ตอนที่ 65 : เมย์ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1458 ครั้ง
    20 ธ.ค. 60

ศีรษะน้อยๆ ของเมอร์ลินจมอยู่กลางอกของเมย์

 

เมอร์ลินนั้นไม่ได้ขัดขืนใดๆ เขาปล่อยทุกสิ่งให้เป็นไปตามที่หญิงสาวต้องการ

 

น้ำตาของเมย์นั้นเปื้อนเต็มใบหน้า ภายในใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ยากจะอธิบายออกมา

 

เจ้าโตขึ้นมาก เธอมองเมอร์ลินและยิ้มด้วยน้ำตาที่มีความสุข

 

แม่คิดว่าจะไม่ได้เจอกับเจ้าอีกแล้ว ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณทวยเทพที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่

 

เมย์เสียใจเป็นอย่างมากที่ได้ทราบข่าวของเมอร์ลินจากเมอร์เร่ที่เป็นหัวหน้าพ่อบ้านของปราสาทเซอร์เตส

 

ข่าวการเสียชีวิตของลูกชายของเธอนั้นสร้างความเสียใจแก่เธอเป็นอย่างมาก หัวใจของเธอนั้นแตกสลาย

 

เธอหมดความหวังในการมีชีวิต แม้จะถูกใส่ร้ายเธอก็ไม่ได้สนใจมัน มันเหมือนกับว่าเธอนั้นได้ละทิ้งการใช้ชีวิตของตัวเองไปแล้ว

 

การถูกขับออกจากปราสาทนั้นไม่ได้ทำให้เธอเสียใจเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่เธอเสียใจที่สุดคือการเสียลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ

 

ภายหลังเธอได้รับความช่วยเหลือจากอาเธอร์บุตรแห่งดยุกโคว

 

เธอตัดสินใจที่จะเริ่มชีวิตใหม่กับชายชาวสวนคนหนึ่ง มันดูเหมือนว่าการตัดสินใจของเธอนั้นจะถูกต้อง สามีใหม่ของเธอนั้นเป็นคนดีเป็นอย่างมาก แต่ชีวิตของเธอเหมือนถูกเติมเต็มขึ้นมาอีกครั้ง แต่เธอยังคงคิดถึงลูกชายที่จากไป

 

ในเวลาไม่นานมานี้ หลังจากข่าวของสมาชิกใหม่ของกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวเป็นที่พูดถึง

 

กิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวนั้นเป็นที่จับตามองของคนทั้งอาณาจักร เพราะที่ผ่านมาสมาชิกกลุ่มเหยี่ยวในแต่ละคนนั้นล้วนเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงแทบทั้งสิ้น

 

มีหลายครั้งที่สมาชิกเหล่านี้ถูกเลือกให้ปฏิบัติภารกิจนอกโรงเรียน พวกเขานั้นเหมือนกลุ่มทหารรับจ้างที่ค่อยจัดการเรื่องวุ่นวายของอาณาจักร แต่ต่างกันที่พวกเขานั้นเป็นคนของอาณาจักรโดยตรง เพราะอาณาจักรนั้นได้ให้ภารกิจแก่พวกเขาโดยเฉพาะ

 

เมื่อชื่อของเด็กน้อยตระกูลเซอร์เตสที่ชื่อเมอร์ลินปรากฎขึ้น ข่าวนี้ก็ได้สร้างความสนใจแก่เธอเป็นอย่างมาก

 

เมย์ได้สอบถามกับอาเธอร์โดยตรง จากการคาดคั้นของเธอ เธอก็ได้ทราบคำตอบทั้งหมดจากอาเธอร์

 

ในตอนที่เธอรู้ว่าเมอร์ลินเคยมาเยี่ยมเธอที่บ้าน แต่กลับมาพบเธอที่มีครอบครัวใหม่ ลูกชายของเธอจึงไม่ต้องการที่จะพบเธอ เหตุการณ์นี้ทำให้เธอเสียใจเป็นอย่างมาก

 

เมื่อเธอได้ฟังเหตุผลของเมอร์ลินจากปากของอาเธอร์

 

เพราะต้องการทำให้เธอมีความสุข เมอร์ลินจึงไม่ต้องการปรากฏตัว

 

นั่นยิ่งทำให้เธอเสียใจยิ่งขึ้น เด็กคนนี้รักเธอและปรารถนาให้เธอมีความสุข

 

หากเธอรู้ความจริงในเรื่องนี้แล้วยังนิ่งเฉย เธอก็ไม่อาจจะเป็นแม่คนได้ เธอนั้นต้องกลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว

 

เมื่อทราบเรื่องทั้งหมด เธอจึงตัดสินใจเดินทางมาเมืองหลวงแห่งนี้เพื่อพบกับลูกชายของเธอ

 

มันแทบจะไม่น่าเชื่อว่าทันทีที่เธอมาถึงเมืองนี้ เธอก็ได้พบกับเด็กที่หน้าตาคล้ายกับลูกชายของเธอ มีเพียงสีผมและรูปร่างเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย

 

เมย์ตัดสินใจวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต แม้จะต้องชนกับฝูงชนนับครั้งไม่ถ้วนเธอก็จะไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้พลาดไป

 

เธอพยายามตะโกนเรียก ความพยายามของเธอนั้นไม่สูญเปล่า

 

ในที่สุดเธอก็ได้พบลูกชายของเธอ

           

อ้อมกอดของเมย์นั้นทำให้เมอร์ลินเกิดความรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาภายในใจ ความรู้สึกของมารดาถูกส่งผ่านอ้อมกอดนั้นทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาดใจ

 

มือเล็กๆ ของเมอร์ลินค่อยๆ เคลื่อนเข้าสวมกอดเมย์อย่างไม่รู้ตัว

 

ความรู้สึกอบอุ่นอันไหววูบนี้ไม่ใช่ความรู้สึกเชิงชู้สาว แต่มันเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งของครอบครัว

 

เมอร์ลินกอดตอบกลับพลางลูบแผ่นหลังที่สั่นเทิ้มนั้นอย่างเบามือ

 

"ท่านแม่” เด็กน้อยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “ถูกต้องแล้วเป็นข้าเองเมอร์ลิน ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านต้องตกอยู่ในความทุกข์ ข้ามันไม่ดีเอง ..."

 

ขณะที่เมอร์ลินกำลังคำพูดตัดพ้อ เมย์ก็พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา

 

"ไม่ต้องแล้ว ... เจ้าไม่จำเป็นต้องพูด ... เจ้าไม่ผิด ที่ผ่านมามันเป็นเพราะเจ้าโชคร้าย โชคร้ายที่เกิดมาเป็นลูกของข้า หากจะหาคนผิดคนคนนั้นควรเป็นข้า หากไม่เพราะข้าเกิดมาไร้หัวนอนปลายเท้า ไม่เพราะข้าเป็นคนรับใช้ เจ้าคงไม่ต้องถูกดูถูกเหยียดหยาม ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง ..."

 

เมย์ร้องไห้ออกมาราวกับน้ำตาจะหลั่งออกมาเป็นสายเลือด น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลออกมาจากดวงตาของเธอ

 

เธอเสียใจเพราะโชคชะตาทำให้ลูกของเธอต้องถูกทำร้าย ถูกผู้คนเหยียดหยาม มันเป็นเพราะเธอที่ต่ำต้อย

 

เมย์นั้นจมกับความรู้สึกผิดของตัวเอง

 

ในตอนนั้นเองก็มีมือใหญ่ของคนคนหนึ่งก็เอื้อมมาสัมผัสกับไหล่ของเธออย่างอ่อนโยน มือใหญ่นั้นบีบไหล่ของเมย์อย่างเบามือเพื่อปลอบโยน

 

เมย์หันไปสบตากับเขาคนนั้น

 

"วินสัน" 

 

เมอร์ลินนั้นรับรู้อยู่แล้วว่าชายคนนั้นเป็นใคร ไม่เช่นชายคนนี้คงไม่มีโอกาสได้เข้าถึงตัวแบบนี้

 

สองแม่ลูกคลายอ้อมกอดและผละออกจากกัน

 

เมอร์ลินมองไปที่วินสันด้วยสายตาที่เรียบเฉย

 

แน่นอนว่าเขารู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร เขาคือคนคนเดียวกับชายที่อยู่กับเมย์ในวันนั้น

 

"เมอร์ลิน ...” เมย์มองลูกชายด้วยสีหน้าที่ลำบากใจ “นี่คือวินสันเขาเป็น ..."

 

ยังไม่ทันที่เมย์จะพูดจบเมอร์ลินก็เอ่ยแทรก "ข้าว่าที่นี่ไม่เหมาะที่จะคุยนัก เราไปหาที่ที่เหมาะสำหรับพูดคุยกันเถอะ"

 

จบคำของเมอร์ลินก็หันหลังและเดินออกไป

 

การกระทำนี้ทำให้เมย์ใจหายวูบ

 

ความสัมพันธ์ในครอบครัวสำหรับเธอนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นมีเพียงคำว่าเราสองคนแม่ลูก เมื่อเธอตัดสินใจรับวินสันเข้ามา เธอกลัวว่าเมอร์ลินนั้นจะรับไม่ได้กับการแต่งงานใหม่ของเธอ

 

การแสดงออกของเมอร์ลินนั้นเธอกลัวว่าลูกชายของเธอจะไม่พอใจ

 

ในหลายปีที่ผ่านมาลูกชายของเธอนั้นเติบโตขึ้นมาก การแสดงออกของเขานั้นราวกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง แม้ร่างกายจะเติบโตไม่ได้เท่าที่ควรแต่กลิ่นอายของเขานั้นสามารถทำให้คนคนหนึ่งรู้สึกเคารพได้

 

เมย์อดรู้สึกยินดีไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงของลูกชาย

 

แต่ยังไงเสียเหตุการณ์ตรงหน้านี้ก็ทำให้เธอที่จะรู้สึกผิดออกมาไม่ได้ สีหน้าของเธอเปิดเผยอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน

 

มือใหญ่ของวินสันคว้ามือของเธอเข้ามากุมเพื่อให้กำลังใจ

 

“เราควรตามเมอร์ลินไปได้แล้ว” วินสันยิ้มอย่างอ่อนโยนปลอบประโลมหัวใจของภรรยา

 

วินสันนั้นเป็นคนหนึ่งที่มีจิตใจดี เขาต้องการที่จะให้กำลังใจเมย์และต้องการเป็นสามีที่ดีของเธอ

 

ในตอนแรกที่เขาได้ยินว่าลูกชายของเมย์ยังไม่ได้ตาย เขานั้นตกใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะตกใจแต่เขาก็เต็มไปด้วยความยินดีที่ภรรยาของเขากำลังจะมีความสุข

 

หลายครั้งที่เขาเห็นภรรยาของเขามักมีท่าทางที่อมทุกข์ เขาเองก็เข้ามาในช่วงที่เธอบอบบางมากที่สุด เขานั้นเต็มใจที่จะดูแลเธอให้มีความสุข ไม่ว่าความสุขของเธอคืออะไรเขาก็ยินดีที่จะทำมัน

 

ข่าวของเมอร์ลินนั้นทำให้เขารู้สึกตะลึง เขารู้มาก่อนว่าเมย์นั้นเป็นแม่ม่ายและเคยรับใช้ปราสาทเซอร์เตส เขาคิดว่าเมย์นั้นมีฐานะเป็นคนธรรมดาเหมือนกับเขา

 

แต่เมื่อเขาพบลูกชายของเธอ ภาพของเมอร์ลินที่เขาคิดไว้นั้นแตกต่างไปจากที่เขาคิดไว้อย่างสิ้นเชิง

 

เด็กคนนี้มีความคิดที่เติบโตเกินวัย รอบตัวของเขานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่น่าเกรงขาม เขาดูเหมือนขุนนางหรือชนชั้นสูงมากกว่าจะเป็นบุตรชายของคนรับใช้

 

ข่าวที่ว่าเมอร์ลินนั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวนั้นคงจะเป็นความจริง

 

กลุ่มเหยี่ยวนั้นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก สมาชิกที่จบไปจากโรงเรียนเวทย์อารากอนส่วนใหญ่นั้นจะได้รับตำแหน่งใหญ่โตจากอาณาจักร และครึ่งหนึ่งของอัศวินโต๊ะกลมก็เคยเป็นสมาชิกของกลุ่มเหยี่ยวแทบทั้งสิ้น

 

เมื่อกลุ่มเหยี่ยวออกปฏิบัติภารกิจนอกโรงเรียน ไม่มีขุนนางคนไหนที่ไม่กล้าที่จะไม่เคารพพวกเขา

 

แม้จะเป็นขุนนางชั้นสูงพวกเขาก็ยังได้รับความเกรงใจอยู่ส่วนหนึ่ง

 

วินสันผู้เป็นสามัญชนคนธรรมดาทั่วไปจึงอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้เมื่อได้พบกับลูกชายของภรรยาตัวเอง

 

ไม่นานทั่งสามคนก็ได้เข้ามาในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เมอร์ลินเลือกที่นั่งที่เป็นห้องส่วนตัว บริกรเมื่อเห็นสัญลักษณ์บนผ้าคลุมจึงรีบทำการต้อนรับเขาเป็นอย่างดี

 

บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบ ราวกับไม่รู้จะเริ่มต้นการสนทนาอย่างไร

 

เมอร์ลินจัดการสั่งอาหารมาหลายอย่าง

 

ทั้งเมย์และวินสันรู้สึกประหลาดใจที่เมอร์ลินพาพวกเขามายังร้านอาหารหรูหราแห่งนี้ ด้วยฐานะของเขาและเธอนั้นมันเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่คิดที่จะทำมัน พวกเขาไม่ได้มีเงินทองมากมายถึงขนาดที่จะเอามาใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแบบนี้ได้

 

เมย์และวินสันแสดงออกซึ่งสีหน้าที่ลำบากใจอย่างชัดเจน

 

เมอร์ลินยิ้มและเอ่ย “ไม่ต้องกังวล มื้อนี้ปล่อยให้เป็นธุระของข้าเอง”

 

เมย์มองไปที่ลูกชายอย่างประหลาดใจ

 

วินสันหันไปกระชิบกับเมย์ว่า “ลูกชายของเจ้าร่ำรวยขนาดนี้?

 

เมย์ส่ายหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ เธอเองก็ต้องการทราบคำถามนี้เหมือนกัน

 

“ข้า ...” เมย์อยากจะพูดแต่เธอก็พูดไม่ออก ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความลำบากใจ

 

“ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้ข้ามีเงินมากพอที่จะเหมาอาหารทั้งร้านเพื่อเลี้ยงพวกท่านได้ การเป็นสมาชิกกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวนั้นไม่ได้ทำให้ข้าลำบากเรื่องการเงิน” เมอร์ลินอมยิ้มและเอ่ย

 

เมอร์ลินจงใจเลี่ยงที่จะตอบเรื่องของกิจการร้านเสื้อคลุมสีฟ้า คำพูดที่เขาพูดออกไปนั้นไม่เกินจริงนัก การเป็นสมาชิกของกลุ่มเหยี่ยวนั้นสามารถหาเงินทองได้อย่างง่ายดาย

 

จิตเวทย์ที่พวกเขาได้รับมานั้นเป็นจิตเวทย์ที่มีระดับสูง จิตเวทย์ระดับ 4 นั้นหาได้ยากมันจึงมีราคาที่สูง ส่วนจิตเวทย์ระดับ 5 นั้นยิ่งหาได้ยากยิ่งกว่ามันจึงมีราคาที่แพงเป็นอย่างมาก

 

หากเมอร์ลินนำจิตเวทย์เหล่านี้ไปขายในตลาดสักก้อนหนึ่ง เชื่อว่าจะเขามีเงินใช้จ่ายอย่างไม่ขาดมือ

 

ขอบเขตการซื้อขายจิตเวทย์นั้นจะจำกัดระดับสูงสุดไว้ที่จิตเวทย์ระดับ 5 เพราะมันคือจิตเวทย์ของสัตว์อสูรที่มีระดับ 5 ซึ่งหาได้ยาก แต่หากเป็นจิตเวทย์ระดับ 6 ที่สูงขึ้นไปแล้ว สัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่าจอมเวทย์นั้นหาได้ยากมากอีกทั้งยังกำจัดมันได้ยากด้วยเช่นกัน

 

จิตเวทย์ระดับ 6 จึงไม่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป หากจะมีมันก็อาจจะต้องหาซื้อได้ที่โรงประมูลเท่านั้น แต่น้อยครั้งนักที่จะมีคนเอาจิตเวทย์ระดับ 6 ขึ้นไปออกมาประมูล

 

เนื่องจากผู้ใช้เวทมนต์นั้นสามารถเพิ่มขอบเขตพลังเวทย์ของตนเองด้วยจิตเวทย์ได้ จิตเวทย์จึงเป็นที่ต้องการอย่างมากของเหล่าผู้คน ยิ่งเป็นจิตเวทย์ที่มีระดับสูงมันจึงมีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย

 

หากเกิดในตระกูลที่ร่ำรวยเงินทอง การจะเป็นผู้ใช้เวทมนต์ระดับนักรบเวทย์ผู้หนึ่งนั้นถือว่าไม่ยากนัก พวกเขาเพียงใช้เงินและเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นก็สามารถเป็นได้

 

เพราะจิตเวทย์ระดับ 4-5 นั้นยังมีขายในตลาดอยู่บ้าง หากผู้ร่ำรวยต้องการเป็นนักรบเวทย์ผู้หนึ่งจึงไม่ยากเกินไป

 

แต่การเข้าสู่ขอบเขตของจอมเวทย์นั้นนับว่ายากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์ การควบรวบวงเวทย์บ่มเพาะนั้นนับว่ายากเย็น พวกเขาจำเป็นจะต้องสั่งสมศาสตร์ความรู้ของเวทมนต์เป็นอย่างมาก และเมื่อเข้าสู่ขอบเขตของจอมเวทย์ได้แล้วความยากที่แท้จริงของการบ่มเพาะพลังเวทย์ก็จะเริ่มขึ้น

 

นั่นเพราะผู้ใช้เวทมนต์สามารถใช้จิตเวทย์เป็นทางลัดในการบ่มเพาะได้ แต่หากเป็นจอมเวทย์แล้วจิตเวทย์ระดับที่ต่ำกว่าระดับ 6 นั้นถือว่าไร้ค่า

 

จอมเวทย์จำเป็นต้องใช้จิตเวทย์ระดับ 6 ขึ้นไปในการบ่มเพาะเท่านั้น

 

จิตเวทย์ระดับ 6 ขึ้นไปนั้นไม่มีขายในตลาด มันทั้งหายากและทรงคุณค่า

 

สิ่งของระดับนี้จึงไม่ง่ายนักที่คนๆ หนึ่งจะมีไว้ครอบครอง

 

จอมเวทย์จึงเป็นตัวตนที่หาได้ยากและจอมเวทย์ที่มีวงเวทย์บ่มเพาะมากกว่า 1 วงเวทย์นั้นยิ่งหาได้ยากมากยิ่งกว่า

 

ตัวตนของกลุ่มเหยี่ยวนั้นมีฝีมือที่สูงส่ง การล่าสัตว์อสูรในระดับต่ำกว่า 5 ลงมานั้นไม่ใช่เรื่องที่ลำบากสำหรับพวกเขามากนัก ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงไม่ตัวตนที่จะขาดแคลนเงินทองอย่างแน่นอน

 

"เมอร์ลิน ... ข้า ..."  เมย์กล่าวด้วยความรู้สึกที่ละอายใจ

 

ลูกชายของเธอเติบโตขึ้นมาก ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กันที่ฐานะของพวกเขาทั้งสองคนนั้นจะแตกต่างกันมากมายขนาดนี้ แน่นอนว่าเธอนั้นไม่มีปัญญาที่จะหาเงินพาลูกชายของเธอมากินอาหารในร้านแบบนี้ได้ แต่บัดนี้ลูกชายของเธอกลับทำได้

 

เมย์อดที่จะรู้สึกตื้นตันไม่ได้ เธอนั้นภูมิใจในลูกชายของเธอ จนความรู้สึกในตอนนี้ยากที่จะบรรยายออกมา

 

เธอร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

 

เมอร์ลินไม่ได้เอ่ยคำพูดใด เขาเพียงยื่นมือเข้าไปกุมมือมารดาของเขาและยิ้มส่งผ่านความรู้สึกที่อบอุ่นออกไป

 

"เอาเป็นว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันเถอะ ข้าคิดว่าท่านน่าจะได้ยินเรื่องของข้าจากอาเธอร์มาบ้างแล้ว มันเป็นอย่างที่ท่านเห็น ข้านั้นยังสบายดี และตอนนี้ข้าอยากรู้แล้วว่าชายที่อยู่ข้างๆ ท่านนั้นเป็นใคร?"

 

เด็กน้อยเอ่ยปลอบมารดาด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงของเขานั้นอบอุ่นและไม่ได้เจือปนด้วยความขุ่นเคืองใดๆ

 

"เมอร์ลิน ข้า ... คือข้า ... ข้าขอโทษ ... นี่คือวินสัน เขาเป็นคนรักใหม่ของข้าเอง" เมย์กล่าวออกมาอย่างรู้สึกผิดต่อเมอร์ลิน เพราะการแต่งงานใหม่ของเธอนั้นไม่ถามความเห็นจากเมอร์ลิน อดีตพวกเขาทั้งสองคนนั้นมีเพียงแม่ลูก

 

ถึงแม้ว่าในตอนนั้นเมอร์ลินจะอยู่ในสถานะคนที่ตายไปแล้ว

 

แต่ในตอนนี้เมอร์ลินได้ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของเธอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอรู้สึกละอายใจ

 

เมอร์ลินไม่ได้พูดคำใดออกมา เขาเพียงแต่ลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินไปที่เมย์

 

ร่างเล็กนั้นโอบกอดผู้เป็นมารดาเพื่อปลอบประโลมใจ

 

เมย์ร้องไห้หนักกว่าเดิม เธอนั้นทราบสิ่งที่เมอร์ลินต้องการที่จะสื่อ แต่ด้วยหัวใจของคนเป็นแม่นั้นปรากฏความรู้สึกที่ยากที่จะอธิบาย

 

“ไม่ต้องร้องข้าไม่ได้โกรธเคืองท่าน”

 

เมอร์ลินคลายอ้อมกอดพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ใบหน้าของเขานั้นปรากฏรอยยิ้มที่อ่อนโยน

 

นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขามีใบหน้าแบบนี้

 

เมอร์ลินดึงมือของวินสันที่นั่งอยู่ข้างๆ เข้ามาประกบกับมือของเมย์

 

"สัญญากับข้า ว่าจะไม่ทำให้ท่านแม่ของข้าเสียใจ" เมอร์ลินมองวินสันและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

 

วินสันเมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงยิ้มและเอ่ยตอบ

 

"สัญญาลูกผู้ชาย ข้าจะไม่ทำให้ให้แม่ของเจ้าต้องเสียใจอย่างแน่นอน"

 

วินสันกล่าวยืนยันอย่างหนักแน่น

 

เมอร์ลินพยักหน้าและยิ้ม ก่อนที่จะเดินกลับมานั่งที่เดิม

 

"ขอให้เป็นอย่างที่ท่านพูด ข้าขอฝากแม่ของข้าด้วย ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะทำให้ผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก"

 

เมื่อได้ฟังคำของเมอร์ลิน เมย์นั้นถึงกลับสะอื้นไม่หยุด

 

เธอดีใจที่ลูกชายยอมรับการแต่งงานใหม่ของเธอ และเธอก็ดีใจที่ลูกชายของเธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ขนาดนี้ แม้ว่าเด็กคนนี้จะมีอายุแค่ 12 ปี แต่เขากลับมีคำพูดที่เต็มไปด้วยความน่าเชื่อถือขนาดนี้

 

หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้รอยยิ้มของคนทั้งสามก็กลับมา

 

พวกเขานั้นพูดคุยเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมา แน่นอนว่าเมอร์ลินนั้นได้เล่าคำปั้นแต่งที่สมบูรณ์ให้แก่คนทั้งสองฟัง มันเป็นเรื่องยากที่เขาจะบอกความจริงทั้งหมดแก่พวกเขา

 

เวลานั้นผ่านไปนานพอสมควร อาหารมื้อนี้ถูกจัดการอย่างเรียบร้อย

 

เมื่อถึงเวลาของการจากลา เมอร์ลินก็ได้ถอดแหวนวงหนึ่งที่สวมอยู่ออกมาและจับมันสวมเข้าไปที่นิ้วมือของเมย์

 

"แหวนวงนี้คือ?"  ใบหน้าของเมย์นั้นเต็มไปด้วยความมึนงง

 

แน่นอนว่าเธอนั้นรู้จักตัวตนของแหวนวงนี้ เธอนั้นเคยรับใช้อยู่ตระกูลเซอร์เตส การทำงานของเธอนั้นเคยเจอแหวนลักษณะแบบนี้อยู่หลายครั้ง แต่มูลค่าของมันนั้นเป็นราคาที่เธอไม่คิดจะอาจเอื้อม

 

"แหวนวงนี้ข้าให้ท่าน มันคือแหวนเวทย์ ข้างในนี้บรรจุไดมอนอยู่หนึ่งหมื่นเม็ด ข้าอยากให้ท่านเก็บไว้ใช้ นับจากนี้ไปข้าอยากให้ท่านแม่ของข้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุข" 

 

ทั้งเมย์และวินสันเมื่อได้ยินคำกล่าวของเมอร์ลิน ทั้งสองก็ตกใจเป็นอย่างมาก

 

เมื่อได้ยินคำว่าไดมอนหนึ่งหมื่นเม็ด ร่างทั้งร่างก็กลายเป็นสั่นสะท้าน

 

เขารู้ว่าเมอร์ลินนั้นร่ำรวยแต่ก็ไม่คิดว่าจะร่ำรวยขนาดนี้

 

หากคำพูดของเมอร์ลินนั้นเป็นจริง เช่นนั้นแหวนวงนี้ก็มีมูลล่าถึงหนึ่งหมื่นล้านเซนี่ ชาตินี้ทั้งชาติพวกเขาทั้งสองก็ไม่มีวันที่จะสามารถหาเงินมากมายขนาดนี้ได้

 

"เมอร์ลิน ข้ารับมันไว้ไม่ได้ นี่มันมากเกินไป” เมย์กล่าวออกมาอย่างร้อนรน

 

เธอรีบถอดแหวนวงนั้นออกมาจากนิ้วมือของเธอ

           

เมอร์ลินจับไปที่มือของเมย์เพื่อยับยั้งและพูดว่า

 

"ท่านเก็บไว้เถอะ เงินจำนวนนี้ไม่ได้มากมายอะไรสำหรับข้า ข้ายังมีพวกมันอีกมายมาย วงที่ข้าให้ท่านไปนั้นเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ข้ายังมีมันอีกมากและเงินจำนวนนี้ก็ไม่ได้กระทบกระเทือนใดๆ ต่อข้าด้วย" เมอร์ลินยิ้มและแสดงแหวนเวทย์ทั้งหลายที่เขาครอบครองอยู่ให้ทั้งสองดู

 

พวกเขานั้นมองมันด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง มันไม่ใช่แววตาของความละโมบ แต่มันเป็นแววตาของความตกใจ

 

"อย่างที่ข้าบอกพวกท่านก่อนหน้านี้ การเป็นสมาชิกของกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวนั้นไม่ขาดแคลนเงินทอง”

 

เมอร์ลินผละออกจากเมย์แล้วกลับไปนั่งที่เดิม

 

ทันใดนั้นเองเขาก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังและเอ่ยถามว่า

 

“มันยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากรู้ ทำไมท่านถึงถูกขับออกจากปราสาทเซอร์เตส"

 

เมย์รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อยกับคำถามนี้ การที่เธอถูกขับออกจากปราสาทนั่นเป็นเพราะเธอถูกใส่ร้าย และสิ่งที่น่าเสียใจมากที่สุดก็คือแหวนที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิดนั้นถูกฉกชิงไป

 

เธอถูกป้ายสีว่าแหวนวงนั้นเป็นแหวนที่เธอขโมยมาจากท่านหญิงเดเรียหรือภรรยาคนแรกของบิดาเมอร์ลินนั่นเอง สุดท้ายแล้วเธอจึงถูกยึดแหวนวงนั้นและถูกขับออกปราสาท 

 

ทันทีที่เมย์เล่าจบ เมอร์ลินก็อดรู้สึกที่จะมีอารมณ์ขุ่นเคืองไม่ได้

 

"ท่านแม่วางใจเถอะ ข้าสัญญาว่าข้าจะเอาแหวนวงนั้นกลับคืนมาให้ท่านให้ได้"

 

เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เร้าร้อนและจริงจัง อารมณ์ของเขานั้นกำลังครุกรุ่นเป็นอย่างมาก

 

เมย์มองไปที่ลูกชายของเธอด้วยใบหน้าที่ซับซ้อน

 

"ไม่เป็นไรเมอร์ลิน ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งเดียวที่สามารถบอกชาติกำเนิดของแม่ได้ แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะสืบค้นที่มาของแม่ อดีตนั้นคืออดีต ปัจจุบันข้ามีลูกชายของข้าอยู่ตรงนี้ก็พอ ข้าทำใจได้แล้ว อย่าไปยุ่งกับคนพวกนั้นอีกเลย"

 

"อย่าห้ามข้าเลยท่านแม่ ในเมื่อแหวนวงนั้นเป็นของท่าน ข้าก็จะไปทวงคืนมันมาให้ท่านเอง"

 

"เมอร์ลิน ..."  เมย์รู้สึกปลาบปลื้มจนไม่สามารถจะพูดคำใดออกมาได้

 

กล่าวกันตามตรงแหวนวงนั้นสำคัญต่อเธอเป็นอย่างมาก มันไม่ใช่แหวนธรรมดา มันติดตัวมากับเธอตอนที่เธอถูกลอยน้ำ ในตอนที่เธอสวมใส่มัน เธอก็จะรู้สึกถึงพลังประหลาดในแหวนวงนั้น

 

แต่น่าเสียดายที่เธอไม่ใช่ผู้ใช้เวทมนต์ เธอจึงไม่สามารถรู้ได้ว่าพลังประหลาดในแหวนวงนั้นคืออะไร และต้นกำเนิดของเธอคือใคร ทำไมเธอถึงได้ถูกจับใส่ตระกร้าลอยมากับแม่น้ำ

 

สิ่งเดียวที่จะสามารถค้นหาต้นกำเนิดของเธอได้ก็คือแหวนวงนั้น

 

หลังจากนั้นไม่นานทั้งสามก็ได้แยกย้าย

 

เมอร์ลินต้องกลับไปที่โรงเรียนและเขาก็ได้สัญญากับเมย์ว่าอีกไม่กี่อาทิตย์ก็ปิดภาคเรียน เขาจะแวะไปเยี่ยมเมย์ที่บ้านของเธอ

 

ก่อนจากกันเมย์ได้สวมกอดลูกชายด้วยความรู้สึกที่โหยหา

 

ใบหน้าของวินสันนั้นปรากฏรอยยิ้ม เขานั้นเป็นคนดีและแน่นอนว่าเขาจะไม่ทำให้เมอร์ลินผิดหวัง

 

เมื่อร่างเล็กนั้นเดินจากไป วินสันก็หันไปพูดกับภรรยาของเขา

 

"เมย์ ลูกชายของเจ้านั้นเป็นคนที่วิเศษมากจริงๆ"

 

เมย์นั้นเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม เธอมองร่างเล็กนั้นลับหายไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอนั้นเข้าใจในฐานะของเมอร์ลินในปัจจุบัน ลูกชายของเธอนั้นไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไป เขานั้นสามารถยืนด้วยตัวของตัวเองได้แล้ว เธอไม่จำเป็นต้องโอบอุ้มเขาอีกต่อไป

 

แม้ว่านี่จะเป็นการจากลาแต่เธอก็รู้สึกมีความสุขกับมัน

 

.

 

.

หลังจากเหตุการณ์ที่เมอร์ลินได้พบกับเมย์โดยบังเอิญ เหตุการณ์วันนั้นได้สร้างความสุขให้กับเขาเป็นอย่างมากและมันก็สร้างความขุ่นเคืองให้แก่เขาเช่นเดียวกัน

 

เมอร์ลินเริ่มที่จะฝึกศาสตร์แห่งเวทมนต์อีกครั้งและความสามารถของเขาก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อถึงวันปิดภาคเรียน เมอร์ลินก็ได้เดินทางออกจากโรงเรียนเวทย์อารากอนทันที

 

เป้าหมายของเขาไม่ใช่เมืองไพลีอัสที่เมย์อาศัยอยู่

 

แต่ที่ที่เขาจะไปกลับเป็น ...

 

“ปราสาทตระกูลเซอร์เตส”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.458K ครั้ง

29,414 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 20:46
    ก็นึกๆอยู่ว่าเคยอ่านที่ไหนมาก่อน ที่แท้เคยอ่านตั้งนานมาแล้วจนลืมไปเลย

    หายไปไหนมาไรท์.... จำได้ว่าช่วงนั้นหยุดไปเฉยเลย

    ตั้งแต่ตอนที่ เลโอปะทะเหม่อริน
    #28897
    0
  2. #26981 Lnw-Pm (@Lnw-Pm) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:33
    จะดีหรอให้เงินเนี้ย ส่วนตัวผมว่ามันแปลกๆ ให้เงินที่มากเกินความจำเป็น
    #26981
    1
    • 4 มิถุนายน 2562 / 23:12
      ถ้าไม่ให้สิแปลก., ตัวเองมีเยอะจนเหลือกินเหลือใช้ จะปล่อยให้แม่เป็นยาจกได้อย่างไรล่ะครับ ที่ให้ก็ไม่ได้เสี้ยวที่เขามีด้วยซ้ำ.แค่หนึ่ง ในสิบกว่าส่วน เขาก็บอกอยู่นะ.
      #26981-1
  3. #26947 Gamde (@Gamde) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:17
    ไม่ใช่ผู้ใช้เวท แล้วจะเอาเงินออกมายังไงหว่า??? นั่นมันแหวนเวทนะเฮ้ย!!
    #26947
    3
    • #26947-2 rakastansinua (@rakastansinua) (จากตอนที่ 65)
      4 มิถุนายน 2562 / 21:54
      อาจจะสำผัสเวทย์ได้ก็ได้นะครับ555+
      #26947-2
    • #26947-3 Golf068 (@Golf068) (จากตอนที่ 65)
      23 มิถุนายน 2562 / 12:00
      ชิบหายเอาเงินออกมาไม่ได้
      #26947-3
  4. #26611 MysongAkito (@MysongAkito) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 00:13
    นี่ผมเลวเหรือเปร่าเนี่ย
    ที่ผมเกรียดเมยร์!!?
    ผมมีความรู้สืกที่ไม่พอใจในตัวเมยร์แปลกๆ

    สถานะการของเมยร์ค้ายแม่ผมมากเลย (พ่อแม่ย่ากัน)และเพราะแบบนี่แหระเลยทำให้ผม เจ็บปวด และเกรียดเมยร์เข้าไส!!
    #26611
    3
    • #26611-2 Oillyziiz (@oillyziiz) (จากตอนที่ 65)
      15 พฤษภาคม 2562 / 14:04
      คือแม่มีครอบครัวใหม่?
      #26611-2
    • 4 มิถุนายน 2562 / 23:08
      ค่อยๆอ่านนะครับ ค่อยๆเรียงเหตุการณ์.

      เมย์ถูกเก็บมาเลี้ยงเป็นคนรับใช้,ถูกลูกเจ้านายชอบพอเพราะหน้าตาดี ถูกบังคับให้เป็นเมียน้อย,มีลูกก็ไม่ได้รับการยอมรับ ถูกรังแกต่างๆนาๆ พอผัวตายก็ยิ่งถูกบีบคั้นหนักทั้งแม่ทั้งลูก, จนถูกไล่ออกจากบ้านด้วยข้อหาที่ถูกยัดเยียดให้, มาได้ข่าวลูกตายอีก ชีวิตนางไม่มีอะไรแล้วขาดที่พึ่งทุกอย่าง พอมีคนมาทำดีด้วยมาช่วยปลอบใจ

      ทำให้ชีวิตพอมีความหวัง จะโทษนางได้อย่างไรที่จะคว้ายึดเป็นหลัก เป็นที่พึ่งพา.,

      อันนี้คือวิเคราะห์จากเนื้อเรื่องที่อ่านมานะ.,

      มันเปรียบกับครอบครัว ที่หย่ากันแล้วแต่งงานใหม่ไม่ได้หรอกครับ คิดใหม่นะ.,คนละเหตุการณ์ คนละเหตุผล .
      #26611-3
  5. #25783 M.D. MayDay (@yamylevol) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 17:25
    ทวงคืนมาให้ได้นะ
    #25783
    0
  6. #24646 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 01:50

    Thank you

    #24646
    0
  7. #24605 plai-R2 (@plai-R2) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 11:06
    ปล้นเหอะ โดยเฉพาะคุณปู่นี่แหม😈😡
    #24605
    0
  8. #24359 momoza201093 (@mosza201093) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 01:12
    คือผ่านไปหลายเดือนหลายปีก็ยังสิบสอง
    #24359
    2
    • #24359-1 FerinFern (@FerinFern) (จากตอนที่ 65)
      10 สิงหาคม 2561 / 23:10
      ใช่ เรื่องเวลานี่สับสนสุดๆ เราคิดว่าไรต์มีปัญหาเรื่องการเขียน timeline อย่างมากกกก
      #24359-1
    • #24359-2 MIngSawasdee (@MIngSawasdee) (จากตอนที่ 65)
      17 ตุลาคม 2561 / 15:21
      ก็ไม่ใช่ว่าผ่านไป5ปีถึงจะอายุเพิ่ท1ปีไม่ใช่หรอ กลับไปลองหาดูสิ
      #24359-2
  9. #24109 Zerlia (@zerlia) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 10:53
    เชื่อมั้ย...อ่านไปอ่านมา อยู่ๆน้ำตาก็ไหล... ซะงั้น?!
    #24109
    1
    • #24109-1 tata6759 (@tata6759) (จากตอนที่ 65)
      11 กรกฎาคม 2561 / 20:27
      ไม่เชื่อไม่ได้ ผมก็เป็นเหมือนกัน
      #24109-1
  10. #23793 Soranomika (@Soranomika) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 23:24

    ตามล่าแหวนคืนไปหย่อนภูเข้าไฟ ผิดเรื่องละ

    #23793
    0
  11. #23610 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 02:21
    มอบเงินให้แม่มากมาย ตอนนี้น้ำตาไหลเลย ครอบครัวสุขสันต์ # ตอนหน้าเลือดสาดแน่
    #23610
    0
  12. #23313 DeathMonster (@Monster2513) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 11:15
    อ่านแล้วอบอุ่นใจดี
    #23313
    0
  13. #23242 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 16:40
    กลับไปเคาะประตูบ้าน ชวนผู้นำตระกูลมาตีกันซะหน่อย 55555
    #23242
    0
  14. #22860 PinyaTecha (@PinyaTecha) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 00:55
    <p>ทั้ง ไม่ใช่ ทั่ง</p><p>กระซิบ ไม่ใช่ กระชิบ</p>
    #22860
    0
  15. #22848 smathi_gap (@smathi_gap) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 16:00
    ถล่มมันให้ราบ....พลีส
    #22848
    0
  16. #21367 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 14:13
    จัดการให้เ-่ยน
    #21367
    0
  17. #21195 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 10:01
    เอาคืนมาให้ได้นะเมอร์ลิน
    #21195
    0
  18. #20985 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 14:05
    จะเอาแหวนคืนมาได้ไหม รอลุ้นครับ
    #20985
    0
  19. #20984 pinglang (@pinglang) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 17:03
    มันต้องมีการนองเลือดดดดด!
    #20984
    0
  20. #20983 afifsarasamit (@afifsarasamit) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 16:29
    ฆ่าให้หมด
    #20983
    0
  21. #20982 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 13:51
    ล้างแค้นนนนน
    #20982
    0
  22. #20979 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 12:21
    เอาอีกๆๆ
    #20979
    0
  23. #20978 NisachonJamjan (@NisachonJamjan) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 11:58
    ขอบคุนค่ะ
    #20978
    0
  24. #20977 CADERNO (@0294) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 11:51
    ค้างงงงงงงงงงง หาทางลงไม่เจอ ฮือออออ
    #20977
    0
  25. #20976 Iopppoi (@Iopppoi) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 11:03
    ขออีกตอนกรี๊ดดดดดดด
    #20976
    0