่อยเวลาล่วงเลยมาหลายปี ยังคงสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนั้น ฉันต้องถามให้ได้ 

ตอนเช้าเราเดินไปโรงเรียนด้วยกันตามปรกติ เสียงทักทายจากคุณครูตั้งแต่เราเรียนอนุบาลจนตอนนี้อยู่ป.3

“สวัสดี อันตาอันดามัน สองคนนี้ มาด้วยกันตลอดเลยนะ”

วันนี้เลิกเรียน ฉันไม่ได้บอกอันตาว่าให้กลับไปก่อน แต่เธอเดินกลับไปแล้ว คงคิดว่าฉันคงจะอยู่เตะบอลกับเพื่อนๆตามเคยฉันเห็นหลังไหว่ ๆ จึงรีบวิ่งตามไป

“รอด้วย รอด้วย อันตา กลับด้วย” เจ้าของชื่อหันมาด้วยความสงสัย

“อ้าว โทษที ไม่รู้ว่าจะกลับด้วยกัน” เธอทำหน้ารู้สึกผิดนิดๆ 

เราเดินไปพร้อมกัน ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ แต่ภายในใจของฉันร้อนรนเหมือนมีไฟข้างใน

“ขอถามอะไรหน่อยดิ เราสงสัยมานานแล้ว” เสียงของฉันทั้งกลัวทั้งกล้าผสมปนเป พร้อมกับการพยักหน้าของเธอ

“ทำไมเธอไม่ร้องเพลงดินสออีกเลย แล้วอีกอย่างตอนวันเกิดปีที่แล้ว เราซื้อของขวัญให้เธอเป็นดินสอ อีกวันเธอเหมือนไม่อยากพูดด้วย เราสงสัยจริง ๆ บอกเราหน่อยเถอะ อันตา” สีหน้าของฉันจริงจังอยากจะรู้คลายความสงสัย

เสียงหัวเราะร่าดังขึ้น อ๋อเรื่องนี้นี่เอง 

“ที่เราไม่ร้องเพลงดินสอ เพราะ มารุ หมาของเรากินดินสอแล้วมันไปทิ่มหลอดลมตาย เวลาเราร้องเพลงดินสอ มันทำให้นึกถึงมารุ ส่วนของขวัญวันเกิด อันตาชอบมาก สีสวย แต่มันก็คือ ดินสอ มันทำให้นึกถึงมารุ แต่ตอนนี้อันตาทำใจได้แล้วแหละ อีกอย่างปีหน้าพวกเราก็ขึ้นชั้น ป.4 จะเปลี่ยนไปใช้ปากกาแล้ว” เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง

ทุกอย่างคลี่คลายหลังจากค้างคาใจมาหลายปี ที่แท้มารุกินดินสอแล้วตาย 

“อันตาจะย้ายโรงเรียนจริงเหรอ” 

“ถ้าสอบได้ก็ต้องไปแหละ”

เราสองคนเดินกลับบ้านด้วยกัน เราสบตากันแล้วยิ้มร่า…………….จนถึงหน้าบ้านแล้วแยกย้ายส่วนระหว่างทาง

“ดินสอ ดินสอ เอาไว้เขียนความฝัน มีแต่วันสดใส มีแต่วันสุขใจ ดินสอ ดินสอ”

................................บ๊ายบายดินสอ ปีหน้าพวกเราจะได้ใช้ปากกาแล้วนะ............................... 

ผลงานอื่นๆ ของ หนุ่มจันท์

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น