ตอนที่ 91 : ภาค 2 ตอนที่ 17 ข่าวลือของเอริก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1432 ครั้ง
    1 ก.พ. 61

ทันทีที่เขาออกมาเขาก็รู้สึกวินเวียนและมึนงงเล็กน้อย การข้ามผ่านมิตินั้นสร้างความปั่นป่วนให้แก่ร่างกาย หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแน่นอนว่าจะต้องพบกับปัญหานี้

 

เมอร์ลินทำการปรับสภาพร่างกายของเขาอยู่ครู่หนึ่งและกวาดสายตามองไปรอบๆ

 

ที่นี่คือลานหน้าบ้านของเอริก

 

แต่สิ่งที่ทำให้เมอร์ลินประหลาดใจนั้นก็คือบานประตูทุกบานของบ้านนั้นถูกตีทับด้วยไม้รูปกากบาท สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าบ้านนี้กำลังถูกปิดตาย

 

เมื่อสังเกตดูสภาพบ้าน เมอร์ลินก็พบว่าบ้านของเอริกนั้นทรุดโทรมลงเป็นอย่างมาก

 

มันหมายความได้ว่าเอริกไม่ได้อยู่ที่นี่

 

แล้วเขาหายไปไหน?

 

เมอร์ลินขมวดคิ้วเข้าหากันและสงสัยอย่างเงียบๆ

 

เมื่อเอริกไม่อยู่เมอร์ลินจึงเดินทางไปยังบ้านของเมย์

 

บ้านของเมย์นั้นอยู่อีกฟากหนึ่งของเมือง เมอร์ลินจำเป็นต้องเดินข้ามผ่านใจกลางเมืองหรือจะเลือกที่จะเดินอ้อมไป ซึ่งนั่นไม่ใช่ความคิดที่เมอร์ลินจะทำอย่างแน่นอน

 

เมอร์ลินออกเดินทางอย่างใจเย็น เขาค่อยๆ สังเกตสิ่งที่เปลี่ยนไปรอบๆ ของเมืองนี้ เมื่อไปถึงใจกลางเมืองแน่นอนว่าไม่มีใครจดจำเขาได้ นั่นเพราะเมอร์ลินไม่ใช่ชาวเมืองนี้อยู่แล้ว อีกทั้งเรื่องที่เขาเคยเป็นผู้ติดตามของอาเธอร์นั้นก็ผ่านมานาน เพียงคนรับใช้คนหนึ่งย่อมไม่เป็นที่น่าใส่ใจของผู้คน

 

 แต่เมื่อเมอร์ลินเดินทานร้านบาร์แห่งหนึ่งในเมือง เขาก็ได้ยินเรื่องที่น่าสนใจสำหรับเขา

 

มันเป็นบทสนทหนึ่งของชายสองคนที่กำลังพูดคุยกันอย่างถูกคอในหัวข้อเรื่องของเอริก

 

เมอร์ลินหยุดและตั้งใจฟังบทสนานี้

 

“เจ้าว่าตอนนี้ท่านเอริกอยู่ไหน?” ชายผู้เต็มไปด้วยหนวดเคราเอ่ยถามเพื่อนของเขาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

“นี่เจ้ายังเรียกคนๆ นั้นว่าท่านอยู่อีกหรอ เขาคือคนทรยศ เขาเป็นกบฏของแผ่นดิน หากไม่ใช่เพราะความโลภของเขาอาณาจักรของเราก็คงไม่ตกอยู่ในความวุ่นวายเช่นนี้” ชายรูปร่างผอมแห้งกล่าวอย่างมีอารมณ์ เ

 

เมอร์ลินได้ฟังคำพูดเหล่านั้นก็อดที่จะรู้สึกขุ่นเคืองไม่ได้ เขาหรี่ตาลงและตั้งใจฟังบทสนทนาต่อไปเป็นอย่างดี

 

“ก็นั่นแหละ ยังไงซะท่านเอริกก็เคยมีบุญคุณต่อข้า แล้วนี่ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้ข้อสรุปเลยว่าตกลงแล้วท่านเอริกได้เป็นผู้ที่สังหารท่านผู้พิทักษ์หรือไม่” ชายผู้นั้นเอ่ยแย้งขึ้นมา

 

“เหอะ ที่มาซาโดร่าถูกถล่มขนาดนั้น ใครๆ ก็รู้ว่านอกจากเอริกแล้วทั้งอาณาจักรแห่งนี้ยังมีใครอีกที่จะมีความสามารถต่อสู้กับท่านผู้พิทักษ์ได้ อีกทั้งยังมีพยานพบเห็นเขาก่อนอยู่ที่นั่นก่อนที่เมืองมาซาโดร่าจะถูกทำลาย หากไม่ใช่เอริกแล้วจะเป็นใครไปได้อีกที่จะสามารถสังหารผู้พิทักษ์ของอาณาจักรเราได้ หากอาณาจักรสิ้นผู้พิทักษ์ คนที่จะสามารถเป็นผู้พิทักษ์คนต่อไปได้ก็มีแต่เอริกเพียงเท่านั้น เพราะเขาต้องการขึ้นเป็นผู้พิทักษ์ถึงได้สังหารคนเก่าแล้วคิดจะขึ้นทำการแทนยังไงล่ะ ใครบ้างที่ไม่หวังในยศศักดิ์และอำนาจ ต่อให้เป็นวีรบุรุษของอาณาจักรแล้วยังไง ยังไงซะเขาก็ยังคงเป็นมนุษย์คนหนึ่ง”

 

จบคำกล่าวของชายร่างผม นั่นก็ทำให้เมอร์ลินต้องตกอยู่ในความเงียบงัน

 

มันหมายความว่ายังไงกัน เอริกน่ะหรือที่เป็นผู้สังหารผู้พิทักษ์ของอาณาจักรอารากอน?

 

เป็นไปไม่ได้! เอริกย่อมไม่ใช่คนแบบนั้น

 

เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำซ่อนอยู่อย่างแน่นอน

           

ข่าวการกบฏของเอริกนั้นแพร่กระจายไปทั่วแผ่นดิน

 

            การต่อสู้ระหว่างเอริกและผู้พิทักษ์เซเรสนั้นมีสายตาของคนนับพันที่เป็นประจักษ์พยานพบเห็น ข่าวลือเรื่องการกบฏของเอริกนั้นจึงสร้างความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

 

            ว่ากันว่าพวกเขาทั้งสองต่อสู้กันเป็นเวลานานถึง 3 วัน 3 คือ เมื่อถึงจุดตัดสินการต่อสู้พลังที่ใช้ในการปิดฉากนั้นได้กลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ เมืองมาซาโดร่านั้นถูกกลืนด้วยแรงระเบิด เมืองทั้งเมืองนั้นหายไปในพริบตา ผู้บริสุทธิ์จำนวนมากล้มตายเพราะอำนาจของสองตัวตนผู้ยิ่งใหญ่นี้

 

            การต่อสู้ในระดับมหาจอมเวทย์นั้นเป็นที่น่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

 

            ไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุของการต่อสู้นี้ มันแทบจะไม่มีใครเชื่อว่าสองตัวตนที่เป็นรากฐานของอาณาจักรอารากอนจะห้ำหั่นกันเอง

 

            แต่ด้วยข่าวลือที่มีเหตุผลต่างๆ ประกอบกันทำให้หลายคนนั้นเชื่อการต่อสู้นี้เกิดจากความโลภของเอริก ข่าวลือเรื่องการกบฏของเอริกจึงสะพัดราวกับไฟที่ลามทุ่ง

 

            เหตุการณ์นี้ผ่านมาได้ 1 ปีแล้ว ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีใครพบเห็นเอริกหรือผู้พิทักษ์เซเรสอีกเลย

 

            การที่ผู้พิทักษ์ไม่กลับที่พักนั้นหมายความได้อย่างเดียวว่าเขานั้นจะต้องตกอยู่ในอันตราย มันอาจเป็นไปได้ว่าเขานั้นถูกสังหารภายในการต่อสู้นั้น

 

            อาณาจักรได้ส่งคนไปหาเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ทว่าพวกเขานั้นกลับคว้าน้ำเหลว ไม่มีข้อมูลหรือเบาะแสใดๆ ของคนทั้งสอง ตัวตนที่เป็นรากฐานของอาณาจักรอารากอนนั้นได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

            ข่าวลือไม่ดีของเอริกถูกพัดโหมราวกับไฟป่า บ้างว่าเอริกนั้นได้สังหารผู้พิทักษ์เซเรสและทำการหลบหนี บ้างว่าเอริกนั้นได้ปรากฏตัวและหายไป แต่ข่าวลือส่วนมากนั้นพบว่ามีผู้พบเห็นเอริกแต่กลับไม่พบเห็นผู้พิทักษ์เซเรส มันจึงมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าเอริกนั้นได้สังหารผู้พิทักษ์เซเรสไปเรียบร้อยแล้ว

 

            ข่าวนี้กลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่กำลังสั่นคลอนอาณาจักรอารากอน

 

            ว่ากันว่าห้าอาณาจักรใหญ่นั้นมีรากฐานคือผู้พิทักษ์ที่ทรงอำนาจ หากอาณาจักรใหญ่อาณาจักรใดไร้ผู้พิทักษ์ แน่นอนว่าอาณาจักรนั้นจะต้องประสบกับภายคุกคาม

 

            อาณาจักรที่ไร้ตัวตนระดับมหาจอมเวทย์ อาณาจักรนั้นย่อมตกอยู่ในฐานะอาณาจักรทั่วไป หาใช่ดำรงฐานะของอาณาจักรใหญ่ในแผ่นดินอีกต่อไป

 

            ในหนึ่งปีที่ผ่านมาอาณาจักรอารากอนนั้นต้องประสบกับปัญหาภัยสงคราม มีหลายครั้งที่อาณาจักรเพื่อนบ้านทำการโจมตีเมืองเล็กๆ ที่อยู่ชายแดน หลายอาณาจักรนั้นต้องการรุกกินพื้นที่ของอาณาจักรอารากอนไปเรื่อยๆ

 

            ไม่ต้องนับว่าเป็นอาณาจักรใหญ่ แม้แต่อาณาจักรเล็กๆ ที่อยู่รายรอบก็เริ่มที่จะเหิมเกริมคุกคามอาณาจักรอารากอน

 

            สถานการณ์ของอาณาจักรอารากอนในตอนนี้นับได้ว่าอยู่ในขั้นร้ายแรง รากฐานของอาณาจักรนั้นถูกสั่นคลอนเพราะไร้ซึ่งผู้พิทักษ์

 

            ในอดีตอาณาจักรอารากอนที่ดำรงฐานะเป็นหนึ่งในห้าอาณาจักรใหญ่นั้นทรงอำนาจเป็นอย่างมาก เหตุเพราะมีตัวตนอย่างผู้พิทักษ์และคนของตระกูลอารากอนที่เป็นรากฐาน แน่นอนว่าหากมีซึ่งสองตัวตนนี้อาณาจักรน้อยใหญ่ย่อมไม่กล้าจะมากระตุกหนวดเสือ

 

            แต่ในตอนนี้เมื่อขาดรากฐานทั้งสอง เสาหลักของอาณาจักรจึงเหลือเพียงตัวตนอย่างกลุ่มอัศวินโต๊ะกลมเท่านั้น

 

            กลุ่มอัศวินโต๊ะกลมนั้นนับว่าเป็นเสาหลักของอาณาจักรที่จัดการเรื่องต่างๆ แม้แต่เรื่องของสงครามก็มีหลายครั้งที่พวกเขาได้รับหน้าที่จัดการดูแล

 

            น่าเสียดายที่ต่อให้มีกลุ่มอัศวินโต๊ะกลมก็เทียบไม่ได้กับตัวตนระดับผู้พิทักษ์ เพราะสมาชิกของกลุ่มอัศวินโต๊ะกลมนั้น หนึ่งในสมาชิกของพวกเขามีพลังสูงสุดอยู่แค่ระดับจอมเวทย์สามวงเวทย์เท่านั้น

 

            เมอร์ลินหยุดและฟังการสนทนาของชายทั้งสองคนจนจบเรื่องของเอริก เขาแสดงออกอย่างนิ่งเฉยและคิดวิเคราะห์ตาม จากที่เขาสัมผัสกับเอริกมา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เอริกจะถูกความโลภครอบงำ ไม่เช่นนั้นแล้วเอริกคงไม่ปฏิเสธการเป็นอัศวินโต๊ะกลมหลายต่อหลายครั้ง

 

            แต่ที่เมอร์ลินมั่นใจก็คือเอริกนั้นยังมีชีวิตอยู่ เพราะเขาสามารถตรวจสอบพลังชีวิตของเอริกจากแหวนประจำตระกูลได้

 

            ส่วนเรื่องที่เอริกสังหารผู้พิทักษ์เซเรสนั้น เมอร์ลินยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะจากคำบอกเล่าพูดกันว่าไม่มีใครพบศพของตัวตนทั้งสอง การตายอย่างไม่มีศพนั้นย่อมไม่ใช่การตายที่แท้จริง ยิ่งตัวตนที่อยู่ระดับมหาจอมเวทย์ด้วยแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะถูกฆ่าอย่างง่ายดายและไม่พบศพแบบนี้

 

            การตายของผู้พิทักษ์นั้นย่อมเป็นข่าวลือ ไม่มีใครรู้ความจริงในเรื่องนี้

 

            แต่การหายตัวไปของทั้งสองคนนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยเป็นอย่างมาก

 

            เมอร์ลินครุ่นคิดจนคิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นร่องลึกตรงกลาง

 

            ชายทั้งสองคนยิ่งเหล้าเข้าปาก หัวข้อการสนทนาก็เข้มข้นขึ้น พวกเขาพูดคุยกันอย่างคะนองปาก จนมาถึงหัวข้อที่เมอร์ลินสนใจ

 

            หัวข้อนั้นก็คือข่าวการประชวรของกษัตริย์โรแลนด์ กษัตริย์ผู้ปกครองอาณาจักรอารากอน ข่าวนี้นับว่าเป็นข่าวที่สร้างคลื่นยักษ์ให้กับอาณาจักร

 

            นอกจากข่าวที่ทั้งสองตัวตนที่เป็นรากฐานต่อสู้กันและหายตัวไปแล้ว ข่าวการประชวรของกษัตริย์โรแลนด์นี้ยิ่งสร้างความระส่ำระสายแก่อาณาจักรอารากอนเป็นอย่างมาก

 

            ในตอนนั้นนับได้ว่าอาณาจักรอารากอนนั้นอ่อนแอทั้งผู้นำการปกครองและผู้นำการคุ้มครอง นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่อาณาจักรอ่อนแอเป็นอย่างมาก

 

            กษัตริย์โรแลนด์นั้นไม่มีบุตรสืบทอดบัลลังค์ เขานั้นมีพระอนุชายเพียงสององค์ คือสองดยุกผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักร มีข่าวลือว่าดยุกโควนั้นมีโอกาสได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทมากกว่าดยุกวิลเลม

 

            ในด้านคุณธรรมและการปกครองดยุกโควนั้นถือว่าเหนือกว่าดยุกวิลเลมเป็นอย่างมาก เพียงแต่ดยุกวิลเลมนั้นมีแขนขาอยู่เป็นจำนวนมาก ขุนนางจำนวนไม่น้อยนั้นอยู่ข้างเขา

 

            การประชวรของกษัตริย์โรแลนด์จึงได้กลายมาเป็นสถานการณ์ทางการเมืองที่ดุเดือด

 

            มีการโยงเรื่องของเอริกและการเมืองนี้เข้าด้วยกัน มันนับได้ว่าข่าวลือนี้ได้สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก

 

            เป็นที่ทราบกันดีว่าอาเธอร์ บุตรแห่งดยุกโครนั้นเป็นศิษย์คนหนึ่งของเอริก

 

            ข่าวการกบฏของเอริกจึงถูกเชื่อมโยงกับการเมืองของดยุกโครโดยปริยาย

 

เมื่อไร้ซึ่งผู้พิทักษ์เซเรส แน่นอนคนที่เหมาะสมมากที่สุดคงเป็นเอริก และหากเอริกได้เป็นผู้พิทักษ์ ตำแหน่งของดยุกโครก็ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยมีผู้พิทักษ์อยู่เบื้องหลัง สิ่งนี้ยิ่งทำให้ดยุกโครสามารถขึ้นครองบัลลังค์ได้ง่ายดายและมั่นคง

 

แม้ว่าข่าวลือเรื่องราวเหล่านี้จะเป็นเรื่องที่ชาวบ้านปะติดปะต่อกันขึ้นมาเอง แต่เมื่อฟังและคิดตามแล้ว มันก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้คิดเช่นนี้ได้

 

จุดเริ่มต้นของปัญหาคือการต่อสู้ของสองตัวตนผู้ยิ่งใหญ่และการหายตัวไปของเอริก

 

ยิ่งเอริกไม่ปรากฏตัวเช่นนี้ มันก็ยากที่จะแก้ต่างในข้อกล่าวหานี้ได้

 

ข่าวลือนี้ถูกพ่นออกมาอย่างคึกคะนอง ชาวบ้านนั้นกล่าวกันปากต่อปากเหมือนไฟที่ลามทุ่ง

 

เมื่อเมอร์ลินฟังข่าวลือนี้จนจบแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป

 

เมอร์ลินมุ่งหน้าไปยังที่พักของเมย์ในทันที

 

จากที่เมอร์ลินได้ฟังมา ดูเหมือนว่าประชาชนจะยังไม่รู้ว่าเมย์นั้นคือลูกสาวของเอริก ความสัมพันธ์นี้ยังถูกเก็บเป็นความลับ คนที่รู้ในเรื่องนี้คงมีแต่อาเธอร์, เมย์, วินสัน, เอริก และเมอร์ลินเพียงเท่านั้น

 

            ร่างของเมอร์ลินนั้นหายไปจากสายตาของผู้คนอย่างรวดเร็ว

 

            ในขณะที่เมอร์ลินก้าวเดินไปทีละก้าวนั้น เขาก็ถึงการเคลื่อนไหวของซามัวขึ้นมา

 

            ซามัวนั้นเป็นสัตว์อสูรระดับ 9 แต่ทว่าท่วงท่าการเคลื่อนไหวของเธอนั้นล้ำลึกเป็นอย่างมาก เพียงการก้าวหนึ่งก้าวของเธอนั้นสามารถเคลื่อนที่ได้นับหลายกิโลเมตร

 

            มันไม่ใช่เวทมนต์เคลื่อนย้ายมิติ แต่มันกลับเป็นการใช้พลังเวทย์เพิ่มความเร็วที่น่าสะพรึงในการเคลื่อนที่

 

            เมอร์ลินก้าวเดินและคิดวิเคราะห์ เขาพยายามทำความเข้าใจกับย่างก้าวเหล่านั้น

 

            จนกระทั่งเมอร์ลินได้เดินทางมาถึงบ้านของเมย์และวินสัน เขาสามารถทำความเข้าใจการเคลื่อนไหวเหล่านั้นได้เล็กน้อยเท่านั้น การที่จะฝึกการเคลื่อนไหวเช่นนั้นคงต้องใช้เวลาซักระยะหนึ่งถึงจะสามารถเข้าใจได้

 

            “หากข้าสามารถเข้าใจการเคลื่อนไหวของซามัวได้และผนวกรวมเข้ากับวิชาตัวเบาเดินชมจันทร์ เมื่อสำเร็จวิชาตัวเบาเดินชมจันทร์นั้นจะพัฒนาเข้าสู่ระดับที่น่าสะพรึงกลัว เสียดายที่ตอนนี้มีเวลาทำความเข้าใจน้อยเกินไป หลังจากนี้ข้าคงจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง” เมอร์ลินกล่าวกับตัวเองด้วยสีหน้าที่สงบ ดวงตาที่เยือกเย็นลึกล้ำเป็นพิเศษเผยประกายวูบหนึ่งออกมา

 

            หลังจากนั้นเมอร์ลินก็ได้พบกับเมย์และวินสัน

 

            เมย์นั้นดีใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายปลอดภัยกลับมา เรื่องราวทุกข์สุขนั้นถูกบรรยายออกมาด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น

 

            เมอร์ลินได้สอบถามถึงสถานการณ์ของอาณาจักรในตอนนี้ ข่าวเรื่องการประชวรของกษัตริย์โรแลนด์นั้นดูเหมือนว่าจะเป็นจริง เชื้อพระวงศ์ทั้งหลายถูกสั่งให้ไปรวมกันที่พระราชวังเมืองหลวง

 

            สิ่งนี้อาจเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อแผ่นดิน ดูเหมือนว่าการเมืองภายในจะดูเข้มข้นยิ่งขึ้น

 

            อาณาจักรอารากอนอาจจะลุกเป็นไฟในเร็วๆ นี้

 

เมื่อกล่าวถึงเรื่องของเอริก ดูเหมือนว่าข้อมูลที่เมอร์ลินได้รับจากเมย์และวินสันนั้นจะไม่ต่างจากคนทั่วไปเท่าไรนัก

 

            ความลับในเรื่องความสัมพันธ์ของเมย์และเอริกยังไม่ถูกเปิดเผย เมย์และวินสันจึงสามารถอยู่อย่างสงบสุขได้

 

            ด้วยเงินที่เมอร์ลินให้ไปในครั้งนั้น ทำให้เมย์และวินสันได้อยู่อย่างสุขสบายมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าเงินจำนวนนี้หากเป็นคนธรรมดา รับรองว่าใช้ทั้งชาตินี้ก็ไม่มีวันหมดอย่างแน่นอน

 

            เมอร์ลินได้ย้ำในเรื่องความลับเรื่องความสัมพันธ์นี้แก่เมย์และวินสันว่าห้ามเปิดเผยเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นแล้วพวกเขาทั้งสองจะไม่ปลอดภัย

 

            เมอร์ลินทำความเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดและเริ่มวางแผนในหัว

 

            เมย์และวินสันนั้นไม่อาจอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป แม้ว่าความลับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเมย์กับเอริกจะไม่ถูกเปิดเผย แต่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีของอาณาจักรอารากอนนั้นก็ยากที่จะอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป

 

            เพื่อความปลอดภัยของเมย์ เมอร์ลินจึงสั่งให้คนทั้งสองย้ายไปอยู่ที่เมืองวอเดอร์เซี่ยน

 

            การอยู่ภายใต้การคุ้มครองของร้านเสื้อคลุมสีฟ้า เมอร์ลินสามารถมั่นใจได้ว่าพวกเขาทั้งสองจะปลอดภัยอย่างแน่นอน

 

            ร้านเสื้อคลุมสีฟ้าในตอนนี้นั้นนับว่ามีอิทธิพลอยู่ระดับหนึ่ง กระทั่งห้าอาณาจักรใหญ่ก็ยังต้องเกรงใจในตัวตนของร้าน

 

            ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน การย้ายที่อยู่สำหรับเมย์และวินสันนั้นนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่ด้วยเหตุผลของเมอร์ลิน นั่นจะทำให้คนทั้งสองคล้อยตามได้อย่างไม่ยากนัก

 

            เมอร์ลินใช้หินสื่อสารติดต่อกับมาตินทันที

 

            เมื่อมาตินได้รับเรื่องเขาก็รีบไปจัดเตรียมเรื่องที่พักอาศัยของครอบครัวเมอร์ลิน

 

            เมื่อเมอร์ลินไปถึงเมืองวอเดอร์เซี่ยนแน่นอนว่าพวกเขานั้นสามารถเข้าพักได้ทันที

 

            เมอร์ลินใช้เวลาหลายวันในการอยู่กับเมย์ วินสันพ่อเลี้ยงของเขานั้นปฏิบัติกับเขาเป็นอย่างดี

 

            ในตอนแรกเมย์และวินสันนั้นต่างแปลกใจเป็นอย่างมาก เวลาล่วงผ่านไป 2 ปีกว่าๆ แต่ทว่าร่างกายของเมอร์ลินนั้นดูเหมือนว่าไม่เจริญเติบโตขึ้นเลย

 

            ในวัยย่างเข้า 15 ปี เมอร์ลินควรจะมีรูปร่างเป็นหนุ่มน้อย แต่ทว่าเขากลับมีรูปลักษณ์เป็นเด็กน้อยวัย 10 ขวบอยู่เหมือนเดิม

 

            เมื่อเมย์เอ่ยถาม เมอร์ลินจึงได้อ้างผลข้างเคียงของการรักษา เขาอ้างว่าโรคของเขานั้นแปลกประหลาด ระหว่างข้ามเส้นความตายนั้น การรักษาต้องแลกมาด้วยการหยุดเจริญเติบโตของร่างกาย

 

            เมอร์ลินโกหกออกไปคำโต นั่นเป็นเพราะว่าในตอนนี้เขาได้บรรลุถึงขอบเขตระดับเริ่มแรกขั้นแตกหน่อ เวลา 15 ปีของโลกนั้นสามารถทำให้ร่างกายของเขาเติบโตขึ้นเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น

 

            การอ้างว่าหยุดเจริญเติบโตนั้นนับว่าสมเหตุสมผล เพราะถึงแม้เวลาจะผ่านไป 30-40 ปี แน่นอนว่าเมย์ก็ไม่สามารถสังเกตเห็นความเป็นแปลงของเขาได้เลย เผลอๆ ในระหว่างนั้นเขาอาจบรรจุถึงขอบเขตขั้นผลิดอกหรือขั้นร่วงโรย ผลของการเจริญเติบโตในร่างนี้นับว่าต้องยืดออกไปอีก

 

            แม้แต่เมอร์ลินเองก็ต้องยอมรับที่จะอยู่ในร่างนี้เป็นเวลายาวนาน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบมันนักก็ตาม

 

            เมย์มองลูกชายของเธอที่เติบโตเป็นตัวตนที่แข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจเรื่องของระดับพลังต่างๆ ของเวทมนต์มากเท่าใดนัก แต่เธอก็รู้ว่าตัวตนของกลุ่มเหยี่ยวนั้นไม่ธรรมดาและเธอก็เชื่อมันว่าเมอร์ลินนั้นจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

 

            แม้ว่าร่างตรงหน้านี้จะเป็นเด็กน้อย แต่เมย์ก็มั่นใจได้ว่าลูกชายของเธอจะต้องเอาตัวรอดในโลกที่โหดร้ายนี้ได้อย่างแน่นอน เมย์จึงได้คลายกังวลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในภายภาคหน้าของลูกชายของเธอ

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.432K ครั้ง

29,460 ความคิดเห็น

  1. #29359 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 13:59
    แกโดนไล่ออกจากโรงเรียนแล้วมัง โดดเรียนตั้งสองปีหรือมากกว่า??
    #29359
    0
  2. #28704 spriteppp (@spriteppp) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 23:14
    ไม่โดนไล่ออกแล้วหรอ หายไปตั้ง 2-3 ปี
    #28704
    0
  3. #24883 jamela jam (@jamela) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 15:33
    น่าจะให้พระเอกโตกว่า10ขวบ ค่อยหยุดอายุนะ

    หนหวยแทน
    #24883
    0
  4. #24666 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 23:57

    Thank you

    #24666
    0
  5. #23811 Soranomika (@Soranomika) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 10:50

    แล้วก็ใช้แหวนไปหาตารีบๆเลยให้ว้อง

    #23811
    0
  6. #23253 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 19:42
    ถูกต้องค่ะ คุณแม่ไม่มีอะไรจะต้องห่วงเลยซักนิด 55555
    #23253
    0
  7. #22433 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 20:54
    ขอบคุณครับ
    #22433
    0
  8. #21515 oiltipomsomsuay (@oiltipomsomsuay) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:08
    รอๆๆๆค่ะ
    #21515
    0
  9. #21513 smc38752 (@smc38752) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:13
    ผมไม่เข้าใจเลยครับว่าทำไมผู้เขียนถึงต้องกำหนดให้เวลาเลื่อนระดับฝึกตนแล้วจะทำให้เวลาหลายปีเท่ากับการเติบโตของร่างกาย 1 ปี ไม่เข้าใจจริงๆครับ ไม่ชอบใจด้วย 55555
    #21513
    3
    • #21513-2 Mrep (จากตอนที่ 91)
      2 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:56
      ไม่งั้นผู้ฝึกตนจะอายุยืนกว่าปกติได้ไง ถ้าวัยเด็กโตปกติ แต่ช่วงวัยรุ่นผู้ใหญ่มีช่วงอายุยาวนี่แหละยิ่งไม่สมเหตุสมผล
      #21513-2
    • #21513-3 จันทร์สีโลหิต (@chaolun) (จากตอนที่ 91)
      5 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:44
      ใช่ครับแทนที่จะโตช้าสู้เลื่อนขั้นปั้บ แก่ไป15ปีตัวเอกจะได้ตายไวๆจบเรื่องเอวัง :V
      #21513-3
  10. #21508 Nutnichr Ratchasee (@smile_noii) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:27
    ปีศาจสีขาวจะออกโรงแล้ววววว
    #21508
    0
  11. #21507 Nutnichr Ratchasee (@smile_noii) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:27
    ปีศาจสีขาวจะออกโรงแล้ววววว
    #21507
    0
  12. #21500 Khalizsama (@Khalizsama) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 14:20
    ปิดตอนทำไมอ่ะจะอ่านอะตัวเอง
    #21500
    2
    • #21500-1 ChesStyBiKe (@ChesStyBiKe) (จากตอนที่ 91)
      1 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:01
      เขากำลังปิดตอนรีไรท์อยู่ไม่ใช่เหรอครับ
      #21500-1
    • #21500-2 HoshiAi (@loliwizard) (จากตอนที่ 91)
      1 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:42
      รีไรท์จ้า
      #21500-2
  13. #19546 SSK[a]wt (@sskawt) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 22:03
    ไม่ๆๆ ที่ทำอาจจะเพราะผู้พิทักษ์อะไรนั้นเป็นคนไม่ดี เอริกต้องตัดไฟแต่ต้นลม!
    #19546
    0
  14. #18128 deknoomza (@deknoomza) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 21:27
    ช่วงนี้เนื้อเรื่องยืดจังช่วงนี้อ่านผ่านๆไม่ได้ตั้งใจอ่านเลย ผมว่าฉากสู้เยอะไปไม่มีเนื้อหาเลยครับ
    #18128
    0
  15. #16523 br.straw (@mxooxm) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 18:42
    อ่านครั้งแรกให้ความสนใจเนื้อเรื่องที่ดำเนินโดยเมอร์ลินมากกว่าที่จะสนใจอย่างอื่น

    พอมาอ่านรอบสองถึงได้สังเกตว่าชื่อตัวละคร2ศิษย์อาจารย์ที่ใช้อักขระได้ ก็รู้สึกว่า.........

    ไรท์คะคิดชื่อไม่ออกเหรอคะถึงเอาชื่อ น้ำมันมาใช้ ......เบนซี(น) & ดีเซล


    ไม่ได้ว่านะคะแต่รู้ฮามาก


    ความคิดอันบรรเจิดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาสินะ อืมอืม
    #16523
    0
  16. #16111 เย้เย้ (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 09:44
    ขอบคุณครับ
    #16111
    0
  17. #15278 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 06:08
    เหวยๆๆๆ
    #15278
    0
  18. #15086 Nurarihyonfasai (@Nurarihyonfasai) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 22:14
    ขอบคุณค่ะ
    #15086
    0
  19. #14983 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 15:23
    ขอบคุณมากค่ะ
    #14983
    0
  20. #14982 Impact Thunder (@dearrman) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 13:11
    ขอบคุณครับ
    #14982
    0
  21. #14977 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 08:53
    ขอบคุณครับ
    #14977
    0
  22. #14975 Fhai Cotton (@fhai1995) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 21:11
    ตื่นเต้นดีมาก เปิดตัวได้อลังการงานสร้างสุดๆ
    #14975
    0
  23. #14974 Maschinenbau blue (@bahamas) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 19:44
    10 ข้อสันนิฐานการก่อกบฏ ไม่ใช่ โคนัน ก็คิดได้

    1.โดนบีบบังคับ
    2.โดนอะไรสิง (อาจจะเป็น นรสิงห์ เง้ออ)
    3.ตัวปลอมแน่ๆ
    4.ตัววางแผนใส่ร้าย
    5.กษัตริย์ชั่วสมควรตายย
    6.ชอบลูกสาวกษัตริย์แต่ไม่ยอมยกให้เลย ล่อสะเลยย
    7.โดนเพื่อนยุ
    8.โดนมนดำ (ของเข้า)
    9.กษัตริย์แกล้งตายเพื่อหาคนทรยศ หนอนส่อนไบ้
    10.ไม่ว่าง แอบไปดูซี่รี่เกาหลีอยู่
    555+
    #14974
    0
  24. #14969 moge2 (@Moge) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 15:01
    รอต่อจ้า
    #14969
    0
  25. #14967 nana (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 14:34
    เรื่องนี้น่าจะถามอาเธอร์นะ และอาเธอร์น่าจะรู้ดีที่สุดด้วย
    #14967
    0
  26. #14956 blue diamond (@blue_diamond) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 09:42
    อาจจะเป็นเหล่าอัศวินโต๊ะกลมเองแหละที่คิดกบฐ แล้วให้เอริกรับบาปแทน
    #14956
    1
    • #14956-1 Panyapong2234 (@Panyapong2234) (จากตอนที่ 91)
      1 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:15
      เมอร์ลิน น่าจะเป็นหนุ่มน้อย 15-16 (ม.3-4) ได้แล้ว 10 ขวบ(ป 4) ดูจะตัวเล็กไปหน่อย ทำเรื่องใหญ่โต ดูแล้วแปลกๆไปนิด
      #14956-1