นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

เสียงเรียกเงิน (Voice attract money)

วันที่ฉันต้องไปเป็นพ่อค้า เสียงนี่แหละจำเป็นที่สุด

ยอดวิวรวม

2

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


2

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 ต.ค. 63 / 12:42 น.
นิยาย §¡Թ (Voice attract money)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ต.ค. 63 / 12:42


เสียงเรียกเงิน

ณ ตลาดนัดแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด มีพ่อค้าแม่ค้านำของออกมาขายกันอย่างอุ่นหนาฝาครั่ง ของที่นำมาขายส่วนใหญ่มีทั้งชองพื้นบ้านจำพวก ผัก ปลา และของป่า และก็มีของที่หาได้ทั่วไปอย่างในตัวเมือง วันนี้เป็นวันแรกของตินที่ออกมาขายของกับย่าของเขา ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลกประหลาดหากแต่ว่าเขาเคยมันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออด แต่นี่เขาอายุอานามก็ยี่สิบต้นๆ

เพิ่งจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งจากกรุงเทพมหานคร  ความจริงเขารู้อยู่แก่ใจว่าการมานั่งขายผักของนิสิตปริญญาตรีต้องมีคำถาม ต่างๆนาๆ ตามมาแน่ๆ แต่คนอย่างเขาไม่ได้แยแสกับคำพูดหรือปากชาวบ้านแต่อย่างใด

ฉึบๆๆ ฉับๆๆ ฉึบฉับๆ   มือซ้ายคอยเลื่อน มือขวาคอยสับ เป็นเสียงแม่ค้าขายไก่ทอดจากด้านหลัง ขยับซ้ายขวาท่าทีดูทะมัดทะแมง บ่งบอกถึงประสบการณ์ในวงการว่าทำมาหลายปี ยิ่งฟังก็ยิ่งเพลิน เสียงของมีดเข้ากระทบกับเขียง 

ด้านหน้าก็ใช่ย่อย มือซ้ายถือถุงขนาดเล็ก มือขวาตักน้ำจิ้ม คล่องแคล่ววิ่งไว ไม่ว่าจะมองไปทางไหนมีแต่ผู้คน ชำนาญการทั้งนั้น เขาจดแล้วก็มาสถดุดตากับอะไรบางอย่า จ้องมองไปรอบๆ  หวังให้เป็นการสำรวจเบื้องต้น เพื่อหาแนวทางในการขายแบบคนนั้นบ้าง เขาก้มลงมองสมุดไดอารี่ขอเขา แล้วก็เขียนบรรยายสัพคุณสำหรับการมาเรียนรู้

มะละกอราคาเท่าไรครับ  ดูเหมือนว่าผลของผลไม้มีการเปลี่ยนแปลงราคารอย่างรอบ

ระหว่างนั้นเขาก็ได้ยินเสียงทักทายขอพ่อค้าแม่ค้า สนทนากับย่าของเขาที่ห่างหายจากวงการขายผักไปสักระยะ เนื่องด้วยป่วยเป็นโรคฮิตของหมู่บ้านแห่งนี้ เขาว่ากันว่าอย่างนั้น โรคปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา อาการของมันจะเจ็บปวดตามข้อต่างๆของร่างกายคล้ายกับจะฉีดขาด โดยเฉพาะที่ข้อต่อบริเวณ หัวเข่า ข้อมือ ข้อนิ้ว ก็ด้วย นอกจากนี้ยังมีอาการตัวร้อนร่วมด้วย ถ้าเป็นเด็กไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ก็หายเป็นเป็นปกติ แต่กับผู้สูงอายุแล้ว 2 อาทิตย์ยังไม่หายก็มี

เสียงผ่านไปผ่านมาทักทายย่าเป็นระยะ พอให้บรรยากาศที่เงียบเหงาที่ทุเลาเบาลง กว่าจะขายของได้แต่ละที หลานชายอ่านหนังสือจบไปหลายหน้า นอกจากเสียงทักทายในด้านบวกที่ได้รับ ย่อมมากับเสียงด้านลบเป็นปกติตามประชาการทักทายสไตล์ไทย 

ไอ้หนู ทำไมมาขายผักหละเรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ (เสียงป้าคนหนึ่งเอ่ยทักทาย แต่หลานชายจำไม่ได้แล้วว่าเขาคือใคร) 

ผมเรียนจบแล้ว รอรับปริญญา มาช่วยย่าขายผักสักหน่อย (ในใจเขาอยากจะบอกว่ามา....เสือ.....ใส่เกือกอะไรด้วย)

ดูเหมือนคำถามนี้ก็มาไม่ขาดสายดั่งสายน้ำที่ไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ มันไม่มีวันหลุดตราบใดที่ยอดเขายังมีน้ำและตราบใดที่โลกมนุษย์ยังมีคนอยู่ เสียงคำถามของสังคม ยังคงดีงต่อไป ดีที่หลานชายคนนี้เข้าใจโลกพอสมควร ไม่ได้งุ่นงั่นกับปัญหาที่เกิดจากเสียงคำถามแต่อย่างใด ได้แต่แอบปลงในใจว่าเมื่อไร มนุษย์จะหมดไปสักที (มนุษย์ที่ชอบที่เปล่งเสียงแบบนี้ออกมา) 

 

เสียงใสแจ๋วแป๋วดังออกมาแต่ไกล เป็นเสียงเจ๊กุนเจ้าของแผงตลาดนัดแห่งงนี้กำลังเดินเก็บค่าเช่าแผง  อย่างทะมัดทะแมง 

 

ขายเป็นไงบ้างจ๊ะ พร้อมกับยื่นมือไปรับเงินจากแม่ค้า บางแผงก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะว่าบางแผงก็จ่ายรายเดือน 

เจ๊กุนยังคงเดินทักทายตามหน้าที่ ในมือถือกระเป๋าใบเล็กยิ่งเดินยิ่งได้ ทักทายไปเก็บเงินไป มันช่างดีเหลือเกิน 

อีกสักผักเจ๊กุนก็เดินมายังเบื้องหน้า ร้านขายผักของสองย่าหลาน เจ๊กุนกล่าวทักทายปกติพร้อมกับรับเงินมา

ย่าเอ่ยขึ้น หนูป้าจะมาขอต่อรองราคาค่าแผงสักหน่อย ป้าหายไปนานทำข้าวต้มขายไม่ได้แล้ว จะขอจ่ายเป็นรายเดือน

จะได้หยุดโดยไม่ต้องเกรงใจ ว่าแต่หนูจะให้ป้าเท่าไร  เจ๊กุนทำท่าทีคิดตรตรองสักพักก่อนจะเปล่งเสียงออกมาเจ้ดร้อนจ่ะ

ย่าทำท่าทีตกใจเจ็ดร้อยเลยเหรอหนู  ป้าขอต่อเหลือห้าร้อยได้ไหม เจ๊กุนทำท่าทีคิดอีกรอบ แล้วก็คุยกันสักพัก ก่อนจะบอกว่า โอเคจ่ะ เดี๋ยวจะไปลงในบัญชีให้ หลานชายที่อยุ่ในเหตุการณ์ตลอด ถึงกับหลุดยิ้มออกมาการต่อราคาของย่าที่ก็เอเรื่องเหมือนกันนะ ปกติถ้าเสียค่าแผงสามสิบวันวันละสามสิบบาท ก็ตกเป็นเงินทั้งหมดเก้าร้อยบาทที่ย่าหั่นราคาไปเกือบครึ่ง

เสียงเจ๊กุนยังคงดังวนเวียนไปรอบๆตลาด วันๆนึงเจ๊กุนน่าจะมีรายได้ขั้นต่ำสองพันบาท แค่เดินทักทายไม่กี่นาทีนี่มัน

เป็นอาชีพเสือนอนกินในฝันของใครหลายคน

.....เสียงสับไก่ ฉึบๆฉับๆ ฉึบฉับๆๆ  เสียงรัดยางดังเปรี้ยะ เมื่อยางกระทบถุงพลาสติก เสียงดังฉี่เมื่อแม่ค้าเอาแมลงลงไปทอด ตักขึ้นมาแล้วเอาฟ็อกกี้พ่นไปสักสามฝืด พอให้เค็มๆถูกใจลูกค้า เสียงคนเริ่มเซ็งแซ่วุ่นวายขึ้นมาบ้าง แต่แผงผักของย่าหลานไม่ได้เป็นไปตามสถานการณ์แต่อย่างใด นานๆทีจะมีลูกค้าผ่านพบมาเพราะของที่ย่าหลานขาย ดูเหมือนจะยอดฮิตไม่เบา หันไปซ้ายขวาหน้าหลัง ก็มีแต่ผักสีเขียว เหลียวไปไหนก็เจอ หลานชายแปลกใจแล้วก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไป 

.....เสียงดนตรีที่เปิดออกผ่านลำโพง เล็กๆกำลังเคลื่อนที่มจากมุมซ้ายของตลาดนัด พร้อมกับเสียงร้องเพลงจากชายคนหนึ่ง ข้างหนึ่งจับไมค์อีกข้างถือไม้เท้า เสียงนั้นค่อยๆเคลื่อนไปข้างหน้า โดยมีคนพยุงอยู่ด้ายหลังให้เดินไปยังทิศทางเบื้องหน้าง่ายขึ้น เมื่อผู้คนได้แค่ได้ยินเสียงเพลง ผู้คนก็ล้วงตะกร้าเงิน ล้วงกระเป๋าเพื่อเตรียมเศษเงินที่พอมีอยู่บ้าง 

เตรียมบริจาคให้ชายพิการรายนี้  สองคนย่าหลานก็ตระเตรียมเงินไว้เช่นกัน  เมื่อชายพิการเริ่มเข้ามาใกล้ สองย่าหลานกยืนขึ้น แล้วค่อยๆคล้อยมือใส่ลงไปในกระป๋อง แล้วเสียงนั้นก็ผ่านไปส่วนใหญ่ใช่เสียงร้องแต่เป็นเสียงดนตรีที่เปิดคลอไปเสียมากกว่า ย่าได้พูดขึ้น ทำไมคนพิการไม่ต้องใส่แว่น ตาบอดจริงหรือป่าวก็ไม่รู้แต่ก็ช่างเถอะ เราตั้งใจทำบุญ หลานก็สวนขึ้รทันฟันว่า คนตาบอดไม่จำเนต้องใส่แว่นดำ และเราก็ไม่จำเป็นเพราะเราตั้งใจที่จะให้ คิดไปก็เท่านั้น

ตอนนี้ฟ้าก็ใกล้มืดแล้ว แต่ยังมีแสงไฟนีออนทำห้าที่ของมัน ทำให้บรรยากาศไม่ได้มืดครึ่มอย่างที่ควรจะเป็น เสียงก็อกแก็กๆ แม่ค้าทยอยกันเก็บของ แผงข้างๆขายขนมหวานได้หลายถุงเลย แต่แผงตรงข้ามขายแทบไม่ได้เช่นกัน  เสียงย่าหลานคุยกัน ว่าวันนี้พอแค่นี้ดีกว่า ย่าก็ทยอยเก็บของและหลานก็ไปเอารถซาเล้งมารอรับที่ข้างๆแผง 

เสียงที่ตลาดนัดยังคงมีอยู่ ตราบใดที่มีคนขาย ตราบใดที่มีคนซื้อ เสียงก็ไม่เคยห่างหายไปจากตลาดแห่งนี้

ผลงานอื่นๆ ของ หนุ่มจันท์

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น