ตอนที่ 295 : ภาค 3.2 ตอนที่ 133

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 926 ครั้ง
    1 พ.ค. 62


ถุงมือที่อยู่ในมือของเมอร์ลินทำให้เขาเกิดความรู้สึกประหลาด

 

มีดวงแสงสีขาวหลายจุดเคลื่อนย้ายไปมาราวกับจะเป็นตำแหน่งของดวงดาว

 

เมอร์ลินไม่รู้ว่าถุงมือนี้ใช้ยังไง

 

ร่างกายของเมอร์ลินไม่ได้รับประโยชน์จากการครอบครองถุงมือนี้

 

นอกจากลวดลายที่น่าอัศจรรย์แล้วเขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงความพิเศษของมัน

 

มีเพียงกลิ่นอายที่รู้สึกว่าไม่ธรรมดาเท่านั้นที่ทำให้เมอร์ลินหวั่นเกรง นอกจากนั้นเขาก็ไม่ได้เข้าใจในพลังของถุงมือนี้เลยแม้แต่น้อย

 

เมื่อเมอร์ลินทดลองยื่นมือที่สวมถุงมืออยู่ออกไปและกางออก

 

ในตอนนั้นเองถุงมือก็ปรากฏแสงที่ราวกับเป็นแสงของดวงดาวส่องกระพริบ

 

ถุงมือกลายเป็นแสงมากมายกระพริบถี่ๆ มันเคลื่อนย้ายและไปรวมตัวกันในทิศทางที่มือของเมอร์ลินยื่นออกไป

 

ฟุบ!

 

แสงของดวงดาวรวมตัวกันและก่อตัวเป็นเก้าอี้สีดำ

 

"ที่แท้มันก็มีวิธีใช้อย่างนี้" เมอร์ลินอดที่จะมีรอยยิ้มไม่ได้ เมื่อเขาพบวิธีใช้ถุงมือ

 

"แล้วทีนี้ข้าจะต้องเก็บมันอย่างไร?"

 

เมื่อสามารถทำให้ถุงมือเป็นเก้าอี้สีดำได้แล้ว การเก็บคืนจะต้องทำอย่างไร? นั่นคือปัญหา

 

หรือว่าเขาจะต้องทำการสร้างวิถีอักขระใหม่อีกครั้ง

 

แต่ยังไม่ทันที่เมอร์ลินจะคิดได้นาน เมื่อเขามีความคิดที่จะเก็บเก้าอี้คืน เก้าอี้สีดำก็สลายกลายเป็นละอองแสงของดวงดาวกลับเข้ามารวมตัวกันที่มือของเมอร์ลินอีกครั้ง

 

ในครั้งนี้ถุงมือไม่ได้ส่องประกายระยิบระยับอีกต่อไป ถุงมือนั้นกลายมาเป็นสีดำ แต่กลายมาเป็นวัสดุที่คล้ายกับผ้าดูธรรมดายิ่ง

 

เมอร์ลินทดลองเรียกเก้าอี้สีดำออกมาอีกครั้ง ปรากฏว่าเขาสามารถทำได้

 

เมื่อทำการเก็บมันก็กลายมาเป็นถุงมือสีดำเหมือนเดิม

 

ในตอนนั้นเองมือขวาของเมอร์ลินจึงมีถุงมือข้างหนึ่งติดตัว

 

เมอร์ลินแทบจะยิ้มแก้มปริ

 

"ขอเพียงข้ามีเก้าอี้ตัวนี้ แม้จะอยู่ในสถานการณ์คับขัน มันก็อาจจะช่วยข้าฟื้นฟูพลังได้ และไม่แน่ว่ามันอาจจะช่วยเหลือในการบ่มเพาะด้านอื่นๆ อีกด้วย"

 

เมอร์ลินมองไปที่ถุงมือสีดำอย่างคาดหวัง

 

เขาไม่ได้ต้องการทดลองมันได้ในตอนนี้

 

เมอร์ลินมุ่งหน้าไปยังห้องถัดไปของวิหารทันที ดูเหมือนว่าเขาจะเสียเวลาอยู่กับห้องพักผ่อนของเทพเฮอร์มีสมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว เหลืออีกเพียงไม่กี่วัน มิติแห่งนี้ก็จะถูกปิด

 

เด็กน้อยเดินทางออกจากห้องพักผ่อนของเทพเฮอร์มีสได้ไม่ถึงครึ่งทาง เขาก็ได้ยินเสียงโครมครามดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว

 

เมื่อใช้ดวงตาอักขระมองออกไปยังทิศทางที่เกิดเสียง เขาก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ

 

แม้ดวงตาอักขระนั้นจะมีระยะการมองเห็นแค่หนึ่งร้อยเมตร แต่ทว่าเขากลับสามารถมองเห็นการพังทลายของโครงสร้าง

 

ปัง! ปัง! ปัง!

 

เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงแผ่กระจายออกมาเป็นระลอกคลื่น

 

จุดที่เป็นต้นกำเนิดของแรงสั่นสะเทือนนี้ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่เมอร์ลินพึ่งจากมา

 

"แย่แล้วดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนี้กำลังจะพังทลาย!"

 

เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างตกใจ เขาสันนิษฐานว่าเก้าอี้ตัวนี้ดูเหมือนจะเป็นเสาเข็มที่ค้ำจุนวิหารทะเลทราย

 

เมื่อมันถูกเก็บเกี่ยวออกไป มิติที่เป็นสิ่งก่อสร้างวิหารจึงไม่อาจจะดำรงอยู่ได้

 

ในตอนนั้นเองไกลออกไปสองถึงสามร้อยเมตรทางเดินด้านในก็เริ่มพังทลาย มันถูกม้วนกลืนเข้ากลับหลุมดำขนาดใหญ่ที่มีอำนาจมิติอย่างเหลือล้น

 

"ข้าต้องรีบออกไปจากที่นี่แล้ว"

 

เมอร์ลินรีบย่ำเท้าวิ่งออกไป แต่ดูเหมือนว่าความเร็วของเขานั้นจะไม่เพียงพอ

 

เด็กน้อยตัดสินใจนำม้วนอักขระออกมาและเปิดใช้งานมัน

 

"ออกมาเทพพฤกษา!"

 

เมอร์ลินทำการเก็บแอรีสไว้ในม้วนอักขระและเรียกเทพพฤกษาออกมา

 

ร่างของเทพพฤกษาปรากฎตัวในขนาดพอดีกับความสูงของทางเดิน

 

มือน้อยโบกสะบัดอย่างรวดเร็วสร้างเป็นวิถีอักขระวิถีหนึ่งออกมาอย่างลื่นไหล

 

"ให้ข้าเข้าไป"

 

ครืน!

 

เมอร์ลินลินพุ่งตัวเข้าไปในร่างของเทพพฤกษา

 

แม้เทพพฤกษาในตอนนี้จะมีขนาดที่เล็กกว่าที่ผ่านมา แต่การที่จะนำเมอร์ลินเข้าไปนั้นไม่เป็นอุปสรรคใดๆ

 

เพราะวิถีอักขระที่นำพาเมอร์ลินเข้าในร่างของเทพพฤกษานั้นได้ม้วนรวมเขาเข้าไปในอีกมิติหนึ่งในร่าง

 

ดังนั้นแล้วไม่ว่าเทพพฤกษาจะมีขนาดที่เล็กหรือใหญ่ขนาดไหน เมอร์ลินก็สามารถอยู่ในร่างของมันได้

 

ตัวตนของเทพพฤกษานั้นมีพลังเทียบเท่ากับมหาจอมเวทย์คนหนึ่ง ความเร็วของมันจึงเหนือกว่าความเร็วของเมอร์ลินในตอนนี้หลายเท่าตัว

 

ภายในเขาวงกตนั้นมีระยะทางไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร ด้วยระยะทางเพียงแค่นี้จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับการหนีในระยะเวลาสั้นๆ ของตัวตนระดับมหาจอมเวทย์ผู้หนึ่ง

 

การพังทลายของวิหารเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นด้วยความเร็วการหนีของเทพพฤกษานั้นเพียงพอที่จะทำให้รอดได้

 

เพียงเวลาไม่กี่ลมหายใจ การพังทลายของวิหารทะเลทรายก็เกิดขึ้นอย่างรุนแรง

 

เมอร์ลินรอดพ้นอันตรายนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด

 

เมื่อออกมาจากซุ้มประตูที่เก่าแก่ ไม่กี่อึดใจมันก็พลังทลาย

 

"น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้เข้าไปสำรวจในห้องทดลองแห่งนั้น" เมอร์ลินมองดูภาพการล่มสลายของซุ้มประตูทางเข้าวิหารอย่างเสียดาย

 

การเข้าไปในวิหารทะเลทรายของเขาในครั้งนี้ เขาได้เก็บเกี่ยวสมบัติที่เป็นถุงมือมาข้างหนึ่งและสัตว์รบระดับสีทองจำนวนมาก หนึ่งในนั้นเคยเป็นถึงสัตว์อสูรระดับพัฒนา พลังของมันจึงไม่ด้อยไปกว่าตัวตนของวอลอร์ดในระดับกษัตริย์เลยแม้แต่น้อย

 

เมื่อนำมาเทียบกับเมอร์ลิน หัวหน้าสัตว์อสูรค้างคาวนับว่ามีพลังที่เหนือกว่ามาก

 

เมอร์ลินออกจากร่างของเทพพฤกษาและเก็บเทพพฤกษาไว้ในม้วนอักขระ

 

เขาเกรงว่าร่างกายของสัตว์รบนั้นจะไปรบกวนรูปแบบอักขระเข้า การใช้ร่างของเขาเองจึงเป็นการเดินทางในสถานที่แห่งนี้ที่ง่ายกว่า

 

แม้ว่าวิหารทะเลทรายจะล่มสลาย แต่รูปแบบอักขระที่อยู่ในทะเลทรายแห่งนี้ยังคงอยู่

 

เมอร์ลินจึงต้องระมัดระวังให้มาก

 

"ผ่านไปเกือบครึ่งหนึ่งของเวลาที่ได้กำหนดแล้ว ข้าควรต้องรีบไปเก็บเกี่ยวสมบัติสถานที่อื่น"

 

เมอร์ลินตัดสินใจที่จะเดินทางออกจากทะเลทราย และไปยังวิหารอื่นๆ ของเทพเฮอร์มีส

 

แต่เมื่อเขากำลังก้าวเดิน พื้นทรายก็ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามันกำลังถูกหลุมขนาดยักษ์ดูเข้าไป

 

เมอร์ลินกระโดดขึ้นกลางอากาศและใช้ดวงตาอักขระมองลึกลงไปในพื้นทราย

 

"เจ้าสัตว์อสูรตัวนี้อีกแล้ว"

 

เมอร์ลินหรี่ตาลงและพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูหงุดหงิด

 

ก่อนที่เขาจะเข้าไปในวิหารเขาเคยถูกสัตว์อสูรตัวนี้รังควรมาแล้วครั้งหนึ่ง มันถึงกับทำให้เขาสูญเสียกระเรียนขาวที่เป็นเกียร์พาหนะของเขา มิหนำซ้ำตอนนี้มันยังกลับมาโจมตีเขาอีกครั้งหนึ่ง

 

เมอร์ลินจึงตัดสินใจไม่ปล่อยมันให้รอดอีกต่อไป

 

แม้ว่าสัตว์อสูรตัวนี้จะเป็นสัตว์อสูรระดับ 9 ที่อยู่ในขั้นกลืนกินเทียบเท่ากับแอรีส

 

แต่เมอร์ลินในตอนนี้กลับต่างออกไปจากตอนก่อนที่จะเข้าไปในวิหาร

 

มือน้อยแตะลงบนแหวนเวทย์และเรียกของสิ่งหนึ่งออกมา

 

ม้วนอักขระสีทองพุ่งออกมาจากแหวนเวทย์ เมอร์ลินคว้ามันและใช้ทันที

 

"จงออกมาบริวารค้างคาว"

 

เมอร์ลินไม่ได้เรียกหัวหน้าสัตว์อสูรค้างคาวออกมา แต่กลับเรียกบริวารของมันออกมา

 

สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยรูปแบบอักขระที่อันตราย มันกระทั่งสามารถทำให้ครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์บาดเจ็บได้ ส่วนตัวตนที่ต่ำกว่านั้นคงมีแต่เพียงความตายเท่านั้นที่เป็นทางเลือก

 

เขาไม่ได้เรียกวิญญาณอักขระออกมาทันที เพราะเขากลัวว่าสัตว์อสูรตัวนี้จะหนีไปอีกครั้ง

 

ความสามารถของสัตว์อสูรตัวนี้คือการมองข้ามรูปแบบอักขระกับดัก มันจึงยากที่จะไล่ตามได้ทันและอันตรายเป็นอย่างมากหากคิดที่จะไล่ตาม

 

เมอร์ลินตัดสินใจเรียกค้างคาวบริวารออกมานับหลายสิบตัว เขามีจุดประสงค์บางอย่างในการใช้งานมัน

 

ค้างคาวบริวารพุ่งออกไปตามคำสั่งของเมอร์ลินทันที

 

เมอร์ลินยืนสองมือไพล่หลังและมองสัตว์อสูรตัวนั้นอย่างเหนือกว่า

 

"ครั้งนี้เจ้าไม่รอดแน่"

 

ฝูงค้างคาวสีฟ้าที่โปร่งแสงพุ่งออกไปราวกับพายุคลั่ง แม้ว่ามันพวกมันจะเป็นสัตว์อสูรระดับ 9 ขั้นเริ่มแรก ซึ่งต่ำชั้นกว่าสัตว์อสูรตัวนั้น แต่ด้วยมีกำลังทางด้านจำนวนที่เหนือกว่าจึงทำให้สัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายหนอนปากกว้างนั้นรู้สึกหวาดกลัว

 

ฝูงค้างคาวเข้าโจมตีโรมรันในทันที

 

หนอนทะเลทรายตัวนั้นต้องการที่จะหลบหนี แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะจำนวนของค้างคาวบริวารที่มีนับสิบๆ ตัวนั้นคอยโอบล้อมไว้หมดแล้ว

 

หนอนทะเลทรายจึงฮึดสู้ โจมตีตีกระแทกค้างคาวหลายตัวจนกระเด็นออกไป

 

ค้างคาวที่กระเด็นออกไปนั้นได้กระตุ้นรูปแบบกับดัก เสาเพลิงที่เต็มไปด้วยอำนาจทำลายล้างลุกโชนขึ้นทันที

 

ค้างคาวเกือบสิบตัวถูกทำลายภายในการโจมตีเดียว

 

แต่ค้างคาวที่เหลือก็ยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าพลังรบของพวกมันจะต่ำกว่าระดับหนึ่ง แต่ในด้านของจำนวนก็ทำให้พวกมันสามารถคุกคามหนอนทะเลทรายได้

 

หนอนทะเลทรายคือจอมสังหารที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ที่ผ่านมามีแต่มันที่เป็นฝ่ายไล่ล่า มันไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน

 

นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่มันต้องตกอยู่ในสถานการเช่นนี้

 

ความไม่ยอมนี้ทำให้มันเริ่มที่จะบ้าคลั่ง พุ่งเข้าชนฝูงค้างคาวจนกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง

 

เมอร์ลินแบมือและเรียกวิญญาณอักขระออกมา

 

ทันทีที่วิญญาณอักขระปรากฏ หนอนทะเลทรายก็รู้สึกหวาดกลัวมายิ่งขึ้น มันจึงหนีอย่างไม่คิดชีวิต

 

วิญญาณอักขระออกไล่ล่าอีกครั้ง

 

ครั้งนี้หนอนทะเลทรายไม่อาจหนีได้ทันเหมือนเช่นครั้งก่อน เพราะฝูงค้างคาวที่โจมตีอย่างต่อเนื่องจึงทำให้มันอ่อนแรงลง

 

วิญญาณอักขระไล่ตามและสามารถทะลวงเข้าไปในร่างของหนอนทะเลทรายได้ในที่สุด

 

พุซึ!

 

แต่ในขณะที่เมอร์ลินกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบนั้น หนอนทะเลทรายอีกตัวหนึ่งก็พุ่งเข้าโจมตีโดยที่เมอร์ลินไม่ทันได้สังเกตราวกับจะหายตัวเข้ามา

 

ตูม!

 

แต่ด้วยประสบการณ์ต่อสู้ที่ผ่านการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาหลายครั้ง ทำให้เด็กน้อยไหวตัวได้ทัน เขาระเบิดอำนาจอักขระออกมาเพื่อป้องกันตัวอย่างฉับพลัน

 

คมเขี้ยวของหนอนทะเลทรายอีกตัวหนึ่งปะทะเข้ากับม่านอำนาจอักขระของเมอร์ลินเข้าอย่างจัง

 

ด้วยแรงของสัตว์อสูรระดับ 9 ขั้นกลืนกิน มันสามารถทำได้กระทั่งต่อต้านอำนาจอักขระของเมอร์ลินได้ ทำให้เมอร์ลินกระเด็นออกไปอย่างไม่สามารถทรงตัวได้

 

ร่างของเมอร์ลินปลิวออกไปอย่างไร้ทิศทาง จนร่างพุ่งเข้าไปปะทะกับรูปแบบอักขระกับดักที่วางไว้กลางอากาศ

 

รูปแบบอักขระกับดักที่วางไว้ในทะเลทรายแห่งนี้แต่ละรูปแบบล้วนมีอำนาจทำลายล้างในขอบเขตที่สามารถทำให้ครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์คนหนึ่งบาดเจ็บได้ ไม่ต้องเอ่ยถึงผู้ที่อยู่ในระดับต่ำกว่านั้น พวกเขานั้นย่อมไม่รอดไปจากอำนาจทำลายล้างของมันอย่างแน่นอน

 

ในวินาทีเป็นตายนั้น เมอร์ลินบังเอิญใช้มือข้างขวาที่สวมถุงมือสีดำที่ได้รับมาจากวิหารยันรูปแบบอักขระกับดักนี้ไว้

 

ทันใดนั้นเอง

 

รูปแบบอักขระก็เกิดปฏิกิริยาตอบรับกับถุงมือสีดำ

 

รูปแบบอักขระกับดักที่ถูกวางไว้กลางอากาศเป็นกระพริบถี่ๆ และกลายเป็นจุดเล็กๆ ที่ส่องประกายราวกับดวงดาวที่วาววับ

 

เมื่อกำมือข้างนั้นคว้าอากาศ แสงที่คล้ายกับดวงดาวทั้งหมดก็ม้วนรวมกันคล้ายกับคลื่นน้ำวนพุ่งเข้าสู่ถุงมือสีดำในทันที

 

เมอร์ลินไม่มีเวลาที่จะตกใจกับเหตุการณ์ เขาตั้งสติและรับมือกับหนอนทะเลทรายที่กำลังจะเล่นงานเข้าอีกครั้ง

 

เหตุการณ์นี้พูดเหมือนจะนาน แต่ที่จริงแล้วทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นภายในพริบตา

 

"ประทับ!"

 

น้ำเสียงที่เย็นชาสั่งการออกมาอย่างเด็ดขาด

 

เมอร์ลินสั่งให้วิญญาณอักขระประทับอักขระวิญญาณเข้ากับสัตว์อสูรหนอนทะเลทรายพร้อมกับสร้างม่านพลังจากอำนาจอักขระในเวลาที่แทบจะพร้อมๆ กัน

 

เวิง!

 

วินาทีนี้เมอร์ลินไม่มีโอกาสแม้แต่จะเรียกแอรีสออกมา เขาจึงรับมือกับสถานการณ์นี้เท่าที่จะทำได้

 

ปัง!

 

หนอนทะเลทรายกระแทกม่านพลังของเขาจะพังทลายอีกครั้ง

 

ครั้งนี้เมอร์ลินพยายามทรงตัวเพื่อไม่ให้ไปกระทบกับรูปแบบอักขระกับดักอีก เพราะเขารู้สึกว่าถุงมือสีดำในตอนนี้ไม่สามารถดูดซับรูปแบบอักขระเข้าไปได้อีกครั้ง มันดูเหมือนกำลังทำการกลั่นอักขระรูปแบบที่พึ่งดูซับเข้าไปอยู่

 

หากเมอร์ลินไปกระทบเข้ากับรูปแบบอักขระกับดักอื่นอีก แน่นอนว่าเขาอาจจะต้องจบชีวิตในทันที

 

ในขณะเดียวกันวิญญาณอักขระก็ประทับอักขระวิญญาณลงบนแกนพลังของสัตว์อสูรหนอนทะเลทรายตัวนั้นได้สำเร็จ

 

แม้สัตว์อสูรตัวนั้นจะเป็นสัตว์อสูรระดับ 9 ในขั้นกลืนกิน แต่วิญญาณอักขระก็สามารถประทับอักขระลงไปได้

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะหนอนทะเลทรายตัวนั้นถูกฝูงค้างคาวโจมตีจนได้รับบาดเจ็บ มันจึงอ่อนแอลง วิญญาณอักขระจึงสามารถประทับอักขระลงไปได้อย่างง่ายดาย

 

วิญญาณอักขระพุ่งกลับมาหาเมอร์ลินในทันที

 

หนอนทะเลทรายที่พยายามจะโจมตีเมอร์ลินรับรู้การมาถึงของวิญญาณอักขระมันจึงรีบหนีไป

 

การเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วเป็นอย่างมาก

 

ก่อนที่วิญญาณอักขระจะมาถึงมันก็พุ่งตัวหนีไปแล้ว ไม่ต้องเอ่ยถึงฝูงค้างคาวและหนอนทะเลทรายของเมอร์ลิน พวกมันนั้นช้ากว่าวิญญาณอักขระ

 

หนอนทะเลทรายที่โจมตีเมอร์ลินจึงหนีไปได้

 

เมอร์ลินไม่กล้าที่จะประมาทอีกต่อไป เขาจึงไม่ได้สั่งให้สัตว์รบของเขาตามไป จึงได้แต่ปล่อยให้หนอนทะเลทรายตัวนั้นหนีไป

 

เขาไม่ลึงเลเลยที่จะทำให้หนอนทะเลทรายที่ถูกประทับอักขระกลายเป็นสัตว์รบของเขา

 

ม้วนอักขระสีม่วงอีกม้วนหนึ่งถูกนำออกมาและผนึกหนอนทะเลทรายตัวนั้นเข้าไปในทันที

 

เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างจบลงเมอร์ลินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

ดวงตาสีน้ำเงินหรี่ลงและจ้องมองไปยังถุงมือสีดำที่อยู่ข้างขวาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

 

"ถุงมือข้างนี้ดูเหมือนจะมีความลับที่ลึกล้ำมากกว่าที่ข้าคิด มันไม่ได้มีไว้เพื่อกลายเป็นเก้าอี้ฟื้นฟูพลังเพียงอย่างเดียว มันกระทั่งสามารถดูดซับรูปแบบอักขระได้"

 

เมอร์ลินจ้องมองจุดเล็กๆ มากมายที่กำลังทอแสงราวกับจะเป็นกลุ่มดาวที่ปรากฏบนถุงมือสีดำ

 

"ดูเหมือนว่าข้าจะต้องศึกษาการใช้ถุงมือนี้อย่างจริงจังเสียแล้ว" เมอร์ลินขยับมือขวาที่สวมถุงมือสีดำเคลื่อนไหวไปมาและจ้องมองด้วยสายตาที่ลึกล้ำ

 

เขาทำการเก็บวิญญาณอักขระและฝูงค้างคาว แล้วเรียกหนอนทะเลทรายออกมา

 

ร่างเล็กกระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนร่างของหนอนทะเลทรายที่มีขนาดเกือบสามเมตร

 

เนื่องจากความสามารถของหนอนทะเลทรายตัวนี้สามารถเคลื่อนผ่านรูปแบบอักขระโดยไม่ได้รับผลกระทบ เมอร์ลินจึงใช้มันเป็นสัตว์พาหนะและเดินทางอย่างรวดเร็ว

 

"เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ข้าต้องรีบไปเก็บเกี่ยวในวิหารถัดไป"

 

ร่างของเมอร์ลินยืนอยู่บนหนอนทะเลทรายเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

 

เพียงเวลาไม่นานเขาก็มาถึงแท่นเคลื่อนย้าย

 

ในตอนนั้นเองเด็กน้อยก็ปรากฏแก่สายตาของผู้คุมกฎทั้งสี่ที่เฝ้าอยู่ที่นี่เป็นเวลาหลายวัน ใบหน้าของพวกเขาทุกคนต่างกำลังทำหน้าน่าเกลียด

 

พวกเขาไม่เห็นเด็กน้อยมาหลายวันแล้ว ในความคิดคือเด็กน้อยได้ตายไปแล้ว

 

พวกเขามาที่นี่เพื่อยืนยันการตายของเด็กน้อย

 

แต่ไม่คาดว่าเด็กน้อยจะยังมีชีวิตอยู่ มิหนำซ้ำยังกลับมากับสัตว์รบที่แข็งแกร่งจนทำให้พวกเขามีความหวาดกลัวเกิดขึ้นในใจ

 

"เด็กคนนี้สามารถกลับมาจากทะเลทรายแห่งความตายได้ ..." ผู้คุมกฎคนหนึ่งกัดฟันกรอดและมองเด็กน้อยด้วยเจตนาฆ่า

 






.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 926 ครั้ง

29,370 ความคิดเห็น

  1. #28192 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 09:03
    ความสามารถถุงมือน่าจะเหมือนดวงตาเลเกเมทัล
    #28192
    0
  2. #28191 MaNop Oulue (@nopsaran00) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 06:08
    เมอรินพูดขึ้นว่า ไอ แอมเมอร์ลิน

    แล้วก็ดีดนิ้ว แปะ!!!/// ถถถถถถ
    #28191
    2
    • #28191-1 โwไซดอน (@rozenkreuz) (จากตอนที่ 295)
      2 พฤษภาคม 2562 / 11:53
      มุข นี้ให้ เอาไป 10 กระโหลก
      #28191-1
    • #28191-2 Wang_jiaying (@Wang_jiaying) (จากตอนที่ 295)
      2 พฤษภาคม 2562 / 16:20
      มันได้ๆ55555
      #28191-2
  3. #28188 KanitinMax (@KanitinMax) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 17:41
    อุ๊ย แย่แล้ว555555
    #28188
    0
  4. #28187 conun5557 (@conun5557) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 10:47
    รวบรวมพลังและปล่อยออกไป

    พลังงงงง
    #28187
    0
  5. #28186 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 09:35
    เมอร์ลินจัดการพวกนั้นเลย!!! เป็นแค่ตัวประกอบแท้ๆ
    #28186
    0
  6. #28185 Ezekiel_L (@Ezekiel_L) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 08:59

    เมอร์ลินต้องไปตามหามณีอีกหกเม็ดที่มีวิถีอักขระหกรูปแบบมาผนึกบนถุงมือนะ
    #28185
    4
    • #28185-3 Soluger (@ThanakonOuadrang) (จากตอนที่ 295)
      1 พฤษภาคม 2562 / 10:19
      เมอร์ลินต้องเปลี่ยนสีผิวให้เป็นสีม่วงด้วย
      #28185-3
    • #28185-4 ebony967 (@ebony967) (จากตอนที่ 295)
      1 พฤษภาคม 2562 / 10:29
      อนาคตเมอคงดีดนิ้วทีตายยกโลก
      #28185-4
  7. #28184 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 01:29

    ไม่ประมาณคนนนนน
    #มาต่อไวๆนะไรท์
    #28184
    0
  8. #28183 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 01:15

    Thank you

    #28183
    0
  9. #28182 ง่วง (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 01:13

    ตาแก่พวกนี้นิสัยไม่ไหวนะยัง ยังหาที่ตาย

    #28182
    0
  10. #28181 CHoP_CHOCo. (@Nole-D-Rozen) (จากตอนที่ 295)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 00:16

    อัพตรงเวลามาก ต้อง"ขอบคุณ"555+

    #28181
    0