ตอนที่ 296 : ภาค 3.2 ตอนที่ 134

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10680
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 865 ครั้ง
    3 พ.ค. 62

คนทั้งสี่ต้องการที่จะจัดการเมอร์ลิน เขาไม่ได้ลงมือในทันที

 

สถานที่แห่งนี้อันตรายเกินไป มันมีรูปแบบอักขระกับดับที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ

 

หากเด็กน้อยคิดต่อต้าน ไม่แน่ว่าการต่อสู้นี้อาจจะไปกระทบกับรูปแบบอักขระกับดักเหล่านี้ พวกเขาจึงทำได้แต่รอคอยให้เด็กน้อยไปยังสถานที่ถัดไป

 

ผู้คมกฎทั้งสี่จึงแอบติดตามเมอร์ลินไปอย่างลับๆ โดยที่ไม่รู้ว่าการเคลื่อนไหวของพวกเขาทั้งหมดล้วนอยู่ในสายตาของเด็กน้อยมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

เมอร์ลินเดินทางไปเรื่อยๆ อย่างไม่คิดอะไร กล่าวตามตรงเขานั้นแทบจะไม่เห็นคนทั้งสี่อยู่ในสายตามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

เพียงระดับผู้คุมกฎสี่คน ต่อให้หนึ่งในนั้นจะหยุดการเลื่อนขอบเขตอักขระและหันไปบ่มเพาะพลังเวทย์จนกลายเป็นมหาจอมเวทย์ที่แท้จริง

 

เมอร์ลินก็ไม่ได้แยแสเลยแม้แต่น้อย ยิ่งตอนนี้เขาได้รับสัตว์รบที่แข็งแกร่งมามากมาย คนทั้งสี่จึงเป็นแค่แมลงหวี่แมลงวันในสายตา

 

ในมือของเมอร์ลินในตอนนี้สัตว์รบที่มีพลังเทียบเท่าสัตว์อสรูระดับ 9 ขั้นพัฒนาหนึ่งตัว ขั้นกลืนกินสองตัว และขั้นเริ่มแรกอีกนับร้อย

 

ต่อให้เปลี่ยนคนทั้งสี่เป็นวอลอร์ด พวกเขาก็ยังไม่อยู่ในสายตาของเมอร์ลินอยู่ดี

 

เมอร์ลินเดินทางออกจากแท่นเคลื่อนย้ายอันเดิมอย่างใจเย็น เขามีความตั้งใจจะไปยังวิหารอีกแห่งหนึ่งในมิติแห่งนี้

 

ตลอดเวลาในการเดินทางเขานั้นพยายามทุ่มเททำความเข้าใจกับสมบัติถุงมือสีดำ

 

ถุงมือสีดำดูเหมือนกำลังทำงานอยู่ตลอดเวลา

 

รูปแบบอักขระกับดักที่ถูกดูดซับเข้าไปดูเหมือนว่ามันจะยังทำการกลั่นรูปแบบเหล่านั้นยังไม่เสร็จสิ้น

 

จุดที่เรืองแสงบนถุงมือสีดำยังคงขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา

 

จุดเหล่านี้มีการเรียงตัวที่ดูคล้ายกับจะเป็นกลุ่มดาวบนท้องฟ้า

 

เมอร์ลินพยายามทำความเข้าใจ แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าเขาจะพยายามยังไงแต่ก็ไม่สำเร็จ

 

การทำงานของถุงมือสีดำและการเคลื่อนที่ของจุดเรืองแสงนั้นลึกล้ำเป็นอย่างมาก

 

มันสามารถเรียกได้ว่าถุงมือนี้คือสมบัติของเทพเจ้า จึงไม่แปลกใจว่ามันเป็นสิ่งที่ยากจะทำความเข้าใจ

 

เมอร์ลินยังคงเดินทางไปและศึกษาไป

 

เขากระทั่งนำวิญญาณอักขระออกมาและสั่งให้แทรกซึมเข้าไปในถุงมือเพื่อค้นหาความลับ

 

เพื่อความรวดเร็วในการเดินทางเมอร์ลินจึงเรียกหนอนทะเลทรายออกมาเพื่อใช้เป็นพาหนะ เขาจึงมีเวลาศึกษาและความเข้าใจในรูปแบบของถุงมือสีดำนี้

 

เมอร์ลินทำการแบ่งสมาธิเพียงเล็กน้อยเพื่อกำหนดเป้าหมายในการเดินทาง

 

แม้ว่ามิติแห่งนี้จะเต็มไปด้วยอันตราย แต่ทว่าด้วยความสามารถพิเศษของหนอนทะเลทราย มันจึงสามารถข้ามผ่านรูปแบบอักขระกับดักเหล่านั้นได้อย่างไม่มีกฎเกณฑ์ อีกทั้งมันยังเคยเป็นสัตว์อสูรระดับ 9 ขั้นกลืนกิน ทำให้ความเร็วของมันสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างน่าหวาดกลัว

 

ในขณะที่เมอร์ลินออกเดินทาง คนทั้งสี่ก็ไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกัน

 

แม้ว่าพวกเขาจะรู้สึกหนักในกับสัตว์รบของเมอร์ลิน อีกทั้งยังรู้สึกทึ้งในความเร็วและการข้ามผ่านรูปแบบอักขระกับดักของสัตว์รบตัวนั้น แต่พวกเขาก็ไม่ละความพยายามในการสังหารเด็กน้อย

 

หนึ่งในนั้นเรียกสัตว์รบของเขาออกมา ม้วนอักขระที่เขาถืออยู่นั้นส่องประกายสีทองอย่างเจิดจ้า อีกทั้งยังมีลวดลายอักขระที่แปลกตาเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้มันเต็มไปด้วยความลึกลับและดูทรงพลัง

 

สัตว์รบที่ผู้คุมกฎคนนั้นเรียกออกมามีรูปร่างเหมือนดั่งมนุษย์ที่ปราดเปรียวและดูคล้ายกับห้าธาตุสังหารยิ่ง เพียงแต่ลวดลายและรูปร่างบางส่วนนั้นถูกแต่งแต้มไปด้วยสีม่วงและสีดำ ดูทรงพลังกว่าสัตว์รบระดับสีทองทั่วไป กระทั่งยังให้ความรู้สึกเหนือกว่าห้าธาตุสังหารเสียอีก

 

สัตว์รบตัวนี้คือหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่วอลอร์ดแม็กนีโต้มอบให้

 

มันคือสัตว์รบที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการดัดแปลงของเมไจนักประดิษฐ์ระดับตำนาน

 

ระดับตำนานคือตัวแทนของตัวตนที่มีพลังในขอบเขตครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิเวทย์ พลังรบของมันจึงนับว่าไม่สามารถคาดการณ์ได้

 

ชื่อของมันคือ "เงาสังหาร"

 

ผู้คุมกฎทั้งสี่ใช้วิถีอักขระหนึ่งที่สามารถทำให้พวกเขาเข้าไปอยู่ในร่างของเงาสังหาร

 

นี่คือหนึ่งในวิถีอักขระที่เมอร์ลินขโมยมา และมันยังเป็นจุดเริ่มต้นของความแค้นนี้ ที่คนของแดนตะวันตกนั้นยากที่จะยอมรับ

 

วิถีอักขระนี้พึงสงวนไว้เพื่อคนของแดนตะวันตกเท่านั้น ผู้ใดที่คิดกล้าขโมยวิถีอักขระนี้ โทษของมันคือต้องตายสถานเดียว

 

ร่างของสัตว์รบเงาสังหารเมื่อเคลื่อนที่นั้นรวดเร็วเกินจินตนาการ มิหนำซ้ำมันยังมีคุณสมบัติที่คล้ายกับหนอนทะเลทาย สามารถทะลวงผ่านพื้นที่ในมิตินี้ได้โดยไม่แตะต้องรูปแบบอักขระกับดักให้ทำงาน

 

แต่ที่น่ากลัวมากที่สุดคือเงาสังหารสามารถเคลื่อนที่และกลืนหายไปกับสภาพแวดล้อมได้ราวกับเป็นเงาของธรรมชาติ

 

ควรรู้ไว้ว่าวอลอร์ดแม็กนีโต้ผู้เป็นเมไจระดับตำนานก็เคยมาเยือนมิติแห่งนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะสามารถสร้างสัตว์ร้ายที่เหมาะสมสำหรับการฆ่าในมิติแห่งนี้

 

เมอร์ลินยังคงเดินทางพร้อมกับศึกษาความลับของถุงมือสีดำข้างนี้อย่างใจเย็น โดยที่ไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา พวกเขานั้นมีสมบัติที่ทรงอำนาจของเมไจระดับตำนานมอบให้สำหรับเตรียมพร้อมในการที่จะคุกคามเขาในมิตินี้โดยเฉพาะ

 

คนกลุ่มนั้นไม่ได้ลงมือในทันที พวกเขาต้องการรู้ว่าเมอร์ลินจะไปที่วิหารแห่งใด

 

แต่ไม่ว่าเมอร์ลินจะไปที่ไหน พวกเขาก็พร้อมที่จะทำให้สถานที่แห่งนั้นกลายเป็นสุสานของเด็กน้อย

 

ผ่านไปหลายชั่วโมงเมอร์ลินนั่งอยู่บนหนอนทะเลทรายและเดินทางอยู่บนเส้นทางที่มุ่งสู่สถานที่แห่งหนึ่ง เขาเลือกที่จะเดินทางผ่านแท่นเคลื่อนย้ายมากมาย แทนที่จะใช้มัน

 

เหตุผลนั้นเป็นเพราะสถานที่ที่เขาจะไปนั้นไม่ได้อยู่ใกล้แท่นเคลื่อนย้ายแห่งใดที่อยู่ในบริเวณนี้

 

เขาไม่ได้กำลังจะไปเยือนวิหารที่มีผู้คนนิยมไปกัน

 

เมอร์ลินมีแผนที่ของมิติแห่งนี้ที่วอลอร์ดไวท์ทีธมอบให้เขาจึงตัดสินใจที่จะเข้าสู่วิหารที่ไม่มีคนรู้จัก

 

มิติซากวิหารแห่งนี้เปิดขึ้นมาแปดวันแล้ว หลายวิหารล้วนมีคนไปเยี่ยมเยือนนับไม่ถ้วน การที่เมอร์ลินไปทีหลังนั่นก็หมายความว่าสมบัตินั้นถูกเก็บเกี่ยวไปบ้างแล้ว

 

เขาจึงพุ่งเป้าไปยังวิหารลับแล หนึ่งในสถานที่ลับที่มีน้อยคนนักที่จะทราบที่อยู่ของมัน

 

หากคนผู้นั้นไม่ได้เป็นลูกศิษย์หรือผู้ที่ใกล้ชิดวอลอร์ดระดับตำนาน แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องไม่รู้เรื่องนี้

 

"เด็กคนนี้จะต้องมีเบื้องหลังที่ดี"

 

"เขาอาจจะเป็นคนของตระกูลที่มีชื่อ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สามารถก้าวมาถึงระดับผู้คุมกฎได้"

 

"เขาคือใครกัน?"

 

ตลอดทางที่ผ่านมาเมไจหลายคนมองเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนสัตว์อสูรด้วยสายตาที่นับถือและอิจฉาในคราวเดียวกัน

 

หนอนทะเลทรายเคลื่อนที่ผ่านเส้นทางของป่าอย่างด้วยความเร็วที่คงที่ แม้ว่าจะเดินทางมาเป็นเวลานานแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงที่หมายที่เมอร์ลินตั้งใจ

 

"ข้างหน้าอีกสองไมล์มีแท่นเคลื่อนย้ายไปยังวิหารลับแล ตอนนี้เกือบจะเข้าวันที่สิบของการเปิดมิติซากวิหารแล้ว เห็นทีข้าจะต้องใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับวิหารแห่งนั้น"

 

วิหารลับแลคือวิหารที่เหล่าเมไจระดับตำนานเป็นผู้ค้นพบ มีเพียงไม่กี่ตัวตนเท่านั้นที่รู้จักสถานที่แห่งนี้ และมันยังเป็นสถานที่ที่เหล่าเมไจระดับตำนานยังไม่สามารถศึกษามันได้หมด

 

ทั้งหมดนี้เกี่ยวเนื่องมาจากสิ่งที่เรียกว่า "ร่องลึกแห่งความพิศวง"

 

วิหารลับแลที่เมอร์ลินกำลังจะเดินทางไปก็คือวิหารใต้บาดาล

 

สถานที่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณส่วนลึกของทะเลสีม่วง ทะเลเพียงหนึ่งเดียวและเป็นทะเลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมิติแห่งนี้

 

ว่ากันว่าทะเลสีม่วงนั้นมีพื้นที่มากกว่าพื้นดินในมิติถึงสามเท่า ความยิ่งใหญ่ของมันทำให้คนของเผ่าเทพยากที่จะสำรวจมันได้หมด

 

มิหนำซ้ำแม้แต่ภายในพื้นน้ำก็ยังเต็มไปด้วยรูปแบบอักขระที่อันตรายซ่อนอยู่

 

สถานที่แห่งนี้มันไม่สามารถเรียกที่ไหนได้ว่าปลอดภัย

 

ก่อนที่เมอร์ลินจะเดินทางถึงแท่นเคลื่อนย้ายนั้น เขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติของถุงมือสีดำ

 

จุดเรืองแสงที่แวววาวตอนนี้ดูเหมือนจะอ่อนแรงลงแล้ว ผ่านไปครู่หนึ่งจุดนั้นก็หมายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน

 

"ผ่านไปเกือบหกชั่วโมงดูเหมือนขั้นตอนการกลั่นรูปแบบอักขระจะเสร็จสิ้นแล้ว น่าแปลกที่ข้าไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความพิเศษใดๆ เลย การกลั่นนี้น่าจะให้ผลลัพธ์ที่น่าตื่นตะลึงแต่มันกลับไม่"

 

เมอร์ลินรู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก เขาสำรวจความพิเศษของถุงมือสีดำจนกระทั่งเดินทางมาถึงแท่นเคลื่อน แต่ไม่ว่าจะศึกษาอย่างไรเขาก็ไม่ได้รับคำตอบกลับมา

 

เมอร์ลินยังไม่สามารถมองเห็นความพิเศษอื่นๆ ของถุงมือสีดำนี้

 

"หรือว่ามันจะมีความสามารถเพียงแค่ดูดซับรูปแบบอักขระและย่อยสลายไป" เมอร์ลินสันนิษฐาน

 

หากเป็นอย่างที่เขาคิด นั่นก็หมายความว่าถุงมือนี้สามารถดูดซับรูปแบบอักขระใดรูปแบบหนึ่งได้ แต่ก็ไม่เกิดประโยชน์อื่นๆ กับรูปแบบอักขระเหล่านั้น

 

ไม่ว่าจะขบคิดอย่างไรเมอร์ลินก็คิดไม่ออก เขาจึงตัดสินใจเดินทางต่อ

 

เด็กน้อยเข้าสู่แท่นเคลื่อนย้ายและเคลื่อนที่ไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

 

คนทั้งสี่ที่ตามเด็กน้อยมาอย่างติดๆ มีสีหน้าซีดลง ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเดาสถานที่ที่เด็กน้อยจะไปแล้ว

 

"อย่าบอกข้านะว่าเด็กคนนั้นจะเข้าไปในวิหารลับแล ที่นั่นอันตรายเป็นอย่างมาก แม้แต่เมไจระดับตำนานมาเองพวกเขายังต้องระวัง"

 

พวกเขาเป็นคนของวอลอร์ดแม็กนีโต้ผู้เป็นเมไจระดับตำนานคนหนึ่ง เรื่องของวิหารลับแลนั้นพวกเขาย่อมทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว

 

"ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะมีอะไรมากกว่าที่พวกเขาคิดไว้"

 

"แต่ว่าที่นั่นมีร่องลึกแห่งความพิศวง พวกเราจำเป็นต้องติดตามเจ้าเด็กนั่นไปจริงๆ หรือ?"

 

"ตำนานกล่าวว่าร่องลึกแห่งความพิศวงคือมัจจุราชแห่งทะเลสีม่วง มันมักจะปรากฏตัวบริเวณวิหารลึกลับ ไม่มีใครรู้ว่าร่องลึกแห่งความพิศวงนั้นคือรูปแบบอักขระที่อันตรายหรือสัตว์อสูรที่ร้ายกาจกันแน่ แต่ที่แน่ๆ แม้แต่เมไจระดับกษัตริย์หลายตัวตนก็ยังต้องตาย เมไจระดับตำนานที่หนีรอดมาได้ก็ยังมีสภาพที่ไม่ดีนัก"

 

กล่าวถึงตรงนี้คนทั้งสี่ใบหน้าก็ปรากฏเหงื่อเย็น ใบหน้าเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ความกลัวปรากฏขึ้นในใจของพวกเขา

 

แม้วิหารลับแลจะเป็นสถานที่ที่มีสมบัติลึกลับที่ยั่วยวนใจ แต่มันก็เต็มไปด้วยอันตรายที่คาดไม่ถึง หากนำวิหารทะเลทรายมาเปรียบเทียบกับวิหารลับแล วิหารทะเลทรายนั้นไม่นับว่าเป็นอะไรในสายตาของพวกเขา

 

"ตกลงว่ายังไง? พวกเราควรตามเด็กคนนั้นเข้าไปหรือไม่ ไม่แน่ว่าเมื่อเด็กคนนั้นเข้าสู่ทะเลสีม่วง ยังไม่ทันที่จะได้ถึงวิหารลับแล เขาอาจจะตายกลางทางก็ได้"

 

"เจ้าอย่าประมาทเด็กคนนั้นไป แม้แต่วิหารแห่งทะเลทรายที่พวกเราคิดไว้ว่าเด็กคนนั้นต้องตาย มันยังสามารถกลับออกมาได้ พวกเราจะซ้ำรอยเดิมอย่างนั้นหรือ อย่าลืมว่าภารกิจของพวกเราคือต้องทำให้เด็กคนนั้นตายที่นี่ หากทำไม่สำเร็จเรื่องนี้รู้ถึงหูวอลอร์ดไวท์ทีธ ไม่ใช่แต่พวกเราจะวินาศ แม้แต่ตระกูลของพวกเราก็ย่อมไม่ถูกละเว้น"

 

จากนั้นทั้งสี่คนก็เงียบไปครู่หนึ่ง

 

"เช่นนั้นก็ไป ต่อให้เด็กนั่นตายเพราะสถานที่แห่งนั้น พวกเราก็ต้องตามไปดูศพให้เห็นกับตา"

 

ไม่ใช่เพียงวอลอร์ดไวท์ทีธคนเดียวที่น่ากลัว หากพวกเขาทำงานไม่สำเร็จ วอลอร์ดแม็กนีโต้ก็ย่อมไม่ปล่อยพวกเขาเอาไว้เช่นเดียวกัน

 

เมอร์ลินใช้แท่นเคลื่อนย้ายมายังน่านน้ำแห่งหนึ่ง

 

แท่นเคลื่อนย้ายแท่นนี้ตั้งตระหง่านอยู่เหนือทะเลสีม่วงดูยิ่งใหญ่และอลังการกว่าแท่นเคลื่อนย้ายทั่วไป

 

เมื่อมองไปรอบๆ เด็กน้อยมองเห็นแต่เพียงท้องทะเลสีม่วงที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา

 

ที่นี่ห่างใกล้จากพื้นดินเป็นอย่างมาก คาดได้ว่ามันแทบจะอยู่ส่วนกลางของทะเลสีม่วงได้

 

เมอร์ลินมองหาทิศทางของทะเล

 

"ดีที่วอลอร์ดไวท์ทีธเคยกล่าวไว้ว่าการมาเยือนทะเลสีม่วงให้ดูทิศทางจากแท่นเคลื่อนย้าย"

 

สายตาของเมอร์ลินจดจ้องไปที่แท่นเคลื่อนย้ายที่มีพื้นที่ความกว้างเกือบยี่สิบเมตร

 

เป็นอย่างที่วอลอร์ดไวท์ทีธได้พูดไว้ บนแท่นเคลื่อนย้ายมีสัญลักษณ์แปลกๆ ที่บอกถึงทิศของทะเลสีม่วง

 

"ทิศเหนืออยู่ทางนั้น" เด็กน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เขายังคงนั่งอยู่บนหนอนทะเลทรายที่เคลื่อนย้ายมาด้วยกัน

 

"ไป!"

 

ทันทีที่เมอร์ลินสั่งการ หนอนทะเลทรายก็โดดลงน้ำดำดิ่งสู่ทิศทางที่เมอร์ลินชี้นำทันที

 

เมื่อเข้าสู่โลกใต้น้ำ เมอร์ลินได้ใช้วิถีอักขระหนึ่งที่ทำให้เขาและหนอนทะเลทรายสามารถอยู่ในน้ำได้

 

ภาพในโลกใต้น้ำเหมือนดังกระจกสีม่วงที่โปร่งใส

 

ภายในรัศมีที่ดวงตาอักขระของเมอร์ลินมองเห็น เขาได้พบกับรูปแบบอักขระบางอย่างที่ลอยผสมอยู่ในน้ำเป็นระลอกคลื่น

 

"รูปแบบอักขระนี้เป็นรูปแบบอักขระก่อสายลมที่ธรรมดา มันสามารถเรียกได้ว่าเป็นรูปแบบอักขระที่ไม่ได้มีความพิเศษอะไรนัก แต่เมื่อใช้มันตอนอยู่ในทะเลแห่งนี้รูปแบบอักขระนี้จะก่อสายลมจนสร้างเป็นคลื่นทะเลยักษ์ซัดสาดและทำลายล้างอย่างน่าหวาดกลัว การใช้รูปแบบอักขระให้เข้ากับสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบอักขระใดก็สามารถสร้างอันตรายได้ทั้งสิ้น" เมอร์ลินวิเคราะห์

 

รูปแบบอักขระคือศาสตร์หนึ่งของเมไจนักก่อสร้าง รูปแบบอักขระรูปแบบหนึ่งสามารถสร้างสิ่งของให้เป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นตึกอาคารหรือแม้แต่สิ่งที่เกิดจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นดินน้ำลมไฟก็สามารถสร้างขึ้นมาได้ทั้งสิ้น

 

รูปแบบอักขระจึงสามารถใช้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก กับดัก หรือแม้กระทั่งการตั้งกฏเกณฑ์ที่ทำงานได้เหมือนดั่งค่ายกล

 

รูปแบบอักขระที่อยู่ในทะเลสีม่วงแห่งนี้ดูเหมือนจะอ่อนแอกว่าที่อยู่ในทะเลทราย

 

รูปแบบอักขระก่อลมไม่สามารถสร้างแรงคุกคามกับเมไจระดับสูงได้ แต่คลื่นยักษ์นั้นสามารถทำได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อันตรายในสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่รูปแบบอักขระก่อลมแต่เป็นคลื่นยักษ์

 

เมอร์ลินจึงต้องการทดสอบความสามารถของถุงมือสีดำอีกครั้งและได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้อย่างมากมาย

 

ในตอนนั้นเองเขาก็ตัดสินใจกระโดดลงจากหลังของหนอนทะเลทรายและทรงไปที่รูปแบบอักขระที่อยู่ใกล้ๆ นั้น

 

การกระทำนี้นับว่าเสี่ยงเป็นอย่างมาก

 

หากไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด รูปแบบอักขระนั้นก็จะถูกกระตุ้นและสร้างคลื่นยักษ์ที่มีอำนาจทำลายล้างกระทั่งสามารถทำให้ดับชีวิต

 

เมอร์ลินเอาชีวิตของเขาเป็นเดิมพันเพื่อลบล้างความข้องใจ ถึงอย่างนั้นเองหากเกิดความผิดพลาดเขาก็ได้เตรียมการอะไรบางอย่างเอาไว้แล้ว

 

มือข้างขวาที่สวมใส่ถุงมือสีดำถูกยื่นออกไป

 

รูปแบบอักขระอันน่าพรั่นพรึงส่องประกายอย่างไหววูบ









.....................................................................

ปัจจุบันกลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 10 ภาค 4
อ่านต่อจากเด็กดีเริ่มอ่านที่กลุ่มที่ 6
หากสนใจอ่านต่อล่วงหน้าสามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่ เพจเซียนจอมเวทย์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 865 ครั้ง

29,587 ความคิดเห็น

  1. #28205 บีบี (จากตอนที่ 296)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 02:12

    รู้สึกว่าเนื้อเรื่องอันนี้ยาว แต่ก็ชอบนะไม่ใช่ไม่ชอบ คือดีอ่ะ5555

    #28205
    0
  2. #28204 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 296)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:45

    Thank You

    #28204
    0
  3. #28203 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 296)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 20:10
    งื่อ~เมอร์ลินกำลังจะได้รับรู้ความสามารถส่วนหนึ่งของถุงมือแล้วสิน่ะ!!!
    #28203
    0
  4. #28202 Thank You (จากตอนที่ 296)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 17:33

    ขอบคุณครับ

    #28202
    0
  5. #28200 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 296)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 13:06

    เมอร์ลินจะเจออะไรบ้างน๊าาา

    #28200
    0
  6. #28198 นักอ่านเงาเลเวล13 (@lokiloss) (จากตอนที่ 296)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 09:57
    ห่ะ.............., ค้างเก่ง
    #28198
    0
  7. #28197 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 296)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 09:37

    ถุงมือนั่นมันต้องมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา เพียงแค่ตอนนี้ยังไม่เข้าใจมัน

    #28197
    0
  8. #28196 อสูรไร้ลักษณ์ (@deathorlife) (จากตอนที่ 296)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 09:36
    ไม่ควรปล่อยพวกนั้นให้มาตามต้อยๆเลยนะเนี่ย ถ้าเกิดมันไปขวางช่วงจังหวะสำคัญนี่แย่เลยนะ......
    #28196
    0
  9. #28195 mookanokja (@mookanokja) (จากตอนที่ 296)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 09:18
    อ่านจนถึงภาค4ไปนานแล้ว พอกลับมาอ่านเด็กดี คงต้องรออีกนาน เหอะๆๆ
    #28195
    0
  10. #28194 TimeStory (@PrinceFiendTH) (จากตอนที่ 296)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 09:17

    ประมาทเกินไป ไม่อยู่ในสายตาก็จริง แต่อาจจะทำให้เสียแผนการภายหลังได้ มันอาจจะซ่อนอะไรน่ากลัวไว้ เคยผ่านประสบการณ์มามากมาย ยังไม่รอบคอบนะ

    #28194
    0
  11. #28193 FanUj (@FanUj) (จากตอนที่ 296)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 09:08

    ลุ้นอ่าาาา
    #รอตอนต่อไปปปป
    #28193
    0