[ทดลองอ่าน นิยายแปลลิขสิทธิ์] แผนทวงแค้นของขันทีวายร้าย

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 เปิดฉากเอาคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,061
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 476 ครั้ง
    10 ก.ย. 62

บทที่ 4

เปิดฉากเอาคืน

 

“ฝ่าบาท!”


หลิงเซียวเบิกตากว้าง ไม่รู้ว่าควรพูดว่าตนเองโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่!


ตอนนี้เขาควรทำอย่างไร สารที่ถืออยู่นี้...จะซ่อนเอาไว้หรือมอบออกไปดี


หลังจากนิ่งค้างอยู่ชั่วอึดใจหลิงเซียวก็กัดฟันเลือกวิธีที่ดีต่อตนเองที่สุด


เขาหันกลับไปคุกเข่าลงเบื้องหน้าฮ่องเต้ สองมือยกสารขึ้นสูง “กระหม่อมคิดไว้ว่าจะถวายสารนี้แก่ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”


เสียงจากฝั่งตรงข้ามหลิงเซียวเงียบไปชั่วขณะ เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นดูสีหน้าของอีกฝ่าย สองตาเห็นเพียงดิ้นทองที่ปักอยู่บนเสื้อคลุมสีดำและรองเท้าสีดำกุ๊นขอบทอง


ฉับพลันก็มีคนหยิบสารไปจากมือของเขา หลิงเซียวปล่อยมือที่ว่างเปล่าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย


สารถูกขันทีในชุดแดงลายเมฆมงคลผู้หนึ่งนำไป หลิงเซียวรู้จักเขา คนผู้นี้คือผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้ ผู้ดูแลสวี


นอกจากนี้ในมือเขายังมีนกพิราบอยู่ตัวหนึ่ง เหงื่อเย็นผุดซึมทั่วกายหลิงเซียว นกพิราบที่เพิ่งตกใจบินหนีไปที่แท้ก็ไปปะทะเข้ากับฮ่องเต้!


ฮ่องเต้รับสารจากผู้ดูแลสวี แล้วชำเลืองมองหลิงเซียวที่แอบดูอยู่ หลิงเซียวรีบก้มหน้าลงทันที ไม่กล้ามองต่อไปอีก


ฮ่องเต้เปิดอ่านสาร ก่อนเงียบไปอีกครั้ง


เหงื่อเย็นไหลทั่วร่างหลิงเซียว จากที่เขารู้มาในอดีตชาติฮ่องเต้มีความเด็ดขาดน่าเกรงขาม ผู้ที่เข้มงวดกวดขันเยี่ยงนี้ย่อมไม่สามารถอดกลั้นต่อเรื่องพรรค์นี้ได้แน่!


เพราะฉะนั้นความเงียบสงบในยามนี้ถึงได้ชวนให้หลิงเซียวประหวั่นพรั่นพรึงยิ่งนัก


เนิ่นนาน...นานจนรู้สึกเหมือนผ่านไปเป็นศตวรรษ ในที่สุดน้ำเสียงนิ่งสงบทรงอำนาจก็ดังขึ้นอีกครั้ง


“เอาตัวขันทีน้อยด้านหลังนั่นไปตัดหัว”


เพียงประโยคนี้ประโยคเดียวก็ทำเอาหลิงเซียวหน้าซีดขาว หลี่หยวนต้องตาย แล้วเขาเล่า


เขากำลังเผชิญกับอะไร


หลิงเซียวได้ยินเสียงผู้ดูแลสวีตอบรับ และเห็นผู้ดูแลสวีเดินผ่านเขาไป แล้วได้ยินเสียงกรีดร้องวิงวอนขอชีวิตของหลี่หยวน


จากนั้นก็ไม่มีเสียงอะไรอีก


หลิงเซียวคุกเข่าอยู่บนพื้นไม่กล้ากระดิกตัวแม้แต่น้อย


เขาไม่กล้าแม้แต่จะมองชายเสื้อคลุมของฮ่องเต้ เพียงก้มศีรษะลงต่ำให้มากที่สุด ท่าทีคล้ายนอบน้อมเชื่อฟัง


เนิ่นนานกลับไม่มีเสียงใดดังขึ้น ขณะที่หลิงเซียวกำลังแปลกใจ ทันใดนั้นก็มีใบหน้าหนึ่งก้มลงมามองด้วยรอยยิ้มกว้าง พาให้เขาร้องตะโกนด้วยความตกใจ หงายหลังก้นกระแทกพื้น


ผู้ดูแลสวีหัวเราะ “เป็นอะไรไป ยังหนุ่มยังแน่นกลับขวัญอ่อนเช่นนี้”


“ผะ...ผู้ดูแลสวี...” หลิงเซียวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเหลียวมองไปรอบๆ พบเพียงผู้ดูแลสวีอยู่ด้านข้าง โดยไม่เห็นฮ่องเต้


“ไม่ต้องมองหาหรอก ฮ่องเต้เสด็จไปแล้ว” ผู้ดูแลสวีกล่าวยิ้มๆ


“ไปแล้ว” หลิงเซียวแปลกใจ


ผู้ดูแลสวีพยักหน้า นั่งยองจ้องมองเขา “ทำไม เจ้าไม่อยากให้ฝ่าบาทเสด็จไปหรือ”


หลิงเซียวส่ายหน้า ผู้ดูแลสวีหัวเราะเยาะ “ดูไปแล้วเจ้าก็เฉลียวฉลาดดี มาใหม่หรือ เพิ่งมาก็รู้จักฝ่าบาทและข้าแล้ว เฮอะ...เป็นเจ้าหนูที่ฉลาดจริงๆ จะบอกอะไรให้นะ ครั้งนี้จงขอบคุณความฉลาดของเจ้าเถิดที่ช่วยให้รอดพ้นมาได้


“ฝ่าบาททรงเกลียดชังการถูกหลอกลวงเป็นที่สุด เจ้าเลือกได้ฉลาดมากที่ส่งมอบสารนั้นให้ฝ่าบาท”


ผู้ดูแลสวีกล่าวด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน “เรากล้ารับรองเลยว่าหากเจ้าซ่อนสารฉบับนั้นเอาไว้ ผู้ที่ตายครานี้จะไม่ใช่เพียงแค่เสี่ยวหลีจื่อเมื่อครู่นี้เท่านั้น”


“...” หลิงเซียวจ้องมองเขา ศีรษะชุ่มเหงื่อเย็น


นี่เป็นเพราะในอดีตเขาทำความเข้าใจอุปนิสัยของฮ่องเต้มาอย่างถ่องแท้ รู้ว่าฮ่องเต้ไม่สามารถอดทนต่อผู้ที่หลอกลวงตนได้ เขาจึงไม่กล้าปิดบัง


ผู้ดูแลสวีตบบ่าหลิงเซียว “เสี่ยวหลีจื่อหนอ อยู่ในวังมาก็หลายปีกลับไม่รู้จักมีปฏิภาณไหวพริบเช่นเจ้า พอตกใจกลัวก็ขยับตัวไม่ได้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ถูกตัดหัวไปในครั้งนี้”


ผู้ดูแลสวีลุกขึ้นยืน “ครานี้แม้ฝ่าบาทจะละเว้นเจ้า แต่เจ้าน่าจะเข้าใจใช่หรือไม่ เรื่องนี้ฝ่าบาทไม่ทรงเอ่ยถึง...เข้าใจความหมายหรือไม่”


หลิงเซียวกะพริบตา ฮ่องเต้ไม่ทรงเอ่ยถึง ต้องการทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ


เพราะเหตุใดฮ่องเต้ถึงอดกลั้นต่อเรื่องเช่นนี้ได้! นี่ไม่ค่อยเหมือนที่เข้าใจจากในชาติก่อนเลย!


แม้ในใจหลิงเซียวจะยังงุนงง แต่เขาก็ตอบว่า “ผู้น้อยเข้าใจขอรับ”


ผู้ดูแลสวีพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ช่างฉลาดจริงๆ”


เขาเหลือบมองหลิงเซียวเป็นครั้งสุดท้าย ปัดฝุ่นในมือ เดินจากไปทางด้านหนึ่ง


หลิงเซียวที่ยังนั่งอยู่บนพื้นเช็ดเหงื่อบนศีรษะ


เขาเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าที่นี่คืออุทยานหลวง เป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้กับด้านนอกของพระราชวังมากที่สุด และเป็นสถานที่ที่ฮ่องเต้ชอบมาเดินเล่น!


ไม่น่าแปลกใจเลยที่มีโอกาสพบฮ่องเต้สูงขนาดนี้!


หลิงเซียวยันภูเขาจำลองเพื่อยืนขึ้น แข้งขาอ่อนแรงเล็กน้อย ฮ่องเต้ไม่ได้ทำตัวเหมือนกับในอดีต!


แม้ว่าอุปนิสัยจะคล้ายกัน แต่การตัดสินใจกลับไม่ถูกต้อง...


หลิงเซียวครุ่นคิดพลางลากขาที่อ่อนแรงกลับตำหนักฉู่ซิ่วทีละก้าวๆ


ครั้นถึงตำหนักฉู่ซิ่วก็ได้ยินเสียงเหน็บแนมแหลมสูง


“อาศัยเพียงรูปโฉมก็คิดว่าทุกคนจะยอมอ่อนข้อให้เจ้าเช่นนั้นหรือ


“ไม่รู้จักสำนึกเสียบ้างว่าตนเป็นใคร! แค่สามัญชนคนหนึ่งที่ครอบครัวไร้ซึ่งทรัพย์สินและภูมิหลัง ยังอยากเสนอหน้าอยู่ในตำหนักฉู่ซิ่ว! ช่างน่าขันนัก!


หลิงเซียวที่ตกตะลึงอยู่พลันได้ยินเสียงคุ้นหู


“เจ้าคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่นักหรือ! ไม่ใช่อาศัยแค่ตระกูลของตนมีทรัพย์สินเงินทองมีอำนาจหรือไร เพียงตระกูลมั่งคั่งมีอำนาจก็จะข่มเหงผู้อื่นได้เช่นนั้นหรือ”


หลิงเซียวขมวดคิ้ว มองไปทางด้านหน้าเห็นโม่ฉีในชุดสีชมพูกำลังทะเลาะกับสตรีชุดเหลืองที่รูปร่างพื้นๆ หน้าตาสามัญ


ใบหน้าของสตรีชุดเหลืองเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งระคนเหยียดหยาม ด้านโม่ฉีมีท่าทางอ่อนแอ ขอบตาแดงก่ำ


ไม่ว่าใครคงล้วนแต่คิดว่าสตรีชุดเหลืองกำลังข่มเหงรังแกโม่ฉี


แต่หลิงเซียวรู้ดี เหตุการณ์นี้เกิดจากโม่ฉีไปชนสตรีชุดเหลืองและไม่ยอมขอโทษ ซ้ำยังโอหังอวดดีในรูปโฉมของตนจึงทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ


ชาติก่อนก็มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น สตรีชุดเหลืองแซ่เหอ วงศ์ตระกูลร่ำรวย เครือญาติบางคนรับราชการเป็นขุนนาง นิสัยไม่ถือว่าดีแต่ไม่ถึงกับเลวร้าย เดิมทีนางก็อิจฉาริษยารูปโฉมของโม่ฉีอยู่แล้ว แต่อำนาจความงามหรือจะสู้อำนาจบารมี นางถือดีว่าตนเหนือกว่าโม่ฉีอยู่ขั้นหนึ่งจึงดูถูกเหยียดหยามโม่ฉี


หนนั้นโม่ฉีทะเลาะกับเหอซิ่วหนี่ว์อยู่ในตำหนักฉู่ซิ่ว สุดท้ายหลิงเซียวได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญของนางเลยออกหน้าช่วยสั่งสอนเหอซิ่วหนี่ว์


ครานี้เมื่อพบเห็นฉากเดิมอีกครั้งเขาจึงไม่ต้องการเข้าไปร่วมวงด้วย


ซ้ำร้ายตอนนี้เขาถูกฮ่องเต้ทำให้ตกใจจนแข้งขาอ่อนเลยยิ่งไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนใจ


ทว่าหลังจากโม่ฉีเห็นหลิงเซียวจากหางตาก็ถลึงตาอย่างเกลียดชังไปยังเหอซิ่วหนี่ว์ และรีบตามเขามา หลิงเซียวขมวดคิ้ว เร่งฝีเท้า


“หยุดก่อน! หลิงเซียว!


หลิงเซียวหยุดเท้าลง โม่ฉีที่จ้ำอ้าวมาด้วยอารมณ์เดือดพล่านแทบหายใจไม่ทันเหมือนจะรู้สึกตัวว่าการแสดงออกนี้ไม่ถูกต้อง จึงเปลี่ยนมาตีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตา


“หลิงเซียว ข้าถูกกลั่นแกล้ง!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 476 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #143 toto (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 01:11

    นางตัวจริงนิสัยร้ายกาจมาก

    #143
    0
  2. #135 wiliwrrnnnthkal (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 16:01
    บอกข้าทำไมนั่นเรื่องของเจ้า
    #135
    0
  3. #121 kewarinseekaew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 23:23
    จัดหนักๆๆเลย
    #121
    0
  4. #25 Konrafah (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 13:35
    โม่ฉีคือน่ารำคานสุดดดด
    #25
    0
  5. #24 benjama1 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 09:56
    มารยาแท้โม่ฉีเอ้ย
    #24
    0
  6. #23 Ws-onzen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 09:55
    ชอบนิยายเรื่องนี้ 5555
    #23
    0
  7. #22 เทียแมต (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 09:52
    นางเอกคือน่าฟาดมากกก
    #22
    0
  8. #21 ZiRbuT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 09:52
    ไม่เนียน ไปฝึกมาใหม่ หึ่ย ขัดใจ
    #21
    0