เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

ตอนที่ 305 : ภาค 3.2 ตอนที่ 143

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 912 ครั้ง
    23 พ.ค. 62


หอคอยอักขระ สถานที่ที่เปรียบเสมือนคลังสมบัติของเผ่าเทพ

 

หอสูงตั้งตระหง่านเสียดฟ้าทะลุชั้นเมฆ กลิ่นอายโบราณที่ลึกล้ำสาดกระจายตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ

 

เพราะการสลักอักขระโบราณสี่พันกว่าตัวทำให้เด็กน้อยสามารถเก็บกลิ่นอายพลังได้อย่างยอดเยี่ยม

 

นอกจากผู้ที่มีพลังเหนือกว่าเขา ต่ำกว่าระดับกษัตริย์ลงมาก็จะไม่มีใครมองเห็นเส้นแสงหนึ่งเส้นบนหน้าผากที่เป็นสัญลักษณ์ของวอลอร์ดระดับอัศวิน

 

หอคอยอักขระแห่งนี้ไม่เหมือนหอคอยอักขระของศูนย์ฝึก ที่แห่งนี้มีผู้แข็งแกร่งมากมายคอยพิทักษ์

 

ทางเข้าหอคอยมีสะพานข้ามเมฆเหนือชั้นบรรยากาศถูกสร้างขึ้นอย่างตระกานตา เมื่อมองลงไปก็จะพบกับหุบเหวที่เต็มไปด้วยรูปแบบอักขระที่ร้ายกาจ

 

เด็กน้อยก้าวเดินเข้าสู่เส้นทางของหอคอยด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง

 

ตลอดเส้นทางมีผู้แข็งแกร่งจับจ้องหลากหลายสายตา แต่พวกเขาก็ไม่ได้แสดงออกใดๆ

 

เมื่อเดินมาถึงซุ้มประตู วอลอร์ดในชุดคลุมยาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัว

 

"จงแสดงบัตรประจำตัว" เสียงที่แหบแห้งกล่าวอย่างไร้อารมณ์

 

เมอร์ลินไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา เขานำบัตรของเขาออกมาแสดงโดยดี

 

ทันทีที่ได้ตรวจสอบ วอลอร์ดผู้นั้นหรี่ดวงตาลง ในดวงตาปรากฏอารมณ์อึ้งตะลึงเล็กน้อยแล้วคืนบัตรให้เมอร์ลินไป

 

"เข้าไปได้" น้ำเสียงของวอลอร์ดผู้นั้นอ่อนลง สายตายังคงจับจ้องเด็กน้อย

 

เมื่อร่างของเด็กน้อยจมหายเข้าไปด้านในประตูหอคอย วอลอร์ดผู้เฝ้าประตูยังคงจดจ้องอย่างไม่ลดละ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย

 

"เด็กคนนี้คือใครกัน สามารถเข้าหอคอยอักขระได้ถึงสิบวัน เบื้องหลังของเขาจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน" วอลอร์ดกล่าวอย่างมีอารมณ์เหม่อลอย

 

ผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ที่ได้ยินต่างรู้สึกอึ้งและเหลียวมองไปยังแผ่นหลังของเด็กน้อยเป็นตาเดียว

 

สามารถเข้าหอคอยอักขระได้ถึงสิบวัน ฐานะของเขาย่อมไม่ธรรมดา

 

เมื่อเมอร์ลินเข้าสู่ด้านในของหอคอยอักขระส่วนกลางของเผ่าเทพ เขาก็พบว่าสถานที่แห่งนี้ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก

 

ด้านในมีเสาสูงทะลุดั้นเมฆจำนวนมาก แต่ละเสาล้วนมีสะพานเชื่อมต่อทอดยาวจนสุดลูกตา ให้ความรู้สึกอลังการเป็นอย่างมาก

 

เมอร์ลินเคยเข้าสู่หอคอยอักขระของศูนย์ฝึกมาครั้งหนึ่งแล้ว เขาต้องยอมรับว่าที่นี่ยิ่งใหญ่กว่าหลายเท่า และเขารู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้ไม่สามารถบินเลาะผ่านไปได้ จำเป็นต้องใช้การเดินเท้าเท่านั้น

 

ดวงตาอักขระของเมอร์ลินกวาดมองออกไป

 

เขาพบเห็นรูปแบบอักขระมากมายที่แข็งแกร่งกำกับสถานที่แห่ง การห้ามบินคือกฎเกณฑ์หนึ่งซึ่งเป็นอำนาจของรูปแบบอักขระ

 

เมอร์ลินเดินไปเรื่อยๆ อย่างใจเย็น

 

ในที่สุดเขาก็มาถึงสุดปลายทาง สถานที่แห่งนี้ไม่ต่างจากหอคอยอักขระที่เขาเคยไปมากนัก เพียงแต่ผู้เฝ้าประตูของที่นี่จะเป็นรูปแบบอักขระที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งยิ่งกว่า

 

"จงแสดงบัตรประจำตัวของเจ้าออกมา"

 

ผู้เฝ้าประตูมาในรูปแบบของเสียงโบราณที่ดังมาจากทะเลเมฆ

 

เสียงนี้ส่งกลิ่นอายที่เวิ้งว้างและน่าพรั่นพรึงสาดซัดออกมา

 

เมอร์ลินสัมผัสได้พลังของจักรพรรดิเวทย์ที่แท้จริง เสียงโบราณนี้ทรงพลังไม่ต่างจากเสียงของจักรพรรดิเวทย์เลยแม้แต่น้อย

 

เด็กน้อยส่งมอบบัตรประจำตัวออกไปโดยดี

 

"เจ้ามีเวลาสิบวัน จงเก็บเกี่ยวให้มาก"

 

ทันทีที่สิ้นเสียงบัตรประจำตัวก็ลอยกลับมา ประตูที่แท้จริงปรากฏดันกลุ่มทะเลเมฆขึ้นมา

 

ประตูโบราณที่เต็มไปด้วยอำนาจที่ลี้ลับถูกเปิดออก สาดซัดพลังอักขระที่เข้มข้นแผ่พลังกดดันย้อมทั้งชั้นบรรยากาศ

 

เมอร์ลินยังคงท่าทีที่เรียบเฉย การแสดงออกของเขาสงบนิ่งเป็นอย่างมาก

 

ร่างของเด็กน้อยวูบหายเข้ามาภายในอีกมิติหนึ่ง

 

ครั้งนี้เมอร์ลินมาพร้อมกับดวงตาอักขระที่ลึกล้ำกว่าเดิม มันกระทั่งสามารถทำให้มองเห็นเค้าโครงลางๆ ของสถานที่แห่งนี้ได้

 

ทันทีที่ได้เห็น เขาก็รู้สึกขนลุกอย่างห้ามไม่ได้

 

ภายในมิติแห่งนี้ยิ่งใหญ่ตระกานตาเป็นอย่างมาก

 

มันสามารถเปรียบหอคอยของศูนย์ฝึกได้ดังกาแล็กซี่แห่งหนึ่งที่มีดวงดาวมากมาย แต่ส่วนหรับหอคอยส่วนกลางแล้ว สถานที่แห่งนี้ประหนึ่งจักรวาลที่ยิ่งใหญ่ มีดวงดาวที่มีอักขระนับไม่ถ้วน

 

มองไปสุดสายตา ราวกับการนับดวงดาวบนท้องฟ้าที่ไม่จบไม่สิ้น

 

"แม้ว่าหอคอยอักขระของส่วนกลางจะน่าตื่นตะลึง แต่ที่สิ่งที่น่าสนใจไปยิ่งกว่านั้นคือรูปแบบโครงสร้างของสถานที่แห่งนี้มากกว่า"

 

ดวงตาอักขระของเมอร์ลินมองเห็นโครงสร้างคร่าวๆ อย่างตื่นตะลึง

 

รูปแบบอักขระที่เชื่อมต่อกันนั้นลึกล้ำและสูงส่งเป็นอย่างมาก

 

"คงมีเพียงแต่เมไจที่อยู่ในระดับเทพนักบุญหรือสูงกว่าเท่านั้นถึงจะสามารถสร้างสถานที่แบบนี้ได้"

 

เมื่อเมอร์ลินมองไล่เรียงโครงสร้างเค้าก็สามารถสำรวจไปถึงจุดต้นตอที่เป็นแห่งกำเนิดพลัง

 

"เป็นอย่างที่ข้าคิด สถานที่แห่งนี้ใช้รูปแบบอักขระที่สร้างมาจากพลังอักขระขั้นสีดำ ที่นี่เป็นที่ที่เทพอักขระของเผ่าเทพสร้างขึ้น"

 

ในตอนแรกเมอร์ลินตั้งใจที่จะศึกษาเพื่อนำไปลอกเลียนแบบ แต่เมื่อเห็นระดับพลังของโครงสร้างแล้ว เขาก็รู้สึกถอดใจ

 

หนทางสู่อักขระขั้นสีดำนั้นยาวไกลเกินไป มีเพียงผู้ที่สลักอักขระได้ถึงหนึ่งแสนตัวถึงจะสามารถเป็นเทพอักขระได้

 

แม้เมอร์ลินจะมีทางลัดคือแหวนประจำตระกูลดราก้อนเอส แต่เขาก็จำเป็นต้องมีพลังสมาธิที่แข็งแกร่งเข้าเกณฑ์ถึงจะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับนั้นได้

 

เด็กน้อยอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้

 

"เส้นทางอักขระขั้นสีดำนั้นยังไกลตัวเกินไป คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต"

 

แม้ว่าการเป็นเทพอักขระของเขาในตอนนี้จะยังเป็นไปไม่ได้ แต่เส้นทางเข้าสู่ระดับเทพนักบุญก็ไม่นับว่าไกลเกินเอื้อมนัก

 

เมอร์ลินในตอนนี้สลักอักขระได้สี่พันกว่าตัวแล้ว และยังมีอักขระเวทย์ระดับโบราณอยู่ในมืออีกสองพันกว่าตัว หากสามารถสลักอักขระได้ทั้งหมด เขาก็จะก้าวสู่ระดับกษัตริย์และเข้าใกล้ระดับเทพนักบุญ

 

เด็กน้อยไม่ต้องการให้เวลาเสียเปล่า เขาเริ่มที่จะเก็บเกี่ยวอักขระเวทย์ระดับโบราณที่อยู่ที่นี่เป็นอันดับแรก

 

เพราะอักขระเวทย์ที่อยู่ที่นี่ไม่สามารถนำเอาออกไปด้านนอกได้ เขาจำเป็นจะต้องสลักอักขระเหล่านี้ให้เสร็จสิ้น

 

การเก็บเกี่ยวถูกเริ่มขึ้น

 

ภายในมิติที่ประหนึ่งจักรวาลที่เวิ้งว้าง มีดวงดาวหลายดวงที่เป็นอักขระเวทย์ระดับโบราณ

 

เมอร์ลินใช้เวลาไปถึงหนึ่งวันเต็มๆ กว่าจะสามารถรวบรวมพวกมันมาได้ทั้งหมด

 

สีหน้าของเด็กน้อยแสดงออกซึ่งความผิดหวังเล็กๆ

 

"สถานที่แห่งนี้มีอักขระระดับโบราณอยู่สามพันกว่าตัว แต่มีอักขระที่ซ้ำกับที่ข้ามีไปถึงสองพันกว่าตัว เขาจึงเก็บเกี่ยวมันได้เพิ่มอีกแค่เก้าร้อยกว่าตัวเท่านั้น เมื่อรวมกับอักขระที่ยังไม่ได้สลักที่ข้ามีก็เป็นสามพันกว่าตัวเท่านั้น"

 

เมอร์ลินคาดหวังในการเก็บเกี่ยวครั้งนี้ไว้มาก

 

ถึงแม้เขาจะสามารถรวมรวมมันมาได้ถึงสามพันกว่าตัว แต่อักขระเหล่านั้นกลับซ้ำกับที่เขามี ทำให้ตอนนี้เขามีอักขระระดับโบราณทั้งหมด 7,562 ตัวเท่านั้น

 

ยังขาดอีกสองพันกว่าตัว เขาถึงจะสามารถทะลวงสู่ขอบเขตเทพนักบุญได้

 

เมอร์ลินไม่ปล่อยให้ความรู้สึกผิดหวังอยู่นาน

 

สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือการสลักอักขระลงบนวงเวทย์บ่มเพาะสามพันกว่าตัวให้เสร็จสิ้น

 

"มาลองดูกันว่าเก้าอี้สีครามจะช่วยเพิ่มความเร็วในการสลักอักขระได้หรือไม่"

 

เมอร์ลินกล่าวอย่างคาดหวัง

 

เมื่อเขาสะบัดถุงมือสีครามออกไป ถุงมือกลายเป็นเป็นละอองดวงดาวสีฟ้าที่กระจ่างใส

 

แต่ทันใดนั้นเอง

 

มิติจักรวาลแห่งนี้ก็ปรากฏพลังที่ทรงอำนาจกดทับลงมา

 

อำนาจอักขระขั้นสีดำประหนึ่งพลังของเทพเจ้า ก่อตัวเป็นพลังที่ไร้รูปกดดันละอองดวงดาวสีฟ้าจนคล้ายกับจะแตกซ่าน

 

ละอองดวงดาวยอมจำนนไม่กล้าที่จะแผลงฤทธิ์ กลับสู่รูปร่างของถุงมือสีครามอีกครั้ง

 

"มันไม่สามารถใช้ได้" เมอร์ลินมองอย่างอึ้งตะลึงงัน ในดวงตาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย จ้องมองไปยังพลังต้นกำเนิดของมิติอย่างน่าสะพรึง

 

"ใช้ไม่ได้ก็ใช้ไม่ได้ ข้ายังมีเวลาเหลืออีกเก้าวันสลักอักขระสามพันกว่าตัว ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้"

 

เมอร์ลินตัดใจได้อย่างรวดเร็วและเริ่มบ่มเพาะการสลักอักขระในทันที

 

อักขระเวทย์ภายในความทรงจำถูกสร้างขึ้นภายในมิติบ่มเพาะ

 

อำนาจอักขระบังคับให้อักขระเวทย์จมปักเข้าไปหลอมรวมกับวงเวทย์สีเงิน

 

โดยปกติแล้วอักขระเวทย์ระดับธรรมดาจะมีความยากในการสลักอักขระที่มากกว่า แต่ทว่าระดับโบราณนั้นมีคุณสมบัติพิเศษสามารถหลอมรวมเข้ากับวงเวทย์ได้ง่ายกว่า

 

การสลักอักขระของเมอร์ลินจึงเป็นไปอย่างไหลรื่นและมีความต่อเนื่อง

 

ความยากของการสลักอักขระลงบนวงเวทย์บ่มเพาะไม่ได้มีแค่การสลักอักขระเวทย์ลงไปเท่านั้น แต่มันยังมีเรื่องของการบ่มเพาะวงเวทย์ให้แข็งแกร่งพร้อมรองรับพลังของอักขระเวทย์

 

ภายในเผ่าเทพมีผู้มีอำนาจหลายคนที่สามารถใช้คะแนนศักดิ์สิทธิ์แลกการเข้ามาภายในหอคอยอักขระได้ แต่การบ่มเพาะของพวกเขานั้นไม่ได้ราบรื่นเหมือนเมอร์ลิน

 

เพราะพวกเขายังขาดศาสตร์ความรู้ในการบ่มเพาะวงเวทย์ให้แข็งแกร่ง ต่างจากการบ่มเพาะของแดนมนุษย์ที่มุ่งบ่มเพาะที่พลังเวทย์ล้วนๆ

 

เมอร์ลินจึงมีความได้เปรียบในจุดนี้

 

ครั้งหนึ่งเขาเคยอยู่ในขอบเขตระดับสูงของการบ่มเพาะพลังเวทย์ แต่ถูกทำให้ถดถอยต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่

 

การเริ่มต้นใหม่ของเขานั้นมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ภายใต้ขอบเขตความรู้เดิมจึงทำให้วงเวทย์บ่มเพาะของเขาถูกบ่มเพาะให้แข็งแกร่งกว่าคนของเผ่าเทพ

 

วงเวทย์บ่มเพาะของเมอร์ลินจึงมีความจุที่มากกว่า

 

เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง

 

เมื่อรู้สึกว่าวงเวทย์ถึงขีดจำกัดแล้ว

 

เมอร์ลินจึงนำจิตเวทย์ที่เขาเก็บสะสมไว้ออกมา จิตเวทย์เหล่านี้ล้วนเป็นจิตเวทย์ระดับ 8 กระทั่งมีจิตเวทย์ระดับ 9 อยู่ด้วยบางชิ้น

 

การบ่มเพาะของเขาในตอนนี้อยู่ในขอบเขตจอมเวทย์ ด้วยพลังเวทย์ที่อยู่ภายในจิตเวทย์เหล่านี้เพียงพอที่เขาจะสร้างวงเวทย์ให้ถึงระดับมหาจอมเวทย์ได้อย่างสบายๆ

 

เมอร์ลินจึงใช้เวลาส่วนหนึ่งดูดซับพลังของจิตเวทย์และสร้างวงเวทย์บ่มเพาะวงใหม่ขึ้นมาแล้วเริ่มสลักอักขระลงไปเรื่อยๆ

 

เหตุที่คนของเผ่าเทพไม่ได้มีความเร็วในการบ่มเพาะเทียบเท่ากับเมอร์ลิน ส่วนหนึ่งเพราะขั้นตอนในการสร้างวงเวทย์บ่มเพาะ

 

ขั้นตอนนี้ต้องการความเชี่ยวชาญและความชำนาญเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้นแล้ววงเวทย์ที่ควบแน่นจะไม่มั่นคง และไม่สามารถสร้างวงเวทย์ต่อไปได้

 

วอลอร์ดไวท์ทีธก็เข้าใจถึงจุดนี้ เขาจึงไม่ได้ทำการสลักอักขระเพื่อเข้าสู่ขอบเขตเทพนักบุญในทันที

 

การเตรียมวงเวทย์บ่มเพาะให้พร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ชายชราจึงเลือกที่จะปิดด่านฝึกฝนเพื่อให้วงเวทย์มั่นคงและเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่ขอบเขตใหม่

 

หนึ่งวันผ่านไป ระดับพลังของเมอร์ลินก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย

 

วันที่สองผ่านไป เขาได้บ่มเพาะวงเวทย์วงใหม่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วสลักอักขระเวทย์เข้าไปอย่างบ้าคลั่ง

 

จนในตอนนั้นเองเมื่อสลักอักขระมาถึงห้าพันตัว รอบตัวก็เกิดแรงระเบิดที่ราวกับภาพมายากระจายออกไปอย่างรุนแรง ดวงดาวที่อยู่รอบๆ เกิดการสั่นกระเพื่อม

 

พลังอักขระภายในร่างราวกับก้าวเข้าสู่ระดับใหม่

 

บนหน้าผากของเมอร์ลินมีขีดเรืองแสงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งขีด

 

สองขีดที่ปรากฏคือสัญลักษณ์ของระดับกษัตริย์

 

ดวงตาทั้งสองเปิดขึ้น ภายแสงประกายสีม่วงเป็นรัศมีที่กระจ่างใสสาดส่องออกมา

 

ดวงตาสีน้ำเงินคล้ายกับมีคลื่นวนนับไม่ถ้วน สลัวๆ เลือนราง

 

"เข้าสู่ระดับกษัตริย์แล้ว ... ยังไม่พอ ..."

 

เมอร์ลินตื่นขึ้นมาเพียงเวลาชั่วครู่สั้นๆ แล้วเริ่มทำการบ่มเพาะต่อในทันที

 

ระยะเวลาที่เมอร์ลินเข้ามาในหอคอยอักขระในตอนนี้ได้เข้าสู่วันที่สี่แล้ว เด็กน้อยยังคงสลักอักขระเข้าไปอย่างดุดัน อักขระเวทย์มากมายปรากฏภายในมิติบ่มเพาะราวกับน้ำตกที่มุ่งลงสู่วงเวทย์บ่มเพาะ

 

เข้าสู่วันที่ห้าเด็กน้อยยังคงสลักอักขระอย่างไม่หยุดยั้ง วงเวทย์ขอบเขตจอมเวทย์ถูกสร้างขึ้นมาอีกวง

 

ด้วยคุณสมบัติของการฝึกตนทำให้เขาใช้เวลา 24 ชั่วโมงอย่างคุ้มค่าเป็นอย่างมาก

 

ถึงวันที่หก ในที่สุดเมอร์ลินก็เข้าสู่อักขระหกพันตัว คลื่นพลังอักขระนั้นกวาดซัดออกไปอย่างรุนแรง มิติเกิดเสียงครึกโครมดังสนั่นลั่นฟ้า

 

ยิ่งเมอร์ลินสลักอักขระได้มากเท่าไหร่ เขาก็รับรู้ถึงความยากในการสลักอักขระที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

 

ในตอนนั้นเองเขาก็รู้สึกว่าตนเองมาถึงทางตัน

 

การสลักอักขระของเขาราวกับเคลื่อนที่อยู่ในโครนตม ยากที่จะทำให้รวดเร็วได้

 

"เกิดอะไรขึ้น?" เมอร์ลินงุนงงเป็นอย่างมาก เขาตรวจสอบหาสาเหตุ

 

เวลาผ่านไปเขาก็เข้าใจ

 

"เป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง ดูเหมือนว่าพลังสมาธิของข้าได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว"

 

เมอร์ลินเข้าใจถึงปัญหา แต่ใบหน้าของเขาไม่ได้มีท่าทีกังวลเลยแม้แต่น้อย

 

มือน้อยสัมผัสไปที่แหวนเวทย์และนำผลึกเมกาออกมา

 

ผลึกเมกา ผลึกอัศจรรย์ที่สามารถเพิ่มพลังสมาธิให้กับเมไจได้ เมอร์ลินได้รับผลึกเมกามาจากคลังสมบัติของห้องลับที่สิบสองมาพันกว่าก้อน

 

เขาเชื่อว่าผลึกเมกาเหล่านี้จะสามารถทำให้ขอบเขตพลังสมาธิของเขาทะลุไปถึงระดับสี่ดาวได้

 

พลังสมาธิถึงฐานตั้งต้นของการบ่มเพาะพลังอักขระ หากมีพลังสมาธิที่เพียงพอก็จะทำให้เมไจฝ่าทะลุขอบเขตระดับชั้นถัดไปได้

 

หากเมอร์ลินสามารถเพิ่มพลังสมาธิไปถึงระดับสี่ดาว เขาสามารถเลือกที่จะทะลวงระดับด้วยแหวนประจำตระกูลดราก้อนเอสให้ไปถึงขั้นสีครามได้

 

แต่เขาในตอนนี้ยังไม่เลือกที่จะทำมัน เพราะการเข้าสู่ระดับใหม่ด้วยทางลัดนั้นมีพลังที่อ่อนแอกว่าการสลักอักขระอย่างเห็นได้ชัด

 

อีกทั้งการทะลวงขอบเขตด้วยทางลัด ก็ยังต้องใช้เวลาที่นานมากในมิติของแหวน เผลอๆ อาจจะใช้เวลาที่มากถึงปีหรือสองปีขึ้นไป สิ่งนี้เมอร์ลินไม่สามารถคาดเดาได้

 

เมอร์ลินจึงเก็บมันไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายแล้วเลือกที่จะบ่มเพาะในเส้นทางของการสลักอักขระ

 

ไม่แน่ว่าหากเขามีโอกาสเข้าไปในซากวิหารอีกสักแห่งสองแห่ง เขาอาจจะเก็บเกี่ยวสมบัติและอักขระระดับโบราณที่สามารถทำให้ทะลวงขอบเขตได้เร็วกว่าใช้วิธีลัดก็เป็นได้

 

"ผลึกเมกา ... ถึงเวลาที่ข้าต้องใช้แล้ว ..."

 

ดวงตาสีน้ำเงินจ้องมองไปที่ผลึกเจ็ดสีที่ทอแสงกระจ่างใสลอยอยู่ด้านหน้า

 

มือน้อยชี้ไปที่ผลึกเมกาครั้งหนึ่ง รูปแบบอักขระหนึ่งก็ถูกกระตุ้น

 

ผลึกเมกาส่องแสงเรืองรองและปลดปล่อยสายฟ้าเจ็ดสีพุ่งเข้าสู่กลางหน้าผากของเด็กน้อย

 

สองขีดที่อยู่บนหน้าผากของเด็กน้อยเปล่งแสงราวกับตอบรับพลังที่สอดคล้องกัน

 

ภายในหัวของเมอร์ลินปรากฎพลังที่ลี้ลับขับเคลื่อนพลังสมาธิให้สูงขึ้นเรื่อยๆ

 







.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 912 ครั้ง

29,603 ความคิดเห็น

  1. #29055 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 07:35
    ฟามรัวๆ
    #29055
    0
  2. #28409 Thank You (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 19:44

    ขอบคุณครับ

    #28409
    0
  3. #28407 เป็ดน้อยแว่นกลม (@armmooo) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 06:58
    อัปสเตตัสรัวๆ แถมเคลียกระเป๋าด้วย55555+
    #28407
    0
  4. #28406 จิล (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 01:32

    นิยายไรท์เวลาอ่านทีละตอนแล้วจะรู้สึกอยากถอนหายใจ

    มันจะลุ้นก็ไม่ลุ้นจะสบายก็ไม่สบาย

    ช่างล้ำลึกยิ่งนัก5555

    #28406
    0
  5. #28405 TimeStory (@PrinceFiendTH) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 00:54

    ชิลๆตอนนี้

    #28405
    0
  6. #28404 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 00:50

    เมอร์ลินต้องทำได้อยู่แล้วอะนะ

    #28404
    0
  7. #28403 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 23:56
    รอตอนต่อไป
    #28403
    0
  8. #28402 ป๊อปเปอร์... (@sonada2525) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 22:56
    เติมทรูต่อไป
    #28402
    0
  9. วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 22:06
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png เยี่ยมเหมือนเคย
    #28401
    0
  10. #28400 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 21:56

    ทำให้ลุ้นทุกตอนจริงๆ
    #สู้ๆนะไรท์
    #28400
    0
  11. #28398 fonnzosh (@osh_namfon_pcy) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 21:41
    ขออีกกก
    #28398
    0
  12. #28396 honcool (@crazyboll) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 21:11
    กอบโกย
    #28396
    0
  13. #28395 อสูรไร้ลักษณ์ (@deathorlife) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 21:06
    เดี๋ยวไม่ใช่ได้รับการอวยพรจากเทพเจ้าอีกนะ....
    #28395
    0
  14. #28394 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 20:48
    ขีดที่หน้าผากเมอร์ลินเป็นยังไงหรอค่ะ? พอจะวาดมาให้ดูได้ไหมค่ะไรท์
    #28394
    2
    • #28394-1 โรคุโก๊ะ (@pss933) (จากตอนที่ 305)
      23 พฤษภาคม 2562 / 21:34
      แบบเลขโรมันหรือเปล่า
      #28394-1
  15. #28393 TheBLuEStraGGlER (@TheBLuEStraGGlER) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 20:27
    ไอเทมเยอะจริงเด็กคนนี้
    #28393
    0
  16. #28392 Noblesselessa (@Noblesselessa) (จากตอนที่ 305)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 20:19
    อยากเห็นหน้าพวกที่รู้ว้าเมอร์ลินยังไม่ตายจังง
    #28392
    1
    • #28392-1 Area_00 (@Area_00) (จากตอนที่ 305)
      23 พฤษภาคม 2562 / 21:00
      เราคิดว่า หน้าตาคงจะแบบอิหยังวะ...
      ไม่ตายยังไม่พอ เหมือนโดนตบหน้าด้วยระดับที่เพิ่มขึ้นอีกต่างหาก555
      #28392-1