นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

พบรักเมื่อกักตัว (Self-isolate)

อยู่ดีๆ ฉันก็ไปเจอเธอ ที่ร้านข้าวแกง แต่ดูเหมือนก้เท่านั้นแหละ

ยอดวิวรวม

4

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


4

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 ต.ค. 63 / 14:37 น.
นิยาย ѡ͡ѡ (Self-isolate)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ต.ค. 63 / 14:37


พบรักเมื่อกักตัว
 

ทั่วทั้งโลกกับลังเผชิญปัญหากับโรคร้าย COVID 19  ผู้คนต่างหวาดกลัวกับโรคร้ายดังกล่าว พี่เด็กหนุ่มที่พึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอย่างทุลักทุเล แทนที่เขาจะเตรียมตัวหางานอย่างเพื่อนๆทั่วไปเขากลับเลือกที่จะเดินตามฝันของเขา และมันก็เป็นโชคดีที่สถานที่ต่างๆถูกปิด ทำให้เขาดูไม่แตกต่างจากเพื่อนเท่าไรที่ยังไม่มีงานทำ เขาจึงถือโอกาสนี้เนียนไปกับสถานการณ์ ช่วงที่โควิดกำลังระบาดหนักเฉพาะที่ประเทศจีน มหาวิทยาลัยก็เปิดตามปกติ แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มดูย่ำแย่ เกิดการเรียกร้องของนักศึกษาให้มหาวิทยาลัยปิดทำการเรียนการสอนเ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ จากนั้นไม่กี่วันมหาวิทยาลัยก็ต้องปิดทำการเรียนการสอน เด็กหนุ่มจึงถือโอกาสกลับบ้านในรอบหลายเดือน หวังแค่ว่าอยากกลับไปหาพ่อแม่สัก2 วัน ก่อนจะกกลับไปทำเล่มวิจัยเพื่อจบการศึกษา แต่แล้วโชคชะตาก็ยืดเวลาให้เขาใช้เวลาที่บ้าน มากขึ้น

เนื่องจาก กทม. ประกาศปิดเมือง เขาไม่สามารถหารถกลับเข้าไปในเมืองได้ เขาเอาเพียงโน๊ตบุ๊คและสมุดไดอารี่ของเขากลับมาเท่านั้น ส่วนเอกสารรายงาน งานที่ยังคั่งค้างอยู่ ก็อยู่ที่หอไม่ได้กลับมา และเขาต้องแก้ไขปัญหาให้ได้ ต้งงานที่ต้องส่ง และอีกไม่กี่วันก็จะสอบจบการศึกษา ทุกอย่างเป็นไปอย่างทุลักทุเลตะกุกตะกัก ทั้งต้องเขียนงานใหม่บางงาน โทรหาให้คนที่หอให้ส่งภาพมาให้ แต่เขาก็ทำมันผ่านไปได้แม้มันจะยากลำบากก็ตาม และวันที่ทำให้เขาต้องหนักใจยิ่งกว่ามันก็มาถึง เป็นวันสัมมนาจบเกี่ยวกับงานวิจัยที่ต้องจบการศึกษา ระหว่างทางก่อนจะถึงวันนี้ เขาต้องแก้งานแล้วแก้อีก เขามีอาการเบื่ออย่างมาก แต่ก็ต้องอดทนเพราะมันจะจบแล้ว เขาแต่หรอกบอกตัวเองให้อดทนๆ จนถึงคืนก่อนสัมมนาเขาส่งงานให้ที่ปรึกษาของเขา แล้วก็โดนด่าเป็นชุดๆๆ   แล้วที่ปรึกษาก็ส่งไฟล์ที่แก้ไขมาให้เขาแล้วบอกเขาว่าถ้าไม่เข้าใจให้ถาม

เขาก็อ่านแล้วก็พบว่าเข้าใจดี ดีปรึกษาถามเขาเป็นการย้ำอีกรอบ เขาก็บอกว่าเข้าใจ แล้วคืนนั้นเขาก็แก้สไลด์ทั้งคืนจนยันเช้าอีกวัน เด็กหนุ่มตื่นมายามสาย แล้วก็ซ้อมพูดเป็นภาษาอังกฤษ เขาซ้อมไปและก็ต้องสู้กับความง่วงงุนอยู่เกือบตลอดเวลา จนใกล้เวลาสัมมนาต้องส่งงานเข้าไปในไลน์กลุ่ม เขาก็ส่งไฟล์งานเข้าไปสองไฟล์ ไฟล์นึงที่ที่ปรึกษาเขาแก้ให้ และอีกไฟล์เป็นไฟล์นำเสนอที่เขาแก้ยันเช้า ทันทีที่เข้าส่งไป เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เป็นชื่อที่ปรึกษาเขาโทรมา เขานึกในใจมีอะไรหรือป่าววะ หรือวาจะโทรมาแนะนำอะไรก่อน เริ่มสัมมนา เขากรับสายที่ปรึกษาของเขา และก็โดนด่าเป็นชุดใหญ่เลย เรื่องสไลด์ที่เขาส่งเข้าไปในกลุ่ม ว่าทำไมลงไป เขาด่าเสียๆหายๆ บอกว่าให้ไปเอาไฟล์ที่เขาแก้ไขให้เมื่อวาน แล้วก็ตัดสายไป เขายังงงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ เขาไปเปิดดูแชทที่คุยกับที่ปรึกษาเมื่อคืน เขาต้องตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไฟล์ในแชทมีสองไฟล์ แต่เขาไม่เห็นมัน และเห็นมันแค่ไฟล์เดียว เขาเสียเวลาแทบทั้งคืน เสียเวลาถ่างตานอนไปกับการทำสไลด์ และยิ่งไปกว่านั้นเขารู้สึกิดอย่างมาก กับสิ่งที่ปรึกษาทำให้เขา เขารู้สึกซาบซึ้งใจแทนความรู้สึกแย่ๆที่ได้รับมาตลอดการคุยกัน เขาได้รู้ว่าที่ปรึกษาของเขาเป็นคนที่ใส่ใจเด็กเป็นอย่างมาก เขาได้ทักไปขอโทษและขอบคุณกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แต่ก็ไม่มีการตอบกลับมาแม้เวลาจะผ่านเลยไปหลายวัน เขารู้ว่าที่ปรึกษาคงไม่พอใจ เขาได้แต่รู้สึกผิดและปล่อยวางในที่สุด ระหว่างนั้นเขาต้องสู้กับวิถีชีวิตที่เขาห่างหายไปนาน เขากลายเป็นคนนอนดึกไปแล้ว กว่าจะได้นอนแต่ละวันก็ตี1 ตี2

และย่าของเขาต้องตื่นมาทำขนม ตอนตี4 เสียงดัวกุกๆกักๆ ในการตระเตรียมอุปกรณ์ จากนั้นอีกประมาณไม่กี่นาทีต่อมา ปู่ของเขาก็จะตื่นมาและเปิดวิทยุเสียงดัง ดังสนิดที่ว่าข้างบ้านยังได้ยิน แม้ว่าบ้านเขาจะเป็นบ้านสวนและเพื่อนบ้านห่างกันหลายร้อยเมตร เขาต้องอยู่ให้ได้ และบางวันเขาต้องก็ต้องไปทำงานสวนช่วยที่บ้าน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลไม้พอดี เขาต้องทนกับช่วงสถานการณ์ดังกล่าว อยู่หลายวันระหว่างนั้นเขาต้องทำเล่มวิจัยเพื่อจบการศึกษา ทำวันแล้ววันเล่า ก็ไม่มีวี่แววเข้าใกล้ความจริงเลย วันเดตไลน์ก็ถูกกำหนดแล้ว เขาเร่งทำให้มันเสร็จก่อนวันเดตไลน์ เขายังถามที่ปรึกษาว่าควรแก้ตรงไหนบ้างเพราะมันใกล้หมดเวลาแล้ว และก็ไม่มีการตอบมาจากที่ปรึกษาของเขา มีเพื่อนบางส่วนก็เลื่อนเวลาการกำหนดส่ง และอาจารย์ก็เลื่อนเวลาการกำหนดส่งไปอีกหนึ่งอาทิตย์ เขายังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป ต้องแก้ตรงไหน ทั้งที่ในใจของเขารู้อยู่แล้วว่ามันต้องแก้ เขาได้แต่รู้สึกปลงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เข้าใจว่าความผิดเขาเป็นคนทำแต่การทำแบบนี้มันดูไม่ยุติธรรมกับเขาเลย เขาเลยตัดสินใจว่า จะยังไงก็ไม่แก้แล้ว ไม่ทำอะไรแล้ว จะไม่จบก็ไม่เป็นไรเพราะเขามีเป้าหมายว่าจะทำอะไรอยู่แล้วที่เขาได้เขียนไว้ในอารี่ที่เขาจะบันทึกทุกวัน   เขาได้เปิดดูว่าหลังจากหมดเดือนเมษายน

เขาจะออกเดินทางไปทั่วประทศเพื่อเขียนหนังสือ รวมเล่มไดอารี่ของเขาตั้งแต่เขาเริ่มเขียนและเก็บไว้ตั้งแต่มัธยม เขาได้บอกแม่ของเขาแล้วว่า เขาอาจไม่จบปีนี้นะ แม่เขาก็งงๆกับสิ่งที่เขาพูด แต่ก็เข้าใจเพราะลูกเขามีนิสัยที่แปลกกับคนปกติอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเป็นถึงขนาดนนี้ ระหว่างนั้นเขาก็ทำงานสวนช่วยที่บ้านไปสักระยะหนึ่ง จนหาทางที่จะกลับไป กทม.ได้ เพื่อจะไปเก็บของในหอในให้หมดตั้งแต่วันที่เขาตั้งใจจะกลับบ้าน 2 วัน จนกลายเป็น 2 เดือน  เขาตั้งใจไปเก็บของแล้วออกเดินทางไปเรื่อยๆ แต่ COVID 19 ก็ทำให้เขาไม่สามารถไปไหนตามใจชอบได้ เขาเลยใช้เวลาอยู่ที่หอพักเพื่อทำต้นฉบับนรวมเล่มไดอารี่ของเขา เขายังใช้ชีวิตสบายๆ ไม่เหมือนเด็กจบใหม่าที่จะต้องหางานทำ เขายังใช้ชีวิตตามแบบที่เขาต้องการ อ่านหนังสือ เขียนอารี่ พิมพ์รวมเล่ม ออกกำลังกาย วนเวียนแบบนี้อยู่สักพัก จนเขาเริ่มรู้สึกเบื่อๆกับสถานที่

และมีเหตุการณ์เกิดขึ้นทำให้เขาไม่อยากอยู่ เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาตึกพักหอพัก มาต่อว่าเขามาทำไมไม่แจ้งข้าวเห็นเป๋นหัวหลักหับตอเหรอ เขาก็ไม่อยากเถียงอะทำหน้าเฉยๆตีมึน บอกว่าตั้งใจมาเก็บของแต่ขออยู่สักพักนึง จากนั้นบรรยากาศก็ดูเหมือนตึงเครียด เขาก็ไม่ได้สนใจจนอาจารย์เดินออกไปเองในที่สุด  เขาเริ่มหาสถานที่ที่พอจะไปได้ ที่ไม่ใช่ที่บ้านและไม่ใช่ที่นี่ จากนั้นเขาติดต่อโทรหาพี่ที่รู้จักตั้งแต่สมัยมัธยม ว่าอยากไปหาขอไปอยูได้ไหม พี่เขาบอกว่าจะมาเมื่อไรก็บอก

เขาพยายามเคลียของให้หมดโดยเร็ว จากนั้นเขาก็โทรไปหาพี่บอกว่า เขาจะไปพรุ่งนี้เลย แล้วก็ขาดการติดต่อไป แล้วเขาก็โทรหาพี่ว่าตอนนี้มาอยู่ที่คิวรถแล้ว จากนั้นก็นั่งรถรู้มาลงที่หนองมน ชลบุรี แล้วโทรหาพี่ให้ไปรับ....

 

เขาตัดสินใจมาอยู่กับพี่ที่ชลบุรี เป็นพี่ที่เรียนและอยู่ขมรมกิจกรรมเดียวกัน แม้จะไม่ใช่พี่น้องๆแท้แต่สนิทกันมาก เขาตั้งใจมาอาศัยจนกว่าจะพิมพ์ต้นฉบับของเขาเสร็จ เขาได้ใช้ชีวิตไม่ต้องคิดอะไรให้มากความอ่างที่เป็นมาเกือบทั้งชีวิต เขาเบื่อกับการตอบคำถามสังคมแล้ว ตั้งแต่เด็ก ว่าเรียนอะไรดี อยากเป็นอะไร จบม.ปลายไปต่อไหน  จบมาทำอะไร

คำถามว่าจบมาทำอะไร มันก็ดูปกตินะเขาเข้าใจเป็นอย่างดีเลย แต่มันจะมาพร้อมคำแนะนำที่เป็นการเชิงบีบบังคับให้ทำตามเสมอกับคำถามพวกนี้ รับราชการสิดี บริษัทนี่สิดี (มันไม่เหมือนกันนะ เขาอยากจะบอก) เขาไม่สนอีกต่อไปอะไรที่สังคมบอกว่าควรจะเป็น เพราะทุกคนเขาเชื่อเลยว่า ทุกคนเกิดมาเป็นตัวของตัวเอง วันๆเขาก้ไม่ได้ทำอะไรมาก ตื่นมาก็พิมพ์ต้นฉบับ ง่วงก็งีบ หิวก็ลงไปกินข้าว พิมพ์ต่อ ดูรายการพัฒนาภาษาอังกฤษ (เขาอยากลองมีแฟนต่างชาติ) เย็นๆค่ำก็ไปออกกำลังกาย กลับมาก็เขียนไดอารี่ พิมพ์ดูรายการ ง่วงก็นอน จนวันหนึ่งที่ร้านอาหารร้านเดิมก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

อยู่ดีๆก็เหมือนมีสาวในฝันของเขาปรากฏตัวขึ้นมา เขายังสะพรึงกับสิ่งที่เขาเห็น เขาโดนพลังบางงอย่างดึงดูดเข้าไปเต็มๆ

เขาสั่งข้าวและนั่งรอที่โต๊ะ แต่จิตใจของเขากระวนกระวายใจมาก เขาแอบชำเลืองเมืองมองหน้าเธอ พรางทำท่าทางชั้นเชิง หยิบไดอารี่ขึ้นมาเขียน (เขียนบรรยายความรู้สึกของเขานั่นแหละ) จากที่ไปร้านข้าวเพื่อกินข้าวเป้าหมายของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่แค่ไปหาอาหารทางกายแต่ไปหาอาหารเพิ่มพลังใจ เขาดูมีความสุขเล็กๆน้อยๆจากการที่ได้เห็นหน้าเธอ และเพียงแค่ตอนจ่ายเงินที่ได้สนทนา เขาก็มีความสุขมาก เขากลับมาคิดว่าเดี๋ยวเขาก็ต้องไปแล้ว อย่างน้อยก็ต้องได้ช่องทางติดต่อ แม้แต่ชื่อของเธอก็ยังไม่รู้เลย ชีวิตกับก็ทำแบบเดิมวนไป เปลี่ยนจากออกกำลังกายไปนั่งทอดอารมร์กับชายหาด พร้อมคิดถึงเรื่องของเธอด้วย เขาตั้งใจว่ายังไงก็ต้องได้ช่องทางการติดต่อ (แม้ว่าทั้งชีวิตของเขาจบเรียนจบ มหาวิทยาลัยเขายังไม่เคยขอช่องทางติดต่อสาวเลย) หลังจากกินข้าวเสร็จเขาก็ยึกหยัก หลกลัก อยากจะพูดว่า เธอ

แล้วก็ยื่นโพสอิส ที่มีความข้างในว่า (เธอเราขอ facebook หรือ IG ได้ไหมครับ ขอบคุณครับ)  วันนั้นเขาเดินวนรอบร้านไป 5 รอบได้ และแล้ววันนึงก็ผ่านไป เขากระวนกระวายและรู้สึกไม่พอใจกับตัวเองว่าทำไมเรื่องแค่นี้ยังไม่กล้า เขาแชทไปปรึกษาเพื่อน ทั้งเพื่อนสนิทฝายหญิง และคนที่เขาเคยชอบตอนสมัยมัธยม  ทุกคนต่างอยากให้เขาลองดูสักครั้ง แม้มันจะเป็นจะพังแต่ก็ได้รู้ โอกาสมันก็50/50 ถ้าไม่ลองดูมันก็เป็นศูนย์เลย เขากลับมามีพลังอีกครั้งตั้งใจยังไงวันนี้ก็ต้องทำได้

เวลาที่เขาต้องลงไปกินข้าว พร้อมกับความรู้สึกที่ค่อนข้างมั่นใจแต่เจือปนไปด้วยความกลัว ระหว่างที่เขากินข้าว ก็มีแม่ค้าเจ้าของร้าน มาถามไถ่ ตามปกติ ว่ามาที่นี่ทำงานเหรอ มาจากไหน จบอะไร ตามปกติทั่วไป แต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะไข้อมูลของเธอเพิ่มขึ้นมา เธอเป็นลูกของเขา ชื่อ.... เรียนเพิ่งจบ เรียนเกี่ยวกับการขนส่งระหว่างประเทศ (เขาเหมือนมีประกายแห่งความสำเร็จ ประทุขึ้นมา ) เขาเหลือบไปเห็นพร้อมเพย์ ชื่อ นามสกุล เขาคิดว่าเขาน่าจะวิธีการใหม่โดยไม่ต้องไปขอเองค่อยหาจากชื่อก็ได้ เขาไปสแกนแล้วยื่นให้เธอดู เธอพยักหน้างึกๆ แล้วก็กดโอนเงินเรียบร้อย จากนั้นเขาไม่รีรอพร้อมค้นหาชื่อนามที่โอนทันที และแล้วก็หาเจอ แต่มันไม่ใช่ชื่อของเขา มันเป็นพร้อมเพย์ของแม่เขาที่เป็นเจ้าของร้าน เขาก็เข้าไปส่องเผื่อว่าจะมีการแท็กหรือร่องรอยเพิ่มเติม (เขาเป็นโคนันขึ้นมาทันที) หาเท่าไรก็หาไม่เจอ เดาชื่อไปชื่อมา ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่ก็ไม่มีวี่แวว เขาต้องเดินกลับมาด้วยความผิดหวัง ได้แต่กลับมาโทษตัวเองว่าทำไมถึงทำไม่ได้ เขายังคงจ้องดูโพสอิสที่เขาหยิบขึ้นมาพร้อมข้อความเดิมที่ยังส่งไปไม่ถึงเธอสักที จากนั้นเขาก็พล็อยหลับไป ตื่นมาเขาก็หยิบโพสอิสขึ้นมาดูอีกรอบ และก็ได้เวลาที่เขาต้องไปหาอะไรทำ วันนี้เขาไม่ได้ไปวิ่งแต่เขาจะเอากล้องไปถ่ายรูปดวงอาทิตย์ตกดิน

พร้อมกับเอาโพสอิสนั้นติดใส่กระเป๋าไปด้วย คราวนี้เขาตัดสินใจเอาโทรศัพท์ไปด้วยเผื่อมันจะดีกว่าการใช้วิธีการของเขา

ระหว่างทางที่เขาต้องเดิน มันต้องผ่านร้านของเธอ ร้านกำลังปิดเธอกำลังทำความสะอาดร้านอยู่ เขาสังเกตว่ามีเพียงเธอ และอีกคนที่กำลังงุ่นงั่นกับงาน ตอนนี้แม่ของเธอไม่อยู่พอดี เขารอจังหวะให้เธออยู่เดียวมานานแสนนาน และแล้วโชคชะตาก็ไม่กลั่นแก้งเขา เธอเดินไปหน้าร้านคนเดียว เขากำลังตื่นเต้นสุดขีด หัวใจของชายหนุ่มมันเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว

เขาตั้งสติแล้วสูดหายใจลึกๆ พร้อมบอกตัวเองเอาวะ ครั้งหนึ่งในชีวิต จากนั้นก็เดินเข้าไปหาเธอ เขาเริ่มพูดว่า เธอเล่นไอจีไหม เธอบอกเขาว่าจำไม่ได้แล้ว จะดูรูปหรือจะคุย ถ้าจะคุยเอาไลน์ดีกว่า เขาก็บอกว่าไลนืกก็ได้กลับ จากนั้นเธอก็รับโทรศัพท์จากมือของเขา และเอาไปพิมพ์ให้ กดแอดไปทันที พร้อมบอกว่า ขอบคุณมากครับ ตอนนั้นโลกของเขามันเบาหวิว คล้ายกับว่าโลกทั้งใบเป็นของเขา มันเต็มไปด้วยความโล่งใจที่เขาได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนสำเร็จ เขาเดินไปทะเลด้วยความสบายใจ แต่ก็ไม่ได้เปิดไลน์และทักไปทันที เขาก็เดินเล่นไปกับธรรมชาติ สายลมที่พัดโบกโชกโชย แสงแดดอ่อนๆยามเย็น มันจะโรแมนติกอย่างมาก ถ้าตอนนั้นมันมีเธอมาเดินข้างๆกัน  เขาเพ้อถึงเธอสักพักก่อนที่ไปนั่งตรงโขดหิน ถ่ายรูปดวงตะวันกำลังจูบพิสกับเส้นขอบฟ้า เป็นเวลาที่โรแมนติกแต่เพียงไม่กี่นาทีต่อจากนนี้จะเป็นชั่วเวลาแห่งความมืดที่อาจจะมาพร้อมควาเหงา เขานั่งให้ลมทะเลพัดตีหน้าเขาเหมือนกับธรรมชาติกำลังบำบัด จากนั้นเขาก็เดินไปซื้อเบียร์แล้วย้ายที่ไปนั่งริมหาด เขียนอารี่ จนเกือบจะนอนหลับไป น้ำกำลังขึ้นปลายเท้าของเขาในตอนนี้ถูกน้ำเทมาทักทายแล้ว เขาเตรียมตัวเดินกลับ ระหว่างทางเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขความสำเร็จ และเขาก็ไม่รู้ว่าต่อไปมันจะเป็นอย่างไร

หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว เขาไม่รีรอที่จะพิมพ์ทักทายเธอ

เขา-ขอบคุณมากนะ แอบคิดในใจว่าเธอจะไม่ให้แล้ว

เธอ-ขอขนาดนี้ต้องให้แล้วแหละ55555

เขา-เธอชื่อ.....เนอะ เพิ่งรู้ว่าวันนี้เองแม่เธอเล่าให้ฟัง

เธอ-ช่ายยยยย เธอชื่ออะไรอ่ะ

เขา-เราชื่อ.... เธอเรียน ม. อะไรนะ

เธอ-เค้าเรียนม.เกษมบัณฑิตอ่ะ รู้จักมั้ย5555

เขา-รู้จักสิ อยู่ใกล้ม.เกษตรไหมนะ

เธอ-55555 อยู่แถวมีนบุรีอ่ะ

เขา-คงต้องถามกูเกิ้ลก่อน55555

นี่เป็นเพียงข้อความเริ่มต้นที่ทั้งสองได้คุยกัน เด็กหนุ่มผู้โหยหาความรักมาเนิ่นนาน เขาหวังว่าที่สิ่งเกิดขึ้นในวันนี้ คงจะไม่ทำร้ายเขา แต่เขาได้เรียนรู้จากความรักที่ผ่านมา อกหักมาทั้งชีวิต ชอบใครแล้วไม่บอก เป็นคนดีเกินไป หรือแม้แต่เป็นพี่น้องก็เคยประสบมาแล้ว เขาเป็นคนที่ดีแต่ไม่เคยเป็นคนที่ใช่มาตลอดช่วงมัธยม ความรักอันขื่นขมของเขา

พอมาเรียนมหาวิทยาลัย เขาได้พบกับความรักครั้งใหม่ ความรักครั้งนี้ของเขาไปได้ดีมาก แทบไม่คิดว่าจะมีวันเลิกรา แต่แล้วกาลเวลาก็พิสูจน์ว่ามันไม่มีอะไรแน่นอนเลย 2ปีที่ผ่านมาเขาได้เจอกับคนที่รักเขาจริงจากใจ แต่เขาก็ได้เรียนรู้ว่าความรักที่ปราศจากความเข้าใจ มันไม่สามารถไปกันได้ เขาตัดสินใจเป็นฝ่ายออกมาแม้จะรู้สึก ว่ามันไม่ควรจบแบบนี้ก็ตาม

เขาได้เข้าใจประโยคที่พี่ได้บอกเขาไว้ ตั้งแต่เขาอกหักสมัยมัธยม “คนที่ดีกับคนที่ใช่มักจะไม่ใช่คนเดียวกัน” วันนี้เขาได้เข้าใจแล้ว ทั้งสองสถานะว่ามันเป็นอย่างไร

เขานึกถึงประการณ์วันวานกับความรักของเขา มันมีทั้งขื่นขมตลอดชั่วมัธยม มีความสุขสมตอนเริ่มต้นมหาลัย มีความไม่เข้าใจเป็นเหตุแห่งการเลิกรา เขาหวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ อยากให้มันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วมุ่งไปสู่การสร้างครอบครัวที่แท้จริง เขาเป็นคนที่มีความหวังเสมอมา แม่ของเขาบอกว่าหวังสูง ระวังตกมาเจ็บมากนะ เขาบอกว่าคนเราถ้าไม่มีความหวังก็เหมือนไม่มีชีวิต มีชีวิตก็เหมือนตายทั้งเป็น เขาเข้าใจที่แม่พูดและพร้อมเรามือเมื่อตกลงมาก็ควรจะลุกให้เร็ว แม้ความเป็นจริงเขาเข้าใจว่ามันยากมากกว่าจะลุก (เขาดูเหมือนคนแก่ ปากแข็งแตกต่างจากวัย ใช่แหละใครๆก็พูดแบบนั้น)

เขายังคงทำสิ่งที่เขาอยากทำปกติ เรียนภาษาอังกฤษ  ทำเพลงบ้าๆบอๆ (ตอนนี้ต้นฉบับเขาเสร็จแล้ว แต่ก็ต้องแก้อีกแหละ)

แม้ว่าเขาจะอินดี้ขนาดไหน แต่เขาก็ต้องให้เวลาถ้าอยากสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมา วันนี้พี่ของเขาไม่ต้องไปทำงาน พี่ของเขาได้ชวนไปกินข้าวที่ร้านข้าวแกง พี่เขารู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ระหว่างเดินไปสั่งข้าวในหัวใจของเขาก็เต้นไม่เป็นจังหวะ สายตาของเขาเป็นประกายแสนหวาน (ปกติก็หวานเขาเคยฉายาว่า ไอ้เยิ้ม) แต่ก็ไม่กล้าพอที่จ้องมองไปในนัยน์ตาของเธอ

พี่เขาก็แซวว่าทำไมของกูได้น้อยจัง ทำไมของมึงได้เยอะ เขาก็เขินขึ้นมาทันที (เขาอาจจะคิดไปเองหรือเปล่า) จากนั้นพี่ก็พยายามแซวอยู่เนืองๆ จนเขาต้องขอร้องให้หยุดเสียที เขาทำอะไรไม่ถูกแล้ว พอถึงตอนคิดเงินเขาขอเป็นคนปจ่ายโดยสายตาเป็นที่รู้กัน หวังว่าช่วงการจ่ายเงินอย่างน้อยเขาก้ได้แนะมือของเธอ จากนั้นก็เดินออกจากร้านเหือนจะมีเสียงแม่เขาแซวว่า ตาไม่ได้มองที่เห็นมองแต่หน้าอะไรทำนองนี้ เขาจำไม่ได้ดีเพราะเขาเขินไปหมดแล้ว

กลับมาเขาก็ดูรายการ วางแผนกับสิ่งที่จะทำในอนาคตอันใกล้ ตอนบ่ายแก่ๆก็ออกไปกินข้าวอีกครั้ง พร้อมหยิบโทรศัพท์แชทหาเธอ เธอก็บอกกินเยอะๆ เขาก็พิมพ์ไปหาเธอตอนออกจากร้านแล้ว เขาบอกว่า กินหมดเลยย โทษทีตอบช้าไม่ได้ออออนเลย  จากนั้นเขาก้ไปเที่ยวกับพี่ของเขา แต่ใจของเขามันอยากจับโทรศัพท์ออกมาดู ปกติแล้วเขาเป็นคนมีโทรศัพท์ให้รู้ว่ามี ระหว่างนั้นก็คุยถามตอบกันเรื่อยมา ตอนเย็นเขาก็ไปออกกำลังกายตามปกติ กลับมาอาบน้ำอาบท่า พร้อมที่จะคุยกับเธอ วันที่สองที่ได้คุยกัน เขาได้รู้ลายละเอียดมากขึ้น วัน เดือน ปีเกิด และได้รู้ว่าเธอบอกว่าเธอมีคนคุยเยอะมาก แต่จะอยู่ที่จะชอบรึป่าว เขาบอกว่าไม่เป็นไรมันเป็นสิทธิของเธอนี่ เขาพร้อมที่จะแข่งขันและเป็นผู้ชนะเพราะเขาชนะตัวเองตั้งแต่วันที่ได้ไลน์เธอมาแล้ว เขายังรู้ว่าเธอชอบกินทุเรียน เข้าทางเลยครับบ้านเขามีสวนทุเรียน เขาและเธอคุยกันมากขึ้นและเหมือนว่ามันกำลังไปได้สวย แต่เขาก็รู้ตัวเองว่า เวลาของเขาใกล้หมดแล้วเต็มที เขาต้องออกเดินทางตามที่เขาวางแผนไว้

ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไร หรืออาจะไม่ได้กลับมาอีกเลย เขาไม่รู้อนาคตในเรื่องความแน่นอนของชีวิต แม้กระทั่งตัวของเธอเองไม่รู้ว่าต้องไปทำงานที่อื่นหรือป่าว ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ มันเหมือนไม่มีอะไรรับประกันว่าเขาและเธอ

จะลงเอยกัน แต่เขาจะขอทำมันให้ดีให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ถ้ามันเป็นอย่างที่ตั้งหวังไว้มันก็ดี ถ้ามันไม่เป็นไปตามหวัง เขาคงใช้พลังที่เขามีลุกขึ้นแล้วเดินต่อไป มุ่งสู้การสร้างเนื้อสร้างตัวของคนอายุจะ 23 เขาหวังว่าจะมีทุกอย่างเป็นของตัวเอง มีเงินใช้เท่าที่จำเป็น ได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น มีความสุขในทุกขณะ และข้อสุดท้ายถ้ามีเธออยู่ในช่วงที่เขาได้กล่าวมา

มันจะแสนวิเศษมาก

(เขายังตั้งเป้าหมายในชีวิตเสมอ ส่วนใหญ่จะตรวจสอบผลในตอนที่เขาอายุ25 เป้าหมายเขามันดูยิ่งใหญ่แต่อาจจะดูเล็กในสายตาคนอื่น และมันจะเป็นจริงไหม เมื่อเขาอายุ 25 ปี เขาจะมาเล่าสู่กันฟัง)

ผลงานอื่นๆ ของ หนุ่มจันท์

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น