สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 212 : ภาค 3-บท 12 ผลค้างเคียงจากเวทที่ไม่สบูรณ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    28 พ.ค. 63

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน

 

หลังจากที่กันต์ได้ทำภารกิจช่วยเหลือราชินีและอาณาจักรเอลฟ์ไว้ได้สำเร็จเขาจึงจัดสินใจกลับเข้าสู่ห้องโถงหลักของระบบเพื่อตามหาไอเทมที่ต้องการจากผู้แลกเปลี่ยนข้ามมิติ

 

แต่ทว่าที่ห้องผู้แลกเปลี่ยนข้ามมิตินั้นกลับไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว กันต์จึงต้องจำใจออกจากระบบเพื่อตรวจดูสถานภาพของตัวเอง

 

เขาตื่นขึ้นมาในห้องนอนยามค่ำคืนพร้อมกับเสียงระเบิดและเสียงตวัดดาบแหวกอากาศที่ดังเป็นระยะ ๆ

 

ตอนแรกตัวกันต์คิดว่าเป็นปีศาจหรือไม่ก็ตัวอะไรบางอย่างกำลังสู้กับริสาอยู่ เพราะเธอได้หายไปจากห้องของเขาแล้ว

 

ชายหนุ่มจึงตัดสินใจสวมชุดคลุมสีดำของเรล์มและกระโดดลงหน้าต่าง พร้อมกับกางปีกสีดำทมิฬออกมาเพื่อบินขึ้นไปดูสถานการณ์

 

และเรื่องราวก็ต่อเนื่องมาตรงที่เขากำลังยืนดูเหตุการณ์จากบนดาดฟ้าของอาคารรับรอง

 

กลับไปยังปัจจุบัน

 

"ถ้าขืนพวกเธอยังสู้มากไปกว่านี้ เรื่องมันคงไม่จบง่าย ๆ แน่" กันต์กล่าวเชิงออกคำสั่ง

 

อาเรียที่ได้ยินดังนั้นจึงรีบยกเลิกเวทของตนเองในทันที แต่ทว่าการกระทำเช่นนั้นของเธอก็ได้ส่งผลกระทบมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

 

อาเรียกระอักเลือดออกมาพร้อมกับออร่าสีทองรอบกายที่เริ่มจางหายไป พลังจากเลเวล 90 กำลังลดลงเรื่อย ๆ จนกลับมาอยู่ที่เลเวล 80 ดังเดิม

 

ปีกสีขาวบริสุทธิ์ของเธอก็เริ่มหดหายไปอย่างรวดเร็ว นี่อาจจะเป็นผลลัพธ์ของการใช้เวทที่ยังอยู่ในขั้นตอนทดลอง

 

ร่างของอาเรียเริ่มร่วงหล่นลงจากท้องฟ้าแต่ยังดีที่ริสาพุ่งตัวเข้าไปรับไว้ได้ทัน

 

กานต์ที่เห็นกันต์ทำท่าทีไม่พอใจกับสถานการณ์ที่เริ่มเลวร้ายขึ้นในทุกขณะ จึงตัดสินใจดีดนิ้วเพื่อลบวงเวททั้งหมดที่กำลังร่ายอยู่เบื้องหลังของตน

 

"วันนี้ฉันจะปล่อยเธอไปก่อนแล้วกัน" กานต์เอ่ยพลางบินลงไปยังชั้นอาคารดาดฟ้า

 

"เธอจะไปที่ไหนได้ ห้องพักของเธออยู่ข้างฉันไม่ใช่รึไง ?" กันต์กล่าวถามโดยที่ไม่แม้แต่จะหันมอง

 

"นั่นมันก็ไม่ผิดหรอก" กานต์ตอบกลับก่อนที่จะล่องหนหายไปกับอากาศและความมืดมิด

 

ริสาที่กำลังอุ้มร่างของอาเรียอยู่ในอ้อมแขนจึงรีบบินเข้าไปหากันต์ในทันที

 

ด้วยขนาดตัวของริสาที่มีขนาดร่างกายเล็กกว่าอาเรียได้ทำให้ภาพที่ปรากฏออกมาดูแปลกพิกล

 

"ดูเหมือนว่าอาเรียกำลังได้รับผลกระทบจากเวทของตนเองค่ะนายท่าน" ริสาเอ่ยพลางวางร่างของหญิงสาวลงกับพื้น

 

"บางทีมันอาจจะเป็นผลกระทบจากเวทที่ไม่สมบูรณ์" เดสเพียร์เริ่มเสนอความเห็น

 

"ในวันนี้ข้าใช้พลังไปมากแล้ววันนี้ข้าขอตัวพักก่อนนะคะนายท่าน"

 

เมื่อริสาวางร่างของอาเรียลงได้สำเร็จเธอก็รีบหายตัวกลับเข้าไปในวงเวทใบทำพันธสัญญาทันที

 

"ยัยพวกนี้รีบหนีอะไรกัน" กันต์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนที่จะจ้องมองร่างอาเรียที่กำลังสลบไสลอยู่

 

ถ้าผมคิดไม่ผิดกานต์น่าจะพยายามเข้ามาในห้องนอนแล้วบังเอิญเจอกับริสาเข้าทั้งคู่จึงเข้าต่อสู้กัน แต่การต่อสู้นั้นก็ได้สร้างผลกระทบร้ายแรงอาเรียจึงเข้ามาขัดขวาง

 

สรุปแล้วเรื่องนี้มีตนเหตุก็คือกานต์ชัด ๆ ไม่ใช่รึไง ผมต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เธอหยุดก่อความวุ่นวายสักที แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผมต้องพาอาเรียกลับไปยังที่ของเธอก่อน

 

กันต์ตัดสินใจแบกร่างของอาเรียขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิง เพราะเขาเชื่อว่าการแบกไว้บนบ่าอาจจะทำให้เจ้าตัวบาดเจ็บหนักกว่าเดิม

 

"ทางไปวิหารนักบุญศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรนี้คงตั้งอยู่ที่เดิมสิน่ะ" กันต์กล่าวคิดทบทวนความจำของตนเองก่อนที่จะกระโดดลงจากอาคารและมุ่งหน้าไปยังวิหาร

 

อาณาจักรมนุษย์ทางตอนเหนือในยามค่ำคืนนี้ถือว่าเงียบสงบเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะในช่วงกลางคืนอากาศจะหนาวกว่าปกติ เมืองนี้เองก็ไม่ได้มีดีทางด้านการค้าอะไรมากด้วย

 

เมื่อเท้าของชายหนุ่มลงเหยียบไปบนพื้นดินนั้นเขาก็ถูกล้อมโดยเหล่าองครักษ์ในชุดเกราะสีทองขาวจากทุกทิศทาง

 

"ชุดแบบนี้ พวกเจ้าเป็นองครักษ์ของนักบุญศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่ ?"

 

หอก ดาบ โล่ ธนู และอาวุธอีกมากมายหลากหลายประเภทกำลังเล็งมาที่เขาโดยไม่มีท่าทีของความลังเลแม้แต่น้อย

 

"ถ้ารู้ตัวดีแล้วก็ปล่อยตัวของท่านนักบุญมาเดี๋ยวนี้" องครักษ์หญิงคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับกระชับดาบในมือให้แน่นขึ้น

 

สำหรับตัวผมแล้วการที่ได้มาเจอกับสถานการณ์แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ดูจากท่าแล้วอาเรียเองก็ไม่ได้บาดเจ็บหนักอะไร พักฟื้นอีกไม่นานก็คงหาย

 

แต่ก่อนที่กันต์จะได้มอบร่างอันไร้สติของนักบุญให้กับเหล่าองครักษ์ อาเรียก็ดันลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน

 

"นี่ นายท่าน ข้าสงสัยมานานแล้วว่าทำไมท่านถึงมีหญิงสาวรอบกายมากนัก"

 

น้ำเสียงและท่าทางของอาเรียดูคล้ายกับคนเมาไม่มีผิด ความเป็นไปได้มีเพียงหนึ่งซึ่งนั่นก็คือผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้เวทที่ไม่สมบูรณ์

 

อาเรียที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของกันต์เริ่มยื่นมือขึ้นมาลูบใบหน้าใต้ชุดคลุมของเขาอย่างช้า ๆ

 

"ถ้ามองให้ดีแล้วนายท่านดูน่ารักกว่าข้าเยอะเลยน่ะ" อาเรียกล่าวติตตลกพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ

 

ยัยนี่ต้องเมาแน่นอน นั่นคือความคิดแรกที่เข้ามาในหัวของกันต์

 

"เจ้า ! เจ้า ! เจ้าทำอะไรกับท่านนักบุญลงไป" องครักษ์คนหนึ่งตะโกนถามด้วยท่าทางโกรธแค้น

 

แต่ก่อนที่การเปิดฉากรุมสังหารจะได้เริ่มขึ้น องครักษ์คนหนึ่งก็ได้เดินออกมาจากกลุ่มและชี้ไปที่เดสเพียร์

 

"พวกเจ้าลองดูให้ดีก่อนสิ ชายคนนี้สวมชุดคลุมสีดำทมิฬและท่านนักบุญยังเรียกเขาว่านายท่าน ข้าคิดว่าชายคนนี้จักต้องเป็นบุคคลตามคำทำนายอย่างที่ท่านอาเรียเคยกล่าวไว้อย่างแน่นอน อีกอย่างอาการเมาเช่นนี้ของท่านอาเรียพวกเราก็เคยเห็นกันมาแล้ว มันเป็นผลกระทบจากเวทที่ท่านกำลังทดลองใช้อยู่"

 

องครักษ์หญิงคนอื่น ๆ ที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจและเก็บอาวุธของตนกลับเข้าที่เดิม

 

"ขออภัยสำหรับควาามเข้าใจผิดของพวกเรา ท่านคือบุคคลตามคำทำนายของเทพอัลเมเนียใช่หรือไม่ ?"

 

องครักษ์หญิงคนเดิมเอ่ยถามพร้อมกับคำนับตัวลงเคารพชายหนุ่ม

 

กันต์ที่ได้ยินคำถามไปดังนั้นก็พอจะรู้ตัวดีอยู่ว่าตอบไปเฉย ๆ มันอาจจะยังดูไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่

 

"เป็นข้าเอง" ชายหนุ่มเอ่ยตอบและกางปีกสีขาวบริสุทธิ์อันเป็นสัญลักษณ์ของเผ่าเทพออกมา

 

กลิ่นอายปีศาจ จอมาร และอื่น ๆ ถูกทำให้จางลงชัาวขณะเพราะในตอนนี้เขากำลังใช้พลังของเทพอยู่

 

เหล่าองครักษ์ที่เห็นดังนั้นก็พากันโค้งตัวคำนับให้แก่เดสเพียร์ในทันที เพราะพวกเธอมีหน้าที่คอยรับใช้เหล่าเทพอยู่แล้ว

 

"หลังจากนี้ข้าขอฝากผู้ติดตามของข้าให้พวกเจ้าคอยดูแลเช่นเดิม"

 

ในระหว่างที่เดสเพียร์กำลังส่งมอบร่างของอาเรียอยู่นั่นเอง แขนทั้ง 2 ข้างของเธอก็เกาะไปที่แขนของเดสเพียร์

 

"นายท่านจำสิ่งที่เราสัญญากันเมื่อครั้งนั้นได้หรือไม่ เรื่องที่ข้าเคยบอกว่ามันเป็นความลับ"

 

สีหน้าและแววตาอ้อนวอนของอาเรียมันบาดใจชายหนุ่มเสียเหลือเกิน น้ำเสียงและสีหน้าแบบนั้นมันคงไม่ใช่เรื่องดีหากต้องอุ้มเธอในท่าทางแบบนี้ต่อไป ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าคงมีหวังได้กลายเป็นข่าวลือแน่

 

ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นก็วางร่างของอาเรียลงกับพื้นในทันทีก่อนที่จะจัดชุดคลุมของตนให้เข้าที่

 

"รีบนำทางไปเร็ว พรุ่งนี้ยังมีเรื่องต้องทำอีก"

 

จากนั้นอาเรียก็เริ่มเดินด้วยตัวเองแต่ท่าทางการเดินที่โซซัดโซเซของเธอ จึงทำให้เหล่าองครักษ์ต้องรีบพากันช่วยพยุงเดินไป

 

กันต์ในร่างของเดสเพียร์ที่เห็นดังนั้นก็อดคิดถึงกานต์ขึ้นมาไม่ได้ "ไม่ใช่ว่ายัยนั่นไปร่ายเวทของเผ่าซัคคิวบัสใส่ตัวอาเรียหรอกน่ะ..."

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #581 Chaos I (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 22:15
    อ้าว.... เอาหล่ะ! ตอนต่อไป! ปีนหน้าต่างบุกห้องสาวเจ้าเลยยยย
    #581
    3
    • #581-1 SuruMaster(จากตอนที่ 212)
      29 พฤษภาคม 2563 / 00:05
      เปิดประตูเลยง่ายกว่าครับ 555
      #581-1
  2. #579 Fikusa (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 19:39
    เหอๆๆ กันต์เป็นคนหน้าแบ๊วนี่เอง อันที่จริงก็เคยจินตนาการณ์หน้ากันต์ไว้แบบนั้นตอนช่วงแรกๆจนถึงตอนสู้ด้วยกันเพื่อนสนิท แต่พอเรื่องยิ่งมีปมเยอะๆเข้าก็เปลี่ยนหน้ากันต์เป็นคนหน้าเข้มดูเครียดตลอดเวลา
    #579
    1
    • #579-1 SuruMaster(จากตอนที่ 212)
      29 พฤษภาคม 2563 / 00:04
      คนเรามันก็เปลี่ยนไปตามเวลาละครับ555
      #579-1
  3. #578 Naret2535 (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 19:21
    โรคหื่นกำเริบสิไม่ว่าทั้งสามคนเลยด้วย555
    #578
    1
    • #578-1 SuruMaster(จากตอนที่ 212)
      29 พฤษภาคม 2563 / 00:04
      555ก็เป็นไปได้ครับ
      #578-1
  4. #577 MirageN (จากตอนที่ 212)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 19:07
    เหล่าภรรยาสงบศึกชั่วคราว...
    #577
    1
    • #577-1 SuruMaster(จากตอนที่ 212)
      29 พฤษภาคม 2563 / 00:04
      แค่ชั่วคราวละครับ555
      #577-1