เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard

ตอนที่ 304 : ภาค 3.2 ตอนที่ 142

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 941 ครั้ง
    21 พ.ค. 62


เมอร์ลินรู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจนั้นแทบจะทะลุออกมา

 

ตัวเขานั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้สืบทอดของมหาจักรพรรดิโซโลมอน เขาเป็นผู้ครอบครองสมบัติสี่ในห้าของมหาจักรพรรดิผู้นี้ทั้งหมด

 

ดวงตาเลเมเกทัน หอกลองกินุส มงกุฎแห่งจักรพรรดิ และกุญแจแห่งโซโลมอน

 

อีกทั้งในภาพนิมิตรเจตจำนงของตระกูลดราก้อนเอส เขายังเห็นภาพของโซโลมอนใช้อำนาจอักขระสีดำในการปิดฉากการต่อสู้กับจอมุนกานต์

 

หากนำข้อมูลของสมบัติเหล่านี้มาวิเคราะห์ก็จะพบได้ว่ามหาจักรพรรดิโซโลมอนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเผ่าเทพ ที่เป็นเจ้าแห่งการใช้พลังอักขระ

 

แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือโซโลมอนนั้นเป็นถึงเทพอักขระของเผ่าเทพ

 

"โซโลมอน? ท่านอาจารย์ท่านสามารถเล่าเรื่องเทพอักขระผู้นี้ให้ข้าฟังได้หรือไม่?" เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่กระตืนรือล้น

 

แต่ทว่าสีหน้าของวอลอร์ดไวท์ทีธกลับตรึงเรียบ ไม่ปรากฏอารมณ์ใดออกมา

 

ชายชราส่ายศีรษะและเอ่ยปฏิเสธ

 

"ข้าไม่สามารถเล่าเรื่องราวของเทพอักขระผู้นี้ได้ และห้ามเจ้าเอ่ยชื่อของคนผู้นี้กับผู้อื่น ไม่เช่นนั้นแล้วเจ้าอาจถูกตั้งข้อหากบฏในทันที" วอลอร์ดไวท์ทีธกล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง

 

เมอร์ลินรู้สึกอึ้งไปไม่น้อย

 

ทำไมกัน?

 

ในเมื่อโซโลมอนคือเทพอักขระรุ่นที่ 18 ทำไมเผ่าเทพถึงห้ามไม่ให้เอ่ยนาม

 

ความจริงเมอร์ลินรู้สึกแปลกใจมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว

 

นับตั้งแต่เขามาที่ดินแดนแห่งนี้ เขาได้อ่านประวัติมากมายในห้องหนังสือของไวท์ทีธ พวกมันมีทั้งข้อมูลประวัติของสถานที่และบุคคลสำคัญ แน่นอนว่าย่อมต้องมีรายชื่อของเทพอักขระที่โดดเด่นแต่ละรุ่น

 

แต่ที่น่าแปลกใจก็คือทำไมในรายชื่อเทพอักขระเหล่านั้นถึงไม่มีชื่อของโซโลมอน

 

เรื่องนี้ทำให้เมอร์ลินรู้สึกสงสัยอย่างมาก

 

แต่เมื่อมองดูสีหน้าที่จริงจังของชายชรา เด็กน้อยจึงไม่กล้าที่จะเอ่ยเรื่องนี้ต่อ แต่กลับถามอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องการรู้เป็นที่สุด

 

"ขอถามอาจารย์ ท่านพอจะมองข้าได้หรือไม่ว่าอาวุธเทพเจ้าที่เทพอักขระรุ่นที่ 18 ใช้นั้นคือสิ่งใด"

 

เมื่อได้ยินคำถามนี้ วอลอร์ดไวท์ทีธไม่ได้มีท่าทีอึดอัดใจอะไรจึงเอ่ยตอบ

 

"สมบัติเทพเจ้าชิ้นนั้นมีชื่อว่า ..." วอลอร์ดไวท์ทีธสูดลมหายใจเข้าลึกและหรี่ตาลง

 

หัวใจของเมอร์ลินเต้นตึกตักแทบจะทะลุออกมาด้วยความตื่นเต้น

 

"ดวงตาแห่งเลเมเกทัน"

 

ทันทีที่เมอร์ลินได้ยินคำพูดนี้ เขาก็รู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง ความหวังของเขาพังทลายลงมาในพริบตา

 

เด็กน้อยคาดหวังเป็นอย่างมากกับข้อมูลสมบัติของโซโลมอนชิ้นสุดท้าย

 

แต่ชีวิตคนเราไม่มีอะไรที่ราบรื่น

 

"ดวงตาอย่างนั้นหรอ?"

 

ความผิดหวังแสดงออกมาทางสีหน้าของเด็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด

 

"ถูกต้องแล้วสมบัติเทพเจ้าชิ้นนั้นคือดวงตาดวงหนึ่ง ที่สามารถกักเทพได้ทุกสรรพสิ่ง แม้แต่สัตว์รบที่ทรงพลังหรือบทเวทย์คาถาที่มีอำนาจทำลายล้างก็สามารถบรรจุลงไปในนั้นได้ ว่ากันว่าชายผู้นั้นได้บรรจุสรรพความรู้ทั้งหมดของเขาไว้ในนั้น"

 

"เทพอักขระผู้นั้นได้นำสัตว์รบ 108 ตนกวาดผ่านชั้นฟ้าและยุติสงครามห้าดินแดน"

 

วอลอร์ดไวท์ทีธกล่าวออกมาอย่างเรียบๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากหยั่งถึง

 

"จากที่ท่านพูดมาบุรุษผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นวีรบุรุษ แต่ทำไมเผ่าเทพถึงไม่ให้เอ่ยถึงเขา" เมอร์ลินเอ่ยถามด้วยแววตาที่ใสซื่อ

 

ชายชราถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และเอ่ย

 

"ข้าไม่สามารถพูดไปได้มากกว่านี้แล้ว การที่เอ่ยถึงชายผู้นี้มากเกินไป หากใครมาได้ยิน พวกเราอาจสามารถถูกตั้งข้อหากบฏได้ ผู้ที่ถูกเผ่าเทพตั้งใจให้ลืมเลือน เรื่องนี้จึงไม่สามารถนำมาพูดเล่นๆ"

 

เมื่อเห็นผู้เป็นอาจารย์เอ่ยอย่างจริงจัง เมอร์ลินจึงไม่ซักไซ้อีกต่อไป

 

"ข้าเข้าใจแล้ว"

 

ครั้งนี้พวกเขาทั้งสองพูดคุยด้วยกันมากเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเพราะความห่วงใยที่แท้จริงของวอลอร์ดไวท์ทีธ

 

ดวงตาที่แหลมคมของชายมองไปยังเมอร์ลินราวกับว่าเป็นสิ่งของที่โปร่งใส

 

แม้ว่าเขาไม่สามารถมองเห็นพลังที่แท้จริงของเมอร์ลินได้ แต่ก็รับรู้ว่าเมอร์ลินพัฒนาไปไกลไม่ได้

 

ลูกศิษย์ของเขาไม่ได้อยู่ในระดับอัศวินธรรมดาอย่างที่ทุกคนเข้าใจ

 

"เมอร์ลินเจ้าบ่มเพาะการสลักอักขระเวทย์ได้เท่าใดแล้ว?"

 

เมอร์ลินรู้ว่าชายชราจะต้องถามคำถามนี้เขาจึงได้เตรียมคำตอบไว้ก่อนแล้ว

 

"บอกตามตรง ตอนนี้ศิษย์สลักอักขระไปได้ถึงสี่พันห้าสิบอักขระและบ่มเพาะวงเวทย์ไปถึงขอบเขตจอมเวทย์แล้ว ทั้งหมดนี้เพราะศิษย์ได้รับประโยชน์จากห้องลับที่สิบสอง ภายในห้องนั้นมีสภาพแวดล้อมไม่ต่างจากภายในของหอคอยอักขระเลยแม้แต่น้อย ทำให้หนึ่งปีมานี้ศิษย์สามารถบ่มเพาะได้อย่างรวดเร็ว"

 

เมอร์ลินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบไม่สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย ท่าทางของเขานั้นไม่เหมือนคนที่โกหก

 

ในตอนแรกชายชรานั้นตกตะลึงเป็นอย่างมาก เมื่อทำความเข้าใจ เขาจึงกลับมานิ่งสงบตามเดิม

 

หากศิษย์ของเขาไปพบโชคที่ดีเป็นห้องที่ว่าจริง การสลักอักขระสี่พันอักขระภายในหนึ่งปี เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถเป็นไปได้

 

"เจ้าได้สลักอักขระโบราณเหล่านี้ไปแล้วหรือยัง?"

 

เด็กน้อยส่ายหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ

 

"ดี ดี ดี ทั้งข้าและเจ้าขาดอีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะก้าวเข้าสู่ระดับใหม่แล้ว เอาเป็นว่าข้าจะเพิ่มของขวัญที่เจ้ายังไม่ได้ใช้ก่อนจะเข้าสู่ซากวิหาร เพิ่มการเข้าไปในหอคอยอักขระเป็น 10 วัน"

 

ชายชราดีดลำแสงหนึ่งพุ่งเข้าสู่ป้ายประจำตัวของเมอร์ลิน

 

"การเข้าสู่หอคอยในครั้งนี้เจ้าจะต้องสลักอักขระทะลวงไปให้ถึงระดับกษัตริย์ให้ได้ หลังจากนี้ค่อยไปทำการขึ้นทำเนียบวอลอร์ดศักดิ์สิทธิ์"

 

วอลอร์ดไวท์ทีธเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน อาจารย์ผู้นี้ไม่ใช่คนขี้เหนียวเขาเพิ่มวันเข้าหอคอยอักขระให้กับเมอร์ลินเพิ่มขึ้นถึง 10 วัน

 

10 วันในหอคอยอักขระนับว่าเป็นโชคที่มหาศาล

 

ชายชราคิดว่าเด็กน้อยมีอักขระระดับโบราณอยู่ในมือถึงเก้าร้อยกว่าอักขระอยู่ในมืออยู่แล้ว การที่จะทะลวงเขาสู่ห้าพันอักขระกลายเป็นระดับกษัตริย์ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก

 

ภายในเวลาสิบวัน การสลักอักขระระดับโบราณเก้าร้อยกว่าตัวที่มีความง่ายมากกว่าระดับธรรมดานับว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อยู่แล้ว

 

"ขอบคุณท่านอาจารย์" ภายในใจของเมอร์ลินรู้สึกลิงโลดเมื่อเขาได้รับของขวัญชิ้นนี้

 

คลังอักขระของเขามีอักขระระดับโบราณอยู่แล้วห้าพันกว่าอักขระ ตอนนี้สลักอักขระไปแล้วสี่พันกว่าตัว การจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตของระดับกษัตริย์นั้นไม่ใช่เรื่องยาก

 

อีกทั้งเมอร์ลินยังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้เปิดเผย

 

นั่นก็คือภายในห้องที่สิบสองของวิหารลับแลนั้นมีสมบัติอยู่จริง ข้างในนั้นมีสมบัติที่เป็นทั้งอักขระเวทย์ระดับโบราณ ผลึกเมกา ผลึกกานีมัส และเกียร์จำนวนมาก

 

เมอร์ลินได้รับอักขระเวทย์ระดับโบราณมานับพันกว่าตัว อีกทั้งยังเป็นอักขระเวทย์ที่ไม่ซ้ำกับของที่เขามี จึงทำให้เขาในตอนนี้สะสมอักขระได้มากกว่าหกพันอักขระ

 

เรื่องนี้ทำให้เมอร์ลินต้องเปลี่ยนแผนการบ่มเพาะ

 

ในตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะบ่มเพาะอักขระเวทย์ระดับธรรมดาผสมกันเพื่อให้บรรลุเป็นเทพนักบุญ

 

แต่ทว่าเมื่อได้ฟังเรื่องราวของคอขวดในการบ่มเพาะของเมไจระดับตำนานแล้ว เขาก็ทราบได้ว่าอักขระเวทย์ระดับธรรมดามีผลต่อการบ่มเพาะในระดับสูงที่ยากยิ่งขึ้น

 

เมื่อมิติซากวิหารเทพเฮอร์มีสมีสมบัติเป็นอักขระเวทย์ระดับโบราณซ่อนอยู่ นั่นก็หมายความว่าซากวิหารอื่นๆ ก็มีสมบัติชนิดนี้ซ่อนอยู่เช่นเดียวกัน

 

นั่นก็หมายความว่าหากเมอร์ลินสามารถล่าสมบัติเหล่านี้ได้ เขาก็จะสามารถใช้อักขระระดับโบราณบ่มเพาะไปถึงระดับเทพนักบุญโดยไม่มีคอขวดได้

 

อีกทั้งผู้ที่สลักอักขระระดับโบราณยังแข็งแกร่งกว่าผู้ที่สลักอักขระระดับธรรมดาทั่วไป

 

ประโยชน์ของมันนับว่ามหาศาลยิ่งนัก

 

ยังไงเมอร์ลินก็ต้องออกล่าสมบัติเพื่อนำมาแลกเป็นคะแนนศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว

 

การที่จะเดินในเส้นทางนี้นับว่าสอดคล้องกัน

 

แต่ในตอนนั้นเองเมอร์ลินก็ยังเกิดคำถาม

 

"ทำเนียบวอลอร์ดศักดิ์สิทธิ์?"

 

วอลอร์ดไวท์ทีธยิ้มและเอ่ย

 

"ทำเนียวอลอร์ดศักดิ์สิทธิ์นั้นคือการจัดลำดับผู้แข็งแกร่งในระดับวอลอร์ด ท่ามกลางวอลอร์ดนับหมื่นนั้นมีการจัดลำดับอย่างชัดเจน ปลายสุดของภูเขาน้ำแข็งมีวอลอร์ดผู้แข็งแกร่ง 108 คนดำรงตำแหน่งสภา 108 ประตูแดนเทพ"

 

"หากเจ้าต้องการที่จะไปสำรวจซากวิหารที่พึ่งถูกค้นพบ เจ้าตำเป็นต้องติดหนึ่งในอันดับหนึ่งพันของทำเนียบวอลอร์ดเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์เข้าไปได้"

 

วอลอร์ดไวท์ทีธอธิบายอย่างใจเย็น

 

"ซากวิหารที่พึ่งถูกคนพบอย่างนั้นหรือ?" ใบหน้าของเมอร์ลินมีเครื่องหมายของคำถาม

 

"ถูกต้องแล้ว ซากวิหารโดยทั่วไปถูกสำรวจนับร้อยครั้ง สมบัติที่พบก็ย่อมมีน้อย แต่ซากวิหารที่พึ่งค้นพบนั้นเป็นสิ่งใหม่ สมบัติข้างในนั้นยังไม่ถูกเก็บเกี่ยว นับว่ามีความสมบูรณ์พร้อม สิ่งนี้สร้างความยั่วยวนใจให้กับวอลอร์ดระดับสูงเป็นอย่างมาก"

 

"แต่ซากวิหารที่พึ่งค้นพบนั้นล้วนมีแต่อันตราย เผ่าเทพจึงต้องให้ผู้ที่อยู่ในหนึ่งพันอันดับแรกเท่านั้นถึงจะสามารถมีสิทธิ์เข้าไปสำรวจได้ ที่เจ้ามักจะเห็นข้าหายไปบ่อยๆ ส่วนหนึ่งนั้นคือภารกิจสำรวจทางของซากวิหารที่พึ่งค้นพบนี่แหละ"

 

"ทันทีที่เจ้าสามารถทะลวงระดับกษัตริย์ได้ จงไปลงทะเบียนในทำเนียบวอลอร์ดศักดิ์สิทธิ์เพื่อแย่งชิงหนึ่งพันอันดับแรก แย่งสิทธิ์ในการเข้าสำรวจ"

 

"ซากวิหารที่พึ่งคนพบนั้นมีสมบัติจำนวนมาก หากนำมาแลกเป็นคะแนนศักดิ์สิทธิ์ย่อมสามารถรับคะแนนที่ไม่ใช่น้อยๆ การสะสมคะแนนหนึ่งร้อยล้านคะแนนของเจ้าจึงไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน"

 

พูดคุยถึงตรงนี้ในดวงตาของเมอร์ลินก็มีไฟลุกโชน

 

วอลอร์ดไวท์ทีธชี้ทางในการเก็บคะแนนศักดิ์สิทธิ์ให้กับเข้า ชายชราคนนี้ยังไม่ลืมว่าเป้าหมายของเขาคือตำราหมื่นวิถีแปรธาตุ

 

เรื่องนี้สร้างความยินดีให้กับเขาเป็นอย่างมาก

 

"ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง" เมอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงทีเต็มไปด้วยความมั่นใจ

 

วอลอร์ดไวท์ทีธรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เขามองเด็กน้อยด้วยสายตาที่อ่อนโยน

 

"เมอร์ลินจงจำไว้ให้ดี อย่าได้รีบเข้าสู่ทำเนียบวอลอร์ดศักดิ์สิทธิ์หากไม่แข็งแกร่งเพียงพอ วอลอร์ดหนึ่งพันอันดับแรกล้วนแล้วแต่เป็นเมไจระดับกษัตริย์ที่แข็งแกร่ง สองร้อยอันดับแรกล้วนแล้วแต่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์ทั้งสิ้น แม้แต่ข้าเองก็ไม่ใช่ตัวตนที่สูงส่งอะไร"

 

เมอร์ลินรู้สึกอึ้งเป็นอย่างมาก เขาคิดว่าวอลอร์ดไวท์ทีธนั้นมีฐานะที่ยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในสภา 108 ประตูแดนเทพ เป็นยอดภูเขาน้ำแข็งของเผ่าเทพ แต่คำพูดของเขานั้นดูจริงจังเป็นอย่างมาก ไม่ใช่การถ่อมตนอย่างแน่นอน

 

"ข้าสามารถถามได้หรือไม่ว่าท่านอาจารย์อยู่ในอันดับที่เท่าใด?"

 

วอลอร์ดไวท์ทีธเผยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและเอ่ยตอบ

 

"ความแข็งแกร่งของข้าเพียงอยู่ในอันดับที่ 19 เท่านั้น"

 

ทันทีที่ได้ยิน ศีรษะของเมอร์ลินก็รู้สึกชาวาบ สีหน้าของเขานั้นตกตะลึงไม่น้อย

 

เมื่อเข้าสู่มิติที่พักวอลอร์ดไวท์ทีธได้ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่ ตัวตนของเขาราวกับเทพเจ้าตนหนึ่งในมิติแห่งนี้

 

แม้แต่เมอร์ลินในตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าพลังของตนเองยังมีระยะห่างจากวอลอร์ดไวท์ทีธไม่น้อย

 

ตัวตนที่น่าครั่นครามขนาดนี้ยังเป็นแค่อันดับที่ 19 อย่างนั้นหรือ?

 

เรื่องนี้ราวกับสายฟ้าฟาดลงมาอย่างจัง ดูเหมือนว่าเมอร์ลินจะประเมินเผ่าเทพต่ำไป

 

ยังมีคนที่เหนือว่าวอลอร์ดไวท์ทีธอีกสิบกว่าคน นี่เป็นเรื่องที่น่าตื่นตะลึงสำหรับเมอร์ลินเป็นอย่างมาก

 

หลังจากนั้นเมอร์ลินก็สอบถามวอลอร์ดไวท์ทีธเรื่องมิติที่พักส่วนตัว เขามีความต้องการที่จะสร้างมัน เพราะมิติส่วนตัวนั้นเป็นสถานที่ที่สะดวกสะบายเป็นอย่างมาก

 

ตัวตนหนึ่งสามารถเปิดประตูมิติไปที่พักเมื่อไหร่ก็ได้ มิหนำซ้ำในมิติแห่งนี้ยังมีแท่นเคลื่อนย้ายที่สามารถทะลุไปในสถานที่ต่างๆ ของดินแดนที่ได้รับอนุญาตอย่างสะดวกสบาย

 

เมอร์ลินต้องการที่จะสร้างมัน

 

เรื่องนี้วอลอร์ดไวท์ทีธได้ให้คำกระจ่างแก่เมอร์ลิน

 

การที่จะสร้างมิติที่พักส่วนตัวเช่นนี้ได้ จำเป็นจะต้องเป็นหนึ่งพันรายชื่อแรกของทำเนียบวอลอร์ดศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นถึงจะสามารถมีได้

 

เรื่องนี้จึงทำให้เมอร์ลินรู้ว่าหนึ่งพันรายชื่อทำเนียบวอลอร์ดศักดิ์สิทธิ์นั้นสำคัญเป็นอย่างมาก

 

เขาจึงตัดสินใจมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในหนึ่งพันรายชื่อทำเนียบวอลอร์ดศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ เพื่อประโยชน์ในการเข้าซากวิหารที่พึ่งค้นพบและมิติที่พักส่วนตัว

 

หลังจากจบการพูดคุย ไม่กี่วันผ่านไปเมอร์ลินก็ได้นำเกียร์ส่วนใหญ่ที่ได้รับมาจากซากวิหารไปขึ้นคะแนนกับส่วนกลาง โดยมีระดับสูงของสมาคมนักแก้ไขเป็นธุระให้ เขาเก็บเกียร์ที่มีประสิทธิภาพไว้ใช้งานไม่กี่ชิ้นเท่านั้น

 

การนำเกียร์เหล่านั้นเป็นคะแนน ทำให้เมอร์ลินได้รับคะแนนศักดิ์สิทธิ์มาได้ถึงยี่สิบล้านคะแนน

 

คะแนนมากมายขนาดนี้เพราะเกียร์ส่วนใหญ่มีระดับสีม่วง บางชิ้นเป็นเกียร์ที่ร้ายกาจ มูลค่าของมันจึงเกินบรรยาย

 

เขาแลกคะแนนมาได้ถึงยี่สิบล้านคะแนน บวกกับอีกสิบล้านคะแนนที่วอลอร์ดไวท์ทีธให้มา ตอนนี้เขามีคะแนนศักดิ์สิทธิ์สะสมถึงสามสิบล้านคะแนนแล้ว

 

เป้าหมายของเมอร์ลินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตำราหมื่นวิถีแปรธาตุดูเหมือนจะไม่ไกลเกินเอื้อมอีกแล้ว

 

หลังจากนั้นไม่กี่วัน เมอร์ลินจึงได้ออกเดินทางไปหอคอยอักขระเพื่อบ่มเพาะการสลักอักขระมุ่งทะลวงสู่ระดับกษัตริย์

 

รางวัล 10 วันที่แสนมีค่ากับอักขระอีกสองพันกว่าตัวที่อยู่ในมือ อีกทั้งยังมีอักขระระดับโบราณในหอคอยอักขระที่รอให้เมอร์ลินเก็บเกี่ยว

 

เด็กน้อยเชื่อว่าการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตของเทพนักบุญย่อมไม่ไกลเกินเอื้อม

 

ส่วนวอลอร์ดไวท์ทีธเมื่อได้รับอักขระเวทย์ระดับโบราณจากเมอร์ลินแล้ว เขาก็ปิดตัวเพื่อบำรุงวงเวทย์บ่มเพาะ เตรียมพร้อมที่จะสลักอักขระเข้าสู่ขอบเขตเทพนักบุญเช่นกัน

 

ฐานะและโอกาสของเมอร์ลินในตอนนี้นับว่าอยู่ในระดับที่รุ่งโรจน์เป็นอย่างมาก

 

ส่วนเรื่องของการแก้แค้น แน่นอนว่าเด็กน้อยไม่ลืม แต่เขาก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร

 

เพียงเวลาไม่นานร่างเล็กก็มายืนหน้าหอคอยที่สูงเสียดฟ้าแล้ว

 

หอคอยอักขระของส่วนกลางนับว่าใหญ่โตกว่าหอคอยอักขระของศูนย์ฝึกนับสิบๆ เท่า

 

เด็กน้อยแหงนหน้ามองหอคอยด้วยใบหน้าที่เยือกเย็น ดวงตาสีน้ำเงินสื่ออารมณ์ที่ซับซ้อน

 

เขาไม่ได้พูดคำใดออกมา ร่างเล็กทะยานเข้าไปในหอคอยอักขระทันที







.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 941 ครั้ง

29,619 ความคิดเห็น

  1. #28399 La'De_wa (@dkmine) (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 21:49
    กรี๊ดดด ตามทันแล้ว
    เป็นเรื่องที่สนุกกกๆๆๆๆๆๆมาก
    ลุ้นจนหยุดไม่ได้อยู่หลายวันกวาาจะทัน รอค่ะ
    คนเขียนเก่งมาก
    #28399
    0
  2. #28390 QueenOfMars (@Nutjung1414) (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 16:16
    สนุกมากค่ะ
    #28390
    0
  3. #28387 Noong7 (@Noong7) (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 00:56
    ค้างอีกแล้ววววว
    #28387
    0
  4. #28386 ddlovepp (@puilikedd) (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 23:42
    จะอ่านกี่ตอนก้ค้าง 555 รอจ้า
    #28386
    0
  5. #28385 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:16

    รอแก้แค้นนนนนน
    #สู้ๆนะไรท์
    #28385
    0
  6. #28384 015205 (@015205) (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:05
    ขอตังแม่ไปซื้อบัตรทรูมา แก้แค้นมันเลย
    #28384
    0
  7. #28382 Mhuaymhuay Freedom (@mhuayfreediom) (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 14:34
    จบจ้าอ่านมาอาทิตย์หนึ่งเต็มๆทัเติมทั้งเปย์วนไปจ้า
    #28382
    0
  8. #28381 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 11:06

    รอเมอร์ลินแก้แค้นอยู่น้าาา~
    เมอร์ลินต้องใช้วิธีที่ไม่ธรรมดาแน่นอน!!!
    #28381
    0
  9. #28380 ป๊อปเปอร์... (@sonada2525) (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 10:05
    เติมทรูวนไปเจ้าาาส
    #28380
    0
  10. #28379 Thank You (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 09:09

    ขอบคุณครับ

    #28379
    0
  11. #28378 Lost_Memories (@hassanlove11) (จากตอนที่ 304)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 09:04
    เช้ามากค่าาาไรต์
    #28378
    0