[golden child] compass heart ,jaey

ตอนที่ 8 : ๐๗

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 ก.ค. 61






๐๗



          “ติดจังนะครับ”

          “อ๋อ ใช่ สงสัยยังซ่อมไม่เสร็จน่ะ ว่าแต่หนูนัดเพื่อนเอาไว้กี่โมงล่ะ”

          “เก้าโมงครับ แต่นี่แปดโมงกว่าแล้ว วันนี้ผมคงแพ้อีกตามเคย” วายทำหน้าเศร้า เมื่อโชเฟอร์เห็นหน้าของวายก็อดขำไม่ได้

          “จริงๆเลยนะ เหมือนกันแทบทุกคน”

          “อะไรหรอครับ” วายเงยหน้าขึ้นมาสบตากับโชเฟอร์ด้วยสีหน้าต้องสงสัยอย่างเห็นได้ชัด

          “วัยอย่างหนูนี่เลือดพลุ่งพล่านกันจริงๆ อะไรๆ ก็ดูเหมือนเร่งรีบกันไปหมด เหมือนลูกของลุงเลย เขาก็อายุเท่าหนูเนี่ยแหละ”

          “เอ๊ะ! ลุงมีลูกด้วยหรอ ไม่ยักรู้แฮะ” วายเบิกตากว้าง

          “มีสิ อายุปูนนี้จะไม่มีได้ยังไง แต่ก็นะ ไม่ได้เจอกันมาหลายปีละ” โชเฟอร์ลดใบหน้าลงแสดงถึงความโศร้กเศร้าภายในใจ

          “หมายความว่าไงครับ ที่ไม่ได้เจอกัน เขาหนีออกจากบ้านหรอ?”

          “เปล่าหรอก ไปอยู่กับแม่ต่างหาก พอดีลุงหย่ากับเมียลุงมาได้หลายปีละ และวันนัดศาลเขาถามว่าลูกจะอยู่กับใคร ลูกลุงตอบว่าอยากอยู่กับแม่มากกว่าลุง เพราะฉะนั้นลุงเลยปล่อยๆเขาไป” ส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจ
 
          “แล้วลูกของลุงไม่คิดจะมาเยี่ยมลุงบ้างหรอ”

          “ไม่เลย ไม่มีเลย ไม่มีแม้แต่ข่าวสาร”

           “โห นิสัยไม่ดีมากๆเลยอ่ะ” วายส่งเสียงว่า เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีบุคคลที่ไม่เคยเห็นหัวพ่ออยู่บนโลกนี้ด้วย

          “ไม่หรอก มันเป็นวิถีทางของเขาเอง ลุงเลือกไม่ได้ และตอนนี้ก็ได้ข่าวมาว่า เมียของลุงได้แฟนเป็นฝรั่ง มีบ้านหลังใหญ่โตอยู่เมืองนอก เขาคงได้อยู่สบายๆ ดีกว่าต้องมานั่งตระกำลำบากกับลุง”

           “แต่ ลุงครับ ถึงยังไง ลูกก็ต้องมีสามัญสำนึกบ้างนะครับ เป็นผมจะกลับมาหาลุงทุกๆวันเลยครับ” วายส่ายหน้า ไม่ยักคิดถึงเรื่องพวกนี้

           “ถ้าเขาเป็นอย่างหนูได้ก็ดีนะสิ”
 
          “เอาเถอะลุง ชีวิตมันต้องสู้ต่อไปนะ ไม่แน่อนาคต พอลุงเก็บเงินได้มากๆเปิดบริษัทเล็กๆ แล้วกลายเป็นใหญ่โต ลุงอาจจะเป็นมหาเศรษฐีก็ได้” วายเริ่มส่อความคิดบ้าๆออกมาให้เห็น

          “ถ้าได้แบบนั้นก็ดีน่ะสิ”

          “ลุงครับ ไฟเขียวแล้วครับ!”

           “อะ เอ้อ เหรอ” โชเฟอร์พูดตะกุกตะกัก วายจ้องมองหน้าด้วยความสงสัย วายหรี่ตาเล็กลง ไม่นานจึงปล่อยคำถามออกมา

           “มีเรื่องทุกข์ใจอยู่ใช่หรือเปล่าครับ”
 
           “เฮ้อ เปล่าหรอกหนู ก็แค่คิดไปเรื่อยเปื่อยจนลืมมองสัญญาณไฟน่ะ” โชเฟอร์ส่ายหน้าพร้อมทั้งยิ้มแบบเจื่อนๆ

           “เอาเถอะครับ ตอนนี้มันสายมากแล้วนะครับ!”

           “อ้าว หรอ งั้นจับไว้ให้แน่นๆล่ะ!!”


           ...


            รถแท็กซี่แล่นเข้ามาจอดตรงบันไดทางขึ้นไปยังสถานีรถไฟฟ้า BTS วายอ้าปากหวอ เมื่อเข็มนาฬิกาเดินไปหยุดตรงเลข 9 พอดีแป๊ะ

           “ลุงครับ นี่ครับเงินค่าโดยสาร”

          “อ้อ ขอบใจมากน่ะหนู เดินทางให้ปลอดภัยล่ะ”

           “ไปนะครับ”

           “อืม” โชเฟอร์พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม วายก้าวออกมาจนพ้นประตู


          วายไม่รอช้า กระแทกส้นเท้าลงบนซีเมนต์หนา ยันตัวสุดชีวิต ก่อนจะพุ่งตัวไปจากที่ตรงนั้น เพื่อที่จะขึ้นไปยังจุดนัดพบ นั่นคือสะพานทางเข้าไปยัง MBK นั่นเอง

           เฉลี่ยความเร็วประมาณสองเมตรต่อสองวินาทีซึ่งถือได้ว่าช้ามากในบรรดานักช้อปทั้งหลาย ไม่สิ งานนี้มันต้องแข่งกับเวลานี่น่า

          “นายมาสาย!”

           ยังไม่ทันที่วายจะหยุดเพื่อทำการหอบเข้าหอบอก (หายใจ) น้ำเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนก็ลอยเข้ามาปะทะเสียก่อน วายถอนหายใจพรวด เลื่อนตัวขึ้นมาสบตากับเจ้าขอบงเสียงพลางแสยะยิ้มอย่างไม่เต็มใจ

           “สายตลอดเลยนะวาย”

           “แหะๆ โทษทีนะ พอดีว่ารถติดไฟแดง”

          “เอาเถอะ นี่ก็ปาไปตั้งเก้าโมงสองนาทีละ” จีบอมเลื่อนาฬิกาสุดหรูหราขึ้นมา อันที่จริงก็หาได้ซื้อตามตลาดนัดทั่วไป

         “วันนี้เตรียมใจแล้วหรือยัง”

          “อะไร! เตรียมใจอะไรงั้นหรอ” วายขมวดคิ้วมุ่น ไม่ยักรู้ว่าจีบอมจะกล่าวคำพูดที่เขางุนงงออกมาจากปากของตัวเอง

          “นี่เรายังไม่ได้บอกวายใช่ไหม” จีบอมเคลื่อนตัวผ่านร่างน้อยๆของวายไปได้ก้าวใหญ่ๆ จากนั้นจึงตวัดใบหน้ากลับมาพร้อมสายตาหรี่เล็กลงเท่าตาตุ่น

          “ก็ใช่สิ” วายถอนหายใจด้วยอาการเซ็งสุดตัว เพราะก่อนวันนัดเขาบอกแค่ว่าจะพากันไปเดินช้อปปิ้ง แต่พอมาวันนี้ กลับเปลี่ยนเป็นอีกอย่างซะอย่างนั้น

          “งั้นก็ขอโทษแล้วกันนะวาย เรื่องนี้เราผิดเอง เพราะมัวแต่ทำการบ้านจนลืมโทรไปบอกน่ะ” จีบอมถอยห่างอกมาพร้อมทั้งยิมรับผิดออกมาโดยตรง

          “ไม่เป็นไรหรอก เราไม่ถือ” วายเริ่มยิ้มออกมาผ่านสีหน้าดูจริงจัง ตอนนี้บรรดาเพื่อนๆก็มากันครบหมดแล้ว มีทั้ง จีบอม จางจุน แจฮยอน โบมิน จูชาน และตัวเขาเอง

           “นี่วาย วันนี้จีบอมจะพาเราไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัดเชียวนะ” จางจุนพรวดเข้ามาก่อนจะกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

            “ต่างจังหวัด? ที่ไหนล่ะ”

            “จีบอม วันนี้เราจะไปทัศนะสัญจร วอนหาเรื่องดันที่ไหนนะ” จางจุนยักคิ้วใส่จีบอมสองที ก่อนจะเบนตัวมาทางวายที่ยืนถือกระเป๋าสะพายด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

           “ก็ไปอยุธยาน่ะ แบบว่าของไทยๆ ก็ต้องไปวัดไทยโบราณ”

           “อ้อ อยุธยาเองหรอ ก็ไม่ไกลจาก กทม.นี่นา” วายเลิกคิ้ว

          “ใช่ ไม่ไกลหรอก นั่งรถไฟไปชั่วโมงเดียวก็ถึง แต่ตอนนี้พวกเราคงต้องไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า ข้าวเช้ายังไม่ได้กินเลย” จีบอมบ่นอุบ

           “อะแฮ่ม ประทานโทษครับคุณชาย เมื่อเช้ากระผมเห็นคุณชายเสวยข้าวผัดไก่ไปตั้งสองจาน” แจฮยอนเอ่ยขึ้นมา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะของเหล่าเพื่อนๆ

           “อะ เอ่อ นั่นแค่อาหารว่างน่ะ” จีบอมเบือนหน้าหนีพลางกัดฟันกรอด

           “ไปกันเถอะไปกินแมคโดนัลด์กัน” ข้อเสนอแนะของจางจุนเป็นที่บ่ายเบี่ยงของเหล่าเพื่อนๆ ซะเหลือเกิน เร็วจริงและน้ำหนักเพิ่มนี่สิ โอ้ 

          “นี่จางจุน ไปกินฟูจิดีกว่า” แจฮยอนร้องขอ หลังจากฟังเพื่อนๆอยู่นมนาน

          “นะนะนะนะนะ”

           “เอาเถอะๆ ก็ได้ งั้นไปกินฟูจิกัน” ยังไม่ทันที่วายจะกล่าวจบ นิ้วชี้ทั้งห้าพลันชี้มาทางเขาผู้เดียว สีหน้างุนงงปรากฏขึ้นมาทันใด
 
           “อะไรกันนี่ อย่าบอกนะว่า...ไม่!!!...” วายวี้ดคำสุดท้ายแบบไม่มีเสียง อะไรกัน มาช้าหรอกหรอถึงให้เลี้ยงนี่

           “ก็นายมาช้า นายต้องเลี้ยง ไลน์กลุ่มก็มีนะเพื่อนนะ” จูชานพูดจบทุกคนก็ทำหน้าประมาณว่า ใช่ๆ หัดเปิดอ่านบ้าง และมาให้ตรงเวลา

           ก็รถติดไฟแดง!! ไฟแดงเสียโว้ย!!!

          เฮ้อ เดี๋ยวจะยาว เลี้ยงก็ได้วะ




ณ ร้านไอศกรีม...


            ไม่นานหลังจากที่เท้านับสิบสองคู่ผ่านเส้นกั้นขอบประตูเข้ามาไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร เสียงประสานบรรเลงเป็นคำพูดเชื้อเชิญของพนักงานสาวดังขึ้น เหล่าบรรดาพนักงานชายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะผายมือไปยังโต๊ะว่างอยู่หลายๆที่

            “นี่ค่ะเมนู วันนี้เรามีเมนูใหม่ บลา บลา~”เมนูใหม่ที่แสนจะยาวเหยียดช่างเป็นอะไรที่คนอย่างวาย (โค-ตะ-ระ) ไม่ชอบเป็นที่สุด มันเหมือนจะร่ายมนตร์ให้ลูกค้าหลงตามยังไงยังงั้น

          “เฮ้ย ที่ร้านวายมีร่ายมนตร์แบบนี้รึเปล่าวะ” จีบอมพยายามกระซิบถามวายด้วยความอยากรู้

            “ไม่มีอ่ะ แล้วลูกค้าอยากกินไรก็สั่ง อาจมีแนะนำบ้างแต่ไม่ยืดยาวเท่าไหร่” วายกระซิบกลับ

            “เอาไรดี” จีบอมเอ่ยขึ้นมา ใช่! มันช่างเป็นช่วงที่แสนจะลำบากยากเย็นเหลือเกินที่จะสั่งไอศกรีมที่น่าทานและอร่อยได้อย่างลงตัว

             เมนูหลากหลายสีสัน กำลังหมุนวนไปมารอบๆดวงตาของแต่ละคนเพราะสีสันมันช่างน่าทานเสียนี่กระไร ถึงว่าไอศกรีมของที่นี่ขายดีตลอดกาลเพราะแบบนี้นี่เอง(เสียงพากย์ทีวีแชมป์เปี้ยน)

            “จะรับอะไรดีคะ?” พนักงานหน้าตาจิ้มลิ้มยิ้มกว้างส่งนัยน์ตาหวานทาบใจของจีบอม ชายหนุ่มทำเป็นนิ่งเฉย เพียงแต่ใบหูเริ่มออกอาการเขินด้วยสีที่แดงก่ำราวมะเขือเทศสดใหม่

          “เอาอันนี้ครับ” นิ้วชี้พุ่งไปยังภาพของไอศกรีมที่มีสีสันสวยงามตกแต่งอย่างมีสไตล์ พนักงานพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเบี่ยงเบนความสนใจมาทางคนที่เหลืออยู่ทั้งห้า

           ไม่นานนักหลังจากสั่งเสร็จ จีบอมจ้องมองหน้าของบรรดาเพื่อนจากนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาว่า

          “นี่ เดี๋ยวรีบกินกันหน่อยนะ”

           “ทำไมล่ะ” จางจุนเลิกคิ้ว

           “ก็นาฬิกาเราตายน่ะ รถไฟออกตอนสิบเอ็ดโมงตรง แต่ตอนนี้มันสิบโมงแล้ว” วายเบิกตากว้าง

           “สิบโมง เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง ใช้เวลาทานไอศกรีมเฉลี่ยสิบถึงสิบห้านาที นั่งแท็กซี่ไปหัวลำโพงอีกประมาณสิบห้านาที มันก็ทันอยู่นะ ว่ามั้ย”

           “ช่างคิดจริง” แจฮยอนยิ้มเยาะ

            “เอ้อ ว่าแต่วาย เมื่อวานเราเห็นแจซอกด้วยนะ เห็นมันเดินกับเพื่อนผู้ญิงแถวๆสีลม ไม่รู้ว่าพวกเขาไปทำอะไรกันที่นั่น” จางจุนเอียงตัวเข้ามากระซิบ

            รอยยิ้มของวายเผยขึ้นมากลบใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใน การได้ยินแบบนี้มันทำให้เขาใจหายไปชั่วครู่ แต่การที่จะไม่คิดเลยมันเป็นไปไม่ได้ บางที แจซอกอาจจะมีแฟนไปแล้วก็ได้ หรือไม่ก็อาจเป็นแค่เพื่อนสนิท

          “คิดอะไรอยู่น่ะ” จางจุนกระซิบถาม เพราะเห็นวายยิ้มและทำตาค้างเหมือนคนสิ้นใจ อมยิ้มแต่ทว่าสายตามันฟ้อง

           “เอาน่า มันเป็นไปได้ตั้งหลายแบบนะ”

           “คงจะเป็นอย่างนั้น เพราะเรา...”

           “เอาเถอะ เดี๋ยววันจันทร์พยายามทำตัวสนิทสนมเข้าไว้สิ” จางจุนเอามือลูบบ่าวาย เล็งเห็นสีหน้าที่บ่งบอกออกมาทางสายตาพยายามบิดเบือนไม่ให้คนอื่นๆรู้ นอกเสียจากจางจุน

           “จะพยายามเท่าที่จะทำได้”

          “ดีมากๆ”

          ...


           หลังจากที่ต่างคนต่างสวาปามไอศกรีมรสเลิศของร้านไอศกรีมชื่อดังแห่งนี้เสร็จเป็นที่เรียบร้อย  จีบอมก็รีบลุกขึ้นทันทีก่อนจะวางมาดไกด์นักเดินทางมาอย่างเต็มตัวทั้งๆที่ยังไม่ถึงที่หมายด้วยซ้ำไป บรรดาเพื่อนทั้งห้าที่กำลังนั่งมองหน้าเขาด้วยสายตากวนบาทาเริ่มถอนหายใจออกมาคนละฟอดสองฟอด เพราะท่าทางของเขามันช่างน่าเตะเสียจริง

          “อ้าว มองหน้ากันทำไมเนี่ย ลุกขึ้นกันได้แล้ว นี่เดี๋ยวก็ตกรถกันพอดี” น้ำเสียงฮึกเหิมของเพื่อนชายดังกระฉ่อนผ่านรูหูทั้งสองของพวกเพื่อนๆ ก่อนที่ก้นของทั้งหมดจะพากันยกจากเก้าอี้

         “ว่าแต่ไปแล้ว กลับมากี่โมงกันน่ะ” วายถาม

         “ถึงกรุงเทพ ประมาณห้ามโมงครึ่ง”

         “อ่า เวลาใช้ได้ ปะ ไปกันเถอะพวกเรา” จีบอมเดินนำหน้าก่อนเพื่อนเพราะเขาถือแผนที่และตั๋วเอาไว้ในมืออย่างแน่นขนัด




ณ เวลาต่อมา บนรถไฟสายอยุธยา...

           บรรยากาศภายในตู้รถไฟสายไฟเหนือเพื่อที่จะไปยังพระนครศรีอยุธยาก็กำลังออกตัวมาจากหัวลำโพงอย่างช้าๆ เสียงของล้อเหล็กกล้ากระทบรางเหล็กเส้นยาวนับกิโล พรั่งพร้อมด้วยเสียงฉึกฉักอย่างเป็นจังหวะ

            ณ เวลานี้ไม่มีคนใดเอ่ยปากพูดออกมาแม้แต่คนเดียว เพราะบรรยากาศที่ชโลมความสดชื่นผ่านสายลมกำลังงับปากของแต่ละคนเอาไว้ ภาพของชานเมืองที่โผล่ขึ้นมาให้เห็น ทำให้วายนึกย้อนถึงตัวของเขาเองการที่หมู่บ้านเรียงรายกันเป็นกระจุกองุ่นแบบนี้ มันก็เป็นเสมือนกับหัวใจที่รายล้อมไว้ด้วยลวดหนาม เขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจในตัวเองเหมือนกันเท่าไหร่ ว่าทำไมเขาจึงต้องทุรุนทุรายเอาหัวใจไปรักคนนั้น ทั้งๆที่ตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่าฝ่ายนั้นจะเป็นเช่นไร

            จังหวะของรถไฟเริ่มเร่งเร็วขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว สายลมเย็นโชยพัดผ่านกระทบใบหน้าอันเนียนนุ่มของวายอย่างอ่อนโยน จีบอมที่กำลังนั่งท่าบะเมอก็ตวัดสายตากลับมาจ้องมองดูวายด้วยรอยยิ้มที่ดูเจือจาง ก่อนจะเอ่ยคำถามแทรกความสุขส่วนตัวขึ้นมาว่า

           “เหม่อลอยอะไรครับคุณน้อง”

            วายสะดุ้งเฮือกมื่อคำพูดของจีบอมแทรกผ่านหู คำว่า ‘น้อง’ มันเป็นอะไรที่วายเกลียดมาก เพราะเขาไม่ชอบ ไม่ชอบคือไม่ชอบ

           “นี่จีบอม หุบปากเลยนะ อย่าเรียกเราแบบนั้นสิ มันดูเด็กยังไงไม่รู้”

           “โธ่ๆๆๆ เพิ่งจะรู้ตัวหรอกหรอ”

            “เอ๊ะ! ไอ้นี่หนิ เดี๋ยวเถอะ”

            “อะ ล้อเล่นครับ” จีบอมยกมือขึ้นบังหน้าของตัวเองไว้ เกรงว่าจะโดนหมัดสวนในไม่ช้านี้

            “เฮ้อ สองตัวนี้ก็ทะเลาะกันได้ทุกที่ทุกเวลา นี่ถ้าเข้าห้องน้ำด้วยกัน เวลาถ่ายจะไม่เถียงกันจนห้องน้ำแตกเลยหรอ” จูชานเชือดเฉือนคำพูดที่ตรงประเด็นออกมา ก่อนจะมีเสียงปรบมือจากแจฮยอนดังขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้มสะใจ

           วายลดตัวลงมาอยู่ในท่าปรกติแบบที่ชาวบ้านเขาทำกัน ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างเพื่อแก้สถาการณ์จากเดิมให้ดีขึ้น



1ชั่วโมงต่อมา...

           เสียงหวูดรถไฟดังขึ้น พร้อมด้วยตัวรถที่ค่อยๆชะลอความเร็วลงไปทีละนิดๆก่อนจะเล่นเข้ามาเทียบชานชาลาอย่างนุ่มนวล

           “ถึงแล้วล่ะพวกเรา” จางจุนใช้มือตบไปยังตัวของจีบอมที่ผล็อยหลับไปตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว เจ้าตัวสะดุ้งขึ้นมาด้วยท่าทางตื่นเต้นพอสมควร จากนั้นจึงทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง และพบว่าตอนนี้เขาได้มาถึงสถานีรถไฟอยุธยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          “ไปกันเถอะ”











TBC.

พระเอกต้องจ้างเท่าไหร่คะค่าตัว5555 
ขอโทษที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพนะคะ_/\_  พอดีว่าตันนิดๆ(ไม่นิดแหละ) อีกเรื่องก็ตันมาก//_\\
ตอนหน้าพระเอกออกแร้วข่ะ!!




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #13 Golcha_Y_rabbit (@Golcha_Y_rabbit) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 11:38
    ทำไมเด็กดีไม่แจ้งเตือนนนน ถ้าไม่เข้ามาส่องคงไม่ได้อ่าน😂😂
    ทำไมจีบอมชอบแกล้งวายจัง ตีกันได้ทุกตอนสองคนนี้ อ่านตอนนี้เหมือนได้ไปเที่ยวกะเค้าเลย แต่เมื่อไหร่พระเอกของเราจะมีบทบ้างงงงงงงงงง
    #13
    1
    • #13-1 Minamink (@Sweetttmoondong) (จากตอนที่ 8)
      30 กรกฎาคม 2561 / 23:34
      เค้ากดแจ้งเตือนแย้วนะ;___; แต่ดีใจที่เตงอ่าน แง้ // พระเอกไม่รู้ค่ะ ค่าตัวแพง5555
      #13-1