ตอนที่ 92 : ภาค 2 ตอนที่ 18 กระบี่ไม้ไสยเวทย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20648
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1441 ครั้ง
    3 ก.พ. 61

หลังจากนั้นเมอร์ลินก็ใช้เวลาไปกับทำความเข้าใจในท่วงท่าของซามัว

 

            บันทึกการเคลื่อนไหวของซามัวในดวงตาเลเมเกทันในถูกฉายซ้ำไปซ้ำมา

 

เมอร์ลินนั้นทำความเข้าใจในท่วงท่านี้อย่างต่อเนื่อง

 

            การเคลื่อนไหวที่ล้ำลึกนี้ เต็มไปด้วยนัยยะที่ไม่ธรรมดา

 

            ด้วยความสามารถของเมอร์ลินและดวงตาเลเมเกทันในที่สุดความพยายามของเขาก็สำฤทธิ์ผล

 

            เมอร์ลินสามารถวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของซามัวเป็นอักขระเวทย์ได้นับร้อยวิถี แต่ละวิถีนั้นประกอบด้วยข้อมูลที่ลึกล้ำเป็นอย่างมาก หากไม่ได้ความสามารถของดวงตาเลเมเกทัน เมอร์ลินนั้นย่อมยากที่จะทำความเข้าใจความนัยนี้

 

            เมอร์ลินลืมตาขึ้นหลังจากนั่งสมาธิ หลังของเขายืดเหยียดตรง ดวงตามีประกายราวกับแสงของกระบี่

 

            ต้นไม้ธาตุลมภายในร่างเกิดความสั่นไหว อำนาจของลมแผ่กระจายออกไปจนทำให้เสื้อผ้าพลิ้วไหวราวกับเซียน คลื่นลมพัดหมุนออกไปทั้งแปดทิศโดยมีเมอร์ลินเป็นศูนย์กลาง

 

            ทันทีที่เมอร์ลินดีดตัวออกไป อากาศก็เกิดคลื่นเป็นชั้นๆ

 

            เมอร์ลินย่างเท้าออกไปหนึ่งก้าวร่างก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ใต้ฝ่าเท้าของเขานั้นปรากฏพลังเวทย์เป็นรูปร่าง

 

            ใต้ฝ่าเท้าของเมอร์ลินนั้นมีพลังเวทย์ก่อเป็นรูปดวงจันทร์สลัวๆ ปรากฏอยู่

 

            ทันทีที่เมอร์ลินก้าวออกไปหนึ่งก้าว ดวงจันทร์ใต้ฝ่าเท้านั้นก็เปล่งแสงทะลวงผ่านอากาศ

 

            ร่างของเมอร์ลินพลันปรากฏไปข้างหน้าเกือบ 800 เมตรอย่างรวดเร็ว

 

            เมอร์ลินหรี่ตาลง ภายในใจเกิดความรู้สึกตื่นเต้น

 

            เมื่อเมอร์ลินย่ำเท้าอีกหนึ่งครั้ง ดวงจันทร์ก็ปรากฏครอบคลุมฟ้า ย่างเท้าบนดวงจันทร์ แสงสว่างอันนวลผ่องพวยพุ่งสู่ตำแหน่งที่ไกลออกไป

 

            แม้ว่าการเคลื่อนไหวนี้จะด้อยกว่าซามัว แต่มันก็มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ความเร็วนี้นับว่ารวดเร็วยิ่งกว่าการใช้เวทย์มิติเสียอีก มิหนำซ้ำยังใช้พลังเวทย์ที่สิ้นเปลืองน้อยกว่า

 

            นั่นเป็นเพราะเมอร์ลินได้ใช้การควบรวมของวิชาเดินชมจันทร์และพลังของต้นไม้ธาตุลม บวกกับท่วงท่าของซามัวที่แฝงไปด้วยอำนาจอักขระร้อยกว่าวิถี

 

            กระบวนท่าการเคลื่อนไหวนี้จึงทำได้สำเร็จ

 

            “ข้าจะตั้งชื่อวิชานี้ว่า ท่าเท้าแสงจันทร์” เมอร์ลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

            ท่าเท้าแสงจันทร์นั้นตั้งตามลักษณะของการเคลื่อนไหว ทันทีที่เมอร์ลินย่างเท้าออกไปหนึ่งก้าว ใต้ฝ่าเท้าของเขานั้นจะปรากฏแสงที่ราวกับแสงจันทร์ มันจึงเป็นที่มาของชื่อนี้

 

            เพียงการก้าวหนึ่งก้าวเมอร์ลินก็สามารถเคลื่อนที่ไปไกลถึง 800 เมตร หากก้าวซัก 100 ก้าว เขาก็สามารถไปได้ถึง 80 กิโลเมตรได้ภายในไม่กี่อึดใจ

 

            ดังนั้นแล้วเมอร์ลินจึงภูมิใจกับความสำเร็จนี้เป็นอย่างมาก

 

            ในอดีตเมอร์ลินนั้นเป็นผู้ฝึกตนที่เน้นแต่การบ่มเพาะ เขานั้นไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก ตัดขาดจากทุกสิ่ง

 

            นอกจากวรยุทธ์ทั้งสองวิชาแล้ว เมอร์ลินก็แทบจะไม่ได้เรียนวิชาเซียนต่อสู้ใดๆ เลย

 

            วิชาตัวเบาเดินชมจันทร์และวิชากระบี่ธุลีดินนั้นเป็นเพียงวรยุทธ์ของมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น หาใช่วิชาเซียนไม่ มันจึงไม่ได้มีอานุภาพที่เลอเลิศมากนัก

 

            วิชาเหล่านี้นั้นแทบจะเทียบกับวิชาเซียนระดับมนุษย์ไม่ได้ด้วยซ้ำ

 

            ภายใต้การพัฒนาของวิชาท่าเท้าแสงจันทร์นั้นสามารถเทียบได้เท่ากับวิชาเซียนระดับมนุษย์ระดับสูงได้

 

            สิ่งนี้จึงทำให้เมอร์ลินได้รับประโยชน์มหาศาล เขาจึงดูเบิกบานและมีความสุขจนปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้า

 

            ระหว่างที่เมอร์ลินใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไพรีอัสแห่งนี้ เขาก็ได้สำรวจจิตเวทย์ที่เขาได้รับมา

 

            จิตเวทย์ระดับ 6 และ 7 จำนวนมาอยู่ในแหวนเวทย์ของเมอร์ลิน

 

            ในตอนนั้นเองเมอร์ลินก็ได้เหลือบเห็นจิตเวทย์ก่อนหนึ่งที่ส่องแสงสลัวสีเทาวูบวาบ เขาหยิบจิตเวทย์ก้อนนั้นขึ้นมาและพิจารณา

 

            “นี่คือจิตเวทย์ระดับ 7 มันเป็นจิตเวทย์ของจ่าฝูงสัตว์อสูรปรสิตหนอนซากศพ”

 

            เมอร์ลินจำได้ว่าจ่าฝูงสัตว์อสูรปรสิตหนอนซากศพนี้เป็นสัตว์อสูรที่กำจัดได้ยากที่สุด

 

            จ่าฝูงสัตว์อสูรปรสิตหนอนซากศพนั้นเป็นสัตว์อสูรหนอนยักษ์ที่มีร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความร้อน ไอร้อนในตัวมันพุ่งออกมาจากรูขุมขนอยู่ตลอดเวลา หนอนซากศพนั้นมีลักษณะเป็นหนอนที่น่าเกลียด ผิวหนังของมันปรากฏลวดลายคล้ายกับใบหน้าของมนุษย์ที่กำลังหวีดร้อง ทำให้ผู้มองขนลุกชูชันไปทั้งร่าง

 

            เมื่อใดที่จ่าฝูงหนอนซากศพขยับตัวก็จะเกิดเสียงราวกับหวีดร้อง พิษที่อยู่ในร่างระเหยออกมาเป็นไอควัน พลังเวทย์อันน่าสะอิดสะเอียนพลุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา ข่มขู่คู่ต่อสู้ให้ตกอยู่ในความหวาดกลัวอย่างแท้จริง

 

            เมอร์ลินสามารถกวาดผ่านร่างของมันได้โดยเสียหนึ่งหยดเหงื่อ แต่ทว่าเมื่อตัดผ่าร่างของจ่าฝูงหนอนซากศพออกจากกัน จ่าฝูงหนอนซากศพนั้นก็กลายเป็นแบ่งร่างเป็นสอง ทุกครั้งที่ทำการกวาดผ่านจ่าฝูงหนอนซากศพก็จะเพิ่มจำนวนขึ้นทุกครั้ง

 

            จนในที่สุดเมอร์ลินถึงกับต้องลงมืออย่างจริงจัง พลังการสั่นสะเทือนและอำนาจแห่งลมถูกใช้ควบรวมกันจนถึงขีดสุด กวาดผ่านและเขย่าร่างของจ่าฝูงหนอนซากศพจนละเอียดไม่มีชิ้นดี สุดท้ายจึงหลงเหลือเพียงจิตเวทย์ก้อนหนึ่งเท่านั้น

 

            “ตอนนี้ข้าขาดอาวุธคู่กาย หอกลองกินุสนั้นเป็นอาวุธที่โดดเด่นสะดุดตาเกินไป การจะสืบเรื่องของเอริกนั้นจำเป็นจะต้องทำอย่างเงียบเชียบ ดังนั้นแล้วข้าจึงต้องหาอาวุธประจำตัวชิ้นใหม่” เมอร์ลินกล่าวอย่างเยือกเย็น เขายืนเหยียดหลังตรงอยู่บนผาสูงของภูเขาลูกหนึ่ง สีหน้าที่สงบ ดวงตาที่เยือกเย็นลึกล้ำเป็นพิเศษ ทำให้เขามีลักษณะที่สูงส่งปานเทพ

 

            สายลมปะทะกับใบหน้าอันอ่อนเยาว์ เสื้อคลุมยาวกระพือไปตามสายลม สายตาที่ลึกล้ำนั้นมองไปยังเบื้องล่าง

 

            ในตอนนั้นเองดวงตาของเขาก็เปล่งประกายออกมา

 

            เมอร์ลินย่ำเท้ากลางอากาศ แสงของดวงจันทร์ก็ปรากฏอย่างนวลผ่อง ย่างเท้าบนดวงจันทร์ พวยพุ่งไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พริบตาร่างก็ปรากฏในตำแหน่งที่ต้องการ

 

            เมอร์ลินชี้นิ้วเป็นดัชนีและตวัดวาดผ่านในอากาศที่ว่างเปล่า ปลายนิ้วปรากฏแสงที่ราวกับเส้นไหมปะทุออกมา ความแหลมคมกรีดผ่านอากาศจนกลายเป็นพลังทำลาย

 

            ต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้าพลันถูกตัดแบ่งและแกะสลักอย่างรวดเร็ว

 

            แกนกลางของต้นไม้อายุหลายร้อยปีต้นนี้ถูกเส้นไหมของเมอร์ลินแกะสลักเป็นรูปของกระบี่

 

            เมอร์ลินต้องการที่จะทำกระบี่ไม้ แต่ทว่ากระบี่ไม้นี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

 

            “พลังขั้นแตกหน่อนี้สามารถทำอาวุธไสยเวทย์ที่ดีได้ชิ้นหนึ่ง แม้ว่าข้าจะขาดวัตถุดิบอยู่หลายอย่าง แต่ข้าก็เชื่อว่าทรัพยากรที่อยู่ในแหวนเวทย์นี้บวกกับอำนาจของพลังอักขระสามารถสร้างอาวุธที่ดีชิ้นหนึ่งได้” เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไม่สั่นไหว

 

            เมอร์ลินต้องการผนวกศาสตร์ของเซียนและศาสตร์ของเวทมนต์เข้าด้วยกัน

 

            แม้ว่านี่จะเป็นการลองผิดลองถูก แต่มันก็เป็นการลองที่ไม่มีผลเสียต่อเขา หากล้มเหลวก็แค่ถือว่าเป็นโชคที่ไม่ดีเท่านั้น

 

            เมอร์ลินหลับตาและทำความเข้าใจหาอักขระที่เหมาะสมกับศาสตร์การสร้างอาวุธไสยเวทย์

 

            เมอร์ลินใช้เวลาราวครึ่งวัน ในที่สุดก็ได้อักขระร้อยวิถีที่เหมาะสมในการทดลอง

 

            ซากศพของสัตว์อสูรชั้นสูงและจิตเวทย์ของสัตว์อสูรจ่าฝูงหนอนซากศพถูกนำออกมา

 

            วงเวทย์จำนวนมากถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกลั่นทรัพยากรเหล่านี้

 

            เมอร์ลินมือหนึ่งครั้ง อักขระเวทย์ที่แสงสีเขียวถูกเขียนเรียงรายออกมาในพริบตา

 

เพียงเสี้ยววินาทีอักขระเวทย์นับร้อยวิถีก็ปรากฏต่อสายตา

 

เมอร์ลินใส่จิตเวทย์ลงไปในกระบี่ไม้ด้วยพลังของอักขระขั้นสีเขียว ผู้ใช้อักขระขั้นสามารถรังสรรค์จิตเวทย์เข้าไปในสิ่งของใดๆ ก็ได้ ความสามารถนี้จึงทำให้ผู้ใช้อักขระเป็นที่น่ายำเกรงของผู้คน

 

ทันทีที่จิตเวทย์ระดับ 7 สีเทาผสานเข้ากับกระบี่ไม้นั้น พลังเวทย์ที่มหาศาลก็ปะทุออกมาราวกับเขื่อนแตก

 

กระบี่ไม้นั้นคือสิ่งของธรรมดาชิ้นหนึ่ง แน่นอนว่ามันไม่สามารถรองรับพลังที่เทียบเท่ากับจอมเวทย์ระดับกลางได้ กระบี่ไม้นั้นเริ่มที่จะปริแตกและระเบิดออกจากกัน

 

เมอร์ลินรีบสะบัดมือเคลื่อนอักขระเวทย์นับร้อยวิถีเข้าครอบคลุมกระบี่ไม้นั้นทันที

 

บรรยากาศรอบข้างนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน การกระทำของเมอร์ลินนั้นนับว่าท้าทายสวรรค์เป็นอย่างมาก

 

กระแสพลังมหาศาลไหลเชี่ยวรอบกระบี่ไม้

 

เมอร์ลินบริกรรมคาถา เปล่งเสียงอำนาจของพลังขอบเขตขั้นแตกหน่อออกมา

 

เสียงของเมอร์ลินนั้นราวกับพลังของเซียน ทุกทุกคำเอ่ยนั้นแผ่กลิ่นอายที่น่าเกรงขาวออกมา พลังปราณเซียนเอ่อล้นเป็นคลื่นแผ่ออกไปและผสานเข้ากับกระบี่ไม้

 

ตัวกระบี่ไม้ทอแสงประกายสีเทาออกมา รอบๆ กระบี่ไม้นั้นบังเกิดการไหลเวียนของพลังเวทย์ที่แสนน่ากลัว

 

พลังเวทย์ปะทุสูงขึ้นเรื่อยๆ เมอร์ลินนำซากสัตว์อสูรที่ผ่านการกลั่นนั้นโยนเข้าไปในขอบเขตของกระบี่ไม้

 

ภายใต้การขับเคลื่อนพลังอันมหาศาลดึงดูดซากสัตว์อสูรที่ผ่านการกลั่นนั้นเข้าไปในตัวของกระบี่ไม้

 

ซากสัตว์อสูรเหล่านั้นแทรกซึมเข้าไปผ่านรอยปริแตกร้าว

 

กระบวนการนี้ถูกดำเนินซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ 3 วัน

 

ในที่สุดกระบี่ไม้เล่มนั้นก็ทอแสงประกายสีเงินออกมา แสงสีเงินเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์แผ่ไปทั่วทั้งอากาศ

 

ตัวกระบี่ปรากฏพลังอักขระไหววูบอย่างเลือนราง เปล่งประกายอำนาจที่น่ากลัวยากหยั่งลึก

 

เมื่อแสงทั้งหมดจางหาย เบื้องหน้าของเมอร์ลินก็ปรากฏกระบี่ไม้ธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเล่มหนึ่ง

 

เมอร์ลินคว้ากระบี่ไม้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความร้ายกาจนี้ขึ้นมาและมองด้วยสายตาพิจารณา

 

“ดี ดี ดี เป็นกระบี่ที่ยอดเยี่ยม” เมอร์ลินยิ้มและเอ่ย

 

แต่ทันใดนั้นเองกระบี่ไม้ในมือก็เปล่งพลังเวทย์ที่เกรี้ยวกราดออกมาอย่างเดือดพล่าน

 

เมอร์ลินหรี่ตาลงและมองอย่างเย็นชา

 

“จ่าฝูงหนอนซากศพเจ้านับว่าเป็นตัวตนที่ร้ายกาจ แต่โชคร้ายที่เจ้ามาเจอกับข้า ข้าจะปราบการพยศของเจ้าเอง”

 

กล่าวจบเมอร์ลินก็ระเบิดพลังเวทย์ที่ยากหยั่งลึกออกมา พลังนี้ผสานไปด้วยกลิ่นอายของพลังอักขระขั้นสีเขียว พลังเวทย์มหาศาลพรั่งพรูออกมากดขี่กระบี่ไม้ที่อยู่ในมือ

 

ทันใดนั้นเองแสงสีเงินที่เกรี้ยวกราดก็กลายเป็นอ่อนแรงลง วิญญาณของจ่าฝูงหนอนซากศพนั้นนับได้ว่าถูกเมอร์ลินสยบเข้าแล้ว

 

“จงรับรู้เอาไว้ว่าต่อไปนี้ข้าจะเป็นนายของเจ้า” เมอร์ลินกล่าวต่อกระบี่ไม้ อารมณ์ในดวงตาเย็นชาอย่างฉับพลัน

หลังจากนั้นกระบี่ไม้ก็ปราศจากความก้าวร้าวอีกต่อไป

 

กระบี่ไม้นี้ถูกสร้างขึ้นมาจากจิตเวทย์ของจ่าฝูงหนอนซากศพเป็นแกนหลัก ภายในกระบี่นั้นมีจิตวิญญาณของจ่าฝูงหนอนซากศพ แน่นอนว่ามันย่อมสามารถถูกเรียกว่าอาวุธวิญญาณชิ้นหนึ่งได้

 

ความแข็งแกร่งของอาวุธวิญญาณนั้นแตกต่างกันขึ้นอยู่กับจิตวิญญาณในอาวุธ

 

อาวุธวิญญาณที่ก่อเกิดโดยธรรมชาติส่วนมากนั้นจะมาจากตัวตนที่ยิ่งใหญ่ แต่กระบี่ไม้ที่เมอร์ลินสร้างขึ้นนั้นมีจิตวิญญาณของสัตว์อสูรระดับ 7 ที่สามารถเทียบเท่าได้กับจอมเวทย์ระดับกลาง พลังของมันจึงไม่อาจดูแคลนได้

 

เมอร์ลินติดสินใจใช้จิตเวทย์ก้อนนี้เป็นเพราะเขามีเหตุผลซ่อนอยู่

 

ร่างเล็กย่างเท้าก้าวหนึ่งขึ้นไปบนอากาศ ร่างก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เขาลอยตัวอยู่เหนือภูเขาลูกหนึ่งที่อุดมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่

 

มือขวาจับกระบี่ไม้ไว้แน่น นัยน์ตามีแสงแวววาวลึกล้ำยากหยั่งถึง ขับเคลื่อนพลังปราณเซียนพลั่งพลูออกมาอย่างน่าหวาดหวั่น

 

กระบี่ไม้ถูกห่อหุ้มและควบแน่นด้วยพลังปราณเซียนระดับเริ่มแรกของขั้นแตกหน่อ กระบี่ไม้ปรากฏรังสีที่เยือกเย็นออกมาครอบคลุมท้องฟ้า

 

เมอร์ลินต้องการทดสอบประสิทธิภาพของกระบี่ไม้ที่เป็นอาวุธวิญญาณชิ้นแรกที่สร้างขึ้นมา

 

เพลงกระบี่ธุลีดิน “เถ้าธุลีโหมกระหน่ำ”

 

ภายใต้การขับเคลื่อนพลังมหาศาล ลำแสงกระบี่ปะทุอย่างเจิดจ้า ฟ้าดินมืดครึ้มอย่างฉับพลัน

 

กระบี่ไม้ในมือของเมอร์ลินพุ่งออกไปและแตกสลายเป็นชิ้น เปล่งประกายรังสีกระบี่ที่น่าเกรงขามออกมา

 

ความสามารถนี้มัน!

 

นี่คือความสามารถของจ่าฝูงหนอนซากศพ ความสามารถของการแตกตัวนับไม่ถ้วน

 

กระบี่ไม้แตกกระจายเป็นกระบี่เล็กๆ นับพันเล่มทะลุชั้นเมฆ

 

กระบี่เล็กๆ นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่เอ่อล้นออกมา ก่อเกิดรูปลักษณ์ของปราณกระบี่นับพันเล่มที่เฉียบคมราวกับใบมีดศักดิ์สิทธิ์

 

เมอร์ลินยืดหลังตัวตรงและสะบัดมือออกไปหนึ่งครั้ง

 

พันกระบี่พลันเคลื่อนไหวราวกับฝูงผึ้งตัดผ่านอากาศพุ่งทแยงลงมาราวกับสะเก็ดดาวที่ตกลงมาจากเส้นขอบฟ้า

 

ภูเขาลูกนั้นกลายเป็นเป้าหมายทดสอบพลังของเมอร์ลิน

 

อำนาจกระบี่นับพันพุ่งทะลุทลวงออกมากวาดผ่านภูเขา อำนาจพลังมหาศาลแผ่ออกไปอย่างรวดเร็ว

 

ตูม! ตูม! ตูม!

 

ภายในเสี้ยววินาทีคลื่นพลังกระบี่ที่ทำให้ผู้คนหวาดหวั่นทำให้ภูเขาลูกนั้นทั้งหมดพังทลายอย่างราบคาบ คมกระบี่ตัดผ่านทุกทิศทางที่เมอร์ลินควบคุม

 

กระบี่นับพันกลายเป็นฝูงสัตว์ร้ายที่แสนเชื่องของเมอร์ลิน

 

เมอร์ลินสามารถกวาดผ่านภูเขาทั้งลูกได้โดยการลงมือหนึ่งกระบวนท่า

 

กระบี่ไม้เล่มนี้สามารถรองรับพลังขั้นแตกหน่อของเมอร์ลินได้ มิหนำซ้ำมันยังใช้ได้ดีกับวรยุทธ์ของเขา

 

ด้วยประสิทธิภาพของกระบี่ไม้เล่มนี้ทำให้เพลงกระบี่ธุลีดินกระบวนท่านี้มีพลังเทียบเท่ากับวิชาเซียนระดับมนุษย์ขั้นสูงได้

 

“ดี ดี ดี” เมอร์ลินคำรามออกมาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาของเขาปรากฏความเข้าใจบางอย่างที่ลึกซึ้ง

 

อีกสามวันก็จะเป็นวันเดินทาง เมอร์ลินจึงมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านของเมย์

 

วันเดินทาง

 

ทั้งเมย์และวินสันต่างเตรียมตัวพร้อมแล้ว เมอร์ลินได้มอบแหวนเวทย์ให้แก่ทั้งสองคนละวงเป็นจัดเก็บข้าวของส่วนตัว

 

การใช้จ่ายของเมอร์ลินนั้นแทบจะทำให้ผู้คนบ้าคลั่ง เขาสามารถแจกจ่ายแหวนเวทย์ได้อย่างฟุ่มเฟือยราวกับไม่คิดอะไร ควรรู้ไว้ว่าแหวนเวทย์วงหนึ่งมีมูลค่าเกือบสองล้านเซนี่ เงินจำนวนนี้สามารถทำให้คนธรรมดาอยู่ได้อย่างสุขสบาย

 

ผู้คนควรต้องกระอักเลือดกับการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยของเด็กน้อยคนนี้

 

แหวนเวทย์นั้นเป็นสิ่งของที่หายากสำหรับคนธรรมดา แต่ไม่ใช่เมอร์ลิน

 

เมอร์ลินนั้นสามารถผลิตแหวนเวทย์ออกมาจำนวนเท่าไหร่ก็ได้ นั่นเพราะเขาคือผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว แหวนเวทย์ที่เขาผลิตออกมาแน่นอนว่ามันนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าแหวนเวทย์ที่ขายกันในตลาด

 

ว่ากันว่าแหวนเวทย์ที่ผลิตด้วยผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว มีเพียงเชื้อสายราชวงศ์หรือกษัตริย์เท่านั้นที่มีมันไว้ครอบครอง

 

เมอร์ลินสามารถผลิตแหวนเวทย์ออกมาได้อย่างง่ายดาย เพียงการหาซื้อแหวนที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป หากเป็นแหวนที่ผลิตจากแร่ที่ดีประสิทธิภาพในการรองรับพลังก็จะมากขึ้น มิติพื้นที่อยู่ในแหวนเวทย์ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย

 

สองผัวเมียเดินออกมาจากบ้านอย่างยิ้มแย้ม

 

เมย์ส่งรอยยิ้มที่อบอุ่นให้แก่เมอร์ลินที่ยืนรออยู่แล้ว

 

เด็กน้อยนั้นมีบุคลิกที่เกินไว้ แม้รูปลักษณ์จะเป็นเพียงเด็กวัยสิบขวบ แต่เขากลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้สูงส่ง

 

ใบหน้าที่เปล่งปลั่งอ่อนเยาว์บวกกับดวงตาที่ส่องประกายราวกับดวงดาว เปล่งประกายรัศมีที่เหนือกว่าคนทั่วไป

 

เมอร์ลินยืนสองมือไพล่หลังหลังยืดเหยียดตรง ชุดคลุมสีขาวพลิ้วลู่ไปตามลม ท่าทางดั่งเซียนที่ล่องลอย เปล่งรัศมีที่ทำให้คนธรรมดาไม่กล้าเข้าใกล้

 

แม้ว่าเมอร์ลินจะใช้อำนาจของรอยสักรูปเถาวัลย์ปกปิดการบ่มเพาะ แต่รัศมีและกลิ่นอายของเขาก็ยังทำให้ผู้คนรู้สึกยำเกรงอยู่ดี

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.441K ครั้ง

29,456 ความคิดเห็น

  1. #29361 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 14:17
    แกจะอายุ 10 ขวบไปนานๆ แข่งกับเจ้าเด็กแว่นมหาภัยในตำนานสินะ
    #29361
    0
  2. #25640 Archarat_TT__TT (@Archarat_TT__TT) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 09:43
    เด็ก10ขวบยืนมือไขว้หลังน่าเกรงขามอะจ้าาาเเก่เเดด
    #25640
    0
  3. #24667 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 00:22

    Thank you

    #24667
    0
  4. #23626 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 12:20
    ไม่ตั้งชื่อให้ดาบไม้สักหน่อยละ
    #23626
    0
  5. #22759 แค่คนหัวฟูๆ (@tttchaittt) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 23:47
    ทำแหวนกะอาวุทวินญานขายถุกๆซิประเทศจิได้เดือดไปทุกหย่อม
    #22759
    0
  6. #22434 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 21:30
    ขอบคุณครับ
    #22434
    0
  7. #21566 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:00
    อยากให้ตั้งชื่ออาวุธก้วยอ่ะะ
    #21566
    0
  8. #21523 Ujbh (@Ujbh) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:19
    รีไรท์แล้วสนุกมากเลย
    #21523
    0
  9. #21522 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:25
    ชอบๆๆๆๆ
    #21522
    1
  10. #21521 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:30
    รออออออ
    #21521
    0
  11. #21519 oiltipomsomsuay (@oiltipomsomsuay) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:34
    รอๆๆค่ะ
    #21519
    0
  12. #21518 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:57
    ขอบคุณจ้า
    #21518
    0
  13. #19549 SSK[a]wt (@sskawt) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 22:20
    เมอร์~~~ เป็นนางเอกเลยยยย
    #19549
    0
  14. #19270 SKNdragon (@skndragon) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 18:16
    ไม่นะ. หวังว่าเมอลินคงไม่กลายเป็นนางเอกไปนะ บรื๋อ~ ขนลุกแปป
    #19270
    0
  15. #18151 ติ๊กมั้ง (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 11:32
    หลิวอี้เฟย รูปนี้จากเรื่องไรอ่ะ.....คุ้นๆตา นึกไม่ออก
    #18151
    1
    • #18151-1 กกก (จากตอนที่ 92)
      24 ธันวาคม 2559 / 13:23
      มังกรหยก 2008
      #18151-1
  16. #16113 ตะลึงเซียวเล้งนึ้งงดงามหยดย้อย (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 09:53
    เอ๊ะเออออออ๋....

    เมอลินกลายเป็นสาวสวยระดับนางฟ้าหลิวอี้เฟย
    #16113
    0
  17. #15858 kik-kik-saranung (@watptr45) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 22:00
    โอ้ มาแต่งต่อแล้ว
    #15858
    0
  18. #15846 เงาเง้าเงา (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 09:48
    เห็นแววลางๆว่าอาเธอร์ต้องตกหลุมรักเมอร์ลินแหงมๆ
    #15846
    0
  19. #15422 suicuppum (@demnation) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 19:51
    เหมือนจำได้ลางๆว่า หมู่บ้านที่พระเอกช่วยจากไข้ผลึกจะมีอนาคตนะ? ที่บอกว่ารูปปั้นเด็กน้อยจะเป็นสัญญาลักษณ์ของเมืองอะไรประมาณนี้อะคะ ถ้าจำผิดก็ขอโทษด้วยนะคะ สนุกมากๆๆ
    #15422
    0
  20. #15280 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 06:22
    ออกโรงด้วยร่างหญิง อิ อิ
    #15280
    0
  21. #15238 น้ำทิพย์ (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 20:26
    เข้ามารออ่านเป็นรอบที่ 5. เมื่อไรจะมาต่อค่ะท่านอาจารย์

    #15238
    1
  22. #15237 น้ำทิพย์ (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 20:26
    เข้ามารออ่านเป็นรอบที่ 5. เมื่อไรจะมาต่อค่ะท่านอาจารย์

    #15237
    0
  23. #15232 Ofreedom00 (@Ofreedom00) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 13:01
    ได้โปรด อย่าทำแบบนี้ ตะเตือนไตT-T
    #15232
    0
  24. #15231 bookmail (@bookmail) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 11:20
    ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง...คับ
    #15231
    0
  25. #15230 Pokie_wiva (@cookieship) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 10:32
    เมอร์ลิน กลายเป็น หญิงงาม อร๊ายยยย.... อาเธอร์อย่าหลงเสน่ห์นะ อิอิ
    #15230
    0