END llแสงแดดกลางลมหนาวll [Yaoi] [Nana-Naris]

ตอนที่ 29 : คุณตุ๊กตาหมี #29

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116,852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11,384 ครั้ง
    18 มี.ค. 62


ขอบคุณแฟนอาร์ต คุณ Kwanjira Aree คับ



[Min]


ผมนั่งเท้าคางมองออกไปนอกตึกคณะ ท้องฟ้าเป็นสีส้มบ่งบอกเวลาก่อนพระอาทิตย์จะลาลับโลกเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่มีใครสามารถนับได้ พระอาทิตย์เกิดก่อนมนุษยชาติเราจึงไม่รู้ว่ามันขึ้นและตกมากี่ครั้งแล้ว

ใต้ตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่ตอนนี้ผู้คนเริ่มหดหาย มีสายตาของนักศึกษาที่เดินลงบันไดมองๆผมอยู่บ้าง คุ้นหน้าว่าเป็นเด็กปีหนึ่งเหมือนกันจึงยกมือโบกร่ำลากลับไป

“ไม่กลับบ้านเหรอวะมิน” เพื่อนร่วมชั้นปีตะโกนกลับมา มันคงคิดว่ายืนตรงนั้นง่ายกว่าจะเข้ามาคุยใกล้ๆ จากบันไดตึกเดินออกนอกคณะไม่ต้องวกกลับมาทางนี้ให้เสียเวลาเดินไปเดินมา

“ยัง รอไอ้เท็ด” ผมตะโกนตอบกลับ ฝ่ายนั้นพยักหน้าหงึกหงักรับรู้

“อ้อ มันส่งงานต่อจากกูเดี๋ยวคงลงมา งั้นกูกลับแล้วนะ เจอกัน” เพียงไม่ถึงนาทีผมก็กลับมาอยู่ตามลำพังอีกครั้ง

คนกลับบ้านกันหมดแล้ว สิบห้านาทีต่อมาท้องฟ้าก็กลายเป็นสีน้ำเงิน เข้มขึ้นเรื่อยๆ ไอ้หมีผียังไม่มีวี่แววว่าจะโผล่มาสักที อันที่จริงผมจะหนีกลับบ้านเองก็ทำได้แต่ในเมื่อมีคนขับรถไปส่งถึงที่เลยเลือกจะนั่งเรื่อยเปื่อยรอมันดีกว่า 

แบร์ก็หนีกลับกับแบล็กไปแล้ว ดูท่าทางคนนี้ไอ้แบล็กจะจริงจัง แม้จะรู้ว่าไม่มีหวังก็ยังเดินหน้าจีบต่อไปแบบไม่กลัวหมัดนักมวยพี่เขาเลย ผมนั่งเป็นกำลังใจให้เพื่อนอีกนิดแล้วก็วกกลับมาก่นด่าไอ้ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แฝดคนพี่อยู่ในใจ

เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่ผมได้คนขับรถรับส่งอย่างไม่ตั้งใจ แรกๆหงุดหงิด หลังๆเคยชิน เดี๋ยวนี้ไม่ต้องรอให้มันสั่งว่ากลับพร้อมกันแต่ละวันผมกับมันก็ผลัดเปลี่ยนกันนั่งรออยู่ใต้ตึกคณะในวันที่เรียนคนละเซคฯ ถ้าวันไหนเรียนด้วยกันก็โชคดีไปไม่ต้องรอ

วันนี้ไอ้เท็ดมีนัดส่งงานกับอาจารย์ เป็นวิชาคณะที่ไม่ได้บังคับว่าต้องเรียนตอนปีหนึ่ง ส่วนใหญ่คนจะเลือกลงปีสองเทอมแรก กลุ่มเพื่อนผมตกลงกันเอาไว้ว่าอย่างนั้น แต่พวกไอ้เท็ด คิมหันต์แล้วก็แบร์เลือกลงเทอมนี้กัน เอาเถอะต่างคนก็ต่างสไตล์ล่ะนะ

“นี่” ท่ามกลางความเงียบมีเงาดำทาบทับร่างของผมตอนไหนก็ไม่รู้ เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจดึงให้ผมที่กำลังเหม่อมองท้องฟ้าด้านนอกหันหลังกลับไปมอง

คุ้นๆนะ

“ครับ?”

ซ่า!!

“เชี่ย อะไรวะเนี่ย” ผมลุกพรวดสะบัดน้ำออกจากตัวอย่างรวดเร็ว รวมถึงปาดมือลงบนใบหน้า คุ้ยหากระดาษทิชชู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาซับ มองกลับไปยังคนทำด้วยใบหน้าบึ้งตึง

แน่ล่ะ คนโดนสาดน้ำคงไม่ยิ้มรับหรอกเพราะนี่มันไม่ใช่สงกรานต์

“ครั้งนี้เป็นน้ำเปล่า ครั้งหน้าจะเป็นน้ำกรด จำไว้!” ยัยบ้านี่พูดจบก็ทำท่าจะหันหลังหนีไป แต่ใครจะยอมง่ายๆวะ นี่ไอ้มินคนแมน ไม่ใช่นางเอกละครหลังข่าวจะได้ปล่อยให้คนเอาน้ำมาสาดแล้วบอกขอบคุณ

ผมคว้าแขนเล็กเอาไว้ได้ทัน ดึงให้หันกลับมาหาผมอีกครั้ง มองหน้าชัดๆถึงกับร้องอ้อในใจ นี่มันยัยกิ๊กโรคจิตของไอ้ตุ๊กตาผีนี่หว่า ที่ผ่านมาผมนึกว่าไอ้เท็ดมันคิดมากไปเอง ไม่ก็หาเรื่องบอกเลิกผู้หญิงโดยเอาผมมาเป็นข้ออ้าง ที่ไหนได้

เชื่อแล้วว่าโรคจิตจริงๆ

คนดีๆที่ไหนจะเอาน้ำมาสาดคนอื่น แถมขู่จะสาดน้ำกรดอีก ดูละครมากไปป่ะเจ้

“เธอทำบ้าอะไรของเธอ ขอโทษมาเดี๋ยวนี้นะ”

“เรื่องอะไรต้องขอโทษ แย่งผัวคนอื่นโดนแค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว”

“ผัว? ใครผัวเธอ เท็ดอ่ะเหรอ” ผมเหยียดยิ้มไล่มองผู้หญิงใส่แว่นท่าทางเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า “ฮัลโหล ตื่นหรือยังแม่คุณ ถ้ายังไม่ตื่นจะได้ช่วยปลุก”

“แก! อย่าคิดว่าได้ควงเท็ดเข้าหน่อยแล้วจะได้ใจนะ ตอนนี้เขาก็แค่หลงแกแต่อีกหน่อยก็เบื่อ ฉันคอยเฝ้ามองดูเท็ดมาตลอดฉันรู้จักเท็ดดีกว่าใครๆ ไม่นานเขาจะต้องรับรู้ว่าฉันต่างหากที่เหมาะสม”

โอ้โห อย่างกับท่องมาจากนิยายสักเรื่อง

“อย่างเดียวที่ฉันจะแนะนำคือเธอควรไปพบจิตแพทย์นะ ก่อนที่อาการบ้าจะหนักไปกว่านี้ เธอไม่เสียดายอนาคตดีๆของตัวเองเลยหรือไง เอาเวลามาวิ่งไล่ตามคนอย่างไอ้เท็ดเนี่ย ไม่เห็นว่ามันจะวิเศษตรงไหนเลย”

“เท็ดเป็นคนดี ดีทุกอย่าง แกไม่รู้จักเขาอย่างที่ฉันรู้อย่ามาพูด!” ยัยโรคจิตควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โมโหเกรี้ยวกราดเสียงดั่งลั่น มือที่กำขวดน้ำเล็กๆนั่นแน่นจนกลัวว่ามันจะแตกคามือ

“ก็น่าจะรู้จักดีกว่าเธอ แต่ไม่เห็นเข้าใจว่าไปชอบมันได้ไง นิสัยอย่างกับพ่อ คบไปไม่กลัวมันบงการทุกอย่างในชีวิตเธอเหรอวะ อ้อ พ่อที่แปลว่าพ่ออ่ะ ไม่ใช่แด๊ดดี้แซบๆ”

“แก คนอย่างแกมันเลว คนอย่างแกไม่ควรค่ากับความรักที่เท็ดมีให้เลย คอยดูนะฉันจะทำให้เท็ดตาสว่าง ไม่จบแค่นี้แน่” รอบนี้ยัยบ้านี่วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะคว้าเอาไว้ได้ทัน

ผมไม่คิดวิ่งไล่ตามไปให้เหนื่อยเปล่า ทำแค่ยืนเกาหัวไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองยืนเถียงกับคนบ้าได้ตั้งหลายนาที

หรือผมเองก็บ้าเหมือนกันวะ

เสียงจากทางบันไดทำให้ผมละสายตาจากยัยคนโรคจิตหันไปมอง คราวนี้เป็นไอ้ตัวต้นเหตุที่เดินมาหยุดตรงที่ผมยืนอยู่ ผมรีบเก็บข้าวของขึ้นมาถือแล้วเดินนำไปก่อนโดยไม่พูดอะไร อยากกลับบ้านไปอาบน้ำจะแย่แล้ว ไม่รู้ว่าเอาน้ำอะไรมาสาด หวังว่าจะไม่ใช่น้ำฉี่นะ อี๋!

ตลอดทางเท็ดไม่พูดอะไรเลยจนรถมันจอดที่หน้าหอพักผม ปกติผมจะกลับบ้านมากกว่า มีหอไว้เผื่อว่าขี้เกียจกลับหรือว่าเลิกดึก เรียนเช้า นั่นโน่นนี่ที่เด็กมหาลัยเขาต้องทำ วันไหนจะนอนไหนแล้วแต่อารมณ์

“ขอบใจ มึงจะขึ้นไปก่อนป่ะ”

“ขึ้น?” มันหันมายกคิ้วทำหน้าไม่เข้าใจ นี่เป็นคำแรกที่มันพูดกับผมด้วย

“อ้าว ก็วันนี้มึงไม่ได้แวะกินข้าวเหมือนทุกวันนี่ แต่ดีเลยขอกูอาบน้ำก่อนแล้วค่อยไปหาไรกินกัน”

“หึ ไม่ล่ะ เชิญมึงเถอะ” เท็ดแค่นเสียงในคอแล้วหันกับไปมองถนนทำคอแข็ง ผมไม่เข้าใจว่ามันเป็นอะไร หรือเป็นบ้าตามยัยโรคจิตกิ๊กมันอีกคน

ในเมื่อไม่อยากกินผมเลยยกไหล่แล้วเก็บข้าวของลงจากรถ ก่อนจะปิดประตูเสียงดัง...ไม่ได้งอนนะ หลุดมือต่างหาก

กระจกรถลดลงมาครึ่งหนึ่ง เสียงห้วนๆของไอ้ตุ๊กตาหมีก็ดังรอดออกมา

“ถ้ามันลำบากมึงนัก ต่อไปกูจะไม่ใช้มึงอ้างแล้ว มึงเป็นอิสระแล้วมิน” จากนั้นก็ขับรถออกไปเลย

อย่าบอกนะว่ามัน...ได้ยิน


เช้าวันต่อมาไอ้เท็ดไม่ได้มารับอย่างที่คาดเอาไว้ ผมยืนรออยู่จนเกือบจะถึงเวลาเข้าเรียนก็ถอดใจตัดสินใจไปมหาลัยด้วยตัวเอง โชคดีที่นอนหอ ถ้านอนบ้านคงเข้าเรียนสาย และดันเป็นวันที่ต้องเรียนเซคฯเดียวกันอีก พอไปถึงห้องก็พบว่ามันนั่งหน้าเชิดอยู่ใกล้แบร์กับคิมแล้ว ผมแอบเคืองอยู่หน่อยๆแต่ก็เดินเนียนๆไปนั่งที่นั่งข้างมันที่ว่างอยู่ แกล้งหันไปคุยกับไอ้กราฟที่นั่งอีกฝั่ง

นั่งข้างมันแต่ทำเป็นไม่สนใจมัน กูก็ย้อนแย้งอีกละ

“ไอ้แบล็กล่ะ”

“เดี๋ยวคงมา มันส่งข้อความมาว่ารถติด”

“รู้งี้โทรให้มันแวะรับดีกว่า ทางผ่านหน้าหอกูพอดี”

“เออจะว่าไปทำไมวันนี้มึงไม่มากับไอ้เท็ดวะ ทุกทีมาด้วยกันนี่หว่า นี่กูเห็นไอ้เท็ดมาก่อนใครเลย” มันถามแล้วมองผ่านผมไปทางเท็ด ผมยกไหล่ไม่ตอบคำถามเพราะไม่รู้จะตอบยังไง ไอ้กราฟเลยไม่สนใจผมอีก

จนเลิกคลาสไอ้คนข้างๆก็ยังไม่คุยกับผม เสียงอาจารย์ปล่อยให้เลิกจบทุกคนก็ทยอยลุกออกจากห้อง

“เดี๋ยว” ผมจับข้อมือไอ้ตุ๊กตาหมีไว้ คนอื่นๆในกลุ่มเลยหันมามองเป็นตาเดียว “พวกมึงไปกินข้าวกันก่อนเลย กูมีเรื่องจะคุยกับเท็ด”

ไอ้เหมพยักหน้าพาคิมหันต์แฟนมันเดินนำออกไปเป็นคนแรก คนอื่นๆก็เลยเดินตามออกไป แอบเห็นแบร์ชูสองนิ้วให้ผมก่อนไปด้วย สงสัยจะพอเดาได้จากที่ไอ้เท็ดไม่แวะไปรับผมเช้านี้ว่าเราคงมีปัญหากันอยู่

“อะไร” เสียงพ่อขุ่นมาเชียว

“โกรธอะไรกูเนี่ย” ผมเลือกพูดตรงๆกับมัน ไม่ชอบอ้อมไปอ้อมมา ยอมรับตรงๆก็ได้ว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับ รู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่ที่มันโกรธผมแบบนี้

“ทำไมกูต้องโกรธมึง” เล่นถามมาแบบนี้ผมเกือบจะไปต่อไม่ถูก แบะปากใส่แม่งงัดสกิลอ้อนของคิมหันต์ที่เคยเห็นตอนอ้อนไอ้เหมมาใช้บ้าง

นี่กูง้อ...แค่กๆ พูดด้วยก่อนแล้วนะ เล่นตัวนัก

ได้เจอกู!

“เท็ด~ ไม่โกรธกันดิ กูไม่ได้พูดเพราะคิดอย่างนั้นจริงๆนะเว้ย กูพูดเพื่อให้ยัยบ้านั่นตัดใจ ตอนนี้กูเชื่อแล้วว่ายัยนั่นเป็นโรคจิต ไม่งั้นคงไม่เอาน้ำมาสาดกูแล้วขู่จะสาดน้ำกรดหรอก”

คนฟังชะงัก มันหันมามองผมเต็มตาเป็นครั้งแรก แววตากรุ่นโกรธหายไปจนหมดสิ้นกลายเป็นความกังวลเข้ามาแทน เห็นแล้วรู้สึกดีกว่าเดิมเยอะ

“ยัยนั่นเอาน้ำสาดมึง?”

“เออดิ มึงไม่เห็นเหรอว่ากูตัวเปียกน่ะเมื่อวาน”

“ไม่”

“เนี่ย ก็มัวแต่งอนไง โชคดีแค่ไหนที่เป็นน้ำเปล่า ถ้ากูโดนสาดน้ำกรด ป่านนี้คงนอนชักอยู่ที่เดิมเพราะมึงคงงอนแล้วทิ้งกูไว้อย่างนั้น”

“ใครงอน มึงเพ้อเจ้อ” มันพูดเสียงสูงจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบน่ากลัวขนหัวลุก “จริงเหรอที่ยัยนั่นขู่สาดน้ำกรดมึง”

     “ก็เออดิ ใครจะเอามาล้อเล่น สงสัยจะเชื่อแล้วว่าเราเป็นแฟนกันจริงๆถึงได้ฉวยโอกาสที่กูอยู่คนเดียวเอาน้ำมาสาด ประกาศว่าถ้าไม่เลิกยุ่งกับมึงครั้งต่อไปจะเป็นน้ำกรด กูนี่แอบกลัว....เฮ้ย ไปไหนเท็ด” กำลังพูดเพลินๆไอ้คนฟังดันเดินพรวดพราดหนีออกจากห้องไปด้วยความเร็ว

*********************

ผมวิ่งตามทันเห็นหลังมันไวๆที่บันได เลี้ยวไปด้านหลังตึกซึ่งเป็นทางลัดไปคณะอักษรได้

การหาตัวคนโรคจิตมันไม่ยากหรอก ในเมื่อคนๆนั้นคอยติดตามคุณอย่างกับเงา แค่ปรากฎตัวเพียงลำพังเขาก็จะเข้ามาหาคุณเองโดยไม่ต้องออกแรงด้วยซ้ำ เป็นจริงอย่างที่คิด ผมวิ่งสุดแรงเพียงแค่ครึ่งทางก็เห็นว่ามันกำลังยืนตะคอกเธออยู่ตรงมุมที่ลับตาคน

ผู้หญิงตัวเล็กบางสวมแว่นแต่งตัวถูกระเบียบตัวสั่นแบบที่ไม่ใช่ดีใจเพราะไอ้เท็ดเข้าหาก่อน แต่เป็นความกลัวที่แสดงออกทางสายตาอย่างชัดเจน

“กล้าดียังไงมาขู่แฟนฉัน!

ไม่มีเวลามารู้สึกคันยุบยิบที่ใจกับคำว่าแฟนของมัน ผมรีบพุ่งเข้าไปดึงแขนล่ำๆของไอ้เท็ดเอาไว้เพราะมันทำท่าเหมือนพร้อมจะต่อยผู้หญิงคนนี้ได้ทุกเมื่อ

พ่อนักมวยเกือบจะสะบัดแขนออก แต่พอเห็นว่าเป็นผมก็หยุดไป ปล่อยให้ผมรั้งแขนมันไว้อย่างนั้นหันไปสนใจกับอีกคนตามเดิม เพิ่มเติมคือความโมโหที่ไม่ได้คำตอบสักที

“ฉันถาม! อย่าให้หมดความอดทนไปมากกว่านี้นะ”

“เท็ด! ฉันเจอนายก่อน รักนายมากกว่าใคร ทำไมถึงได้ไปคบกับไอ้บ้านี่ ทำไมทำอย่างนี้” ยัยโรคจิตที่ผมยังไม่รู้จักชื่อจนถึงตอนนี้เริ่มร้องไห้ เธอถูกเท็ดตะคอกอย่างหนัก ไหนจะสายตาเกรี้ยวกราดที่น่ากลัวของมันอีก

ถ้าผมโดนบ้างก็คงอยากจะร้องไม่ต่างกัน

“มันไม่เกี่ยวว่าใครเจอก่อน ใครรักมากกว่า มันอยู่ที่ว่าฉันไม่ได้ชอบเธอ ไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น ทำไมพูดไม่รู้เรื่องวะ บอกว่ามีแฟนแล้วๆ เลิกยุ่งกับฉันสักที”

“ฉันไม่เชื่อ ไม่ว่ายังไงก็ไม่เชื่อว่านายคบกับไอ้นี่”

“เชื่อไม่เชื่อก็เรื่องของเธอ ประเด็นคือเลิกตามตื๊อเลิกวุ่นวาย และที่สำคัญอย่ามายุ่งกับมินอีก ถ้าเธอกล้าทำอย่างที่ทำเมื่อวานหรือคิดอะไรเกินกว่านั้น อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

“เท็ด!

อย่ามาตะคอกกู! กูไม่ใช่คนใจดีหรอกนะ ถ้าว่างนักเอาเวลาไปเรียนหนังสือหรือไม่ก็ไปช่วยพ่อเธอดีกว่านะ” ไอ้เท็ดดี้น็อตหลุดไปแล้วครับ ผมกระตุกแขนมันเตือนสติเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เสียงดังก้องไปทั่วนี่ทำผมตัวสั่น แล้วคนถูกตะคอกใส่ตรงๆจะเหลือเหรอ

“หมะ หมายความว่ายังไง” 

“ไอ้ตำแหน่งที่พ่อเธอทำอยู่มันทำให้เธอสุขสบายนักใช่ไหมถึงได้มีเวลามาไล่ตามผู้ชาย ถ้าทำให้คนที่หาเลี้ยงคนทั้งบ้านตกงาน ถึงเวลานั้นเธอคงจะยุ่งจนเลิกสนใจฉันไปเอง...เอาอย่างนั้นดีไหม”

“มะ ไม่ เท็ด นายจะทำอะไร อย่านะ” เสียงสั่นเหมือนลูกนก เธอคว้าข้อมือเท็ดไปจับเพื่อขอร้องอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี

“ฉันไม่ได้ขู่นะ ถ้าเธอยังไม่เลิกทำตัวแบบนี้ ต่อให้เป็นผู้หญิงฉันก็ไม่สน ชีวิตเธอไม่สงบสุขแน่ๆ จำเอาไว้” มันหันมาจับมือผมแล้วลากเดินออกไปทันที ปล่อยให้หญิงสาวที่น่าสงสารทรุดตัวลงร้องไห้กับพื้น ส่งสายตามองคนที่ตัวเองหลงรักด้วยความผิดหวัง

 

เธอคนนั้นหายไปจากชีวิตพวกเราไม่โผล่หน้ามาอีกเลย และผมไม่ได้ถามหาเหตุผลจากเท็ด หรือสนใจว่าทำไมมันต้องทำรุนแรงแบบนั้น เราทำตัวปกติ คุยกันเหมือนเดิม มันกลับมารับส่งผมตามเดิม เรื่องที่เกิดขึ้นก็ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป

แม้ว่าบางครั้งเท็ดจะมองผมเหมือนอยากอธิบายอะไรก็ตาม

ผมคิดว่ามันไม่จำเป็น ในเมื่อเรารับมือกับคนพูดไม่รู้เรื่อง บางครั้งผู้ชายก็ไม่จำเป็นต้องทำตัวสุภาพบุรุษกับผู้หญิงมากนักหรอก อย่างน้อยมันก็ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือให้เจ็บตัว ทำให้เจ็บใจอีกฝ่ายก็จะได้ผิดหวังและตัดใจไปเอง

น่าตกใจเหมือนกันที่ผมเชื่อในตัวมันขนาดนี้

“ตอนนี้ทุกคนได้การฝึกร่างกายขั้นพื้นฐานไปแล้วนะ ขั้นต่อไปเราจะเริ่มการฝึกชกขั้นบีกินนิ่ง เริ่มจากท่ายืนก่อนก็แล้วกัน เพราะการจัดท่าก็เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ไม่บาดเจ็บได้ เข้าใจไหมครับ”

“ครับ” ผมประสานเสียงตอบรับพร้อมกับคนอื่นอีกประมาณห้าคนในนี้ พวกเรายืนเรียงแถวตัวตรงหลังตรง อกผายไหล่ผึ่งหน้าตึงคอเชิด

เปล่าครับ ไม่ได้ไปประกวดนางงามที่ไหน แต่กำลังฝึกเรียนมวยไทยต่างหาก

พี่มินพูดจริงเอาจริงอยู่แล้ว ตอนนี้ก็เรียนมาได้สองสามครั้งแล้ว อาศัยช่วงวันหยุดที่ไม่ต้องเจอหน้าไอ้ตุ๊กตาหมีหนีมาเรียน กลัวมันรู้ทันว่าผมคิดจะทำอะไร

ค่ายมวยที่ผมมาเรียนเป็นค่ายดัง ผมเชื่อมั่นว่าจบคอร์สจากที่นี่ไปแล้วจะเก่งกล้าสามารถไปต่อกรกับไอ้นักมวยที่ชอบขู่ผมได้ พี่มินจะเป็นไท

แต่ขอไม่วิ่งทุกเช้าวันละห้ากิโลได้ไหม จะขาดใจตาย ฮืออออ

“เอาล่ะ เดี๋ยวจะแนะนำผู้ช่วยสอนอีกสี่คนนะครับ คอร์สนี้เป็นคอร์สแพงเพราะฉะนั้นแต่ละคนจะได้ฝึกกับครูแบบตัวต่อตัวเลย ดีไหม”

“ครับ” ตอบกลับไปแบบเดิม จากนั้นครูฝึกอีกสี่คนในชุดผ้าร่มแขนยาวขายาวก็เดินออกมา คนสุดท้ายที่ใส่ชุดวอร์มสีดำประสานสายตาเข้ากับผมและต่างฝ่ายต่างชะงักไป เสียงพูดอธิบายไหลเร็วราวกับซาวด์แอฟเฟคหนังไม่ได้รับความสนใจจากผมอีก

ไอ้เท็ดดี้ผีตุ๊กตามันมาอยู่ที่นี่ได้ไง

“จับคู่เลยครับ ใครอยากฝึกกับใครเชิญเลย” แน่นอนว่าผมรีบวิ่งไปยังครูฝึกอีกคนที่ยืนถัดไป

“ครูครับฝึกให้ผมหน่อย”

“พี่ผมฝึกคนนี้เอง” ยังไม่ทันที่ครูฝึกคนนั้นจะตอบรับ ไอ้ตุ๊กตาหมีก็เข้ามาตัดหน้า คนกลางมองผมสลับกับไอ้เท็ดแล้วก็พยักหน้าเดินหนีไปหาเด็กคนอื่นแทน

อะไรวะ สองมาตรฐาน ผมก็เสียเงินมาเท่ากันกับคนอื่นนะเว้ย ต้องมาสอนผมดิ ผมมาก่อน

“มึงมาทำอะไรที่นี่” ไอ้เท็ดยิ้มแซว คนฉลาดอย่างมันเหรอจะเดาไม่ได้ว่าผมฝึกมวยทำไม

“ครูบอกให้สอนตั้งท่ามาตรฐาน ต้องทำยังไง” ผมทำเฉไฉไม่ตอบคำถามมัน ตีหน้านิ่งไม่รู้ไม่ชี้เข้าไว้ โชคดีที่อีกฝ่ายยอมเลิกเซ้าซี้ ตั้งใจสอนให้สักที

“ก่อนอื่นฐานต้องมั่นคง เริ่มจากท่ายืน ทำแบบนี้” ไอ้เท็ดเริ่มจากยืนให้ดูก่อน แล้วผมก็ยืนตาม “ไม่ใช่ ขาต้องไว้อย่างนี้สิ”

มันขยับมาช่วยจัดท่าที่ผมคิดว่ายืนเหมือนมันทุกอย่างแล้วแต่ก็ไม่ถูกใจคนสอนสักที จัดไปจับมาผมก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว

“มึงจับขากูทำไม?”

“เอ้า ก็จัดท่าไง”

“จัดท่าอะไรถึงมาจับต้นขากูแบบนี้ แล้วครูคนอื่นจัดท่าไม่เห็นเข้ามาต้องมายืนซ้อนหลังเอาจมูกเป่าหูกูอย่างมึงทำเลย” ผมส่งเสียงดุทั้งที่ใจเต้นแรงมาก ขยับหนีออกห่างมันนิดหน่อยกลัวมันได้ยินเสียงตึกตักในอก

“กูเป็นครูที่ใส่ใจ”

“แต่กูเริ่มไม่แน่ใจว่ามึงสอนหรือมึงลวนลาม เอามือมึงออกไปจากสะโพกกูไอ้ตุ๊กตาหมี”

“หึ ชื่อนี้ก็น่ารักดี ถ้ามึงเป็นคนเรียก”

“งั้นกูไม่เรียก เพราะกูไม่น่ารัก กูหล่อ”

“บ้านมึงไม่มีกระจกเหรอ ย้ายมาอยู่บ้านกูได้นะ บ้านกูกระจกเพียบเลย”

“ไอ้เท็ด มึงจะว่ากูไม่หัดส่องกระจก เจียมตัวเองหรือไงห้ะ!” โกรธแล้วนะ โกรธ

“ตรงไหนที่กูบอกแบบนั้น มึงนี่เพ้อเจ้อไม่เปลี่ยน เอ้า เตะสูงต้องยกขาแบบนี้ ทำสิ” เท็ดยังยืนซ้อนหลังสอนท่าผมอย่างผิดจรรยาบรรณต่อไป มืออุ่นๆจับลงมาตรงน่องแล้วยกขึ้นสูงแบบที่ผมไม่ทันตั้งตัวเลยหงายไปด้านหลัง

ซึ่งก็ชนกับอกกว้าง(แถมแน่น)ของมันพอดีอย่างกับวางแผนเอาไว้

แขนแกร่งสอดเข้ามารัดรอบเอวประคองกันไม่ให้ผมล้ม แต่ตอนนี้ยอมล้มแล้วอับอายดีกว่ามายืนทำท่าคล้ายกอดกันต่อหน้าคนนับสิบแบบนี้

“ปล่อยนะเท็ด”

“ทำไมมาฝึกมวยหืม?” นอกจากไม่ยอมปล่อยยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เก่งเหมือนผมอีก เสียงที่เอ่ยถามนุ่มทุ้มฟังรื่นหูจนเผลอยืนค้างอยู่แบบนั้นและตอบกลับออกไป

“กะ ก็อยากเก่งไง ไว้ปกป้องตัวเอง”

"ไม่ใช่ไว้ท้ากูสู้นะ ยิ่งมโนเก่งๆอยู่" ทำไมเดาเก่งขนาดนี้วะ ฉลาดไปแล้ว สีหน้าผมคงชัดเจนว่าช็อกคนเดาแม่นถึงกับยกคิ้วขึ้นสูง "กูพูดเล่น มึงคิดจริงเหรอเนี่ย"

"เปล๊าาา มึงอ่ะคิดมาก กูไว้ป้องกันตัวเองจริงๆ" จากมึงก็นับเป็นป้องกันตัวเองเหมือนกันนะพ่อหมี

“มีแฟนเป็นนักมวยก็ปกป้องได้เหมือนกันนะ ไม่ต้องออกแรงเองด้วย”

“แต่...แต่นักมวยไม่ได้อยู่กับเราตลอดนี่ ถ้าเรียนรู้เอาไว้บ้างก็ดีไม่ใช่เหรอ”

“อืม ก็จริงนะ ถ้าอย่างนั้นกูสอนพื้นฐานให้พอป้องกันตัวเองได้...ก่อนที่กูจะมาช่วยดีไหม” เท็ดยังไม่เลิกกระซิบข้างหูเหมือนกลัวคนอื่นจะมาได้ยิน

ผมเหลือบมองรอบตัวยังไม่มีใครสนใจเรา ต่างคนต่างตั้งใจเรียนรู้ท่าพื้นฐานจากครูฝึก มีแค่คู่เรานี่แหละที่ฝึกกันในท่าประหลาด แต่ในเมื่อไม่มีใครสนใจและผมก็ยังเหนื่อยจากการวอร์มร่างกายด้วยการวิ่งมาหลายกิโล เลยแอบแอนหลังพิงอกแข็งอย่างกับกำแพงอยู่แบบนี้

ไม่ต้องกลัวล้มด้วยเพราะมันกอดไว้

คิดถึงตรงนี้ก็แอบกัดปากล่างตัวเองแน่น ..ทำไมแก้มร้อนวะ

“ว่าไง?”

“อะไรว่าไง”

“ก็ที่บอกว่าจะสอนพื้นฐานไง”

“อื้อ ก็สอนมาสิ”

“สอนไว้ป้องกันตัวก่อนกูไปช่วยนะ”

“ก็ อื้อ ก่อนมึงมาช่วยก็ได้”

“กูปกป้องมึงได้เพราะกูเป็นนักมวยนะมิน”

“รู้แล้ว แล้วยังไงต่อล่ะ” แอบเกลียดตัวเองเบาๆที่ทำท่าเอียงอายอย่างกับผู้หญิงใส่มันอย่างนี้ คนมองยิ่งได้ใจจากที่กอดเอวผมด้วยแขนข้างเดียว เปลี่ยนเป็นรวบกอดทั้งสองข้าง ตัวแนบชิดสนิทกันจนไม่เหลือพื้นฐานให้อากาศลอดผ่าน

ขนาดนี้สิงกูเลยมะไอ้ตุ๊กตาผี

“ไม่อยากมีคนปกป้องไปตลอดชีวิตเหรอหืม?” อย่ามาทำเสียงเจ้าชู้นะเว้ย กูไม่หลงกลมึงหรอก

“กะ ก็อยาก” เฮ้ย ไม่ใช่ดิ “แต่มึงชอบขู่กู”

“เขาเรียกดุ ไม่งั้นมึงก็ดื้อไม่ยอมฟัง มึงคิดว่ากูจะกล้าต่อยมึงลงจริงๆเหรอมิน หน้าใสๆของมึงจะปล่อยให้เป็นรอยเขียวช้ำไม่น่ามองได้ยังไง”

“.........” งื้ออออ ทรุด กูยืนไม่ไหวแล้ว

ผมปล่อยตัวเหมือนจะร่วงแต่ก็ไม่ร่วงเพราะไอ้คนที่แอบขำหึหึด้านหลังมั้นยึดเอาไว้ด้วยการกอด ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่

“ปากมึงก็ไม่สมควรมีรอยโดนต่อยเหมือนกัน”

“ระ เหรอ”

“ถ้าจะบวมก็ไม่ใช่เพราะหมัด” เท็ดโน้มหน้าลงมาใกล้อีกนิด ริมฝีปากแนบชิดกับใบหูผมแทบจะฝังเข้าไปในรู 

แต่ต้องเป็นเพราะปากกู

“เท็ด!” ผมเอ็ดมันเบาๆเพราะไม่รู้จะตอบโต้อะไร หัวคิดอะไรไม่ออกแล้ว สมองถูวางระเบิดบู้มกระจายกลายเป็นโกโก้ครั้นซ์ ไม่ต้องเดาเลยว่าหน้าจะแดงแค่ไหน

“อ้อ ถึงกูเป็นแค่พ่อแต่กูแซบได้มากกว่าแด๊ดดี้อีกนะ” สงสัยเท็ดจะคาใจที่ผมพูดใส่ยัยโรคจิตไปตอนนั้น แต่จำเป็นต้องโฆษณาเกินจริงใกล้ๆแบบนี้ไหมวะ

ไม่เชื่อหรอก ต้องพิสูจน์ก่อน

แค่กๆ ผ่านเนอะ

“มิน”

“อื้อ”

“จีบนะ ได้ไหม” ยะ อย่ามาอ้อนนะ!

“ไม่!” ตอบกลับไปเสียงแข็งจนคนถามเสียงอ่อยกลับมา

“ไม่ได้เหรอ”

“ไม่ต้องจีบต่างหาก คบกันเลยเสียเวลาจีบทำไม” ผมบอกมันตรงๆ เท็ดฟังแล้วนิ่งสามวินาทีจากนั้นก็หัวเราะลั่นห้อง คนหันมามองเรายืนกอดกันสมใจมันแล้วทีนี้ แต่ถามว่ามันแคร์ไหม

ก็ไม่

“กูชอบมึงก็ตรงนี้แหละ...ไปเหอะ”

“เดี๋ยวๆ ไปไหน ยังเรียนไม่จบชั่วโมงเลย” ยื้อข้อมือที่จะถูกลากไว้สุดกำลัง อยู่ๆจะให้กลับทั้งๆที่ยังไม่ได้เรียนอะไร ผมไม่ยอมนะเว้ย

ค่าเรียนตั้งแพง

ไอ้เท็ดหันกลับมา ส่งยิ้มแบบหล่อวัวตายควายล้มผสมหมาป่าเจ้าเล่ห์ เล่นผมแข้งขาอ่อนอีกรอบยอมเดินตามมันต้อยๆพร้อมใจที่ระเบิดตามสมองกับประโยคที่ฟังแล้วชวนสมยอมกึ่งๆเต็มใจ

“เดี๋ยวพาไปสอนตัวต่อตัวที่ห้องดีกว่า ตรงนี้คนมองมึงเยอะแล้ว เผื่อมึงไม่รู้...กูเป็นคนขี้หวงแฟน

เออ สุดท้ายผมก็ต้องเปิดห้อง(หอ)ตัวเองเป็นสถานที่ฝึกมวยสองต่อสองกับมันไง ฝึกมวยจริงๆนะ ฝึกมวย


.............................
แล่วๆๆๆ น้องหนีปายยยยยยยยยย ทำไมผู้ชายของเรา(?)ถึงเป็นหมาป่ากันทุกคนเบย

คู่รองจบเพียงเท่านี้ ขอโทษสำหรับหลายๆคนที่อยากได้เรื่องแยกเด้อ
เพราะมันจ๊บแล่ว ไว้ไปแซ่บกับคู่หลัก และเรื่องอื่นๆของเราแทนละกันน้า
ก้มกราบงามๆทั้งน้ำตา แงงง

อีกสองตอนจบแล้ว ใจหายเว่อร์




B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11.384K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,921 ความคิดเห็น

  1. #11907 namwarncm (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 01:28
    แล่วๆๆๆๆๆ รวดเร็วทันใจจริงๆเชียวคู่นี้55555
    #11,907
    0
  2. #11860 KatCher (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มีนาคม 2564 / 23:50
    แงงง เป็นแฟนแล้ว
    #11,860
    0
  3. #11839 mook (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:02

    อร้ายยยยยย เค้าจีบกันน่ารักจัง55555

    #11,839
    0
  4. #11764 korona2 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 00:46
    กลายเป็นชอบคู่นี้เฉยเลย จีบกันได้น่าักมากเลยอ่า ฝึกมวยกันจริงๆใช่ไหมอ่า สงสัยเรียนท่ายากที่หอ อิอิอิ
    #11,764
    0
  5. #11740 baekbow (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 20:27
    อ่าว คู่นี้นี่มันยังไงซิ แสดงว่าก็เป็นแผนของเท็ดมาตั้งแต่แรกสิเนี่ย เพราะจริงๆผญคนนั้นก็ไม่ได้จัดการยากเลย แต่เท็ดสบโอกาสได้ใกล้ชิดมินพอดีเลยกุเรื่องขึ้น แหมมมม ร้ายไม่เบานะเราอ่ะ เป็นจอมวางแผนจริงๆ // แล้วอะไรของหนูมินคะลูกกกก เขาขอจีบ ดันให้คบเลย บอกว่าเสียเวลาไปอีก แมนจริงคนนี้ ชัดเจนมาก 55555
    #11,740
    0
  6. #11728 momo_namwoohyun (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 07:56
    แงงงงงงงน่ารักกกกก
    #11,728
    0
  7. #11695 tumeos (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 14:03
    คู่นี้ก็ฟินจ้า ชอบบบบ
    #11,695
    0
  8. #11683 vilaivanh (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 09:05
    คู่นี้ก็น่ารักชอบบบ
    #11,683
    0
  9. #11672 สาววายจงเจริญ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 00:06

    มินนี่ลูกกกกก แม่กำไม้เรียวรอ

    #11,672
    0
  10. #11656 millun (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 07:57
    ฝึมวยเนอะ~อืม...เชื่อก็ได้(ตอแหล)
    #11,656
    0
  11. #11651 lovehyper17 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 21:21
    อืม...ฝึกมวยจะพยายามเชื่อน่ะ
    #11,651
    0
  12. #11648 เป็นเขินนน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 07:09

    ออ่อยยยย.....ชอบคู่รองตุ๊กตาหมีกับน้องมิน...น่าร้ากกก😊😊😊

    #11,648
    0
  13. #11594 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 18:22
    คู่นี้น้าาาาา
    #11,594
    0
  14. #11558 Yinggi11 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 22:25
    อหหหหห.เเรงมาก เเซ่บมาก
    #11,558
    0
  15. #11532 Bellush (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 12:43
    มวยปล้ำแหละ คลุกไปคลุดมา แหะๆๆๆ
    #11,532
    0
  16. #11493 Choo_only (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 20:08
    ตุ๊กตาหมี&มินนี่ น่ารัก5555555555555555
    #11,493
    0
  17. #11491 salineefon (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 17:29
    5555555555 รักตุ๊กตาหมีกับยัยมินนี่
    #11,491
    0
  18. #11429 -want- (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:31
    คู่นี้มันมุบมิบปิ๊บๆไปหมด
    #11,429
    0
  19. #11359 Waruenada0000 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 18:29
    งื้ออออ ขอเรื่องแยกได้มั้ยคะไรท์ ถึงไรท์จะบอกว่าจบเพียงเท่านี้สำหรับคู่นี้ก็เถอะ😭
    #11,359
    0
  20. #11340 Dantalian_lian (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:07
    ไวไฟดีแท้ 55555555
    #11,340
    0
  21. #11318 Saguramio (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 18:40

    แอบใจร้อนนะเนี่ยมิน 5555+ไม่ต้องจีบแต่คบเลย
    #11,318
    0
  22. #11270 kittybeanz (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:04
    อู้ววว ทำไมอ่านแล้วเขินวะ ฮืออออ
    #11,270
    0
  23. #11258 fmillimf11 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 20:23
    อห.คู่นี้มันดี ดีต่อใจแรงมากกกกก
    #11,258
    0
  24. #11196 CeeHyung (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 07:29
    ชอบแล่วๆๆๆๆของไรท์จริงๆ5555555
    #11,196
    0
  25. #11144 YanisaCH (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 13:49
    เออเว้ย555555
    #11,144
    0