◌ หนิงเฟิ่ง ◌ เทพเซียน สนพ.Dbooks

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,380,583 Views

  • 7,529 Comments

  • 8,781 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,784

    Overall
    1,380,583

ตอนที่ 147 : บทพร้อทรบ & อำนาจที่ยากจะโค่นล้ม [เล่ม. 3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5765
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 564 ครั้ง
    12 ก.พ. 62

“พ่อมิยากทำให้เรื่องมันใหญ่โตจนต้องบาดหมางระหว่างตระกูล แต่ถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องทำให้เห็นถึงอำนาจตระกูลจ้าวเสียหน่อยแล้วกระมัง” จ้าวจงกล่าวขึ้นเสียงเย็น 





       พวกองครักษ์ลับที่ได้ยินต่างพากันเลิ่กลั่กร้อนล้น ไม่คิดว่าการทำงานพลาดท่าของพวกเขาจะจุดชนวนให้ชินอ๋องเปิดศึกใหญ่ระหว่างตระกูลขึ้นมาได้ พวกเขาหลงคิดว่าถ้าหากปิดปากเงียบ และเก็บงำความลับพวกนี้ให้ตายไปพร้อมกับตัวเอง ชินอ๋องคงจะไปสืบความจะตรงอื่นแทน เพราะอย่างไรตระกูลซ่งก็มีอำนาจอยู่มากคงไม่,uราชวงศ์คนใดอยากจะหาเรื่องด้วย .. ดูท่าแล้วผู้เป็นนายที่ส่งพวกเขามานั้นคงจะคาดการณ์ผิดไป





      จ้าวจงที่จับสังเกตท่าทางร้อนล้นของพวกมันได้ก็ได้กล่าวเปรยขึ้นช้าๆ “พวกตระกูลซ่งสายหลักที่มีหัวคิดย่อมรู้ดีว่าอำนาจของฮ่องเต้นั้นมีเพียงวางประดับ แต่อำนาจที่แท้จริงย่อมอยู่กับข้า และเสียงการสนับสนุกของขุนนางนั้นก็มีมากพอจะค้านตระกูลซ่งได้”





     เฮือก ! เสียงน้ำลายกลืนลงคอดังพร้อมกัน พวกมันไม่คิดว่าผู้ที่อยู่ด้านหลังการปกครองของแคว้นหาใช่ฮ่องเต้ หากแต่เป็นชินอ๋องที่มายืนตรงหน้านี้ แต่อีกครึ่งหนึ่งก็ชั่งใจเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่าคำกล่าวของชินอ๋องนั่นคือเรื่องจริงหรือไม่ แต่ถ้าหากนับดูแล้วชินอ๋องมีทหารครึ่งหนึ่งของแคว้น เป็นทั้งกุนซือ และวางแผนการปกครอง ดูท่าแล้วคงจะเป็นตามที่เขากล่าวก็อาจเป็นไปได้





      จ้าวจงที่กล่าวจบก็หวนนึกถึงเมื่อก่อนที่เขาไม่ได้รับตำแหน่งฮ่องเต้ การที่จะรับตำแหน่งฮ่องเต้นั้นมีเงื่อนไขอยู่อย่างหนึ่งคือต้องแต่งบุตรสาวของซ่งตงหยางเข้ามาเป็นฮองเฮาเพื่อถ่วงดุลอำนาจ และเพื่อใช้ทหารของพวกตระกูลซ่งในการทำศึกสงคราม แต่ติดอยู่ที่ว่ายามนั้นซ่งหยุนหรูมีน้อยกว่าบุตรสาวเขาเสียด้วยซ้ำ อีกทั้งเขายังมีพระชายาคู่ชีพอยู่แล้วอีกสองคนจะให้รับตำแหน่งฮ่องเต้โดยต้องแต่งภรรยาให้เข้ามาใหม่ก็กระไรอยู่




      และในความจริงนั้นฮ่องเต้ก็เป็นเพียงตำแหน่งวางประดับอยู่บนเก้าอี้มังกรอยู่แล้ว เป็นที่รู้กันในเชื้อพระวงศ์ขั้นสูง หากแต่เรื่องนี้ถูกปิดเป็นความลับรู้เพียงเฉพาะคนที่สมควรจะรู้เท่านั้น และเมื่อเขาไม่รับตำแหน่งคนที่จะขึ้นมาเป็นหุ่นเชิดก็ต้องเป็นหน่อเนื้อที่ไร้อำนาจ พวกราชวงศ์ชั้นสูง แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยื่นชื่อของจ้าวเจียงเหิงขึ้นไปนั่งบัลลังก์มังกรแทน

[ฮ่องเต้แคว้นเยว่ = จ้าวเจียงเหิง , ฮองเฮา = ซ่งหยุนหรู]




     พอนึกถึงเรื่องในอดีตก็ฉุกคิดถึงความสัมพันธ์ของเจียงเหิง และบุตรสาวของตนเองขึ้นมาได้ ตัวเขาเองพึ่งจะรู้ว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์รักใคร่เชิงชู้สาวของพวกทั้งสองก็ตอนที่ซือหงได้หายตัวไปในสงคราม ครานั้นเจียงเหิงเมามายไปออกมาพบปะขุนนางนานอยู่เกือบครึ่งปี   






‘หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะมีต้นเหตุมาจากความรัก ..!?’ จ้าวจงครุ่นคิดขึ้นในใจ แล้วกล่าวออกไปด้วยท่าทางหน่ายใจ





“อุตส่าห์ว่าจะสืบความอย่างเงียบๆ ไว้หน้าพวกตระกูลซ่ง แต่ที่ใดได้พ่อเองก็แก่มากแล้วถ้าต้องมาเล่นสืบสวนเหมือนเด็กก็คงไม่ไหว สู้ใช้อำนาจในมือบีบเคล้นคงจะง่ายกว่า .. และทรมานพวกมันอีกหน่อยให้สหายมันตายไปหนึ่งคน ค่อยปล่อยตัวพวกมันคืนสู่เจ้านาย”





“ปล่อยตัวง่ายๆ เลยหรือท่านพ่อ” จ้าวจื่อถงกล่าวถามด้วยสีหน้าสงสัย




“หืม…พอมันก้าวออกจากจวนก็ถูกพวกเดียวกันสังหารอยู่แล้ว ไฉนพวกเราต้องมารับหน้าที่เก็บศพด้วย ของของใครก็ต้องมาเก็บกันเอาเอง” จ้าวจงกล่าวด้วยสีหน้าท่าทางสบายๆ





“แต่น่าจะกักตัวสืบความอีกสักเดือนสองเดือน” จ้าวจื่อถงกล่าวเสริมขึ้นต่อ





“เก็บไว้ให้เปลืองคุกทำไมเล่า….นี่ก็ใกล้มื้อเที่ยงแล้วพวกเราก็ออกไปกินข้าวกันเถิด” จ้าวจงกล่าวขึ้น พลางสาวเท้าเดินนำออกจากห้องไป







      เรือนใหญ่

      ยามนี้พวกเราทั้งสามเดินขึ้นมาด้านบน ข้าเดินตามหลังท่านตา และพี่จื่อถงที่กำลังมุ่งหน้ากันไปที่เรือนใหญ่ พอเดินกันไปได้สักพัก พี่จื่อถงที่เดินอยู่ด้านหน้าข้าก็กล่าวขึ้น





“เมื่อครู่ข้าแสดงดีหรือไม่ ?”





“นับว่าหัวไวอยู่…เช่นนี้ค่อยสมเป็นบุตรชายข้าหน่อย” จ้าวจื่อถงกล่าวขึ้น




“หลานดูทีท่าของพวกมันก็ดูตกใจอยู่มิน้อย … ..” ข้ากล่าวแทรกขึ้นอย่างเข้าใจ ด้านในห้องขังก่อนหน้านี้ได้จับท่าทางการแสดงออกของพี่จื่อถง และท่านตาได้





      เพราะดูความตั้งใจของท่านตาตั้งแต่แรกแล้วว่าท่านไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากปัญญาอาจจะเกิดขึ้นจากคนคนเดียว แต่หากเหมารวมคนทั้งตระ กูลซ่งอาจจะสร้างความบาดหมางโดยไม่ใช่เหตุ  อีกทั้งสงครามกำลังจะเกิดขึ้น ถ้าหากมาเปิดสงครามกันเองอีกคงจะลำบากเอาได้  และการกล่าวเมื่อครู่นั้นในห้องขังเป็นการข่มขู่โดยการกล่าวถึงอำนาจที่มากกว่าตระกูลซ่ง เป็นการกดดันทั้งทางร่างกายโดยนั่งมองสหายของตนเองทรมาน และยังต้องกดดันจากความรู้สึกนึกคิดอีกของพวกมันเองอีก





“จะว่าไปเจ้าก็มองออกด้วยรึ….นี่ละน๊าครอบครัวเดียว” จ้าวจื่อถงกอดอกล่าว พร้อมกับพยักหน้ารับไปด้วย





“ลืมจดหมายลับของพ่อบ้านไปเสียได้….ซิงเยว่เจ้ากล่าวให้ท่านตาฟังเสีย” จ้าวจื่อถงที่วุ่นวายมาตลอดทั้งคืนก็หลงลืมที่จะเล่าความเรื่องนี้ไปจึงได้กล่าวขึ้นต่ออีก




“ข้าเองก็ลืมสนิทไปเลยเจ้าค่ะ พระจันทร์สะท้อนลงผิวน้ำ หมอดูทำนายผิด หน้าฝนระวังหญ้าที่ถอนทิ้งจะเกิดขึ้นใหม่ นี่คือใจความจดหมายของพ่อบ้านตระกูลซ่งแอบซ่อนเอาอยู่ข้างกำแพงของจวน และยังมีพิรุธอีกหนึ่งอย่างยามที่ข้าแนะตนเองกับเฒ่าฮูหยินว่าเป็นบุตรสาวของท่านแม่ พ่อบ้านผู้นี้ก็วิ่งออกจากห้องโถงไปด้วยความรีบร้อนทันทีเมื่อข้ากล่าวจบ” ข้ากล่าวเล่าความออกไปทั้งหมด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 564 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #5800 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 147)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:48
    สนุกค่ะตามสืบต่อค่ะ
    #5800
    0
  2. #5792 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 147)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:40
    ชอบที่ครอบครัวน้องซีฉลาดแบบนี้แหละคะ สนุก
    #5792
    0
  3. #5774 มีนา (จากตอนที่ 147)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:02

    ลงรัวๆเลยเจ้าค่ะ ชอบมาก

    #5774
    0