คัดลอกลิงก์เเล้ว

สิ่งมีชีวิตบนท้องถนน (Live on the road)

สิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่อยู่บนท้องถนน

ยอดวิวรวม

6

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


6

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 ต.ค. 63 / 12:47 น.
นิยาย ժԵͧ (Live on the road)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ต.ค. 63 / 12:47


สิ่งมีชีวิตบนท้องถนน

ทุกๆเย็นไอ้ต้อยจะปั่นจักรยานไปรอบๆหมู่บ้าน ขาก็ปั่นไปปากก็ฮัมเพลงไปไม่สนสายตาคนที่ขับขี่ผ่านไปมา ท้องฟ้ายามเย็นสวยสดงดงาม สื่อถึงความอ่อนล้าโรยแรงมาทั้งวันถึงคราวได้พักผ่อนของดวงตะวันบ้าง หลักจากทำหน้าที่ของมันได้ดีจนเกินกว่าเหตุ เดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวาสลับกันไปมา ไม่มีหยุดนอกเสียจากว่าจะเลี้ยวหรือว่าหยุดชื่นชมธรรมชาติ

จุดที่ถือว่าเป็นจุดหมายของไอ้ต้อย คือสะพานปูนของอีกหมู่บ้านนึงระแวกใกล้ๆกัน ถนนในหมู่บ้านของไอ้ต้อยไม่ได้กันดาลอย่างนิยายเรื่องสั้นแต่อย่างใด ความเจริญได้เข้ามาถึงยังหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว ในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ ยูกยานพาหนะที่นิยมคงหนีไม่พ้นรถสามล้อซึ่งน่าจะมีแทบทุกครัวเรือนในหมู่บ้านแห่งนี้ รถสามล้อในหมู่บ้านนี้หาใช่รถตุ๊กๆแบบในเมืองหลวง แต่เป็นรถพ่วงข้างสารพัดประโยชน์ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า รถซาเล้ง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างตามแต่เจ้าของจะปรารถนา ทั้งไปเก็บขยะ ขนส่งผลไม้ เปิดท้ายขายของ ไม่แปลกที่จะเป็นรถยอดนิยมของชาวบ้านแห่งนี้ คนขับรถยนต์คงต้องเบื่อหน่ายกับรถซาเล้งนี่กันไปข้าง เพราะว่ามันกินพื้นที่ช่องทางการจราจรอยู่มากโข รวมถึงจักรยานของไอ้ต้อยถ้าคันไหนขับเร็วกว่าเต่าคลานนิดหน่อย ไม่มีทางที่ไอ้ต้อยจะไม่เร่งสปีดติดเกียร์หมา แซงรถซาเล้งให้ได้ภายในชั่วพริบตา พร้อมกับความภูมิอกภูมิใจว่ามันเร็วกว่ารถมอไซต์

 

เมื่อเหม่อมองไปทางขวา แล้วแหงนหน้าประมาณห้าสิบองศา ก็จะเห็นหมู่เมฆสีทองก้อนใหญ่โต มีลำแสงสีทองเหลืองทะลุผ่าน คล้ายกับว่าถนนแห่งนี้เป็นถนนไปสู่ยังอีกโลกที่เปรียบดั่งเทพนิยาย ซ้าย..ขวา...ซ้าย...ขวา... ความเร็วชองไอ้ตอยเริ่มช้าลงไม่ใช่เพราะความเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะถนนที่ไอ้ต้อยเผลอไผไปมองไปชั่วเสี้ยววินาที ก็ทำให้ไอ้ต่อยถึงกับต้องลดความเร็วและพินิจพิจารนาได้หัวอยู่สักพัก สิ่งที่ไอ้ต้อยเห็นบนท้องถนน เป็นซากงูตัวใหญ่ถูกรถเหยียบจนไส้ทะลักออกมา มีคาบเลือดกระเด็นกระเซ้นกระซ่าน สื่อได้ว่าก่อนมันจะสงบแน่นิ่งไป คงดิ้นพรวดพราดอยู่นานสองนาน

จากนั้นไม่นานอารมณ์ศิลปินของไอ้ต้อยก็กลับมา แหกปากร้องลั่นไปทั่วท้องถนน ไม่สนสายตาให้จะเมียงมอง ปากก็ร้องขาก็ปั่น ไอ้ต้อยลั่นวาจาในใจ มองอะไรไม่เคยเห็นคนร้องเพลงหรือไง รถคันแล้วคันเล่า มีทั้งที่สวนทางผ่านไป มีทั้งที่แซงผ่านก้นกันไปก็มาก โดยเฉพาะแก๊งเทพบุตรบนท้องถนนในชนบท หลายๆคนรู้จักในนาม เด็กแว้น  เจ้าพวกนี้มันบิดรถไปด้วยความเร็วเท่าที่รถมันสามารถทำได้ นี่ถ้ามันทำความเร็วทำกับแสงได้ไอสไตน์คงเรียกพวกนี้ไปทดลองแล้ว ไอ้ต้อยไม่เข้าใจความสุขหรือความสนุกที่ได้จากการเป็นเด็กแว้นหรอก เพราะมันเป็นเด็กใฝ่ดีอย่างที่ใครๆเขาว่า แม้มันจะโตมาในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยสักเพียงใด แต่จิตใจของมันไม่ใฝ่หาสักอย่าง ก็ยากที่จะเป็นไปตามสภาพแวดล้อม 

คันที่ 1 คันที่ 2 คันที่ 6 ผ่านไอ้ต้อยไปด้วยความเร็ว พร้อมเสียงความเราะชอบใจอย่างสนุกสนาน ผมตั้งสู้ปะทะกับลม มือกำแน่นกับแฮนรถแล้วกดลงให้สุด ไม่มีใครน้อยหน้าใคร เมื่อความเร็วและความดังจากไป ไอ้ต้อยก็เข้าสู่ดหมดสุนทรีย์ตามเคย แต่งกาพย์กลอน เพ้อพร่ำรำพรรณไปเรื่อย ท้องฟ้าสีครามและเมฆสีทองชั่วครู่ได้เปลี่ยนเป็น ท้องฟ้าสีครามเข้มปนม่วง

ซ้าย...ขวา....ซ้าย ไอ้ต้อยรีบเร่งสปีดการปั่น เพราะกลัวกลับบ้านมืด เห็นแสงไฟสลัวๆออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง ผู้นั่งล้อมวงกันประมาณ 4-5 คน คงหนีไม่พ้นการสังสรรค์เฮฮาตามประสาปุถุชน ไอ้ต้อยมองเข้าไปยังหมู่คนกลุ่มนั้น พวกนั้นก็มองกลับมา ไอ้ต้อยก็หันหน้ากลับไปทางเดิมแบบไม่ให้มีพิรุธ ทั้งทีในใจของไอ้ต้อยอยากจะมีเรื่องอยู่แล้ว แต่ด้วยจำนวนคนที่เยอะเกินไป ก็ทำให้ความซ่าของไอ้ต้อยลดลงแบบยอมจำนนต่อสถานการณ์ 

ซ้าย....ขวา.....ซ้าย ต้นไม้สองข้างทางออกผลมากมาย ทั้งของราชการและของส่วนบุคคล แต่นี่ไม่ใช่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลไม้แต่อย่างใด ไม่งั้นไอ้ต้อยไม่สามารถปั่นจักยานได้อย่างสบายใจเฉิบแบบนี้ได้ สองข้างทางจะเต็มไปด้วยรรถขนส่งผลไม้ ทั้งจากของชาวบ้านและพ่อค้าคนกลาง ถนนสองเลนต์ไม่เพียงพอต่อจักรยานน้อยๆ แถมจะแฝงมาด้วยอันตรายจากความเร็วของรถแต่ละคัน ไม่ได้ต่างจากเด็กแว้นในเรื่องการทำความเร็วให้เต็มที่กับความสามาถที่พึงจะทำได้  แต่แตกต่างไปว่าด้วยเรื่องของวัตตุประสงค์ 

บทเพลงของไอ้ต่อยสลับไปสลับมา เดี๋ยวเพื่อชีวิตเดี๋ยวเพลงสากล ไหนจะแต่งเองทำอำเพอใจอีก ซ้าย....ขวา....ซ้าย

เห็นหนูตัวใหญ่นอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่กลางถนน คงหนีไม่พ้นว่าจะข้ามไปอีกฝั่ง ก็เลยขอหลับไปตลอดกาลกับกองเลือดกลางถนนก็แล้วกัน ซ้าย....ขวา....ซ้าย.... ไปปั่นอีกหน่อยก็เจอกับ นกกระปูดตาแดง นี่ก็ไม่ต่างกันสภาพนอนจมกองเลือด หนูยังพอมันต้องใช้หาเดินถนน แต่นี่มีปีกซะป่าวไม่รู้จักบินให้พ้น เสียงของไอ้ต้อยบ่นในหัว ระหว่างทางยังมีเพื่อนร่วมเดินทางอีกมาก นอกจากสิ่งมีชีวิตมากมายที่ได้สารทยายให้ฟังไปแล้ว ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆอีก ทั้งเป็นมิตรกับการเดินทางด้วยขาสองข้าง และเป็นศัตรูกับพวกใช้เท้าสี่ข้างพร้อมปากที่พร้อมเห่าหอน 

ปั่นไปปั่นมาแขนไปดูบนฟ้าฝั่งซ้ายบ้าง จากท้องฟ้าสีม่วงอมคราม ตอนนี้ได้กลายเป็นสีม่วงเข้มและพร้อมจะเปลี่ยนเป็นสีดำในอีกไม่ช้า ไอ้ต้อยเร่งฝีตีนอย่างสุดกำลังหลังที่กลับบ้านให้ทันก่อนจะไร้แสงแห่งการมองเห็น ซ้าย.....ขวา.....ซ้าย

ดวงอาทิตย์ผักผ่อน ดวงจันทร์อาจจะมาแทน 

ไร้แฟนเคียงข้าง จะมีบ้างไหมนวลนางที่เฝ้ารอ.....

ผลงานอื่นๆ ของ หนุ่มจันท์

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น