นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

บนสะพานยามเย็น(On the bridge in the evening)

น้ำไหลผ่านใต้สะพาน ดวงอาทิตย์ค่อยๆลับฟ้า

ยอดวิวรวม

5

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


5

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 ต.ค. 63 / 22:01 น.
นิยาย оҹ(On the bridge in the evening)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ต.ค. 63 / 22:01


บนสะพานยามเย็น

 

วันนี้อาอากาศแจ่มใสในรอบหลายวัน หลังจากที่มืดฟ้ามัวดินมองไปบนฟ้ามีแค่เมฆดำทมิฬ ยังต้องจ้อมจ่มกับการลุ้นว่าน้ำจะท่วมหรือไม่ แต่เหตุการณ์น้ำท่วมไม่เกิดเนสิบปีแล้ว และปัจจุบันการระบายมีช่องทางที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

น้ำไหลลากจากภูเขาตะกอนดินริมตลิ่งทำให้น้ำเป็นสีแดงอิฐ กระแสน้ำไหลแรงพัดพากับเศษซากไม้ ขยะ ถังพลาสติก

มีจุดปลายทางอยู่ที่ทะเล และลงสู่มหาสมุทรอันขว้างใหญ่ในที่สุด คลื่นฮุบขึ้นลงเป็นเสียงน้ำที่ไพเราะแต่น่ากลัวคล้ายกับมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กำลังจะเขมือบเหยื่อของมัน  ฉันรู้สึกสะดุดตากับลูกมะพร้าวห้าหกลูกที่พลุบโผล่อยู่ตรงสันเขื่อน

ผ่านไปหลายนาทีมันไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้ เพราะแรงดันของน้ำกดมันลง แล้วฟองน้ำก็ตีมันขึ้นมา ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น บางทีฉันก็รู้สึกสยดสยองคลับคล้ายคับคาว่านั้นเป็นหัวของเด็กน้อย วัยประมาณ2-3ขวบกำลังตะเกียดตะกาย

ให้ตัวเองรอดพ้นเอื้อมมือของมจุราช แถมนี่เป็นการตายหมู่ที่น่าอดสูอาดูร 

กลับมา กลับมา ฉันจินตาการไปไกล ขณะนี้แสงเงินสงทองกำลังอ่อนแรงลง ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีพาสเทลชมพูฟ้า สลับกันสเปะสปะวิจิตรสวยงาม นี่แหละความสุข ความสุขอันเล็กน้อยที่สามารถหาได้ในทุกวันของชีวิต  ฉันหลับตาพยายามเชื่อมตัวเองให้เข้ากับธรรมชาติ จนเผลอหลับไปภายใต้แสงอ่อนของตะวัน ฟังเสียงน้ำไหลแรงที่ไพเราะ แต่ก็ยังหวาดกลัวเสียงนั่น 

เสียงรถเครื่องแล่นไปมา ช่างขัดกับการทอดอารมณ์ให้เชื่อมต่อกับธรรมชาติ โดนเฉพาะกลุ่มเด็กแว๊น  ที่จะเบิ้นรถเสียงดัง

มาพร้อมเสียงโอ้อวดโหวกเหวกโวยวาย บางครั้งพวกมันก็แซวฉัน “เห้ยใครวะเม่งมานอนอ่านหนังสือ” พร้อมเสียงหัวเราะรื่อดังระงมบนสะพานของกลุ่มเพื่อน  ฉันได้ฟังอยากจะตะโกนออกไป “พวกมึง เสือกอะไร กับชีวิตกู” แต่ก็ได้แค่คิดไม่ได้กลัวพวกมันแม้แต่น้อย แค่ไม่อยากมีเรื่องกับเด็ก (ไอ้พวกนี้มันอนาคตของชาติยิ่งกว่าเราเสียอีก) 

หลังจากพวกนี้ไป พวกใหม่มา แม้มันจะไม่ได้สงบมากนักแต่เมื่อมองลงไปยังสะพาน นึกภาพแสงอาทิตย์กำลังอ่อน ต้นไม้เอนตามสายลมแผ่วเบา ฉันก็พอจะลืมเรื่องวุ่นวายอื่น ๆ แล้วฉันก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง 

กลิ่นแปลกประหลาดลอยตามลม มันทะลุผ่านโพรงจมูกทำให้ฉันรู้สึกระคายชอบกล จนทำให้ฉันต้องตื่นขึ้นมาเพื่อสำรวจดูว่าใครกันเป็นเจ้าของกลิ่นนี้ ฉันตื่นขึ้นหลังจากนอนหงายแพร่หลาบนรถเครื่อง หันหลังกลับไปเห็นเด็กวัยรุ่นสามคน ฉันขอเรียกว่าสามคน แม้อีกคนจะใส่ชุดนักเรียนน่าจะเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น เด็กชุดนักเรียนยื่นบุหรี่ให้เด็กวันรุ่นอีกสองคน 

“มึงดูดบุหรี่ด้วยอ่อ” เสียงหนึ่งในสองคนถามขึ้น

“ผมดูดทุกวันแหละ” เด็กชุดนักเรียนตอบจากภูมิใจ

หลังจากนั้นเด็กชุดนักเรียนก็ขี่รถออกไป ทิ้งให้สองวัยรุ่นอยู๋กับบุหรี่ซองใหม่ที่เพิ่งไปซื้อมาให้ และนี่แหละจุดต้นกำเนิดของกลิ่น จมูกของฉันมีความไวต่อกลิ่นนี้มาก ได้กลิ่นทีไรอยากมีเรื่องตลอด ฉันแพ้ ฉันแพ้กลิ่นบุหรี่ โดยเฉพาะยี่ห้อนี้ 

ไม่ต้องไปขอดูก็สามารถบอกได้ทันทีว่ามันยี่ห้ออะไร แม้หตุการณ์ที่ทำให้ฉันแพ้ต้อเจ้ากลิ่นบุหรี่จะผ่านไปเกือบสิบปีแล้วก็ตาม มันยังฝังใจจนถึงทุกวันนี้  ฉันมองหน้าเด็กวัยรุ่นอย่างชวนหาเรื่องผ่านสายตาอันเคร่งขรึมของฉัน เด็กสองคนนั้นมองกลับมา ฉันก็มองแบบไม่แยแสสานตาสองคู่นั้น แล้วเด็กวัยรุ่นสองคนก็หันกลับมองไปเบื้องหน้าสะพาน 

หลังจากหัวเสียกับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ฉันไม่สามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติได้ เปิดกระเป๋าเป้หยิบหนังสือ ดินสอ สมุดไดอารี่ วางบนขอบสะพาน แม้จะมีสายพัดพอให้หน้าหนังสือเผยอขึ้นลง แต่ถ้ามันร่วงมันก็ลงพื้นสะพานไม่ใช่เบื้องล่างที่มีแต่แม่น้ำสีแดงไหลเฉี่ยว ที่มีจุดหมายปลายทางเป้นทะเลหรือมหาสมุทร 

ตอนนี้ท้องฟ้าไม่มีแสงแห่งตะวัน บนหัวของฉันมีภาพเลือนรางของดวงจันทร์ที่รอเวลาเปล่งแสงนวล ดูเหมือนเด็กวัยรุ่นสองคนนั้นจะกลับไปแล้ว เหลือเพียงฉันคนเดียวบนสะพาน เงาทมึนของเมรุที่อยู่ตรงหัวสะพานทำให้บรรยากาศวิเวกวังเวง รถยนต์ที่เคลื่อนเลื่อนบนสะพานลดน้อยลง นกเอี้ยงสีดำพันธุ์หัวตั้งส่งเสียงอำลาตะวันและต้อนรับดวงจันทร์ยามค่ำคืน

 

ยามนี้แสงสุดท้ายได้หายลับขอบฟ้าจนหมดสิ้น มีเพียงแสงไฟพลังงานแสงอาทิตย์ที่เริ่มทำหน้าที่ของมัน และนี่ก็เป็นเวลาที่ฉันต้องเก็บของกลับบ้าน เก็บหนังสือ สมุก ดินสอ ใส่กระเป๋าเป้ รูดซิปปิดแต่ไม่สนิทด้วยเหตุผลว่าอยากให้สิ่งของข้างในได้แลกเปลี่ยนพลังงานกับธรรมชาติ  

 

หลังจากฉันกำลังจะติดเครื่อง มีคนกลุ่มนึงด้านหลังกำลังคุยกันเสียงระงม ทำไมฉันไม่ได้ยินเสียงมาก่อน ตรงนั้นมีใครอยู่ด้วยเหรอ เห็นกลุ่มคนกำลังโชงกหน้าลงไปดูยังใต้สะพาน  ฉันอยากจะรู้ว่าพวกเขาดูอะไรกัน จึงเดินข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม กลุ่มคนชี้นิ้วไปที่กงสาหร่ายพร้อมส่องไฟฉาย ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งที่กำลังขึ้นอืดตรงนั้น นึกก็นึกไม่ออก 

ฉันมองไปยังมือของร่างที่ขึ้นอืด ในมือของเขาถือไดอารี่ของฉันอยู่ แล้วฉันก็น้ำตาไหลท่ามกลางความมืดสลัวบนสะพาน

ผลงานอื่นๆ ของ หนุ่มจันท์

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น