ตอนที่ 122 : New Year Special : เฟียส ดัมเบล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    1 ม.ค. 60



ดัมเบลพาร์ท


          "...ดำ ไอ้ดำ เห้ย ไอ้ดำ!! มึงเป็นอะไร ไฟเขียวแล้ว" เสียงคริสทำให้ผมสะดุ้ง หันกลับไปมองหน้ามัน


          "มึงว่าอะไรนะ"


          "กูบอกว่าไฟเขียวแล้ว มึงขับรถอะไรเนี่ย เหม่อจริง เดี๋ยวก็ตายห่ากันหมดหรอก" คริสด่าแล้วมองมาอย่างเป็นห่วง


          "อ้อ ไฟเขียว" ผมเหยียบคันเร่งออกตัว นอกจากคริสจะพูดเตือนแล้ว รถคันหลังยังบีบแตรไล่ด้วย


          "มึงเป็นไรดัมเบล" คริสเริ่มพูดจริงจัง ไม่บ่อยหรอกที่มันจะเรียกผมแบบนี้


          "ไม่ได้เป็นอะไรว่ะ กูแค่คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ ขอบใจว่ะ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง" ผมตัดบทเพราะยังไม่อยากเล่าเท่าไหร่ คริสพยักหน้าเข้าใจ ไม่ซักไซ้ต่อ มันก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ชอบบังคับใจคนอื่น


          "ให้กูขับไปส่งที่คอนโดฯมึงมั้ย เดี๋ยวกูนั่งแทกซี่กลับก็ได้" พอผมนิ่ง คริสก็อาสาขึ้นมาอีกครั้งอย่างมีน้ำใจ แต่ผมก็ส่ายหน้าปฏิเสธเหมือนเดิม วันนี้เราเลิกติวออกจากบ้านถังค่ำไปนิดหน่อย แถมระหว่างทางจากบ้านถังมาหอคริสก็รถติดอีก ถ้าให้มันไปส่งมันก็คงกลับถึงหอดึกมากแน่


          "ไม่เป็นไร มันดึกแล้ว กว่ามึงจะไปจะมาอีก กูจะกลับไปนอนที่บ้าน อีกนิดก็ถึงแล้วล่ะ"


          "งั้นก็ขอบใจนะ ถึงบ้านแล้วส่งข้อความมาบอกกูด้วยล่ะ ห้ามลืมนะเว้ยไอ้ดำ" คริสสั่งทิ้งท้ายด้วยสายตาจริงจังก่อนปิดประตูรถเดินขึ้นหอไป มันกลัวผมเหม่อจนไม่ถึงบ้านสินะ

 


          ถ้าจะให้เล่าว่าผมเป็นอะไร ก็ได้อยู่นะ เรื่องราวไม่ได้ยาวตรงไหน แค่ผมรู้สึกว่าพี่เฟียสดูเปลี่ยนไป เท่านั้นแหละ


          เดี๋ยวนี้พี่เฟียสกลับห้องช้า บางคืนก็ไม่กลับเลย ถามก็บอกว่าต้องไปช่วยดูร้านหมูกะทะแทนพ่อกับแม่เพราะพวกท่านไม่อยู่ แต่ร้านอะไรถึงได้ไม่กลับห้อง คนทำงานก็ต้องนอนรึเปล่าวะ ผู้จัดการร้านก็มี ช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงสอบด้วย ทำไมต้องให้พี่เฟียสไปดู


          หรือเพราะผมเย็นชากับพี่เค้าเกินไป เค้าก็เลยเบื่อวะ


          สุดท้ายผมก็ขับรถกลับคอนโดฯจากที่ตั้งใจว่าจะกลับไปนอนบ้าน เพราะกลัวความเหม่อตัวเองจะทำให้พ่อกับแม่จับได้ว่ากำลังมีปัญหากับพี่เฟียสอยู่ จริงๆผมต่างหากที่เป็นฝ่ายมีปัญหาข้างเดียว พี่เฟียสยังไม่ได้ทำอะไรเลย


          "..ครับ ใช่ครับ วันพรุ่งนี้ห้าโมงที่ร้านบ้านหวานหวานนะครับ ผมจะรอนะ ..แค่นี้ก่อนนะ" เสียงพี่เฟียสคุยโทรศัพท์ตอนที่ผมเปิดประตูห้องเข้าไป พอเห็นหน้าผมก็ทำหน้าซีดตกใจ แล้วรีบวางสายไปเลย


          นี่แหละที่ผมบอกว่าเปลี่ยน พี่เฟียสชอบแอบคุยโทรศัพท์กับใครไม่รู้บ่อยๆ พอเห็นผมก็รีบวาง


          "ดัมเบลกลับห้องด้วยเหรอครับวันนี้ พี่คิดว่าดัมเบลจะไปนอนค้างที่บ้านพ่อกับแม่ซะอีก ดีจัง^^" และพอเห็นสายตาที่ผมมองเหมือนจะจับผิด ก็จะเข้ามาเอาใจผมมากกว่าปกติแบบมีพิรุธสุดๆเลยล่ะ


          "พี่คุยกับใครเหรอ ไม่ต้องรีบวางก็ได้นะ ถ้าผมอยู่แล้วคุยไม่สะดวก เดี๋ยวผมออกไปให้"


          "ไม่เอาสิครับดัมเบลลล ไม่งอนนะ ไม่มีอะไรจริงๆ พี่คุยกับผู้จัดการร้านน่ะ พอดีบัญชีร้านมีปัญหานิดหน่อยก็เลยนัดกันไปเคลีย เห็นดัมเบลกลับมาเหนื่อยๆ พี่ก็เลยไม่อยากให้ได้ยินเรื่องงานเครียดๆเพิ่มขึ้นอีกน่ะ" พี่เฟียสรีบโอบเอวเอาใจ แต่ดูไม่น่าเชื่อเท่าไหร่ นัดผู้จัดการที่ร้านขนมเค้กหวานแหววโรแมนติกขนาดนั้นเนี่ยนะ


          "อือ งั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะ พรุ่งนี้มีสอบแต่เช้า ง่วงแล้วด้วย" ผมแกะมือพี่เฟียสออก เดินไปทางห้องน้ำ รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ แต่ผมก็เคยถามไปแล้ว ไม่ได้คำตอบ จะให้ผมทำยังไงล่ะ


          หรือว่าควรแอบตามดี บ้านหวานหวาน พรุ่งนี้ ห้าโมงเย็นงั้นเหรอ

 



          @บ้านหวานหวาน


          ผมไม่ได้แอบตาม เพราะมันอาจจะดูโจ่งแจ้งมากเกินไป ถ้าเกิดมันไม่มีอะไร ผมแค่คิดมากไปเอง แล้วพี่เฟียสจับได้ เค้าอาจจะเสียใจก็ได้นี่นา ผมยังไม่มีหลักฐานอะไรเลย


          เพราะงั้น ผมก็เลยนึกอยากกินเค้กขึ้นมาบ้าง ผมชอบกินเค้กนะ อะไรหวานๆผมก็ชอบหมดแหละ 


          ผมนั่งอยู่ในร้าน ในมุมลับตา แต่เพื่อความชัวร์ก็เลยเอาหนังสือกางบังหน้าตัวเอง สายตาเหลือบมองที่ประตูทางเข้า นี่มันเกือบห้าโมงแล้วนะ ทำไมพี่เฟียสยังไม่มาอีก น้ำเสียงตอนคุยโทรศัพท์ดูขอร้องอ้อนวอนอีกฝ่ายนึงนี่นา อดีตเสือผู้หญิงอย่างพี่เฟียส ถ้าทำเสียงแบบนี้แปลว่าคนๆนั้นต้องมีความสำคัญสินะ


          กริ๊ง~


          "สวัสดีค่ะ บ้านหวานหวาน ยินดีต้อนรับ กี่ท่านคะ" เสียงกระดิ่งตรงประตูดังขึ้นบอกให้พนักงานต้อนรับรู้ว่ามีลูกค้าเข้าร้าน พนักงานรีบเดินตรงไปส่งยิ้มให้ทำตามหน้าที่ และคนที่เข้ามาก็คือคนที่ผมกำลังรออยู่


          "สองครับ เดี๋ยวจะมีอีกคนนึงมาด้วย ขอโต๊ะเงียบๆหน่อยนะครับ" พี่เฟียสมาที่นี่จริงๆด้วย นัดกันแค่สองต่อสองอีกต่างหาก แล้วทำไมต้องขอโต๊ะเงียบๆ ทำไมทุกอย่างดูมีความลับไปหมดเลยวะ


          ผมไม่อยากระแวงเลยนะ คนที่กล้าเอาปืนยิงหัวตัวเองเพื่อให้เราได้คบกัน ผมเคยมั่นใจว่าเค้าจะไม่มีวันหักหลักผมแน่นอน แต่คนที่เดินเข้ามาหลังพี่เฟียสแค่ไม่กี่นาที และแฟนของผมก็ลุกขึ้นยืนทำหน้าตื่นเต้นดีใจ โบกมือทักทาย รีบถลาเข้าไปหา พากลับมานั่งที่โต๊ะ ทำให้ผมเริ่มหวั่นไหว ความมั่นใจก็เริ่มตกลง


          เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก มากซะจนผมกลัว เธอคล้ายกับสไปรส์ที่พี่เฟียสเคยตามจีบ ตัวสูงผอมหุ่นดีมีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าสไปรส์มาก


          นี่มีกิ๊กเป็นคนอายุมากกว่างั้นเหรอ แต่ก็คงไม่แปลกมั้ง ถ้าผมไม่ได้คบกับพี่เฟียส อายุมากกว่าแต่สวยขนาดนี้ ผมก็เอานะ


          นั่งตรงนี้ผมไม่ได้ยินเลยว่าสองคนนั้นคุยอะไรกัน แต่ก็ใกล้มากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว จากท่าทางถ้าให้เดาคงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะพี่เฟียสคอยหันมองซ้ายมองขวาตลอดเวลา เหมือนกลัวใครจะแอบฟัง บางครั้งก็ยิ้มดีใจ บางครั้งก็ทำหน้าเจ้าเล่ห์ ใส่ผู้หญิงคนนั้น สายตาสีหน้าดูแสดงความรักออกมาอย่างชัดเจน เธอคนนั้นก็ยิ้มขำ พูดจาแซวกันไปมา แล้วพี่เฟียสก็หน้าแดง


          ผมกลืนก้อนอากาศที่จุกอยู่ในลำคอ พูดอะไรไม่ออก พี่เฟียสมองเธอด้วยสายตาแบบเดียวกับที่ใช้มองผม สายตาของความรัก เค้าเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ คนที่ผมมั่นใจว่าจะรักแค่ผมคนเดียว คนที่ผมคิดว่าจะไม่มีวันเปลี่ยนไป คนที่เคยตายแทนผมได้ เอาตัวมารับมีด เอาปืนจ่อหัวตัวเอง


          ไม่มีอีกแล้ว

 



          "ไอ้ดำ!!"


          "ห๊ะ อะไรวะไอ้เก้า" ผมสะดุ้งหันไปมองเพื่อนที่ตบโต๊ะเรียกเสียงดัง


          "มึงเป็นอะไร ทำหน้าตาเหมือนหมาป่วยมาเป็นอาทิตย์แล้วนะเว้ย เกิดอะไรขึ้นกับมึงเนี่ย บอกพวกกูมาซิ" เก้ามองอย่างเป็นห่วง สายตาคาดคั้น


          "ไม่มีอะไร กูก็แค่คิดเรื่องสอบเรื่องเรียนไง ช่วงนี้อ่านหนังสือหนักไปหน่อย เลยไม่ได้นอน"


          "อ้อ คิดเรื่องสอบ เรื่องเรียน ไอ้เชี่ย มึงอย่ามาโกหก ตอนนี้เราสอบเสร็จกันไปแล้ว มึงจะเครียดอีกทำไม พรุ่งนี้ก็วันหยุดช่วงปีใหม่ ลั๊นลาหน่อยดิวะ" เก้า


          "เออ เดี๋ยวกูกลับไปนอนก็หายเหนื่อยกลับมาเป็นเหมือนเดิมเองแหละ"


          "งั้นไปกินข้าวที่โรงอาหารกันก่อนละกัน เดี๋ยวค่อยแยกย้าย กูอุตส่าห์มากินข้าวด้วย ทั้งๆที่ไม่มีสอบมีเรียนเหมือนพวกมึง ทำตัวเฮฮาสดใสร่าเริงกันหน่อยดิวะ นี่ใกล้ปีใหม่แล้วนะเว้ย พวกมึงแต่ละตัวทำหน้ายังกะหุ้นตกหมดตูดกันงั้นแหละ" เก้าลากผมเดินตามไปโรงอาหาร พร้อมกับกลุ่มเพื่อน


          ใจผมสอบเสร็จแล้วอยากกลับบ้านเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่อยากให้พวกมันเป็นห่วงจนผิดสังเกตุ ผมไม่ได้เล่าเรื่องพี่เฟียสให้ใครฟังเลย เพราะกลัวพวกมันจะไม่เชื่อ อาจจะหาว่าผมคิดมากไปเอง ตอนที่พี่เฟียสจะเข้าไปขอพ่อให้อนุญาตให้คบกับผม พวกมันทุกคนยังรวมหัวกันเข้าข้างพี่เฟียส ช่วยเหลือพี่เฟียสทุกอย่าง ทำกันเป็นกระบวนการลับหลังผม ไม่บอกกันซักคำ แปลว่าพวกมันก็ต้องเชื่อมั่นในตัวพี่เฟียสมาก


          เหมือนที่ผมเคยเชื่อ


          ผมอาจจะถูกด่าว่าคิดมากไปเอง แต่ถ้าพวกมันเจอแบบที่ผมเจอ ไม่ว่าใครก็ต้องคิดมากกันทั้งนั้น


          ตั้งแต่กลับมาจากบ้านหวานหวาน พี่เฟียสก็ทำตัวปกติทุกอย่าง แต่ผมที่ไปเจอภาพนั้นมา ลบมันออกไปจากสมองไม่ได้เลย ผมหนีกลับไปนอนบ้านมาหลายวัน ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากเจอพี่เฟียส ไม่กลัวว่าพ่อกับแม่จะสงสัยอีกต่อไป อะไรจะเกิดก็ช่างแม่งมันละกัน ผมทนมองคนที่ทรยศหักหลังผมไม่ได้


          ทำไมคนเรามันเบื่อกันง่ายขนาดนี้วะ ผมทำผิดอะไร ถ้าผมทำตัวเฉยชาเกินไป ไม่ค่อยเอาใจใส่ คอยแต่ให้พี่เฟียสตามใจและวิ่งเข้าหา ก็บอกผมได้นี่นา ยังไงผมก็รักพี่เค้าอยู่แล้ว ผมควรทำยังไงดี ที่พี่เค้าจะไม่ไปจากผม 


          "วันที่31 พวกมึงว่างกันใช่มะ ไปเค้าท์ดาวน์ที่ชานลากัน" เสียงของเก้าดูสดใสจนน่าอิจฉา คนที่ไม่มีความเครียดในช่วงเทศกาลแบบนี้นี่ดีจังนะ ถ้าผมไม่มีปัญาหาอะไร ผมก็คงลั๊นลาทำท่าสุขนิยมแบบมัน


          "กู...." ผมคิดอะไรไม่ออก ไม่มีอารมณ์จะตอบรับอะไรทั้งนั้น


          "ว่าไงพวกปีหนึ่ง ทำไมวันนี้แก็งค์ปากหมาของพวกมึงเงียบเหงาจังเลยวะ" เสียงพี่นักรบทำให้พวกเราทั้งโต๊ะเงยหน้าขึ้นไปมอง แล้วผมก็เจอเข้ากับเจ้าของสายตาที่มองผมและมองผู้หญิงคนนั้นแบบเดียวกัน พี่เฟียสก็ยังมองผมแบบเดิม แต่ผมรู้ว่ามันไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่ได้รับสายตาแบบนั้น


          ผมลุกหนีออกมาทันที กลัวว่าถ้าอยู่ด้วยกันนานเกินไป พี่เค้าอาจจะได้โอกาสบอกเลิกผมแล้วไปคบกับคนๆนั้นก็ได้ ผมยังทำใจไม่ได้จริงๆ


          "เห้ย ไอ้ดำ กูไปด้วย แวะส่งกูที่หอหน่อย" เสียงคริสกับตัวตามผมมาติดๆ ผมพยักหน้าตกลง แล้วเดินหนีพี่เฟียสไปที่รถ ไม่มีอารมณ์กินข้าวกลางวันแล้ว

 


          "มึงเหม่อมากเลยนะไอ้ดำ จะขับรถกลับถึงบ้านมั้ยเนี่ย" ผมจอดรถหน้าหอพี่สิงโต แต่คนที่มาส่งกลับไม่ยอมลงไป หันกลับมามองผมอย่างสงสัย จับผิดแบบสุดๆ


          "ไหนมึงเคยบอกว่าไม่ชอบเซ้าซี้ไงวะ แล้วมึงเองเหอะ ดูหงุดหงิดนี่หว่า เมื่อกี้พี่สิงก็อยู่ ทำไมไม่กลับพร้อมมันวะ" ผมสวนกลับบ้าง ถึงจะอารมณ์ไม่ดีแค่ไหน แต่ผมก็เห็นได้ว่าพวกเราทุกคนยกเว้นเก้า กำลังมีปัญหาส่วนตัวอะไรบางอย่างอยู่


          "เรื่องของกูมัน....." แล้วคริสก็บ่นเรื่องพี่สิงโตให้ฟังยาวเหยียดเหมือนคนเก็บกด ทั้งๆที่มันกำลังถามเรื่องผมอยู่ แต่ก็ดีแล้วล่ะ ผมไม่อยากคุยเรื่องตัวเองเท่าไหร่


          "แต่ก็ยังดีที่เค้าเป็นแบบนั้นรึเปล่าวะ ดีกว่าเปลี่ยนไป แล้วไม่รู้สึกอะไรต่อกันเลย มึงยังโชคดีที่พี่สิงโตรักมึงขนาดนี้ แล้วก็ลงไปซักทีกูจะกลับบ้านแล้ว"


          "มึงก็โชคดีนะไอ้ดำ ไม่ใช่ทุกคนจะยอมเอาชีวิตตัวเองมาแลกกับคนอีกคนหรอกนะ อย่าอิจฉาไปเลย ใครๆก็มีปัญหากันทั้งนั้นแหละวะ ถ้าอยากรู้อะไร ก็พูดกันไปตรงๆเลย มึงเป็นลูกมาเฟียนะ ไม่ใช่คนธรรมดา ถ้ามีปัญหาที่จัดการไม่ได้ กูขอแนะนำ....กระทืบแม่ง"


          "หึหึ ขอบใจที่แนะนำ กูจะจำเอาไปใช้นะ เจอกันว่ะ" ผมบอกลาคริสหลังจากมันยอมลงจากรถไป

 



          Rrrrrrrrrr


          - แม่ -


          "ครับแม่" ผมกดรับสายหลังจากส่งคริสเสร็จและขับออกมา กำลังจะขับรถกลับบ้านพอดี


          [ดัมเบล วันนี้กลับมานอนบ้านรึเปล่าลูก]


          "กลับครับ กำลังจะถึงบ้านแล้ว"


          [ว้าย จริงเหรอ]


          "แม่มีอะไร ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น ที่บ้านมีอะไรรึเปล่า ผมกำลังรีบไป" ผมเหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้น เพราะเสียงร้องของแม่เหมือนกำลังมีปัญหาอยู่


          [เปล่าๆๆ ไม่มีอะไร แม่จะบอกว่าวันนี้ดัมเบลกลับไปนอนคอนโดฯได้รึเปล่า คุณพ่อมีประชุมด่วน ต้องพาพวกสมาคมมาที่บ้าน เค้าไม่อยากให้พวกนั้นเห็นดัมเบล เพราะบางคนก็ไม่หวังดีน่ะ] ก็คิดว่าอะไร จะพาคู่แข่งเข้าบ้านสินะ ร้องตกใจหมดเลยแม่นี่


          "ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ เดี๋ยวผมไปนอนที่คอนโดฯก็ได้" ผมหักพวกมาลัย เลี้ยวรถเปลี่ยนเส้นทางจากบ้านไปคอนโดฯ


          [จ๊ะ ดีแล้วล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ โชคดีมีความสุขมากๆนะลูก ไว้คุยกันนะจ๊ะ ลูกรัก อิอิ]


          "ครับ" ผมกดวางสาย แล้วแปลกใจ แม่อวยพรทำไมหรอก มีความสุขงั้นเหรอ เห๊อะ คงจะมีหรอก

 


          ระหว่างที่ไขกุญแจเข้าห้อง ใจผมได้แต่ภาวนาให้พี่เฟียสไม่อยู่ห้อง ให้คืนนี้เค้าไปนอนค้างที่อื่น ผมยังไม่พร้อมจะเจอหน้า ถ้าพี่เค้าอยู่ที่นี่ ผมคงจะต้องหนีไปนอนโรงแรมแล้วล่ะ บางที่สไปรส์อาจจะช่วยหาห้องที่โรงแรมของมันให้ได้


          แกร๊ก


          "นี่มันอะไรกันวะ" ผมมองสภาพห้องตัวเองอย่างตกใจ ถอยหลังออกไปมองเลขห้อง ก็เข้าห้องถูกแล้วนี่หว่า


          ผมเดินกลับเข้ามาในห้องที่มีแต่ดอกกุหลาบหลากสีสัน จัดแต่งอย่างสวยงามนับพันวางเต็มห้อง ทั้งแบบเป็นช่อใหญ่ และกลีบกุหลาบโรยเอาไว้เต็มพื้นไปหมด หน้าต่างถูกผ้าม่านหนาปิดเอาไว้ทำให้ในห้องมืดสนิท มีแค่แสงจากเทียนที่อยู่ในแก้วใสขนาดเล็ก วางเป็นทางเดินยาวจากหน้าประตูห้องเข้าไป


          มันเกิดอะไรขึ้นกับห้องของผมกันวะ ผมเดินตามทางที่ถูกจัดบังคับให้เดินไป เพราะพื้นที่นอกจากที่เทียนวางทำทางเอาไว้เป็นแนวยาวแล้ว ทั้งห้องถูกโรยเอาไว้ด้วยกลีบกุหลาบ มีตะกร้าสานใบใหญ่ที่ใส่กุหลาบสีแดงดอกโตอย่างดีที่ดูก็รู้ว่าราคาคงแพงมหาศาลวางเอาไว้ที่ปลายทางของเทียน


          ข้างๆตะกร้าดอกกุหลาบ มีคนที่ผมพยายามหลบหน้ามาหลายวันยืนอยู่ ในมือถือช่อดอกไม้ขนาดเล็ก แตกต่างกับช่อใหญ่ๆช่ออื่นที่วางประดับในห้อง ช่อนี้มีแค่กุหลาบอย่างดีดอกโตหนึ่งดอกสีแดง ตกแต่งด้วยดอกไม้เล็กๆแซมอยู่ข้างๆ


          พี่เฟียสส่งยิ้มให้ เดินเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น ยื่นช่อดอกไม้ในมือออกมา


          "ขอบคุณนะครับ ดัมเบล^^" ผมมองใบหน้าคนพูดที่เปื้อนรอยยิ้มกว้าง สายตาที่มองมาอย่างรักใคร่ รักผมหมดใจ


          "นี่มัน อะไรกันพี่เฟียส" ผมยังมึน ยังงง ยังสับสนอยู่มาก จะว่าวันเกิดผมก็ไม่ใช่ แล้วทำไมห้องผมถึงได้เป็นแบบนี้


          "ขอบคุณที่รักพี่ ยอมเป็นแฟนกับพี่ ขอบคุณที่อนุญาตให้พี่ได้รัก ขอบคุณตลอดสามเดือนที่ผ่านมา และอยู่ด้วยกันตลอดไปนะครับ^^"


          "สามเดือน???"


          "ใช่ วันนี้วันครบรอบสามเดือนที่เราคบกันไง วันที่พี่ถูกดัมเบลต่อยหน้าตอนสารภาพรัก แต่สุดท้ายดัมเบลก็ให้โอกาสให้พี่ได้รักดัมเบลจนได้^^"


          "วันครบรอบเหรอ??" มันมีวันอะไรแบบนี้ด้วยรึไง ทำไมผมไม่เคยนับ


          "ครับ วันครบรอบของเรา พี่ตั้งใจเซอร์ไพรส์ดัมเบลโดยเฉพาะเลยนะ รับดอกไม้ไปก่อนสิ^^"  ผมเอื้อมมือไปรับดอกไม้ช่อเล็กนั่นมาตามที่พี่เฟียสบอก


          เจ้าตัวส่งยิ้มกว้างมาให้ เดินหายไปทางครัวแป๊บเดียวก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับ


          เค้กก้อนเล็กๆสีขาวสะอาด มีมาการองสามชิ้นวางอยู่ด้านบน ตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบทำจากน้ำตาลด้านข้าง ดูน่ารักสวยมากจนไม่กล้าจะกิน


          "พี่รู้ว่าดัมเบลชอบขนมหวาน เลยไปขอร้องให้เชฟคนนึงทำให้เพื่อวันนี้เลยนะ พอดีพี่สาวพี่มีเพื่อนสนิทเป็นเชฟที่จบมาจากฝรั่งเศส แต่ก็โดนเค้าล้อแทบตายแน่ะ กว่าจะยอมทำให้ ดัมเบลต้องทานให้หมดนะครับ"


          "เชฟ จากฝรั่งเศส??? บ้านหวานหวาน???" 


          "หืม? ใช่ นี่ตกลงดัมเบลได้ยินจริงๆด้วยสินะ ให้คนแอบตามพี่ไปรึเปล่า พี่รู้สึกว่ามีคนจ้องอยู่ตลอดเวลาเลย" ถ้าบอกว่าไม่ได้ให้คนตามไป แต่แอบไปดักรอเองเลย จะถูกโกรธมั้ยวะ


          "เปล่า ผมไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น แค่ได้ยินพี่คุยโทรศัพท์เฉยๆ แล้วเชฟนี่ดังมากเลยเหรอ" ผมรีบเปลี่ยนเรื่องทันที คงจะให้พี่เฟียสรู้เรื่องนี้ไม่ได้


          "ดังสิครับ นี่ไงเคยลงนิตยสารของฝรั่งเศสด้วยนะ ทำงานที่โน่นตั้งหลายปี ก่อนจะพาสามีย้ายกลับมาเปิดร้านขนมในโรงแรมดัง" พี่เฟียสเลื่อนมือถือตัวเองพักนึง ก็ยื่นมันมาตรงหน้า มีคอลัมภ์ออนไลน์ที่มีใบหน้าของผู้หญิงคนเดียวกับที่ผมแอบตามพี่เฟียสไปวันนั้น ตกลงนี่นัดกับเชฟเพื่อขอร้องให้เค้าทำเค้กก้อนนี้ให้ผมงั้นเหรอ


          "พอดีว่าเป็นเพื่อนสนิทพี่สาวพี่น่ะ เค้าก็เลยซักเรื่องดัมเบลใหญ่เลย บอกว่าให้พาไปเจอตัวหลังพี่เซอร์ไพรส์ดัมเบลเสร็จด้วยนะ ล้อพี่จนพี่อายเลยล่ะ" อ้าว งั้นที่ผมเห็นว่าเค้าหยอกล้อหัวเราะกัน แล้วพี่เฟียสเขินจนหน้าแดง ก็...


          ไอ้เวรดัมเบลเอ๊ย ดีนะที่ยังไม่ได้โวยวายออกไป เกือบหน้าแตกแล้วมั้ยล่ะ


          "ดัมเบลครับ เป็นอะไร ทำไมนิ่งไป ไม่ดีใจเหรอ หรือไม่ชอบขนมแล้ว?" พอผมนิ่งไปนาน พี่เฟียสก็เริ่มหน้าเสีย


          "ไม่ใช่ ผมดีใจ ขอบคุณนะพี่เฟียส ขอบคุณ" ผมโผเข้ากอดคนตรงหน้า รู้สึกดีใจมากพอๆกับที่รู้สึกเกลียดตัวเองที่ไม่ไว้ใจพี่เฟียสเลย


          ทั้งๆที่เค้าทำเพื่อผมมากขนาดนี้ ทำไมผมถึงได้โง่คิดว่าเค้าจะนอกใจกันนะ ถ้าผมถามออกไปตรงๆ ก็คงไม่ต้องมานั่งซึมอยู่แบบนี้ แต่ไม่สิ ถ้าเค้าจะทำเซอร์ไพรส์ ถามไปก็คงไม่ได้คำตอบ


          "แค่ดัมเบลชอบ พี่ก็ดีใจแล้วล่ะ แต่จะดีกว่านี้ ถ้าได้จูบหวานๆนะ..อุ๊บ" ไม่ต้องรอให้ร้องขอเป็นครั้งที่สอง ผมก็ประกบปากลงไปทันที จูบให้หวานที่สุดเท่าที่จะหวานได้ จูบจบพี่เฟียสเริ่มขยับตัว ยกมือนึงมาโอบรัดรอบเอวผมเอาไว้ ละริมฝีปากออกไปนิดหน่อย


          "พี่วางเค้กแป๊บนึงนะครับ เดี๋ยวตก" ผมพยักหน้าเบาๆ พี่เฟียสเดินออกไป วางเค้กเอาไว้ที่โต๊ะแถวๆโซฟา กลับมาที่เดิม แล้วดึงเอวผมกลับเข้าไปหา ขยับหน้าเข้ามาแนบ


          "หวานกว่าขนมมั้ย? ^^


          "ไม่มีอะไรหวานกว่าดัมเบลอยู่แล้วล่ะ^^"


          "มีสิ ปากพี่ไง ปากหวานนะ^^" พูดจบผมก็ประกบปากลงไปอีกครั้ง เริ่มจูบที่ไม่หวาน แต่เป็นจูบที่ร้อนแทน


          "อืมมม ดัม เบล"  พี่เฟียสร้องอย่างพอใจ เพราะไม่บ่อยที่ผมจะเริ่มจูบก่อน ไม่กี่ครั้งที่ผมจะแสดงความรู้สึกตัวเองออกมา


          "อืออ ฮืมมม" อีกฝ่ายเริ่มจูบตอบกลับมาอย่างร้อนแรง ผมเลื่อนมือตัวเองขึ้นไปเกาะที่ไหล่ ออกแรงผลักอีกฝ่ายไปถอยไปพิงผนังห้อง


          "อือ" พี่เฟียสดึงเอวผมเข้าไปหาตัวเอง เบียดตัวเอาไว้แน่น อีกมือก็ประคองหน้าผมเอาไว้ ผ่านไปพักใหญ่ ผมเพิ่งรู้ตัวว่าอีกฝ่ายพาผมมาจนถึงเตียงนอนแล้ว


          ผมรู้สึกตัวได้สติอีกครั้งตอนที่หลังตัวเองแตะกับพื้นเตียงนุ่มๆ พี่เฟียสถอยออกไปนิดหน่อยเพื่อมองหน้าผม ส่งสายตาที่มีแต่ความรักมาให้ ผมส่งยิ้มกลับไป แล้วพูดประโยคที่คิดว่าอีกฝ่ายคงจะช็อคน่าดู


          "พี่เฟียส...รักนะ^ ^ "


          "ดัมเบล??!!"


          ^ ^


          ผมไม่แปลกใจเลยที่พี่เฟียสผละออกแล้วทำท่าตกใจแบบนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมบอกรักพี่เค้าแบบหวานๆ ไม่ใช่แค่เผลอหลุดปากพูดออกไปครั้งนึงแบบเมื่อก่อน


          "ขอบคุณเหมือนกันที่เข้ามาในชีวิตผม ถึงผมจะไม่ได้แสดงออกอะไรมากมาย หรือดูเย็นชาน่าเบื่อไปบ้าง แต่จริงๆแล้วผมก็รักพี่มากเหมือนที่พี่รักผม^ ^ "


          "ไม่ครับ พี่เมื่อเบื่อดัมเบลเลย พี่ชอบทุกอย่างที่เป็นดัมเบล ถึงแม้ว่าสิ่งที่ทำให้พี่ตกหลุมรัก จะเป็นรอยยิ้มสดใสร่าเริงของดัมเบลก็เถอะ^ ^ "


          "ถ้าอย่างนั้น ต่อไป ผมจะยิ้มให้พี่บ่อยๆดีมั้ย จะไม่เย็นชา คิดอะไรก็จะพูดออกมาตรงๆ ไม่เก็บเอาไว้คนเดียวอีกแล้ว"


          "ยังไงก็ได้ครับ เป็นตัวของตัวเองไปเถอะ พี่เข้าใจที่ดัมเบลแกล้งทำเย็นชาก็เพราะว่า..........ดัมเบลเขินน"


          "บ้า ////"


          "งั้นนนนนนน เค้กกับพี่...กินอันไหนก่อนดีครับ^ ^ "


          "ไม่เห็นต้องถาม... ก็ต้องพี่สิ^ ^ "

 



          @31ธันวา


          แกร๊ก!! ปัง!!


          ผมไขกุญแจเข้าห้องตัวเองตอนบ่ายสาม หลังจากไปเลี้ยงอาหารที่บ้านเด็กกำพร้ากับแม่มาเกือบทั้งวัน ใจอยากจะรีบกลับคอนโดฯมาให้เร็วที่สุด เพราะคนที่รับปากว่าจะไปด้วย กลับมาป่วยเอาตอนกำลังจะออกจากห้องเมื่อเช้าซะดื้อๆ ผมเป็นห่วงพี่เฟียสมาก โทรมาเมื่อไหร่ก็รีบคุยรีบวางสาย เพราะปวดท้องไม่สบายอยู่ตลอด


          "หืม?? ครั้งนี้อะไรอีกล่ะ" ผมเปิดประตูเข้าห้องไป ความเป็นห่วง ก็เปลี่ยนเป็นแปลกใจ แล้วก็เข้าใจทันที ว่าคนที่หนีงานเลี้ยงอาหารเด็ก แค่แกล้งป่วยแน่ๆ ไม่ได้ป่วยจริง ก็ดูสภาพห้องผมตอนนี้สิ


          หลายวันก่อนเป็นดอกกุหลาบล้นห้อง แต่ตอนนี้กลายเป็นธีมปาร์ตี้ มีลูกโป่งหลากสีสันแทน จากแสงเทียนโรแมนติกก็เปลี่ยนเป็นสายรุ้ง และริบบิ้นโยงไปทั่วห้อง ผมก็ชอบนะเซอร์ไพรส์ครั้งก่อน แต่ตอนเก็บกวาดนี่สิ _  _


          ปกติผมจะเก็บห้องเอง ทำทุกอย่างเองหมด ไม่ชอบให้ใครเข้ามาในห้อง แต่ครั้งนั้นมันเยอะจนเก็บไม่ไหว แถมเราสองคนก็..เหนื่อยกันมากไปหน่อย ผมเลยต้องยอมเรียกแม่บ้านมาเก็บ


          "เซอร์ไพรสสสสสสส์ ดัมเบล สวัสดีปีใหม่ มาปาร์ตี้กันสองคนเถอะ พี่ให้เค้าทำเค้กก้อนใหญ่ยักษ์ไว้ให้ด้วยนะ มากินกันนน" พี่เฟียสวิ่งออกมาจากประตูห้องครัว หลังจากได้ยินเสียงประตูห้องปิด ทำหน้าตาร่าเริงลั๊นลา หัวเราะร่าอย่างดีใจที่ได้เซอร์ไพรส์ผมอีกครั้ง


          "อะไรกันเนี่ยพี่เฟียส ครั้งนี้เป็นปีใหม่เหรอ ดีจัง พี่นี่ชอบขยันหาเรื่อง..ขยันทำให้แปลกใจเนาะ^ ^ " อุ๊ปส์ เกือบหลุดด่าว่าหาเรื่องให้ลำบากเก็บอีกแล้วออกไป แต่ไม่ได้สิเนาะ เดี๋ยวคนตั้งใจจัดเซอร์ไพรส์ให้เค้าจะเสียใจซะเปล่าๆ


          "ดัมเบลชอบใช่มั้ยล่า พี่รู้ไงว่าดัมเบลชอบอะไรแบบนี้" พี่เฟียสยกยิ้มโชว์เหนือด้วยความมั่นใจ ผมก็ชอบนะเซอร์ไพรส์ แต่เกลียดตอนทำความสะอาดว่ะ


          "ออกแกไนซ์ที่พี่จ้างเนี่ย เค้าไม่มีระบบจัดเสร็จแล้วมาเก็บให้ที่หลังบ้างเหรอ เราจะได้ไม่ต้องเรียกแม่บ้านมาเก็บให้ ฮะๆๆ" ผมพยายามพูดอ้อมๆให้อีกคนรู้ตัว


          "ออกแกไนซ์อะไร???? นี่พี่จัดเองทุกอย่างเลย คิดคอนเซปเอง ซื้อของเอง ลงมือจัดเองด้วยนะ สวยมากใช่มั้ยล่า ดัมเบลถึงคิดว่าพี่จ้างออกแกไนซ์น่ะ"


          ผมอึ้ง นี่พี่เฟียสลงมือจัดห้องเองเหรอเนี่ย  ทั้งกุหลาบล้นห้องครั้งก่อน ทั้งลูกโป่งเยอะแยะมากมายครั้งนี้ ต้องรักแค่ไหนถึงจะทุ่มเทได้ขนาดนี้วะ รายละเอียดงานยิ่งกว่าคนสิบคนทำซะอีก


          "พี่เฟียส ขอบคุณนะ ผมชอบมากกกกกกก ^ ^ " ผมเดินเข้าไปกอดคนที่ติดใจการทำเซอร์ไพรส์เอาไว้แน่น เงยหน้าขึ้นไปถาม "แล้วนี่พี่กำลังทำอะไรอยู่ล่ะ"


          "พี่กำลังจะลองทำอาหารง่ายๆให้ดัมเบลทาน พี่ไม่เคยทำนะ แต่ลองถามสูตรจากไอ้หมอกดูแล้ว มันบอกว่าอันนี้ง่ายสุด ง่ายพ่องไอ้เพื่อนเวร สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้งเนี่ยนะ"


          "งั้นเหรอ น่ากินจัง ผมไปช่วยนะ ช่วยกันทำถ้าออกมารสชาติไม่ดี เราก็โทษกันเองนะ ฮ่าๆๆๆๆๆ^ ^ "


          "ดัมเบล"


          "หืม??"


          "ยิ้มแบบนี้"


          "แล้ว???"


          "ขอบคุณนะ เป็นของขวัญปีใหม่ที่ดีจังเลย พี่รักรอยยิ้มของดัมเบล^ ^"


          "//////// ไปทำอาหารกันได้แล้ว เดี๋ยวฉลองกันแค่เราเสร็จ จะได้ไปฉลองกับคนอื่นๆบ้าง" ผมกลบความเขินด้วยการดันหลังพี่เฟียสไปที่ห้องครัว ช่วยกันทำกับข้าวต่อ พี่เฟียสพยักหน้ายิ้มร้าย มองอย่างรู้ทันว่าผมกำลังเขินจัด

 


          "สุขสันต์วันปีใหม่นะครับดัมเบลของพี่^ ^ "

     

          "อื้อ สุขสันต์วันปีใหม่เหมือนกันพี่เฟียส^ ^ "


          หลังกินสปาเก็ตตี้ที่ช่วยกันทำเสร็จ เราก็นั่งจิบแชมเปญกันไปเรื่อยๆจนถึงเที่ยงคืน แล้วพี่เฟียสก็ถามเรื่องเดิมที่ผมบอกว่าจะอุบเอาไว้เป็นรอบที่สาม "ตกลงเราจะไปฉลองที่ไหนเหรอ" 


          "ก็ที่ไหนล่ะ ที่มีทุกๆคนไปรวมตัวกัน ทุกๆคนที่เป็นเพื่อนและเป็นเหมือนอีกครอบครัวนึงของเรา^ ^ "


          "อ้อ ที่นั่นเองเหรอ งั้นไปกันเถอะ เอาเค้กก้อนนี้ไปด้วยดีกว่านะ จะได้เอาไปฉลองกัน" พี่เฟียสถือกล่องเค้กก้อนใหญ่ขึ้นมาถือไว้ อีกมือก็จับผมจูงออกจากห้องไปด้วยกัน


          ^ ^ มีความสุขจัง ขอโทษนะพี่เฟียสที่เคยระแวงพี่ไปครั้งนึง ถึงผมจะบอกขอโทษออกไปไม่ได้ แต่สัญญาว่าจะรักและเชื่อใจพี่ตลอดไปเป็นการแก้ตัวนะ



พี่เฟียส


#ขอโทษทีพอดีผมน่ะร้าย

ทอล์คค่ะ: คู่ที่สามแล้ววว คู่นี้มีความชอบเซอร์ไพรส์เนาะ พี่เฟียสนี่รักดัมเบลมากกกกกก อะไรๆก็ดัมเบลไปหมด เหลืออีกสองคู่ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งตอนต่อไปเลย เพราะป่วยหนักมาก เจ็บคอไปหมด คนอะไรป่วยรับปีใหม่ งืออออ  **ไปนอนแล้ว ตีหนึ่งกว่า ฮือออ** //เรื่องของสมคิดกับสมถุย เค้าเปิดเอาไว้ ไม่สปอย แต่นางเล่าให้ดัมเบลฟังนะ เกิดอะไรขึ้น ติดตามในตอนหน้า 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

3,826 ความคิดเห็น

  1. #3430 JongjitSriyan (@JongjitSriyan) (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 10:30
    ขอคนแบบพี่เฟียสสักคน
    #3430
    0
  2. #3288 s.lattecoffee (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 12:47
    พี่เฟียสนี้ไม่ธรรมดาเลย 5555+ น่ารัก
    #3288
    0
  3. #2857 คนอ่าน (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 02:07
    อ่าาาา ไรท์ป่วยบ่อยไปแล้ววววว พักผ่อนเยอะๆสิ มัวแต่แต่งฟิคใช่ไหมมมม - - *
    #2857
    0
  4. #2522 a_liew (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 22:38
    อิพี่เฟียสงานเกือบเข้า -_-''

    เกือบได้เซอร์ไพรส์แล้วมั๊ยยยยยยยยยยย!!!!

    เป็นคู่รักที่มิ๊งมากกกกกก โดยเฉพาะอิพี่เฟียส รักน้องหลงน้องแรงมากกกก

    สุดท้ายก็ไปรวมตัวกันที่ชานชลาสินะ .__.
    #2522
    0
  5. #2502 Chompoo Za (@0913851443) (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 12:14
    สวัสดีปีใหม่คะไรท์ หายไวๆน้าดูแลสุขภาพด้วย
    #2502
    0
  6. #2501 :Tanisha (@KikBanthiTa) (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 11:44
    สวัสดีวันปีใหม่ค่าาา ขอบคุณสำหรับของขวัญที่น่ารักละมุนกรุ่นหัวใจน้า~~ พี่เฟียสกุ๊งกิ๊งมากกก
    #2501
    0
  7. #2500 ตามหามี้อยู่~ (@fineffywaldorf) (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 11:20
    สวัสดีปีใหม่จร้าาาา
    แก็งรุกกี้ก้เฮฮ่านะ
    #2500
    0
  8. #2498 Nalisanp (@Nalisanp) (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 10:27
    HNY น๊าา ไรท์ มีความสุขมากๆ ขอให้หายป่วยเร็วๆน๊าาา
    #2498
    0
  9. #2497 Evil Master (@joonkiller) (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 09:55
    พี่เฟียสมุ้งมิ้งมากกกกกก ตั้ลล้าคคคค
    #2497
    0
  10. #2496 Flukbeam (@Flukbeam) (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 09:48
    อยากอ่านเเล้วง่า หายไวๆนะคะไรท์
    #2496
    0
  11. #2495 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 08:39
    พี่เฟียสเซอร์ไพส์อลังการมากทุ่มเทๆสุดๆงืออออออ
    #2495
    0
  12. #2494 Guggai Exo-l (@supananguggai) (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 08:29
    เห้ออออออออ 5555
    #2494
    0
  13. #2493 apiinify (@apiinify) (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 08:17
    เกือบไปแล้วววว พี่เฟียสสสส
    #2493
    0
  14. #2491 pia09 (@pia09) (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 08:12
    สวัสดีปีใหม่ &ขอบคุณค่ะสำหรับของขวัญปีใหม่
    #2491
    0
  15. #2490 Nupear (@pinkykitty) (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 07:53
    HNY จ้าาไรท์ เค้ารอสมคิดกะสมถุยอยู่น้าาา
    #2490
    0