ตอนที่ 64 : การพบเจอ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1538 ครั้ง
    19 ธ.ค. 60

ภาพสุดท้ายที่อัลเกรียเห็นคือม่านพลังของเมอร์ลินนั้นแตกกระจาย คมเขี้ยวอันเกรี้ยวกราดกำลังจะฉีกกระชากร่างของเมอร์ลินเป็นชิ้นๆ

 

สถานการณ์อยู่ในขั้นที่เลวร้ายที่สุด จนในที่สุดเลโอก็ได้เอ่ยขึ้น

 

"พอแค่นี้ได้แล้ว มอธีน่า"  เลโอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เนื้อเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเคร่งเครียด

 

ทันทีที่มอธีน่าคลายเวทย์ ทุกคนที่ตกอยู่ในห้วงมายาก็ตื่นขึ้นจากภวังค์

 

ใช่แล้ว! เหตุการณ์ที่ผ่านมาคือการใช้เวทย์มายาของมอธีน่า หญิงสาวผู้มีความสามารถในการใช้เวทย์ลวงตาและจำลองสถานการณ์ เธอคือหนึ่งในสมาชิกกิลด์11 ดวงตาเหยี่ยว

 

เวทมนต์ของเมอธีน่าคือเวทย์ธาตุมืด สายมายา

 

เธอเป็นตัวตนหนึ่งที่น่ากลัวมากที่สุดในกลุ่ม เธอสามารถสะกดจิตผู้ที่มีระดับเดียวกับเธอหรือต่ำลงมาได้ เวทย์มายาสะกดมนตราของเธอนั้นร้ายกาจเป็นอย่างมาก

 

เธอสามารถทำให้ศัตรูตกอยู่ในภวังค์และชิงลงมือปิดฉากการต่อสู้ได้อย่างน่าสะพรึง

 

แต่น่าเสียดายที่เวทมนต์ของเธอนั้นใช้กับระดับที่สูงกว่าไม่ได้

 

หน้าที่ของมอธีน่าคือการจำลองสถานการณ์การต่อสู้กับศัตรู ทั้งนี้เพื่อหาความเป็นไปได้ในการทำภารกิจให้สำเร็จ

 

ในปีที่แล้วที่กลุ่มเหยี่ยวเกือบจะพลาดท่าเพราะการจู่โจมด้วยพิษในระหว่างที่เปิดประตู จากนั้นกลุ่มเหยี่ยวก็มีการปะทะด้วยเล็กน้อยแล้วจึงทำการถอนตัวออกมา

 

การมาครั้งนี้พวกเขาไม่สามารถประมาทได้ จึงจำเป็นต้องใช้การจำลองสถานการณ์ของมอธีน่า

 

ในช่วงเวลาที่เปิดประตูเมื่อเมอร์ลินกางม่านพลัง มอธีน่าได้ใช้เวทมนต์ของเธอทิ้งไว้ ณ ใจกลางของห้อง

 

เวทมนต์ของมอธีน่านั้นทำการดึงดูดพลังและความรู้สึกโดยรอบ รวมทั้งกลิ่นอายพลังของหัวหน้าสัตว์อสูรนั้นด้วย แต่น่าเสียดายที่เธอวางเวทมนต์ของเธอได้ไม่นาน เมื่อตะขาบยักษ์รู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมมันจึงทำลายเวทมนต์ของเธอ

 

กลุ่มเหยี่ยวจึงทำการถอนตัวและใช้เวทมนต์ของมอธีน่าที่ได้เก็บเกี่ยวข้อมูลมาทำการจำลองสถานการณ์

 

การจำลองสถานการณ์นั้นเริ่มต้นที่ด้านหน้าประตูห้องของหัวหน้าสัตว์อสูร แม้ว่าจะมีเมอร์ลินที่เป็นผู้ใช้อักขระ แต่ผลลัพธ์นั้นก็ยังไม่สามารถเอาชนะตะขาบยักษ์ได้

 

อักขระขั้นสีฟ้านั้นทรงพลังแต่มันก็ไม่สามารถป้องกันการโจมตีของผู้ที่อยู่ในขั้นจอมเวทย์ได้

 

แม้จะมีการเตรียมแผนสำรอง นั่นคือให้เมอร์ลินเปิดบ่อหลุมมิติเพื่อให้สมาชิกทุกคนหลบหนีเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์นั้นแล้วมันก็ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงความสูญเสียได้

 

ตะขาบยักษ์นั้นมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเกินไป มันเป็นสัตว์อสูรที่ทรงภูมิปัญญามันสามารถพลิกแพลงการต่อสู้ได้หลากหลาย แถมมันยังมีความสามารถที่คล้ายคลึงกับขีดจำกัดสายเลือดของเลโออีกด้วย

 

การดูดกลืนพลังของศัตรูแล้วเปลี่ยนมาเป็นพลังของตนเองนั้นร้ายกาจเกินไป ยิ่งเป็นตัวตนอย่างสัตว์อสูรระดับ 6 แล้วพวกเขาจึงไม่อาจต้านได้

 

การที่กลุ่มคนที่เป็นนักรบเวทย์คิดที่จะปราบปรามดันเจี้ยนชั้นนี้ มันเป็นสิ่งที่ไม่มีวันเป็นไปได้ มันเป็นกำแพงที่สูงใหญ่เกินไป

 

ไม่เป็นที่แปลกใจเลยว่าทำไมกลุ่มเหยี่ยวในแต่ละรุ่นถึงไม่สามารถทะลวงชั้นนี้เข้าไปได้

 

มันยังมีสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ พวกเขายังไม่รู้ว่าครั้งหนึ่งเอริกนั้นเคยนำศิษย์ของเขาเข้ากวาดล้างดันเจี้ยนแห่งนี้ ผลคือพวกเขานั้นทะลวงไปได้เพียง 6 ชั้น และไม่สามารถพลิกคว่ำหัวหน้าสัตว์อสูรชั้น 7 ได้

 

เอริกและเหล่าศิษย์ของเขานั้นเป็นตัวตนระดับสูงของอาณาจักร พวกเขานั้นเป็นจอมเวทย์ที่น่าเกรงขาม แต่นั่นก็ไม่ทำให้พวกเขาสามารถค้นหาความจริงของดันเจี้ยนชั้นนี้ได้

 

การที่กลุ่มเหยี่ยวทะลวงได้มาถึงชั้นนี้นั้นย่อมเป็นที่น่ายกย่องแล้ว พวกเขาแต่ละคนไม่ได้ด้อยความสามารถ แต่ดันเจี้ยนแห่งนี้นั้นโหดร้ายเกินไป

 

ตั้งแต่ต้นจนจบ ดันเจี้ยนที่อยู่มาก่อนสร้างเมืองนี้จึงเป็นปริศนาที่ลึกลับต่อไป มันยังคงเป็นที่น่าเกรงขามและเป็นตัวตนที่ไม่ว่ายุคใดก็ไม่สามารถหาความจริงจากสิ่งนี้ได้

 

ดังนั้นแล้วสำหรับกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยว ภารกิจล่าดันเจี้ยนในปีนี้จึงจบอยู่ดันเจี้ยนชั้นที่ 5 เช่นเดิม

 

สมาชิกทุกคนในกิลด์ 11 ดวงตาเหยี่ยวต่างพากันออกมาจากดันเจี้ยน พวกเขานั้นเป็นกลุ่มสุดท้ายของนักเรียนทั้งหมดที่ออกมา

 

จิตเวทย์ระดับ 4-5 จำนวนไม่น้อยถูกจัดแบ่งให้แต่ละคน

 

ภารกิจในครั้งนี้พวกเขาได้รับประโยชน์จากการเก็บเกี่ยวไม่น้อยเลย

 

เมอร์ลินหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจิตเวทย์เหล่านี้จะทำให้เขาสามารถบรรลุถึงระดับนักรบเวทย์ได้ 

 

สำหรับวงเวทย์บ่มเพาะวงที่สามที่ไม่สมบูรณ์ของเขานั้น มันไม่ได้เป็นปัญหาที่ใหญ่โต

 

เพียงเขาฝึกฝนและศึกษาความเข้าใจของเวทมนต์ มันก็สามารถเติมเต็มทำให้วงเวทย์บ่มเพาะนั้นสมบูรณ์ได้แล้ว

 

ยิ่งเมอร์ลินมีสาราณุกรมความรู้ของเลเมเกทัน มันยิ่งเป็นประโยชน์ในทางลัดสู่การเติมเต็มวงเวทย์บ่มเพาะของเขา

 

เมื่อภารกิจของกลุ่มเหยี่ยวเสร็จสิ้นลง ทุกคนก็แยกย้ายกลับที่พักของตนเอง

 

เมอร์ลินได้คิดและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาอีกครั้ง เขาได้รับประโยชน์มากมายจากประสบการณ์ในครั้งนี้

 

ด้วยการต่อสู้ผ่านภาพจำลองของมอธีน่า มันสรุปได้ว่าตัวตนของเขาในยามนี้นั้นไม่สามารถต่อต้านสัตว์อสูรระดับ 6 ที่มีพลังเทียบเท่ากับจอมเวทย์ได้

 

ความสามารถของเขาในตอนนี้นั้นหลากหลายเกินไป มันจะทำให้เขากลายเป็นเป็ดที่สามารถทำได้ทุกสิ่งแต่ไม่สามารถทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้ดี แม้ว่าในมุมมองของคนภายนอกความสามารถของเขานั้นจะเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอหากอนาคตของเขาต้องพบเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่านี้

 

ความสามารถของเขาในตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าทุกอย่างนั้นเป็นระดับพื้นฐาน เขายังไม่สามารถทำความเข้าใจและเพิ่มระดับพวกมันให้สูงไปยิ่งกว่านี้ได้ 

 

ในเรื่องของอักขระเวทย์พลังของเขาในตอนนี้แม้จะเรียกได้ว่าอยู่ในจุดที่แข็งแกร่งของขั้นสีฟ้า แต่ขั้นสีฟ้านั้นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับเขา พลังของขั้นสีฟ้านั้นสามารถถูกจอมเวทย์คนหนึ่งทำลายได้ ส่วนพลังขั้นสีเขียวที่เขาได้รับมาแบบไม่สมบูรณ์นั้น มันจึงเป็นไพ่ตายของเขาเพื่อเอาไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน และเขาจะต้องพัฒนาเพื่อให้กลายเป็นขั้นสีเขียวในแบบสมบูรณ์ให้ได้

 

พลังขีดจำกัดทางสายเลือดในตัวของเมอร์ลินนั้นยังคงเป็นปริศนา หากไม่มีสายเลือดเดียวกันชี้นำแนวทางหรือทำการกระตุ้น เขาคาดว่าพลังนั้นอาจไม่ปรากฏออกมา

 

ต้นกำเนิดของเมย์นั้นยังเป็นปริศนา ความลับนี้จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เขาต้องแก้ไข

 

ส่วนเรื่องของลองกินุส อาวุธวิญญาณของเขาพลังความสามารถของมันก็ยังคงเป็นปริศนาเช่นกัน หลายครั้งที่เขาพยายามจะติดต่อกับจิตวิญญาณของอาวุธ แต่มันกลับไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ กลับมาเลย

 

เมื่อกลับมาถึงห้องพัก เมอร์ลินได้ใช้อำนาจอักขระวางรูปแบบภายในห้องเพื่อป้องกันผู้บุกรุกและป้องกันการกระทำต่างๆ ภายในห้องไม่ให้เล็ดรอดออกไปข้างนอก

 

ทันทีที่เมอร์ลินใช้พลังอักขระ ทั่วทั้งห้องก็ปรากฏม่านพลังใสๆ ภายใต้อำนาจอักขระสีฟ้าที่ว่ายวนไปมาเหมือนปลานี้ ทำให้ม่านพลังไม่ปรากฏแต่สายตาบุคคลภายนอก มันสามารถเก็บเสียงและแสงต่างๆ ไม่ให้เล็ดรอดออกไปได้

 

เมอร์ลินทำการตรวจจิตเวทย์ที่อยู่ในแหวนเวทย์ ปรากฏว่าเขาได้รับจิตเวทย์ระดับ 4 และระดับ 5 มาจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

 

เขามีเป้าหมายที่จะใช้จิตเวทย์เหล่านี้บ่มเพาะพลังเวทย์ให้ถึงขั้นนักรบเวทย์

 

เมื่อบรรลุในขอบเขตนักรบเวทย์เขาก็จะสามารถใช้พลังอักขระขั้นสีเขียวได้อย่างสมบูรณ์ มันไม่จำเป็นต้องมีข้อจำกัดใดๆ มาเป็นกรอบให้เขาอีกต่อไป

 

ในระหว่างนั้นเองแท่นศิลาสื่อสารก็ได้ส่องประกายขึ้น

 

เป็นมาตินที่มีการติดต่อเข้ามา 

 

เมื่อเมอร์ลินทำการใส่พลังเวทย์ลงไป ตัวอักษรเรืองแสงก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ

 

มีเนื้อความว่า “มีผู้ใช้อักขระมาเยือน ... พูดจาข่มขู่ ... ต้องการพบท่าน ... การประมูลน้ำยาชนิดพิเศษกำลังจะเริ่ม ... โปรดส่งน้ำยา ... คนของข้าจะไปถึงในอีก 7 วันข้างหน้า”

 

เมอร์ลินพยักหน้าและส่งข้อความตอบกลับไป เรื่องของผู้ใช้อักขระคนนี้ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ส่วนเรื่องของน้ำยาชนิดพิเศษอีก 7 วันคงเป็นวันที่เขาออกจากการบ่มเพาะพลังพอดี มันยังพอมีเวลาและน้ำยาเหล่านั้นเขาก็ได้ผลิตกักตุนมันไว้แล้วก่อนหน้านี้

 

เมื่อเสร็จจากเรื่องมาติน เมอร์ลินจึงทำการบ่มเพาะพลังของเขาทันที

 

ขั้นตอนแรกเขาจะต้องทำให้วงเวทย์บ่มเพาะวงที่ 3 นี้สมบูรณ์เสียก่อนถึงจะสามารถสร้างวงเวทย์ถัดไปได้

 

การทำให้วงเวทย์สมบูรณ์นั้นมีอยู่สองทางเลือก หนึ่งคือการเพิ่มความเข้าใจในเวทมนต์ สองคือการฝึกใช้เวทมนต์

 

เมอร์ลินนั้นมีทะเลความรู้จากการอ่านหนังสือและสารานุกรมเลเมเกทัน เพียงเขาเลือกที่จะทำความเข้าใจหนังสือสักเล่มหนึ่งที่ทำการบันทึกเอาไว้ มันอาจเพียงพอที่จะทำให้วงเวทย์วงที่ 3 ถูกเติมเต็ม

 

จิตของเมอร์ลินเพ่งไปที่สำนึกรู้ของเขาทันที เขากำลังทำความเข้าใจศาสตร์ของพลังเวทย์ เรื่องที่เขาเลือกมานั้นคือการควบคุมพลังเวทย์ ภายใต้หนังสือที่เขากวาดสายตาบันทึกมา การควบคุมพลังเวทย์นั้นปรากฏในหนังสือห้าเล่มด้วยกัน

 

แต่ละเล่มนั้นแบ่งรายละเอียดปลีกย่อยไปต่างกัน นั่นเพราะประสบการณ์ของผู้เขียนที่แตกต่างกัน

 

เมอร์ลินทำความเข้าใจศาสตร์ของเวทมนต์จนเวลาล่วงผ่านไปหลายชั่วโมง

 

จนในที่สุดวงเวทย์บ่มเพาะภายในร่างของเขาก็ส่องแสงประกายเจิดจ้าออกมา วงเวทย์สีเทาวงนั้นถูกประกายแสงเข้าเกาะเสริมเติมแต่ง ประกายแสงเหล่านั้นทำการควบรวมและเสริมความแข็งแกร่งของวงเวทย์บ่มเพาะวงที่ 3

 

ในตอนนั้นเองอักขระโบราณที่อยู่ภายในวงเวทย์วงที่ 3 ก็ส่องแสง มันหมุนวนและโคจรไปรอบๆ วงเวทย์บ่มเพาะ

 

เกิดเสียงดังครืนๆ ภายในร่างของเมอร์ลิน

 

ร่างของเมอร์ลินนั้นเหมือนกับจักรวาลที่เต็มไปด้วยทะเลพลังเวทย์

 

ทันใดนั้นเองจักรวาลหัวใจของเมอร์ลินก็เกิดการสั่นสะเทือนไปทั้งร่าง

 

วงเวทย์ที่ 3 ส่องประกายอย่างเจิดจ้าปรากฏภายในจักรวาลหัวใจของเขา

 

บัดนี้วงเวทย์บ่มเพาะวงที่ 3 ได้ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แล้ว

 

“การเติมเต็มวงเวทย์ในครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน” เมอร์ลินพรึมพรำกับตัวเอง

 

วงเวทย์วงที่ 2 ที่ถูกทำให้เติมเต็มได้นั้นเกิดจากการใช้พลังเวทย์ เมื่อเขาเข้าใจการใช้พลังเวทย์ขอบเขตใหม่มันจึงทำให้วงเวทย์ที่ไม่สมบูรณ์นั้นถูกเติมเต็ม

 

มันต่างจากการเติมเต็มโดยการทำความเข้าใจศาสตร์ของเวทมนต์

 

การทำความเข้าใจนั้นจะต้องรู้ซึ่งถึงศาสตร์นั้นๆ อย่างแท้จริง และมันจะต้องใช้ระยะเวลาที่นาน ผู้ที่จะเติมเต็มด้วยวิธีนี้จะต้องมีความพยายามและความอดทนเป็นอย่างมาก

 

แม้ว่าเมอร์ลินนั้นจะอิ่มทิพย์ ไม่จำเป็นต้องดื่มกินหรือนอน แต่การเติมเต็มวงเวทย์บ่มเพาะในครั้งนี้ก็ทำให้ร่างกายของเขาได้รับความเหนื่อยล้าไม่น้อย

 

พลังเวทย์นั้นมีความสัมพันธ์กับร่างกายของมนุษย์ มันจะส่งผลกระทบที่สอดคล้องกัน

 

หากพลังเวทย์เต็มเปี่ยมร่างกายก็จะรู้สึกสดชื่น แต่กลับกันหากพลังเวทย์ในร่างกายเหลือน้อยก็จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก และหากใช้พลังเวทย์จนสูญสิ้นร่างกายก็จะไม่สามารถทนรับได้ คนคนนั้นอาจจะสลบไปหรือเสียชีวิตในทันทีก็เป็นได้

 

เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับผู้ใช้เวทมนต์ พวกเขาต้องพยายามฟื้นฟูพลังเวทย์อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ร่างกายของพวกเขาไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือสลบจนไร้สติ

 

บทเวทย์บางบทที่เป็นเวทย์ต้องห้าม เวทมนต์ในบทเวทย์เหล่านั้นต้องการกลืนกินพลังเวทมนต์ของผู้ใช้จนเหือดแห้ง การที่ร่างกายไม่หลงเหลือพลังเวทย์นั้นอาจทำให้ผู้ใช้ตายได้ เวทมนต์ต้องห้ามจึงเป็นสิ่งที่อันตรายและถูกต้องห้ามไม่ให้ใช้มัน

 

หนึ่งชีวิตและกับเวทมนต์บทหนึ่งนั้นย่อมไม่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก มันจึงถูกกำหนดให้เป็นเวทมนต์ต้องห้ามที่ทุกคนห้ามใช้มัน

 

เมอร์ลินทำการหยิบน้ำยาฟื้นฟูความเหนื่อยออกมาจากแหวนเวทย์และดื่มมันในทันที

 

เขาต้องการที่จะเริ่มทำการบ่มเพาะวงเวทย์วงต่อไป

 

เมื่อทำการเติมเต็มวงเวทย์บ่มเพาะวงที่ 3 ได้แล้วเมอร์ลินจึงนำจิตเวทย์ของเขาออกมา

 

เขานั้นได้รับจิตเวทย์จำนวนมากจากภารกิจที่ผ่านมา

 

จิตเวทย์ก้อนแล้วก้อนเล่าถูกดึงเอาพลังเวทย์เข้าสู่ร่างกายของเมอร์ลิน

 

เมอร์ลินสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกในจักรวาลหัวใจของเขา

 

พลังเวทย์ของผู้ใช้เวทมนต์นั้นจะถูกเก็บไว้ตรงบริเวณตำแหน่งหัวใจ หัวใจของสิ่งมีชีวิตในโลกนี้จึงเป็นที่กักเก็บพลังเวทย์ที่เรียกว่าจักรวาลหัวใจ

 

เมอร์ลินนั้นสัมผัสได้ถึงจักรวาลหัวใจของเขาได้มากขึ้น หลังจากได้รับประสบการณ์ที่ผ่านมา

 

พลังเวทย์จากจิตเวทย์เมื่อไหลเข้าสู่จักรวาลหัวใจ ทะเลพลังเวทย์เหล่านั้นก็เริ่มก่อตัวจนกลายเป็นอักขระเวทย์จำนวนมาก

 

เมอร์ลินทำการเพ่งไปที่อักขระเวทย์เหล่านั้น แต่น่าเสียดายที่ระดับพลังอักขระของเขานั้นยังไม่เพียงพอที่จะทำความเข้าใจอักขระเวทย์ที่ใช้ในการบ่มเพาะได้

 

อักขระเวทย์ตัวแล้วตัวเล่าถูกสร้างขึ้น พวกมันโคจรหมุนวนราวกับกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่งในจักรวาล

 

ทันใดนั้นเองอักขระเวทย์ที่โคจรอยู่ก็ได้เริ่มสร้างเส้นแสงให้ปรากฏ เส้นแสงเหล่านั้นถูกถักทอให้กลายเป็นวงเวทย์บ่มเพาะวงใหม่ขึ้นมา

 

แสงสีเทานั้นส่องประกายเจิดจ้าจากกระบวนการสร้างนี้

 

จนในที่สุดวงเวทย์บ่มเพาะวงที่ 4 ก็ได้ถูกสร้างขึ้น

 

เมื่อเมอร์ลินลืมตา ดวงตาของเขาก็เหมือนมีแสงประหลาดสว่างวาบออกมาในช่วงเวลาหนึ่ง

 

วงเวทย์บ่มเพาะวงที่ 4 ถูกเมอร์ลินตรวจสอบอย่างละเอียด แน่นอนว่าการสร้างวงเวทย์จากการใช้จิตเวทย์นั้นย่อมไม่สามารถทำให้วงเวทย์บ่มเพาะวงนั้นสมบูรณ์ได้

 

มันยังเป็นวงเวทย์บ่มเพาะที่ยังมีข้อบกพร่อง แต่ก็นับได้ว่ามันยังเป็นวงเวทย์บ่มเพาะวงที่มีความสมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม มันเหลือเพียงรายละเอียดเพียงเล็กน้อยที่จะเติมเต็มให้วงเวทย์บ่มเพาะวงนี้สมบูรณ์ได้อย่างแท้จริง

 

ทั้งหมดนี้เพราะในครั้งนี้เมอร์ลินได้เข้าถึงการมองและทำความเข้าใจในการสร้างวงเวทย์บ่มเพาะในจักรวาลหัวใจของตน สิ่งนี้จึงทำให้ขั้นตอนและกระบวนการในการสร้างวงเวทย์มีความละเอียดมากขึ้น

 

น่าเสียดายที่ระดับของพลังอักขระของเขาไม่เพียงพอ ไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อเขาสามารถทำความเข้าใจกับอักขระแต่ละตัวที่ปรากฏได้ การสร้างวงเวทย์บ่มเพาะโดยจิตเวทย์ของเขานั้นจะต้องเป็นวงเวทย์ที่สมบูรณ์ได้อย่างแน่นอน

 

เมอร์ลินทำการดื่มน้ำยาฟื้นฟูความเหนื่อยล้าอีกครั้งหนึ่งและเลือกศาสตร์ความรู้เวทมนต์เรื่องหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจ เขานั้นต้องการทำการบ่มเพาะพลังเวทย์ของเขาอย่างต่อเนื่อง

 

เจ็ดวันผ่านไปในที่สุดเมอร์ลินก็ออกจากการบ่มเพาะ

 

ในตอนนี้เขาสามารถสร้างวงเวทย์บ่มเพาะวงที่ 5 ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว เขานั้นถือว่าเป็นนักเวทย์ระดับ 5 ที่เข้าใกล้ของเขตของนักรบเวทย์แล้ว

 

น่าเสียดายที่จิตเวทย์ทั้งหมดถูกใช้ไปจนหมด จิตเวทย์เหล่านั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาเข้าสู่ขั้นตอนการควบรวมวงเวทย์บ่มเพาะทั้งห้าได้

 

อีกเพียงครึ่งก้าวเขาก็จะได้เป็นนักรบเวทย์และเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวอย่างสมบูรณ์

 

วันนี้เป็นวันที่เมอร์ลินได้นัดหมายกับคนของมาติน

 

เขาได้ทำการคลายพลังอักขระและออกจากห้อง

 

กลิ่นอายของเขาในตอนนี้ดูสูงส่งเป็นอย่างมาก แม้จะยังไม่บรรลุถึงขั้นนักรบเวทย์ แต่นักรบเวทย์ที่อยู่ในระดับธรรมดาก็ไม่อยู่ในสายตาของเขา

 

นักเรียนในโรงเรียนนี้น้อยคนนักที่จะต่อต้านพลังของเขาในตอนนี้ได้

 

เมอร์ลินเดินออกจากโรงเรียนอย่างใจเย็น เขามุ่งตรงไปที่ตลาดเพื่อไปจุดนัดหมาย

 

ไม่นานนักเขาก็ได้พบกับคนที่มาตินส่งมา คนคนนั้นคือเรรี่ลูกน้องคนสนิทของมาติน

 

เมอร์ลินไม่ได้พูดคุยอะไรมาก เขาได้ทำการมอบแหวนเวทย์วงหนึ่งที่บรรจุน้ำยาเวทย์ชนิดพิเศษจำนวนร้อยกว่าขวดให้แก่เรรี่  

 

เรรี่เองก็ได้ทำการมอบแหวนเวทย์ 2 วงให้กับเมอร์ลินด้วยเช่นกัน

 

"นี่คือส่วนแบ่งกำไรของนายท่านในช่วงที่ผ่านมา" เรรี่ยิ้มและกล่าวออกมาอย่างนอบน้อม

 

"ขอบคุณ” เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย เขานั้นยังคงไว้ซึ่งความเย็นชาและเอ่ยต่อ

 

“เรื่องที่มีผู้ใช้อักขระมาก่อกวนนั้นไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ตราบใดที่เขาไม่ใช่ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว เขาก็เหมือนแมลงหวี่ตัวหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องให้ค่าใดๆ”

 

เมอร์ลินหรี่ตาลงและเอ่ยต่อ

 

“แต่หากเห็นว่าสถานการณ์เลวร้ายจนเกินที่จะรับมือได้ให้มาตินรีบแจ้งต่อข้าโดยทันที" เมอร์ลินกล่าวอย่างจริงจัง

 

เพียงการเปลี่ยนอารมณ์ของเด็กน้อยก็ทำให้เรรี่เกือบจะไม่สามารถควบคุมตัวเองเอาไว้ได้ แม้ว่าเมอร์ลินจะเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง แต่เด็กคนนี้ก็เคยแสดงอำนาจของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวให้ทุกคนประจักษ์มาแล้ว

 

มันไม่จำเป็นจะต้องหาเหตุผลที่จะไม่เกรงกลัวตัวตนของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว

 

ว่ากันว่าเพียงแค่ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวเอ่ยปาก อาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งก็ยินยอมที่จะสร้างความพึงพอใจให้แกเขา อำนาจที่แท้จริงของผู้ใช้อักขระนั้นไม่ได้อยู่ที่พลังแต่มันอยู่ที่อำนาจในการสรรสร้างของเขา

 

เรรี่มองไปยังเมอร์ลินด้วยแววตาที่นับถือ มันคือความโชคดีที่เขาได้มีโอกาสได้รับใช้ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียว แค่อำนาจของร้านเสื้อคลุมสีฟ้าในตอนนี้มันก็ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมเป็นอย่างมากแล้ว

 

"ขอรับนายท่าน ข้าจะนำความของนายท่านไปแจ้งแก่ท่านมาติน"

 

เมอร์ลินพยักหน้าและเดินจากไป

 

ภารกิจของการพบกันของทั้งสองจึงสิ้นสุดเพียงแค่นี้

 

ในระหว่างทางที่เมอร์ลินเดินกลับไปยังที่พักในโรงเรียนนั้น เขาก็ได้เดินผ่านถนนของตลาดกลางเมือง

 

ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้าและสิ่งของต่างๆ มากมายวางขาย ผู้คนจำนวนมากเบียดเสียดและจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก

 

ในตอนนั้นนั่นเองก็มีเสียงหนึ่งกระโกนขึ้น

 

"เดี๋ยวก่อน! เดี๋ยวก่อน! รอข้าก่อน! หยุดอยู่ตรงนั้นก่อน"

 

เสียงนั้นราวกับต้องการที่จะพูดคุยกับเมอร์ลิน เขาจึงหยุดและหันกลับไปมองยังต้นเสียง

 

เมื่อเมอร์ลินหันหลังกลับไป เขาก็พบกับหญิงสาวที่กำลังอาการเหนื่อยหอบ ศีรษะที่ก้มลงนั้นค่อยๆ เงยขึ้นมา

 

ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นเริ่มกระจ่างชัดขึ้น ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มและหยดน้ำตา

 

เมย์ เมอร์ลินเอ่ยออกมาราวกับตกอยู่ในภวังค์

 

ถูกต้องแล้วผู้หญิงที่กำลังหัวเราะและร้องไห้เบื้องหน้านี้คือเมย์

 

มารดาของเมอร์ลิน

 

เป็นเจ้าจริงๆ เป็นเจ้าจริงๆ ด้วยเมอร์ลินลูกข้า” ร่างทั้งร่างของเมย์โถมเข้าหาเมอร์ลิน สองมือของเธอนั้นโอบกอดลูกชายของเธอจนแน่น ราวกับกำลังกลัวว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้จะหายไป

 

ในที่สุดแล้วสองแม่ลูกก็ได้พบกัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.538K ครั้ง

29,356 ความคิดเห็น

  1. #29296 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 17:44
    อันที่จริง ไม่เจอเลยจะดีกว่า เพราะเดี๋ยวออกไปลุย แม่ก็เป็นห่วงอีก คราวหน้า ถ้ามีตายอีกรอบ สงสัยได้ขาดใจตายแหง่ๆ
    #29296
    0
  2. #28688 spriteppp (@spriteppp) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 13:09
    1. สะใจพวกที่เม้นตอนที่แล้วจัง
    2. บทจะเจอแม่ตัวเองจะเอจอง่ายไปมั้ง
    #28688
    2
    • #28688-1 saharatball44 (@saharatball44) (จากตอนที่ 64)
      23 มิถุนายน 2562 / 11:18
      555โดนสับขาหลอก
      #28688-1
    • #28688-2 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 64)
      14 กรกฎาคม 2562 / 17:45
      อ่านแล้วก็คิดอยู่ ว่าภาพมายาใครอะเปล่า เจอบ่อยในพวกรีบอน กับนารูโตะ ภาพมายาตลอดเลย
      #28688-2
  3. #25781 M.D. MayDay (@yamylevol) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 17:17
    ได้เจอแม่แล้ววว
    #25781
    0
  4. #25092 nananabanana (@nananabanana) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 17:57
    ตกอกตกใจหมด คิดว่าคงไม่รอดละที่แท้ภาพมายานี่เอง
    #25092
    0
  5. #24645 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 01:31

    Thank you

    #24645
    0
  6. #24604 plai-R2 (@plai-R2) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 10:54
    จากนั้นก็ถูกแม่ตี เพราะเรียกชื่อแม่อย่างกล้า #คิดสภาพตัวเอง555
    #24604
    0
  7. #23609 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 02:12
    ได้เจอแม่จนได้ ..
    #23609
    0
  8. #22726 obsessed2 (@Obsessed) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 23:52
    ไม่สิต้องเรียกว่าข้ามมาเลยมากกว่า อิอิ
    #22726
    0
  9. #22725 obsessed2 (@Obsessed) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 23:51
    อ่านข้ามมาเยอะเพื่อฉากนี้!!!
    #22725
    0
  10. #21365 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 13:50
    ว้าวววว
    #21365
    0
  11. #21268 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 09:27
    สองแม่ลูกได้เจอกันแล้ว
    #21268
    0
  12. #21194 _Late_ (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 08:21
    พบกันแล้วววว
    #21194
    0
  13. #20998 YaoyeeOuadhao (@YaoyeeOuadhao) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 20:07
    ตั้งแต่อ่านมา รอมาตลอดว่าเมื่อไหร่แม่ลูกจะได้พบกัน
    #20998
    0
  14. #20997 ganam (@gameoom) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 19:31
    ปกติพระเองมันใส่หนากกากด้วยไม่ใช่หราหรือคิดไปเอง
    #20997
    1
    • #20997-1 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 64)
      16 ธันวาคม 2561 / 16:20
      มันลืม555
      #20997-1
  15. #20969 ituch (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 09:25
    น่าจะได้รุ้ความเป้นมาสายเลือดของเมย์สักที...
    #20969
    2
    • #20969-1 เด็ก โข่ง (@bombmm2009) (จากตอนที่ 64)
      20 ธันวาคม 2560 / 15:16
      555 จะไม่ขอสปอยนะครับ จะบอกแค่ว่า เป็นสายเลือดที่สุดติ่งมากมาย
      #20969-1
    • #20969-2 เด็ก โข่ง (@bombmm2009) (จากตอนที่ 64)
      20 ธันวาคม 2560 / 15:19
      555 จะไม่ขอสปอยนะครับ แต่อยากบอกว่า เป็นสายเลือดที่สุดติ่งมาก
      #20969-2
  16. #20968 Avista (@babellzcalypso) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 23:46
    ชื่อตอนต่อไปนี้ น่าสงไส
    #20968
    0
  17. #20967 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 20:53
    ดี่ที่เป็นแค่ภาพมายา อีกนิดเดียวก็จะได้เป็นนักรบเวทย์แล้วน่าเสียดายจัง
    #20967
    0
  18. #20964 คุโรซากิโมโตริ (@queendark) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 20:16
    เย้ๆในที่สุดแม่ลูกก็ได้พบกัน
    #20964
    0
  19. วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 19:44
    เจอกันซักที
    #20963
    0
  20. #20962 cloudy_sky2 (@Cloudy_sky) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 16:56
    ในที่สุดๆๆๆๆๆๆ
    #20962
    0
  21. #20961 NisachonJamjan (@NisachonJamjan) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 16:47
    ขอบคุนค่ะ
    #20961
    0
  22. #20960 Ploy POliLoy (@themelony) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 13:39
    โอ้ยยยย เจอแม่แล้วอ่ะ ฮืออออ เจอแบบไม่ทันตั้งตัวเลย
    #20960
    0
  23. #20959 Panyapong2234 (@Panyapong2234) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 12:01
    ฝากดูแลแม่ของข้าด้วย เอื้อ เอื้อ เอื๊อก....
    #20959
    0
  24. #20958 ซาจา (@thipmee) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 11:55
    สงสารเมย์จังเลยอ่ะ แต่ก็เข้าใจเมอร์ลินนะ เหอะมันเอ๊าสู้ๆเจ้าหนู☺️
    #20958
    0
  25. #20957 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 11:19
    สนุกกกก
    #20957
    0