END llแสงแดดกลางลมหนาวll [Yaoi] [Nana-Naris]

ตอนที่ 30 : คุณแสงแดด #30

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114,462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8,554 ครั้ง
    20 มี.ค. 62



ชีวิตการเป็นนักศึกษาไม่ได้ง่าย มีอีกหลายอย่างต้องปรับตัว ทั้งการเรียนการสอนที่เข้มข้น การต้องรับผิดชอบตัวเอง ฝึกให้เราโตเป็นผู้ใหญ่อีกขั้น ไม่มีครูอาจารย์มาคอยย้ำเตือน ต่างคนต่างต้องรู้หน้าที่กันเอาเอง

หลายคนรวมถึงผมโชคดีที่มีเพื่อนดี เราคอยช่วยเหลือกันในทุกเรื่องทั้งรายงาน การติวสอบ ไม่พาออกนอกลู่นอกทางอีกต่างหาก เมื่อเห็นว่าผมทำตัวดีพ่อกับแม่ก็วางใจ รวมถึงไว้ใจในตัวของเหมเพิ่มขึ้นเพราะคุณฤดูหนาวเขารับปากเอาไว้ว่าคบกันจะไม่ทำให้ผมเสียเด็ดขาด เหมทำได้จริงๆ ยืนยันได้จากเกรดเฉลี่ยที่ผ่านมาของผมนี่ไง

“คิมหันต์”

“ครับ”

“เธอว่างอยู่หรือเปล่า” อาจารย์ประจำภาควิชาท่านหนึ่งที่ผมเรียนด้วยในเทอมนี้เดินเข้ามาหา สีหน้าติดจะเกรงใจของท่านกับประโยคคำถามแบบนี้ ผมว่ามันต้องมีอะไร ด้วยความที่ตอนนี้นั่งอยู่คนเดียวว่างๆผมเลยพยักหน้ารับ

“ว่างครับ กว่าจะเรียนอีกครั้งก็บ่ายสองโมงเลย”

เหมมีเรียนคนละเซคฯกัน แบร์กับเท็ดก็ยังมาไม่ถึง เพราะว่าเหมเริ่มเรียนก่อนผมเลยติดรถมานั่งรอที่คณะเขาจะได้ไม่ต้องออกไปรับอีก เดี๋ยวนี้เหมดื้อมาก บอกว่าไม่ต้องกลับไปรับไม่เคยยอมฟัง

“ถ้าอย่างนั้นรบกวนช่วยเอาเอกสารนี้ไปส่งให้อาจารย์นุชาพรที่ตึกนิเทศฯทีได้ไหม ผมต้องออกไปประชุมข้างนอกตอนนี้เลยน่ะ” ท่าทางร้อนรนยื่นเอกสารมาตรงหน้า ผมรีบรับมาถือไว้ฟังอาจารย์ทวนห้องกับตึกคณะอีกครั้งพร้อมคำขอบใจแล้วก็มองแผ่นหลังที่รีบเดินไวๆไปที่ลานจอดรถ

เส้นทางเดินค่อนข้างไกลแต่ก็ร่มรื่นเพราะผ่านด้านหลังตึกศิลปกรรมของพวกเราไปทางคณะอักษรฯก็จะทะลุไปนิเทศฯได้ ทางนี้ไม่ใช่ถนนใหญ่จึงมีต้นไม้และสวนหย่อมระหว่างแต่ละคณะ ระหว่างเดินก็หยิบสายหูฟังมาแกะเล่น มันพันกันจนยุ่งเหยิงไปหมด เห็นทีต้องซื้อที่พันสายมาใช้บ้างแล้วไม่อย่างนั้นคงมีขาดกันบ้าง คลายสายได้ก็เปิดเพลงฟังชิลๆระหว่างเดิน เดี๋ยวนี้ผมติดฟังเพลงเหมือนกับเหมแล้วนะ เมื่อก่อนเคยสงสัยว่าเฮดโฟนที่เขามีติดคอตลอดเวลาเอาไว้ฟังอะไร คำตอบคือฟังเพลงเพื่อกันคนแปลกหน้าเข้ามาทักทายหรือคุยด้วย

อาร์ตไหมล่ะ

“แบบนี้หมายความว่ายังไง? มันไม่ใช่อย่างที่คุยกันนี่” เพราะว่าฟังเพลงของพี่อะตอมพอดี ประโยคที่ดังมาจากทางด้านข้างตึกที่มีเนื้อหาคล้ายเพลงเลยได้รับความสนใจจากผมพอสมควร

อยากจะขำนะ ถ้าไม่บังเอิญมองไปเห็นว่าคนกลุ่มนั้นที่ส่งเสียงนั่นเป็นคนที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาดี

แฟนคลับของเหม...กับไลลาและอชิ

คล้ายกับว่าพวกเขาไม่ได้ทักทายกันตามประสาเพื่อน แต่เหมือนกำลังมีเรื่องกันมากกว่า ไลลา อชิ ยืนฝั่งหนึ่ง หัวหน้าแฟนคลับของเหมยืนฝั่งตรงกันข้ามมีพวกตัวเองหนุนด้านหลังอีกหลายคน แต่ละคนล้วนเป็นกลุ่มคนในเหตุการณ์ที่เอารูปของผมกับพี่เคียวไปแฉในทวิตเตอร์เมื่อหลายวันก่อน

มินแอบมากระซิบแล้วว่าแอคฯในทวิตที่แอนตี้ผมประจำก็คือคนกลุ่มนี้นี่แหละ

“เธอบอกว่าถ้าเราทำแบบนี้แล้วเหมจะเลิกกับคิมไง ทำไมกลายเป็นพวกเราที่ถูกเหมเล่นงาน แถมเกลียดจนไม่ยอมมองหน้าอีกต่างหาก”

ตอนแรกผมไม่ได้อยากจะใส่ใจนักเพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่ประโยคเหล่านั้นกลับมีชื่อผมกับเหมจึงทำให้ละออกไปจากตรงนี้ไม่ได้ ในเมื่อไม่ไป ก็ขอแอบฟังเลยแล้วกัน

“เธอโกหก!” เจ้าของแอคฯมิลานอะไรสักอย่างพูดเสริมหัวหน้าแฟนคลับเหมันต์แฟนมิลี่ที่มีแอคฯหลุมคือ j.jjy

“พวกเธอพลาดกันเอง จะมาโทษฉันได้ไง” ไลลาไม่ได้มีท่าทางรู้สึกผิดหรืออะไรเลย เธอหันไปพูดกับอชิต่อด้วยน้ำเสียงที่อีกฝ่ายฟังแล้วยิ่งโกรธหนัก “แกได้ยินตอนที่ฉันพูดใช่ป่ะอชิ ฉันบอกพวกนี้เหรอว่าให้เอารูปไปเล่นงานคิมน่ะ”

“ไม่ แกไม่ได้พูดอ่ะไลลา แกแค่บอกว่ารูปพวกนี้น่าจะมีประโยชน์...แต่พวกเธอไม่ใช่เหรอเอาไปอัพเอง พวกเราไม่ได้จับมือเธออัพรูปหรือเขียนแคปชั่นนี่”

“พวกแก! พวกแกหลอกใช้พวกเรา ที่แท้พวกแกก็หวังในตัวเหมเหมือนกัน ไหนตอนแรกบอกว่าแค่ไม่ชอบคิมหันต์ไม่ได้คิดจะกลับไปคืนดีกับเหมไง

“ไม่มีหลักฐานอย่ามาโทษกันง่ายๆอย่างนี้สิ เธอคิดว่าพวกเราโง่เหรอถึงได้เรียกมาคุยเผื่อว่าเราจะหลุดสารภาพอะไรออกไปให้อัดเสียงมาแบล็กเมล์กันได้ทีหลังน่ะ เหอะ พวกฉันยืนยันอีกครั้งนะ ว่าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น พวกเธอคิดกันเองแล้วก็ทำกันเอง เพราะงั้นก็รับผลที่ตัวเองทำไปซะ”

“แกมันสารเลว เพราะแกยุพวกเราบอกว่าคิมหันต์ไม่ดีพวกเราถึงได้แอนตี้คิมหันต์จนเหมเกลียดพวกเรา ตอนนี้เรื่องไปถึงคณบดีแล้ว พวกเราแทบมองหน้าใครไม่ได้ ไปทางไหนก็มีแต่คนมอง เพราะพวกแกสองคนเลย”

“บอกแล้วไงว่าโง่เอง อย่ามาโทษกันสิ” อชิเหยียดริมฝีปากเย้ยหยันอีกฝ่ายจนฝั่งนั้นทำท่าจะถลาเข้ามาตบ เจ้าตัวถอยไปก้าวหนึ่งแล้วยกนิ้วชี้ขู่ “อ๊ะๆ อย่าเข้ามานะ ถ้าเกิดพวกเธอทำร้ายฉันกับไลลา คราวนี้ไม่แค่ถูกตักเตือนแต่ถูกพักการเรียนหรือไล่ออกแน่ กล้าก็เอาสิ”

“แก ไปเหอะ อย่าไปยุ่งกับพวกมันเลย” หลังนิ่งตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่ง หนึ่งในนั้นก็ลากแกนนำของตัวเองออกไป ปล่อยให้อชิกับไลลายืนเยาะเย้ยตามหลังด้วยความเจ็บใจ

ผมยืนฟังแล้วรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่พวกนั้นพูดมาถึงได้พอเข้าใจเรื่องอยู่บ้างว่าอะไรเป็นอะไร

ที่แท้คนที่อยู่เบื้องหลังแอนตี้แฟนทั้งหมด คือสองคนนี้นี่เอง

และก็เหมือนอย่างกับในละคร เมื่อผมจะก้าวเท้าหนีออกจากตรงนั้นบังเอิญก็ดันไปเหยียบเอากิ่งไม้เข้า เสียงลั่นของไม้ทำให้ไลลากับอชิหันมามอง จุดที่ยืนไม่ได้จะซ่อนตัวได้มิดชิดอะไรสองคนนั้นมองเห็นผมได้ไม่ยาก

เป้าหมายจึงเปลี่ยนมาที่ผมทันที

โอเค ใจเย็นไว้คิมหันต์ ดีที่อีกกลุ่มไปไกลแล้ว มีแค่สองคนเท่านั้นพอรับมือไหว คิดได้อย่างนั้นผมก็รีบตีหน้านิ่งขรึมเอาไว้ก่อน

“คิม? มาทำอะไรที่นี่ล่ะ แอบฟังเหรอ” ไลลาเป็นคนเปิดฉากทักก่อน น้ำเสียงไม่เป็นมิตรอย่างที่คิดไว้เลย

“บังเอิญต่างหาก เราเอาเอกสารมาให้อาจารย์ แต่ไลลาเธอทำแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ ถ้าเธอไม่พอใจเราทำไมไม่คุยกับเราตรงๆ ให้คนอื่นทำเรื่องแบบนี้ไม่สงสารเขาเหรอ”

“อย่ามาทำเป็นพูดดีถ้าแกไม่ได้รู้เรื่องอะไร” คำที่ใช้เรียกผมเปลี่ยนไป ผมรู้มาตลอดว่าไลลาไม่ได้ชอบผมอยู่แล้วแต่ไม่คิดว่าเธอจะเกลียดผมขนาดนี้

ทั้งสายตาและน้ำเสียงเกลียดชังอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป

ผมไม่คิดทำตัวร้ายกลับให้ดูน่าเกลียดเหมือนอีกฝ่าย เพียงแค่พูดตามที่ตัวเองคิดด้วยเหตุและผลอย่างคนที่โตๆกันแล้วเขาทำกัน

“เราไม่รู้ก็บอกให้เรารู้สิ แต่เรามั่นใจว่าไม่เคยทำอะไรให้เธอมาก่อน ทำไมต้องเกลียดเราแล้วไปปั่นหัวคนอื่นด้วย เธอทำแบบนี้เหมเองก็จะถูกเกลียดตาม เธอเป็นเพื่อนเหมไม่ใช่เหรอ เพื่อนกันเขาทำกันแบบนี้เหรอ” พูดถึงเรื่องเหมจะถูกคนอื่นเกลียดก็แอบฉุนขึ้นมาอีกหน่อย

“เพื่อนเหรอ?” เสียงเย้ยหยันทำให้ผมแปลกใจไม่น้อย

“เหมบอกว่าไลลาเป็นเพื่อน มินก็บอกอย่างนั้น เมื่อก่อนเธอเองก็เป็นแฟนเหมทำไม...”

“แกอย่ามาเยาะเย้ยฉันนะ!” ไลลาตวาดเสียงดังลั่นไม่กลัวใครได้ยินจนผมสะดุ้ง หยุดทั้งที่ยังพูดไม่จบประโยค “อย่างแกจะมาเข้าใจอะไร คนอย่างแกที่ไม่ต้องพยายามอะไรก็ได้รับความสนใจ ที่เหมเลิกกับฉันก็เพราะแก ที่ฉันกับเหมพังก็เพราะแก แกคนเดียว!

“เอาอะไรมาพูด เธอกับเหมเลิกกันตั้งนานแล้ว เราไปเกี่ยวอะไรด้วย”

“โง่ แกมันไอ้โง่ ..ไม่สิ แกล้งทำเป็นโง่มากกว่า ทำตัวใสซื่อเก่ง แกล้งไม่รู้ตัวให้เหมมองแก สนใจแค่แก สุดท้ายก็เขี่ยฉันทิ้งเมื่อฉันไร้ประโยชน์”

“เธอพูดเรื่องอะไรไลลา เธอกับเหมเลิกกันตอนมอ...”

“เออ แล้วที่เหมบอกให้ฉันเลิกประกาศตัวเป็นแฟน ก็เพราะแกไงคิมหันต์ แกทำให้เหมเลิกกับฉันเพื่อจะไปคบกับแก”

ผมว่าไลลาโกรธจนเพ้อเจ้อไปแล้ว ตอนนั้นเหมยังไม่รู้จักผมเลย เขาจะบอกเลิกไลลาเพื่อมาคบกับผมได้ยังไง หรือเป็นไปได้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะเอามาพาลกับผมอยู่ดี

“ความรักเป็นเรื่องของคนสองคนนะไลลา ถ้าเธอทำตัวดีมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เหมจะขอเลิกกับเธอ แล้วที่จะมาคบกับเราก็ไม่จริงหรอก เพราะตอนนั้นที่พวกเธอเลิกกันมันประมาณม.สี่ม.ห้า แต่เรามาคบกับเหมตอนปีหนึ่ง ตั้งหลายปีเธอทำให้เหมกลับไปหาเธอไม่ได้ แล้วจะมาโทษอะไรเรา”

“แก! แก!” ไลลาโกรธจนตัวสั่น พูดไม่ออก ทำได้แค่ยืนชี้หน้าผมอยู่อย่างนั้น

ผมไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอะไรเธอสักนิดเพราะทุกอย่างที่พูดเป็นความจริง

“เราพูดจริงๆนะไลลา ถ้าเธอจะโกรธเรา โกรธเหมเรารู้ว่ามันเป็นสิทธิ์ของเธอ แต่ไม่น่าดึงคนอื่นมายุ่งด้วยเลยจริงๆ”

“อย่ามาสั่งสอนฉันนะ แกไม่รู้หรอกว่าฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง พอแกกับเหมคบกันคนอื่นเขามองฉันเป็นตัวอะไร ฉันเสียหน้าแค่ไหนที่แฟนเก่าไปคบกับผู้ชาย ถ้าฉันไม่ได้ แกก็ต้องไม่ได้คิมหันต์”

“เพราะอย่างนี้เธอถึงได้ให้อชิมาใกล้ชิดกับเหมสินะ”

“อย่างน้อยก็เป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่แก”

“เธอนี่มันเกินไปจริงๆไลลา เราไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเหมถึงได้ขอเลิกกับเธอ” ผมหลับตาลงเพื่อระงับสติแล้วลืมตาขึ้นมาใหม่ คนอย่างนี้พูดไปก็เปล่าประโยชน์ ป่วยการจะอธิบายเลยเลือกหันหลังเดินออกมา ไม่สนใจเสียงด่าทอของไลลาและเสียงสมทบของอชิ

คนบ้า ก็ปล่อยให้บ้าไปแล้วกัน


*****************


ความบ้าของไลลายังคงดำเนินต่อไปเรื่อย เธอมองผมอย่างเกลียดชังทุกครั้งที่เจอ อย่างน้อยเราต้องเจอกันอาทิตย์ละครั้งในวิชาเรียนรวม แล้วยังต้องทำรายงานกลุ่มด้วยกันอีก ผมไม่ได้บอกเหมหรือเพื่อนๆคนอื่นถึงเรื่องนี้เพราะรู้ว่าตัวเองยังรับมือไหว

เรื่องเหมกับอชิยิ่งไม่ต้องกังวล เพราะไม่ว่าอชิจะพยายามมากแค่ไหนเหมก็ไม่เคยให้ความสนใจแม้แต่นิด พูดด้วยยังแทบจะไม่ตอบกลับ ในเมื่อเหมชัดเจนผมก็สบายใจ

“วันนี้ต้องอัพเดตความคืบหน้าเรื่องรายงานแล้วนะ เอายังไงดีไปที่ไหนกันดีวะ” หลังเลิกคลาสกราฟก็เรียกพวกเราเก้าคนเอาไว้ รายงานที่ต้องทำกับสองคนนั้นนั่นแหละ

รู้อย่างนี้คัดค้านตอนมาขอเข้ากลุ่มก็ดี

“ห้องมึงได้ป่ะไอ้เหม ใกล้หน่อย” แบล็กถาม แล้วก็ย้ายมามองผม “ไม่ขอไอ้เหมแล้ว ขอคิมดีกว่า ว่าไงคิมไปห้องได้เปล่า”

“แบล็กต้องขอเหมสิ นั่นห้องของเหม”

“ห้องของเรา” เหมหันมาย้ำต่อหน้าทุกคน คงจะลืมไปว่าอีกสองคนน่าจะยังไม่รู้เรื่องที่เราย้ายมาอยู่ด้วยกัน ความไม่พอใจบนใบหน้าสวยยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

“งั้นสรุปไปห้องไอ้เหมกับคิม เมียอนุญาตแล้วไอ้เหมไม่กล้าหือหรอก” มีมินช่วยโหมพัดไฟเข้าไปอีก

ดูสถานการณ์กันหน่อยเถอะ ไลลาจะกลายร่างเป็นไฟป่าอยู่แล้วนั่น

“เราว่าไปโรงอาหารหรือร้านกาแฟดีกว่าไหม เดี๋ยวเรากับไลลาต้องเรียนต่ออีก คงไม่สะดวก” อชิน่าจะมีสติดีกว่า เป็นคนค้านออกมา เรามองหน้ากันสุดท้ายก็พยักหน้าตกลงไม่เรื่องมากอะไร

การทำรายงานไม่คืบหน้าเท่าไหร่เพราะไลลากับอชิไม่มีข้อมูลในส่วนตัวเองมาอัพเดต อ้างแต่ว่ายังมีเวลาเหลือทำทันกำหนดส่งแน่นอน แล้วลงท้ายที่การทะเลาะกับแบร์จนวงแตก สุดท้ายก็แยกทางกัน

“กูจะถอนชื่อพวกมันจากกลุ่มแน่ถ้าครั้งหน้าไม่มีงานมาอีก” เรื่องก็ผ่านมาสองวันแล้วแฝดน้องยังโมโหไม่เลิก

ครั้งนี้เหมือนเป็นจุดแตกหักจนผมกับแบร์ และอชิกับไลลาไม่สามารถกลับมาพูดดีหรือมองหน้ากันได้อีก ยิ่งพอแอบเล่าเรื่องทั้งหมดให้แบร์ฟัง เรื่องยิ่งไปกันใหญ่ เจอกันกี่ครั้งก็ทะเลาะกันทุกครั้ง

“พอเถอะแบร์ เราไม่น่าเล่าให้แบร์ฟังเลย เหมจะสงสัยเอาแล้วนะ”

“มึงก็เล่าให้เหมฟังสิ เก็บไว้ทำไม ปกป้องคนไม่ดีเหรอวะ”

“เปล่า เราแค่ไม่อยากให้เหมลำบากใจ อย่างน้อยไลลาก็เป็นเพื่อนกับเหมอยู่นะตอนนี้ เราว่ามองผ่านไปบ้างปล่อยเขาเต้นไปเองสุดท้ายทำอะไรแล้วเราไม่ได้เดือดร้อนใจตามเดี๋ยวก็เลิก”

“มึงมันโง่อย่างที่เขาด่าอ่ะคิม คนพาลอย่างนั้นมันไม่มีวันเลิกหรอกคอยดูสิ”

ไม่คิดว่าคำพูดของแบร์จะเป็นจริง แม่นยิ่งกว่าตำราดูดวงเล่มไหน และไวยิ่งกว่าสัญญาณเนตฯสี่จี

ผมกำลังเดินไปเซเว่นที่ไม่ไกลจากตึกคณะเท่าไหร่ แต่เพราะเป็นเวลาหัวค่ำแล้วเลยไม่ค่อยมีนักศึกษาอยู่ เหมกับกลุ่มเพื่อนนัดแก้รายงานวิชาที่เราไม่ได้เรียนด้วยกันและดูท่าจะไม่เสร็จง่ายๆ ผมถึงได้อาสาเดินมาซื้ออะไรกลับไปให้พวกนั้นรองท้องสักหน่อย

ระหว่างทางขากลับพบว่ามีคนที่ไม่น่าจะมาอยู่ตรงนี้ยืนดักอยู่ รู้แน่นอนว่ามาดักผมก็ตอนที่เธอเอาตัวเองมาขวางทางไว้ทั้งที่ผมเดินหลบให้แล้ว ผมพรั่งพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“มีอะไรอีกไลลา อชิ” ไม่อยากจะพูดกับคนพาลพวกนี้เท่าไหร่

“จะพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะ เลิกกับเหมซะ”

“เฮ้อออ เธอไม่เบื่อเหรอมาคอยหาเรื่องกันแบบนี้ แต่เราโคตรเบื่อเลย”

“ไม่ต้องอ้อมค้อม จะเลิกไม่เลิก” อชิพูดบ้าง ยิ่งทำให้ผมไม่เข้าใจใหญ่ ดูแล้วเหมือนอชิก็ชอบเหมเหมือนกัน และไลลาก็ยังตัดใจจากเหมไม่ได้

และนิสัยผมคืออยากรู้ก็ต้องถาม

“อชิชอบเหมใช่ไหม”

“ถามทำไม”

“แล้วไลลาก็ยังชอบเหมอยู่”

“.....”

“ถ้าไม่มีเรา ใครจะได้เหมไปเหรอ การจะคบกับคนที่เราชอบมันเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ใช่สามคน ไลลาจะยกเหมให้อชิจริงๆเหรอ หรืออชิจะหลีกทางให้ไลลาล่ะ” พอพูดออกไปแบบนั้นเพื่อนรักสองคนก็มองหน้ากัน ถ้าดูไม่ผิดผมเห็นสายตาของการแย่งชิงเริ่มปรากฏ มีรอยของความบาดหมางเจอจางอยู่เล็กๆ ก่อนที่ไลลาจะกลบมันจนมิดด้วยการหันมาหาเรื่องผมต่อ

“ยังไงตอนนี้ก็ต้องกำจัดแกก่อน รับปากมาว่าจะเลิกกับเหมแล้วพวกเราจะไม่ทำอะไรรุนแรง”

เธอถอยออกจากผมไปทางด้านข้างเล็กน้อย เผยให้เห็นผู้ชายตัวสูงใหญ่คนหนึ่งที่เมื่อกี้ยืนไม่มีบทบาทอยู่ด้านหลัง เป็นการประกาศคุกคามเต็มรูปแบบ ต่อให้ผมซื่อบื้อหรือโง่แค่ไหนก็รู้ว่าเธอต้องการจะสื่อถึงอะไร

เกินเยียวยาแล้วจริงๆ ถึงกับใช้กำลังในสถานศึกษา เสียดายโอกาสดีๆของคนพวกนี้ น่าจะให้คนที่อยากเรียนแต่ไม่มีโอกาสมาเรียนแทน แล้วส่งพวกนี้ไปทำงานหนักๆแลกเงินเพียงเล็กน้อยให้เข็ด

จะได้มีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าวันๆคิดเรื่องแย่งผู้ชาย

เหนื่อยจริงๆ

“ว่าไง” อชิเร่งเอาคำตอบอีกรอบ “จะเลิกกับเหมหรือไม่เลิก”

“ไม่” ตอบผมกลับหนักแน่นมั่นคง ดวงตาไม่มีความวูบไหว แม้ว่าผู้ชายที่ยืนเผชิญหน้าจะขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม สายตาเขาดูไม่ได้น่ากลัวในตอนนี้ คล้ายๆกับกำลังมองลูกไก่ตัวเล็กๆที่จะบีบเล่นให้บาดเจ็บเมื่อไหร่ก็ได้

อย่ามองคนที่หน้าตาสิ

“ฉันไม่ได้อยากมีเรื่องกับนายหรอกนะ แต่ไลลาสัญญาว่าถ้าทำงานนี้ให้จะได้รางวัลอย่างงาม” สายตาเจ้าเล่ห์ย้ายไปทางไลลาขณะที่พูดอยู่กับผม เป็นสายตาที่น่าขยะแขยงสิ้นดี

“เข้าใจ” ผมยกไหล่ตอบกลับด้วยท่าทางนิ่งๆ “คนไม่มีสมองก็ถูกคนอื่นชักจูงได้ง่ายอย่างนี้แหละ”

“มึง!” คราวนี้น่าจะโกรธจริงแล้ว “เห็นกูใจดีด้วยหน่อยคิดว่ากูไม่กล้าลงไม้ลงมือกับมึงเหรอวะ”

“ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ ก็บอกแล้วไงว่าคนที่ทำตามคำสั่งคนอื่นโดยไม่แยกผิดชอบชั่วดี ก็เท่ากับคนไม่มีสมอง”

“ปากดีนักนะ อยากรู้ว่าถ้าโดนจูบสักทีจะยังปากดีอย่างนี้อยู่ไหม” มันย่างเท้าเข้ามาอีก ผมขยับตัวถอยยิ่งทำให้อีกฝ่ายเหมือนจะได้ใจ คิดไปเองว่าผมกลัว

“หึ เห็นแก่น่าตาน่ารักๆ จะไม่ทำอะไรรุนแรงก็แล้วกันนะ ชื่อคิมหันต์ใช่หรือเปล่า เห็นคนเขาลือกันทั่วว่าชอบผู้ชายรวยๆ ฉันเองก็มีพอตัวนะ ถ้าอยากได้อะไรก็อ้อนขอดีๆสิเผื่อจะซื้อให้ แต่ต้องไปอ้อนบนเตียงนะ”

ผัวะ!

ผมไม่พูดกับคนอย่างนี้ให้เสียเวลา และไม่รอให้มันดูถูกไปมากกว่านี้ หมัดหนักๆพุ่งตรงไปยังดั้งโด่งนั่นอย่างแม่นยำจนอีกฝ่ายเซถอยไปหลายก้าว ตามด้วยอีกหมัดต่อเนื่องกันเข้าซีกแก้มข้างซ้าย

เสียงกรี๊ดของไลลากับอชิร้องขึ้นเบาๆด้วยความตกใจ สองคนนั้นถอยหลังหนีด้วยว่าจะกลัวถูกลูกหลง ปล่อยให้ผู้ชายที่หลอกพามาจัดการผมเซเกือบจะหงายหลังไม่มีใครรองรับ

“มึง! คราวนี้กูเอาจริงแน่” คนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงพุ่งเข้ามาอีกรอบด้วยความไว

แต่ก็ไวไม่เท่ากับผมหรอก ดูจากท่าทางการออกหมัดที่เหมือนนักเลงยกพวกตีกันแล้ว ไม่มีทั้งมือและเท้าที่จะสามารถทำร้ายผมให้เจ็บได้ ผิดกับตัวเองที่ถูกผมถีบสวนเข้าที่ท้องให้ได้จุกไปอีกรอบ

จากนั้นก็จัดหนักอีกสามคอมโบ ทั้งสับสันมือลงไปที่ต้นคอ ฟันศอกเข้าปลายคาง จบด้วยจระเข้ฟาดหางที่กกหู

ร่วงลงพื้น สลบไม่มีฟื้นไปอีกหลายชั่วโมง

ไลลากับอชิมองผมอย่างตื่นตะลึง ยังไม่ทันจะพูดอะไรก็มีกลุ่มคนตรงเข้ามาทางนี้ นำโดยเหมกับเพื่อน ที่น่าแปลกใจคือเท็ดกับแบร์ที่คิดว่ากลับบ้านไปแล้วก็มาด้วย

ลืมไปได้ยังไงว่ามินต้องอยู่ทำรายงาน เท็ดคงกลับบ้านแล้วทิ้งแฟนไว้ไม่ได้

“คิม เป็นอะไรหรือเปล่า” หลังจากเหมเข้ามาสำรวจตัวผมจนทั่ว แบร์ก็เข้ามาจับตัวผมหมุนซ้ำอีกรอบ ถามด้วยเสียงเป็นห่วง ขณะที่เท็ดมองไอ้คนที่สลบอยู่กับพื้นสลับกับมองหน้าผมด้วยสายตาสงสัย

จำได้ว่ายังไม่ได้บอกเพื่อนสนิทว่าผมเรียนศิลปะการต่อสู้อะไรมาบ้าง

“ไม่เป็นไร แบร์ไม่ต้องห่วง”

“ก็ไม่ควรห่วงหรอก ดูจากสภาพไอ้บ้านั่นแล้ว” แอบเห็นสายตาของแบร์มีความผวาผมเล็กน้อย “อย่าคิดว่ากูไม่ทันเห็นท่าฟาดก้านคอกับไอ้ท่าก่อนหน้านั่นนะ มึงโคตรเก่งเลยอ่ะคิม”

“แหะๆ ไม่หรอก แค่พอป้องกันตัวได้น่ะ”

“สลบไปอย่างนั้นไม่แค่ป้องกันตัวได้มั้งเนี่ย มึงอย่าได้พูดผิดหูเมียเลยนะไอ้เหม ได้โดนบ้องหูแน่” แบล็กที่นั่งยองๆใช้นิ้วชี้เช็กว่าคนที่ล้มไปยังมีลมหายใจอยู่หรือเปล่าเป็นคนพูดแซว

แต่เหมือนว่าเหมจะไม่สนใจอะไรอีกแล้วนอกจากไลลา สายตาไร้คลื่นดูเยือกเย็นและน่ากลัวจ้องนิ่งไปที่อดีตคนรักของตัวเอง พร้อมกับสองเท้าที่ก้าวเข้าไปหา ไลลายืนตัวสั่นไม่กล้าสบตา

“ฉันเคยบอกว่ายังไง...อย่าล้ำเส้น อย่ายุ่งกับคิม”

“ตะ แต่...”

“ไม่มีแต่ ฉันคุยกับเธอแล้วนะไลลา ถ้ายังอยากจะเป็นเพื่อนกันอยู่”

“เพื่อนเหรอ?” พอได้ยินคำว่าเพื่อน ไลลาก็เหมือนจะลืมความกลัวต่อเหมไปชั่วขณะ เธอมองอีกฝ่ายตาขวาง ตัดพ้อน้อยใจปะปนกัน “นายยังเห็นว่าฉันเป็นเพื่อนอีกเหรอเหม เพื่อนกันเขาทำกันแบบนี้เหรอ เขาทำให้เสียใจอย่างนี้เหรอ”

“ฉันไม่ได้ทำอะไร”

“หึ ไม่ได้ทำ นายทำสิ ทำมากด้วย ตลอดหลายปีที่ฉันทุ่มเทให้กับนาย แต่พอหมดประโยชน์นายก็เขี่ยทิ้ง เท่านั้นไม่พอยังทำให้ฉันอับอายผู้คนด้วยการหันไปคบกับไอ้บ้านี่ นายประกาศคบกับผู้ชายแล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ไหน!

“ไลลา” เหมยังพูดเสียงเรียบ แต่ผมรับรู้ได้ว่าพายุกำลังก่อเค้าขึ้นทีละนิด

“ทั้งที่ฉันรักนาย แต่นายไม่เคยมองเห็นค่ามันเลย”

“แต่เธอเป็นแค่เพื่อนนะไลลา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนนั้นเธอเองก็เป็นฝ่ายยินยอมและเสนอกับไอ้เหมเอง มันก็บอกเธอชัดเจนแล้วแต่เธอยังดื้อ จะมาโทษไอ้เหมได้ไงวะ”

“เงียบไปเลยมิน นายก็เข้าข้างแต่เหม เคยมีสักครั้งไหมที่พวกนายเห็นฉันเป็นเพื่อนจริงๆ ไม่ใช่เอาไว้เป็นฉากบังหน้า เป็นไม้กันหมาไม่ให้ใครเข้าใกล้เหมเพื่อตัดรำคาญ”

“ตอนนั้นเธอบอกเองว่าเธอก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับเธอนะไลลา ไอ้เหมมันถึงได้ยอมปล่อยเลยตามเลยให้เธอพูดยังไงก็ได้” มินไม่ยอมเงียบอย่างที่ไลลาบอก

“เพราะฉันคิดว่าเหมจะหันมาสนใจฉันบ้าง...แต่ไม่เลย นายเอาแต่มองตามคนโง่ๆคนนึง เห็นค่าของมันทั้งที่ฉันก็ทำอะไรให้ตั้งมากมายหลายอย่าง”

ผมมองอดีตเพื่อนสนิทสามคนทะเลาะกัน รู้สึกเสียใจที่มันเป็นอย่างนี้ แต่โทษใครไม่ได้ ไลลาทำตัวของเธอเอง ไม่รู้จักมีสติและควบคุมอารมณ์ ถึงได้เสียทุกอย่างไป ทั้งเพื่อน ทั้งความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้กัน

“พอเถอะ ยิ่งพูดก็ยิ่งแย่” เหมตัดบท เหมือนเขาไม่อยากจะฟังอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว “ระหว่างฉันกับเธอ...เราไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไป”

น้ำเสียงเด็ดขาดจริงจังทำให้คนฟังอึ้ง ไลลาเริ่มร้องไห้สะอื้น ขณะที่อชิยังคงนิ่งเงียบไม่ทำอะไรทั้งนั้น

“ต่อไปไม่ต้องทัก ไม่ต้องคุยกันอีก นายด้วยอชิ ฉันไม่คิดจะชอบนายหรือใครทั้งนั้น ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ไม่ต้องคาดหวัง ไม่ต้องมีความหวังในตัวฉัน”

“.......”

“เพราะฉันรักคิมหันต์แค่คนเดียว”

ไลลาคงสุดจะกลั้นปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร

เหมหลับตาลง เขาเองคงเจ็บปวดไม่น้อยที่ต้องลงเอยอย่างนี้ ผมยังจำได้ดีว่ากลุ่มพวกเขาสี่คนที่มีเหม มิน เกอร์ และไลลาเคยสนิทกันมากแค่ไหน จนถึงก่อนหน้านี้เหมก็ยังคงให้ความสำคัญกับไลลาอย่างเพื่อน นั่นเป็นสาเหตุที่ผมไม่อยากจะเล่าเรื่องที่เจอมาให้เขาฟัง

เพราะไม่อยากเห็นสีหน้าเจ็บปวดของเหม

คนที่นิ่งทำตัวเหมือนเย็นชา ไม่ได้แปลว่าเขาไม่รักเพื่อนของตัวเอง

“ฉันผิดที่ดึงเธอมาตั้งแต่แรก...ฉันขอโทษ”

“ฮือออออออออออออออ”

“แต่ถึงยังไง ฉันก็รักใครนอกจากคิมหันต์ไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าก่อนหน้านี้ หรือตลอดไป” เขากระชับมือผม กระตุกให้ก้าวเดินออกจากตรงนั้นพร้อมกับคนอื่นๆ

ทิ้งไว้เพียงเสียงร้องไห้ และความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป



........................................................

คิมหันต์สายบู๊อ่ะรู้จักเป่า จะทำร้ายน้องไม่ใช่ง่ายๆเด้อ

น้องไม่ฟ้องเหมเพราะน้องเห็นแก่เหม ไม่ใช่ไลลา

เหมคิดว่าไลลาเป็นเพื่อนและรู้สึกผิด(เพราะเรื่องนี้เหมก็ผิดนะ)

ถึงได้ไม่ทำอะไรรุนแรง แค่นี้นางคงเจ็บพอแล้ว

และตอนหน้าจบแล้ว ฮือออ ใจหายยย


ปล. ขอพื้นที่ขายของหน่อยครัช ใครรอ "ความแฟนเก่าที่แสนอบอุ่น"

ตอนนี้เปิดพรีเซลแล้วน้า รายละเอียดตามลิ้งค์นี้เลย >> 2U




อีกเรื่องคือ เรากลับมาอัพน้าซายด์กับหลานใหญ่แล้วเน้อ

ใครสนใจนิยายแนว incest ติดตามได้ แฟนพรากบังคับ

วันไนท์สแตนที่เจอกันไม่คิดว่าจะพาความวุ่ยวายให้ชีวิตขนาดนี้

พระเอกเด็กที่ดื้อดึงกับนายเอกโตกว่าสายยั่วแซบๆ ปนตลกเล็กน้อยครัช


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8.554K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,923 ความคิดเห็น

  1. #11840 mook (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:24

    คิมสุดยอดมากกกกก

    #11,840
    0
  2. #11741 baekbow (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 22:10
    เฮ้อออ คนที่ดันทุรังก็มักมีจุดจบแบบนี้แหละนะ เราว่าลึกๆนางก็รู้มาตลอดแหละ ว่าเหมไม่มีใจให้นางเลย แต่นางก็หลอกตัวเอง ให้ความหวังตัวเอง จนเรื่องมาจบที่ตรงนี้ แต่ก็โทษใครไม่ได้หรอก นอกจากโทษตัวเอง หยุดอยู่ที่เพื่อนก็ดีอยู่แล้ว เป็นไงล่ะ แม้แต่คนรู้จักยังเป็นไม่ได้เลย // คิมก็คือลูกแมวซ่อนเล็บนี่เอง เวลาปกติก็น่ารัก นุ่มนิ่มอยู่หรอก แต่ถึงเวลาภัยมาก็กัดไม่ปล่อยเหมือนกัน
    #11,741
    0
  3. #11494 Choo_only (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 20:23
    คิมคือควีนมาก 555555555555555555
    #11,494
    0
  4. #11461 kittenO (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 17:02
    คิมเก่งมาก
    #11,461
    0
  5. #11376 munkrishear (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 03:12
    ปรบมือให้คิมเลย!!!!! สุดยอด!!! ไลลานี่ก็นะ จะสงสารแต่ก็สมน้ำหน้าแล้ว เห้อ ก้บอกว่าอย่าล้ำเส้นก้ยังจะล้ำเส้น
    #11,376
    0
  6. #11358 brbrrbrrr (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 22:17

    โหคิมมมมม

    #11,358
    0
  7. #11322 Come here!! (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 02:05
    ยาวๆปายยยคืนนี้
    #11,322
    0
  8. #11319 Saguramio (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 18:55
    คิมโหดมาก!!!!
    #11,319
    0
  9. #11271 kittybeanz (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:14
    ชอบคิมตรงนี้แหละ เก่งอ่ะ ป้องกันตัวได้ นายเอกในอุดมคติมากก
    #11,271
    0
  10. #11146 YanisaCH (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 14:00
    เอ่ออออ....
    #11,146
    0
  11. #11086 NACHI1743 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 13:08
    สุดยอดดดดด อึ้งเลยดิอึ้งเลย55555
    #11,086
    0
  12. #11024 adgjk85 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 09:52
    ชอบนายเอกแบบนี้มากๆ ใสๆซื่อๆ แต่เก่ง
    #11,024
    0
  13. #11017 Spices_smile (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 09:41
    รำคาญไม่หาย
    #11,017
    0
  14. #10937 _jppm (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 23:43
    อ่า...มีเมียเป็นศิษย์จาพนมป้ะเหม 555
    #10,937
    0
  15. #10885 ChorthipJoy12 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 17:43
    555 ความแตกไลลา
    #10,885
    0
  16. #10844 littlebird05 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:19

    โหดมากน้องคิม

    #10,844
    0
  17. #10833 0828863327 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:37
    ชอบนายเอกสายบู๊จัดแหลก
    #10,833
    0
  18. #10697 Bameverthing (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 00:21
    น้องเก่งข้าชอบบ
    #10,697
    0
  19. #10625 Bee_Bee_1225 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 22:06
    น้องคิมถึงซือๆๆเด๋อๆแต่น้องไม่ได้อ่อนแอนะจ๊ะ เหอะๆ สมน้ำหน้า ทำตัวเองก็ต้องโดนแบบนี้แหละ
    #10,625
    0
  20. #10413 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 18:56
    ฮือออออ
    #10,413
    0
  21. #10379 Spices_smile (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 16:06
    เริ่สสสสสสสส
    #10,379
    0
  22. #10343 SanjiMakiko (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 20:00
    นายเอกสมัยต้องไม่โง่และอ่อนแอจ้า...รอไรปรบมือให้น้องสิจ๊ะ555
    #10,343
    0
  23. #10272 ojay2 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 23:17
    น้องงงงงงงงสุดยอดดดด
    #10,272
    0
  24. #10189 Nuthathai Por (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 23:54
    น้องคิมแบบนี้สามีไม่กล้านอกลู่นอกทางแน่นอน
    #10,189
    0
  25. #10124 TmwMixer (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 20:12
    น้องแสนเท่เลยอ่ะ ฮือ บันไซ
    #10,124
    0