นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

10

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


10

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 ต.ค. 63 / 22:15 น.
นิยาย ѡҹ͹ѹҹ(Bike ride to the past)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ต.ค. 63 / 22:15


จักรยานย้อนวันวาน

แสงแดดสาดส่องร้อนแรงทะลุทะลวงผ่านกระจกเข้ามายังในบ้าน เป็นสัญญาณบอกว่าเช้าหรือสายแล้ว เขากำลังหาอะไรนำตามประสาคนอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องหานู่นนี่หยิบจับเดี๋ยวจิตใจมันว้าวุ่น ไฟสว่างวาปผ่านหน้าของเขา เขาตกใจถึงกลับผงะออก แต่ก็ลองอีกที มีเสียงระเบิดปะทุขึ้นพร้อมกลิ่นควันที่ไหม้ของมาจากสว่านไฟฟ้า เขาเลยต้องไปหาอะไรอย่างอื่นทำ 

จะหาบันไดไปเช็ดตัวบ้านก็ไม่มี เขากนะวนกระวาย อยู่ดีๆภาพต้นไม้ที่เขาเคยปลูกไว้ตอนทำค่าย ก็ผุด ปุดๆขึ้นมาเหมือนเรียกเร้าให้เขาต้องไปหามันโดนเร็ว  รถมอเตอร์ไซด์ รถยนต์ รถจักรยาน ไปย่างไรดี

เขาครุ่นคิดวนไปวนมา จนตัดสินใจ จักรยาน ใช่แล้วเหมาะที่สุด เขาหากางเกงปั่นจักรยาน สูบลมให้ยางแข้งขึ้นอีกนิดหน่อย หมวก แว่นตา กระเป๋าสะพาย เหมือนทุกอย่างจะพร้อมแล้ว 

“จะไปไหนหนะ” เสียงของแม่กล่าวพร้อมกำลังซักอะไรออยู่

“ไปท่าสอนหน่อย ว่าจะไปดูต้นไม้” เขาตอบพร้อมบีบยางรถจักรยาน

“แล้วไปไงหละ”แม่ถามขึ้นมา

จักรยาน” 

“หาอะไรทำอยู่กับบ้านก้ได้ จะไปให้ลำบากทำไมก็ไม่รู้ ร้อนก็ร้อน แดดก็แรงด้วย” เสียงแม่สื่อไม่อยากให้เขาไป 

“มันได้ฟีลดี จักรยานหนะ” เขาบอกแม่แล้วจูงจักรยานออกไป 

“ขี่รถดีๆหละ” เสียงแม่ตามให้หลังและซักอะไรต่อ

“อื้อ” เขาตอบแล้วจูงจักรยานออกไป แล้วขึ้นค่อม 

แค่ออกจากซอยบ้านมาไม่กี่กิโลเมตร เหงื่อก็เริ่มไหลซึมแดดตอนสิบโมงก็แรงเอาเรื่อง ไม่รู้แหละบอกว่าจะไปก็ต้องไป เขาเร่งความเร็วเพื่อให้ถึงจุดพัก ถนนกำลังซ่อมปรับปรุงหาทางเต็มไปด้วยหลุมบ่อ ต้องหลบหลีกซ้ายขวา ถ้าพลาดเข้าก็จะได้หน้าสั่นหรือไม่ก็จุกไปสักพัก คนผ่านไปผ่านมาจ้องมองมายังเขา 

เขารู้สึกกระหายน้ำอย่างมาก แต่เขาจะไม่กินมันจนกว่าจะถึงที่พัก เขาตั้งใจไว้แบบนั้น ร่างกายของเขาผ่านไปไม่ก็สิบกิโลเมตรก็เริ่มแสดงอาหาร เขาเร่งฝีเท้าก้าวปั่นให้เร็วยิ่งขึ้น 

จุดพักจุดแรก :โรงเรียนเก่าสมัยประถม 

เขาปั่นเข้าไปในโรงเรียน จอดจักรยานใต้ต้นโพธิ์ยักษ์อายุน่าจะเกินหลัก 200 ปี ต้นน่าจะสิบคนโอบ เมื่อก่อนสามารถสัมผัสกับความใหญ่ยักษ์ได้อย่างใกล้ชิด แต่ตอนนี้ถูกห้อมล้อมด้วยปูน เขาหาร่มเงาที่เหมาะเจาะ หยิบน้ำออกจากกระเป๋าสะพาย ค่อยๆจิบอย่างบรรจง เขาเหลือบไปเห็นป้ายไม้ที่เขียนคำคมแล้วห้อยแหวนไว้จากหลังคา ( บุตรที่เชื่อฟัง พ่อแม่เป็นบุตรที่ประเสริฐ ) พร้อมมีภาษาบาลีกับด้วย 

เขามองไปและครุ่นคิด “เรามันลุกดื้อด้าน แต่ก็ประเสริฐได้”  มันควรเพิ่มคำต่อท้ายด้วยว่า 

“บุตรที่เชื่อฟังพ่อแม่ เป็นบุตรที่ประเสริฐ ขึ้นอยู่กับพ่อแม่เป็นคนเช่นไร “ เขานั่งหลับตาฟังเสียงใบโพธิ์ลู่ลม

มันช่างไพเราะเสนาะหู ผ่อนคลาย เขาอยากจะหลับตรงนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ใจเขาตอนนี้ไม่อยากเดินทางเสียแล้ว เขาถกเถียงกับตัวเองอยู่สักพัก จึงลุกไปเช้าห้องน้ำ เมื่อได้ปลดปล่อยความคิดก็โปร่งโล่งขึ้น เขาแหงนไปมองป้ายอีกหันระหว่างทางเดิน (ทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมเปลี่ยนแปลง) เขาเดินจนไปถึงรถจักรยานกระดกน้ำอีกอึก หลับตาฟังเสียงใบโพธ์พลิ้วลู่ลมอีกครั้ง ก่อนออกเดินทางต่อ 

เขาปั่นวนเวียนไปมาสามสี่รอบ ไปต่อ หยุดที่นี่ ไปต่อ หยุดที่นี่ ไปต่อ ใช่เขาต้องไปต่อเท่านั้น 

สี่แยกถนนใหญ่ เขาไม่ต้องติดไฟแดงเพราะเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด  กลิ่นขี้ยางบนถนนฟุ้งกระจาย รถวิ่งกันเร็ว

เมื่อมาถึงอีกสี่แยก เขาต้องเลี้ยวขวาเพื่อไปยังตราด ถ้าเลี้ยวซ้ายไปสระแก้ว  ตอนนี้ต้องแย่งชิงจังหวะกับรถบรรทุกในการเข้าไปถนนสายรอง เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่  ตอนนี้พลังใจของเขากับมาอย่างเปี่ยมล้น พร้อมจะปั่นไปทุกที่ที่มีทาง  ในหัวก็คิดเรื่องๆต่างๆนาๆ เวียนวนอยู่หลายเรื่อง

ถนนอีกฟากฝั่งมีฝุ่นคลุ้งเพราะกำลังทำทางใหม่ รถบรรทุกน้ำตามไล่หลังฉีดพ่นน้ำเพื่อลดการฟุ้งของฝุ่น

เมื่อน้ำกระทบพื้น ฝุ่นก็กระจายทั่วทิศจนข้ามฝากมายังที่เขาปั่นจักรยาน  ตอนนี้น่าจะปั่นมาได้เกือบ 40 กิโลเมตร เส้นทางนี้ค่อนข้างชำนาญเพราะใช้ในการเดินทางไปบ้านยายสมัยเด็กๆ   เมื่อเข้าเขตอำเภอขลุง

ก็เหมือนเริ่มเห็นความเป็นไปได้ลางๆ ที่จะทำมันสำเร็จ  ตะปอนน้อย เขาปั่นมาถึงตะปอนแล้ว ไหนๆก็ผ่านมาทางนี้แล้ว ตอนไปทำค่ายใช่ว่าจะปลูกแต่ต้นไม้ มีมาทาสีโรงเรียนด้วยเพียงแต่นั่น ตะปอนใหญ่ 

เขาปั่นไปใจก็พะวงกับการสังเกตป้ายไปด้วย และก็เจอป้ายใหญ่ที่เขียนว่า ตะปอนใหญ่ เขาปั่นข้ามถนนใหญ่ ไปยังจุดยูเทินรถ และก็ปั่นเข้าไปในซอย เขาเหมือนจะคุ้นกับเส้นทางแต่ก็งง ๆ รู้แค่ว่าไม่หลง เมื่อปั่นถึงทางแยกเขาก็เห็นเป้าหมาย  รั้วสีม่วงที่เคยทาไว้ ผ่านไปหนึ่งปีเกือบ5เดือน แม้สีจะจางลงบ้างแต่ก็ยังสวยอยู่ สีคราบตะไครเกาะเป็นหย่อม และป้ายที่เป็นไฮไลด์รูปขบวนรถไฟ มีประเทศต่าง ๆในอาเซียน 

และสลักชื่อมหาวิทยาลัยไว้ตัวใหญ่ 02/03/2562 เขานั่งนึกถึงวันวานสักพัก ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกนิดหน่อย 

จูงจักรยานมาจอดในร่ม เข้าห้องน้ำพร้อมออกเดินทาง ตอนนี้ได้เวลาข้าวเที่ยงพอดิบพอดี บังเอิญมีตลาดนัด270ปีตามที่เขาโฆษณาในป้ายไว้อย่างใหญ่โต  แต่เขาอยากกินข้าวผัดร้านเก่าที่เคยมากินตอนครั้งมาสำรวจครั้งแรก รสชาติมันถูกใจยิ่งนัก ตอนนี้ดวงอาทิตย์อยู่กลางกระหม่อม คล้ายกับว่าไร้หนทางหลบหลีก 

เข้าปั่นไปจนถึงแต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง ไม่ยักรู้ร้านข้าวก็เป็นราชการด้วย ปิดวันอาทิตย์เหรอเนี่ย 

เขารู้สึกผิดหวัง เพราะตั้งใจจะฝากท้องไว้กับร้านนี้  จะปั่นไปยังจุดหมายเลยก็ไม่น่าไหว เพราะกำลังกาย

และเสบียงก็เริ่มร่อยหลอ เขาเอาจักรยานเข้าไปจอดหลบแดดข้างๆร้านอาแปะ เขาไปซื้อสปอนเซอร์และน้ำเปล่า หยิบไดอารี่ขึ้นมาจด ปากบ่นขมุบขมิบ และรู้ว่าแค่น้ำคงไม่พอที่จะเดินทางต่อ เขาไปซื้อขนมลูกเต๋าและขนมปังสังขยา อย่างละ 5บาท รวมซื้อของที้รานอาแปะไป 27 บาท 

หยิบของใส่กระเป่าเป้ เตรียมออกเดินทางต่อ เขาอยากลองไปเส้นทางใหม่ที่ไม่เคยไปมาก่อน แดดตอนนี้ร้อนที่สุดของวัน ขาของเขาจากที่สีคล้ำอยู่แล้วก็เข้มขึ้นไปอีก เหงื่อไหลอาบน่อง เสื้อเปียกไปด้วยเหงื่อ

เขาปั่นไปกังวลไป เพราะไม่มีวี่แววว่าจะเจอถนนใหญ่เลย  “สงสัยต้องใช้ปากเสียแล้ว”  สอบถามแม่ค้าขายขนมหวานข้างทางละกัน “พี่ครับ จะไปท่าสอนต้องขี่ไปทางไหนเหรอครับ” 

 แม่ค้ายิ้มๆและบอก “ ต้องไปทางตราด ปั่นไปเรื่อย ๆเจอตลาดเลี้ยวซ้าย จะเจอสี่แยกถนนใหญ่” 

เขาเหมือนจะไม่เข้าใจเท่าไร แต่ก็ขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม  เขาปั่นไป ปั่นไป แม้จะไปรู้ว่าไปถูกทางไหม 

แต่เขาถูกใจหมู่บ้านแถวนี้เหลือเกิน บ้านมีทั้งเรียบหรู ถนนหนทางแลดูสะอาด อ่านป้ายดู (ตำบลเกวียนหัก) ปั่นไป ปั่นไป จนมาเจอกับชื่อโรงเรียนที่แสนจะคุ้นหู “ศรีหฤทัย” อย่างน้อยก็มีเพื่อนสมัยมัธยมต้น 3คน

จบจากโรงเรียนนี้  โรงเรียนไม่ใหญ่แต่แอบหรูตามสไตล์คริสเตียน   เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าเส้นทางที่ปั่นยอู่จะไปถึงจุดหมายหรือไม่ “ลุงครับ จะไปท่าสอนต้องไปไงครับ” เสียงเขาถามลุงขายกล้วยทอดตรงโรงเรียน

ลุงบอกคนละทางเลย จ้องปั่นกลับไปทางนี้แล้วลองถามคนไปเรื่อย ๆ ลุงทำท่าเหมือนไม่ค่อยเต็มใจหรืออย่างไรไม่ทราบ   ปั่นย้อนกลับไปทางเดิมก็ไม่รู้ว่าถูกไหม เขาตัดสินใจถามพี่ชายคนหนึ่งที่พุ่งข้ามถนนไปหยกๆ “พี่ครับ จะไปท่าสอนไปยังไงครับ” เสียงเขาถามด้วยความกระวนกระวายใจเล็กน้อย

“น้องปั่นไป เลี้ยวซ้าย ก็เจอแยกห้ามเลี้ยว  แล้วน้องก็เลี้ยงขวา เจอแยกอีกเจอตลาดนัดแล้วก็ตรงไปเห็นถนนใหญ่” คนพูดทำท่ายิ้มๆและบอกบ่งบอกถึงความยากในการจะไป “ขออีกรอบได้ไหมครับ”เขาถามด้วยความงงงวย พี่เขาก้พูดประมาณเดิม เขาก็ขออีกรอบ “อยากเหมือนกันแหะ” เขาอุทานขึ้น ยังไงก็ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวผมจะลองดู ขอบคุณมากครับ \

ปั่นเรื่อยๆ ก็หยุดถามเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ม่าถึงใจกลางเมืองขลุง เพราะเต็มไปด้วยตึกสองข้างทาง ถนนมีธงประดับประดา พ่อค้าแม่ค้ากำลังเตรียมแผงขายของกันอย่างจ้าละหวั่น  เขาปั่นย้อนขึ้นไปจนพบกับสี่แยกไฟแดงของถนนสายหลัก เลี้ยวขวาไปตราด ใช่แล้วเขาต้องไปทางตราด 

22 กิโลเมตร ท่าสอน ดูหิ่งห้อย เขาจะต้องปั่นอีก 22กิโลเมตรเพื่อไปยังเป้าหมาย  เขาแอบหันซ้ายเพื่อดูท้องฟ้า แม้เมฆจะสวยงามสักแค่ไหน ก็ไม่ได้มีอารมณ์ชื่นชม เพราะเขาต้องปั่นๆๆ ท่ามกลางแสงแดดที่แผดร้อนผ่านเสื้อผ้ามายังผิวอันเข้มคล้ำของเขา  ทางซ้ายจะมีต้นไม้ใหญ่เรียงยาวสองข้างทาง เขาจำมั่นได้แต่ไม่ได้เข้าไปปั่นเพราะกลัวหาทางออกไม่เจอ เขาได้แต่หวังเมื่อกลับมาอีกครั้ง ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้จะยังคงอยู่

ปั้มน้ำมันขนาดใหญ่กำลังก่อสร้าง บริษัทสีเขียวกำลังสร้างมันทีเดียวสองฝากฝั่งตรงข้ามกันเลย ตลาดของถมใกล้จะเปิดตัวในเดือนตุลาคม เขาเริ่มอ่อนล้าเต็มทีจนขอหยุดพักที่ศาลาระหว่างทาง หยุดกินน้ำและทำธุระส่วนตัว  เขานั่งพักแล้วยืดขาออก มองไปยังจักรยานของเขาที่กำลังตากแดดอยู่นอกศาลา เขารีบลุกขึ้นไปฉวยจักยานและปั่นต่อไป และก็มาถึงโครงสร้างของเป้าหมาย ต.บ่อ  ตำบลที่อยู่ของเป้าหมาย 

เขาปั่นผ่านไปในใจก็นึกถึงเพื่อนมัธยมที่เรียนอยู่โรงเรียนนี้ (ความจำเขาดีใช่เล่น)  แม้มันเหน้ดเหนื่อยแต่มันก็เข้าใกล้เต็มทีแล้ว 2 กิโลเมตร ท่าสอน อีก2 กิดลเมตรเท่านั้น เขารีบเรงสปีดการปั่นในที่สุดอีกฝากฝั่งก็เห็นป้ายสีน้ำเงินใหญ่โต ศูนย์อนุรัก์และวิจัย ท่าสอน จังหวัดจันทบุรี เมื่อข้ามฝากไปถึงก็มีป้ายบอกอีก 3กิดลกว่าๆ จึงจะถึงเป้าหมายของเขา ซึ่งมันก็ไม่ได้มากมายท่าเทียบกับเส้นทางที่เขาปั่นมาแล้ว 

สองข้างทางเต็มไปด้วยหลุม บ่อ ยากที่จะหลบหลีก แต่เสียงแมลงดั่งแจ้แจ้ว ไปทั่วทั้งทาง แมกไม้ชายแลน

ต้นใหญ่ขนาบสองข้างทาง ต้นไม้ทีนี่ยังสมบูรณ์เพราะไม่ค่อยเป็นที่นิยมและอยู่ไกลจากตัวเมือง

เขาปั่นไปจนเห็นแสงสว่างวาป บกบอกว่านั่นถึงจุดหมายเมื่อเห็นหัวสะพาน เขาจอดรถจักรยาน ยืนฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง แม้จะมีผู้คนมาเที่ยวแต่ก็ไม่ได้รบกวนความวิเวก แต่แล้วเขาก็หน้าซีด ไม่ได้เพราะเหนื่อยจากการปั่น เมื่อเขาก้มหน้าลงไปดูต้นโกงกางที่เขานำมาปลูกไว้ บัดนนี้มมันไม่เหลือแม้แต่ตอ เขาไม่รู้จะพูดอะไร ในหัวได้แต่คิดว่า เพราะผลประโยชน์เหรอ เขายังมโนคิดเข้าข้างตัวเองอาจจะเป็นเพราะน้ำกำลังขึ้นก็ได้เลยมองไม่เห็น แต่ก็อยากที่จะคิดเพราะข้างมีร้านอาหารผุดขึ้นมา เขาไม่อยากรู้สึกท้อแท้เพราะเขาตั้งใจมาแล้ว เลยขอดื่มด่ำบรรยากาศรอบๆ  นกเหยี่ยวแดงบินโฉบเล่นบนท้องฟ้า ภูเขาสีน้ำเงินหลายลูกห้อมล้อม มีควันเลยขึ้นบางจุด น้ำไม่ได้ใสเห็นตัวปลาเพราะเป็นทะเลโคลน เขาอยากจะล้มตัวนอนบนสะพาน

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู เห็นสายสี่สายไม่ได้รับก้พอจะรู้ว่าเป็นใคร

เขาโทรกลับไป “อยู่ที่นี่แล้ว เดี๋ยวอีกสักพักก็กลับ”

“รถไม่มีไฟนะ ถ้ามีอะไรโทรมาหาแม่นะ”

“อ่า รถยางท่าจะไม่ไหว” เขาตอบกลับไป

“ขี่รถปลอดภัย”

เขาไม่ยากจินตนาการถึงตอนขากลับ รู้ว่าต้องพึ่งตัวเองให้ถึงที่สุด ถ่ายรูปเล่นสักพัก ก็ถึงเวลาต้องจากแล้ว ไว้ครั้งหน้าจะมาใหม่ อาจจะเป็นรถมอเตอร์ไซด์หรือรถยนต์ก็ว่าไป เขาปั่นออกจากซอยแล้วมาหยุดเติมพลังอีกสักรอบ น้ำ 7 บาท โสม 10 บาท ทั้งหมด 17บาท นั่งเขียนอะไรสักพักสมควรแก่เวลาออกเดินทางต่อ

ตอนนี้ก็ 4 โมงเย็นแล้ว ..........

แสงแดดเริ่มอ่อนกำลังลง แม้หนทางยังอีกไกลแต่อากาศค่อนข้างเป็นใจ เขาปั่นย้อนกลับเส้นทางที่มาแต่เปลี่ยนฝากฝั่ง ตรงไปเพื่อไปยังตัวเมืองจันทบุรี กลับเลี้ยวขวาเพื่อไปยังมะขาม เขาตัดสินใจปั่นไปทางขวา

เพราะถ้าตรงไปเส้นทางที่จะกลับกำลังซ้อมปรับปรุงอยู่ เขาไม่เคยไปและไม่รู้เส้นทางเป็นอย่างไร ได้แต่คิดว่าเส้นทางถนนไม่น่าซ่อมพร้อมกัน จากตำบลบ่อ วันยาว ซึ้งบน ซึ้งล่าง ต้นขาของเขาเริ่มสั่นระริก ถ้าปั่นต่อหรือฝืนอีกนิดตะคริวจะต้องตามหาเป็นแน่ เขาหยุดตรงสะพานสักพักมองดูน้ำไหล หยิบน้ำในกระเป๋าทั้งดื่ม ทั้งจิบ เทลาดขาให้เส้นเลือดแข็งตัวขึ้น อย่างน้อยก็ลดความเจ็บปวดลงได้ เขาอยากจะย้อมแพ้และโทรกลับ ให้มารับให้รู้แล้วรู้รอด แต่ไฟแห่งนักสู้ของเขาก็บอกให้เขาทำให้ดีที่สุดตราบใดที่ดวงอาทิตย์ยังส่องแสงอยู่  ปั่นไปเรื่อย ๆสองข้างทางมีการถมที่เพื่อทำเป็นร๊งหรือเตรียมลงทุเรียน  และอีกหนึ่งที่รู้สึกว่ามีให้เห็นเป็นระยะ คือ สำนักสงฆ์และสหกรร์ยูเนี่ยที่เป็นข่าวครึกโครมเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาลดสปีดการปั่น

เนินลูกแล้วลูกเล่าทำให้เกิดอาการท้อถอยมาเป็นระลอก ตำบลวังสรรพรส มาบไพร เขารู้จักตำบลในอำเภอมะขามเป็นอย่างดี แปลว่าตอนนี้ยังอยู่ในอำเภอขลุงอยู่ เขิดว่าอย่างน้อยต้องเข้าเขตอำเภอมะขามให้ได้ 

และป้ายข้างหน้าสีขาวอำเภอมะขาม พลังใจพลังกายของเขาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ปั่นไป ปั่นไป ไม่รู้ว่าอีกไกลแค่ไหน ท้องก็เริ่มร้องพลังงานจากขนมลูกเต๋าและขนมปังสังขยาน่าจะหมดแล้ว เขาเลี้ยวซ้ายเข้าไปร้านขายของชำขนาดใหญ่ ถอดหมวก ถอดแว่น เขาหยิบน้ำมา1ขวดและวิตมินซี 1 ขวด ขนมปังลูกเกด เขากินมันอย่างผู้หิวกระหาย และยังซื้อขนมปังหมูหยองอีก 1ชิ้น หมดไป 35 บาท เขาเหยียดยืนขาสักพัก แต่กลัวตะคริวจะถามหา น้องหมาชิวาว่าเข้ามาทักททายและนั่งเล่นด้วย จากนั้นพวกของมันก็มารายล้อมเขา

ทั้งพันธุ์ไทยและพันธ์ฝรั่ง เขาเล่นกับมันสักพักก่อนจะออกเดินทาง 

ตำบลอ่างคีรี เขาไม่คุ้นเคยกับตำบลนี้แม้จะอยู่อำเภอเดียวกัน ความรู้สึกเขาอยากย่อระยะทางได้แบบแผนที่ แต่ความจริงเขาไม่สามารถทำได้ ปั่นไป ปั่นไป เขารู้ว่าเขาต้องปั่นให้ใกล้บ้านที่สุด ตำบลมะขาม เขาใจชื้นขึ้นมาและพอรู้เส้นทางเพราะคอยมาบ้างประปราย แต่แล้วเขาก็ต้องงุนงง โรงเรียนบ้านมะขาม ดูใหญ่โต มีร้านขายของตั้งอยู่มากมาย ดูเจริญกว่าที่เขาคิด ปั่นไปเรื่อยๆ แสงแดดอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัด  และแล้วเขาก็มาถึงถนนใหญ่ ทางซ้ายไปจันทบุรีทางขวาไปสระแก้ว เขาเลี้ยวซ้ายแต่แล้วเขาก็คิดได้

ไปจันทบุรีหมายถึงเข้าไปในเมือง เขาต้องวนรถกลับข้ามถนนใหญ่เพื่อไปทางขวา เส้นทางข้างหน้าสุดลูกหูลูกตา แต่เขามีหน้าที่แค่ปั่น ปั่นและปั่นเท่านั้น เมื่อผ่านไปรษณีย์มะขาม เขารู้สึกว่าตัวเองน่าจะกลับบ้านได้ทันเวลา เขาเร่งสปีดการปั่นคล้ายกับไม่มีเหตุการณ์ที่ผ่านมา จนมาถึงใกล้โรงพยายาลเขาพอจำได้ว่าเส้นทางนี้มีทางลัดที่จะหย่นระยะเวลาให้สั้นลง เขาเลี้ยวเข้าไป เจอกลุ่มเด็กน้อยกำลังปั่นจักรยานเล่นกัน 

“มึงปั่นดีๆ เขาเบรกจนจักรยานจะพังอยู่แล้ว” เสียงเด็กคนหนึ่งตะโกนบอกเพื่อน เขาเร่งสปีดอีกครั้ง 

และเจ้าถิ่นสีดำก็เห็นเขา มันไล่กวดอย่าไงม่คิดชีวิต แต่เขาปั่นผ่านมันมาจนมั่นใจว่าเจ้าถิ่นไม่สามารถตามเขาได้ทัน เข้าสะใจมากที่ชนะการดวลกับเจ้าถิ่นสีดำ เขาปั่น ๆ ๆ ๆ จนมาเห็นป้ายแม้จะถูกแมกไม้บดบัง

เหลือแต่คำว่า แซ้ม ใช่แล้วเขามาถึงตำบลที่อยู่ของเขาแม้จะคนละฝากก็ตามที 

ตอนนี้ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที แสงแดงส้ม สีพาสเทลอ่อนๆ  เขามีความสุขมาก ไม่คิดว่าเขาจะทำได้  เขาตัดสินใจนั่งพักให้เหงื่อแห้ง ซื้อสปอนเซอร์มาอีกขวด 10 บาท นั่งขีดเขียนไดอารี่ หัวข้อที่จะเอาไปพิมพ์ นั่งบวกค่าใช้จ่ายทั้งหมด 

ร้านแรก น้ำเปล่า 1 ขวด เอ็มร้อยห้าสิบ 1 ขวด ขนมลูกเต๋า ขนมปังสังขยา ทั้งหมด 27บาท

ร้านสอง น้ำเปล่า 1 ขวด โสมอีก 1 ขวด ทั้งหมด 17บาท

ร้านสาม น้ำวินตมิน 15 บาท ขนมปัง 2ชิ้น 20 บาท ทั้งหมด 35 บาท

ร้านสี่ สปอนเซอร์ 1ขวด10บาท รวมทั้งหมดที่ใช้ไป 27+17+35+10 เท่ากับ 89บาท

หลังจากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มีสาย4สายที่ไม่ได้รับ ทั้งพ่อทั้งแม่โทรมา

“I am here don’t worry อยู่แถวนี้แล้ว นั่งเขียนอะไรที่ร้านหน่อย “ 

“โอเค” เสียงแม่ตอบรับ

ท้องฟ้ามืดมิดสนิท มีเพียงแสงนีออนที่ยังส่องสว่าง ถ้าเป็นสัก10ปีก่อน วังแซ้ม คงเงียบสนิทพร้อมหลับใหลไปตามดวงอาทิตย์ เขาปั่นจักรยานผ่าความมืดในซอย แสงส่ว่างที่ปลายท้ายซอยต้อนรับเขา

“ฉันกลับมาถึงแล้ว ฉันทำได้ ทำได้ไงวะ”

เขาไม่เคยเหนื่อย เจ็บกล้ามเนื้อแบบนี้มานาน เขาจะจำบทเรียนที่ได้ในการปั่นจักรยานไปปรับใช้

“ถ้าพอก้เท่ากับแพ้ ทำไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ถึง”

จักรยานย้อนวันวาน

ผลงานอื่นๆ ของ หนุ่มจันท์

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Pheonix1999 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 16:18

    รออ่านตอนต่อไปนะค่ะ
    #1
    3
    • 23 ตุลาคม 2563 / 11:54

      ^^^^^^^
      #1-2
    • 23 ตุลาคม 2563 / 11:54
      ได้เลยจ้าาา
      #1-3