สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

ตอนที่ 173 : ภาค 2-บท 73 หายนะแห่งเกาะครีอัสเอล(3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    19 เม.ย. 63

สถานการณ์ทางฝั่งริสา

 

รุ่นพี่ริสาและทีมจู่โจมของเธอนั้นสามารถต่อสู้กับผู้นำกองพันปีศาจลำดับที่ 29 ผู้มีร่างกายเป็นออร์คขนาดยักษ์ได้อย่างสูสี

 

จนในท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็สามารถล้มออร์คยักษ์ลงได้

 

ร่างอันใหญ่โตของมันล้มลงกระแทกกับพื้นจนควันฝุ่งฟุ้งกระจายขึ้นมา

 

"ฉันจัดการมันเอง" รุ่นพี่ริสาเอ่ยพลางเปลี่ยนอาวุธในมือให้กลายเป็นหอกยาวสีขาวบริสุทธิ์

 

สมาชิกในทีมของเธอที่ได้ยินดังนั้นเริ่มถอยห่างจากบริเวณปะทะ เพื่อฟื้นฟูร่างกายและรักษาอาการบาดเจ็บทันที

 

ออร์คยักษ์ที่ล้มลงกระอักเลือดออกมา ก่อนที่จะเริ่มหัวเราะเสียงดังลั่น

 

"ท่านผู้นั้นคาดเดาไว้ไม่ผิดจริง ๆ สายเลือดมังกรขาวช่างน่ากลัวนัก"

 

ทันใดนั้นเองหอกสีขาวก็พุ่งแทงทะลุเข้าลำคอของผู้นำกองพันปีศาจลำดับที่ 29 จนเลือดสีแดงกระฉูดออกมา

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองเสียงของบางสิ่งบางอย่างที่ตกลงกับพื้นก็ดังขึ้น

 

มันเป็นตราประทับบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับตราบัญชาไร้ลักษณ์ หากแต่เป็นสีขาวบริสุทธิ์

 

มันตกอยู่กับพื้นห่างจากศพของออร์คยักษ์ไม่ไกลนัก และดูเหมือนว่ามันจะตกลงมาจากท้องฟ้าอีกด้วย

 

"รับมันไปสิ" เสียงของชายคนหนึ่งดังก้องเข้ามาในหัวของริสา

 

ทันใดนั้นเองหอกสีขาวของริสาก็เปลี่ยนกลายเป็นงูเผือกโดยอัตโนมัติ ซึ่งริสาเองก็ไม่ได้เป็นคนออกคำสั่งเพียงแต่นั่นเป็นความต้องการของตัวมันเอง

 

งูเผือกสีขาวเลื้อยเข้าไปใกล้ตราประทับที่ว่าก่อนที่จะกลืนมันเข้าไปท่ามกลางสายตาอันสับสนของเธอ

 

"ริสา ข้าคิดว่าตอนนี้ข้าคงไม่จำเป็นต้องพึ่งเวรัคให้มาช่วยแก้คำสาปอีกต่อไปแล้ว" งูเผือกตนนั้นเอ่ยกับหญิงสาวก่อนที่ดวงตาของมันจะเปล่งประกายแสงสีแดงออกมา

 

สถานการณ์ของกันต์

 

ทักษะสัมผัสเวทของชายหนุ่มแจ้งเตือนเข้ามาถึงระดับของมานาที่หนาแน่นและไม่เสถียร ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่เกิดได้ยากมาก

 

กันต์ส่งสายตาไปมองยังบริเวณนั้นแทบจะทันทีหลังจากที่ทักษะสัมผัสเวททำงาน

 

รุ่นพี่ริสากำลังเอามือทั้ง 2 ข้างกุมไปที่หัวของตนเองด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด

 

ร่างกายของเธอเริ่มแปรเปลี่ยนไปจากปกติ

 

แขนทั้งสองข้างยืดยาวออกมาพร้อมกับปรากฏให้เห็นกรงเล็บและเกล็ดคล้ายกับมังกร

 

ลักษณะท่าทางเช่นนั้นไม่ได้ต่างอะไรกับมนุษย์สายเลือดครึ่งมังกรที่กำลังบ้าคลั่งเลยสักนิด

 

ปีกสีขาวหิมะถูกกางออกมาจากหลังของเธอพร้อมกับดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงสดคล้ายกับดวงตาของมังกรขาว

 

"ไม่ได้ออกอาละวาดในร่างนี้เสียนาน" รุ่นพี่ริสากล่าวด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา

 

คล็อดเองก็เคยเป็นเช่นนั้น รุ่นพี่ริสาตอนนี้คงกำลังถูกสายเลือดมังกรในตัวครอบครองร่างไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีวิธีหยุดก็คือทำให้สลบไป

 

แต่ตามปกติแล้วเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ยากมาก มันกำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ชายหนุ่มยังคงสงสัย

 

"ในร่างครึ่งมนุษย์เช่นนี้ มันจะมีพลังมากแค่ไหนกัน" รุ่นพี่ริสาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

 

ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นรู้ตัวดีว่านี่ไม่ใช่รุ่นพี่ริสาที่พวกเขาเคยรู้จักอีกต่อไป เธอกลายเป็นปีศาจไปแล้ว

 

เมื่อสัญชาตญาณดิบของมังกรขาวทำงาน มันจะค้นหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดและเข้าไปต่อสู้โดยไม่สนเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น

 

รุ่นพี่ริสาหันมองไปทางอาจารย์เอล และเอดอก่อนที่จะฉีกยิ้มมุมปากออกมา

 

"เธอกำลังเล็งอาจารย์อยู่ครับ เตรียมตัวป้องกันเร็ว" กันต์ตะโกนเสียงดังลั่น

 

ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่ามังกรขาวที่บ้าคลั่งจะทำอะไรจึงรีบเตือนออกไป

 

อาจารย์เอลที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสับสนไปชั่วขณะก่อนที่จะถอยกลับไปรวมกลุ่มกับนักบุญ

 

เอดอก็เช่นกัน มันกำลังจ้องมองไปที่ริสาด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดใจ และคว้าดาบเล่มสีแดงขึ้นมาพร้อมต่อสู้

 

ทันใดนั้นเองทักษะสัมผัสเวทของกันต์ก็แจ้งเตือนเข้ามาอีกครั้ง นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกงุนงงขึ้นมาชั่วขณะ ก่อนที่จะรีบกระโดดถอยไปข้างหลังด้วยความรวดเร็ว

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองเสียงของพื้นถนนที่แตกกระจายก็ได้ดังขึ้น

 

รุ่นพี่ริสาปรากฏตัวอีกครั้งในจุดเดียวกับที่กันต์เคยยืนอยู่เมื่อกี้นี้ ถ้าเขาหลบไม่ทันคงมีหลังโดนกรงเล็บนั่นเจาะทะลุร่างแน่

 

ร่างกายของรุ่นพี่ริสาเริ่มปรากฏให้เห็นถึงเกล็ดสีขาวบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นมาเป็นชั้น ๆ พร้อมกับกรงเล็บที่แหลมคมยิ่งกว่าเดิม

 

"ทำไมกัน ไม่ใช่ว่าต้องเล็งคนที่แข็งแกร่งที่สุดรึ..."

 

ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยจบเขาก็ต้องรีบกลิ้งหลบไปด้านข้างและกระโดดถอยอีกครั้งหนึ่ง

 

"อาจารย์เอลครับ ผมจะถ่วงเวลารุ่นพี่ริสาให้เอง รีบใช้จังหวะนั้นทำอะไรสักอย่างเถอะครับ"

 

กันต์ไม่มีเวลาพูดคุยมากนัก เมื่อเขากล่าวจบก็ถูกรุนพี่ริสาชกเข้าท้องจนกระเด็นลอยขึ้นฟ้าไปในทันที

 

เพียงแค่หมัดเดียวของรุ่นพี่ริสาก็เพียงพอที่จะส่งกันต์ปลิวขึ้นฟ้าและกระแทกเข้ากับอาคารบ้านที่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร

 

ปีกสีขาวเริ่มกระพืออย่างรวดเร็วก่อนที่จะบินตามกันต์ที่ลอยกระเด็นไป

 

กานต์ที่เห็นดังนั้นก็ตัดสินใจวิ่งตามไปในทันที แต่ก็ถูกเล็กรั้งตัวไว้ไม่ให้ติดตามไป

 

เล็กใช้มือของเธอคว้าไปที่แขนของกานต์ไว้ก่อนที่จะพูดขึ้น "ใจเย็น ๆ ก่อนสิ"

 

"พวกเราควรจะตามไปช่วยเขาไม่ใช่เหรอ ปล่อยไปคนเดียวแบบนั้นมีหวังได้ตายแน่" กานต์พยายามสะบัดแขนของตนออกจากมือของเล็ก

 

นักบุญศักดิ์สิทธิ์ที่เห็นดังนั้นก็รีบพูดขึ้นทันที "การจะไปช่วยเขามันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว แต่เราจำเป็นต้องจัดการปีศาจตนนี้ก่อน"

 

ผู้นำกองพันปีศาจเอดอกำลังกางปีกสีแดงของมันและบินขึ้นไปบนท้องฟ้าหลังจากนั้นโดดลงพื้นเพื่อดักหน้าพวกเธอไว้อย่างรวดเร็ว

 

เอดอกำลังตวัดดาบในมือสีแดงเล่นอย่างสนุกสนานท่ามกลางสายตาของพวกเธอ "คิดจะไปช่วยไอ้เด็กนั่นก็ต้องผ่านข้าไปก่อน" (ภาษาปีศาจ)

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองกองทัพปีศาจก็เริ่มพากันแห่ออกมาจากประตูมิติ เพราะกองทัพมนุษย์นั้นยังไม่มีความสามารถมากพอที่จะหยุดพวกมันไว้ได้

 

"มันคงต้องการรั้งพวกเราทั้งหมดไม่ได้หนีรอดไปได้ ถ้าคิดจะไปช่วยคนอื่นก็ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน" อาจารย์เอลกล่าวพร้อมกับพุ่งตัวไปข้างหน้าและตวัดดาบเล่มสีฟ้าใส่เอดอ

 

สถานการณ์ในปัจจุบันของพวกเขาคือแย่ยิ่งกว่าเก่าเพราะกองทัพปีศาจที่ออกมาจากประตูมิตินั้ยังทยอยออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ

 

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอีกไม่นานพวกเขาคงจะถูกล้อมโดยกองทัพปีศาจและในท้ายที่สุดก็จะตายกันหมดแน่ 

 

ทางคอร์เองก็พยายามอย่างเต็มที่ในการกระจายกำลังแล้วแต่นั่นก็ยังไม่พอที่จะหยุดยั้งกองทัพปีศาจไว้ได้

 

กลับไปที่กันต์

 

ร่างกายของกันต์กระแทกเเข้าใส่กำแพงบ้านหลังหนึ่งในบริเวณหมู่บ้านจัดสรรที่ประชากรส่วนใหญ่อพยพกันไปหมดแล้ว

 

ส่วนตรงกลางหน้าอกของเขาก็มีบาดแผลที่เกิดจากการถูกกรงเล็บตวัดใส่อยู่ เลือดสีแดงที่ไหลรินออกมาแสดงให้เห็นชัดถึงความน่ากลัวของมัน

 

"น้ำอมฤต" กันต์เรียกไอเทมน้ำยาฟื้นฟูออกมาก่อนที่จะเปิดจุกขวดและดื่มเข้าไป

 

ซึ่งน้ำยาอมฤตที่ว่าก็ได้มาจากตอนที่ไล่เปิดหีบสมบัติในวิหารลอยฟ้า ตอนที่อยู่ในร่างเวลโดร

 

บาดแผลตามร่างกายของชายหนุ่มเริ่มฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจนกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

 

กันต์ลุกขึ้นยืนจากพื้นด้วยท่าทางโซซัดโซเซก่อนที่จะปาขวดแก้วที่ว่างเปล่าในมือทิ้งลงไป

 

ในขณะเดียวกันนั่นเองพื้นถนนตรงหน้าก็แตกกระจายจนมีรอยแยกปรากฏให้เห็นไปทั่ว

 

รุ่นพี่ริสาที่เสียสติปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งกลางรอยแตกเหล่านั้น พร้อมกับสายตาสีแดงสดที่จ้องตรงมายังชายหนุ่ม

 

เพียงแค่การกระโดดลงพื้นของเธอก็มากพอที่จะทำให้พื้นปูนแตกละเอียดได้แล้ว ร่างนี้ของเธอน่ากลัวกว่าร่างปกติเสียอีก

 

กันต์จ้องกลับไปยังรุ่นพี่ริสา ก่อนที่จะกล่าวขึ้นสั้น ๆ

 

"ได้เวลาเอาจริง แล้วมั้ง"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

739 ความคิดเห็น

  1. #368 danayapat123 (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 21:47
    สถานการณ์พลิกล่ะ
    #368
    1
    • #368-1 SuruMaster(จากตอนที่ 173)
      20 เมษายน 2563 / 07:44
      แน่นอนครับ555
      #368-1
  2. #367 Ramiel D gleam (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 12:12
    ริสาเหมือนจะฉลาดแต่โง่มาก ผญ.แบบนี้อยู่คนเดียวไปเถอะ อวดเก่งก็บ่อย ปากก็เสีย ทำอะไรก็ไม่คิดให้ดี แถมยังใจร้อนอีก
    #367
    1
    • #367-1 SuruMaster(จากตอนที่ 173)
      19 เมษายน 2563 / 17:15
      นิสัยพวกนี้ก็ได้มาจากคำสาปมังกรขาวนะครับ
      #367-1
  3. #366 Fikusa (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 09:14
    นี่เจ้างูขาวหลอกใช้ริสามาตลอดเรอะ
    #366
    1
    • #366-1 SuruMaster(จากตอนที่ 173)
      19 เมษายน 2563 / 17:15
      มันก็ไม่ถึงขั้นหลอกหรอกครับ
      #366-1
  4. #365 TSKULL (จากตอนที่ 173)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 09:13
    ค้างอีกละ
    #365
    1
    • #365-1 SuruMaster(จากตอนที่ 173)
      19 เมษายน 2563 / 17:14
      555 กลัวตอนนึงมันจะยาวเกินเลยตัดไปนะครับ
      #365-1